รักเล่ห์ บุพเพลวง

ตอนที่ 15 : ตอนที่ ๗ แผนคุกคาม II : แฟนเก่า (๒)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 310
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    27 พ.ค. 61


7

แผนคุกคาม II :: แฟนเก่า

(๒)

 

 

เมื่อหมออิสระขับรถมาถึงหน้าบ้านของภาวิกาก็ปาเข้าไปสามทุ่มเศษๆ แล้ว เขาตัดสินใจจอดรถไว้นอกรั้วเพื่อจะเดินไปกดออดเรียกหญิงสาวให้เปิดแค่ประตูเล็กสำหรับคนเข้าออก เธอจะได้ไม่ต้องลำบากปิดประตูรั้วใหญ่ตอนที่เขาจะกลับ

 

คัมรี่สีดำมันปลาบที่จอดชิดริมรั้วบ้านของหญิงสาวทำให้คิ้วเข้มพาดเฉียงกับดวงตาคมขมวดมุ่นด้วยความสงสัย เขาไม่เคยเห็นรถคันนี้มาก่อน ไม่เคยมีใครเอารถมาจอดตรงนี้และไม่น่าจะมีด้วย เพราะพื้นที่ของบ้านแถวนี้ถูกออกแบบให้กว้างขวางพอสำหรับรถยนต์สองคัน หรือหากมีถึงสามก็ควรจะจอดหน้าบ้านตัวเองมากกว่า ไม่ใช่เอามาจอดชิดรั้วบ้านคนอื่น

 

หรือเพื่อนของเธอจะแวะมา?

 

ชายหนุ่มประหลาดใจยิ่งกว่ากับความคิดนี้ ตั้งแต่รู้จักภาวิกา เขาไม่เคยเห็นเพื่อนของเธอสักคน หรือแม้แต่เอ่ยถึงก็ไม่เคยได้ยินด้วยซ้ำ อย่าว่าแต่เพื่อน แม้กระทั่งคนในครอบครัวหญิงสาวก็ไม่เคยพูดถึง ชีวิตเธอเหมือนตัวคนเดียว อ้างว้างและโดดเดี่ยว แม้เจ้าตัวจะไม่เคยคร่ำครวญหรือแสดงออกให้เห็นว่าเป็นเช่นนั้น แต่เขาดูออก ภาวิกาเหงาและต้องการเพื่อนมากกว่าที่เธอจะรู้ตัวเสียอีก

 

แล้วนี่รถใคร เกี่ยวกับเหตุผลที่เธอไม่ต้องการให้เขามาพบในวันนี้หรือไม่?

 

หมอหนุ่มถอนใจยืดยาวหลายหน คิดอยู่นานเกือบสิบนาทีกว่าจะตัดสินใจกดออด

 

 

 

เสียงออดที่ดังขึ้นเป็นเหมือนเสียงเพรียกจากนรก ภาวิกาตัวแข็งทื่อ เธอไม่อยากคิดว่าใครคือแขกยามวิกาลที่อยู่หน้าบ้านในตอนนี้ แต่ที่รู้แน่ๆ คือแขกคนเดียวที่แวะเวียนมาหาตั้งแต่เธอซื้อบ้านหลังนี้ก็คือหวานใจสุดหล่อ คุณหมออิสระของเธอนั่นเอง

 

เมื่อตั้งสติได้หญิงสาวก็เปิดประตูพรวดพราดออกมาจากห้องน้ำ ในขณะที่แขกหนุ่มอีกคนยืนตัวตรงด้วยสีหน้าหวาดระแวงแคลงใจ

 

“ใครมา?” เขาถามเสียงเครียด

 

เจ้าของบ้านถลันไปยืนชิดหน้าต่าง แหวกผ้าม่านออกดูก็พบคำตอบที่ทำให้เธออยากมีเวทมนตร์หายตัวได้ หญิงสาวหลับตาลงพลางส่งเสียงครางในลำคอเหมือนคนใกล้ตาย

 

“ใคร? คนที่จ้างคุณรึเปล่า?” คราวนี้เสียงของเตชิตฟังดูตื่นเต้นแฝงความกระเหี้ยนกระหือรือที่จะกระโจนออกไปเผชิญหน้ากับคนข้างนอกอย่างเห็นได้ชัด

 

“ไม่ใช่!” หญิงสาวสวนขึ้นทันควัน สีหน้ายุ่งยากใจสุดบรรยาย ตบหน้าผากตัวเองหลายๆ ที ไม่รู้จะจัดการยังไงกับสถานการณ์นี้

 

“งั้นใคร?” เขาตามมาหยุดยืนข้างๆ เพ่งสายตาฝ่าความมืดออกไปด้านนอกเพื่อมองหาแขกของภาวิกา

 

“ไม่ใช่เรื่องของคุณ” เธอกัดฟันฮึ่มฮั่มในลำคอ ปิดม่านลงทันใดแล้วหันมาเผชิญหน้ากับเขาอย่างจริงจัง “รออยู่ข้างใน ฉันจะออกไปคุยกับเขา เดี๋ยวเดียวก็มาแล้ว คุณอยู่เฉยๆ อย่าให้เขารู้เป็นอันขาดว่ามีคนอยู่ในบ้านฉัน”

 

“ทำไมผมต้องทำตามที่คุณบอกด้วย” เขาเลิกคิ้วกวนๆ เมื่อเธอเลิกบีบน้ำตา ความเหี้ยมโหดปลอมๆ ของเขาก็ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นอีกครั้ง

 

“ฉันจะร่วมมือกับคุณ ช่วยคุณตามหาคนที่จ้างฉัน” เธอยื่นข้อเสนอที่คิดว่าเขาต้องสนใจแน่

 

ชายหนุ่มหรี่ตาจับผิดแม่สาวแสบจอมวายร้าย ก่อนที่โทสะจะพุ่งพรวดเมื่อเข้าใจคำพูดของเธอแจ่มแจ้งแดงแจ๋ “แปลว่าคุณไม่รู้?”

 

“ฉันบอกได้เท่านี้ ถ้าคุณทำตามที่ฉันขอ ฉันจะช่วยคุณสืบหา”

 

“คิดว่าผมยังจะไว้ใจคุณได้อีกเหรอภาวิกา คุณหลอกผมมาที่นี่พร้อมหลักฐานที่จะมัดตัวคุณได้โดยอ้างว่าจะยอมบอกชื่อคนจ้าง แล้วตอนนี้กลับมาบอกว่าไม่รู้ ถ้าผมเชื่อคุณอีกก็ควายแล้ว!

 

“ฉันทำได้จริงๆ และคุณก็ไม่มีทางเลือก เพราะฉันเป็นคนเดียวที่จะช่วยคุณสืบหาตัวตนที่แท้จริงของคนที่จ้างฉันมาทำลายงานแต่งของคุณได้ ไปนั่งรอที่โซฟา ฉันจะกลับมาภายในสิบนาที” เธอตัดบทเสียงเฉียบแล้วรีบเดินแกมวิ่งออกไปหน้าบ้านทันที

 

เตชิตกัดฟันกรอดด้วยความเจ็บแค้นใจ

 

“ถ้าเธอเป็นผู้ชายละก็...” ชายหนุ่มคำรามเสียงต่ำในลำคอ จินตนาการถึงวิธีเอาคืนที่แสบสันต่างๆ นานา แต่ก็ไม่ช่วยให้เขารู้สึกดีขึ้น สุดท้ายจึงตัดสินใจย่องเงียบตามไปที่หน้าบ้านเผื่อจะหาช่องทางตลบหลังแม่สาวจอมลวงโลกได้บ้าง

 

เมื่อเดินด้วยฝีเท้าแผ่วเบาและเงียบกริบมาจนถึงประตูเล็กสำหรับคนผ่านเข้าออกก็ได้ยินเสียงสนทนาระหว่างหญิงสาวกับชายหนุ่มอีกคนอยู่แว่วๆ

 

“คุณมีแขกเหรอครับ”

 

“เอ่อ...เปล่านี่คะหมอ วิกกี้อยู่คนเดียวค่ะ กำลังจะเข้านอนแล้ว วันนี้รู้สึกเพลียจริงๆ แถมกินยาแก้ปวดเข้าไป หนังตาก็ชักหย่อนๆ แล้ว หมอไม่น่าลำบากมาเลย วิกกี้ขอโทษนะคะ”

 

“ถ้าคุณเหนื่อยผมก็ไม่อยากรบกวนหรอกนะวิกกี้ แต่คุณแน่ใจนะว่าไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นจริงๆ สีหน้าคุณดูไม่ดีเลย ผมเป็นห่วงนะครับ”

 

“ขอบคุณค่ะ แต่วิกกี้ไม่เป็นไรจริงๆ วันนี้หมอกลับไปก่อนนะคะ พรุ่งนี้เราค่อยเจอกัน รีบกลับตอนนี้จะได้ไม่ดึกมาก หมอจะได้มีเวลาพักผ่อนเยอะๆ ไงคะ เมื่อคืนคงแทบไม่ได้นอนเลย นี่ยังอุตส่าห์ขับรถมาตั้งไกลอีก วิกกี้ขอโทษจริงๆ ค่ะ”

 

เตชิตเบ้ปาก ส่ายหน้าอย่างรับไม่ได้ ฟังบทสนทนาเพียงเท่านี้ก็รู้แล้วว่าหมอนั่นมีความสัมพันธ์แบบใดกับภาวิกา

 

กับแฟนละทำเสียงอ่อนเสียงหวาน แสร้งสวมบทเป็นผู้หญิงแสนดี ตีบทแตกกระจุยจริงๆ นะแม่คุณ เฮอะ ยายผู้หญิงเจ้ามารยา!’

 

เขาค่อนแคะเธอในใจพลางทำคอยืดคอยาวเพื่อมองหน้าผู้ชายคนนั้นให้ชัดๆ อยากรู้ใจจะขาดว่าผู้ชายโชคร้ายที่สุดในโลกจะมีหน้าตายังไง จะมีเงาราหูดำทะมึนให้เห็นจะจะหรือไม่ แต่พอยื่นหน้าออกไปจนเห็นอีกฝ่ายชัดตาเท่านั้นร่างกายของเขาก็แข็งทื่อด้วยความตกตะลึง ก่อนที่สมองจะประมวลผลอย่างรวดเร็วและได้ข้อสรุปน่าพอใจออกมาในที่สุด

 

โลกมันกลมและแคบอย่างไม่น่าเชื่อ!

 

ร่างสูงก้าวออกไปประจันหน้ากับหนุ่มสาวทั้งสองอย่างองอาจมาดมั่น รอยยิ้มยั่วแกมเยาะที่มุมปากบอกชัดว่าเจ้าตัวมีความสุขและสะใจแค่ไหน

 

ภาวิกาเบิกตาโต อ้าปากค้าง ในขณะที่หมออิสระเองก็ขมวดคิ้วนิ่วหน้าด้วยความประหลาดใจสุดแสน

 

“ขอโทษนะครับ ผมเห็นว่าวิกกี้หายมานานเลยตามออกมาดู รู้สึกเป็นห่วงเธอน่ะ ผู้หญิงอยู่บ้านคนเดียวแบบนี้มันอันตราย คุณหมอว่าจริงมั้ยครับ”

 

หมออิสระกะพริบตางงสองสามครั้ง ก่อนจะหันไปมองหน้าคนรักอย่างข้องใจ “วิกกี้รู้จักคุณเตด้วยเหรอครับ?”

 

คนที่งงเป็นไก่ตาแตกมากที่สุดในสถานการณ์นี้เห็นจะหนีไม่พ้นภาวิกา เธอมองหน้าชายหนุ่มทั้งสองคนสลับกันไปมา “หมอรู้จักเขาด้วยเหรอคะ?”

 

เตชิตยิ้มกริ่ม เข้าไปยืนใกล้ๆ หญิงสาว “ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งนะครับคุณหมอ ผมเพิ่งรู้ว่าวิกกี้กับหมอรู้จักกันดีขนาดนี้”

 

“หุบปากไปเลยนะ” หญิงสาวกัดฟันกระซิบบอกคนข้างๆ อย่างดุเดือด ก่อนจะหันไปยิ้มแหยให้ชายคนรักอย่างพูดอะไรไม่ออก

 

“เมื่อกี้คุณบอกว่าอยู่คนเดียว” หมออิสระเอ่ยเสียงเรียบขณะสบตาเธอ

 

“หมอคะ คือว่า...” ภาวิกาไม่รู้จะดำน้ำไปทางไหน ที่คิดออกอย่างเดียวในตอนนี้คือ...อยากฆ่าคน!

 

เตชิตอมยิ้มในหน้า ก่อนจะวางมือลงบนศีรษะของภาวิการาวกับคุ้นเคยกันมานานแสนนาน “วิกกี้คงไม่อยากให้หมอรู้ว่าผมอยู่ด้วยน่ะครับ”

 

“นี่คุณพูดบ้าอะไรฮะ เสียสติไปแล้วรึไง” หญิงสาวกัดฟันคำรามอย่างเกรี้ยวกราดพลางปัดมือใหญ่ออกจากหัวตัวเองฉับไว ถ้าไม่ติดว่าคุณหมอสุดหล่อยืนอยู่ตรงนี้ด้วยเธอจะถลกหนังหัวเขาออกมาทำพรมเช็ดเท้า ควักลูกตาออกมาขยี้ให้แหลกคามือ ที่สำคัญตัดปากชวนหาเรื่องนั่นออกมาสับให้เละเป็นโจ๊กเลยทีเดียว ฮึ่ม!

 

“ทำไมวิกกี้ถึงจะไม่อยากให้ผมรู้ว่าคุณอยู่ที่นี่ด้วย?” คุณหมอรูปหล่อไม่สนใจอาการร้อนรนของคนรัก แต่หันไปถามเตชิตด้วยเสียงเข้มและจริงจัง

 

ชายหนุ่มยิ้มกว้าง มีความสุขเหมือนล่องลอยอยู่บนปุยเมฆในตอนที่ตอบอย่างชัดถ้อยชัดคำและชัดเจนที่สุด

 

“ก็เพราะผมเป็นแฟนเก่าของวิกกี้น่ะสิครับ”

 

กรี๊ด!!!’

 

คนที่ถูกยัดเยียดตำแหน่งแฟนเก่าให้ถึงกับร้องลั่นอยู่ในใจอย่างเดือดดาล

 

ไอ้ผู้ชายบ้า คนสารเลว ฉันไปเป็นแฟนเก่าของนายตั้งแต่เมื่อไหร่ฮะ ถ้าหมอทิ้งฉันละน่าดู ศพนายไม่สวยแน่ ฉันสาบาน!’

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

6 ความคิดเห็น