ปมร้อนซ่อนรัก

ตอนที่ 3 : บทที่ 3 ฐานปฏิบัติการลับ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3746
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    6 ก.พ. 53

ตอนที่ 3

 

วีรภัฎแวะเปลี่ยนเสื้อผ้าที่หอพักของตัวเองเป็นชุดเสื้อเชิ้ตผูกเนกไทด์กับกางเกงแสล็ค พร้อมด้วยรองเท้าหนังขัดจนเป็นมันวาว และไม่ลืมที่จะหยิบแว่นตากรอบสีดำขึ้นมาสวมไว้ เพื่อให้เหมาะสมกับภาพลักษณ์ของความเป็นอาจารย์ที่ดูน่าเชื่อถือ ผู้กองหนุ่มยืนหมุนไปมาอยู่หน้ากระจก มองเงาสะท้อนของตัวเองแล้วรู้สึกแปลกตาเหลือเกินกับบุคลิกที่ดูสุภาพเรียบร้อยเช่นนี้ ร้อยวันพันปีเขาไม่เคยนึกว่าจะต้องหยิบเอาชุดแบบนี้ขึ้นมาใส่สักครั้ง โดยปกติแล้ว หากไม่ได้ใส่ชุดเครื่องแบบเต็มยศ ก็มักจะสวมเสื้อยืดคลุมทับด้วยแจ็กเกตของหน่วยงาน นุ่งกางเกงยีนส์และสวมรองเท้าผ้าใบเพื่อให้สะดวกต่อการปฏิบัติงานเสียมากกว่า

 

ชายหนุ่มเตรียมซักซ้อมคำพูดตามบทบาทที่ได้รับอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะเดินออกมาขึ้นรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นคันใหญ่สีดำสนิทคู่ใจของตน แล้วขับรถมุ่งหน้าไปยังบ้านของอดีตคนรักตามแผนที่ซึ่งโหลดมาจากในเว็บไซต์ เนื่องจากเป็นเส้นทางที่ไม่ค่อยจะคุ้นเคยนัก ชายหนุ่มจึงพยายามสังเกตสิ่งต่างๆ ไปตลอดเส้นทาง จนเมื่อเข้ามาถึงในบริเวณอาณาเขตหมู่บ้านจัดสรรในย่านหัวหมาก

 

วีรภัฏพยายามเก็บรายละเอียดทุกสิ่งรอบตัวไม่ว่าจะเป็นบ้านหลังงามที่เรียงรายมาตามทางเข้าของหมู่บ้าน รวมไปถึงผู้คนที่พักอาศัยอยู่รอบๆ ในบริเวณนั้น จนกระทั่งมาถึงยังหน้าบ้านหลังหนึ่งที่ตกแต่งไว้ในสไตล์ยุโรปตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า และมีขนาดย่อมลงมากว่าบรรดาคฤหาสน์ที่เขาขับรถผ่านมาเมื่อครู่ เขาก้มลงมองเลขที่บ้านในแผนที่สลับกับเงยหน้าขึ้นมองตัวเลขสีทองที่ติดอยู่ตรงเสาหน้าประตูบ้านแล้วจึงมั่นใจว่าตนไม่ได้มาผิดที่อย่างแน่นอน เขาดับเครื่องยนต์และจอดรถไว้ที่หน้าบ้าน เพราะถนนหน้าบ้านเป็นสองเลนกว้างขวางพอที่รถจะขับสวนไปมาได้อย่างไม่ลำบากเท่าไรนัก

 

                ผู้กองคนเก่งในคราบอาจารย์หนุ่มผู้แสนสุภาพก้าวลงมาจากรถ พลางกดกริ่งตรงข้างประตูรั้ว ด้วยหัวใจที่เต้นตุ๊มๆ ต่อมๆ เมื่อถึงเวลาต้องมาเผชิญหน้ากับแฟนเก่า เขารู้สึกเหมือนทำตัวไม่ค่อยถูก จะว่าไปเรื่องเมื่อครั้งอดีตนั้นยังคงฝังใจก็จริง แต่งานที่เพิ่งได้รับมอบหมายสำคัญเหนือสิ่งอื่นใดทั้งหมด ดังนั้นถ้าหากไม่ติดว่าบ้านของภัทรศยาอยู่ใกล้กับบ้านของเป้าหมายมากที่สุดขนาดที่รั้วกำแพงด้านหลังของบ้านติดกันอย่างนี้ด้วยแล้ว วีรภัฏคงไม่คิดอยากจะแหย่เท้าก้าวเข้ามาในห้วงความทรงจำอันเลวร้ายในวัยเยาว์ให้หัวใจเจ็บแปลบเล่นแบบนี้เป็นแน่

 

เพียงไม่นาน คนที่นัดเอาไว้ก็ปรากฏตัว ภัทรศยาเดินนวยนาดออกมาจากด้านในของบ้าน มาตามทางเดินที่เป็นพื้นปูนทอดยาวไปจากประตูรั้วถึงประตูชั้นในของบ้านเป็นระยะทางราวยี่สิบเมตรได้ ผู้กองหนุ่มมองผ่านแว่นกระจกที่ใช้อำพรางใบหน้าให้ดูมีบุคลิกน่าเคารพน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น เขามองเห็นหญิงสาวรูปร่างสะโอดสะองในชุดเสื้อเปิดไหล่ตัวยาวสีโอโรส อวดผิวสีน้ำผึ้งนวลเนียน กับกางเกงขาสั้นสีขาว ที่ทำให้เรียวขาดูยาวและสูงสง่ามากกว่าเดิมเมื่อสวมไว้ด้วยรองเท้าส้นเข็ม

 

เมื่อหญิงสาวเดินเข้ามาใกล้มากขึ้น เขาจึงได้เห็นใบหน้าของเธออย่างชัดเจน เรือนผมสีน้ำตาลประกายทองม้วนเป็นลอนยาวเคลียไหล่ ทำให้ใบหน้ารูปหัวใจแลดูสว่างขึ้น คิ้วเรียวโค้ง ดวงตาสีน้ำตาลดูกลมโตเมื่อติดไว้ด้วยแพขนตาปลอมงอนยาว ดั้งจมูกเป็นเส้นตรงและเชิดโด่ง ริมฝีปากอวบอิ่มฉาบไว้ด้วยลิปกลอสฉ่ำเยิ้มดูเซ็กซี่ยามเผยอขึ้นลง ชายหนุ่มมองแล้วอดรู้สึกไม่ได้ว่าหญิงสาวคนรักเก่าของเขาดูสวยขึ้นจนผิดหูผิดตาแทบจำไม่ได้

 

 สวัสดีค่ะพี่ภัฎ ไม่นึกไม่ฝันเลยนะคะว่าซินดี้จะได้เจอพี่อีก

 

ภัทรศยากล่าวทักทายขึ้นมาก่อน พลางเปิดประตูให้แขกผู้มาเยือน วีรภัฏมองหน้าหญิงสาวที่เตี้ยกว่าเขาราวหนึ่งช่วงศีรษะ เขาแทบไม่อยากเชื่อว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้านี้ คือหญิงสาวที่ดูเรียบร้อย น่ารัก น่าทะนุถนอม คนเดิมที่เขาเคยรู้จักเลยสักนิด เธอดูเปลี่ยนไปมาก ภาพของสาวเปรี้ยวสุดเซ็กซี่ลบภาพเดิมๆ ของคนที่อยู่ในความทรงจำของเขาไปหมดสิ้น

 

สวัสดีครับ คุณภัทรศยา ผมมาคุยเรื่องรายละเอียดบ้านที่ให้เช่าน่ะครับ ว่าแต่ที่ลงประกาศไว้ คือบ้านหลังนี้จริงๆ เหรอครับ ท่าทางจะใหญ่โตไม่ใช่เล่นเหมือนกันนะ

 

วีรภัฏเอ่ยทักทายตอบกลับไป พลางเบือนสายตาจากหญิงสาวตรงหน้าแล้วมองไปยังตัวบ้านที่อยู่ด้านหลังของเธอแทน ภัทรศยาอดรู้สึกดีใจไม่ได้ ที่ได้เจอกับคนเคยรักในวัยเยาว์อีกครั้งอย่างไม่คาดฝัน แต่พอได้ยินคำทักทายที่ฟังดูห่างเหินเช่นนั้นก็อดน้อยใจไม่ได้ เธอได้แต่ปลอบใจตัวเองว่าเขาคงยังไม่ลืมเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน จึงได้ทำท่าเหมือนกับคนที่ไม่เคยรู้จักกันเช่นนี้ พลางถือวิสาสะเข้าไปคล้องแขนของชายหนุ่มเอาไว้ พร้อมกับเอื้อนเอ่ยด้วยเสียงอ่อนเสียงหวาน

 

 แหม พี่ภัฏน่ะ คนกันเองแท้ๆ ทำไมพูดจาห่างเหินกันอย่างนั้นล่ะค่ะ ไม่ต้องเรียกคุณ เรียกชื่อจริงหรอกค่ะ เรียกซินดี้เฉยๆ ก็พอนะคะ ความจริงบ้านหลังนี้ซินดี้ไม่ได้อยากเปิดให้เช่าหรอกนะคะ แต่พอดีว่าจะต้องไปทำธุระต่างประเทศสักพักน่ะ ก็เลยคิดว่าเปิดให้เช่าดีกว่าปล่อยเอาไว้เฉยๆ น่ะค่ะ

 

ผู้กองหนุ่มทำหน้าเหลอ พยายามเบี่ยงตัวหลบจากการกระทำของหญิงสาวอย่างสุภาพ เขารู้สึกกระอักกระอ่วนใจอย่างไรพิกลเมื่อหญิงสาวทำเหมือนว่าไม่เคยมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นมาก่อนแบบนี้ ซึ่งตัวเขาเองยังคงจำความรู้สึกเจ็บปวดนั้นได้ดี จึงได้แต่บอกตัวเองซ้ำๆ ว่าเขามาที่นี่เพื่อทำงานที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จลุล่วงเท่านั้น พลางแสร้งชวนภัทรศยาพูดคุยไปถึงเรื่องบ้านและเรื่องคนที่มาเช่าก่อนหน้านี้แทน

 

อย่างนั้นเองเหรอครับ แล้วบ้านหลังใหญ่ขนาดนี้ ซินอยู่คนเดียวหรือครับ หรือว่าอยู่กับ...

 

ชายหนุ่มพูดแล้วหยุดชะงักไป เมื่อความทรงจำในอดีตย้อนกลับเข้ามาเล่นงานเขาอีกครั้ง และดูเหมือนว่าหญิงสาวที่เดินเคียงข้างกันมาจะรู้ดีว่าเขาต้องการจะสื่ออะไร เธอรีบตอบกลับไปพลางยิ้มแย้มให้อีกฝ่ายทันที

 

“เปล่าค่ะ บ้านหลังนี้ซินดี้อยู่คนเดียว กับพี่ณัฐน่ะ ซินไม่เจอกับเขามาราวสองสามปีได้แล้วค่ะ”

 

“อ่อ อย่างนั้นหรือครับ แล้วนี่คนที่มาเช่าก่อนหน้านี้เขาอยู่ในบ้านหรือเปล่าครับ เขารู้ไหมว่าผมจะมาแชร์ห้องกับเขาด้วยน่ะ”

 

อ๋อ น้องคนนั้นน่ะหรือค่ะ อยู่ค่ะ แต่เขาเป็นเด็กที่ชอบเก็บตัวน่ะ เลยไม่ค่อยได้ออกมาจากห้องเท่าไหร่ แต่พี่ภัฏไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ ซินดี้คุยเรื่องที่พี่ภัฎจะมาเช่าอีกห้องที่ว่างอยู่กับเขาเรียบร้อยแล้ว พอยื่นข้อเสนอไปว่าจะมีคนมาช่วยหารค่าเช่าครึ่งหนึ่ง น้องเขาก็รีบตอบตกลงทันทีเลยค่ะ

 

“ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ดีครับ ผมจะได้เบาใจหน่อย”

 

วีรภัฏส่งยิ้มน้อยๆ ให้อีกฝ่าย เมื่อทั้งคู่เดินเข้ามาภายในตัวบ้านซึ่งตกแต่งในสไตล์โมเดิร์นผสมผสานกลิ่นอายของความคลาสสิคแบบยุโรป เน้นการใช้สีสันแนวเอิร์ธโทน ทำให้รู้สึกสบายและอบอุ่น ภัทรศยาเริ่มอธิบายถึงตัวบ้านอย่างคร่าวๆ ว่าพื้นที่ใช้สอยของบ้านหลังนี้แบ่งออกเป็นสองชั้น เริ่มจากชั้นล่างซึ่งประกอบด้วย ห้องรับแขก ห้องสมุด ห้องนั่งเล่น มีห้องครัวแบบฝรั่งซึ่งเชื่อมติดกับส่วนที่เป็นโต๊ะรับประทานอาหาร และสุดท้ายคือห้องน้ำซึ่งอยู่ตรงบริเวณทางเดินจากห้องนั่งเล่นไปยังห้องครัว

 

“บ้านของซินสวยจังนะครับ ดูแล้วรู้สึกว่าน่าอยู่มากเลย ไม่รู้ว่าคนอย่างผมต้องทำงานอีกสักกี่ปี กว่าจะมีบ้านหรูๆ แบบนี้เป็นของตัวเองได้”

 

ชายหนุ่มที่ได้รับการพาเดินเยี่ยมชมโดยเจ้าของบ้านสาวสวย รู้สึกทึ่งกับบรรยากาศโดยรอบเป็นอย่างมาก ทุกๆ อย่างในบ้านนี้ถูกออกแบบตกแต่งไว้ในสไตล์ที่เขาชอบราวกับว่ามันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเขาโดยเฉพาะ จนถึงกับเปรยออกมาเบาๆ อย่างลืมตัว

 

“ถ้าพี่ภัฏไม่รังเกียจ จะอยู่ที่นี่ไปตลอดชีวิตเลยก็ได้นะคะ ซินดี้เองก็อยากให้มีใครสักคนมาอยู่ที่นี่ด้วยเหมือนกัน อยู่คนเดียวเหงาออกจะตายไปค่ะ”

 

ภัทรศยาได้ยินเสียงเปรยของชายหนุ่มข้างกายก็อดหยอดคำหวานลงไปไม่ได้ เธอพูดพลางส่งสายตาหวานซึ้งให้เขา วีรภัฏรับรู้ได้ถึงความนัยบางอย่างที่ส่งมาพร้อมสายตาคู่นั้น เขาเคยตกหลุมรักแววตาใสซื่อของหญิงสาวคนนี้มาแล้วเมื่อหลายปีก่อน ทว่าอดีตที่แสนโหดร้ายทำให้หัวใจที่เปราะบางของชายหนุ่มเริ่มสร้างกำแพงสูงและหนาขึ้นมาปิดกั้นตัวเองออกจากผู้อื่น เขาให้สัญญากับตัวเองไว้แล้วว่า จะไม่เผลอตกหลุมรักใครง่ายๆ อย่างนั้นอีกเป็นอันขาด

 

“ไม่ดีกว่าครับ แค่นี้ผมก็เกรงใจจะแย่แล้ว เอ่อ ผมมีเวลาไม่มากนัก เราขึ้นไปดูที่ชั้นสองเลยดีไหมครับ”

 

นายตำรวจหนุ่มกล่าวตัดบท พลางเดินนำเจ้าของบ้านไปยังหน้าบันไดไม้สีอ่อน เขาก้าวเดินพรวดๆ ขึ้นไป ปล่อยให้หญิงสาวที่เดิมตามหลัง ได้แต่ทำท่าฮึดฮัดขัดใจอยู่เพียงลำพัง ก่อนจะเดินตามเขาขึ้นไปยังชั้นบนของตัวบ้านอีกคน  เมื่อขึ้นมาถึงชั้นสอง ภัทรศยาก็เริ่มอธิบายคร่าวๆ ถึงสภาพของแต่ละห้อง

 

“ชั้นสองนี้มีทั้งหมดสามห้องนอนค่ะ แต่ละห้องจะมีห้องน้ำแยกในตัว ห้องใหญ่ที่อยู่ตรงหน้าเรานี่ คือห้องนอนของซินดี้เองค่ะ แล้วห้องทางซ้ายนี้คือห้องที่น้องกานต์ คนที่มาเช่าก่อนหน้านี้เขาพักอยู่ค่ะ ส่วนห้องที่อยู่ทางขวานั่น คือห้องที่ซินดี้จะให้พี่เช่านะคะ”

 

เจ้าของบ้านสาวไขกุญแจเปิดประตูเข้าไปภายในห้องนอนที่เตรียมไว้ให้กับชายหนุ่มที่จะมาเช่าเป็นที่พักอาศัยชั่วคราว วีรภัฏมองไปรอบๆ ห้องที่มีขนาดใหญ่ราวยี่สิบตารางเมตร พื้นห้องปูไว้ด้วยลามิเนตลายไม้ ผนังห้องถูกทาไว้ด้วยสีครีม ตัดกับเฟอร์นิเจอร์แบบบิลท์อินทั้งตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้ง รวมไปถึงโต๊ะทำงานขนาดกลาง และเตียงนอนขนาดคิงไซส์ที่ล้วนแล้วแต่เป็นไม้โอ๊คสีเข้มทั้งสิ้น อีกทั้งภายในห้องยังเต็มไปด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งโทรทัศน์จอพลาสมาขนาดสามสิบสองนิ้ว เครื่องเสียงชั้นดี รวมไปถึงตู้เย็นขนาดย่อม พร้อมโต๊ะกระจกตัวเล็กและชุดโซฟาผ้าสักหลาดสีเดียวกับผนังห้อง

 

“เป็นยังไงบ้างคะพี่ภัฏ ห้องนี้ ถูกใจหรือเปล่าคะ”

 

ภัทรศยาเอ่ยถาม นายตำรวจหนุ่มพยักหน้าน้อยๆ เขาตอบเพียงสั้นๆ ก่อนจะย้อนถามอีกฝ่าย

“ครับ สวยดีครับ เอ่อ ผมขอเดินดูรอบๆ ห้องตามลำพังสักครู่ได้ไหมครับ”

 

“อืม ก็ได้ค่ะ ถ้าอย่างนั้นซินดี้จะไปเตรียมเอกสารรอที่ชั้นล่างแล้วกันนะคะ ถ้ามีอะไรก็เรียกซินดี้ได้ค่ะ”

 

แม้ภัทรศยาจะรู้สึกผิดหวังกับท่าทีเมินเฉยของชายหนุ่มที่มีต่อเธอ ราวกับว่าทั้งสองเป็นคนแปลกหน้าที่เพิ่งพบเจอกันครั้งแรก แต่เธอก็ยอมถอยห่างออกไปแต่โดยดี เมื่อวีรภัฎเห็นหญิงสาวจากไปเรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาก เขาไม่ชอบอยู่กับเธอเลยแม้แต่วินาทีเดียว มันทำให้เขามีความรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก เขากวาดสายตามองไปรอบๆห้องอย่างพินิจพิจารณาว่าเขาควรจะจัดการว่าอะไรอยู่ตรงไหน เพราะข้าวของที่เขาจะต้องใช้ปฏิบัติหน้าที่ควรจะอยู่เฉพาะภายในห้องพัก ส่วนนอกห้องคงจะเป็นของใช้ทั่วๆไป เพื่อไม่ให้เป็นจุดสังเกตของบุคคลที่มาพักห้องข้างๆ

 

ชายหนุ่มค่อยๆ ย่างก้าวไปด้านในห้อง ภายในแต่งแต้มไปด้วยสีครีมที่มองดูแล้วสบายตา เขาเดินไปที่เตียงนอนขนาดหกฟุตพร้อมใช้มือลูบสัมผัสความอ่อนนุ่มของเตียงนอนอย่างเบามือ ก่อนที่จะเดินตรงไปสำรวจโต๊ะทำงานตัวหนึ่งที่ทำจากไม้เนื้อดีแถวๆ มุมห้อง

 

จากนั้นเขาก็เดินไปที่ห้องน้ำ ซึ่งด้านในห้องน้ำของที่นี่ประดับประดาไปด้วยกระเบื้องโทนสีฟ้าขาว มีประตูกระจกบานใหญ่กั้นแบ่งโซนสำหรับอาบน้ำเอาไว้ ตรงมุมสุดของห้องน้ำมีอ่างอาบน้ำรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดย่อมตั้งอยู่ชิดกับผนังที่เจาะเป็นช่องหน้าต่างและทำเป็นระแนงไม้เอาไว้กั้นจากสายตาของคนภายนอก บรรยากาศโดยรอบนั้นให้ความรู้สึกเหมือนพักอยู่ในรีสอร์ตมากกว่าที่จะเป็นบ้านของคนธรรมดาทั่วไป

 

วีรภัฎเดินชมห้องพักอยู่หลายรอบจนตัวเขาเองพอใจ จึงค่อยเดินกลับลงมายังด้านล่างของตัวบ้าน ระหว่างที่กำลังจะเดินลงบันไดนั้น เขาเหลือบมองไปยังห้องพักอีกห้อง บานประตูไม้สีน้ำตาลอ่อนปิดสนิทอยู่อย่างเงียบเชียบ ไร้ซึ่งสรรพเสียงใดๆ ลอดออกมาราวกับว่าไม่มีใครอยู่ในนั้น

 

แม้ว่าเขาเองก็ไม่ได้คิดอยากจะผูกสัมพันธ์กับใครให้มากนัก เพราะภารกิจครั้งนี้เป็นความลับสุดยอด และเขาจะต้องทำให้มันสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีให้ได้ แต่สิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเงียบกริบนั้น กลับเรียกความสนใจของชายหนุ่มที่มีสัญชาตญาณของความเป็นนักสืบได้เป็นอย่างดี เขาอดสงสัยไม่ได้ว่าเด็กสาวที่พักอยู่ในห้องตรงกันข้ามกับเขานั้น จะเป็นคนแบบไหนกัน

 

ติดตามตอนต่อไปเร็วๆ นี้ค่ะ >>>

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

657 ความคิดเห็น

  1. #539 Palmy (@respiration) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2553 / 22:01
    อยากไปติวเศรษฐศาสตร์ให้เค้าละซิ  ระวังๆๆๆๆจะโดนจับได้ซะก่อนนะ
    #539
    0
  2. #274 Ranatis (@ree-a-na) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 มีนาคม 2553 / 14:55
    อารายยยคะ

    ไปยุ่งอะไรกับเค้าน่ะ
    #274
    0
  3. #110 aoistar (@pharahoo) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2553 / 01:16
    หรือว่านางเอกก้อเป็นสายลับเหมือนกัน...55+
    #110
    0
  4. #37 princess of darkness[p@ir] (@thewayUare) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2553 / 14:50

    สนุกดีค่ะ

    ^^

    #37
    0
  5. #23 kaaka (@kaekaa) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2553 / 22:09
    งานนี้ซินดี้อยากจะรีเทิร์นรึเปล่าจ๊ะ
    #23
    0
  6. #18 **~Mink~** (@minkkiez) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2553 / 07:10
    ยังดีนะคะนี่ที่ซินดีแค่หยอด ไม่ได้เกาะหมับเป็นปลิง
    ไม่งั้นคงปวดหัวพิลึกเลยล่ะ
    เรื่องหนุ่มสาวแชร์เฮาส์ ถ้าเป็นที่ที่มิ้งอยู่ตอนนี้นะคะ
    ร้อยละเก้าสิบกว่าๆ ถ้าต่างฝ่ายต่างไม่มีใครเป็นตัวเป็นตน
    สุดท้ายก็ย้ายเข้าไปอยู่แชร์ห้องแชร์เตียงกันจนได้ล่ะค่ะ อิอิ
    #18
    0
  7. #16 jeabkiss (@jeabkiss) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2553 / 12:31
    ซินดี้เปลี่ยนไปจริงๆ

    ดูไม่เห็นเหมือนคนเรียบร้อยเลย
    #16
    0