ปมร้อนซ่อนรัก

ตอนที่ 1 : บทที่ 1 เริ่มต้นภารกิจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6522
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    4 ก.พ. 53

ตอนที่ 1

 

ภายในห้องทำงานขนาดใหญ่ที่แวดล้อมไปด้วยกระจกบานกว้างขนาบทั้งสองด้าน ซึ่งอยู่บนตึกสูงระฟ้าแห่งหนึ่ง ที่เป็นศูนย์บัญชาการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีแสงแดดสีส้มแดงในยามบ่ายคล้อยสาดส่องผ่านบานกระจกสีเข้มเข้ามาภายใน เผยให้เห็นใบหน้าของชายวัยกลางคนคนหนึ่งกำลังนั่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้บุหนังสีดำตัวใหญ่อยู่ด้านหลังโต๊ะทำงานตัวเขื่องที่ทำจากไม้สักเนื้อดี เบื้องหลังโต๊ะทำงานของเขาประดับประดาไปด้วย ถ้วยรางวัล และเหรียญเกียรติยศมากมายที่ตั้งโชว์อยู่ในตู้ไม้โอ๊คสีเข้ม รวมทั้งภาพถ่ายในชุดข้าราชการสีขาวประดับไว้ด้วยเครื่องราชอิสริยาภรณ์ระดับสูง แขวนติดอยู่บนฝาผนังนั้นได้บ่งบอกถึงตำแหน่งหน้าที่อันสูงส่งของผู้เป็นเจ้าของห้องได้เป็นอย่างดี

 

“ที่ฉันเรียกนายมาหาวันนี้ ก็เพื่อจะบอกเรื่องนี้ล่ะ”

 

เสียงที่ทรงพลังฟังดูมีอำนาจของพีรเดช ผู้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดในที่นั้น เอ่ยขึ้นกับลูกน้องคนสำคัญที่ถูกเรียกตัวเข้ามาพบอย่างเร่งด่วน

 

หมายความว่ายังไงครับ นี่ท่านจะให้ผมทิ้งคดีสำคัญที่ทำอยู่ในตอนนี้ เพื่อไปดูแลเด็กสาวที่เป็นลูกของนักการเมืองคนนั้น มันจะไม่เกินไปหน่อยหรือครับ

 

วีรภัฏ นายตำรวจหนุ่มผิวขาว รูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าหล่อเหลา วัยยี่สิบเก้าปี ในชุดเครื่องแบบสีกากีอย่างเต็มยศ ซึ่งถูกเรียกตัวกลับมาจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ เอ่ยถามอดีตผู้บังคับบัญชาของตนด้วยความรู้สึกไม่พอใจ จริงอยู่ว่าคดีลอบสังหารบุคคลสำคัญของประเทศที่เขารับผิดชอบอยู่นั้นยังไม่คืบหน้าไปถึงไหน แต่ด้วยฝีมือและความสามารถที่เขามีอยู่มากพอตัวนั้น ก็ไม่น่าจะทำให้เขาต้องถูกลดบทบาทลงมาเหลือเพียงการทำหน้าที่อารักขาลูกสาวของนายธนวัชร อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่อยู่ในกลุ่มของผู้ทรงอิทธิพลอันดับหนึ่งในประเทศอย่างนี้

 

ชายวัยกลางคนผู้มีตำแหน่งสูงกว่าเริ่มมีสีหน้าเคร่งเครียดเมื่อได้ยินลูกน้องย้อนถาม เขารู้ดีว่า ชายหนุ่มตรงหน้า เป็นคนที่มีทิฐิมานะสูงพอๆ กับมีฝีมือที่เก่งฉกาจ วัดได้จากการที่เขาเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญในการปราบปรามเหล่าอาชญากรตัวเอ้ในคดีใหญ่ๆ มาหลายต่อหลายครั้ง หากไม่ได้คนที่มีความสามารถอย่างนี้มาร่วมงานด้วย ก็ไม่รู้ว่าคดีที่คาราคาซังมานานจนเกือบจะหมดอายุความพวกนั้น จะประสบความสำเร็จในการตามหาตัวคนร้ายได้เมื่อไร

 

พีรเดชเอื้อมมือไปคว้ากล่องซิก้าที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมา แล้วหยิบซิก้ามวนโตมวนหนึ่งออกมาจากกล่อง ก่อนจะค่อยๆ ตัดปลายของมันออกด้วยกรรไกรขนาดเล็กอย่างใจเย็น โดยมีสายตาของลูกน้องมองตามทุกๆ การกระทำของผู้บังคับบัญชาด้วยความขุ่นข้องใจ

 

“นายอาจจะคิดว่า นี่เป็นเพียงแค่งานเล็กๆ ที่ให้พวกตำรวจชั้นปลายแถวคนไหนมาทำก็ได้ แต่คำสั่งของเบื้องบนบอกมาว่าต้องการคนที่มีฝีมือจริงๆ ไปคอยสอดส่องและดูแลความปลอดภัยให้กับลูกสาวท่านอดีตส.ส.นี่ แล้วฉันก็ไม่เห็นว่าจะมีใครที่เหมาะสมไปกว่านายอีกแล้วนะ วีรภัฏ”

 

ชายวัยกลางคนพยายามเอาน้ำเย็นเข้าลูบด้วยรู้ดีว่าอีกฝ่ายคงจะไม่ค่อยพอใจนักกับงานที่เพิ่งได้รับมอบหมายนี้ ตัวเขาเองก็ใช่ว่าอยากจะทำเสียที่ไหน หากไม่ติดว่ายังมีบุคคลที่มีอำนาจเหนือกว่าเขาคอยสั่งการอยู่อีกขั้น เขาก็คงปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามทางที่มันควรจะเป็นโดยไม่ต้องยื่นมือเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องแบบนี้เป็นแน่

 

“ผมไม่เข้าใจครับ ในเมื่อท่านเองก็ทราบดีว่าตระกูลชนาสินธุ์ ไม่ใช่คนดี ทำไมเราถึงต้องยอมทำตามคำขอของเขาด้วย”

 

ใช่ ฉันยอมรับว่าฉันเองก็รู้ดีว่าเบื้องหลังของตระกูลนั้นเป็นอย่างไร แต่ก็อย่างที่นายรู้ ตอนนี้คนกลุ่มนั้นกำลังแตกคอกัน ถ้าเราอยากจะขจัดผู้มีอิทธิพลพวกนั้นให้หมดไปจากเมืองไทยได้ เราก็จำเป็นที่จะต้องยืมมือของคนในกลุ่มนั้นมาช่วยอีกแรงน่ะ

 

พีรเดชเริ่มจุดไฟที่ปลายซิก้าที่เขาได้ตัดไว้ด้วยไฟแช็คสีเงินสะท้อนกับแสงไฟเป็นเงาวาววับ ก่อนจะสูบมันเข้าไปจนเต็มปอด แล้วพ่นลมหายใจออกมาเป็นควันสีขาวลอยล่องไปในอากาศ เพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดของตัวเอง

 

“แต่ว่า ท่านครับ. . .”

 

นายตำรวจหนุ่มยศน้อยกว่าพยายามจะทักท้วงความเห็นของอีกฝ่ายอย่างไม่เห็นด้วย แต่ก็ถูกผู้เป็นนายสวนขึ้นมาเสียก่อน พลางกล่าวตัดบทอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายได้คัดค้านอะไรอีก

 

“เอาล่ะ พอที ไม่มีต่งไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น เรื่องนี้เป็นคำสั่งมาจากเบื้องบนอีกที อีกอย่างฉันก็ได้ตัดสินใจไปแล้ว นายมีหน้าที่แค่ทำตามคำสั่งของฉันที่เป็นผู้บังคับบัญชาเท่านั้น เข้าใจไหม”

 

สิ้นเสียงของพีรเดช ชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ในฝั่งตรงกันข้ามทำได้เพียงแค่ลุกขึ้นตบเท้ายืนตรง พร้อมทั้งกล่าวรับคำสั่งนั้นด้วยเสียงดังฟัดชัด วีรภัฏพยายามสะกดกลั้นความขุ่นเคืองด้วยการขบกรามแน่นจนเห็นเป็นสันนูน เขาเป็นเพียงตำรวจชั้นผู้น้อย จึงทำอะไรไม่ได้นอกจากน้อมรับคำสั่งของผู้เป็นนายอย่างไม่มีทางเลือก

 

“เข้าใจแล้วครับ แล้วท่านจะให้ผมเริ่มปฏิบัติการเมื่อไหร่ครับ”

 

วีรภัฏกล่าวถามผู้เป็นนายขึ้นอีกครั้ง ชายสูงวัยมองคนตรงหน้าอย่างเห็นใจ ก่อนจะอัดควันหอมหวานเข้าไปในปอดอีกครั้ง พลางเอ่ยขึ้น

 

ทางหน่วยของเราจะทำข้อมูลแต่งประวัติของนายขึ้นมาใหม่ แล้วส่งให้นายไปเป็นอาจารย์ประจำในมหาวิทยาลัยที่ลูกสาวของท่านธนวัชรเข้าเรียนอยู่ตั้งแต่วันจันทร์หน้าเป็นต้นไป ส่วนเรื่องที่พักชั่วคราว ฉันคิดว่าเหลือเวลาอีกตั้งสองวัน นายคงหาเองได้ไม่ยาก แต่อย่าลืมนะว่า หน้าที่ของนายคือคอยจับตาดูว่าใครที่น่าสงสัยว่าจะเป็นคนที่ลอบปองร้ายลูกสาวของเขา รวมทั้งคอยดูแลอารักขาอย่างใกล้ชิดที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะฉะนั้นที่พักก็ควรจะเป็นที่ ที่ใกล้กับบ้านของเป้าหมายให้มากที่สุด หวังว่าฉันคงวางใจให้นายรับผิดชอบหน้าที่สำคัญนี้ได้ใช่ไหม

 

ครับท่าน ผมจะพยายามอย่างเต็มความสามารถครับ

 

วีรภัฏทำความเคารพคนตรงหน้าด้วยการโค้งคำนับ ก่อนจะกลับหลังหันเดินออกจากห้องไปโดยมีสายตาของพีรเดชมองตามลูกน้องไปอย่างเห็นใจ ชายสูงวัย ผู้ดำรงตำแหน่งสูงสุดในกลุ่มงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย หยิบเอาแฟ้มคดีเกี่ยวกับขบวนการค้ามนุษย์ข้ามชาติกลุ่มใหญ่ที่สุดในแถบเอเชียที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาเปิดอ่าน เขาไล่สายตาไปตามรายชื่อของผู้ที่เกี่ยวข้องซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในแวดวงต่างๆ ของเมืองไทยแทบทั้งสิ้น และหนึ่งในนั้นก็มีชื่อของนายธนวัชร ชนาสินธุ์ ติดอยู่ในลำดับต้นๆ ของรายชื่อผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด พีรเดชเชื่อมั่นว่า ด้วยความสามารถของนายตำรวจหนุ่มไฟแรงที่เขาเพิ่งมอบหมายภาระหน้าที่อันหนักอึ้งไปให้ จะทำให้เขาได้รู้ว่าใครกันแน่ที่เป็นตัวการใหญ่ที่สุดของขบวนการนรกนี้

 

“ตายแล้ว ผู้กองภัฏ เป็นอะไรไปคะ ดูทำหน้าเข้าสิ อย่างกับไปกินรังแตนที่ไหนมาน่ะ”

 

มินตรา นายตำรวจหญิงผู้มีตำแหน่งเป็นเลขานุการหน้าห้องของผู้บัญชาการฝ่ายข่าวกรองเอ่ยทักชายหนุ่มที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องของเจ้านาย คนที่ทำหน้าราวกับโกรธคนไปทั้งโลกหันมายิ้มเจื่อนๆ ให้อีกฝ่าย ก่อนจะเอ่ยทักทายอย่างเสียไม่ได้

 

“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกครับ พอดีผมเพิ่งได้รับมอบหมายให้ดูแลคดีสำคัญ ก็เลยรู้สึกเครียดขึ้นมาน่ะครับ”

 

“ถ้าอย่างนั้นมิ้นท์ว่า ผู้กองคงต้องเครียดหนักกว่าเดิมแน่เลยค่ะ ถ้าได้อ่านข้อมูลที่นายให้มิ้นท์เตรียมไว้ให้คุณทั้งหมดนี่”

 

ตำรวจสาวเอ่ย พลางหันไปยกแฟ้มที่กองสูงเป็นตั้งขึ้นมาส่งให้วีรภัฏ ชายหนุ่มเบิกตาโพลงมองกองแฟ้มในมือของมินตราก่อนจะเอื้อมมือไปรับมาถือไว้ด้วยสีหน้าเหนื่อยใจ

 

“ขอบคุณมากครับ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวก่อนนะครับ”

 

“ถ้ามีอะไรไม่เข้าใจตรงไหน ก็โทรมาถามมิ้นท์ได้เลยนะคะ ขอให้สนุกกับการทำงานค่ะผู้กอง”

 

เลขานุการสาวกล่าวพลางส่งยิ้มหวานให้ อีกฝ่ายเพียงแค่ผงกหัวเล็กน้อย ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากตรงนั้นไป นายตำรวจหนุ่มหอบแฟ้มสูงเป็นตั้งเดินดุ่มๆ กลับมายังรถของตัวเอง เขาเปิดประตูแล้ววางแฟ้มนั้นกองไว้ยังเบาะที่นั่งข้างคนขับ ก่อนจะขึ้นนั่งประจำที่แล้วขับรถออกจากศูนย์บัญชาการของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มุ่งหน้าไปยังหน่วยงานที่ตัวเองประจำอยู่ในตอนนี้เพื่อสะสางงานที่ทำอยู่ให้เรียบร้อย ก่อนที่เขาจะต้องไปรับหน้าที่ใหม่ที่เพิ่งได้รับมอบหมายในอีกสองวันข้างหน้า

 

ไม่นานนัก วีรภัฏก็กลับมาถึงแผนกวางแผนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ เขาหอบเอาแฟ้มที่มินตราให้มานั้นขึ้นไปยังห้องทำงานของตนด้วย นายตำรวจหนุ่มเดินเข้ามาในแผนกของตน ก่อนจะโยนกองแฟ้มหนักอึ้งลงไปบนโต๊ะเสียงดัง แล้วจึงกระแทกตัวนั่งลงบนเก้าอี้อย่างแรง เขาถอนหายใจยาวพลางมองไปยังแฟ้มกองโตด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่าย ทำเอาบรรดาลูกน้องทั้งแผนกถึงกับสะดุ้งต่างคนต่างหันมามองหัวหน้าของตนเป็นตาเดียวกัน

 

“เกิดอะไรขึ้นคะหัวหน้า ทำไมถึงได้ทำหน้าเครียดขนาดนั้น มีเรื่องหนักใจอะไรหรือคะ”

 

นุชนาถลุกขึ้นมายืนเกาะแผงพาร์ทิชั่นที่กั้นแบ่งสัดส่วนโต๊ะทำงานของตำรวจแต่ละนายออกจากกัน พลางเอ่ยถามชายหนุ่มที่กำลังหัวเสียกับงานใหม่ที่จะต้องเริ่มในอีกสองวันหลังจากนี้อย่างอดเป็นห่วงไม่ได้ วีรภัฏเงยหน้าขึ้นมามองลูกน้องสาวหน้าตาสะสวย  เขาส่งยิ้มเนือยๆ ให้เธอก่อนจะระบายสิ่งที่อัดอั้นตันใจออกมาให้ฟัง

 

“ผมคงจะไม่ได้อยู่ที่นี่สักพักนะ ทางหน่วยเก่าเขาเรียกตัวกลับไปช่วยน่ะ ยังไงฝากนุชช่วยบอกคนอื่นๆ ทีนะ อีกสิบนาทีผมจะขอเรียกประชุมทุกคนเพื่อคุยเรื่องงานที่พวกคุณจะต้องทำในระหว่างที่ผมไม่อยู่น่ะ”

 

“ถูกเรียกตัวกลับเหรอครับ ทางหน่วยนั้นมีเรื่องด่วนอะไรถึงต้องมาขอให้หัวหน้าไปช่วยแบบนี้ครับเนี่ย”

 

กรวิชญ์ที่เพิ่งเดินไปชงกาแฟกลับมาทันได้ยินที่วีรภัฏพูดกับเพื่อนร่วมงานของตนพอดี เขาเดินมาหยุดยืนอยู่ข้างๆ นุชนาถอีกคน พลางทำหน้าสงสัยในสิ่งที่ได้ยินผู้กองหนุ่มทำหน้าเหนื่อยใจก่อนจะเอ่ยขึ้นกับลูกน้องสาวที่เดินเข้ามาหาเขาเป็นคนแรก

 

“นุช ผมเปลี่ยนใจแล้ว ไปเรียกทุกคนมาตอนนี้เลยแล้วกัน จะได้คุยทีเดียวให้มันจบๆ ไป”

 

นุชนาถหันไปทำหน้าหงิกใส่กรวิชญ์ นายตำรวจหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ ผิวสีแทน หน้าตาคมเข้ม รุ่นเดียวกันกับเธอที่เข้ามาขัดจังหวะการสนทนานั้นอย่างไม่ตั้งใจ เขาทำหน้าเหลอหลาอย่างไม่รู้เรื่อง หญิงสาวเพียงคนเดียวในที่นั้นจึงหันไปเรียกบรรดาเพื่อนร่วมงานของเธออีกราวสามถึงสี่คนให้ล้อมวงเข้ามาใกล้ผู้กองหนุ่ม

 

“คืออย่างนี้นะครับทุกคน ผมเพิ่งได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาคนก่อน ท่านได้ขอตัวผมไปช่วยงานของทางกลุ่มงานสอบสวนเกี่ยวกับคดีลอบปองร้ายลูกสาวของนายธนวัชร. . .”

 

วีรภัฏกล่าวอย่างเสียงดังฟังชัดกับบรรดาลูกน้องของเขา พลางบอกถึงหน้าที่ที่แต่ละคนจะต้องได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติแทน ในระหว่างที่เขาไม่ได้ประจำการอยู่ที่นี่ หลังจากสั่งการกับทุกคนเรียบร้อย เขาจึงบอกให้ทุกคนแยกย้ายกันไปทำงานของตน ส่วนตัวเองนั้นก็เริ่มศึกษาข้อมูลที่ได้รับมาโดยละเอียด ชายหนุ่มพยายามจดจำทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับบุคคลที่เป็นเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นชื่อ ภาพถ่ายในหลากหลายอิริยาบถ ความสนใจและงานอดิเรก รวมไปถึงความสัมพันธ์กับบุคคลต่างๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับเด็กสาวคนนั้น

 

 เนี่ยเหรอ ชลธิชา ลูกสาวของคนๆ นั้น น่าเสียดายนะ หน้าตาก็ออกจะน่ารัก ไม่น่ามีพ่อเป็นคนแบบนี้เลย

 

 ผู้กองหนุ่มหยิบรูปของบุคคลที่เป็นเป้าหมายขึ้นมาดู เป็นภาพของหญิงสาวคนหนึ่ง ที่มีผิวขาวอมชมพู ใบหน้ารูปหัวใจ ดวงตาเรียวเล็กสีน้ำตาล จมูกเชิดรั้นเล็กน้อย ริมฝีปากบางสีแดงระเรื่อ รูปร่างอรชรอ้อนแอ้น ดูบอบบางและน่าทะนุถนอม เขาได้แต่ส่ายหน้าน้อยๆ ด้วยใจที่อดเวทนาเด็กสาวผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่แต่กลับต้องมาตกอยู่ในชะตากรรมที่บิดาของตนเป็นคนก่อมันเอาไว้มิได้ เธอคนนี้กำลังถูกปองร้ายจากใครบางคนที่เป็นสมาชิกร่วมอยู่ในขบวนการค้ามนุษย์ข้ามชาติ ที่เรียกกันว่าแก๊งหมิง เพื่อนร่วมแก๊งเดียวกับบิดาของเธอ

 

ติดตามตอนต่อไปได้เร็วๆ นี้ค่ะ >>>

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

657 ความคิดเห็น

  1. #537 Palmy (@respiration) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2553 / 21:50

    ตามต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ

    #537
    0
  2. #272 Ranatis (@ree-a-na) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 มีนาคม 2553 / 14:40
    โถ่ ชลธิชาเอ๋ย
    #272
    0
  3. #133 Khunpang (@khunpang) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2553 / 23:46
    เป็นกำลังใจให้ค่ะสนุกดี
    #133
    0
  4. #20 kaaka (@kaekaa) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2553 / 21:22

    มาแล้วคร้ามารายงานตัวแล้วจ้า 

    โปรดติดตามตอนต่อไป

    #20
    0
  5. #9 jeabkiss (@jeabkiss) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2553 / 21:22
    ตามมาเป็นกำลังใจให้นะคะสู้ สู้ค่ะ
    #9
    0
  6. #6 **~Mink~** (@minkkiez) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2553 / 07:33
    หนุกดีค้าาา
    เป็นกำลังใจให้กันเช่นเคยนะคะ ^-^
    #6
    0
  7. #5 ม่านเมฆา (@geniegirl) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2553 / 01:09
    รอนะคะ
    #5
    0
  8. #4 supame (@supame) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2553 / 22:05
    น่าสนใจค่ะ
    #4
    0
  9. #3 น้ำสวยฟ้าใส (@jeabarpa) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2553 / 22:04

    น่าติดตามตอนต่อไปคะ

    #3
    0
  10. #2 aoistar (@pharahoo) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2553 / 21:51
    แหม...ท่าจะสนุก 55+
    เม้น + โหวต
    #2
    0