รักเล่ห์ บุพเพลวง

ตอนที่ 19 : ตอนที่ ๙ แผนคุกคาม IV : ความลับ (๒)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 285
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    5 มิ.ย. 61

 

9

แผนคุกคาม IV :: ความลับ

(๒)

 

 

“นั่งลงเถอะน่า ไม่ต้องตื่นเต้นดีใจขนาดนี้ก็ได้”

 

ชายหนุ่มอมยิ้มพลางกดไหล่บางบังคับให้หญิงสาวนั่งลงที่เก้าอี้ตัวในติดผนังกระจก ส่วนตัวเองก็นั่งแหมะลงข้างกันเพื่อปิดกั้นหนทางหนีของแม่สาวนักแสดงคนเก่ง

 

งานนี้เธอเสร็จฉันแน่ยายตัวแสบเอ๋ย หึๆๆ

 

มุกตาภาเริ่มรู้สึกว่าตัวเองมาไม่ถูกจังหวะ ท่าทางฮึดฮัดของภาวิกาบอกชัดว่าสิ่งสุดท้ายในโลกที่เจ้าหล่อนปรารถนาคือการได้พบเธอที่นี่ หญิงสาวยิ้มเจื่อนขณะทำลายความกระอักกระอ่วนของบรรยากาศลง “ฉันได้ยินว่าเธอเป็นประชาสัมพันธ์ที่โรงแรมมณีดิน ยินดีด้วยนะ เธอคงสบายดีใช่มั้ย”

 

คนถูกถามผินหน้าไปมองกระจกใสข้างๆ เท้าศอกไว้บนโต๊ะ ใช้มือปิดหน้า บีบนวดขมับตัวเองก่อนจะหลับตาลงอย่างหมดอาลัยตายอยาก รู้สึกจนมุมอย่างหนัก

 

“วิกานี่เสียมารยาทจัง คุณมุกคุยด้วย ทำไมยังเฉยอีกล่ะ ตอบเพื่อนหน่อยสิ ไม่เจอกันตั้งนานไม่ใช่เหรอ”

 

ชื่อเล่นที่ไม่มีใครเรียกขานมานานนับปีแล้วแต่ตอนนี้มันหลุดออกมาจากปากของศัตรูหมายเลขหนึ่งของเธอทำให้หญิงสาวสะดุ้งเหมือนถูกเข็มทิ่มนิ้ว แต่สิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่ากำลังจะเกิดขึ้น เมื่อชายหนุ่มรูปร่างสูงเพรียวในชุดเสื้อเชิ้ตสีสะอาดกับกางเกงสแล็คกำลังจะเดินเข้ามาในร้านภายในสองนาทีนี้

 

“หมอ!” หญิงสาวร้องลั่น นั่งหลังตรง ดวงตาเบิกกว้าง

 

มุกตาภาสำเหนียกถึงความผิดปกติร้ายแรงจึงรีบขอตัว “ดีใจนะที่ได้เจอเธอวันนี้ แค่อยากมาทักทายเท่านั้นแหละ ถ้าเธอว่างก็โทร. หาฉันบ้างนะ ฉันให้นามบัตรคุณเตเอาไว้แล้ว ฉันจะรอโทรศัพท์จากเธอนะวิกา ขอตัวก่อนนะคะคุณเต”

 

หญิงสาวยิ้มให้ผู้ชายที่อยู่เคียงข้างภาวิกาอย่างเป็นมิตร เข้าใจว่าเตชิตเป็นคนรักของเพื่อนเพราะเห็นท่าทางเขาเอาใจใส่ภาวิกามากจึงรู้สึกชื่นชมชายหนุ่มที่ทำให้เพื่อนเธอเปิดใจยอมรับคนอื่นได้สำเร็จ นั่นแปลว่าเขาต้องมีความอดทนมากทีเดียว

 

“คุณน่าจะอยู่คุยกับวิกาอีกหน่อยนะครับ” เขาทำสีหน้าเสียดายแทน

 

“วันนี้งานฉันเลิกงานเร็วเลยแวะมารอสามีกลับบ้านพร้อมกันค่ะ เขาทำงานที่ตึกใกล้ๆ นี่เอง ป่านนี้คงรอแย่แล้ว ฉันรีบกลับดีกว่า หวังว่าโอกาสหน้าคงได้พบกันอีกนะคะ ไปก่อนนะวิกา”

 

มุกตาภาหันไปส่งยิ้มให้ภาวิกาอีกครั้ง แต่ฝ่ายนั้นก็ยังนิ่งเฉย ไม่แม้แต่จะหันมาสบตากันด้วยซ้ำทำให้รอยยิ้มของเธอจืดเจื่อนลง

 

เตชิตมองสีหน้าผิดหวังของมุกตาภาแล้วก็อดเห็นใจไม่ได้ เขาจึงเป็นคนกล่าวลาแทน “ไว้คราวหน้าเจอกันใหม่นะครับคุณมุก”

 

“ค่ะ หวังว่าจะได้ยินข่าวดีของคุณกับวิกาเร็วๆ นี้นะคะ”

 

คำพูดสุดท้ายของมุกตาภาเล่นเอาเตชิตหุบยิ้มแทบไม่ทัน รู้สึกคันปากยิบๆ อยากบอกให้เธอรู้ว่าเข้าใจผิดไปกันใหญ่แล้ว คนอย่างเขาไม่มีทางตาถั่วขนาดจะคว้าผู้หญิงที่ไม่มีอะไรดีสักอย่างมาเป็นคนรักเด็ดขาด ต่อให้ทั้งโลกเหลือผู้หญิงอยู่คนเดียว เขาก็ขอสละสิทธิ์!

 

“ท่าทางจะไม่ได้เจอกันนานแล้วจริงๆ นะ ถึงได้ไม่รู้ว่าคุณเปลี่ยนชื่อเล่นและกำลังคบกับหมออิสระอยู่ ถ้าหมอรู้ว่าคุณไม่ได้ชื่อวิกกี้แล้วเขาจะว่ายังไงน้า ผมสงสัยจริงๆ” เตชิตกระซิบถามคนที่ยังนั่งตัวแข็งเป็นท่อนไม้ด้วยน้ำเสียงท้าทาย

 

หญิงสาวหันขวับ จิกตาจ้องเขาอย่างเกลียดชังเข้าเส้นเลือด “หุบปากไปเลยนะ ถ้าฉันพังคุณก็พังด้วย อย่าคิดว่าจะขู่ฉันได้”

 

ชายหนุ่มไหวไหล่ ทำหน้ากวน “ผมพังไปแล้ว แต่คุณ...กำลังจะพัง!

 

สิ้นเสียงนั้นเขาก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เปิดยิ้มและโบกมือทักทายคุณหมอรูปหล่อที่ผลักประตูกระจกเข้ามาพอดี “ทางนี้ครับหมอ”

 

ในขณะที่เตชิตขยับไปนั่งฝั่งตรงข้ามเพื่อเว้นที่ว่างให้หมออิสระนั่งข้างภาวิกา หญิงสาวก็มองหน้าเขาพลางกัดฟันบอกเสียงเบาแสนเบาแต่จับใจความได้ว่า “ฉันยอมแพ้”

 

ชายหนุ่มอมยิ้มอย่างผู้ชนะ แล้วหมออิสระก็เดินมาถึงโต๊ะพอดี “นั่งก่อนครับหมอ ผมสั่งอาหารไปแล้ว อีกเดี๋ยวคงทยอยมาเสิร์ฟ”

 

ภาวิกาปรับสีหน้าเสียใหม่แล้วหันไปยิ้มหวานให้คนรัก “วิกกี้ว่าจะไปหาหมอที่โรงพยาบาลอยู่เลยค่ะ โชคดีที่คุณเตบอกว่านัดหมอมาที่นี่แล้ว”

 

คุณหมอหนุ่มนั่งลงข้างคนรัก สีหน้าของเขาสงบนิ่ง ไม่บ่งบอกว่าอยู่ในอารมณ์ไหน จนกระทั่งเขายอมเปิดปาก “ผมก็คิดว่าจะไปหาคุณที่โรงแรมเหมือนกัน พอดีคุณเตโทร. หาก่อนก็เลยแวะมาที่นี่เลย”

 

“หมอไม่โกรธวิกกี้ใช่มั้ยคะ เรื่องมันไม่ได้มีอะไรเลยนะ จริงๆ แล้ว...”

 

“ผมทราบแล้วครับ คุณเตบอกผมหมดแล้ว ผมเองก็ต้องขอโทษวิกกี้ด้วยที่เมื่อคืนใจร้อนมากเกินไป” หมออิสระส่งยิ้มนุ่มนวลให้หญิงสาว ในแววตาบอกชัดว่าเสียใจ

 

“หมอไม่โกรธวิกกี้แล้วจริงๆ นะคะ”

 

เธอยิ้มเจื่อน แอบชำเลืองมองเตชิตด้วยความพิศวง เห็นเขายักคิ้วหลิ่วตาให้อย่างกวนประสาทก็อดจะส่งค้อนตอบโต้ไม่ได้

 

อีตาบ้า เคลียร์ปัญหาให้ฉันแล้วก็ไม่บอก ปล่อยให้ฉันร้อนใจอยู่ได้ ไอ้คนกวนประสาท!’

 

“ครับ ผมมารู้ตัวว่าใจร้อนเกินไปก็ตอนที่กลับถึงบ้านแล้ว แถมคุณเตยังเล่าให้ฟังอีกว่าทำไมเมื่อคืนต้องไปหาคุณ แล้วก็บอกด้วยว่าทำไมคุณถึงไม่บอกผมตรงๆ”

 

“งั้นทำไมหมอต้องปิดมือถือหนีวิกกี้ด้วยล่ะคะ วิกกี้โทร. หาตั้งหลายรอบ” เธอถามอย่างน้อยใจแกมงุนงง

 

“แบตหมดครับ กว่าจะรู้ก็ตอนบ่ายของอีกวันแล้ว งานผมยุ่งแต่เช้า พยาบาลบอกว่าโทร. เข้ามือถือผมไม่ติดถึงได้หยิบมันขึ้นมาดู พอชาร์จแบตเปิดเครื่องคุณเตก็โทร. มาอธิบาย รู้ทุกอย่างแล้วผมก็คิดจะโทร. หาคุณ แต่คุณเตบอกว่านัดคุณให้แล้ว ผมเลยอดใจรอและตั้งใจมาขอโทษต่อหน้า ผมขอโทษนะวิกกี้ ผมน่าจะเชื่อใจคุณมากกว่านี้”

 

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะหมอ วิกกี้เองก็ไม่ได้บอกหมอก่อนว่าอยู่กับคุณเต เป็นใครเห็นแบบนั้นก็เข้าใจผิดได้เหมือนกัน วิกกี้ขอโทษนะคะ” หญิงสาวเอออวยไปตามน้ำทั้งที่ไม่รู้ว่าเตชิตพูดอะไรกับหวานใจของเธอกันแน่

 

“ผมเองก็ผิดด้วย” หมอไม่ยอมให้คนรักรับผิดไปทั้งหมด

 

ภาวิกายิ้มหวาน ปลื้มเปรมใจ ลืมสิ้นว่ายังมีเพื่อนร่วมโต๊ะอีกคนนั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้

 

เตชิตเบะปากเมื่อเห็นหญิงสาวออดอ้อนคนรักต่อหน้าต่อตาเขา ประการแรกมันแทงใจดำคนถูกทิ้ง ประการที่สองเขารับความลวงโลกของแม่นางละครจอมแสบไม่ได้จึงกระแอมกระไอเรียกร้องความสนใจจากคนทั้งสอง

 

“เอ่อ...ขอโทษด้วยครับคุณเต ต้องขอบคุณจริงๆ ที่ยอมเล่าความจริงให้ผมฟัง” คุณหมอหันไปพูดกับเตชิตด้วยทางเขินๆ ที่แม้แต่อีกฝ่ายยังต้องยอมรับว่าหมอหนุ่มผู้นี้เขินได้น่ารักดีแท้

 

มิน่าล่ะ ยายตัวแสบถึงได้หลงหัวปักหัวปำ!’

 

“ไม่เป็นไรครับ ผมเองก็มีเรื่องอยากให้หมอช่วยด้วยเหมือนกัน”

 

“เรื่องคุณมิ้งใช่มั้ยครับ”

 

เตชิตยิ้มกว้าง แต่ภาวิกาขำไม่ออก หญิงสาวถลึงตาปรามเขาจนดวงตาแทบถลนออกมานอกเบ้า หากอีกฝ่ายก็หาได้ใส่ใจไม่

 

“ใช่ครับ ผมอยากให้หมอช่วยนัดมิ้งออกมาพบผมหน่อย ถ้าผมนัดเอง

 

เธอต้องไม่ยอมมาแน่ๆ”

 

“คุณมีหลักฐานยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเองแน่นะครับ ผมยังมองไม่เห็นทางออกเลย” หมออิสระพูดอย่างไม่สบายใจ

 

“อาหารมาแล้วค่ะ เราลงมือกันเลยนะ วิกกี้หิ๊วหิว” ภาวิกาเบี่ยงเบนความสนใจเมื่อบริกรทยอยนำอาหารมาเสิร์ฟจนเต็มโต๊ะ เธอต้องหาทางยุติหัวข้ออันตรายนี้ให้ได้

 

เตชิตจำต้องรับข้อเสนอกินไปคุยไปเพราะเขาเป็นคนสั่งอาหารมาเอง “ผมมีหลักฐานที่ชัดเจนมากครับหมอ ขอแค่โอกาสให้มิ้งยอมรับฟังเท่านั้น”

 

“แล้วหลักฐานที่ว่ามันคืออะไรกันแน่ครับ พอจะบอกผมได้ไหม ผมอยากมั่นใจว่าคุณไม่ได้หลอกคุณมิ้งจริงๆ” เขาค่อนข้างเป็นห่วงความรู้สึกของมนสิการ์ เพราะคิดว่าเธอเปราะบาง ไม่ควรต้องเจอเรื่องกระทบกระเทือนจิตใจ

 

“คือว่า...”

 

ภาวิกาปัดแก้วน้ำมะนาวหกลงบนตักของคุณหมอรูปหล่อก่อนที่เตชิตจะพูดอะไรไปมากกว่านั้น แล้วแสร้งทำหน้าสำนึกผิด ขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่ “วิกกี้นี่ซุ่มซ่ามจริงๆ ขอโทษด้วยนะคะ หมอไม่เป็นไรนะ”

 

“ไม่เป็นไรครับ งั้นผมขอตัวไปเข้าห้องน้ำแป๊บนึง เดี๋ยวเราค่อยคุยกันต่อนะครับคุณเต” คุณหมอใช้กระดาษทิชชูซับน้ำมะนาวที่กางเกง ก่อนจะลุกไปเข้าห้องน้ำโดยเร็ว

 

เตชิตหันมาแยกเขี้ยวใส่คนที่อมยิ้มหน้าบานและกำลังตักอาหารเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย “ผมรู้นะว่าคุณจงใจ”

 

“เหรอ?” เธอทำไม่รู้ไม่ชี้ เคี้ยวอาหารตุ้ยๆ ก่อนจะกลืนแล้วค่อยพูดต่อ “แล้วไง คุณจะทำไมฉัน?”

 

“ผมก็จะบอกหมอว่าคุณไม่ได้ชื่อวิกกี้น่ะสิ” เขาขู่เสียงเย็น

 

ภาวิการู้สึกเสียวสันหลังวาบๆ และเธอไม่ชอบสถานการณ์แบบนี้เลย หญิงสาวชอบเป็นฝ่ายเหนือกว่าจึงลองใช้จิตวิทยาเข้าช่วย

 

“ก็เอาซี่ แค่ชื่อเล่นไม่เห็นเป็นเรื่องใหญ่อะไร ฟ้องเลย กลัวตายละ”

 

“ชื่อเล่นน่ะไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่คุณจะเสี่ยงกับความไว้ใจของหมอเหรอ ถ้าเขารู้ว่าคุณโกหกแม้แต่ชื่อเล่น ต่อไปเขาจะไม่กล้าเชื่อใจคุณอีก ผมพนันหมดตัวเลยว่าคุณต้องมีความลับอีกหลายอย่างที่ไม่ได้บอกหมอ อยากเสี่ยงก็เอา ผมจัดให้ได้” เขายักคิ้วท้าทาย รู้ดีว่าเธอไม่กล้าแน่

 

หญิงสาวขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างหงุดหงิด จิตวิทยาของเธอไม่ได้ผล

 

“เอาไง เดี๋ยวหมอกลับมาผมจะได้บอกเขาให้” เขาถามยิ้มๆ ยิ่งเห็นเธอโกรธหน้าดำหน้าแดงก็ยิ่งสะใจ

 

“หลักฐานบ้าบออะไรของคุณ คุณไม่ได้บอกหมอใช่มั้ยว่าฉันคืออลิซ?” เธอกระแทกเสียงถามอย่างยอมแพ้ทั้งที่ไม่เต็มใจ

 

ชายหนุ่มอมยิ้มมุมปาก “ผมรู้น่าว่าควรจะพูดอะไร เชื่อใจผมสิ เราต้องร่วมมือกัน”

 

“ร่วมมือกับคนที่หลอกให้ฉันทุบเครื่องเล่นซีดีราคาเป็นหมื่นของตัวเองทิ้งเนี่ยนะ เฮอะ!” เธอทำเสียงเยาะในลำคอ

 

“คุณเล่นตุกติกกับผมก่อน อย่าลืม” เขาเตือนเสียงเครียด สีหน้าและแววตาจริงจังมากถึงมากที่สุด

 

“ก็นั่นมันชีวิตทั้งชีวิตของฉันนี่ ถ้าเป็นคุณจะทำยังไงฮะ?”

 

“ผมก็จะไม่ทำลายงานแต่งงานของใครเพียงเพราะเงินน่ะสิ”

 

“คุณไม่รู้อะไรอย่าพูดดีกว่า” หญิงสาวขึ้นเสียงอย่างลืมตัว สีหน้าโกรธจัดราวกับเขาแตะต้องอะไรบางอย่างที่เธอหวงแหนสุดชีวิต

 

“งั้นก็บอกมาสิ ผมจะได้รู้ความจริง ใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้” เขาเริ่มใช้เสียงเครียดและเข้มขึ้นทุกที ความอดทนของคนมักจะมีขีดจำกัดโดยเฉพาะคนเลือดร้อน

 

หญิงสาวชะงักเหมือนเพิ่งจะได้สติ เธอสบตาคมเข้มด้วยความสับสน ชั่วแวบหนึ่งที่เตชิตรู้สึกว่ามีความเห็นใจแฝงอยู่ในแววตาของหญิงสาว นั่นทำให้

 

เขาสงสัยและอยากรู้มากยิ่งขึ้น

 

“ใครกันแน่ภาวิกา คุณรู้ใช่มั้ย?”

 

หมออิสระเดินกลับมาในจังหวะนั้นพร้อมเอ่ยขึ้นอย่างเสียใจ “ขอโทษด้วยนะครับ กางเกงผมเปียกเยอะมากเลยต้องใช้เวลานานซักหน่อย นี่ก็ยังรู้สึกเหนียวเหนอะหนะไม่หาย เอาเป็นว่าเราค่อยคุยกันเรื่องนี้อีกทีดีไหม วันนี้ผมขอตัวกลับก่อนดีกว่า ขอโทษจริงๆ นะครับ”

 

เตชิตกับภาวิกาต่างละสายจากกันและกันแล้วหันไปมองคุณหมอรูปหล่อเป็นจุดเดียว

 

“ไม่เป็นไรครับ แล้วเราค่อยนัดกันอีกทีก็ได้” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มบางๆ มีเรื่องอื่นที่เขาชักจะสนใจมากกว่าการขอความช่วยเหลือจากหมออิสระแล้ว

 

“งั้นวิกกี้...”

 

“เดี๋ยวผมไปส่งวิกกี้เองครับ หมอรีบกลับบ้านเถอะ ไม่ต้องห่วงหรอก” เตชิตตัดหน้าภาวิกาก่อนที่หญิงสาวจะชิ่งหนีเขาได้สำเร็จ

 

“เอ่อ...”

 

“ไม่เป็นไรครับวิกกี้ ผมเข้าใจทุกอย่างดีแล้ว คุณทานข้าวกับคุณเตเถอะ รับรองว่าผมไม่หึงหน้ามืดอีกแน่นอน ผมไปนะครับ กลับบ้านดีๆ ล่ะ” คุณหมออนามัยจัดรีบออกตัวเพื่อไม่ให้คนรักลำบากใจ

 

เมื่อหวานใจสุดหล่อเข้าใจผิดไปคนละเรื่อง ภาวิกาจึงได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ อย่างสิ้นหวัง คร่ำครวญอยู่เพียงในใจ

 

หมอนะหมอ จะหึงต่ออีกหน่อยก็ไม่ได้ รู้มั้ยว่าการอยู่กับไอ้หมอนี่มันเป็นอันตรายต่อหวานใจของหมอแค่ไหน อนาคตความรักของเราขึ้นอยู่กับเขาคนเดียวเลยนะคะหมอ ฮือๆๆ...

 

เตชิตอมยิ้มมุมปากและตอกย้ำถึงความพ่ายแพ้ของหญิงสาว “คุณสลัดผมไม่หลุดแน่ อย่าเสียเวลาเลย”

 

เธอถลึงตาขุ่นขึ้งใส่เขาอย่างแค้นใจ ก่อนจะระบายอารมณ์ด้วยการกิน กิน และกินจนปากไม่ว่างตอบคำถามที่เขาอยากจะรู้เต็มแก่นั่น

 

ถ้าคิดว่าฉันจะหักหลังนายจ้างง่ายๆ ละก็...ผิดถนัดเลยละนายเตชิต นายยังรู้จักฉันน้อยไป!’

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

6 ความคิดเห็น