ปมร้อนซ่อนรัก

ตอนที่ 13 : บทที่ 13 คำตอบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2647
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    16 ก.พ. 53

ตอนที่ 13

 

กลิ่นของอาหารเช้าลอยเข้ามาภายในห้องของกานต์รวี ทำให้หญิงสาวที่นอนซุกตัวอยู่บนที่นอนค่อยลุกขึ้นมานั่งบนเตียงอย่างงัวเงีย พลางทำจมูกฟุดฟิด ราวกับจะพิสูจน์กลิ่นว่ามาจากที่ใด ก่อนจะพบว่ากลิ่นหอมหวนชวนหิวนั้นลอยเข้ามาทางหน้าต่าง เนื่องจากเมื่อคืนอากาศค่อนข้างเย็น หญิงสาวจึงเลือกที่จะเปิดหน้าต่างเพื่อรับลมเย็นๆ และอากาศที่แสนสดชื่นจากภายนอก มากกว่าจะทนสูดดมเอาฝุ่นละอองและกลิ่นอบชื้นของห้องที่เปิดเครื่องปรับอากาศแต่เพียงอย่างเดียวเสียอีก

 

“สงสัยตาอาจารย์นั่นคงจะชอบทำอาหารจริงๆ นะ เล่นส่งกลิ่นหอมมายั่วน้ำลายแต่เช้าแบบนี้ เป็นใครก็ต้องตื่นกันทั้งนั้นแหละ”

 

หญิงสาวบ่นพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะลุกขึ้นจากเตียงพลางคว้าผ้าขนหนูและเสื้อผ้าชุดใหม่เดินหายเข้าห้องน้ำไปกานต์รวีเข้าไปอาบน้ำชำระล้างร่างกาย ก่อนที่จะเดินออกมาแต่งตัวพอทุกอย่างเสร็จและเธอสำรวจความเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวก็รีบเดินลงมาด้านล่าง

 

ภาพที่เธอเห็นตอนนี้คือตาอาจารย์แว่น สวมผ้ากันเปื้อนสีน้ำตาลลายสุนัขน่ารักกำลังพยายามทำอาหารเช้า โดยมีเสียงเพลง Truely Madly Deeply ของ Savage Garden จากโทรศัพท์มือถือของเขาเปิดคลออยู่ไม่ห่าง เมื่อพ่อครัวหัวป่าเห็นกานต์รวีเดินลงมายังห้องอาหาร ชายหนุ่มก็รีบกุลีกุจอหยิบจานใบใหญ่ที่มีไข่ดาวรูปวงกลมวางอยู่กึ่งกลางจาน ข้างๆ กันนั้นมีเบคอน และไส้กรอกวางอยู่ราวสามถึงสี่ชิ้น พร้อมด้วยขนมปังปิ้งส่งกลิ่นหอมกรุ่น มาวางลงบนโต๊ะ เพียงแค่ได้เห็นอาหารเช้าสไตล์อเมริกันหน้าตาน่าทานถูกวางลงบนโต๊ะอาหารเท่านั้น หญิงสาวก็เกิดอาการน้ำลายสอขึ้นมาทันที

 

อรุณสวัสดิ์ครับกานต์ ทานอาหารเช้าก่อนไปเรียนนะครับ

 

วีรภัฏพูดพลางยิ้มอย่างอารมณ์ดี เขาจัดเรียง มีดและส้อมวางไว้อย่างเรียบร้อยตรงข้างจาน แล้วดึงเก้าอี้ให้หญิงสาวเข้าไปนั่ง

 

ขอบคุณค่ะ แต่ที่จริงไม่ต้องทำถึงขนาดนี้ก็ได้นะ

 

“ไม่เป็นไรครับ แค่กานต์ทำตามสัญญาที่ให้ไว้เมื่อวานก็พอแล้ว”

 

ถึงกานต์รวีเองก็ไม่ได้ชอบที่เขาทำแบบนี้ แต่ดูเหมือนว่าอาจารย์หนุ่มจะพยายามทำเพื่อสร้างความสนิทสนมคุ้นเคยกับเธออย่างจริงใจ เธอคงไม่ใจไม่ไส้ระกำ ไปแกล้งคนที่อุตส่าห์ทำอาหารเช้าเผื่อเธอเช่นนี้ได้ลงคอหรอก ทั้งคู่นั่งทานอาหารเช้าอย่างเงียบเชียบไม่มีใครปริปากพูดอะไร ต่างฝ่ายต่างกำลังครุ่นคิดเกี่ยวกับแผนการลับๆ ของตนว่าจะทำอย่างไรต่อไป จึงจะล้วงเอาข้อมูลความลับมาให้ได้มากที่สุดและเร็วที่สุด เพื่อที่เขาและเธอจะได้กลับไปใช้ชีวิตตามปกธรรมดาของตัวเองสักที

 

เมื่ออาหารเช้าในจานของกานต์รวีหมดลงแล้ว หญิงสาวจึงขอตัวรีบออกไปเรียนก่อน เพราะนัดกับชลธิชาและปวีณ์กรเอาไว้ วีรภัฏพยักหน้าเป็นการตอบรับและรับหน้าที่เป็นคนเก็บล้างจานชามพวกนี้เอง เมื่อเธอเดินออกจากประตูบ้านไปแล้ว ชายหนุ่มจึงรีบจัดการกับจานชามบนโต๊ะอาหารนั้น ก่อนจะรีบไปอาบน้ำแต่งตัวเตรียมจะไปสอนที่มหาวิทยาลัยเช่นเดียวกับเมื่อวาน

 

ใกล้จะได้เวลาเข้าเรียนแล้ว ชลธิชายืนทำท่ารีๆรอๆ พร้อมกับชะเง้อมองออกไปทางหน้าห้อง ราวกับรอใครบางคนอยู่ กานต์รวีนั้นรู้ดีว่าเพื่อนสาวคงกำลังรอที่จะฟังคำตอบจากอาจารย์หนุ่ม แต่ปวีณ์กรที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวด้วย อดถามขึ้นมาอย่างข้องใจไม่ได้

 

“น้ำ ยืนรอใครเหรอ รีบไปเข้าห้องเถอะ เดี๋ยวอาจารย์ก็มาแล้ว”

 

“ปอนด์กับกานต์ไปกันก่อนเถอะค่ะ น้ำมีเรื่องจะคุยกับอาจารย์ภัฏน่ะ”

 

ชลธิชาหันมาตอบชายหนุ่ม พลางบอกให้เพื่อนทั้งสองเข้าห้องเรียนไปจองที่นั่งก่อน แต่พอได้ยินว่าหญิงสาวจะรอพบอาจารย์ ก็ทำเอาปวีณ์กรรู้สึกสงสัยขึ้นมาว่าระหว่างเพื่อนรักของเขากับอาจารย์หน้าหล่อคนนั้นมีเรื่องอะไรกันแน่ ยังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยถามอะไรต่อ คนที่ชลธิชารอก็เดินออกมาจากมุมตึกพอดี

 

“อ้าว มายืนทำอะไรกันตรงนี้ครับนักศึกษา ไม่เข้าไปนั่งในห้องเรียนกันล่ะ”

 

วีรภัฏเอ่ยถาม ชลธิชาเหลือบไปมองหน้าเพื่อนทั้งสองคนที่มองมายังเธอกับอาจารย์หนุ่มด้วยแววตาแห่งความสงสัย เธอยืนลังเลคิดอยู่ครู่หนึ่ง ชั่งใจว่าจะถามไปเลย หรือว่ารอไว้คุยอีกทีตอนท้ายชั่วโมง แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร อีกฝ่ายที่ดูเหมือนจะรู้ว่าหญิงสาวคิดอะไรอยู่ก็เอ่ยขึ้นมาเสียก่อน

 

“ถ้ามารอพบผมเรื่องที่เราคุยกันเมื่อวานล่ะก็ คำตอบคือ ตกลงครับ”

 

คำตอบของนายตำรวจหนุ่มในคราบอาจารย์ผู้แสนสุภาพ ทำให้ชลธิชามีรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้า เธอดีใจจนแทบกระโดดตัวลอย แม้ไม่อาจคาดเดาได้ว่าผลมันจะออกมาเป็นอย่างไร แต่ที่แน่ๆ ทางเลือกของเธอมีไม่มากนัก ถ้าอยากจะรู้ความรู้สึกของคนที่ชอบเร็วๆ ก็คิดว่ามีแต่วิธีนี้เท่านั้นที่พอจะช่วยได้

 

 จริงหรือคะอาจารย์ ถ้าอย่างนั้นกลางวันนี้ให้น้ำไปทานข้าวกับอาจารย์ได้ไหมคะ เราจะได้ทำความรู้จักกันให้มากขึ้นกว่านี้ไงคะ”

 

ประโยคนี้ของชลธิชา ทำให้เพื่อนทั้งสองคนของเธอต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่กอย่างตกใจ กานต์รวีนั้นรู้ดีในความหมายที่เพื่อนสาวพูดมา เธอมองหน้าอาจารย์หนุ่ม พลางส่งสายตาถามว่าคิดดีแล้วหรือที่ให้คำตอบแบบนั้นกับเพื่อนของเธอ อาจารย์หนุ่มสบตาหญิงสาวพร้อมกับพยักหน้าน้อยๆ แทนคำตอบ แต่ฝ่ายปวีณ์กรนั้นถึงกับนิ่งเงียบไปทันที เหมือนเขากำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง

 

“ได้ครับ ถ้างั้นรีบเข้าห้องเรียนกันเถอะ เพื่อนๆ ในห้องคงรอกันแย่แล้ว”

 

วีรภัฏพยักหน้าแล้วเอ่ยขอตัวเข้าห้องเรียนเพื่อจะได้เข้าสอนตามเวลาที่กำหนดไว้ กานต์รวีเองก็ไม่นึกว่าอาจารย์หนุ่มจะตอบตกลงจริงๆ เธอมานึกๆ ดูแล้วก็เห็นว่าเขาไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นเลยสักนิด หรือเขามีจุดประสงค์อะไรแอบแฝงกับเด็กสาวลูกนักการเมืองคนดังกันแน่

 

หญิงสาวไม่เข้าใจเลยว่าอาจารย์หนุ่มคิดอย่างไรกันแน่ จึงได้ตอบตกลงไปแบบนั้น คงไม่ใช่ว่าคิดจะเอาแผนของชลธิชามาหลอกปั่นหัวเธอเล่น เพื่อหวังในทรัพย์สมบัติอันมหาศาลของตระกูลชนาสินธุ์หรอกนะ แล้วดูจากสีหน้าของปวีณ์กรแล้ว ถ้าเธอเดาไม่ผิด ชายหนุ่มคนเดียวในกลุ่มก็แสดงออกอย่างชัดเจนว่าเขาช็อกกับเรื่องที่ได้ยินมากแค่ไหน จะว่าไปท่าทางเขาคงห่วงชลธิชามากเช่นกัน หญิงสาวนั่งเรียนไปก็ครุ่นคิดไปต่างๆ นานา ก่อนจะมาจบลงด้วยความสงสัย ว่าทำไมเด็กสาวลูกคุณหนูคนนั้นต้องทำให้เรื่องมันน่าเวียนหัวเช่นนี้ด้วยนะ

 

อาจารย์หนุ่มรู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผน นอกจากเขาจะมีโอกาสได้ใกล้ชิดกับเป้าหมาย ซึ่งทำให้การคุ้มครองเป็นไปได้ง่ายขึ้นแล้ว เขายังอาจอาศัยความไว้เนื้อเชื่อใจของเด็กสาว ล้วงเอาข้อมูลความลับของผู้เป็นบิดาออกมาจากปากเธอได้เร็วขึ้นอีกด้วย แต่เขาคงต้องวางแผนให้รัดกุมมากขึ้นอีกหน่อย เพราะการที่เขาเข้าใกล้ชลธิชาได้ นั่นก็หมายถึงว่าตัวเขาเองก็เสี่ยงที่จะถูกเปิดเผยความลับเรื่องการปลอมตัวเข้ามาเป็นอาจารย์ได้เหมือนกัน ยิ่งปลายสัปดาห์นี้จะมีการจัดทริปต้อนรับนักศึกษาใหม่นอกสถานที่ บางทีคนร้ายอาจจะใช้ช่วงเวลาที่การรักษาความปลอดภัยหละหลวมนี้ เข้ามาชิงลอบทำร้ายพยานคนสำคัญของเขาไปก่อนก็เป็นได้

 

ในระหว่างคาบเรียนนั้น กานต์รวีที่นั่งอยู่ตรงกลางระหว่างเด็กหนุ่มสาวเจ้าปัญหาทั้งสองได้แต่มองหน้าฝ่ายนั้นทีฝ่ายนี้ทีด้วยความอึดอัดใจ ข้างซ้ายของเธอคือชลธิชา ที่เอาแต่นั่งอมยิ้มมองออกไปนอกหน้าต่าง คิดแผนการที่จะพิสูจน์หัวใจของชายที่เธอแอบรักอย่างอารมณ์ดี

 

ส่วนปวีณ์กรก็เอาแต่นั่งจ้องหน้าอาจารย์หนุ่มที่ยืนสอนอยู่หน้ากระดานด้วยสายตาไม่ไว้วางใจ ใบหน้าที่เคยสดใสกลับบูดบึ้ง เขาย่นหน้าผากแถมยังขมวดคิ้วมุ่นจนแทบชิดติดกัน และนั่งเงียบตลอดโดยไม่มีคำพูดใดๆ หลุดรอดออกมาจากริมฝีปากนั้นเลยสักคำ กานต์รวีอดรู้สึกดีใจกับปฏิกิริยาของเด็กหนุ่มไม่ได้ ดูเหมือนว่าการกระทำของชลธิชานั้น จะมีอิทธิพลต่อเขามากทีเดียว แต่เจ้าตัวคงไม่ได้รู้เลยว่าตกหลุมพรางของเด็กสาวจอมเจ้าเล่ห์เข้าให้แล้ว

 

เมื่อจบชั่วโมงการสอนแล้ว อาจารย์หนุ่มจึงแจ้งกับบรรดาลูกศิษย์ของเขาว่าในวันศุกร์ที่จะถึงนี้ จะมีการจัดกิจกรรมต้อนรับนักศึกษาใหม่ ที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เหล่าเด็กๆ ในสายตาของเขาส่งเสียงเฮฮาดังลั่นไปทั่วห้อง ทำให้บรรยากาศภายในห้องเรียนนั้นเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความสุข

 

ยกเว้นก็แต่แถวหลังสุดของห้องที่มีสามนักศึกษาหนึ่งชายสองหญิงนั่งอยู่เท่านั้น ที่อบอวลไปด้วยบรรยากาศอึมครึมราวกับมีเมฆดำมาลอยวนอยู่เหนอศีรษะของคนทั้งสาม วีรภัฏแปลกใจกับความรู้สึกนั้น แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร เพราะตอนนี้จิตใจของเขามันว้าวุ่นไปหมด เฝ้าแต่รอคอยว่าเมื่อไรจะถึงเวลาที่เขาจะล้วงข้อมูลจากชลธิชามาตลอด เขาไม่อยากต้องมานั่งรับผิดชอบกับบรรดาลูกศิษย์อีกหลายชีวิตอย่างนี้ไปนานๆ โดยไม่รู้ว่าเมื่อไรจะได้เป็นอิสระจากสถานภาพจอมปลอมแบบนี้เสียที

 

ในช่วงเวลาพักเที่ยงของวัน กานต์รวีได้ไปทานข้าวกลางวันกับปวีณ์กรเพียงแค่สองคน เพราะชลธิชาได้ขอไปนั่งทานข้าวในห้องพักอาจารย์แทน ระหว่างที่ทั้งคู่นั่งเงียบๆ อยู่นั้น จู่ๆ เพื่อนชายก็ได้หันมาปรึกษากับกานต์รวี

 

“กานต์คิดเหมือนปอนด์ไหม น้ำทำตัวแปลกๆ ยังไงก็ไม่รู้ ปกติไม่เคยเห็นสนใจผู้ชายคนไหนเลยนะ แต่นี่ได้เจอกับนายอาจารย์หน้าหล่อนั่นแค่วันเดียว ก็ถึงกับคลั่งไคล้ขนาดไปตกลงเป็นแฟนกันแบบนั้น เป็นไปได้ยังไงเนี่ย ไม่เห็นเข้าใจความคิดเขาสักนิดเลย”

 

อย่าคิดมากน่า น้ำเองก็ต้องมีชีวิตของเขา น้ำเป็นผู้หญิงนะปอนด์ น้ำจะคบกับใครมันก็เป็นสิทธิ์ของเขา

 

มันก็จริงอย่างที่กานต์ว่าล่ะนะครับ แต่ไม่รู้เจ้าอาจารย์นั่นจะจริงจรังกับน้ำหรือเปล่าน่ะสิ ปอนด์กลัวว่าเขาจะถูกหลอกเอามากกว่าน่ะสิ คนสมัยนี้ยิ่งน่ากลัวๆ อยู่ ต่อให้เป็นอาจารย์ก็เถอะ ถ้าเป็นความต้องการของตัวเองต่อให้เป็นลูกศิษย์ก็ไม่สนใจหรอก ไม่งั้นจะเห็นออกข่าวกันบ่อยๆ อย่างนั้นเหรอไง

 

ปวีณ์กรบ่นยืดยาวราวกับตาแก่หวงลูกสาวก็ไม่ปาน จนกานต์รวีต้องรีบแก้ตัวให้เด็กสาวต้นคิด เพราะกลัวว่าจะทำให้ชายหนุ่มเข้าใจในตัวชลธิชาผิดไป และจะพาลทำให้เกิดผลตรงกันข้ามกับที่เจ้าตัวต้นเหตุต้องการ และไม่วายแอบหยอดไปเล็กน้อยราวกับจะให้เด็กหนุ่มได้ฉุกใจคิดว่าเพื่อนในวัยเด็กของเขา บัดนี้ กลับกลายเป็นผู้หญิงเต็มตัวแล้ว เผื่อว่าในสายตาของเขาจะมองเห็นชลธิชาเป็นผู้หญิงคนหนึ่งขึ้นมาบ้าง ไม่ใช่มองเป็นน้องสาวเล็กๆ ที่ต้องคอยห่วงอยู่ตลอดเวลาแบบนี้

 

ใจเย็นๆ น่า น้ำเขาไม่เป็นไรหรอก เขาโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว อะไรควรอะไรไม่ควร เขาก็น่าจะคิดเองได้นะ เอ...แต่เราสงสัยว่า ที่ปอนด์พูดมาแบบนี้คงไม่ใช่เพราะว่า ปอนด์แอบชอบน้ำอยู่ ก็เลยหึงหรอกนะ

 

เฮ้ย ไม่ใช่ ไม่มีทางหรอก กานต์เข้าใจผิดแล้ว ปอนด์ไม่เคยคิดแบบนั้นกับน้ำเลยนะ จะว่าไป ปอนด์ชอบคนแบบกานต์มากกว่านะ ดูเป็นคนลุยๆ แล้วก็ตรงไปตรงมาดีออก

 

หญิงสาวรีบพูดยุทันที ถ้าทำให้ปวีณ์กรชอบชลธิชาได้เธอคงจะได้ข้อมูลของชลธิชามาอีกเยอะทีเดียว แต่เด็กหนุ่มกลับโบกไม้โบกมือ รีบส่ายหน้าปฏิเสธ พลางหันมายิ้มให้ สายตาของเขาสื่อออกมาอย่างชัดเจนว่าเขาคิดอย่างนั้นกับเธอจริงๆ กานต์รวีรู้สึกเหมือนตัวเองจะหมดแรงเสียดื้อๆ ถ้าหากปวีณ์กรชอบเธอขึ้นมาจริงๆ มีหวังคงได้เกิดเรื่องยุ่งวุ่นวายขึ้นกว่านี้อีกอย่างแน่นอน

 

ปอนด์ เราเพิ่งรู้จักกันเองนะ มีอีกหลายเรื่องเกี่ยวกับเราที่นายยังไม่รู้

 

สงสัยว่าวันนี้เราคงต้องกลับด้วยกันแค่สองคนแล้วล่ะ ถ้าอย่างนั้น ขอโอกาสให้ปอนด์ได้ทำความรู้จักกับกานต์มากขึ้นกว่านี้นะครับ”

 

กานต์รวีรีบพูดตัดบททันที แต่ปวีณ์กรกลับพูดสวนขึ้นมาเสียก่อน พลางยักคิ้วมองไปทางห้องพักอาจารย์ นึกไปถึงคำพูดของชลธิชาที่บอกเอาไว้ว่าเย็นนี้จะให้อาจารย์หนุ่มเป็นคนพาไปส่งที่บ้านเอง หญิงสาวได้แต่ผ่อนลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย แล้วแบบนี้เธอจะใช้เวลาไหนหาข้อมูลเกี่ยวกับเป้าหมายกันเล่า

 

หญิงสาวนึกเคืองอาจารย์หนุ่มอยู่ในใจ ที่มาแย่งเวลาของชลธิชาไปจากเธอ ก่อนจะคิดไปว่า ถึงอย่างไรเสีย ปวีณ์กรก็เป็นเพื่อนสนิทของชลธิชามานาน น่าจะพอรู้ข้อมูลอะไรที่เกี่ยวข้องกับครอบครัวของเธอบ้าง คงต้องใช้โอกาสนี้เก็บข้อมูลจากชายหนุ่มไปพลางๆ ก่อนแล้วกัน

 

ติดตามตอนต่อไปได้เร็วๆ นี้ค่ะ >>>

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

657 ความคิดเห็น

  1. #549 Palmy (@respiration) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2553 / 08:26
    ทำไปแบบนี้ปอนด์จะหึงเหรอ  เฮ้อๆๆๆๆๆๆ  คิดอะไรแปลกๆๆๆ
    #549
    0
  2. #290 Ranatis (@ree-a-na) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 มีนาคม 2553 / 15:05
    เราว่าปอนด์ไม่ได้หึงนะ

    หรือหึงหว่า
    #290
    0
  3. #101 princess of darkness[p@ir] (@thewayUare) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2553 / 18:08

    โอ้โหแหะ

    ปอนด์นี่เข้าตำราเลย

    หึงนะแต่ไม่แสดงออก

    55+

    #101
    0
  4. #65 jeabkiss (@jeabkiss) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2553 / 20:34
    เริ่มวุ่นวายแล้วล่ะ
    #65
    0
  5. #64 ม่านเมฆา (@geniegirl) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2553 / 00:59
    เรื่องวุ่นๆกำลังจะตามมาใช่มั๊ยคะ
    #64
    0
  6. #63 kaaka (@kaekaa) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2553 / 21:27
    งานนี้เป็นอย่างที่คิดจริงๆ ตอบรับหวังผลนั่นเอง

    กำลังจะเริ่มวุ่นวายรึเปล่าเอ่ย
    #63
    0
  7. วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2553 / 20:53
    หนุกหนานมากมายคร่าาาาาา

    อัพจิๆๆๆๆ
    #62
    0