รักเล่ห์ บุพเพลวง

ตอนที่ 17 : ตอนที่ ๘ แผนคุกคาม III : ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว (๒)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 276
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    31 พ.ค. 61

 

8

แผนคุกคาม III :: ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว

(๒)

 

 

“ภาวิกา...” เขาลากเสียงเย็นเยียบกดดันให้เธอรับปาก

 

“ก็ได้ ฉันไม่มีทางเลือกอยู่แล้วนี่ ถ้าแฟนคุณยอมออกมาพบ ฉันก็จะช่วยอธิบายให้เธอเข้าใจ แต่ถ้าฉันช่วยพูดแล้วคุณต้องลบไฟล์เสียงที่อัดไว้ในมือถือด้วย นี่คือเงื่อนไขของฉัน” หญิงสาวกัดฟันยื่นคำขาดเพื่อทำลายหลักฐานที่จะทำให้หมออิสระล่วงรู้ถึงความร้ายกาจของเธอ

 

เป็นตายร้ายดีก็จะให้หมอรู้ไม่ได้เด็ดขาด!

 

“ไม่มีปัญหา ผมจะลบมันทิ้งเมื่อคุณยอมไปอธิบายเรื่องจริงกับมิ้ง ผมไม่โกงแน่ถ้าคุณไม่เริ่มก่อน” เขารับปากง่ายดาย เพราะเสียงที่บันทึกไว้ไม่อาจสาวไปถึงคนบงการได้

 

“คุณหาทางคุยกับเธอให้ได้ก่อน แล้วค่อยติดต่อฉันมาอีกที ระหว่างนี้อย่าได้โผล่หน้ามาให้เห็นเชียว เพราะมันจะทำให้ฉันอารมณ์เสีย เข้าใจมั้ย?”

 

“ล้อเล่นน่า ถ้าผมปล่อยให้คุณคลาดสายตาคุณต้องหนีไปอีกแน่ จนกว่าเรื่องนี้จะเคลียร์ ผมจะคอยจับตาดูคุณทุกฝีก้าว ถ้าเห็นหน้าผมแล้วอารมณ์ไม่ดีมันก็เป็นปัญหาที่คุณต้องจัดการเอง”

 

ชายหนุ่มไหวไหล่ เขาไม่ใจดีกับภาวิกาแน่

 

“บ้าน่า คุณไม่มีงานมีการทำรึไง!” เสียงนั้นบอกชัดว่าไม่ใช่คำถาม

 

เขายิ้มเครียดๆ “ก็เพราะใครล่ะ ที่ทำให้ผมถูกพักงานน่ะ”

 

ภาวิกาโมโหจนแทบกระอักเลือด แต่ก็ทำได้แค่พ่นลมหายใจยาวและกลอกตาเซ็ง ถ้าต้องทนเห็นหน้าเขาติดกันเกินสามวันเธอต้องเป็นโรคประสาทหรือไม่ก็เส้นเลือดในสมองแตกตายแน่

 

คิดหาหนทางอยู่ครู่หนึ่งก็ยิ้มออก หันมาพูดกับเขาด้วยเสียงที่พยายามให้ฟังดูใจเย็น แม้จะไม่ประสบผลสำเร็จนักก็เถอะ “คุณจะเอาเวลาว่างไปทำอะไรก็ตามใจ จะง้อแฟนหรือไปอธิบายให้หมอเข้าใจฉันก็ได้ แต่ไม่ใช่มาคอยตามฉันต้อยๆ บ้านฉันอยู่นี่ ไม่หนีไปไหนหรอกน่า อย่าวิตกจริตไปหน่อยเลย”

 

คนวิตกจริตโดยไม่รู้ตัวถึงกับควันออกหู “ผมไม่ได้วิตกจริต แต่ผมไม่ไว้ใจคุณ ในขณะที่ผมพยายามคุยกับหมอ คุณอาจกำลังวางแผนร้ายอยู่ก็ได้ คุณต้องอยู่ในสายตาผมตลอดเวลา หรือถ้าผมมีธุระจริงๆ คุณก็ต้องรายงานตัวว่าอยู่ที่ไหนและกำลังทำอะไร เข้าใจไหม”

 

“ฉันไม่ใช่อาชญากรนะ คุณจะคุกคามชีวิตส่วนตัวของฉันมากเกินไปแล้ว” หญิงสาวแผดเสียงลั่นบ้าน ไม่เคยมีใครสั่งเธอได้ เว้นแต่คนผู้นั้นจะมีเงินก้อนโตให้เธอเป็นการตอบแทน

 

“อีกเดี๋ยวเราจะได้รู้กัน เพื่อนผมกำลังสืบประวัติของคุณโดยละเอียด” เขายิ้มอย่างเป็นต่อ

 

หญิงสาวกัดฟันกรอด พยายามสุดชีวิตที่จะไม่กรีดร้องเหมือนคนบ้า แต่ผู้ชายคนนี้กำลังจะทำให้เธอสติแตก

 

“คืนซีดีมาให้ผม มันเป็นหลักฐานทางกฎหมาย ถ้าคุณเล่นตุกติก ผมจะส่งซีดีนั่นให้เพื่อนเอาไปจัดการต่อ” เขายื่นมือไปข้างหน้าหญิงสาวเพื่อขอคืนหลักฐานชิ้นสำคัญ

 

เธอเหลือบมองไปยังเครื่องเล่นซีดีที่วางบนชั้นใต้โทรทัศน์ ก่อนจะหันกลับมาเชิดหน้าใส่เขา “ไม่ ฉันไม่คืนให้เด็ดขาด หลักฐานที่คุณมีในตอนนี้ก็มัดตัวฉันจนดิ้นไม่หลุดอยู่แล้ว จะเอายังไงอีกฮะ”

 

“ผมขอคืนดีๆ นะ เอามา” เขาใช้เสียงเย็นข่มขู่ เพราะเท่าที่สังเกตดู ความใจร้อนและรุนแรงจะยิ่งทำให้ภาวิกาตอบโต้กลับมาอย่างรุนแรงมากขึ้นซึ่งนั่นไม่เป็นผลดีต่อเขา

 

“ไม่” เธอยืนยันหนักแน่น ไม่มีทางคืนซีดีให้เขาเด็ดขาด ลำพังเสียงที่บันทึกในมือถือของเขาก็ทำลายชีวิตเธอได้แล้ว

 

“ผมรู้นะว่าตอนนี้คุณทำลายสำเนาบัตรประชาชนปลอมไปแล้ว เพราะฉะนั้นคืนซีดีมาให้ผม” เขากอดอก จ้องตาเธอนิ่งๆ ต่างคนต่างวัดใจว่าใครจะแน่กว่ากัน

 

หญิงสาวเชิดหน้า จ้องตอบอย่างไม่เกรงกลัว “ไม่!

 

“แน่ใจ?”

 

“ที่สุดในโลก”

 

“ดี” เขาตอบเท่านั้นก็ย่างสามขุมไปที่รีโมตคอนโทรลของเครื่องเล่นซีดี

 

ภาวิกาวิ่งแจ้นไปถอดปลั๊กไฟออกจนหมด ถึงเขามีรีโมตก็เปิดเอาแผ่นซีดีออกมาไม่ได้ เธอกำปลั๊กไฟแน่นพลางเชิดหน้าอย่างถือดี

 

เตชิตยิ้มเครียดๆ พยักหน้าขึ้นลงหงึกหงักทั้งที่ยังปักหลักอยู่ที่เดิม

 

ดวงตาสองคู่ประสานกันอย่างแน่วแน่ รอจังหวะว่าเมื่อไรอีกฝ่ายจะขยับตัว แล้วคนที่เริ่มเคลื่อนไหวก่อนก็เป็นฝ่ายชาย ร่างสูงพุ่งเข้าไปหาเจ้าของบ้าน ในขณะที่หญิงสาวก้าวถอยหลังไปยืนชิดผนังโดยไม่รู้ตัวและในมือก็ยังกำปลั๊กไฟไว้แน่น

 

เขาไม่มองปลั๊กไฟในมือเธอด้วยซ้ำแต่ฉวยเอาเครื่องเล่นซีดีขึ้นมาถือไว้จนคนที่มีปลั๊กไฟต้องถลาตามแรงกระชากด้วยกลัวว่าข้าวของของตนจะเสียหาย

 

“คุณจะทำอะไร?”

 

เขาหรี่ตาพร้อมรอยยิ้มชั่วร้าย “จะเอาไปทั้งเครื่องนี่แหละ”

 

สิ้นคำประกาศนั้นเขาก็หอบเครื่องเล่นซีดีเดินหันหลังออกจากบ้านไป ภาวิกากัดฟันกรอด วิ่งตามไปติดๆ เพื่อแย่งหลักฐานในเครื่องกลับมา

 

“เอาคืนมานะ ไม่งั้นฉันจะแจ้งความว่าคุณขโมยของ” เธอขู่อย่างร้อนรนขณะก้าวเร็วๆ ตามเขาออกไปที่ประตูรั้ว

 

ชายหนุ่มยังคงเดินต่อไปอย่างไม่สะทกสะท้าน “คุณไม่อยากให้ตำรวจเข้ามาเกี่ยวข้องหรอก ผมรู้ว่าคุณฉลาดพอ”

 

“ไอ้คนบ้า ไอ้คนนิสัยไม่ดี เอาของของฉันคืนมานะ!” เธอร้องลั่น เข้าไปยื้อยุดเครื่องเล่นซีดีคืนจากเขาเพราะเล็งเห็นแล้วว่าอีกฝ่ายไม่ยอมคืนดีๆ แน่

 

“ไม่” เขาว่าพลางชูของที่เธอต้องการขึ้นสุดแขน เพราะภาวิกาตัวเล็กกว่าจึงต้องกระโดดหย็องแหย็งเหมือนลูกแมวไล่จับขนนกที่ผู้เป็นเจ้าของแกว่งไกวไปมาจนเหนื่อยหอบ

 

“อ๊าย! เอาคืนมานะ เอาคืนมาเดี๋ยวนี้” เธอกรีดร้องด้วยความคับแค้นใจที่กระโดดยังไงก็คว้าเครื่องเล่นซีดีกลับมาไม่ได้สักที

 

เตชิตหัวเราะอย่างขบขัน ในขณะที่มองลูกแมวน้อยกระเสือกกระสนดิ้นรนจนหัวหมุนเพื่อไล่คว้าของเล่นที่เขาใช้หลอกล่อมันให้กระโดดไปทางนั้นทีทางนี้ทีอย่างสนุกสนาน

 

หญิงสาวหยุดอยู่กับที่ จ้องหน้าเขาอย่างเกลียดชังพลางหอบหายใจหนักๆ อย่างเหนื่อยล้า ยิ่งเห็นชายหนุ่มหัวเราะเยาะด้วยความสะใจก็ยิ่งโมโหหน้าดำหน้าแดง ดวงตาคู่สวยลุกโชนราวกับมีกระแสไฟฟ้าหมื่นโวลต์แล่นระริกอยู่ข้างใน หากมันสามารถฆ่าคนได้ เธอสาบานเลยว่าเตชิตจะเป็นคนแรก

 

“เหนื่อยแล้วล่ะสิ” เขายิ้มเย้ย ลดมือที่ชูเครื่องเล่นซีดีลงโดยปราศจากความระมัดระวังอีกต่อไป

 

ภาวิกาฉวยโอกาสนั้นพุ่งเข้าตะครุบเร็วไวปานสายฟ้า ชายหนุ่มกระชากกลับทันที แต่เธอไม่ยอมแพ้ กระโดดเข้าจู่โจมศัตรูเต็มกำลังจนอีกฝ่ายหงายหลังล้มตึงลงไปบนสนามหญ้าและทำให้เครื่องเล่นซีดีหลุดจากมือเขาในที่สุด

 

หญิงสาวไม่สนใจเสียงครางโอดโอยของเตชิต ถลันไปคว้าหลักฐานสำคัญแล้วฟาดเปรี้ยงสุดแรงลงที่พื้นคอนกรีตตรงทางเดิน ก่อนจะใช้เท้ากระทืบจนมันบุบบู้บี้แทบไม่เป็นทรง จากนั้นก็มองหาอาวุธทำลายล้างเพื่อให้มั่นใจว่าแผ่นซีดีข้างในจะเสียหายไปด้วยล้านเปอร์เซ็นต์ ก๊อกน้ำที่อยู่ชิดกำแพงรั้วคือเป้าหมาย หญิงสาวเปิดน้ำใส่แถมยังจับมันกระแทกๆ กับพื้นอีกหลายครั้งเพื่อความชัวร์

 

เตชิตนั่งลูบข้อศอกที่กระแทกกับพื้นหญ้าอยู่ป้อยๆ ขณะที่สายตาก็มองการกระทำอันบ้าบิ่นของภาวิกาอย่างนึกไม่ถึง

 

“ผู้หญิงบ้าอะไรวะ โหดชะมัด”

 

เมื่อแน่ใจว่าหลักฐานชิ้นที่สองถูกทำลายเรียบร้อยแล้วภาวิกาจึงยิ้มออก ร่างบางค่อยๆ ลุกขึ้นยืนในสภาพที่เหงื่อโทรมกายและเสื้อผ้าก็เปียกปอนเป็นหย่อมๆ แม้ผมเผ้าจะกระเซอะกระเซิงไปบ้างแต่เธอก็สามารถยิ้มเย้ยเตชิตด้วยความสะใจได้

 

“ทีนี้คุณก็ไม่มีหลักฐานเอาผิดฉันทางกฎหมายแล้ว เราจะคุยกันเฉพาะเรื่องแฟนคุณกับแฟนของฉันเท่านั้น ถ้าอยากให้ฉันพูดความจริงกับมนสิการ์ คุณต้องไปเคลียร์กับหมอให้เข้าใจเรื่องของเรา และถ้าหมอยังระแวงในตัวฉัน มนสิการ์ก็จะไม่มีวันเชื่อในตัวคุณด้วย ฉันสาบานเลยว่าจะทำทุกวิถีทางที่จำเป็นต้องทำ!

 

ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินเข้าไปหาเธอช้าๆ สบตาหญิงสาวด้วยแววนิ่งลึกอ่านยาก ก่อนจะไหวไหล่แล้วเดินออกจากบ้านไปเฉยๆ โดยไม่พูดอะไร

 

ภาวิกาหรี่ตามองตามแขกไม่ได้รับเชิญไปอย่างอาฆาตแค้น จนกระทั่งเขาเข้าไปนั่งบนรถจึงเดินไปปิดประตูรั้วบ้านให้มิดชิด ก่อนจะกลับมาเก็บซากเครื่องเล่นซีดีเข้าไปในบ้านด้วยเพื่องัดแงะสิ่งที่อยู่ข้างในออกมาดูให้เห็นกับตาว่ามันพังยับแล้วจริงๆ หากสิ่งที่เธอพบมีเพียง...ความว่างเปล่า!

 

หญิงสาวถึงกับหน้าซีดมือสั่น มองซ้ายมองขวาอย่างไร้ความหมายเพราะไม่เข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้นเลยสักนิด แล้วเสียงกรีดร้องของโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น เธอสะดุ้งก่อนจะรีบหยิบมันขึ้นมาดูและพบว่าเป็นเบอร์ที่ไม่รู้จัก แต่ก็กดรับด้วยความงุนงงว่าซีดีหายไปไหน

 

“ไงภาวิกา”

 

เสียงทักนั้นคุ้นหูอยู่มาก แต่เธอแน่ใจว่าไม่เคยเห็นเบอร์นี้มาก่อน

 

“นั่นใครน่ะ?”

 

“ผมคงแปลกใจถ้าคุณพบอะไรในเครื่องเล่น เพราะซีดีแผ่นนั้นมันอยู่กับผม เจอกันพรุ่งนี้ อย่าคิดหนีล่ะ เพราะคุณไม่มีทางหนีรอด”

 

สัญญาณตัดไปแล้ว ภาวิกานิ่งอึ้ง ค่อยๆ ลดมือถือลงบนตัก ขณะกะพริบตางง ทบทวนคำพูดของอีกฝ่ายครู่หนึ่งก็ค้นพบคำตอบของเหตุการณ์ทั้งหมด

 

ร่างบางลุกพรวดขึ้นกระทืบเท้าเร่าๆ กำหมัด กัดฟันกั้นเสียงกรีดร้องไม่มันให้เล็ดลอดออกมาทำให้ชาวบ้านแตกตื่น

 

“ผู้ชายบ้า ไอ้คนสารเลว คนเจ้าเล่ห์ คน...คน...อ๊าย!

 

หญิงสาวไม่รู้จะสรรหาคำพูดใดมาก่นด่าเตชิตให้สาสมกับความคั่งแค้น

 

ที่จุกแน่นอยู่ในอกจนแทบระเบิดออกมาเป็นล้านเสี่ยง เหลียวมองซากเครื่องเล่นซีดีราคาเรือนหมื่นที่พังยับรูปร่างบิดเบี้ยวใช้งานไม่ได้และไร้ราคาจนไม่รู้ว่าถ้าเอาไปชั่งกิโลฯ ขายแล้วยังจะมีคนซื้อไหมด้วยความเสียดายปนเจ็บใจอย่างสุดขีด

 

“นายเตชิต...นายไม่ได้ตายดีแน่!

 

 

 

“ฮะๆๆ” คนที่ถูกสาปแช่งเป็นวรรคเป็นเวรกุมท้องหัวเราะจนตัวสั่นตัวคลอนอยู่หลังพวงมาลัยรถ โทรศัพท์มือถือถูกโยนลงบนเบาะนั่งข้างๆ แล้วมือนั้นก็ล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อแจ็คเกตด้านในก่อนจะหยิบแผ่นซีดีออกมาจ้องมองด้วยความสะใจปนขบขันจนกลั้นไม่อยู่

 

ตอนที่ภาวิกาเข้าห้องน้ำหลายนาทีนั้นเขาตัดสินใจเก็บหลักฐานคืนด้วยความลังเล และใช้โทรศัพท์มือถือของเธอยิงเข้าเครื่องตัวเองเพื่อเป็นหลักประกันในกรณีที่หญิงสาวอาจเล่นไม่ซื่อ ไม่นึกเลยว่าจะได้ใช้ประโยชน์จากมันจริงๆ

 

การที่เขาแกล้งขอแผ่นซีดีคืนก็เพื่อจะดูท่าทีของหญิงสาวเท่านั้นว่าคิดจะเล่นลูกไม้อะไรอีกหรือไม่ และจากเหตุการณ์ในวันนี้ทำให้เขาได้ข้อคิดที่ต้องจดจำไปจนตาย นั่นก็คือ...จะไว้ใจภาวิกาไม่ได้เด็ดขาด!

 

“ผู้หญิงเจ้าเล่ห์ร้ายกาจอย่างเธอหลอกได้แต่หมออิสระเท่านั้นแหละ!

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

6 ความคิดเห็น