รักเล่ห์ บุพเพลวง

ตอนที่ 3 : ตอนที่ ๑ สิบแปดมงกุฎสะดุดโจทก์ (๒)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 561
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    14 พ.ค. 61

1

สิบแปดมงกุฎสะดุดโจทก์

(๒)

                                           

 

เสียงบีบแตรจากรถคันหนึ่งดังถี่ๆ รปภ. เจอบัตรจอดรถที่หล่นพอดีจึงเงยหน้าขึ้น หากไม่เห็นแม้แต่เงาของหญิงสาวและชายหนุ่มที่เหมือนว่ากำลังมีปัญหากันอยู่ แต่รถยนต์ของเธอยังติดเครื่องและจอดที่เดิมอย่างน่าสงสัย

 

หายไปไหนแล้ววะ?

 

รปภ. ประจำป้อมเกาหัวแกรกขณะมองหาเจ้าของรถ เมื่อไม่เห็นวี่แววจึงรีบวิ่งออกมาจัดการกับรถเจ้าปัญหาเพื่อเคลียร์เส้นทางจราจรให้กับลูกค้ารายอื่น พอถนนโล่งก็รีบติดต่อขอความช่วยเหลือจากหน่วยรักษาความปลอดภัยของโรงแรมให้มาช่วยตามหาหนุ่มสาวทั้งสองคนอย่างเร่งด่วน

 

 

หญิงสาวเบิกตาโพลง เอื้อมมือไขว่คว้าสะเปะสะปะกลางอากาศเพื่อขอความช่วยเหลือ พยายามจะส่งเสียงแต่ก็ไม่สามารถอ้าปากได้จึงมีเพียงเสียงอู้อี้ในลำคอ ร่างบางดิ้นรนฮึดฮัดสุดกำลัง ทั้งถีบ เตะ ต่อย จิกและข่วน สารพัดวิธีเพื่อให้หลุดพ้นจากพันธนาการ แต่สุดท้ายก็ถูกลากลงมาที่ชั้นใต้ดินอันร้างไร้ผู้คนจนได้

 

ร่างเพรียวบางถูกตรึงไว้ด้วยร่างใหญ่จนแผ่นหลังแนบติดกำแพงปูน ด้านหน้าเบียดกับแผ่นอกกว้างที่ทั้งแข็งและแน่น ไม่ว่าเธอจะผลักอย่างไรก็ไม่สะดุ้งสะเทือนสักนิด แถมใบหน้าคมดุที่ก้มต่ำลงมาอย่างคุกคามนั่นยิ่งทำให้หญิงสาวใจคอไม่ดีเข้าไปใหญ่ ได้แต่หลับตาปี๋นึกถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งที่ปกติไม่เคยเฉียดใกล้วัดเลยด้วยซ้ำ แถมยังคิดติดสินบนด้วยอาหารที่วัยรุ่นเขานิยมกันเพราะนึกอะไรไม่ออกจริงๆ  

 

คุณพระคุณเจ้าขา...ถ้ารอดจากไอ้หมอนี่ไปได้ ลูกช้างจะถวายพิซซ่า 9 ถาดกับสลัดบาร์ชุดใหญ่ แถมไก่ทอด KFC ให้อีกด้วย โปรดช่วยลูกช้างด้วยนะคะ เจ้าประคู้ณ...

 

เตชิตแค่นยิ้มอย่างเหี้ยมเกรียมเมื่อค้นพบเขตปลอดคนพอที่จะจัดการกับแม่สาวชุดดำได้สะดวก เขาเลื่อนมือที่ปิดปากหญิงสาวขึ้นไปแตะขาแว่นกันแดดของเธอไหนขอดูหน้าคนโกหกให้ชัดๆ หน่อยซิ

 

ได้ยินเช่นนั้นหญิงสาวก็เบิกตากว้าง จะให้ใครรู้จักตัวตนที่แท้จริงของเธอไม่ได้เด็ดขาด ถึงตายก็ยอมไม่ได้!

 

เธอรวบรวมพลังเฮือกสุดท้ายไว้ที่หัวเข่า ยกขาขึ้นกระแทกเป้าศัตรูสุดแรงเกิด เป็นผลให้มือใหญ่ชะงักค้าง ใบหน้าคมเขียวคล้ำสลับแดง ดวงตาเหลือกโพลง ทั้งจุกและเจ็บจนพูดไม่ออก ร่างสูงทรุดลงคุกเข่า ตัวงอเป็นกุ้ง กุมเป้ากางเกงด้วยมือทั้งสองข้าง ขณะเหลือบตาลุกวาวขึ้นจ้องสาวชุดดำอย่างอาฆาตแค้น กว่าจะกัดฟันพูดแต่ละคำออกมาได้แสนยากเย็น

 

ยาย-ตัว-แสบ!”

 

หญิงสาวหอบหายใจหนักๆ ด้วยความตื่นเต้น พิงกำแพงอยู่เป็นนานเพราะต้องใช้พลังงานไปมากโข เมื่อตั้งสติได้ก็รีบจับขาแว่นที่เอียงกะเท่เร่ให้เข้าที่เข้าทางก่อนที่มันจะเลื่อนหลุดและเผยให้เห็นใบหน้าของเธอชัดขึ้น

 

ดวงตาคู่สวยภายใต้แว่นดำหลุบมองสภาพของชายหนุ่มด้วยความรู้สึกหวาดๆ ก่อนจะกระดืบไปตามกำแพงด้วยขาที่สั่นพั่บๆ พึมพำเบาๆ คุณหาเรื่องเองนะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ แต่ไม่ขอโทษละ อยากกัดไม่ปล่อยเองนี่ ฉันไปละนะ หวังว่าเราจะไม่ต้องพบกันอีก ลาก่อน

 

เธอสูดลมหายใจลึกแล้วหันหลังวิ่งกลับออกไปข้างนอกเพื่อขอใบขับขี่คืน จะได้จากไปโดยเร็ว หากเพียงก้าวเดียวเท่านั้นก็ทรุดฮวบพร้อมกรีดร้องด้วยความตกใจ โชคดีที่เธอมีสติพอจะเอาด้านข้างลงและใช้มือยันตัวไว้ได้ทันก่อนที่ศีรษะจะฟาดพื้นซีเมนต์จนเลือดสาด แต่แรงกระแทกที่สะโพกก็ทำให้เจ็บและจุกจนขยับไม่ได้ไปชั่วครู่

 

จะหนีไปไหน!” เตชิตคำราม ร่างใหญ่นอนราบอยู่กับพื้นเพราะทุ่มทุนสร้างด้วยการโถมตัวคว้าข้อเท้าของเธอเอาไว้ เสื้อผ้าหน้าผมตอนนี้สกปรกมอมแมมจนหมดสง่าราศี แต่จะปล่อยให้ผู้ร้ายหนีไปง่ายๆ ก็ยอมไม่ได้เหมือนกัน เธอทำลายงานแต่งงานของเขาแถมยังทำร้ายร่างกายเขาด้วย งานนี้เขาไม่ยอมให้เธอเสียค่าปรับแค่ห้าร้อยบาทแน่

 

ภาวิกานิ่วหน้า ขบปากกลั้นเสียงคราง ยืดแขนออกไปคว้าแว่นกันแดดที่กระเด็นหลุดมาสวม ก่อนจะสะบัดหน้ากลับไปจ้องคู่กรณีที่กัดไม่ปล่อยด้วยแววตาเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ!”

 

ฝันไปเถอะ ผมจับคุณส่งตำรวจแน่ถ้าไม่ยอมพูดความจริง เขากัดฟันตอบดุเดือด มือใหญ่กำรอบข้อเท้าเรียวแน่นขึ้น

 

ฉันไม่มีอะไรจะพูด ปล่อย!” เธอพยายามสะบัดเท้าออกจากการเกาะกุมของเขาหากไม่เป็นผลสำเร็จ

 

พูดกันดีๆ ไม่รู้เรื่องใช่มั้ย ได้!”

 

เขากระตุกข้อเท้าของเธอดึงเข้าหาตัวอย่างแรง เป็นผลให้ร่างบางไถลกลับ ชุดสวยครูดไปกับพื้นซีเมนต์จนเสียหายแถมยังต้องเจ็บตัวเพราะแรงเสียดทานที่สะโพกอีกด้วย

 

อีตาบ้า...ฉันเจ็บนะ!” เธอแว้ดสุดเสียง มือหนึ่งจับแว่นตาไว้ไม่ให้เลื่อนหลุด อีกมือกำหมัดทุบไหล่หนาแบบไม่นับเมื่อถูกรวบตัวไว้ใต้ร่างใหญ่อย่างหมดหนทางหนี

 

เขารวบมือเล็กทั้งสองข้างไว้เหนือศีรษะ ตอบด้วยเสียงลอดไรฟัน แล้วที่คุณทำน่ะผมไม่เจ็บรึไงฮะ หยุดแผลงฤทธิ์ซะที ไม่งั้นผมฆ่าคุณแน่!” 

 

เธอหุบปากฉับ เห็นแววตาแข็งกระด้างของเขาก็ใจแป้วลงเป็นกอง ไม่กล้าโวยวายและออกฤทธิ์อีก เพราะกลัวถูกฆ่าหมกศพกลายเป็นผีเฝ้าลานจอดรถอยู่ที่นี่ เธออายุยี่สิบเจ็ดปีแล้วยังไม่ได้แต่งงานเลย ยังไงก็ไม่ยอมตายก่อนแต่งเด็ดขาด!

 

ชายหนุ่มหรี่ตา ยิ้มเหี้ยมพลางเอ่ยเสียงต่ำ ไหน ขอดูหน้าให้ชัดๆ ทีเถอะ

 

หญิงสาวตัวแข็งเมื่อมือใหญ่แตะที่ขาแว่นตาของเธอแล้วกระชากออกอย่างแรง

 

เฮ้ย!” เตชิตผงะ สีหน้าตื่นตะลึงอึ้งงันสุดขีดเมื่อเห็นใบหน้าของสาวชุดดำเต็มตา

 

ภาวิกาทำปากเบี้ยว ตาเหล่ ขมวดคิ้ว เรียกว่าบิดเบือนใบหน้าที่แท้จริงสุดความสามารถ ใบหน้าที่เขาเห็นในตอนนี้จึงอัปลักษณ์สุดๆ

 

อีตาบ้า! คอยดูนะ ถ้าหน้าฉันมีริ้วรอยก่อนวัย นายไม่ได้ตายดีแน่ ฉันสาบาน!’

 

เขากัดฟันกรอด นึกไม่ถึงว่าเธอจะมาไม้นี้

 

ทำหน้าให้มันดีๆ ไม่งั้นผมจะ...จะ...

 

เตชิตนึกไม่ออกว่าจะขู่ยังไงเธอถึงจะยอมทำตาม พอเขาชะงักไปก็ดูเหมือนหญิงสาวจะยิ่งได้ใจ ทำหน้าทำตาพิลึกพิลั่นจนสุดที่จะทนดูได้จริงๆ

 

โธ่เว้ย...เกิดมาไม่เคยพบเคยเห็น ผู้หญิงบ้าอะไรอย่างงี้วะ!’

 

หญิงสาวอยากจะขำก๊ากออกมาเสียเดี๋ยวนั้น แต่ก็สู้อดทนอดกลั้นเอาไว้เพราะกลัวว่าการบรรจงแต่งหน้ามาอย่างหนาเตอะของเธออาจจะยังไม่พอปกปิดใบหน้าที่แท้จริงได้เมื่อคู่กรณีจ้องมองในระยะเผาขนจึงได้แต่หัวเราะเยาะเขาในใจ

 

โฮะๆๆ ไม่รู้จักนางละครพันหน้าอย่างภาวิกาซะแล้ว อยากเห็นหน้าฉันเหรอ ฝันไปก่อนเถอะ เร็วไปสิบชาติย่ะ!’

 

ชายหนุ่มขบกรามแน่น ดวงตาคมขุ่นหรี่ลึกอย่างโกรธแค้น เค้นเสียงข่มขู่อย่างหงุดหงิด ผมบอกให้ทำหน้าดีๆ ถ้ายังขืนดื้อด้านอีก ผมจะจูบคุณให้ขาดใจตายอยู่ตรงนี้!”

 

คนถูกขู่ใจหายวับ เสียวสันหลังวูบจนแทบจะเผยใบหน้าปกติให้เขาเห็น แต่พอได้ยินเสียงฝีเท้าของคนกลุ่มหนึ่งใกล้เข้ามาก็รู้สึกถึงความหวัง พอหันไปมองก็พบชายฉกรรจ์หลายคนมุ่งหน้ามาทางนี้ เตชิตได้ยินเช่นกันจึงหันไปมองบ้าง

 

บ้าฉิบ!” เขาสบถอย่างหัวเสียแล้วหันกลับมาข่มขู่หญิงสาวด้วยเสียงเย็นเยียบ บอกพวกเขาว่าเราเป็นสามีภรรยากัน มีเรื่องต้องเคลียร์นิดหน่อย

 

เธอตะแคงหน้าให้เขาเห็นข้างเดียว กัดริมฝีปากล่างข้างหนึ่งไว้พร้อมเข่นเขี้ยว แม้จะไม่ชัดนักแต่ก็จับใจความได้ว่า ไม่ ฉันจะบอกว่าถูกคุณลวนลาม

 

เอางั้นก็ได้ แต่ถ้าเรื่องถึงตำรวจและเป็นข่าวขึ้นมา ผมจะแจ้งจับคุณข้อหาป่วนงานแต่งของผมจนพังยับในคืนนี้ ถ้าฉลาดพอก็ควรจะรู้นะว่าต้องเลือกทางไหน

 

เขาขู่ก่อนจะปล่อยเธอให้เป็นอิสระแล้วผุดลุกขึ้น ยื่นมือให้หญิงสาวที่ยังนั่งทำหน้าตาอัปลักษณ์อยู่บนพื้นพร้อมกัดฟันสั่ง ลุกขึ้น!”

 

ภาวิกาหันไปหยิบแว่นดำที่หล่นอยู่บนพื้นมาสวม ได้แต่กัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจ ก่อนจะส่งมือให้เขาช่วยฉุดเธอลุกขึ้นยืนข้างกันในตอนที่หน่วยรักษาความปลอดภัยกลุ่มนั้นเดินมาถึงตัวพอดี

 

มีอะไรให้ช่วยรึเปล่าครับคุณผู้หญิง ยามที่ป้อมบอกว่ามีผู้หญิงจอดรถทิ้งไว้แล้วหายตัวไปกับผู้ชายคนนึง เขาสงสัยว่าเธออาจตกอยู่ในอันตราย ไม่ทราบว่าหมายถึงพวกคุณสองคนรึเปล่า

 

หนึ่งในนั้นเอ่ยขึ้นพลางหรี่ตามองเตชิตอย่างไม่ไว้ใจ เนื่องจากสภาพของพวกเขาเหมือนเพิ่งไปฟัดกับหมาทั้งฝูงมาหยกๆ จึงสันนิษฐานไว้ก่อนว่าหญิงสาวอาจถูกทำร้ายร่างกาย

 

อ๋อ ครับ น่าจะใช่ เราทะเลาะกันนิดหน่อยแต่ตอนนี้ไม่มีอะไรแล้ว ทุกอย่างเรียบร้อยดี ขอบคุณมาก เตชิตส่งยิ้มสุภาพพลางโอบแขนไปรอบไหล่บางของหญิงสาวอย่างสนิทสนม

 

ภาวิกากัดฟันข่มกลั้นโทสะเอาไว้สุดฤทธิ์ ก่อนจะฉีกยิ้ม ทำมือเป็นเครื่องหมายโอเคแล้วเอ่ยเสียงหวานหยดได้อย่างน่าทึ่ง โอเคค่ะ เราเข้าใจกันดีแล้ว ขอบคุณมากนะคะ

 

แน่ใจนะครับ ท่าทางพวกคุณดู...สะบักสะบอมไม่น้อย อีกคนถามอย่างสงสัย เมื่อกวาดสายตาสำรวจหนุ่มสาวทั้งสองซึ่งมีสภาพสกปรกมอมแมมไปทั้งตัว

 

แน่สิครับ เขาว่าผัวเมียยิ่งทะเลาะกันบ่อยก็ยิ่งมีลูกดก จริงมั้ยจ๊ะที่รัก เตชิตอมยิ้มพลางก้มลงถามหญิงสาวด้วยเสียงอ่อนหวานนุ่มนวล ผิดจากเมื่อสองนาทีก่อนลิบลับ

 

ถูกต้องที่สุดเลยค่ะ เธอรับคำเสียงหวานไม่แพ้กัน

 

ชายฉกรรจ์ในชุดฟอร์มทั้งสี่คนจึงหันมาสบตากันเพื่อระดมความคิดเห็น แล้วหนึ่งในนั้นก็เป็นคนตัดสินใจ

 

งั้นถ้าไม่มีอะไรแล้วก็เชิญพวกคุณกลับออกไปด้านนอกดีกว่านะครับ รถของคุณผู้หญิงจอดอยู่ข้างกำแพงด้านซ้าย เชิญไปรับใบขับขี่ที่นั่นได้เลยครับ

 

ขอบคุณค่ะ หญิงสาวยิ้มแล้วขยับขาจะก้าวตามชายทั้งสี่คนไปด้วยความยินดี แต่ถูกชายหนุ่มข้างตัวรั้งต้นแขนไว้แน่นจนต้องหันกลับไปถลึงตาขุ่นใต้แว่นดำอย่างไม่พอใจ

 

มาด้วยกันก็กลับพร้อมกันสิจ๊ะที่รัก เขากัดฟันกระซิบพร้อมรอยยิ้มเยาะ ก่อนจะบีบต้นแขนเธอให้เดินไปด้วยกัน

 

หญิงสาวนิ่วหน้าเมื่อเขากึ่งลากกึ่งจูงเธอให้เดินไปอย่างไม่ปรานี รู้สึกปวดระบมที่สะโพกและข้อเท้าจนต้องเดินกะเผลกบนส้นสูง ดูแล้วทั้งตลกและน่าสงสารในเวลาเดียวกัน

 

เมื่อมาถึงรถก็มีคนส่งใบขับขี่คืนให้ ภาวิกาว่องไวใช้ได้ เธอรีบคว้ามันก่อนที่คนข้างๆ จะฉวยไปแล้วกล่าวขอบคุณเสียงหวาน

 

เตชิตเหล่มองหลักฐานสำคัญในมือเธอด้วยแววตากระเหี้ยนกระหือรืออยากจะได้มาครอบครอง แต่ก็สู้อดทนไว้เพราะสายตาของวีรบุรุษรักษาความปลอดภัยทั้งสี่เพ่งเล็งมาที่เขาอย่างไม่ไว้ใจ

 

ก็น่าอยู่หรอกเพราะสภาพสะบักสะบอมของแม่สาวชุดดำมันฟ้อง แถมทักซิโด้สีขาวของเขาก็ยังสกปรกได้ใจ ถ้าใครคิดว่าเขาและเธอตกลงกันได้ด้วยสันติวิธีก็โง่เต็มทน

 

ขอบคุณอีกครั้งนะคะ หญิงสาวยิ้มพลางก้มศีรษะเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองคนข้างๆ แล้วเอ่ยเสียงหวานอย่างเสแสร้ง เจอกันที่บ้านนะคะที่รัก รีบกลับขึ้นไปเอารถเถอะค่ะ ป่านนี้ลูกๆ รอแย่แล้ว ไปสิคะ มัวรออะไรอยู่ล่ะ

 

เชิญทางนี้เลยครับ เดี๋ยวผมไปส่ง ไม่ทราบว่ารถของคุณผู้ชายจอดที่ชั้นไหน หนึ่งในทีมรักษาความปลอดภัยเอ่ยขึ้น เจตนาก็เพื่อจะคุมชายหนุ่มกลับไปที่รถโดยไม่ให้ตามไปรังควานหญิงสาวอีก

 

ไม่มีใครเชื่อว่าทั้งสองคนตกลงกันได้แล้ว แต่ในเมื่อเธอไม่พูดอะไร พวกเขาจึงช่วยไม่ได้ หากก็ยินดีจะกันหนุ่มคนนี้ออกให้เพราะเห็นชัดว่าเธอไม่ต้องการเดินทางไปกับผู้ชายที่อ้างว่าเป็นสามีของเธอ

 

เตชิตกัดฟันกรอด ถลึงตาใส่แม่สาวตัวแสบ ก่อนจะหันไปยิ้มให้ชายฉกรรจ์กลุ่มนั้นด้วยความกล้ำกลืนฝืนใจ

 

เชิญครับ หนุ่มในชุดฟอร์มเร่งเร้าอีก

 

เขาได้แต่ยิ้มแห้งๆ แล้วหันไปจ้องหน้าสาวแสบด้วยแววตาอาฆาต

 

ภาวิกาเปิดประตูรถ ชูกุญแจขึ้นโบกพลางยิ้มเย้ยหวานหยด แล้วเจอกันนะคะที่รัก

 

เขากำหมัด กัดฟันแน่น เขม้นมองป้ายทะเบียนรถของเธอและจดมันไว้ในสมองด้วยความแค้นจัด ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างสะใจ

 

วันพระไม่ได้มีหนเดียว ฝากไว้ก่อนเถอะยายปีศาจชุดดำ เราเจอกันอีกแน่!’

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

6 ความคิดเห็น