รักของเราเป็นเพียงคู่นอน ★Love is one night stand★ Yaoi [Mpreg]

ตอนที่ 7 : ​ตอนที่ 6 [100]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,879
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 93 ครั้ง
    14 เม.ย. 61

     ​ตอนที่ 6

     (“เข้าไปในคอนโดแล้วครับ”)

     “ดูไว้อย่าให้คลาดสายตา”

     (“ครับ”)

     “มีไรให้รายงานฉันตลอด”

     (“ครับ”)

………………………………………………………………………

     ช่วงบ่ายผมทำงานไปเรื่อยๆแอบยิ้มกับตัวเองบ่อยๆจนคนในแผนกถามแซวกันไปทั่ว จนกลับมาถึงห้องยิ่งมองไปรอบๆห้องก็อยากจะเดินไปทั่วห้องทุกมุม มันเหมือนเป็นความสุขเล็กๆในใจที่ลบมันไม่ออกเลย

     Rrrrrrr Rrrrrrr Rrrrrrr

     เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ดังขึ้น ผมปลีกตัวจากการกินน้ำในครัวมาดูจอโทรศัพท์ แล้วก็ต้องใจเต้นแรงกับสายจากต่างประเทศและชื่อที่ขึ้นอยู่ที่หน้าจอ

     ‘คนสำคัญ’

     ผมกดรับสายแต่ไม่ได้พูดอะไร คนในสายก็เงียบจนผมรู้สึกประหม่า

     “ฮัลโหลครับ”

     สุดท้ายผมก็กรอกเสียงลงไป เปิดสปีคโฟน เปิดค้นหาแอพพิเคชั่นเวลาโลกในโทรศัพท์ด้วย

     (“ทำอะไรอยู่…ถึงห้องรึยัง”)

     เสียงทุ้มที่ตอบกลับมาดูเหนื่อยๆ

     “เพิ่งถึงได้สักพักครับ”

     (“อืม…กินข้าวรึยัง”)

     “ยังครับ…คุณธรรศล่ะครับ”

     ผมมองดูเวลาที่บอกเวลาเที่ยงของอีกซีกโลก

     (“กำลังกิน”)

     “งั้นผมวา…”

     (“ไม่ต้องวาง”)

     “แต่คุณธรรศต้องทานข้าวนะครับ”

     ติ๊ด!

     สายถูกตัดไป สักพักก็มีการโทรเข้ามาใหม่ผมมองที่หน้าจอโทรศัพท์แล้วก็ต้องตกใจ เพราะเป็นสายโทรเข้าแบบวิดีโอเข้ามา ผมมือสั่นแต่ก็กดรับสาย มุมกล้องคงจะตั้งไว้ผมเลยเห็นคุณธรรศที่กำลังก้มหน้าตักข้าว ผมรู้สึกร้อนหน้าไปหมด ใจเต้นแรงจนจับจังหวะแทบไม่ได้

     “เอ่อ…”

     ผมพูดไม่ออก ได้แต่มองดุคุณธรรศกินข้าวไป จนคุณธรรศเงยหน้าขึ้นมา ผมเอากล้องหลบทันที ผมทนไม่ไหวเหมือนหัวใจจะทะลุออกมาจากอก หน้าร้อนไปหมดเลย

     (“กล้วย”)

     ผมค่อยๆแพลนกล้องกลับมาที่ตัวเอง คุณธรรศมองหน้าผมแล้วนิ่งเงียบไป

     (“…ฉันจะรีบกลับ”)

     ติ๊ด!

     แล้วสายก็ตัดไปอีกครั้ง ผมว่าหน้าผมจะต้องทุเรศมากแน่ๆเลย คืนนั้นผมพยายามข่มตาหลับแต่ก็หลับไม่ลง นึกถึงสีหน้าของคุณธรรศแล้วรู้สึกหน้าร้อนๆทุกที จนสุดท้ายก็หลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ 






     @วันพุธ (วันวัดอุณหภูมิวันสุดท้าย)

     ตื่นมาก็ทำกิจวัตรประจำวันปกติ แต่จะพิเศษก็ตรงที่วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่ผมจะต้องวัดอุณหภูมิตามที่ลุงหมอบอก เพื่อเอาไปเทียบกับเดือนก่อนๆ

     ผมค่อยๆเปิดเช็คไปเรื่อยๆ แล้วแทบจะร้องดีใจออกมาที่อุณหภูมิเป็นปกติ ผมรีบโทรหาลุงหมอทันที ท่านดุผมกลับมายกใหญ่ ว่าต่อไปทำอะไรให้รอบครอบ ต้องระวังตัวเองเพราะเราไม่เหมือนคนอื่น ผมจำทุกคำสอนของลุงหมอไว้ เพราะทุกคำสอนของท่านทำให้ผมเติบโตขึ้นมาได้เป็นคนได้ทุกวันนี้หลังจากที่พ่อแม่ผมเสียไป

     หลังจากคุยกับท่านเสร็จผมก็รีบอาบน้ำไปทำงาน และอาจจะเพราะวันนี้ผมมาค่อนข้างช้าไปกว่าทุกวัน ทำให้คนในแผนกมากันเกือบหมดแล้ว ผมเดินไปนั่งที่โต๊ะแล้วเริ่มงานวันนี้ทันที แต่ระหว่างที่กำลังเรียงเอกสาร ผมก็เหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นเล็กสอดอยู่ใต้แผ่นลองเมาส์ ผมดึงออกมาค่อยๆคลี่อ่าน

     ‘ฉันกลับวันศุกร์’

     ก็แค่ข้อความสั้นๆที่ทำให้ผมรู้สึกเหมือนแก้มผมจะแตกยังไงก็ไม่รู้ อยากจะยิ้มออกมากว้างๆ แต่ก็ยิ้มไม่ออกเพราะคนในแผนกคงจะมองผมแปลกๆที่ยิ้มให้กับกระดาษแผ่นเล็กๆในมือ ผมทำงานต่อแบบไม่มีสมาธิ ในหัวเอาแต่นึกถึงคนที่อยู่ไกลมากๆ ถึงผมจะไม่เข้าใจในการกระทำของคุณธรรศ แต่ถ้ามันรู้สึกดีผมก็อยากจะให้มันเป็นแบบนี้ต่อไป

     กลางวันผมมีงานด่วนเข้ามาทำให้ไม่ได้ไปกินข้าวกลางวันเพราะอยากรีบทำให้เสร็จ ดรีมอาสาไปซื้อข้าวขึ้นมากินกับผม ผมทำงานจนเสร็จดรีมก็ขึ้นมาพอดี

     “มาแล้วววว…รอนานมั้ย”

     “เราทำเสร็จพอดี ไปกินที่โซนพักกัน”

     ผมกับดรีมย้ายมากินข้าวกันที่ห้องพักสำหรับพนักงานแทน

     “กล้วย วันนี้ไปบ้านเรามั้ย? แม่เราบ่นคิดถึงกล้วยทุกวันเลย”

     หลังจากกินข้างเสร็จผมกับดรีมก็นั่งคุยกันต่อรอเวลาเข้างาน

     “ได้ เราก็คิดถึงคุณป้ากับคุณลุงเหมือนกัน”

     เมื่อก่อนตอนผมเสียใหม่ๆผมต้องไปอาศัยอยู่กับดรีม จนเข้ามหาลัยถึงได้ออกมาอยู่ข้างนอกเพราะเกรงใจ

     “งั้นเราโทรบอกแม่ก่อน วันนี้แม่เราจะต้องทำของชอบกล้วยเต็มโต๊ะแน่ๆ”

     ผมกับดรีมแยกกันไปทำงานเมื่อถึงเวลาเข้างานแล้วนัดเจอกันช่วงเย็น

     “สวัสดีครับคุณป้า”

     ผมยกมือไหว้คุณป้าที่ออกมายืนหน้าบ้านทันทีที่รถดรีมเลี้ยวเข้าจอดในบ้าน

     “คิดถึงจังเลยลูก”

     คุณป้ากอดผมก่อนจะพากันเดินเข้าบ้าน

     “แม่ พ่อไปไหนอ่ะ”

     ดรีมที่จอดรถเสร็จแล้วก็เดินเข้าบ้านมา

     “อยู่หลังบ้าน พี่เรากลับมาบ้านด้วยวันนี้”

     “พี่จิมกลับมาแล้วหรอแม่ ไหนบอกเดือนนี้ไม่กลับ”

     พี่จิม พี่ชายของดรีม อายุมากกว่าผมกับดรีมสามปี

     “ไปข้างหลังบ้านกันไป แม่ตั้งโต๊ะรอแล้ว วันนี้ตั้งโต๊ะกินที่หลังบ้านกันดีกว่าต้อนรับกล้วยกับตาจิมกลับมา”

     คุณป้าขอตัวเข้าไปในครัว ดรีมก็ขึ้นไปเก็บของ ผมเลยเดินไปที่หลังบ้าน

     “สวัสดีคับคุณลุง สวัสดีครับพี่จิม”

     ผมกับดรีมยกมือไหว้พี่จิมกับคุณลุงที่กำลังนั่งเล่นเกมหมากรุกกันอยู่

     “ไหว้พระเถอลูก”

     คุณลุงส่งยิ้มมาให้ พี่จิมพยักหน้ายิ้มให้ผมนิดๆ

     “รุกฆาต”

     อยู่ๆพี่จิมก็พูดขึ้นมา

     “อะไรกัน นี่ยังไม่เลิกอีกหรอ”

     คุณป้าที่เดินออกมา ถามขึ้น

     “พ่อแพ้ผมอีกแล้วแม่”

     พี่จิมพูดขึ้นมายิ้มๆ

     “สักวันพ่อจะต้องช…”

     คุณลุงพูดขึ้นแต่ไม่ทันจบ ดรีมที่กำลังเดินออกมาจากตัวบ้านก็พูดเสียงดัง

     “หิวแล้วววว!!!”

     คุณลุงหันไปมองค้อนดรีมจนดรีมงง

     “ไม่ต้องไปมองลูกแบบนั้นเลย ไปกินข้าวกันได้แล้ว ไปลูกป้าทำของชอบเราไว้เยอะแยะเลย”

     คุณป้าพูดเอ็ดแล้วดันหลังผมให้ไปกินข้าวจนเรียบร้อยก็ย้ายเข้ามานั่งคุยเล่นกันที่ห้องนั่งเล่น

     “แล้วพี่จิมกลับมาอยู่กี่วันอ่ะครับ”

     ผมถามพี่จิมที่ไปเปิดรีสอร์ททำไร่ผลไม้ที่เชียงใหม่ เลยทำให้ไม่ค่อยได้กลับมา

     “อาทิตย์นึง แล้วกล้วยกลับมานอนที่นี่บ้างเปล่า”

     ผมส่ายหัวเบาๆ

     “งั้นก็พอๆกัน พี่ก็เพิ่งกลับมาในรอบสองเดือนนี่แหละ”

     พี่จิมพูดขึ้นมาขำๆ

     “เพราะอย่างนี้ไง แม่ละน้อยใจไม่กลับมาหากันบ้าง…ไม่คิดถึงกันเลย”
     
     คุณป้าพูดขึ้นอย่างน้อยใจ พี่จิมรีบเข้าไปกอดเอาใจคุณป้ายกใหญ่ คนอื่นๆก็ได้แต่ขำ พวกเรานั่งคุยถามสารทุกสุกดิบกันเรื่อยๆจนเวลาล่วงเลยมาช่วงค่ำ

     “กล้วยกลับยังไง ให้ตาจิมไปส่งมั้ยลูกค่ำแล้วมันอันตราย”

     คุณป้ามายืนส่งผมที่หน้าบ้าน

     “ผมกลับได้ครับ”
     
     ผมบอกไปให้คุณป้าหายห่วง แต่เหมือนท่านจะยิ่งห่วง

     “ป้าให้ตาจิมไปส่งดีกว่า”

     สุดท้ายพี่จิมก็มาส่ง แต่ผมขอลงที่ป้ายรถแทน เพราะถ้าให้ส่งถึงที่คงจะไม่ดี เพราะยังไม่มีใครรู้เรื่องที่อยู่ใหม่ผม

     “กลับดีๆนะกล้วย”

     ผมโบกมือให้พี่จิมก่อนจะเดินไปโบกรถกลับคอนโดรีบอาบน้ำเตรียมจะเข้านอน แต่ก็นึกอะไรขึ้นได้

     ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาชาร์จแบต ไม่รู้ว่าแบตหมดไปตอนไหน

     ติ๊งๆๆ

     เสียงแจ้งเตือนสายโทรเข้ากับข้อวามเข้าดังติดๆกันทันทีเปิดเครื่อง มาจากคนที่ทำให้ผมจเต้นแรงบ่อยๆผมไล่อ่านข้อความจนมาถึงข้อความสุดท้าย

     [“โทรกลับด้วย”] from คนสำคัญ

     ผมดูนาฬิกาเวลาโลกแล้วตัดสินใจโทรออก รอไม่นานก็รับสาย

      (“ไปไหนมา”)

     เสียงทุ้มจากปลายสายดูหงุดหงิด

     “ไปบ้านเพื่อนมาครับ”

     ผมตอบกลับไป

     (“โทรศัพท์เป็นอะไร”)

     “แบตหมดครับ”

     เหมือนเล่นตอบคำถามเลย

     (“ต่อไปต้องรับสายฉันตลอด”)

     น้ำเสียงดูอ่อนลงไม่เหมือนตอนแรกที่ดูหงุดหงิด

     “ครับ”

     (“…ฉันกลับวันศุกร์ รอฉันนะ”)

     ติ๊ด!

     สายตัดไปแล้วแต่ผมยังยกโทรศัพท์ค้างไว้ ประโยคสุดท้ายก่อนสายตัดและยังน้ำเสียงที่พูดออกมากทำเอาผมหน้าร้อนใจเต้นแรงมาก คงต้องข่มตาหลับอีกคืนสินะ…







     “กล้วย ไปกินข้าวกัน”

     ผมมองดรีมที่เดินถือถุงพะรุงพะรังมหาผมในเวลาเที่ยง

     “แม่ทำมาฝากกล้วยด้วย…บอกให้กล้วยกินให้หมด”

     ผมรับถุงจากดรีมมาดู เป็นก่องบรรจุอาหารสองกล่องเป็นข้าวคลุกกะปิ เมนูโปรดของผม

     “ฝากขอบคุณคุณป้าด้วยนะ”

     “แม่บอกแค่กล้วยกินหมดก็ดีใจแล้ว ฮะๆ”

     ดรีมพูดขำๆแต่ผมนี่ยิ้มแหยเลย เพราะเป็นคนกินได้ไม่เยอะแต่ที่คุณป้าทำมานี่ผมแบ่งกินได้สองมื้อแบบเต็มกะเพาะเลย ผมกับดรีมนั่งกินข้าวกันที่ห้องพักพนักงานเหมือนเดิม ดรีมเชียร์ให้ผมกินให้หมดจนคำสุดท้าย

     “อย่าเพิ่งอิ่มนะกล้วย มีของพี่จิมอีก”

     ผมมองถุงอีกสองสามใบที่ดรีมถือเป็นผลไม้หลากหลายชนิดเลย
     
     “ถุงนี้ให้กล้วยเอากลับบ้าน…ถุงนี้กินที่นี่”

     ดรีมแยกถุงเป็นสองข้างแล้วยื่นให้ผม ผมรับมาดูข้างในผลไม้มากมายหลากหลายชนิดอยู่ในถุงเยอะจนกินได้อีกนานเชียว

     “ฝากขอบคุณพี่จิมด้วยนะ”

     ดรีมยิ้มตาหยีส่งมาให้ ผมกับดรีมนั่งคุยนั่งกินผลไม้จนถึงเวลาเข้างาน ก็แยกกันไปทำงานจนมาถึงช่วงเย็น ผมก็แทบหน้าถอดสี

     “ขึ้นมาเลยกล้วย เดี๋ยวเราให้พี่จิมไปส่ง”

     พอถึงเวลาเลิกงานดรีมก็เดินมาหาผมที่โต๊ะแล้วบอกว่าพี่จิมจะมารับและจะไปส่งผมด้วย ผมพยายามหาข้อปฏิเสธแต่สุดท้ายก็มายืนค้างอยู่ที่ประตูรถ

     “รถพี่สะอาดขึ้นได้เลยกล้วย”

     ผมขึ้นรถไปอย่างช่วยไม่ได้ และก็ยอมให้ดรีมกับพี่จิมไปส่ง ผมไม่อยากโกหกดรีมแต่ผมบอกดรีมไม่ได้จริงๆ           

     “เราไปก่อนนะ บายยย”

     ดรีมโบกมือบ้าบบายแล้วพี่จิมก็ขับออกไป ผมให้พี่จิมกับดรีมแค่หน้าซอย ตอนแรกดรีมก็ไม่ยอม แต่พี่จิมมีเรื่องด่วนเข้ามาพอดี ผมเลยรอดตัวไป ผมโบกรถต่อทันทีสักพักก็มาถึงคอนโด ผมขึ้นไปข้างบนทำอะไรกินง่ายแล้วอาบน้ำจะเข้านอน แต่ใจผมก็เหมือนรออะไรบางอย่างซึ่งผมก็รู้ว่ารออะไร ผมพยายามปัดมันออกไปข่มตาให้หลับแต่ก็หลับไม่ลง หูก็คอยจะฟังเสียงโทรศัพท์ตลอดเวลา ผมว่าบางทีผมก็อาการหนักเกินไปนะเนี่ย…หรือคนอื่นก็เป็นกันนะ?



    ----------------------------> TBC. ​ไม่มีอะไรมาก ให้เห็นมุมครอบครัวเล็กๆ คิดเห็นยังไงก็เม้นไว้เลย ถ้าถูกใจก็กดถูกใจให้เราด้วยนร้าาา ขอบคุณทุกกำลังใจค่าา
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 93 ครั้ง

96 ความคิดเห็น

  1. #86 MW_Rose (@MW_LH) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 เมษายน 2562 / 22:50
    โล่งไป คิดว่าน้องจะท้องละ
    #86
    0