ปมร้อนซ่อนรัก

ตอนที่ 35 : บทที่ 35 บุรุษพยาบาลจำเป็น (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2669
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    19 เม.ย. 53

ตอนที่ 35

วีรภัฏสวมเสื้อกล้ามสีขาว กับกางเกงขายาวสีดำ ผมที่ยาวระต้นคอนั้นยังไม่ทันแห้งสนิทดี เขาเดินไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลที่เตรียมไว้แล้วเดินมานั่งข้างๆ กานต์รวี หญิงสาวแกล้งทำเป็นต่อว่าอาจารย์หนุ่มเพื่อกลบเกลื่อนพิรุธของตัวเอง แต่ที่จริงแล้วในใจเธอก็คิดอย่างเดียวกับที่พูดนั่นล่ะ ไม่รู้ทำไมถึงไม่อยากให้ใครได้เห็นเรือนร่างกำยำของชายหนุ่มนอกจากเธอเพียงคนเดียวเท่านั้น หญิงสาวได้แต่ตบตีกับความคิดของตัวเองในใจ นี่เธอต้องเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ ถึงได้คิดอะไรไม่เข้าท่าอย่างนั้น

                วันหลังก็อย่าเดินโทงๆ แบบนี้อีกล่ะ เดี๋ยวคนอื่นมาเห็นเข้ามันไม่ดีรู้หรือเปล่า

                หึงผมเหรอครับกานต์

นายตำรวจหนุ่มยิ้มแก้มแทบปริ เขาชอบนักล่ะเวลามีคนมาคอยเอาใจใส่เขา

                หลงตัวเองชะมัด ใครเขาหึงนายกัน ฉันกลัวว่าคนอื่นๆ เขาจะเป็นตากุ้งยิงกันหมดต่างหากล่ะ

“งั้นแสดงว่ากานต์อยากเป็นตากุ้งยิงคนเดียวใช่ไหมล่ะครับ แหม ใจดีจังเลยนะ อุตส่าห์ขอรับเคราะห์แทนคนอื่นเขาหมดเลย”

หญิงสาวปฏิเสธลั่น แล้วเบือนหน้าหนีไปอีกทาง แต่ไม่วายถูกคนหลงตัวเองแซวกลับจนให้ได้อายอีกครั้ง เธอหันมาทำหน้าดุใส่เขา

 “ตาบ้านี่! ทำไมถึงชอบกวนประสาทฉันอยู่เรื่อยเลยนะ”

 วีรภัฏหัวเราะร่วนกับท่าทีของหญิงสาวที่ทำหน้าค้อนปะหลับปะเหลือกใส่เขา พลางเปิดกล่องปฐมพยาบาลออก ก่อนที่จะหยิบแอลกอฮอล์ และทิงเจอร์ไอโอดีนสำหรับใส่แผลสด พร้อมกับสำลี ขึ้นมาวางไว้ เขายกเรียวขาของหญิงสาวที่อยู่ในชุดกางเกงขาสั้นเหนือเข่าขึ้นมาพาดบนตักของตัวเองไว้ แล้วก้มลงมองดูแผลของหญิงสาว ที่จริงแผลไม่ได้ใหญ่มากนัก

แต่บังเอิญเป็นจุดที่เส้นเลือดวิ่งผ่านพอดี จึงทำให้เลือดออกมามากกว่าปกติ ชายหนุ่มค่อยๆ เอาสำลีชุบแอลกอฮอล์แล้วทาวนเวียนไปรอบๆ แผล หญิงสาวสะดุ้งพร้อมกับกระตุกขาเล็กน้อยเมื่อรู้สึกถึงความเย็นที่มาสัมผัสบริเวณรอบๆ ปากแผล

“เดี๋ยวผมจะใส่ทิงเจอร์ให้ ทนเจ็บนิดนึงนะครับ แต่ว่าถ้ามันเจ็บมากล่ะก็จะเอามือจิกแขนอีกข้างของผมไว้ก็ได้นะครับ เหมือนเมื่อคืนไงล่ะ”

นายตำรวจหนุ่มเงยหน้าขึ้นมาพูดกับหญิงสาว พร้อมกับอมยิ้มน้อยๆ อย่างล้อเลียน แต่กลับถูกอีกฝ่ายถลึงตาโตใส่ เพราะรู้ดีในความหมายที่แฝงเป็นนัยๆ ในคำพูดนั้น

ต่อ

“เงียบไปเลยนะ รีบทำแผลให้เสร็จเร็วๆ เข้า ฉันหิวแล้ว อยากจะรีบไปกินข้าว เข้าใจหรือเปล่า”

“รีบทำอะไรให้เสร็จนะครับ พอดีอาบน้ำเมื่อกี้ น้ำมันเข้าหู ได้ยินไม่ค่อยชัด”

กานต์รวีย่นจมูกใส่อีกฝ่ายอย่างรู้ทัน ก่อนจะได้แต่นั่งหน้าแดง หัวใจเต้นโครมครามกับคำพูดสองแง่สองง่ามของเขา ชายหนุ่มยิ้มแย้มอย่างอารมณ์ดีเขามีความสุขที่สุดก็ตอนได้แกล้งหยอกเธอแบบนี้แหละ ไม่นานวีรภัฏก็ทำแผลให้หญิงสาวจนเสร็จเรียบร้อย

เสร็จแล้วครับ

ตำรวจหนุ่มค่อยๆ ยกเรียวขาขาวของหญิงสาวที่มีผ้าก๊อชแผ่นใหญ่แปะอยู่ตรงกลางหน้าแข้งและมีพลาสเตอร์ใสแปะทับเอาไว้อีกชั้นลงจากตักของเขาและวางลงบนเตียงอย่างเบามือ ก่อนที่จะเงยหน้ามามองเจ้าของเรียวขาขาวนั้น ความรู้สึกในตอนที่เขาได้จ้องมองใบหน้าของกานต์รวีเหมือนกับว่ามีเวทมนตร์อะไรบางอย่างที่ทำให้เขาถูกดึงดูดเข้าหาเธออย่างเลี่ยงไม่ได้

ชายหนุ่มเคลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้กับใบหน้าของหญิงสาว จนต่างฝ่ายต่างสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ของกันและกัน ก่อนที่เขาจะเลื่อนริมฝีปากลงมาจูบเธออย่างเร่าร้อน

เดี๋ยวยะ...หยุด

กานต์รวีครางในลำคอ เธอเริ่มเคลิ้มไปกับรสจูบของชายหนุ่มมากขึ้นทุกที จนแทบยั้งอารมณ์ความรู้สึกของตัวเองเอาไว้ไม่อยู่ หญิงสาวพยายามผลักไสใบหน้าของชายหนุ่มออกไปเมื่อเธอคิดว่าสถานที่นี้ไม่เหมาะสม เกิดใครมาเห็นเข้า เธอกับเขาคงได้ถูกลงโทษกันทั้งคู่ และพลอยจะทำให้แผนการทุกอย่างที่ดำเนินมาตั้งแต่แรกพังยับลงไปทั้งที่ยังไม่ทันสำเร็จ

ทำไมล่ะครับกานต์

วีรภัฏยังคงพร่ำเพ้อราวกับตกอยู่ในวังวนของความเสน่หาอย่างยากที่จะถอนตัวได้ ริมฝีปากอุ่นๆ คลอเคลียอยู่ตรงลำคอขาว จมูกโด่งของเขาสูดเอากลิ่นหอมอ่อนๆ ของสบู่ที่หญิงสาวใช้อย่างไม่รู้เบื่อ กานต์รวีพยายามเบี่ยงตัวหลบการกระทำของเขา สองมือเล็กๆ ของเธอผลักร่างชายหนุ่มออกห่าง พลางเอ่ยตอบเขาด้วยเสียงกระเส่าจากความรู้สึกหวามไหวที่ก่อตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็วจากสัมผัสของเขา จนยากที่จะต้านทานได้

อย่าทำแบบนั้นเลยค่ะ ที่นี่กานต์ว่าไม่เหมาะนะ

“อืม เข้าใจแล้วครับ”

ชายหนุ่มเมื่อได้ฟังก็เริ่มคิดได้ว่า ถ้าเกิดใครมาเห็นเขากับนักศึกษาสาวในสภาพนี้ก็คงไม่ดีเช่นกัน เขาจึงหยุดการกระทำของตัวเอง พลางสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ราวกับจะสะกดกลั้นอารมณ์ความรู้สึกของตัวเอง ก่อนจะพยุงหญิงสาวขึ้นจากเตียงแล้วพาเธอเดินออกไปทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรม ทั้งที่ในใจของชายหนุ่มอดที่จะรู้สึกเสียดายบรรยากาศดีๆ ระหว่างเธอและเขาเมื่อครู่นี้ไม่ได้

ต่อ

ทางด้านของชลธิชาหลังจากวิ่งหนีออกมาจากห้องของวีรภัฏด้วยความรู้สึกเขินอายแล้ว เธอก็วิ่งตรงกลับมาที่ส่วนของโรงแรมและคิดว่าจะขึ้นไปยังห้องพักเพื่อบอกว่าเธอไม่กล้าขอเครื่องมือปฐมพยาบาลจากอาจารย์หนุ่มมาให้ โดยไม่ได้เฉลียวใจเลยว่าเพื่อนสาวของเธอเดินลงไปหาคนทำแผลด้วยตัวเองแล้ว

ในขณะที่เธอกำลังยืนรอลิฟต์ที่ชั้นล่างของโรงแรมนั้น เสียงของปวีณ์กรก็ดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง เขามองเห็นตั้งแต่เธอวิ่งหน้าตั้งออกมาจากตัวเรือนพักรับรองสำหรับอาจารย์ กระทั่งมาหยุดยืนหายใจหอบอยู่ตรงหน้าลิฟต์

“วิ่งหนีอะไรมาน่ะน้ำ”

ความจริงแล้วเด็กหนุ่มยังโกรธเคืองเพื่อนสาวของตนไม่หาย ที่ทำตัวเป็นเด็กเมื่อเห็นว่าเขาสนใจกานต์รวีมากกว่าตนเอง แต่พอได้เห็นอาการร้อนรนของคนที่เป็นเพื่อนสนิท ความรู้สึกผูกพันที่มีต่อหญิงสาวก็ทำให้เขาอดรู้สึกเป็นห่วงเธอไม่ได้

ชลธิชาหันมาตามเสียงเรียก แต่คงเพราะว่าเธอหมุนตัวเร็วเกินไป บวกกับอาการพักผ่อนไม่เพียงพอเนื่องจากนอนร้องไห้อยู่เพียงลำพังมาตลอดทั้งคืน จึงทำให้เด็กสาวเกิดอาการหน้ามืดขึ้นมากระทันหัน

ร่างของเธอเซไปด้านข้าง จนเกือบจะล้ม โชคดีที่ปวีณ์กรเข้ามาประคองเอาไว้ได้ทัน เธอจึงใช้เขาเป็นหลักให้พักพิงเพื่อไม่ให้ล้มลงไปกองกับพื้น หญิงสาวยกมือขึ้นมากุมขมับด้านซ้ายของตัวเอง พลางหลับตาลงเมื่อรู้สึกว่าทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวเหมือนจะหมุนวนอย่างรวดเร็วภาพเบื้องหน้าค่อยๆ พร่าเลือน เธอได้ยินเสียงของปวีณ์กรดังเพียงแว่วๆ ก่อนที่ภาพใบหน้าของเพื่อนชายจะค่อยๆ กลืนหายไปในความมืด หญิงสาวหมดสติลงไปชั่วขณะ

“น้ำ เป็นอะไรหรือเปล่า”

ชายหนุ่มร้องถามเพื่อนสาวด้วยความเป็นห่วง ร่างเล็กๆ ของชลธิชาอ่อนปวกเปียกราวกับไร้สิ้นเรียวแรงควบคุมตัวเอง ปวีณ์กรตัดสินใจช้อนร่างของหญิงสาวขึ้นมาแนบอก แล้วพาไปนั่งวางราบลงบนโซฟาตัวยาวตรงล็อบบี้ที่อยู่ถัดไปจากลิฟต์เล็กน้อย เขาใช้หลังมือสัมผัสแก้มของสาวน้อยลูกคุณหนู แตะเบาๆ เพื่อเรียกสติของเธอกลับคืนมา

ชลธิชาค่อยๆ เปิดเปลือกตาขึ้นเมื่อได้ยินเสียงแว่วๆ ของเพื่อนชาย เธอกะพริบตาถี่ๆ เพื่อปรับดวงตาให้ชินกับแสง พลางรีบลุกขึ้นนั่ง แต่อาการหน้ามืดยังไม่ดีขึ้นนัก ปวีณ์กรรีบเข้ามาประคองเพราะกลัวเพื่อนสาวจะมึนจนตกลงไปจากโซฟา หญิงสาวเอ่ยถามอย่างงุนงง จำไม่ได้ว่าเมื่อครู่นี้เกิดอะไรขึ้น

“ทำไมปอนด์มาอยู่ที่นี่ได้ แล้วเมื่อกี้น้ำเป็นอะไรไปเหรอ”

“สงสัยจะเป็นลมน่ะ ปอนด์แค่เรียกเฉยๆ พอน้ำหันมาอยู่ดีๆ ก็ทำท่าเหมือนจะล้มลงไปเลย แล้วนี่ไม่เป็นอะไรมากใช่ไหม ปวดหัวหรือเปล่าน้ำ เดี๋ยวปอนด์ไปขอยาให้เอาไหม”

ปวีณ์กรมองใบหน้าซีดเซียวของหญิงสาวแล้วอดเป็นห่วงไม่ได้ เขาลืมเรื่องที่โกรธเธอไปเสียสนิท ชายหนุ่มได้แต่ตกใจเพราะไม่เคยเห็นชลธิชาเป็นแบบนี้มาก่อน ไม่สิ เขากลัวว่าเธอจะเป็นอะไรไปเหมือนตอนที่อาจารย์หนุ่มพาร่างหมดสติของหญิงสาวขึ้นมาจากทะเลอย่างนั้นไม่มีผิด

ต่อ

 “ขอบคุณมากค่ะปอนด์ แต่น้ำไม่ได้เป็นอะไรมากแล้ว เมื่อกี้มันมึนๆ นิดหน่อย ก็เลยหน้ามืดไปน่ะ นี่ก็ค่อยยังชั่วแล้วล่ะ”

ชลธิชารีบกล่าวตอบพร้อมกับขอบคุณเขา เธอส่งยิ้มน้อยๆ ให้เพื่อนชาย แต่อีกฝ่ายยังคงเป็นห่วงไม่หาย เขาถามย้ำอีกครั้งเพื่อความแน่ใจว่าเธอไม่ได้เป็นอะไรแล้วจริงๆ พร้อมกับยกเอาบิดาของหญิงสาวขึ้นมาขู่

“แน่ใจนะน้ำ ถ้าไม่สบายก็บอกมาตรงๆ นะ ไม่ต้องทำเป็นเก่ง เดี๋ยวเกิดไปเป็นลมเป็นแล้งที่ไหน กลับไปปอนด์ได้ถูกคุณพ่อของน้ำเอาเรื่องแน่ โทษฐานที่ไม่ดูแลลูกสาวเขาให้ดีน่ะ”

“แน่ใจสิคะ นี่ไงเห็นไหม ไม่ได้เป็นอะไรแล้วจริงๆ อืม น้ำว่าเดี๋ยวขึ้นไปตามกานต์ที่ห้องก่อนดีกว่านะ นี่ก็ได้เวลาอาหารเช้าแล้วด้วย”

สาวน้อยลูกคุณหนูรีบลุกขึ้นยืน พร้อมกับหมุนไปหมุนมาอวดชายหนุ่มที่เป็นเพื่อนสนิทแทนคำยืนยันว่าเธอไม่ได้เป็นอะไรแล้วจริงๆ พลางนึกขึ้นมาได้ว่าควรจะขึ้นไปเรียกเพื่อนสาวที่ยังอาบน้ำอยู่ให้ลงมาทานอาหารเช้าด้วยกัน และลืมไปสนิทว่าเธอมีหน้าที่ต้องทำแผลให้กับกานต์รวีด้วย หญิงสาวยังพูดไม่ทันจบประโยคดี คนที่ถูกพูดถึงก็เดินเข้ามาในล็อบบี้พร้อมกับอาจารย์หนุ่ม ปวีณ์กรที่มองเห็นหญิงสาวในฝันของเขาเดินกะเผลกเข้ามาโดยมีวีรภัฏคอยประคองอยู่ไม่ห่างก็เกิดอาการหงุดหงิดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เขาเอ่ยขึ้นลอยๆ พลางมองจ้องทั้งคู่เดินเข้าไปในห้องอาหารโดยไม่ทันมองเห็นพวกเขาที่ยืนอยู่ตรงใกล้ๆ ทางขึ้นลิฟท์อย่างไม่วางตา

“คงไม่ต้องขึ้นไปเรียกแล้วล่ะมั้ง นู่น เดินควงมากับอาจารย์ภัฏเข้าห้องอาหารไปแล้วล่ะ”

น้ำเสียงที่แฝงไว้ด้วยความไม่พอใจของเพื่อนชาย ทำให้ชลธิชาจับความรู้สึกนั้นได้ทันที ดูท่าทางเขาจะชอบกานต์รวีมากจริงๆ ถึงได้มีทีท่าเหมือนหึงหวงเพื่อนสาวของเธออย่างนั้น สาวน้อยลูกคุณหนูได้แต่ถอนหายใจยาว พลางกัดริมฝีปากตัวเองอย่างอดน้อยใจไม่ได้ ที่คนมาทีหลังอย่างกานต์รวีกลับยึดเอาพื้นที่ว่างในหัวใจของเพื่อนหนุ่มคนสนิทของเธอไปได้ ทั้งที่เธอมองแต่เขาคนเดียวมาตลอดแท้ๆ

“ถ้างั้นเราก็ไปทานข้าวกันเถอะปอนด์ น้ำเองก็เริ่มหิวแล้วเหมือนกัน”

เด็กสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงห้วนๆ อย่างไม่สบอารมณ์นัก เธอออกเดินนำเขาไปก่อนพลางเชิดหน้าขึ้นไว้ ด้วยกลัวว่าน้ำตาแห่งความน้อยใจจะไหลรินลงมาให้ได้อายต่อหน้าเพื่อนๆ นักศึกษาคนอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อหน้าเพื่อนสาวที่แย่งเอาความสนใจจากปวีณ์กรไปจากเธอจนหมดสิ้นเช่นนี้

ติดตามตอนต่อไปได้เร็วๆ นี้ค่ะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

657 ความคิดเห็น

  1. #448 jeabkiss (@jeabkiss) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 19 เมษายน 2553 / 18:51
    สงสารน้ำจังเลยนายปอนด์ไม่รู้ใจตัวเองเลย
    #448
    0
  2. #447 คนที่รอมานาน (@puccaaa) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 19 เมษายน 2553 / 01:24
    นี้ขนาดยังไม่ออกนอกหน้านะคะคุณตำรวจเอ๊ะหรือว่าอาจารย์ดีล่ะ
    #447
    0
  3. #446 kaaka (@kaekaa) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 18 เมษายน 2553 / 10:47
    อิอิ พาลให้นึกถึงเมื่อกลับไปอยู่ที่บ้านสองต่อสองอ่ะนะ 
    ไงหล่ะปอนด์ดูห่วงใยขึ้นมาบ้างแล้วนะเนี่ย
    #446
    0
  4. #445 คนที่รอมานาน (@puccaaa) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 18 เมษายน 2553 / 02:02
    เห็นด้วยกะคุณความเห็นที่443ทุกประการค่า  หารักครั้งใหม่ให้หนูน้ำดีกว่าค่ะ อิอิ
    #445
    0
  5. #444 yumekanau (@yumekanaru) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 18 เมษายน 2553 / 01:35
    แหม แอบขัดใจว่า
    อย่างนายปอนด์ไม่เห็นคู่ควรกับความรักอันมั่นคงของหนูน้ำเลย
    หึ ไรท์เตอร์ขาสร้างพระเอกให้น้องน้ำใหม่ดีกว่า
    แล้วให้อีตาปอนด์อกหักชวดทั้งสองทางไปเลย เหอๆ
    #444
    0
  6. วันที่ 18 เมษายน 2553 / 00:41
    คุณตำรวจหื่นน

    กานต์รู้แล้วว่าเป็นตำรวจ

    แล้วเมื่อไหร่ คุณตำรวจจะรู้ความจริงหล่ะนี่ ??

    มาต่อเร็วๆนะคะ
    #443
    0
  7. #442 jeabkiss (@jeabkiss) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 17 เมษายน 2553 / 22:55
    แหม คุณตำรวจใจร้อน
    #442
    0
  8. #441 yumekanau (@yumekanaru) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 17 เมษายน 2553 / 14:15
    เอาไว้กลับถึงบ้านก่อนนะค้า
    คุณตำรวจขา~~~~~~~~~~~
    #441
    0
  9. #440 kenjoy (@kenjoy) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 17 เมษายน 2553 / 09:27
    โอ๊ยๆๆ ลืมสถานที่เลยน้าคุณตำมะรวด
    #440
    0
  10. #439 ทับทิมสีเลือด (@rubyofblood) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 16 เมษายน 2553 / 18:05
    เป็นตำรวจเนี้ยระวังตัวหน่อย
    #439
    0
  11. #437 คนที่รอมานาน (@puccaaa) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 16 เมษายน 2553 / 00:34
    โห...พี่แกช่างตอกย้ำจริงๆ หนูกานต์เค้าเขินจนจะกินหัวพี่อยู่แล้วนะนั่น
    #437
    0
  12. วันที่ 15 เมษายน 2553 / 23:12

    ทามมัยอัพน้อยจังค่ะ

    แร้วเมื่อไรจะตีพิมพ์อ่ะ

    จะได้ซื้ออ่านให้จบไปเรยย

    แบบว่าจัยร้อนนะค่ะ

    #436
    0
  13. #435 yumekanau (@yumekanaru) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 15 เมษายน 2553 / 21:39

    แหม อย่าย้ำสิ
    คนเขาเขินไม่ใช่เหรอ

    #435
    0