รักเล่ห์ บุพเพลวง

ตอนที่ 28 : คอนที่ ๑๔ พยานคนสำคัญหรือนางมารร้ายจอมป่วน (๑)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 234
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    14 มิ.ย. 61

14

พยานคนสำคัญหรือนางมารร้ายจอมป่วน

(๑)

 

 

 

ขณะรอภาวิกาขึ้นไปเก็บของบนห้อง เตชิตก็ช่วยเก็บข้าวของที่ถูกรื้อค้นจนเกลื่อนพื้นโยนใส่ตะกร้าที่หาได้จากห้องเก็บของเป็นการฆ่าเวลา เขารู้ว่าหญิงสาวไม่เต็มใจรับความช่วยเหลือนัก หากที่ยอมก็เพราะเธอไม่มีทางเลือกอื่นเท่านั้นเอง

 

ผ่านไปร่วมชั่วโมงเจ้าของบ้านจึงลงบันไดมาพร้อมกระเป๋าเดินทางแบบหิ้วได้ใบหนึ่งซึ่งแค่เห็นลายก็รู้แล้วว่าติดแบรนด์ดังระดับโลก ชายหนุ่มเหลือบมองของใช้ จำเป็นของหญิงสาวด้วยสีหน้าที่แสดงออกถึงความประหลาดใจ

 

เขามองว่าภาวิกาเป็นพวกวัตถุนิยมขนานแท้ โดยวัดจากข้าวของเครื่องใช้และบ้านกับรถยนต์ที่เธอขับจึงไม่นึกว่าของที่หญิงสาวอยากเอาไปด้วยจะมีเพียงเท่านี้ 

 

“มีแค่นั้นเหรอ?”

 

“มีกระเป๋าข้างบนอีกสองใบ ฉันลากลงมาไม่ไหว คุณช่วยหน่อยสิ” เธอสั่งห้วนๆ แล้วหิ้วกระเป๋ามาวางบนโซฟา ก่อนจะก้มลงเก็บเศษแจกันบนพื้นใส่ถังขยะใบเล็กด้วยสีหน้าเป็นเดือดเป็นแค้น เมื่อความตื่นตระหนกตกใจหายไป ความเสียดายก็แทรกเข้ามาแทน

 

หญิงสาวนิยมใช้ข้าวของราคาแพงและต้องเป็นของแท้เท่านั้นเพราะมันทำให้เธอรู้สึกเท่าเทียมกับคนทั่วไปและเหนือกว่าใครอีกหลายคนในบางที แจกันที่แตกไปทั้งสามใบราคารวมกันแล้วมากกว่าเงินเดือนปัจจุบันของเธอเสียอีก เห็นชิ้นส่วนที่แตกกระจายไร้หนทางต่อติดแล้วจึงอดโมโหไม่ได้

 

ไอ้พวกบ้าเอ๊ย ถ้าเอาไปขายต่อนี่ได้เงินตั้งเท่าไหร่ เรื่องอะไรมาทำลายข้าวของดีๆ จนเสียหายหมด ตาไม่ถึงของจริงๆ

 

เตชิตกลอกตาเซ็ง แต่ก็ยอมขึ้นไปชั้นบนเพื่อช่วยขนข้าวของของหญิงสาวลงมาข้างล่าง และเมื่อเห็นกระเป๋าเดินทางแบบลากขนาดใหญ่...มากอีกสองใบวางรออยู่ใกล้ๆ ทางลงก็ถึงกับส่ายหน้า พึมพำอย่างปลงตก “นึกแล้วเชียว!

 

เขาลากกระเป๋าลงมาทีละใบจนเสร็จก็ตะโกนถามเสียงขุ่น “แน่ใจนะว่าทั้งหมดนี่คือของใช้จำเป็น?”

 

“จริงๆ ยังไม่หมด แต่เอาไปเท่านั้นก่อน วันหลังค่อยมาขนอีก”

 

คำตอบนั้นทำให้ชายหนุ่มพ่นลมหายใจอย่างเอือมระอา

 

เขาประชดต่างหากล่ะ แม่คุณเอ๊ย!

 

ถึงจะแอบบ่นในใจ แต่ชายหนุ่มก็รู้สึกดีมากกว่าที่เห็นภาวิกาคนเดิมกลับมาแล้ว ดวงตาวาววับที่จ้องมองเขาก่อนหน้านี้มันทำให้อดรู้สึกผิดไม่ได้ เขาไม่อยากมองทะลุเข้าไปจนถึงจิตใจส่วนลึกของเธอนักหรอก

 

ไม่มีความจำเป็นอะไรที่ต้องรู้จักกันมากขนาดนั้น เขาต้องการรับรู้เพียงว่าเธอมาเพื่อทำลายชีวิตเขา เมื่อถึงเวลาที่ทุกอย่างกลับเข้าสู่ภาวะปกติ เธอก็จะเดินจากไปเหมือนคนไม่เคยรู้จักกัน

 

แหงละ คงไม่มีใครอยากคบหากับคนที่เข้ามาเพื่อทำลายชีวิตตัวเองหรอก!

 

“พร้อมจะไปรึยังฮะ ป่านนี้แม่ผมเป็นห่วงแย่แล้ว”

 

“คุณโตแล้วนะ ไม่ใช่เด็กห้าขวบ กลับบ้านดึกแค่วันเดียวคงไม่เป็นไรมั้ง”

 

“ถ้าคุณลืม ผมจะเตือนความจำให้ ผมลงจากเครื่องตั้งแต่ตอนหัวค่ำ ป่านนี้ผมควรจะถึงบ้านแล้ว ไม่ใช่มาช่วยคุณย้ายบ้านอยู่แบบนี้”

 

“โอ๊ย...” การตอบโต้ของภาวิกามาในรูปแบบเสียงคราง

 

ชายหนุ่มหันไปมองก็เห็นเจ้าหล่อนสะบัดนิ้วเร่าๆ สีหน้าเหยเก เขาจึงเดินเข้าไปใกล้ เห็นปลายนิ้วเรียวมีเลือดไหลออกมาเป็นทางก็ส่ายหน้า บ่นพึม “ใครให้ใช้มือเก็บเศษกระเบื้องกันฮะ ไม้กวาดก็มีไม่รู้จักใช้ รีบไปทำแผล คุณทำผมเสียเวลาอีกแล้วนะ ลุกมานี่เลย”

 

เขาไม่พูดเปล่า คว้าข้อมือเล็กกระตุกให้ลุกขึ้นพลางมองหาห้องน้ำ เมื่อเจอเป้าหมายก็ลากร่างบางเข้าไปด้วยกันเพื่อล้างบาดแผลที่นิ้วให้สะอาดก่อนทำแผล หญิงสาวขืนตัวหนีพลางสะบัดข้อมือออกสุดชีวิตจึงถูกเขาตีแขนเผียะหนึ่งพร้อมเสียงดุ

 

“อยู่เฉยๆ น่า จะได้ไม่เสียเวลา”

 

“แผลเล็กนิดเดียว ฉันไม่เป็นไรหรอก” คนเจ็บเถียงพลางดึงมือกลับจนสำเร็จ และก่อนที่เขาจะคว้ามือเธอไปอีกครั้ง หญิงสาวก็ส่งปลายนิ้วชี้ที่มีแผลเข้าปากตัวเอง ก่อนจะดึงออกมา

 

“ทีนี้ก็แปะปลาสเตอร์ได้เลย”

 

เขามองเธออึ้งๆ ก่อนจะพึมพำเหมือนไม่รู้จะพูดอะไรมากกว่า “ก็ดี”

 

หญิงสาวเดินกลับไปหาปลาสเตอร์ที่ตู้ยาสามัญประจำบ้าน พอปิดแผลเสร็จแล้วก็หิ้วกระเป๋าเดินทางของตัวเองขึ้น หันไปสั่งเขา “รถฉันคันเล็กคงยัดเข้าไปไม่ได้ ใส่รถคุณแล้วกันนะ ฉันขอปิดบ้านก่อนแล้วจะตามออกไป”

 

ชายหนุ่มมุ่ยหน้า เขารู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นคนรับใช้ของเธอเรียบร้อยแล้ว แต่เพราะไม่อยากจะเสียเวลาเพิ่มขึ้นจึงลากกระเป๋าของภาวิกาอีกสองใบไปใส่รถโดยดี แม้หน้าตาจะบึ้งตึงแต่เขาก็ไม่บ่นสักคำ

 

ภาวิกาใช้แม่กุญแจอันใหม่ใส่ห่วงคล้องประตูไว้ ล็อกแล้วก็รีบหิ้วกระเป๋าตามเขาไปที่รถ ก่อนจะหันกลับมามองตัวบ้านด้วยแววตาเศร้าสร้อย

 

เธอไม่อยากทิ้งมันไว้แบบนี้แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไงดี พวกนั้นรู้ที่อยู่ของเธอแล้ว ต่อไปคงตามมาก่อกวนไม่จบสิ้นเว้นแต่ว่าเธอจะให้ในสิ่งที่พวกมันต้องการ

 

“จะฝากเรื่องกับยามหน้าหมู่บ้านก่อนไหม”

 

เสียงถามนั้นทำให้หญิงสาวหลุดจากภวังค์ รีบปรับสีหน้าให้เรียบเฉย

 

“พรุ่งนี้เป็นวันหยุดของฉัน ฉันจะแวะมาจัดการเอง”

 

“เดี๋ยวนะ คุณบอกว่าพรุ่งนี้ต้องทำงานไม่ใช่เหรอ?” คนความจำดีย้อนถามหน้ายุ่ง

 

“ฉันเคยพูดแบบนั้นด้วยเหรอ?” หญิงสาวทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้

 

ชายหนุ่มถอนใจพลางกลอกตาอย่างเซ็งจิต

 

ยายคนขี้ปดเอ๊ย เขาจะเชื่ออะไรเธอได้บ้างไหมนี่?

 

“งั้นก็ขึ้นรถเถอะ ขับตามผมมาก็แล้วกัน เร็วๆ ด้วยล่ะ ผมรีบกลับบ้าน” เขาตัดบทเสียงขุ่นก่อนจะเปิดประตูรถแล้วเข้าไปนั่งประจำตำแหน่งคนขับ

 

หญิงสาวถอนใจยาวก่อนจะเดินไปขึ้นรถของตัวเองแล้วขับตามเขาไป

 

ร่วมชั่วโมงจึงถึงคอนโดมิเนียมหรูติดแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อรู้ว่าที่ซุกหัวนอนชั่วคราวอยู่ในทำเลเยี่ยมยอดแบบนี้จึงค่อยรู้สึกดีขึ้นมาหน่อย อย่างน้อยวันนี้ก็ไม่ได้แย่ไปหมดซะทุกอย่าง...

 

ชายหนุ่มลากกระเป๋าทั้งสองใบของหญิงสาวเข้าไปด้านในและเธอก็หิ้วกระเป๋าถือเดินตามเงียบๆ ขึ้นลิฟต์ไปชั้นสี่สิบแปดจึงรู้ว่าทั้งชั้นมีประตูห้องพักเพียงสองบานอยู่คนละปีกตึก

 

“ทั้งชั้นมีแค่สองห้องเองเหรอ?” เธอถามอย่างนึกทึ่ง นั่นแปลว่าห้องชุดของเขาต้องใหญ่โตและราคาแพงมากทีเดียว บวกค่าทำเลเข้าไปอีกก็คำนวณตัวเลขไม่ค่อยจะถูกกันเลยละ แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรสำหรับทายาทคนเดียวของ Siam mart

 

ทำไมคนรวยก็รวยเอาๆ แต่คนจนกลับจนเอาๆ โลกนี้ช่างไม่มีความยุติธรรมเอาซะเลย เฮ้อ...

 

ไม่จำเป็นต้องตอบเพราะเห็นได้ชัดอยู่แล้ว เขาเดินนำไปยังประตูหนึ่งในสองบานที่เห็น ไขกุญแจและเปิดประตูลากกระเป๋าเข้าไปในห้อง คลำหาสวิตช์ เปิดไฟให้ห้องสว่างตา ก่อนจะยัดเยียดกุญแจทั้งพวงใส่มือเล็ก

 

“กุญแจห้อง อยู่ที่นี่ไปก่อนก็แล้วกัน พรุ่งนี้คุณหยุดงานใช่มั้ย”

 

“ฉันจะกลับไปจัดการเรื่องบ้าน”

 

“ครึ่งวันพอไหม?”

 

“อะไรครึ่งวัน?”

 

“ตอนบ่ายคุณต้องกลับมาที่นี่ ผมจะแวะมาพร้อมปริญญ์ หมายถึงถ้าเขาว่างน่ะนะ เข้าใจที่พูดใช่มั้ย” เขาจ้องหน้าเธออย่างขอคำยืนยัน

 

หญิงสาวถอนใจก่อนจะตอบง่ายๆ “เข้าใจแล้ว แค่นี้ใช่มั้ย?”

 

เขาพยักหน้าก่อนเดินนำหญิงสาวไปยังห้องพักของเธอ

 

“คุณใช้ห้องนอนเล็กไปก็แล้วกัน มันว่างอยู่แต่มีข้าวของเครื่องใช้ครบชุด ผมให้แม่บ้านมาทำความสะอาดอาทิตย์ละสองครั้ง มันสะอาดพอที่คุณจะนอนได้”

 

เธอมองตามแล้วพยักหน้ารับหงึกหงักโดยไม่พูดอะไร ชายหนุ่มจึงเดินนำไปที่ห้องครัว

 

“ห้องครัวนี่คุณสามารถทำอาหารได้ ถ้าไม่ว่างไปซื้อของก็วานแม่บ้านที่มาทำความสะอาดไปซื้อให้ก็ได้ ป้าแจ่มแกจะมาทุกวันจันทร์กับวันพฤหัสฯ”

 

“ฉันไม่ว่างทำอะไรกินหรอก ไม่ต้องห่วง รับรองว่าห้องครัวของคุณจะสะอาดเอี่ยมเหมือนใหม่จนถึงวันที่ฉันย้ายกลับ”

 

“เยี่ยม!” ชายหนุ่มประชดพลางปรายตามองหญิงสาวนิด

 

ไม่แปลกใจที่เธอไม่ชอบทำอาหาร ผู้หญิงสมัยใหม่จ๋าแถมยังติดหรูจัดอย่างภาวิกาคงชอบนั่งกินอาหารรสเลิศ ในร้านหรูๆ มากกว่าจะทนเป็นยายเพิ้งหน้ามันอยู่ในห้องครัวคราวละนานๆ

 

เขามาหยุดที่หน้าประตูห้องชุด แล้วกำชับ “คุณคงเข้าใจสถานการณ์ดีแล้วนะภาวิกา ตอนนี้คุณไม่ปลอดภัย ผมอยากให้คุณกลับไปจัดการเรื่องบ้านในช่วงเช้า ตอนบ่ายเราจะคุยกันอย่างจริงจัง จำไว้ให้ดี ตอนนี้ไม่ได้มีแค่ผมที่ต้องการตัวคุณ อย่าคิดทำอะไรโง่ๆ เจอกันพรุ่งนี้นะ”

 

เธอย่นจมูกพลางถอนใจหนักๆ ให้เขาได้ยิน ก่อนจะวาดมือไปรอบๆ ห้องพัก “ถึงจะไม่สะดวกสบายเท่าบ้านฉัน แต่ห้องคุณก็ดูกว้างใหญ่หรูหราดี ให้อยู่ที่นี่ซักพักก็พอทน ไม่ต้องห่วงหรอก ฉันชอบของดีที่ฟรีด้วย จะรีบกลับบ้านใช่มั้ย เชิญ”

 

เธอเปิดประตูไล่เจ้าของห้องพร้อมรอยยิ้มหวานจ๋อย

 

เขาจ้องหน้าหญิงสาวอยู่ครู่หนึ่งก็ยอมถอยออกไปโดยดี แต่ก่อนหันหลังจากไปยังไม่วายย้ำบอก “เจอกันพรุ่งนี้นะ”

 

หญิงสาวชักสีหน้ารำคาญ โบกมือไล่แล้วงับประตูปิดลงโดยไม่รีรอ ไม่แคร์ว่าเขาจะเป็นคนให้ที่ซุกหัวนอนชั่วคราว ก็เธอไม่ได้ขอตามมาซะหน่อยนี่ เขาอยากบังคับเธอมาเอง ฉะนั้นก็ไม่จำเป็นต้องพูดคำว่า ขอบคุณ

 

เมื่อล็อกห้องเรียบร้อยแล้วหญิงสาวก็ลากกระเป๋าเดินทางทั้งสองใบเข้าไปไว้ในห้องพักที่เตชิตบอกให้เธอใช้ได้

 

เธอรื้อค้นข้าวของเครื่องใช้ออกมาเท่าที่จำเป็นแล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำ เห็นว่ามีอ่างอาบน้ำด้วยจึงเปิดน้ำร้อนผสมกับน้ำเย็น นอนแช่น้ำอุ่นผ่อนคลายความตึงเครียดที่ได้เผชิญมาในวันนี้

 

เสียงโทรศัพท์มือถือของเธอดังขึ้นในตอนที่เดินออกมาจากห้องน้ำพอดี เมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์ของหวานใจจึงรีบกดรับสาย

 

“นอนรึยังครับวิกกี้”

 

เสียงทอดอ่อนที่ดังอยู่ข้างหูเรียกรอยยิ้มบางให้ผุดขึ้นบนใบหน้าสวยซึ้งแม้ปราศจากเครื่องสำอาง

 

“ยังค่ะ วิกกี้กำลังจะโทร. หาหมออยู่พอดีเลย จะนอนรึยังคะ”

 

“ครับ วันนี้ผมรู้สึกดีจัง แล้วคุณล่ะ โอเคไหม?”

 

“เรื่องอะไรคะ” หญิงสาวย้อนถามงงๆ ขณะเอนร่างลงบนฟูกนุ่มอย่างเกียจคร้าน

 

“ก็เรื่องที่คุณแม่เชิญคุณมาทานข้าวที่บ้านไงครับ ท่านชอบวิกกี้นะ แล้วคุณล่ะ ชอบแม่ผมรึเปล่า”

 

เธออมยิ้ม เห็นเขาดีใจจึงพูดเอาใจชายหนุ่มสักหน่อย “คุณหญิงเป็นแม่ของหมอ แล้วทำไมวิกกี้ถึงจะไม่ชอบล่ะคะ”

 

“ถ้าอย่างนั้นวันอาทิตย์นี้วิกกี้มาทานข้าวบ้านผมอีกนะ เป็นวันหยุดผมพอดี ตอนเช้าเราไปตลาดนัดจตุจักรกัน เย็นๆ ค่อยไปบ้านผม ตกลงนะครับ”

 

“จตุจักรเหรอคะ?” หญิงสาวดีดตัวลุกขึ้นนั่งกลางเตียง สีหน้ากระวนกระวายเต็มที่

 

“ครับ มีเพื่อนที่ผมอยากแนะนำให้วิกกี้รู้จัก เรานัดกันว่าจะไปเดินจตุจักร ดูอะไรที่น่าสนใจเผื่อจะเกิดไอเดียดีๆ แล้วเอาไปทำมั่ง เธอกำลังหาอะไรทำแก้เบื่อน่ะครับ”

 

“แล้วทำไมต้องเป็นจตุจักรล่ะคะ?” หญิงสาวทำหน้าแหยและกลอกตาเซ็ง

 

เธอไม่ใช่คนเรื่องมากอะไรหรอกนะ แต่ชอบเดินสวีตกับคนรักในห้างสรรพสินค้าตากแอร์เย็นฉ่ำมากกว่าเดินควงกันตากแดดร้อนเปรี้ยงๆ ของเมืองไทย เดตแบบนั้นต้องเดินไปเช็ดเหงื่อไป หมดสวยกันพอดี แถมอาจมีกลิ่นตัวมาช่วยเพิ่มบรรยากาศอีกด้วย

 

อี๋...ไม่น่าประทับใจอย่างแรง!

 

“ก็ที่นั่นมีอะไรให้ดูเยอะแยะนี่ครับ วิกกี้ไม่ชอบเหรอ?”

 

“หมอชอบเหรอคะ?” เธอย้อนถามบ้าง ใจคอไม่สู้ดีนัก

 

“ครับ ผมไปบ่อยถ้ามีเวลา”

 

คำตอบนั้นทำให้สาวสวยอยากกลั้นใจตาย ตั้งแต่รู้จักหมออิสระมาห้าเดือนและคบหาเป็นคนรู้ใจกันได้สามเดือน เธอรู้ว่าเขาเป็นผู้ชายใจดี โอบอ้อมอารีกับเพื่อนมนุษย์ แต่เพิ่งรู้วันนี้เองว่าคุณหมอรูปงามติดดินขนาดนี้ แบบนี้ก็แย่ เพราะเธอชอบอะไรที่มันไฮโซโก้หรูมากกว่า เฮ้อ...คนสวยเซ็ง!

 

“วิกกี้ไม่ชอบใช่ไหม งั้นไม่เป็นไรครับ ผมแวะไปรับคุณมาทานข้าวที่บ้านตอนเย็นเลยก็ได้ เสียดายที่เป็นวันหยุดทั้งที อยากอยู่กับวิกกี้ให้นานๆ แต่ผมดันนัดเพื่อนไว้แล้ว”

 

“ไม่ใช่ไม่ชอบนะคะหมอ วิกกี้เป็นคนง่ายๆ ค่ะ หมอว่าไงก็ว่าตามกัน แต่วันอาทิตย์นี้วิกกี้ต้องทำงานน่ะสิคะ จะเข้าเดือนที่สี่แล้ว ถ้าไม่โดนไล่ออกซะก่อนก็คงได้บรรจุเป็นพนักงานประจำกับเขามั่ง นี่วิกกี้ก็รอลุ้นคำสั่งอยู่ค่ะ ไว้ให้วิกกี้เลือกวันหยุดเองได้แล้วจะเลือกวันที่ตรงกับหมอนะคะ” เธอแก้ตัวด้วยน้ำเสียงประหนึ่งว่ากำลังเสียดายสุดแสน

 

จริงๆ ก็ไม่เท่าไรนักเพราะสถานที่นัดเดตไม่โดนใจ แต่หมออิสระก็มีเวลาให้เธอน้อยเหลือเกิน หากไม่รีบตะครุบโอกาสทองไว้ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไรจะได้ไปออกเดตกันตามประสาคู่รักอย่างจริงๆ จังๆ เสียที งานนี้เลยต้องฝืนใจเล็กน้อยเพื่อผลกำไรที่คุ้มค่ากว่า แกล้งเล่นตัวนิดหน่อยให้เขาตื๊อ ได้อารมณ์คู่รักหวานแหววดี แบบนี้คนสวยชอบ!

 

“งั้นไว้คราวหน้าเราค่อยหาโอกาสไปด้วยกันใหม่ก็ได้ครับ ผมจะรอให้เรามีวันหยุดตรงกันนะ”

 

“คะ?” เมื่อหมอไม่ยอมตื๊อ คนสวยเลยงงเต้กและมึนตึ้บจนแทบพลัดตกเตียง

 

“ผมไม่อยากทำให้วิกกี้เสียงานครับ เดี๋ยวผมไปกับเพื่อนสองคนก็ได้”

 

“เอ่อ...”

 

“ไม่ต้องคิดมากนะครับ ผมเข้าใจ ไว้เย็นวันอาทิตย์ผมจะไปรับวิกกี้ที่โรงแรมนะ คราวนี้ให้ผมขับรถไปส่งคุณดีกว่า ตกลงตามนี้นะวิกกี้ นอนเถอะ ดึกแล้ว ผมเองก็จะนอนเหมือนกัน กูดไนต์ครับ”

 

คุณหมอวางสายไปแล้ว ภาวิกาได้แต่นั่งมึนอยู่กลางเตียงอย่างพูดอะไรไม่ออก สรุปแล้วเธอเป็นคนทำลายโอกาสทองในการออกเดตกับหวานใจสุดหล่อด้วยตัวเองใช่ไหม?!?

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

6 ความคิดเห็น