กว่าจะรัก

ตอนที่ 2 : แยกย้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,344
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 74 ครั้ง
    14 พ.ย. 62

     ทิพาเดินออกจากห้องตรวจด้วยหัวใจที่อ่อนแรง เธอทำยังไงดีล่ะ ตอนแรกเธอจะไม่เก็บเด็กคนนี้ไว้ ถ้าหมอไม่ยอมให้เธอทำแท้งเธอก็คงจะหาวิธีจนได้ แต่พอได้ฟังเสียงหัวใจของเขาแล้วเธอกลับไม่กล้าทำอะไรแบบนั้นเลย เธอกลัว....เธอไม่เติบโตมาด้วยความสมบูรณ์แบบของครัวครอบ เธอไม่มีพ่อและแม่ เธอโตมากับครอบครัวของน้าชาย ถึงน้าของเธอจะพยายามเลี้ยงเธอให้ดีตามอัตภาพ แต่เมื่อเธออายุสิบสี่น้าชายของเธอก็จากเธอไปแบบไม่มีวันกลับ เธอเลยต้องหาเลี้ยงตัวเอง เธอไม่อยากเอาตัวเองเป็นภาระของน้าสะใภ้

เธอทำงานพาร์ททาร์มเพื่อหาเงินมาเป็นค่าเล่าเรียนของตัวเอง ถึงแม้ว่าเธอจะทำงานแต่ความโชคดีของเธอคือน้าสะใภ้ก็ได้ช่วยเธอครึ่งหนึ่ง จนเธออายุสิบเจ็ด เธอก็ได้พบกับคุณคะนึงนิจ มารดาของคชาหรือย่าของบูรพา ท่านเป็นคนเอาเธอมาขัดสีฉวีวรรณใหม่และได้ให้งานเธอทำ และนั้นคือจุดเริ่มต้นของเธอและบูรพา

ทิพาพาตัวเองมานั่งรับลมอยู่ที่สนามเด็กเล่นของโรงพยาบาล เธอมองไปเห็นแม่กำลังป้อนข้าวลูกที่กำลังป่วย ภาพที่เธอเห็นยิ่งทำให้เธออยากร้องไห้ การเลี้ยงเด็กหนึ่งคนมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสักนิดกว่าเขาจะเติบโต เธอจะสามารถเลี้ยงดูเขาได้ดีไหมนั้นคือสิ่งที่เธอกังวลและกลัว หญิงสาวนั่งอยู่ที่สนามเด็กเล่นอยู่นานจนคิดได้ว่าเธอควรตั้งสติและหาวิธีแก้ปัญหาโดยที่ไม่จำเป็นต้องยุ่งเกี่ยวกับบูรพาจะดีที่สุด เธอกับเขาไม่เคยมีสถานะให้กัน ไม่เคยมีพันธะต่อกันเพราะฉะนั้นคงไม่จำเป็นที่ต้องบอก

ทิพาจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลของตัวเองเสร็จก็เดินกลับมาที่บ้าน หยิบสมุดบัญชีเงินฝาก อสังหาฯต่างๆที่เธอมีและมานั่งคำนวณเงินทั้งหมดอย่างถี่ถ้วน ของแบรนด์เนมต่างๆที่เธอมีและไม่ได้ใช้งานหญิงสาวตัดสินใจที่จะขายมันทั้งหมด เธอต้องการเงินมากที่สุดเท่าที่เธอจะทำได้ หลังจากที่คิดหาทางทำเงินเสร็จเธอก็พบว่าตัวเองมีบ้านที่ต่างจังหวัดอยู่หนึ่งหลัง บ้านที่เธอลืมไปแล้วว่ามี...บ้านที่เธอซื้อเพราะบูรพาบอกให้เธอซื้อ

คชาจอดรถด้วยความแรงเขาไปที่โรงพยาบาลก็พบว่าทิพาออกจากโรงพยาบาลแล้ว พยาบาลบอกว่าเธอเรียกแท็กซี่ให้นางร้ายสาวเอง เขาเหยียบมาด้วยความเร็วเพราะกลัวว่าทิพาจะทำอะไรที่ผิด แต่เมื่อมาถึงบ้านก็โล่งใจ ทิพานั่งกดเครื่องคิดเลขอยู่หน้ากองสมุดบัญชี

“ขอบคุณสวรรค์ที่ไม่ทำให้พี่หัวใจวาย” คชากล่าวเบาๆก่อนจะเดินเข้าไปหาทิพา หญิงสาวช้อนตามองคนที่เข้ามาใหม่แต่ก็ไม่ได้สนใจเขาไปมากของตรงหน้า “เดย์กำลังทำอะไร” คชานั่งลงข้างๆหญิงสาว

“กำลังคำนวณเงินค่ะ เดย์จะต้องหาเงินเลี้ยงลูก”

“ตัดสินใจได้แล้วใช่ไหม”

“ค่ะ” ทิพาวางปากกาก่อนจะหันมองตาคชา “เดย์จะเลี้ยงลูกค่ะ เดย์จะเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว”

“แล้วของพวกนี้...” คชาหยิบโฉลดคอนโด อสังฯอื่นๆของทิพามาดู เขาไม่เคยรู้ว่าหญิงสาวจะซื้ออสังหาฯไว้หลายแห่ง

“เดย์กำลังจะขายค่ะ มีคอนโดสามสี่ห้องที่เดย์ปล่อยเช่าอยู่ แต่มีอีกกหลายห้องที่ยังสร้างไม่เสร็จ แต่คิดว่าจพเสร็จภายในเร็วๆนี้ เดย์เลยจะขายหรือปล่อยเช่าค่ะ”

“เออ..พี่ไม่ยักรู้ว่าเดย์รวยขนาดนี้” คชาพูดตามความจริง ถ้านับดีๆคอนโดที่ทิพาว่ามันก็มีมูลค่าหลายสิบล้านเลยทีเดียว “แล้วพวกบ้านละจะขายด้วยไหม”

“ขายหมดค่ะ เหลือให้เดย์กับลูกอยู่สักหลังก็พอ” ทิพายิ้มออก ไม่สติแตกเหมือนเมื่อคืน “ต้องขอบคุณคุณแบงค์นะคะที่แนะนำให้เดย์...” ทิพาหยุดคำพูดของตัวเอง เธอไม่ควรคิดถึงเขาสิ คชาเห็นท่าทีก็พอเดาออกว่าลำพังทิพาคงไม่คิดจะเอาเงินมาสร้างมูลค่าได้เยอะขนาดนี้ คงจะเพราะหลานชายตัวดีของเขาที่แนะนำหญิงสาวให้ทำแบบนี้ บูรพานั้นเล่นหุ้นแปลงเงินมาตลอด แน่นอนว่าเขาก็คงจะหวังดีกับทิพาเพราะรู้ว่าทิพาตัวคนเดียว ไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนอีก อันที่จริงเด็กสองคนนี้รักกันและห่วงใยกันมากกว่าที่พวกเขาเข้าใจและรักกันโดยที่ไม่รู้ตัวว่ารัก

“ให้พี่ช่วยประกาศขายให้ไหม แต่ถ้าพี่จะขอซื้อคอนโดสักหลังเราจะขายพี่ราคาเบาๆหน่อยไหม”

“พี่ช้างมีบ้านอยู่แล้วจะซื้อคอนโดทำไมละคะ”

“เผื่อวันนึงพี่โดนไล่ออกจากตระกูลพี่จะได้มีที่ซุกหัวนอน พี่ไม่อยากนึกภาพอนาคตเลยว่าถ้าทุกคนรู้ว่าพี่ช่วยเราปิดเรื่องท้อง แอบปิดเรื่องทายาทของสุรีย์ฉาย พี่ไม่อยากคิดเลย”

“ทำไงได้ละคะ ให้เดย์ไปอาละวาดบอกตัวเองท้อง ถ้าเกิดคนอื่นรู้คนที่อับอายคือเดย์ไม่ใช่คนอื่นเสียหน่อย”

“พี่ดีใจที่เดย์มีสติอย่างรวดเร็ว ไม่จมกับความเสียใจนาน”

"ชีวิตของเดย์ต่อไปนี้ไม่ได้มีตัวคนเดียวแล้วค่ะ ยังมีลูกเพิ่มมาอีกหนึ่งคน” ทิพาพูดเสียงเบา “เดย์ขอโทษพี่ช้างนะคะที่ทำให้พี่ช้างต้องลำบากทั้งกายและใจ เสร็จงานที่เรารับไว้แต่ก็จะไปจากชีวิตทุกคนค่ะ”

“อย่าถึงต้องขนาดนั้นเลย อย่าทำเหมือนตายจากกัน ติดต่อพี่เหมือนเดิม อย่างน้อยๆพี่เองก็จะรู้ว่าเดย์กับลูกสบายดี มันจะได้ลดความรู้สึกผิดของพี่ลงได้บ้าง อย่าลืมสิว่าพี่คือปู่ของเด็กคนนี้นะ” ทิพาพยายามกลั้นน้ำตาอย่างสุดชีวิต เธอไม่อยากร้องไห้อีกแล้ว แต่น้ำเสียงอาทรและคำพูดที่คชาบอกมันคือความจริงทั้งหมด อย่างน้อยๆเขาก็คือปู่ของลูกเธอ


“ตาแบงค์ไม่ลงมาด้วยเหรอหนูนิด” สุธาสินีถามลูกสะใภ้ที่เดินลงมาจากชั้นบนคนเดียว “หรือยังไม่ตื่น”

“คุณแบงค์ไม่ได้กลับมานอนที่ห้องตั้งแต่เมื่อคืนแล้วค่ะ”นิชชาตอบมารดาสามีในนามตามความจริง เธอยอมรับว่าเธออยากให้บูรพาโดนมารดาต่อว่า

“ทำแบบนี้ได้ยังไงกัน! ใช่ได้ไหม” สุธาสินีพูดเสียงดังเพราะโกธรที่ลูกสาวคนเดียวหักหน้าเธอได้ลงคอ คณิตผู้เป็นบิดาบูรพาถอนหายใจเสียงดังจนนิชชารู้สึกไม่ดี

“พอเถอะนิ อย่าทำมื้อเช้าของพี่ต้องกลืนไม่ลงเลย” คำพูดและเสียงเนิบๆของคณิตเหมือนหยุดกิริยาของสุธาสินีเสียสนิท “เย็นนี้พี่ไม่กลับกินข้าวที่บ้านนะ จะไปนอนบ้านสวนเสียหน่อย”

“ตามสบายเถอะค่ะ” สุธาสินีตอบกลับสามีอย่างเหลืออด เวลาแบบนี้แทนที่จะช่วยกันคิดกลับหนีไปนอนบ้านมารดาตัวเองซะงั้น “เดียวแม่มา แม่ขอโทรหาตาแบงค์ก่อน” สุธาสินีลุกออกไปจากโต๊ะอาหารทิ้งให้นิชชาเผชิญหน้ากับคณิตสองคน

“ให้เวลาเจ้าแบงค์เขาหน่อย คนโดนบังคับให้แต่งงานมันก็ย่อมทำใจได้อยาก หนูคงเข้าใจนะหนูนิด”

“ค่ะคุณพ่อ” นิชชาตอบรับ

ด้านตัวสร้างปัญหานอนมือก่ายหน้าผากอยู่ที่บ้านสวน บ้านซึ่งเป็นผู้เป็นย่าพักอาศัยอยู่ หลังจากที่เขาคุยกับคชาได้สองสามคำเขาก็ยืนบื้ออยู่นานจนคิดได้ว่า ถ้าตอนนี้เขายังไม่รักเขาก็ไม่ควรเอาตัวไปใกล้ชิดกับนิชชา ถ้าเขายังไม่สามารถลบทิพาออกได้ และเมื่อเขาทำใจได้มากกว่านี้เขาก็พร้อมที่จะเป็นสามีที่ดีของนิชชาได้ ตอนนี้เขาขอเวลาหน่อย ขอแค่เวลาทำใจ

“ไงละเรา แม่เราโทรตามกันวุ่นวายแต่เช้า” คะนึงนิจแซวหลายบูรพาที่นอนก่ายหน้าผากพลางถอนหายใจ

“คุณแม่โทรมาแล้วเหรอครับ”

“อืม โทรมาเมื่อกี้ แต่ย่าก็ไม่ได้บอกหรอกนะว่าเราอยู่ที่นี่ ย่าขี้เกียจฟังแม่เราบ่น”

“คุณย่าก็ไม่ได้ชอบคุณแม่ แต่ทำไมคุณย่าถึงยอมให้คุณพ่อกับคุณแม่แต่งงานกันละครับ”

“ก็ความสุขของพ่อเรา ย่าจะไปขว้างความสุขเขาทำไม อีกอย่างย่าไม่รู้ว่าย่าจะอยู่ได้นานแค่ไหน ถ้าวันนึงย่าเป็นอะไรไปแม่เราก็ต้องอยู่ข้างพ่อเราถูกไหมละ”

“ก็จริงครับ...”

“ย่าถามจริงๆเถอะ ไม่ดีใจเรอะที่ได้เมีย” คะนึงนิจขยับตัวเข้าไปใกล้บูรพา “เมียเราก็สวยเหมือนนางเอกละครเชียวนะ”

“ไม่รู้สิครับ ใจผมมันยังไม่ได้รู้สึกว่าผมหลงใหลได้ปลื้มอะไรขนาดนั้น”

“แล้วเรื่องแม่เดย์ละ เรารักแม่คนนั้นเหรอ”

“คุณย่าทราบ” บูรพาร้องเสียงดังเพราะไม่คิดว่าแม้แต่ย่าของเขาก็รู้เรื่องนี้ คะนึงนิจขำในลำคอ “ผม...ผม...”

“ตอนแรกย่าก็ไม่รู้หรอก แต่แม่เรามาด่าเจ้าช้างถึงที่นี่ คนแก่เลยพลอยได้ยินเรื่องมันๆไปด้วยเลย” มือเหยี่ยวของคะนึงนิจลูบศีรษะของบูรพาเบาๆ “มีเมียสองคนมันไม่สนุกหรอกนะแบงค์ ถ้าไม่ได้รักเจ้าเดย์ก็ปล่อยเขาไป เราอย่าลืมว่าแต่งงานแล้ว ร้อยทั้งร้อยคนภายนอกก็ต้องมองว่าเดย์มันเป็นเมียน้อย หน้าที่การงานเดย์ก็จะพลอยเสียไปด้วย เรื่องไหนที่ต้องปล่อยว่างก็ต้องทำ ก็ต้องปล่อย อย่าทำร้ายจิตใจผู้หญิงถึงสองคนในเวลาเดียวกัน ฟังคำย่าไว้นะ นิชชาเขาไม่ได้มารู้เรื่องของแบงค์กับเดย์ เขาไม่ผิดที่เข้ามาในตอนนี้ แบงค์เองต่างหากที่ไม่เข้มแข็งพอ” บูรพาฟังคำสอนของคะนึงนิจแล้วพยักหน้าเข้าใจ ใช่! เรื่องนี้คนที่ผิดคือเขา นิชชาไม่ได้ผิดเลยสักนิด

บูรพากลับบ้านของตัวเองก็เจอนิชชานั่งอยู่ที่ห้องรับแขกพร้อมกับคนงานอีกสองสามคน สายตาเรียวหันมองเขาแล้วก็กลับไปสนใจกับสิ่งที่ตัวเองทำก่อนหน้า ชายหนุ่มเดินเข้าไปใกล้ก่อนจะโบกมือส่งสัญญาณให้คนงานออกไปก่อน

“ผมขอโทษ” คำแรกที่บูรพาพูดกับนิชชา “ผมขอโทษที่ทิ้งคุณให้นอนคนเดียว ผมแค่ยังไม่ชินและปรับตัวไม่ได้กับเหตุการณ์นี้”

“ช่างมันเถอะค่ะ นิดไม่ได้โกธรอะไรคุณมากมายหรอก นิดเข้าใจว่าคุณอาจจะยังสับสน นิดเองก็สับสนเหมือนกันว่านิดทำถูกแล้วใช่ไหมที่ยอมแต่งงานกับคุณ”

“ผมจะพยายาม...และผมสัญญาว่าผมจะไม่ทำอะไรคุณแน่นอน”

“ทานข้าวมารึยังคะ” นิชชาถามสามีในนาม แต่ชายหนุ่มกลับเงียบไม่ตอบคำถามของเธอ “รอเดียวนะคะ เดียวให้เด็กตั้งโต๊ะให้”

เมื่อภรรยาในนามเดินออกไปแล้ว บูรพาก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเขาเลื่อนไปที่เบอร์ของทิพา...มือใหญ่สั่น เขาไม่กล้าลบเบอร์ของทิพา เขายังไม่พร้อม บูรพาหงุดหงิดตัวเองจนต้องเดินเข้าห้องนอนไป เสียงปิดประตูนั้นดังไปทั้งชั้นสอง นิชชาเองเห็นทุกการกระทำของบูรพา มันคงจริงอย่างที่เธอคิด...บูรพาอาจจะมีคนของเขาเองอยู่


คชาค่อนข้างเป็นห่วงทิพาที่ต้องไปงานอีเว้นท์เครื่องหอมที่เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย เขากลัวว่าทิพาจะมีอาการแพ้ท้องออกมาต่อหน้าทุกคน สีหน้ากังวลของเขาปิดไม่มิด ทิพาเองก็พยายามบอกกับลูกของเธอว่า อย่าความแตกเลย ตัวเธอเองก็กลัวเพราะหลังจากนี้เธอยังมีอีกสามงานที่ต้องทำ ถ้าความแตกวันนี้เธอคงไม่เหลือที่ยืนบนสังคมนี้

“ขอให้งานนี้ผ่านไปด้วยดี ไม่มีปัญหาอะไรทั้งสิ้น” คชาบีบมือทิพาแน่น “พี่เอาใจช่วยถ้าไม่ไหวเรียกพี่เลยนะ เข้าใจไหม”

“ค่ะพี่ช้าง เดย์จะทำให้ดีที่สุด”

เวลากว่าสองชั่วโมงทิพาทำหน้าที่ของเธอได้ดีและเธอขอบคุณลูกในใจที่เขาเป็นเด็กดีไม่ทำให้เธอลำบาก แต่เธอก็ต้องตกใจเมื่อวันนี้เธอเจอนักข่าวที่รอทำข่าวเธอมากกว่าปกติ ทิพาพยายามมองหาคชา แต่เขาก้อยู่ไกลเกินที่จะเข้ามาช่วยเธอ

“ขอสัมฯหน่อยนะคะเดย์ มีเรื่องต้องอัพเดตกันหน่อยน้า” นักข่าวสำนักข่าวหนึ่งพูดเป็นกันเองกับเธอเพราะเจอตามงานหลายต่อหลายครั้ง ทิพาเองก็ทำได้แค่ยิ้มตอบ  ทิพากัดริมฝีปากตัวเองแน่นอนว่าเธอกังวล

“เป็นอย่างไรบ้างกับงานวันนี้”

“เป็นงานที่สวยมากค่ะ เดย์ดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของงานและดีใจที่ได้มาร่วมงานที่ดีและเฟอร์เพคขนาดนี้ค่ะ”

“ส่วนตัวเคยใช้ผลิตภัณฑ์ของแบรนด์นี่ไหมคะ”

“หลายตัวเลยค่ะ เครื่องหอมที่อยู่ในห้องนอนของเดย์ก็เป็นของแบรนด์นี้ เดย์มีความสุขกับกลิ่นที่ได้รับมากค่ะ”

“มีข่าวมาว่าเดย์เอาของเก่าออกมาขาย เพราะตกอับอันนี้จริงไหม” ทิพาว่าแล้วว่านักข่าวต้องถามเธอเรื่องนี้

“เดย์กำลังนำพวกเขาใช้ออกมาขายค่ะ ไม่ใช่ว่าเดย์ตกอับอะไรหรอกนะคะ แต่เห็นว่าคงไม่ได้ใช้งานแล้ว เก็บไว้ก็เสียดายเลยเอามาส่งต่อให้คนที่รัก ที่ชื่นชอบเหมือนเรามารับต่อไป เราเองก็สบายใจว่าของที่เราขายไปมันได้อยู่กับคนที่ชอบมันจริงๆค่ะ”

“เรื่องเพื่อนชายคนสนิท คุณบูรพา ที่เพิ่งแต่งงานไปเมื่อสองวันก่อน” นักข่าวที่เธอไม่เคยเห็นหน้าถามขึ้นมา ทิพาจับมือตัวเองที่กำลังสั่น แต่เธอต้องยิ้มออกมาเพราะจะให้ใครรู้เรื่องของเธอไม่ได้

“ก็ยินดีกับเขานะคะ คุณแบงค์ได้แต่งงานกับผู้หญิงที่เหมาะสม เราในฐานะเพื่อนก็ย่อมดีใจด้วยอยู่แล้ว”

“เขาไม่เชิญไปงานด้วยเหรอคะ” นักข่าวคนเดิมถาม “แล้วคุณเดย์รู้จักเจ้าสาวไหมคะ” ทิพาเริ่มมีอาการมึนหัว เธอยังไม่พร้อมที่จะรับมือกับคำถามที่กระทบใจเธออย่างแรงแบบนี้ คชายืนฟังคำสัมภาษณ์อยู่สักพักก็เห็นว่าทิพาไม่ไหวเลยจะเข้าไปช่วย แต่ทิพาหันมาตอบนักข่าวคนเดิมด้วยสายตาที่แข็งกร้าว

“งานแต่งงานของคุณแบงค์ก็เป็นเรื่องงานแต่งของเขาเนอะ เขาจะเชิญใครไม่เชิญใครเดย์คงไม่มีสิทธิไปบอกเขาได้ มันเป็นสิทธิส่วนบุคคลของเขาค่ะ ส่วนเรื่องที่ถามว่ารู้จักเจ้าสาวไหม เดย์ก็ต้องตอบว่า เดย์ไม่จำเป็นต้องรู้จักคนรักของเพื่อนทุกคน อีกอย่างเดย์กับคุณแบงค์เราไม่ได้สนิทกันก็จริงแต่ก็ไม่ถึงกับสนิทขนาดนั้น อย่าเอาเดย์ไปเป็นปัญหาของใครเลยนะคะ คุณแบงค์เองก็ไม่ใช่ปัญหาของเดย์ ก็แค่เพื่อนที่อยู่ในแวววงใกล้ตัวกันเท่านั้นค่ะ” ทิพาตอบชัดเจนทุกคำ แม้ว่าร่างกายเธอกำลังต่อต้าน แต่เธอก็พยายามจะยืนหยัดให้ได้ นักข่าวคนที่ถามถึงกับหน้าม้าน ไม่คิดว่าจะโดนทิพาตอกหน้ากลับ ถึงคำพูดมันไม่มีคำหยาบคายแต่ถ้าแปลดีๆคืออย่าสาระแนเรื่องชาวบ้านเพราะขนาดเจ้าตัวยังไม่สาระแนเลย

บูรพานั่งฟังคำสัมภาษณ์ของทิพาอยู่คนเดียวในห้องอ่านหนังสือ ทิพาคงจะโกธรเขามากจนไม่อยากจะพูดถึงเขาเลยด้วยซ้ำ ถ้าทิพาจะไม่ให้เขาเป็นเพื่อนเขาก็เข้าใจ สายตาและน้ำเสียงที่เธอตอบคำถามเรื่องเขาไม่สั่นเลยแต่ดวงตาของเธอแสดงอาการเจ็บปวดอย่างเห็นได้ชัด น้ำตาที่คลอหน่วยตามันบีบหัวใจเขาพิกล

ไม่นานเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น บูรพารีบปิดสัมภาษณ์ของทิพาทันทีที่เห็นว่ามีบุคคลอื่นกำลังเดินเข้ามา “คุณแม่มีอะไรเหรอครับ”

“แบงค์ควรหยุดงานสักสองอาทิตย์พาหนูนิดไปฮันนีมูนดีไหมลูก”

“.......”

“แม่เตรียมทริปด่วนพิเศษให้ลูกแล้ว ไปยุโรปสักสองอาทิตย์นะลูก”

“อันที่จริงถ้าคุณแม่เตรียมทุกอย่างแล้ว ก็ไม่ต้องถามผมก็ได้ครับ”

“อย่าพูดแบบนี้กับแม่นะ!! แม่พยายามหาสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูก ลูกก็รู้”

“ครับผมรู้” บูรพาตอบอย่างปลง “เพราะมีหวังดี ความหวังดีมากมายที่แม่หามาให้ผม ผมซาบซึ้งอยู่เต็มหัวใจของผม ผมสำนึกกับมันเสมอ แต่ผมขอนะครับคุณแม่ ผมยอมคุณแม่ขนาดนี้แล้วอย่ายุ่งกับเดย์อีกเลยนะครับ ปล่อยเธอไป ผมผิดที่ผมเริ่มเรื่องราวขอผมกับเดย์ แต่อย่าไปยุ่งกับผู้หญิงที่น่าสงสารคนนั้นเลยนะครับ ผมจะทำทุกอย่างที่คุณแม่ต้องการเพราะผมเป็นลูกของคุณแม่ และผมก็ขอคุณแม่เรื่องเดย์ในฐานะลูกของคุณแม่เช่นกันครับ” บูรพาพูดจบก็เดินผ่านสุธาสินีออกจากห้องอ่านหนังสือไป คำขอของบูรพาเธอทำให้แน่นอน แต่เธอต้องมั่นใจว่าทิพาจะไม่มาวุ่นวายกับชีวิตลูกชายเธออีก หวังว่าการไปฮันนีมูนครั้งนี้จะทำให้บูรพาและนิชชาเข้าใจกันมากขึ้น

ทิพายืนมองบ้านหลังจากที่ขนของออกจากบ้านเรียบร้อย การประกาศขายบ้านของทิพาสร้างความแปลกใจแก่คนที่รู้ข่าว และมันยิ่งตอกย้ำข่าวลือที่ว่าเธอตกอับอีกด้วย แต่ทำอย่างไรได้เธอต้องการเงินมหาศาลเพื่อดูแลลูกขอเธอ เธอต้องอาศัยสิ่งที่เธอร่ำเรียนมาให้เกิดประโยชน์สูงสุด เมื่อเธอก้าวออกจากวงการมายานั้นหมายถึงเธอจะหมดรายได้จากส่วนนี้ เธอต้องยืนด้วยลำแข้งของตัวเอง

“เงินที่เหลือพี่จะโอนให้เดย์ตามไปนะ มีอะไรขาดเหลือโทรหาพี่ได้ตลอดเวลารู้ไหม” คชาลูบหัวทิพา “พี่เป็นห่วงเราจริงๆนะเดย์”

“เอาน่าพี่ช้าง เดย์อยู่ได้”

“เอาเป็นว่าพี่จะส่งคนไปอยู่กับเราอีกคนนะ อย่างน้อยก็จะได้ค่อยช่วยเหลือกัน”

“พี่ช้าง....มันลำบาก...”

“ไม่มีคำว่าลำบาก หลานพี่ต้องมีคนช่วยดูแล อย่าขัดใจพี่เลยนะ ถึงภูเก็ตแล้วโทรหาพี่ด้วย”

“ค่ะพี่ช้าง ดูแลสุขภาพด้วยนะคะ”

“อื้ม”

“รีบๆมีเมียสักที อย่าปล่อยให้น้องเป็นห่วงเลย”

“ทะลึ่ง!” คชาทำท่าดุใส่ทิพา นานนับเดือนที่ไม่ได้เห็นทิพายิ้มกว้างขนาดนี้ อย่างน้อยเขาก็สบายใจได้อีกหนึ่งขึ้นว่าสภาพจิตใจของทิพานั้นดีเกินพอที่จะอยู่คนเดียวได้แล้ว

....................................................................

ตอนที่ 2 มาแล้วค่ะ มาตามอ่านกันต่อเลยยยย

ขอบคุณคอมเม้นและการติดตามมนะคะ กลับมาแล้วรู็สึกอบอุ่นมากๆเลย ^^

เดย์ตัดสินใจที่จะออกจากชีวิตของแบงค์แล้วนะคะ เพื่อตัวเองและลูก งานนี้คนที่แสนจะเหนื่อยใจคือ อาช้าง นั้นก็หลาน อีกคนก็รักเหมือนน้อง มาลุ้นตอนที่3กันต่อนะคะว่าจะอย่างไรต่อ

ฝากคอมเม้นติ-ชมกันมาเยอะๆนะคะ แล้วเจอกันตอนหน้าค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 74 ครั้ง

38 ความคิดเห็น

  1. #5 หวานน้ำตาล (@bestlovefluk) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2562 / 13:04
    ต้อง move on สู้ๆนะเดย์
    #5
    0
  2. #4 nhjk (@nhjk) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2562 / 23:20
    ขอวันละ 2 ตอนได้ไหม จะลงแดง
    #4
    1
    • #4-1 TheMe2Me (@thongbang-rada91) (จากตอนที่ 2)
      9 กรกฎาคม 2562 / 02:58
      ตอนนี้เะิ่งจะเขียนได้สามตอนเองค่ะ เขียนไปลงไปน้า อดใจรอแป๊ปปป
      #4-1
  3. #3 Sutasinee Nkom (@sutasinee_nkom) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2562 / 22:25
    อัพทุกวันได้มั้ยคะ
    #3
    1
    • #3-1 TheMe2Me (@thongbang-rada91) (จากตอนที่ 2)
      9 กรกฎาคม 2562 / 02:59
      คิดว่าอัพทุกวันค่ะ วันละ 1 ตอน เนื่องจากเขียนไปลงไปไม่ได้สต๊อกเอาไว้ค่ะ
      #3-1
  4. #2 nukik1024 (@nu_kik1024) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2562 / 22:12
    รออ่านตอนต่อไปนะคะ
    #2
    1