รักเล่ห์ บุพเพลวง

ตอนที่ 1 : บทนำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 667
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    11 พ.ค. 61


บทนำ



ณ ห้องจัดเลี้ยงบนชั้นดาดฟ้าของโรงแรมมณีดิน คืนนี้มีพิธีวิวาห์ระหว่างลูกสาวคนสวยของผู้ช่วยรัฐมนตรีอรุณ ชลธร กับหนุ่มนักเรียนนอกทายาทเจ้าของ ‘Siam Mart’ มินิมาร์ทที่มีสาขาอยู่แทบทุกจังหวัดของเมืองไทย  

หน้าห้องจัดเลี้ยงเจ้าบ่าวเจ้าสาวยืนอยู่หน้าซุ้มกุหลาบรูปหัวใจสีขาวสลับแดงซึ่งหมายถึงความเป็นหนึ่งเดียวกัน พระเอกของงานแม้ไม่ได้เผยรอยยิ้มออกมาทางสีหน้าอย่างโจ่งแจ้ง หากนัยน์ตาเรียวคมคู่นั้นก็ดูสดใสเป็นประกายจ้าเหมือนคนกำลังมีความสุขจนล้นทรวง ในขณะที่เจ้าสาวหน้าหวานกำลังส่งยิ้มประหม่าให้แขกเหรื่อที่ทยอยมาร่วมงานอย่างอบอุ่น

ภาพที่มองเห็นอยู่นั้นทำให้หญิงสาวรูปร่างเพรียวระหงที่เพิ่งจะก้าวออกมาจากลิฟต์ในชุดดำทั้งตัวต้องถอนใจเฮือกหนึ่ง ก่อนจะเชิดใบหน้าสวยจัดขึ้นนิดพลางคิดอย่างเหยียดหยัน

หมดเวลาสำหรับความสุขแล้ว พระเจ้าไม่ได้สร้างให้พวกเขาเกิดมาคู่กัน!

ดวงตาเฉี่ยวคมภายใต้แว่นสีดำหรี่เล็กลงขณะเพ่งมองเป้าหมาย เรียวขาเพรียวสวยก้าวเข้าไปหาคนทั้งคู่อย่างมาดมั่น ริมฝีปากอิ่มเคลือบสีแดงสดคลี่ยิ้มมุ่งร้าย

พิธีวิวาห์สุดยิ่งใหญ่กำลังจะถึงกาลอวสานในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า!

แขกเหรื่อที่ทยอยมาร่วมงานต่างก็มองหน้ากันเลิ่กลั่ก เมื่อเห็นสาวสวย

รูปร่างเป๊ะไปทุกสัดส่วนแต่งกายในชุดสีดำทั้งตัว หากตาถึงพอก็จะมองออกว่าของทุกชิ้นบนร่างกายเธอล้วนเป็นของแบรนด์ดังอิมพอร์ตจากนอกทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นกิ๊บดอกไม้บนศีรษะที่มีอยู่เพียงสองร้อยชิ้นในโลก แว่นกันแดดที่ปิดบังใบหน้าไปกว่าครึ่ง เดรสสั้นเข้ารูปยาวเสมอเข่า ถุงน่องลายสาน และรองเท้าส้นเข็มสูงปรี๊ดนั่นด้วย

เริ่มมีเสียงซุบซิบนินทาและสีหน้าแปลกประหลาดของแขกบริเวณหน้างาน และถ้าคาดไม่ผิด ดูเหมือนแต่ละคนจะซุบซิบด้วยหัวข้อเดียวกัน เจ้าบ่าวรูปหล่อในชุดทักซิโด้สีขาวรู้สึกถึงความผิดปกตินั้นจึงอดไม่ได้ที่จะมองตรงไปยังทิศทางเดียวกับคนอื่นๆ ทันทีที่สายตาปะทะเข้ากับต้นตอของความสนใจทั้งหมดจากผู้คนหน้างาน เขาก็ต้องตาค้าง ตัวแข็งทื่อ เขม้นจ้องสาวสวยแปลกหน้าในชุดดำอย่างนึกไม่ถึง

คิ้วเข้มขมวดมุ่น อารมณ์กรุ่นๆ ปะทุอยู่ในอก ไม่ว่าผู้หญิงไม่รู้กาลเทศะคนนี้จะเป็นใครมาจากไหน แต่เขาจะไม่มีวันยกโทษให้เธอเด็ดขาดที่บังอาจแต่งตัวด้วยสีอัปมงคลเข้ามาในงานแต่งของเขากับมนสิการ์!

คุณเป็นใคร? เสียงถามนั้นห้วนสั้น ไม่รักษามารยาทใดๆ ทั้งสิ้นเมื่อสาวชุดดำเดินมาหยุดตรงหน้าเขากับเจ้าสาว

แขกสาวถอดแว่นกันแดดออกอย่างเชื่องช้าราวกับจะยั่วโมโห ริมฝีปากอิ่มตึงที่ฉาบทาด้วยสีแดงเข้มของลิปสติกชั้นดีแยกยิ้มน้อยๆ พร้อมแค่นหัวเราะที่จงใจให้คนทั้งงานได้ยิน ก่อนจะเบ้ปากแล้วตอบคำถามด้วยน้ำเสียงประชดประชันดังลั่น อะไรกันคะที่รัก ไม่ทันไรก็จำเมียตัวเองไม่ได้แล้วเหรอ อลิซอุตส่าห์พาลูกในท้องข้ามน้ำข้ามทะเลมาหาคุณด้วยความคิดถึง ใจคอคุณจะลืมเรื่องของเราจริงๆ น่ะเหรอคะ

คำประกาศสิทธิ์นั้นราวกับจะสะกดให้ทุกคนที่ได้ยินตกตะลึงอึ้งอั้น พูดไม่ออกไปตามๆ กัน แต่ใครจะตกใจกับเรื่องนี้ได้มากเท่าเจ้าสาวเห็นจะไม่มีอีกแล้ว

นี่มันอะไรกันคะพี่เต มิ้งงงไปหมดแล้ว พี่เตรู้จักผู้หญิงคนนี้ด้วยเหรอ?

รู้จักดีเชียวละค่ะ เราสองคนรักกันมาก มากแค่ไหนคงไม่ต้องแจกแจงนะคะ รู้แค่ว่าตอนนี้มีพยานรักของเราอยู่ในท้องของฉันสองเดือนแล้ว ในฐานะที่เราเป็นลูกผู้หญิงเหมือนกัน คุณน่าจะเห็นใจฉันบ้างนะคะ คืนสามีของฉันมาเถอะค่ะ ฉันขอร้องละ คนตอบคำถามไม่ใช่เจ้าบ่าว แต่เป็นสาวปริศนาที่มาร่วมงานในชุดดำนั่นต่างหาก

พูดบ้าอะไรของคุณฮะ!” เจ้าบ่าวกัดฟันถามเสียงต่ำ นัยน์ตาคมดำเข้มขึ้นไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า พยายามอย่างมากที่จะไม่หักคอแม่สาวชุดดำที่มาป่วนงานให้ตายคามือ หันไปกระซิบกับเจ้าสาวเบาๆ พี่ไม่เคยรู้จักผู้หญิงคนนี้นะมิ้ง ไม่รู้จักจริงๆ

คุณเตช่างใจร้ายกับอลิซเหลือเกินนะคะ ได้แล้วทิ้ง ผู้ชายเป็นแบบนี้ทุกคนรึเปล่า สาวชุดดำตัดพ้อเสียงเครือและดัง มองหน้าเจ้าบ่าวด้วยแววตาชอกช้ำผิดหวัง

เตชิตชักจะหมดความอดทนกับผู้ก่อกวนจึงเอ่ยขึ้นเสียงเข้ม ใครก็ได้มาลากตัวผู้หญิงคนนี้ออกไปที!”

ไม่ต้อง!” สาวปริศนากระชากเสียงตอบพร้อมเชิดใบหน้าขึ้นอย่างถือดี

อลิซมาเองได้ก็กลับเองได้ค่ะ ที่มานี่เพราะอยากบอกให้คุณรู้ว่าเรากำลังจะมีลูกด้วยกัน แต่ถ้าคุณไม่คิดจะรับผิดชอบ อลิซก็ไม่รู้ว่าจะทนหน้าด้านอยู่ที่นี่ต่อไปอีกทำไม คุณเตชิต สิทธิเวช ขอบคุณที่ทำให้อลิซรู้จักคำว่ารักแล้วก็ทำให้อลิซได้รู้ว่าความรักของคุณมันเกิดขึ้นเฉพาะตอนที่คุณอยากได้ตัวอลิซเท่านั้น ลูกคนเดียวอลิซเลี้ยงได้ ถ้าต้องให้แกมีพ่อที่เห็นแก่ตัวแบบนี้ก็สู้ไม่มีเลยดีกว่า ขอโทษด้วยนะคะที่มารบกวน ลาก่อนค่ะ...

สิ้นเสียงตัดพ้อสั่นเครือนั้นนิ้วเรียวก็ยกขึ้นปาดหยดน้ำตาที่ร่วงริน ก่อนจะสวมแว่นดำเหมือนตอนที่เดินเข้ามาแล้วหันหลังให้ทุกคน จากไปอย่างทระนง ไม่แม้แต่จะชำเลืองหางตากลับไปมองว่าคนเบื้องหลังจะทำอย่างไรต่อไปกับระเบิดลูกใหญ่ที่เธอปลดสลักทิ้งไว้หน้างานในค่ำคืนนี้

คนสารเลว พอกันที มิ้งไม่แต่งกับพี่เตแล้ว!” เจ้าสาวคนสวยตะโกนใส่หน้าเจ้าบ่าวพร้อมหยดน้ำตาที่ร่วงพรู

เผียะ!’

ฝ่ามือเล็กฟาดลงบนแก้มซ้ายสุดแรงจนเจ้าบ่าวหน้าหันและรู้สึกชาไปหมด ในขณะที่เจ้าสาวถลกชายกระโปรงยาวรุ่มร่ามขึ้นแล้ววิ่งออกไปจากงานโดยไม่เหลียวหลัง

มิ้งฟังพี่ก่อน!” ชายหนุ่มถลาตามเจ้าสาว แต่ถูกบิดาของเธอขวางทางไว้

ไม่ต้องตาม ลุงผิดหวังในตัวเตจริงๆ คุณอรุณบอกเสียงเข้ม ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโมโห ก่อนจะหันไปประกาศกับแขกเหรื่อเสียงดังฟังชัด

ผมขอแจ้งให้ทุกคนทราบว่างานแต่งคืนนี้ยกเลิกแล้ว จะไม่มีการจดทะเบียนสมรสระหว่างลูกสาวของผมกับเตชิตอีก เชิญทุกท่านรับประทานอาหารได้ตามสบาย ขอบคุณที่ให้เกียรติมาร่วมงาน และต้องขออภัยกับสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยครับ นับจากนี้ ชลธรกับ สิทธิเวชตัดขาดกันอย่างสิ้นเชิง!”

เดี๋ยวครับคุณลุง ผมอธิบายได้นะครับ ผมขอคุยกับมิ้งหน่อย ต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ๆ ผมขอร้องละครับ ให้โอกาสผมได้อธิบายซักนิด

มือหนาจับแขนว่าที่พ่อตาเอาไว้แน่น น้ำเสียงจริงจังและหนักแน่นนั้นเกือบจะทำให้คุณอรุณใจอ่อนและหลงเชื่อ ทว่าเมื่อนึกถึงสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นกับลูกสาวก็จำต้องตัดใจสะบั้นความสัมพันธ์ของสองครอบครัวลง เพื่อรักษาเกียรติของมนสิการ์ไม่ให้มัวหมองมากไปกว่านี้

ขอเถอะ อย่าทำให้ลุงเสียความรู้สึกมากกว่านี้เลยเต เท่านี้ลุงกับมิ้งก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว

คุณลุงครับ แต่ผมไม่...

ชายหนุ่มพยายามจะสรรหาคำมาอธิบาย แต่แล้วก็นึกอะไรไม่ออก ผู้หญิงชุดดำคนนั้นเป็นใคร และเธอมาอ้างว่าเขาเป็นคนรักทำไม ในเมื่อเขาไม่เคยรู้จักเธอมาก่อน แม้แต่ตัวเองยังมึนขนาดนี้แล้วจะให้อธิบายกับคนอื่นว่ายังไงได้

เต...นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? คุณพรรษาเดินเข้ามาแตะแขนลูกชายด้วยความตระหนก หลังจากที่เกิดเรื่องอื้อฉาวไม่ถึงห้านาทีดี ข่าวก็แพร่กระจายไปทั่วงานอย่างรวดเร็วจนเธอซึ่งกำลังต้อนรับแขกเหรื่อส่วนหนึ่งอยู่ภายในห้องจัดเลี้ยงต้องวิ่งแจ้นออกมาหน้างานเพื่อสอบถามความจริง

ขอโทษด้วยนะคุณพรรษ ผมไม่อยากให้เป็นแบบนี้เลย แต่ผมคงต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของลูกสาว ทางที่ดีเราสองครอบครัวอย่ามาพบเจอกันอีกเลย ผมต้องขอตัวก่อน ไม่รู้ว่าป่านนี้ยายหนูเป็นยังไงบ้าง ลาเลยแล้วกันนะ คุณอรุณซึ่งเป็นเพื่อนเก่าของคุณพรรษาและสามีเอ่ยด้วยเสียงเย็นชา ก่อนจะรีบออกตามหาลูกสาวที่วิ่งเตลิดไปด้วยความเสียใจ

เต...แม่ต้องการคำอธิบาย คุณพรรษาเอ่ยเสียงเรียบ สีหน้าจริงจัง

ผมมีเรื่องต้องทำ แม่กลับบ้านไปก่อนเถอะครับ เขาบอกเสียงต่ำ ก่อนจะก้าวเร็วๆ ไปกดเรียกลิฟต์เพื่อตามล่าแม่สาวปริศนาในชุดดำมาชำระความผิดให้จงได้!

เดี๋ยวสิเต เตชิต!”

ผู้เป็นมารดาร้องตามลูกชายไปอย่างหัวเสียแต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจฟัง ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออก ร่างสูงสง่าที่พกพาโทสะไว้เต็มอกก็ก้าวเข้าไปด้านในแล้วกดปิดโดยเร็ว ครั้นเธอจะตามไปอีกคนก็เห็นจะไม่งาม ในเมื่อแขกเหรื่อมากมายที่มาร่วมงานยังต้องการคำอธิบายจากเจ้าภาพซึ่งตอนนี้เหลือเธอเพียงคนเดียวที่ต้องรับกรรมไปตามระเบียบ

ให้ตายสิ นี่มันเรื่องบ้าบออะไรกันนะ!’

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

6 ความคิดเห็น