ปมร้อนซ่อนรัก

ตอนที่ 10 : บทที่ 10 จับตาดูเป้าหมาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2862
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    13 ก.พ. 53

ตอนที่ 10

 

ชายหนุ่มขบคิดพินิจพิจารณาไตร่ตรองเพื่อชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสียว่าสิ่งใดจะมีน้ำหนักมากไปกว่ากัน หากเขาตัดสินใจที่จะช่วยเหลือเด็กสาว บางทีอาจทำให้เขาเข้าใกล้เธอได้มากขึ้น และอาจนำไปสู่ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในคดีที่เขากำลังรับผิดชอบอยู่ แต่ถ้าหากว่าเกิดพลาดพลั้งขึ้นมาจนทำให้ชลธิชารู้เรื่องแผนการทั้งหมด ชีวิตตำรวจฝ่ายสืบสวนของเขาก็คงถึงกาลอวสานเป็นแน่

 

เอาอย่างนี้แล้วกันนะครับ ผมขอเวลาคิดอีกสักหน่อย แล้วพรุ่งนี้ผมค่อยตอบได้ไหม

 

อาจารย์หนุ่มตอบแบบแบ่งรับแบ่งสู้ ไม่กล้าตัดสินใจเด็ดขาดลงไปในตอนนี้ เขาอยากใช้เวลาทบทวนดูอีกที เผื่อว่าจะมีทางออกทางอื่นที่ดีกว่านี้ หรืออย่างน้อยก็ช่วยประวิงเวลาไปได้อีกแม้เพียงนิดก็ยังดี

 

ขอบคุณมากค่ะอาจารย์ แล้วยังไงพรุ่งนี้น้ำจะรอคำตอบของอาจารย์นะคะ

 

ชลธิชาพยักหน้ารับคำของอาจารย์หนุ่มอย่างดีใจ การที่เขาไม่ตอบปฏิเสธอย่างชัดเจนแบบนี้ ก็นับว่าเธอยังพอมีหวังอยู่บ้าง หญิงสาวส่งยิ้มกว้างอย่างน่ารักให้กับวีรภัฏ ก่อนจะขอตัวกลับไปเรียนในวิชาภาคบ่ายต่อ อาจารย์หนุ่มพยักหน้าอย่างเชื่องช้า แล้วทอดสายตามองตามเป้าหมายของตนออกไปจากห้อง ก่อนจะทิ้งตัวลงเอนหลังพิงพนักโซฟา หลับตาลงอย่างอ่อนล้า มือใหญ่ยกขึ้นมานวดบริเวณขมับตัวเองทั้งสองข้าง เพียงแค่เริ่มงานวันแรก ก็ทำให้เขาถึงกับเครียดได้ขนาดนี้ แล้วนี่ไม่รู้ว่าเขาจะต้องอยู่ในภารกิจนี้ไปอีกนานแค่ไหนกัน ชายหนุ่มชักเริ่มท้อใจขึ้นมา ดูเหมือนว่าเรื่องยุ่งๆ กำลังจะประดังประเดเข้ามาหาเขาเข้าแล้ว

 

กานต์รวีที่แอบมองอยู่นอกหน้าต่าง พยายามอ่านปากของคนทั้งสอง แต่ความสามารถของเธอยังไม่ถึงขั้นพอที่จะแอบสอดแนมการสื่อสารเช่นนี้ได้ เมื่อเห็นว่าเป้าหมายของเธอกำลังจะเดินออกมาจากห้องของวีรภัฏ หญิงสาวที่ทำตัวเป็นนักสืบก็รีบวิ่งตรงไปทางห้องน้ำ และซ่อนตัวอยู่แถวๆ นั้น รอจนเห็นว่าชลธิชาเดินผ่านไปแล้ว จึงค่อยถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่แล้วมือของใครบางคนที่สะกิดอยู่ตรงไหล่ ก็ทำเอาคนที่แอบมองตามเพื่อนสาวไปถึงกับสะดุ้งเฮือก หันกลับมามองเจ้าของมือปริศนานั้นทันที

 

“มีอะไรหรือเปล่ากานต์ ทำไมมายืนลับๆล่อๆ อยู่ตรงนี้ หรือว่าในห้องน้ำมีคนโรคจิตอยู่งั้นเหรอ”

 

ที่แท้คนที่สะกิดเธอก็คือปวีณ์กรนั่นเอง ชายหนุ่มเห็นว่าเพื่อนทั้งสองหายไปนาน จึงคิดว่าจะเดินมาตามหาเผื่อว่าจะเกิดเรื่องอะไรไม่ดีขึ้น แต่กลับมาเจอกานต์รวียืนทำตัวลับๆ ล่อๆ อยู่ตรงหน้าห้องน้ำ พลางมองไปอีกทางเหมือนกลัวว่าใครจะมาพบเข้า สาวหน้าใสรีบแก้ตัวไปน้ำขุ่นๆ ว่าเธอได้ยินคนคุยกันเรื่องเกี่ยวกับยาเสพติดอยู่ในห้องน้ำ ก็เลยได้แต่แอบฟังอยู่หน้าประตูไม่กล้าเข้าไปข้างใน

 

ชายหนุ่มแม้จะรู้สึกแปลกๆ กับคำแก้ตัวของหญิงสาว แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก เขากลับรู้สึกเป็นห่วงเพื่อนสาวคนสนิทอีกคนมากกว่า รายนั้นเงียบหายไปเลย ยิ่งเป็นคนที่ค่อนข้างจะอ่อนแออยู่ด้วย ไม่รู้ว่าจะถูกใครลอบทำอันตรายกับเธออีกหรือเปล่า เขานึกในใจย้อนไปถึงเหตุการณ์ในครั้งก่อนๆ เพราะความที่เธอเป็นถึงลูกสาวของนักการเมืองชื่อดังที่มีทั้งคนรักและคนชังมากมาย จึงไม่แปลกที่มีคนคิดจะปองร้ายเพื่อให้กระทบเทือนไปถึงผู้เป็นบิดาของเธอ

 

“แล้วนี่กานต์เห็นน้ำหรือเปล่าครับ เห็นบอกว่าจะไปคุยกับอาจารย์แล้วก็หายไปเสียนานเลย ไม่รู้ว่าถูกนายอาจารย์หน้าหล่อนั่นร่ายมนตร์อะไรเอาไว้ ถึงได้รีบร้อนจะเป็นจะตายไปหาถึงที่ห้องพักอาจารย์อย่างนั้นกันนะ”

 

“อ๋อ น้ำเหรอ เมื่อกี้เห็นออกมาจากห้องอาจารย์แล้วล่ะ สงสัยว่าคงจะไปรอที่ห้องเรียนแล้วมั้ง แล้วนี่มารอน้ำเหรอ แหม คงจะเป็นห่วงเขาล่ะสิท่า”

 

กานต์รวีตอบคำถาม พลางแกล้งหยั่งเชิงเพื่อดูว่าความสัมพันธ์ระหว่างชายหนุ่มกับเพื่อนสาวของเธอในความคิดของปวีณ์กรว่าเขาคิดกับสาวน้อยลูกคุณหนูอย่างไรกันแน่ แต่คำตอบที่ได้รับกลับสร้างความอึดอัดให้กับเธอมากกว่าจะเป็นคำตอบอย่างที่คิดไว้ ดูเหมือนว่าชายหนุ่มจะมองชลธิชาเป็นเพียงแค่เพื่อนในวัยเด็กหรือไม่ก็เพียงแค่เห็นเป็นน้องสาวเท่านั้นเอง ไม่ได้มีวี่แววว่าจะให้ได้ลุ้นอะไรได้เลยสักนิด

 

“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกครับกานต์ ปอนด์ก็แค่กลัวว่าคนซื่อๆ อย่างเขาจะถูกหลอกพาไปทำมิดีมิร้ายเสียมากกว่า ที่ปอนด์เป็นห่วงน่ะคือกานต์มากกว่านะครับ เห็นบอกว่าท้องเสียแล้วก็หายไปนานเลย นึกว่าเป็นลมล้มพับในห้องน้ำไปแล้วเสียอีก”

 

ปวีณ์กรส่งยิ้มพร้อมสายตาหวานเชื่อมมาให้กับสาวหน้าใส พร้อมกับทำท่าจะเข้ามาประคองเธอเอาไว้ แต่คนที่โกหกว่าท้องเสียนั้น รีบเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็ว พร้อมกับออกเดินนำไปก่อน ปล่อยให้ชายหนุ่มยิ้มเก้ออีกครั้ง เขาได้แต่เดินตามหญิงสาวที่ก้าวพรวดๆ ไปไม่หันมาสนใจคนข้างหลังอีกเลยด้วยความรู้สึกผิดหวังอีกครั้ง แต่ชายหนุ่มไม่มีวันยอมแพ้อย่างแน่นอน ความท้าทายคือสิ่งที่เขาโปรดปรานเป็นที่สุด เขาปฏิญาณกับตัวเองในใจ สักวันจะทำให้กานต์รวีหันมาสนใจเขาให้ได้อย่างแน่นอน

 

สำหรับวิชาในคาบบ่ายนั้น เป็นวิชาบริหารการจัดการ ชลธิชาเข้ามานั่งในห้องเรียนได้ราวสิบนาทีแล้ว แต่ยังไม่เห็นวี่แววว่าเพื่อนทั้งสองของเธอจะมาเข้าห้องเรียนเสียที หญิงสาวจับจองที่นั่งในแถวหลังสุดของห้องเหมือนเดิม พลางชะเง้อคอมองไปทางหน้าประตูห้องทุกๆ ห้านาที

 

กระทั่งอาจารย์สาวใหญ่ซึ่งรับผิดชอบสอนในวิชานี้เปิดประตูก้าวเข้ามาในห้องแล้วนั่นล่ะ จึงได้เห็นกานต์รวีกับปวีณ์กรที่วิ่งกระหืดกระหอบมาถึงห้องช้ากว่าเวลาเข้าเรียนนิดหน่อย อาจารย์สาวใหญ่ส่งสายตาตำหนิทั้งคู่ สองหนุ่มสาวยกมือไหว้อาจารย์พร้อมกับกล่าวคำขอโทษ ก่อนจะรีบเดินมายังที่นั่งของตนที่เพื่อนจองเอาไว้ให้ทันที

 

“ไปไหนกันมาเหรอ น้ำนึกว่ากานต์กับปอนด์จะโดดวิชานี้แล้วนะเนี่ย”

 

ชลธิชาเอ่ยปากถามก่อน เธอหันไปหาเพื่อนสาวพลางส่งสายตาคาดคั้นให้บอกความจริง กานต์รวีทำหน้าเลิ่กลั่ก ไม่รู้จะบอกอย่างไรว่าที่มาช้า ก็เพราะว่าแอบยืนดูหญิงสาวนั่งคุยกับอาจารย์หนุ่มอยู่ แต่แล้วปวีณ์กรที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ในสายตาที่แฝงไว้ด้วยรังสีอำมหิตของสาวน้อยลูกคุณหนู ก็โพล่งขึ้นมา

 

“กานต์เขาท้องเสียน่ะ ปอนด์ก็เลยไปรอที่หน้าห้องน้ำ เป็นห่วงเห็นว่าหายไปนานกลัวจะเป็นลมคาห้องน้ำไปเสียก่อน”

 

เมื่อได้ยินคำตอบของชายหนุ่มก็ทำเอาอารมณ์น้อยใจของคนถามพุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้ง ทีกับเพื่อนใหม่อย่างกานต์รวี ทำไมเขาถึงได้กล้าพูดแสดงความเป็นห่วงอย่างออกนอกหน้า แต่กับเธอแล้วไม่มีสักครั้งที่เธอจะได้ยินคำๆ นี้จากเขา คนที่แกล้งทำเป็นท้องเสีย เห็นสีหน้าบูดบึ้งของชลธิชา ก็รีบพูดแก้ตัวแทนชายหนุ่มทันที ด้วยกลัวว่าตนจะโดนหางเลขไปอีกคน

 

“แหม ปอนด์ก็ ทำเป็นเขินไปได้ ที่จริงแล้วคนที่ปอนด์ไปรอน่ะ ไม่ใช่กานต์สักหน่อย แต่เป็นน้ำต่างหากไม่ใช่หรือไง จริงๆ นะน้ำ ปอนด์เขาเป็นห่วงน้ำมากเลยล่ะ คิดดูขนาดกานต์เพิ่งออกมาจากห้องน้ำแท้ๆ แต่คำถามแรกของปอนด์กลับถามถึงน้ำก่อนใครเลย นายนี่ก็ปากแข็งจริงๆ เลยนะ ห่วงเขาก็พูดออกไปตรงๆ สิ”

 

ปวีณ์กรทำหน้างุนงง เขาจำไม่ได้หรอกว่าถามถึงน้ำเมื่อไร บางทีมันอาจจะหลุดปากออกมาเองจากจิตใต้สำนึกก็เป็นได้ กานต์รวีเอาข้อศอกกระทุ้งสีข้างชายหนุ่ม ราวกับจะบอกให้เขาช่วยเออออห่อหมกไปกับเธอด้วย ทั้งที่ความจริงแล้วก็เป็นชายหนุ่มเองนั่นล่ะที่ทำพฤติกรรมอย่างที่หญิงสาวพูดจริงๆ

 

“อ๋อ เออใช่ ก็น้ำน่ะบอกว่าจะไปคุยกับอาจารย์แค่แป๊บเดียว แต่นี่เล่นหายไปเกือบชั่วโมงเลย ปอนด์ก็นึกว่าถูกอาจารย์รูปหล่อนั่นหลอกพาไปทำอะไรต่อมิอะไรแล้ว”

 

“ปอนด์เป็นห่วงน้ำจริงๆ เหรอ ดีใจจังเลยค่ะ”

 

แม้ว่าปวีณ์กรจะไม่ได้พูดออกไปอย่างเต็มปากเต็มคำว่าเขาเป็นห่วงเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของตน แต่จากความหมายของคำพูดประโยคนั้นก็สื่อความนัยที่แฝงเอาไว้โดยไม่รู้ตัวได้เป็นอย่างดี ชลธิชาอมยิ้มแก้มปริอย่างมีความสุข ก่อนที่ทั้งสามคนจะต้องสะดุ้ง เมื่ออาจารย์สาวใหญ่ตบโต๊ะเสียงดังอย่างหงุดหงิด เพราะนอกจากพวกเขาจะเข้าห้องเรียนช้าแล้ว ยังส่งเสียงคุยกันพึมพำไม่ได้หยุดจนรบกวนสมาธิของเพื่อนร่วมชั้นเรียนคนอื่นๆไปด้วย

 

“นี่พวกเธอข้างหลังสามคนนั้นน่ะ ถ้าไม่อยากเรียนก็ออกไปเลยนะ รบกวนคนอื่นแบบนี้เสียมารยาทมากเลยรู้ไหม”

 

สิ้นเสียงของอาจารย์ทั้งสามคนที่ตกเป็นเป้าสายตาของคนทั้งห้อง ก็รีบยกมือไหว้ปะลกๆ พลางก้มหน้าก้มตาจดเลกเชอร์อย่างเงียบเชียบต่อไป นานๆ ครั้งจึงจะส่งสายตาคุยกันบ้าง แต่พวกเขาคงไม่มีโอกาสได้รู้เลยว่า ทุกๆ การกระทำนั้น ตกอยู่ในสายตาของใครบางคนตลอดเวลา วีรภัฏมองภาพในจอมอนิเตอร์ของเครื่องคอมพิวเตอร์ประจำตำแหน่ง บนหน้าจอนั้นประกอบไปด้วยจอภาพขนาดเล็กราวสิบภาพ ซึ่งล้วนแล้วแต่มาจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งยู่ตามสถานที่ต่างๆ ทั่วโรงเรียนรวมไปถึงภายในห้องเรียนที่เด็กสาวที่เป็นเป้าหมายของเขาเรียนอยู่ เขาได้แต่อมยิ้มอย่างนึกขำ กับหน้าตาท่าทางของคนทั้งสามตลอดการเรียนการสอนในวิชานั้น

 

ด้วยเหตุที่ว่า เขาเป็นสายลับที่ปลอมตัวเข้ามาเพื่อสืบหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับนายทุนรายใหญ่ เบื้องหลังอดีตนักการเมืองชื่อดัง ดังนั้นนอกเหนือจากห้องของชลธิชาแล้ว เขาจึงไม่จำเป็นที่จะต้องไปทำการสอนที่ห้องอื่นอีก เพราะหน้าที่สำคัญของเขาคือการเฝ้าจับตาดูหญิงสาวในทุกๆ เวลา และต้องคอยอารักขาหากมีเรื่องร้ายๆ เกิดขึ้น เสียงหัวเราะเบาๆ นั้น ดูเหมือนจะช่วยให้นายตำรวจหนุ่มผ่อนคลายความเครียดลงไปได้บ้าง แต่ก็ยังไม่หมดไปเสียทีเดียวนัก

 

ติดตามตอนต่อไปได้เร็วๆ นี้ค่ะ >>>

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

657 ความคิดเห็น

  1. #99 princess of darkness[p@ir] (@thewayUare) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2553 / 17:17
    โห

    พระเอกเรานี่สบายเลยสิเนี่ย

    สอนห้องเดียว
    #99
    0
  2. #53 **~Mink~** (@minkkiez) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2553 / 09:18
    แบบว่าหมั่นไส้อีตาปอนด์มากเป็นพิเศษเลยเรื่องนี้
    เห็นสาวใหม่ดีกว่าเพื่อนเก่าตั้งแต่เด็กซะงั้น
    เฮ้อ..ผู้ชายนะ
    #53
    0
  3. #52 ไวท์เลเบิล (@whitelabel) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2553 / 22:19



    99999999999999999 ไม่หยุด
    ฉฉฉฉฉฉฉฉฉฉฉฉฉฉฉฉฉุด ไม่ อยู่
    ฉฉฉฉฉฉฉฉฉฉฉฉฉฉฉฉฉลุย โลด จ้า
    #52
    0
  4. #51 kaaka (@kaekaa) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2553 / 21:24
    น่าสนุกเนอะ แอบดูเด็กเรียนหนังสือ
    #51
    0
  5. วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2553 / 21:16
    อัพเถอะ พลีสสสสสสสสส
    #48
    0
  6. #44 ม่านเมฆา (@geniegirl) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2553 / 23:57

    เป็นกำลังใจให้เสมอค่ะ  สู้ ๆ

    #44
    0