รักเล่ห์ บุพเพลวง

ตอนที่ 16 : ตอนที่ ๘ แผนคุกคาม III : ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว (๑)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 317
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    29 พ.ค. 61

8

แผนคุกคาม III :: ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว

(๑)

 

 

“ผมไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน” เสียงของหมออิสระติดแววเย็นชาขณะที่สบตากับภาวิกานิ่งๆ

 

หญิงสาวส่ายหน้าไปมาคล้ายจะปฏิเสธแต่ก็พูดไม่ออก ขืนเธอหักหน้าเตชิตตอนนี้คงไม่ใช่แค่ตำแหน่ง แฟนเก่าที่เขาจะยัดเยียดให้ เรื่องที่เธอไปทำลายงานแต่งของเขาคงถูกเปิดโปง และนับจากนี้อดีตที่เธอพยายามปิดบังซ่อนเร้นเอาไว้ก็อาจจะถูกสาวออกมาจนหมดไส้หมดพุง แค่คิดก็สยองแล้วใบหน้างามก้มต่ำ จำต้องตามน้ำไปทั้งที่ไม่เต็มใจเลยสักนิด

 

อยากเอาหัวโขกกำแพงตายให้รู้แล้วรู้รอดจริงๆ เรื่องกลับตาลปัตรไปหมดแบบนี้ได้ยังไง ฮือๆ

 

“วิกกี้คงกลัวหมอไม่สบายใจก็เลยไม่ได้บอกเรื่องของเรา” เตชิตเสริมขึ้นพลางเหยียดยิ้มด้วยความสะใจยิ่ง

 

ทีนี้คุณหมอจอมแส่จะได้รู้ซะบ้างว่าเวลาที่มีชายอื่นมาทำท่าสนิทสนมและทำเหมือนรู้ใจคนรักของเรามากกว่าแล้วมันรู้สึกยังไง ส่วนยายตัวร้ายที่เคยประกาศกร้าวกลางงานแต่งว่าเป็นเมียเขาทั้งที่เจ้าสาวของเขายืนอยู่ทนโท่ก็จะได้รู้ซึ้งถึงใจว่าการถูกใส่ร้ายด้วยเรื่องที่ตัวเองไม่ได้ทำมันเจ็บและจุกแค่ไหน งานนี้ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว สะใจจริงโว้ย!

 

“ถ้าไม่มีอะไร แล้วทำไมจะต้องปิดบังด้วยล่ะ” คุณหมอรูปงามยังคงยิงคำถามคาใจพุ่งเป้าไปที่คนรักโดยตรง

 

หากคนตอบก็ยังคงเป็น แฟนเก่าของภาวิกาเช่นเคย “ผมไม่รู้ ลองถามวิกกี้ดูสิครับ”

 

“พวกคุณคงอยากรำลึกความหลังกัน” หมออิสระไม่ถาม หากเอ่ยเสียงเรียบเมื่อคนรักไม่ยอมตอบชัดๆ ให้เคลียร์เพราะมันบ่งชี้ว่าเรื่องนี้มีพิรุธ เขาสูดลมหายใจลึก ก่อนจะเดินกลับไปที่รถแบบไม่ร่ำลาใคร

 

ภาวิกาเห็นอย่างนั้นก็ใจหาย เธอเคยนึกอยากให้หมอแสดงท่าทีหึงหวงเช่นนี้บ้าง แต่นี่ไม่ใช่แบบที่เธอต้องการ เขากำลังเข้าใจผิดไปกันใหญ่ในขณะที่เธอไม่สามารถอธิบายได้เลย

 

“หมออิสคะ ไม่ใช่อย่างที่หมอคิดนะ หมออย่าเข้าใจวิกกี้ผิดนะคะ หมอ...”

 

หญิงสาวพยายามแก้ไขสถานการณ์ในวินาทีสุดท้ายซึ่งดูเหมือนจะช้าไปหน่อย ร่างบางวิ่งตามมาหยุดข้างรถ แต่หนุ่มคนรักก็ไม่ชายหางตาแลเธอสักนิด

 

รถของเขาเคลื่อนตัวจากไปเหลือไว้เพียงฝุ่นผงให้ดูต่างหน้า ภาวิกามองตามท้ายรถตาละห้อย แต่ก็ไม่มีเวลาพิรี้พิไรนานนัก เธอกำหมัดกัดฟันแน่น ก่อนจะหันกลับมาเล่นงานจอมวายร้ายที่ทำให้หวานใจสุดหล่อเข้าใจเธอผิดๆ

 

“คุณพูดแบบนั้นทำไมฮะ หมอเข้าใจผิดใหญ่แล้วเห็นมั้ย มายุ่งกับแฟนคนอื่นทำไม หมอไม่เกี่ยวด้วยซักหน่อย”

 

“ใครว่าไม่เกี่ยว หมออิสระนี่แหละเกี่ยวเต็มๆ เลย จำได้มั้ย คืนแต่งงานของผม คุณพูดอะไรออกไปบ้าง แค่นี้ยังถือว่าน้อยไป เจอกับตัวเองแล้วเป็นไง สนุกดีใช่มั้ยล่ะ?” ชายหนุ่มสวนกลับด้วยน้ำเสียงยียวนกวนประสาท ไร้แววสำนึกผิด แถมยังสะใจสุดๆ อีกด้วย

 

หญิงสาวเข่นเขี้ยวอย่างโมโหแต่ก็เถียงไม่ออกเพราะมันคือเรื่องจริง ได้แต่กำหมัดแน่นแล้วกระทืบเท้าเร่าๆ ระบายความคั่งแค้นในใจ

 

เตชิตไม่ให้เวลาเธอได้สงบสติอารมณ์ เขาวกเข้าเรื่องที่ค้างคาอีกครั้ง แต่คราวนี้ดูเหมือนว่าชายหนุ่มจะมีไพ่เด็ดในมือด้วย “เอาละ เราเสียเวลามามากแล้ว ถึงเวลาที่คุณต้องพูดความจริงซะทีภาวิกา ผมกับหมออิสระรู้จักกัน ถ้าคุณไม่พูดความจริง ผมจะเป็นคนทำมันเอง”

 

“ไม่นะ! อย่ายุ่งกับหมอ อย่าบอกอะไรเขา” หญิงสาวร้องเสียงหลง ทั้งโมโหและหวั่นวิตกระคนกัน

 

ชายหนุ่มยิ้มเยาะอย่างโหดร้าย โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ๆ กระซิบเสียงเย็น “ผมทำแน่ถ้าคุณยังเล่นตุกติกไม่เลิก”

 

หญิงสาวหลับตาลงอย่างเจ็บใจ พ่นลมหายใจหนักๆ ก่อนจะเดินกระแทกส้นกลับเข้าไปในบ้านพลางขบคิดหาทางออกอย่างคนที่ไม่เคยยอมแพ้อะไรง่ายๆ 

 

ตอนนี้เธอกับเตชิตเสมอกันแล้ว ถ้าเขาเอาเรื่องของเธอไปบอกหมออิสระ ภาวิกาที่แสนดีในสายตาหมอต้องดับดิ้นสิ้นชื่อก็คราวนี้ คนดีๆ อย่างนั้นไม่มีทางรับผู้หญิงที่มีอดีตร้ายกาจอย่างเธอได้ เรื่องนี้เตชิตคงเอามาต่อรองเพื่อให้เธอไปพูดความจริงกับมนสิการ์อย่างไม่ต้องสงสัย

 

งานนี้ได้บรรลัยจริงๆ แน่ โอ๊ย...อยากจะบ้าตาย!’

 

เตชิตเดินตามเจ้าของบ้านไปพร้อมรอยยิ้มแห่งชัยชนะ ทันทีที่เข้ามาในตัวบ้านเขาก็รุกฆาตแม่นางละครจอมแสบต่อแบบไม่ให้เวลาตั้งตัว “ทีนี้คุณคงจะยอมไปพูดความจริงกับมิ้งแล้วใช่ไหม”

 

หญิงสาวหันขวับ ถลึงตาจ้องชายหนุ่มด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ยิ่งกว่าพาหะนำเชื้อโรคอย่างแมลงวันเสียอีก แต่คนอย่างเธอไม่เคยยอมแพ้อะไรง่ายๆ ต่อให้จับได้คาหนังคาเขาก็ต้องแถทุกทางเพื่อเอาตัวรอดไปให้ได้

 

“คิดเหรอว่าแฟนคุณจะเชื่อที่ฉันพูด” เธอเชิดหน้าอย่างท้าทาย

 

“เชื่อแน่ ถ้าเธอได้ฟังไอ้นี่” เขายิ้มอย่างเป็นต่อพลางกดเปิดเสียงบางส่วนที่อัดไว้จากโทรศัพท์มือถือ

 

 

 

ได้! ผมจะไม่ก๊อปปี้อะไรไว้ทั้งนั้น แต่คุณต้องพูดความจริงนะภาวิกา คุณต้องบอกว่าใครจ้างคุณมาทำลายงานแต่งของผมกับมนสิการ์ คุณต้องยอมรับผิดกับเธอและพูดให้เธอเข้าใจว่าผมกับคุณในคราบของยายอลิซนั่นไม่ได้เป็นอะไรกัน เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน คุณต้องยอมรับผิดกับเธอเพราะคุณทำผิดจริง เข้าใจมั้ย

 

รู้แล้วน่า ทำไมต้องแหกปากเสียงดังขนาดนั้นด้วย คนอื่นมองใหญ่แล้ว ฮึ่ย! ถ้าเข้าใจตรงกันแล้วฉันกลับละ รีบเอาหลักฐานทั้งสองอย่างมาให้ฉันก็แล้วกัน ฉันจะรอที่บ้าน หวังว่าคุณจะทำตามคำพูด ไม่งั้นเราเห็นดีกันแน่

 

 

 

เขากดปิดเมื่อสิ้นเสียงโต้ตอบของเธอ เพราะคำพูดเพียงเท่านั้นก็ทำให้คนฟังหน้าถอดสีได้แล้ว

 

ภาวิกาเพิ่งเข้าใจในนาทีนี้ เหตุผลที่เขาพูดเสียงดังและเน้นย้ำชื่อของเธอกับมนสิการ์ทั้งที่ไม่จำเป็นเลยก็เพราะกำลังอัดเสียงไว้นี่เอง

 

เวรเอ๊ย! หมอนี่แอบเล่นตุกติกเหมือนกัน

 

“คุณโกงฉัน” เธอกัดฟันประณามอย่างแค้นใจ

 

“ช่วยไม่ได้ ก็คุณอยากมาลูกไม้กับผมก่อน จะตกลงกับนักแสดงจอมลวงโลกอย่างคุณมันก็ต้องฉลาดหน่อย ถ้าผมโง่เรื่องเจรจาต่อรองคงไม่สามารถขยายกิจการแฟรนไชส์ของครอบครัวได้เติบโตขนาดนี้ ตำแหน่งงานของผมไม่ใช่ได้มาเพราะเป็นลูกแม่เท่านั้นหรอกนะ มันขึ้นอยู่กับตรงนี้” เขาเคาะนิ้วที่ข้างขมับตัวเองพลางยิ้มเยาะอย่างสะใจ

 

“คนขี้โกง!” เธอต่อว่าด้วยเสียงลอดไรฟัน ก่อนสะบัดหน้าหนี ขืนมองเขาต่ออีกแม้แต่วินาทีเดียวเธอต้องตบะแตก ลงมือฆ่าคนตายและกลายเป็นอาชญากรโดยสมบูรณ์แบบแน่ๆ

 

“เล่นกับคนขี้โกงก็ต้องมีนอกกติกากันหน่อย เอาละ มาพูดเรื่องของเราต่อดีกว่า คุณต้องไปสารภาพความจริงกับมิ้งว่าเราไม่เคยรู้จักไม่ได้เป็นอะไรกัน

 

ซักอย่าง คุณถูกจ้างมาเพื่อทำลายงานแต่งของผม”

 

“เธอไม่ยอมฟังแน่ เธอจะไม่พบหน้าฉันด้วยซ้ำ” หญิงสาวสวนกลับอย่างเดือดดาล โกรธจนตัวสั่นที่ถูกตลบหลังเข้าอย่างจังในบ้านของตัวเอง

 

เสียชื่อนางละครพันหน้าหมด รู้ไปถึงไหนอายไปถึงนั่น ฮึ่ย!’

 

“เธอจะฟัง หมออิสระจะช่วยผมได้” เขายืนยันหนักแน่น

 

หญิงสาวหันขวับ สีหน้างุนงง “คุณหมายความว่ายังไง?”

 

“เขาเป็นหมอที่รักษามิ้ง เธอไว้ใจเขา ถ้าเขาช่วยพูดเธอต้องเชื่อแน่”

 

ภาวิกาเหวอยิ่งกว่าเดิม ถามด้วยน้ำเสียงหวาดหวั่น “แปลว่าหมอของฉันรู้จักกับแฟนคุณเป็นอย่างดีงั้นเหรอ?”

 

ชายหนุ่มพยักหน้ารับอย่างไม่เต็มใจ ก่อนจะไหวไหล่นิดๆ เขาไม่ชอบนักที่คิดว่ามนสิการ์เชื่อฟังหมออิสระมากกว่าเขา “ก็ทำนองนั้น” 

 

หญิงสาวนิ่งอึ้ง ตกตะลึงแทบช็อก จากที่คิดว่าจะต้องสลัดราหูดำทะมึนที่ครอบงำชีวิตของเธอจนโคลงเคลงเหมือนลอยอยู่กลางทะเลคลั่งนี้ออกไปให้ได้ กลับกลายเป็นว่าเตชิตรู้จักกับหมออิสระและหมอก็รู้จักมนสิการ์เป็นอย่างดี

 

ฉะนั้นแล้วตราบใดที่เธอกับหมอยังคบหากันอยู่ เธอจะไม่มีวันสลัดราหูอย่างผู้ชายหน้ากวนนี่ออกไปให้พ้นวิถีโคจรได้เลย

 

นี่มันเรื่องบ้าบออะไรกัน ไม่จริงใช่มั้ย ไม่!!!’

 

ในขณะที่ภาวิกายังทำใจไม่ได้ เตชิตก็ตอกย้ำให้เธอเข้าใจชัดขึ้นว่านี่คือเรื่องจริงที่หญิงสาวไม่มีทางหลีกเลี่ยง “ไม่ต้องเสียเวลาคิดแล้วภาวิกา คุณไม่มีทางเลือก”

 

“รู้ได้ไงว่าหมอจะยอมช่วย ในเมื่อคุณเพิ่งทำให้เขาเข้าใจเราผิดไปเมื่อกี้นี้เอง” เธอนึกได้ก็กระแทกเสียงใส่อย่างขุ่นเคือง

 

“ผมจะอธิบายให้เขาเข้าใจ คุณเองก็จะได้ประโยชน์จากเรื่องนี้ด้วย ไม่ขาดทุนซะทีเดียวหรอก” เขายื่นข้อเสนอที่คิดว่าเธอจะไม่ปฏิเสธ

 

“อธิบายว่ายังไงไม่ทราบ?” เสียงของหญิงสาวไม่ได้มีความยินดีแฝงอยู่เลยสักนิด ตรงกันข้าม มันเต็มไปด้วยความหวาดระแวงแคลงใจและประชดประชัน

 

“ก็บอกเขาว่าตอนนี้เราเป็นแค่เพื่อนกันเท่านั้น ถ้าเขารักคุณจริงและไม่อยากเสียคุณไป เขาต้องช่วยผมแน่ เพราะถ้าผมกับมิ้งเข้าใจกันได้นั่นแปลว่าผมไม่ใช่คู่แข่งของเขาอีกแล้ว เว้นแต่ว่าหมอของคุณจะไม่ได้รักคุณจริงเท่านั้น”

 

“ปากเสีย!” เธอโพล่งขึ้นอย่างรับไม่ได้แล้วตอกย้ำชัดๆ ให้อีกฝ่ายได้ยินเต็มสองหู “เขารักฉันย่ะ หมอรักฉันคนเดียว”

 

“งั้นก็ไม่น่าห่วงอะไรนี่ มั่นใจเกินร้อยขนาดนี้ก็ควรจะเชื่อได้ว่าหมอต้องอยากกำจัดผมออกไปให้พ้นทาง และวิธีที่ง่ายที่สุดก็คือทำให้ผมกับมิ้งกลับมาคืนดีกัน” เขาว่าขณะพยายามไม่แสดงความรู้สึกออกมาทางสีหน้ายามนึกถึงคำพูดของหมออิสระที่บอกว่าคนรักของตนสวยและน่ารักกว่ามนสิการ์

 

นี่เหรอคนสวยน่ารักของหมอนั่น ตาถั่วชะมัด มิ้งของเราน่ารักกว่าตั้งเยอะ ชิ!’

 

“คุณคงลืมไปแล้วว่าอยากให้ฉันพูดอะไรกับแฟนคุณ” หญิงสาวกอดอก เชิดหน้า เอ่ยด้วยน้ำเสียงเยาะๆ เมื่อพบช่องโหว่ในแผนการของเขา

 

“คุณหมายถึงเรื่องอะไร?”

 

“ฉันไม่ได้ความจำสั้นนะ คุณอยากให้ฉันยืนยันว่าเราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกัน ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนด้วยซ้ำ และฉันถูกจ้างให้เข้ามาในชีวิตคุณ แต่คุณกลับบอกหมอว่าเป็นแฟนเก่าฉัน มันขัดแย้งกันแบบนี้คิดเหรอว่าพวกเขาจะไม่สงสัย” เธอทำเสียงราวกับว่าเขาโง่นักหนาที่คิดอะไรง่ายๆ ไม่รอบคอบเอาเสียเลย

 

อีกฝ่ายยกมือกอดอก จ้องหน้าหญิงสาวพร้อมรอยยิ้มเครียดๆ และสายตาที่บอกว่าเธอนั่นแหละโง่ “ผมจะคุยกับหมอเอง เรื่องแบบนี้ผู้ชายเขารู้กัน อย่าห่วงไปหน่อยเลย ผม-ไม่-ได้-โง่”

 

หญิงสาวขมวดคิ้วนิ่วหน้าอย่างจิตตก เธอไม่ได้อยากต่อรองอะไรกับผู้ชายคนนี้เลยสักนิด ความรู้สึกเดียวที่มีคืออยากกรวดน้ำคว่ำขัน ไม่ต้องเจอะเจอกันอีกเลยทุกชาติไป ยิ่งเขากำความลับของเธอเอาไว้มากเท่าไรมันก็ยิ่งเป็นอันตรายต่อเธอมากเท่านั้น ลางสังหรณ์บอกว่าไม่คุ้มที่จะเอาตัวเข้าไปพัวพันกับผู้ชายที่ดูคล้ายจะโง่หากกลับเป็นคนเหลี่ยมจัดอย่างนึกไม่ถึง

 

แต่เธอมีทางเลือกอื่นหรือ?

 

เขารู้จักชื่อ นามสกุล ที่ทำงาน บ้าน และทะเบียนรถของเธอ แถมยังมีไพ่ใบสำคัญในมือคือรู้จักคนรักของเธอด้วย แล้วเขายังโชคดีมีเพื่อนเป็นตำรวจอีก เธอสลัดเตชิตไม่หลุดแน่

 

ผู้ชายบ้าคนนี้คือแมลงวันชัดๆ ทั้งน่ารังเกียจและน่ารำคาญที่สุด!

 

“คิดนานจริงนะ ตกลงว่าคุณสมองช้ารึไง บอกแล้วว่าคุณไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากร่วมมือกับผม ถ้าคุณไม่ยอมช่วยผมเรื่องมิ้งดีๆ ผมจะเอาเสียงนี่ให้หมอฟังด้วย คราวนี้คุณต้องหัวหมุนคิดหาคำแก้ตัวกับหมอ ในขณะเดียวกันผมก็จะกัดคุณไม่ปล่อยด้วย”

 

เขาขู่สำทับ ยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะหย่อนมือถือลงในกระเป๋ากางเกงยีนอย่างทะนุถนอม ทำเหมือนว่ามันคือสิ่งล้ำค่าที่สุดในชีวิต

 

หญิงสาวกัดฟันกรอด ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยรู้สึกว่าชีวิตถึงทางตันแบบนี้มาก่อน สถานการณ์เข้าขั้นวิกฤตเกินกว่าจะปฏิเสธความต้องการของเตชิตได้

 

แน่ยิ่งกว่าแช่แป้ง...เธอไม่มีทางเลือก!

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

6 ความคิดเห็น