ปมร้อนซ่อนรัก

ตอนที่ 20 : บทที่ 20 ปรึกษาหารือ (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2072
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    1 มี.ค. 53

ตอนที่ 20

 

ไม่นานนักตำรวจหนุ่มใหญ่อีกนายชื่อพงษ์เทพอายุประมาณสามสิบปลายๆ ในชุดเครื่องแบบสีกากีอย่างเต็มยศ พร้อมด้วยลูกน้องคนสนิทอีกราวสามสี่นายก็เดินเข้ามาภายในห้อง พีรเดชแนะนำทั้งหมดให้รู้จักกันพร้อมกับบอกว่าชายหนุ่มท่าทางสุภาพที่อยู่ในห้องก่อนแล้วนั้น คือหัวหน้าทีมผู้รับผิดชอบปฏิบัติการสำคัญในครั้งนี้ วีรภัฏโค้งศีรษะน้อยๆ ให้ อีกฝ่ายก็ทำเช่นเดียวกัน

 

จากนั้นผู้กองหนุ่มชี้แจงรายละเอียดตามที่ได้พูดคุยกับผู้บังคับบัญชาของเขากับตำรวจหนุ่มใหญ่และบรรดานายตำรวจที่เหลือทราบ โดยมีผู้บังคับบัญชาที่ใหญ่ที่สุดในที่นั้น ยืนฟังพวกเขาคุยกันอยู่ห่างๆ

 

สรุปว่า ผมจะต้องจัดเตรียมเจ้าหน้าที่เพื่อซุ่มดูอยู่รอบๆ ตัวของเป้าหมายทั้งหมดสามสิบนายนะครับ

 

ใช่ครับ ให้พวกเขาลงพื้นที่ประจำจุดตามที่คุยกันไว้เลยครับ นอกจากนี้ในช่วงเช้าจะเป็นกิจกรรมบริเวณริมชายหาด ผมอยากให้มีตำรวจนอกเครื่องแบบแฝงตัวอยู่สักสามสี่คน ส่วนกิจกรรมตอนกลางคืน ที่จะเป็นไฮไลท์ของงานต้อนรับนักศึกษาใหม่นี้ ทางคณะได้คิดกิจกรรมทดสอบความกล้า โดยให้นักศึกษาเดินขึ้นเขาที่อยู่ด้านหลังของรีสอร์ตคล้ายกับการเดินทางไกลตอนกลางคืนของพวกที่มาฝึกค่ายลูกเสือ ผมจะให้เจ้าหน้าที่ของเราคอยซุ่มอยู่ในทุกๆ จุดตลอดเส้นทาง ซึ่งจะมีผมคอยเดินปิดท้ายขบวนอีกที โดยเป้าหมายของเรา ผมจะจัดให้เธออยู่ในกลุ่มกลางๆ เพื่อที่คนร้ายจะต้องทำงานลำบากมากขึ้น หากไม่ต้องการให้เด็กคนอื่นๆ พลอยถูกลูกหลงไปด้วย ส่วนในวันรุ่งขึ้นก็จะเป็นเจ้าหน้าที่อีกชุด ซึ่งจะปฏิบัติตามแบบเดียวกับที่กลุ่มแรกได้ทำ ทั้งหมดก็มีเท่านี้ล่ะครับ

 

พงษเทพกล่าวสรุปยอดเจ้าหน้าที่ทั้งหมดตามที่ผู้กองหนุ่มต้องการ วีรภัฏพยักหน้ารับพร้อมกับชี้แจงรายละเอียดต่ออีกยืดยาว เขาวางตัวแทนสัญลักษณ์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่ละนายที่จะต้องไปเฝ้าประจำอยู่ตามจุดต่างๆ บนแผนที่ขนาดใหญ่ที่วางเต็มพื้นที่โต๊ะไม้สักภายในห้องของพีรเดช หัวหน้าหน่วยที่รับผิดชอบเรื่องความปลอดภัยสำหรับกิจกรรมครั้งนี้ จดข้อความตามที่ได้ฟังทั้งหมดเอาไว้ในสมุดบันทึกของตัวเองอย่างละเอียด

 

ไม่มีปัญหาครับผู้กอง ผมจะจัดกำลังพลมาให้ตามนี้นะครับ

 

ขอบคุณครับ

 

ครับ

 

วีรภัฏกล่าวขอบคุณฝ่ายกำลังเสริมด้วยท่ายืนตรงพร้อมกับโค้งศีรษะทำความเคารพพงษ์เทพ ส่วนอีกฝ่ายนั้นทำความเคารพด้วยการยกมือขึ้นตะเบ๊ะให้ผู้บังคับบัญชาของตนรวมทั้งตำรวจหนุ่มที่ยังอยู่ในคราบอาจารย์ เพราะยังอยู่ในชุดเครื่องแบบเต็มยศ ก่อนจะขอตัวออกไปเตรียมเกณฑ์กำลังพลเจ้าหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายมาสดๆ ร้อนๆ

 

พีรเดชที่เงียบอยู่นานได้เอ่ยกับลูกน้องคนเก่งของเขา

 

ฉันหวังว่างานนี้คงจะจับเจ้าพวกนั้นได้นะ

 

ถึงแม้ผมไม่แน่ใจว่าคนร้ายจะลงมือหรือเปล่า แต่ผมมั่นใจว่าเป้าหมายของเราจะต้องปลอดภัยอย่างแน่นอนครับ

 

วีรภัฏยืดอกตอบรับคำพูดของเจ้านายเก่าเป็นมั่นเป็นเหมาะ ก่อนที่จะโค้งคำนับผู้บังคับบัญชาเพื่อขอตัวกลับไปยังที่พัก

หัวหน้าครับผมต้องขอตัวก่อนนะครับ

 

เชิญตามสบาย นายต้องเตรียมตัวที่จะไปในวันพรุ่งนี้นี่นะ

 

ชายวัยกลางคนเอ่ยก่อนที่จะโบกมือเป็นเชิงไล่ให้เขารีบกลับไปโดยเร็ว วีรภัฏเดินออกมาจากห้องทำงานของผู้บังคับบัญชา พลางต่อโทรศัพท์ไปหาลูกน้องทั้งสองที่กำลังปฏิบัติหน้าที่แทนเขาอยู่

 

“ก้องเหรอ ทางนั้นเป็นยังไงบ้าง มีอะไรเกิดขึ้นในระหว่างที่ฉันไม่อยู่หรือเปล่า”

 

“ทุกอย่างเรียบร้อยดีครับหัวหน้า พวกเราแอบสะกดรอยตามจนเด็กหนุ่มนั่นส่งเป้าหมายเข้าบ้านเรียบร้อยแล้ว แต่ว่าตอนนี้ก็ยังอยู่ใกล้ๆ แถวนี้นะครับ หัวหน้าจะให้พวกเราไปช่วยเตรียมของสำหรับวันพรุ่งนี้ที่บ้านไหมครับ”

 

กรวิชญ์รับสาย ก่อนจะกรอกเสียงลงไป เพื่อรายงานความคืบหน้าให้หัวหน้าของตนทราบถึงความเคลื่อนไหวของเป้าหมาย พลางเอ่ยถามว่าต้องการให้เขาและนุชนาถไปช่วยดูแลความเรียบร้อยที่บ้านพักให้หรือไม่ ทีแรกผู้กองหนุ่มทำท่าจะบอกให้ทั้งสองคนไปช่วยเขาจัดเตรียมสัมภาระ แต่พอนึกขึ้นได้ว่าเขาไม่ได้อยู่ที่บ้านนั้นเพียงลำพัง ถ้าเกิดคนที่อาศัยอยู่ด้วยเกิดสงสัยขึ้นมาจะกลายเป็นเรื่องใหญ่โตเอาได้

 

“อืม ก็ดีนะ เอ๊ะ เดี๋ยวก่อน ไม่ต้องดีกว่า ฉันลืมไปว่าพวกนายจะไปที่นั่นไม่ได้ เอาอย่างนี้แล้วกัน วันนี้พวกนายกลับไปพักผ่อนกันก่อนเถอะ แล้วถ้าฉันต้องการอะไรเพิ่มเติมจะบอกไปอีกทีแล้วกัน ขอบใจมากนะก้อง ฝากบอกนุชด้วย ขอบคุณมากครับ”

 

เมื่อวีรภัฏได้ยินดังนั้นเขาก็รู้สึกโล่งใจเรื่องชลธิชา แต่ก็ยังไม่วายที่จะต้องร้อนใจเรื่องของกานต์รวีด้วยอีกคน นายตำรวจหนุ่มกดวางสายแล้วจึงลงก้มมองนาฬิกาข้อมือของตัวเอง สีหน้าของเขาดูร้อนรนยิ่งนักเมื่อตัวเลขบนหน้าปัดบอกเวลาเกือบจะสองทุ่มแล้ว หวังว่ากานต์รวีคงจะไม่ได้อยู่รอทานข้าวพร้อมกับเขาหรอกนะ ชายหนุ่มคิดในใจก่อนที่จะรีบวิ่งขึ้นรถคันเก่งแล้วขับตรงกลับบ้านพักทันที

ต่อ

หลังจากวางสายแล้ว นุชนาถที่กำลังนั่งละเลียดไอศกรีมอยู่ในร้านกาแฟแห่งหนึ่ง ไม่ใกล้ไม่ไกลจากบ้านของเป้าหมายนัก หันมาเอ่ยถามเพื่อนร่วมงานที่เป็นคู่หูของเธอถึงผู้กองหนุ่มรูปหล่อซึ่งเป็นหัวหน้า

 

“ว่าไงก้อง หัวหน้าบอกให้เราไปช่วยเก็บของหรือเปล่า”

 

ชายหนุ่มผิวแทนส่ายหน้า ก่อนจะตอบกลับคู่หูสาวอย่างติดใจสงสัยในคำพูดของผู้เป็นหัวหน้า

 

“เปล่าอะ หัวหน้าบอกให้พวกเรากลับได้เลย แต่ฉันว่าหัวหน้าพูดจาแปลกๆ ยังไงไม่รู้นะ”

 

“อะไรเหรอ หัวหน้าเป็นอะไร หรือว่าเขาไม่สบายใช่ไหม ถ้างั้นเรารีบตามไปดูแลเขาที่บ้านกันเถอะ”

 

หญิงสาวตัวสูงพอๆ กับผู้ชายทั่วๆ ไป ถามอีกฝ่ายกลับด้วยน้ำเสียงร้อนรน เธอแสดงออกอย่างชัดเจนว่าเป็นห่วงวีรภัฏ จนเพื่อนร่วมงานหนุ่มที่กำลังยกถ้วยกาแฟขึ้นจิบนั้นแทบสำลักในความห่วงใยจนออกนอกหน้าของหญิงสาว เขาอดรู้สึกหมั่นไส้ไม่ได้ จึงตอกกลับเธอกลับไปอย่างเจ็บๆ คันๆ พอเป็นพิธี

 

“ไม่ใช่อย่างนั้น เขาไม่ได้เจ็บป่วยตรงไหนหรอก เธอนี่ก็เป็นห่วงหัวหน้าเขาเสียเหลือเกินนะ ไปขอสมัครเป็นแม่บ้านให้เขาเลยดีไหม”

 

“ถ้าหัวหน้าเขารับสมัครจริงๆ ล่ะก็ ฉันจะรีบยื่นใบสมัครคนแรกเลยย่ะ เอ้า ตกลงที่บอกว่าหัวหน้าแปลกๆ น่ะ แปลกยังไงจะพูดได้หรือยัง มัวแต่เล่นลิ้นอยู่ได้”

 

นุชนาถพูดทีเล่นทีจริง พร้อมกับทำท่าเหมือนจะเขวี้ยงถ้วยไอศกรีมในมือใส่หน้าชายหนุ่ม หากเขายังมัวแต่ทำโยกโย้ไม่ยอมเล่าสิ่งที่คิดไว้ออกมาเสียที

 

“แหมๆ คุณนุชนาถครับ อย่ามาทำโหดใส่ผมเลยนะครับ ผมกลัวแล้ว เฮ้อ คืออย่างนี้นะ เมื่อกี้ตอนที่ฉันถามว่าจะให้เราไปช่วยที่บ้านไหม หัวหน้าก็ทำเสียงอึกอัก เหมือนกลัวจะรู้ว่ามีใครแอบซ่อนเอาไว้อยู่ในบ้านอย่างนั้นล่ะ”

 

กรวิชญ์แกล้งทำเป็นยกสองมือขึ้นอย่างยอมแพ้ ก่อนจะถอนหายใจยาวอย่างระอาคู่หูสาวที่เอาแต่ให้ความสนใจอยู่กับหัวหน้าของตนอยู่เพียงคนเดียว แล้วจึงเอ่ยข้อสันนิษฐานของตัวเองออกมาให้เธอฟัง

 

“หมายความว่าไง นายคิดว่าหัวหน้าแอบพาผู้หญิงมากกที่บ้านในระหว่างทำภารกิจสำคัญอย่างนั้นเหรอ”

 

“ไม่รู้สิ แต่ฉันรู้สึกตะหงิดๆ ยังไงไม่รู้บอกไม่ถูกน่ะ”

 

นุชนาถตีความเอาเองตามความเข้าใจของเธอ จะว่าไปสัญชาตญาณของเธอก็บอกอย่างนั้น หญิงสาวไม่รู้หรอกว่าตลอดเวลาเกือบสัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นกับผู้กองหนุ่มบ้าง แต่รอยยิ้มที่เธอไม่ได้เห็นมานานแล้วกลับปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขาอีกครั้ง หรือว่าเขากำลังแอบคบกับใครบางคนอยู่อย่างลับๆ แล้วกลัวที่จะให้ใครรู้อย่างนั้นหรือ ตำรวจสาวได้แต่ขบคิดในใจ

 

ติดตามตอนต่อไปเร็วๆนี้ค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

657 ความคิดเห็น

  1. #294 Ranatis (@ree-a-na) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 มีนาคม 2553 / 16:27
    อย่าคิดอย่างงั้น

    เดี๋ยวมันเป็นความจริง
    #294
    0
  2. #140 ออมสิน (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 มีนาคม 2553 / 11:51
    เอาละสิทีนี่ จะทำไงละเนี่ย
    เฮ้อ....กลุ้มใจแทนคนหล่อ อิ อิ

    #140
    0
  3. #139 **~Mink~** (@minkkiez) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 มีนาคม 2553 / 09:43
    สัญชาตญานตำรวจนี่แรงจริงน้อ
    เอ๊..หรือว่าเป็นสัญชาตญาณของผู้หญิงที่รักใครสักคนกันแน่หว่า
    งานนี้เริ่มเข้าใกล้คำว่ายุ่งยากและวุ่นวายขึ้นเรือยๆ แล้วสินะคะ
    #139
    0
  4. #135 jeabkiss (@jeabkiss) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2553 / 19:52

    จะจับใครนะ

    #135
    0
  5. #130 kaaka (@kaekaa) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2553 / 21:50
    มาลุ้นกันต่อว่าอาจารย์หลอกๆของเราจะจับอะไรน้อ
    #130
    0