รักของเราเป็นเพียงคู่นอน ★Love is one night stand★ Yaoi [Mpreg]

ตอนที่ 6 : ตอนที่ 5 [100]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,884
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 80 ครั้ง
    11 เม.ย. 61

​ตอนที่ 5

@อาทิตย์ (วันวัดอุณหภูมิวันที่ 4)

ผมตื่นขึ้นมาในเวลาเดิมของทุกวันวัดอุณหภูมิจดลงปฏิทิน อาบน้ำแต่งตัวออกจากห้องนอนมาก็ต้องตกใจที่เห็นคุณธรรศนั่งอยู่ที่โซฟากลางห้องรับแขก มือหนากดปิดโทรทัศน์เดินไปทางโซนครัว

“นายทำอาหารเป็นมั้ย”

“เป็นครับ”

ผมตอบรับแล้วมองคุณธรรศหยิบจับนู่นนี่นั่นในครัว แล้วมองหน้าผม

“ฉันซื้อของสดมาทิ้งไว้บ้างแล้ว นายทำอาหารหน่อย…ฉันหิว”

เสียงในตอนท้ายค่อนข้างเบา ผมเดินไปดูของที่คุณธรรศซื้อมาก็เห็นว่าทำอาหารได้หลากหลาย

“คุณธรรศหิวมากมั้ยครับ”

คุณธรรศมองหน้าผม

“ไม่มาก”

“งั้นผมทำ…”

“ฉันอยากกินข้าวผัดกุ้งกับไข่ตุ๋น”

ผมเงยหน้ามองคุณธรรศ เก็บรายการอาหารในหัว แล้วหยิบของที่ใช้ทำข้าวผัดมาวางเตรียมไว้ ผมกำลังจะหยิบหอมหัวใหญ่มาวางแต่คุณธรรศก็คว้าไป

“ไม่ใส่ได้มั้ย อันนี้ๆด้วย”

ผมมองคุณธรรศด้วยความแปลกใจ คือของที่คุณธรรศไม่ให้ใส่ล้วนแต่เป็นผักซึ่งพอเอาออกก็จะเหลือแค่กุ้งกับไข่ ผมรู้สึกเหมือนกำลังเจอเด็กโข่งเอาแต่ใจที่ไม่ยอมกินผักที่คุณแม่บอกให้กิน เป็นอีกมุมของคุณธรรศที่ผมไม่เคยเจอ

“ผมขอใส่นิดนึงได้มั้ยครับ”

ผมรีบพูดเมื่อเห็นคุณธรรศจะเอาผักยัดตู้เย็น สุดท้ายก็เอามันมากองก่อนจะเดินไปที่โซฟาไม่สนใจอะไรอีก ผมทำของต่อ หุงข้าว ล้างกุ้ง หั่นผักที่พยายามซอยให้เล็กๆ ทำไข่ตุ๋นใส่แครอทหั่นเต๋าด้วย ผมพยายามปรุงข้าวผัดให้รสชาติไม่จัดไป ผัดผักให้นิ่มที่สุดและยังคงคุณประโยชน์ไว้ ระหว่างที่ผมทำอาหารคุณธรรศจะเดินเข้าออกโซนครัวไปมา จนเวลาผ่านไปผมก็ทำอาหารเสร็จ

ผมยกจานข้าวมาที่โต๊ะรับแขกโซฟา คุณธรรศเหลือบตามองข้าวผัดกับไข่ตุ๋นไม่ยอมทานทั้งๆที่ผมได้ยินเสียงท้องร้องเบาๆ ใบหูหนาขึ้นสีแดงก่ำจนผมแอบยิ้มบางๆเป็นอีกมุมที่ผมไม่เคยเห็น ผมรอจนคุณธรรศเริ่มลงมือทานข้าว ช่วงแรกๆก็ตักคำเล็กพอทานไปสักพักก็เริ่มตักคำใหญ่ไม่นานก็หมดจานทั้งๆที่ผมเพิ่งทานไปได้นิดเดียว

“…มีอีกมั้ย”

“เดี๋ยวผมไปตักให้ครับ”

ผมเดินไปตักข้าวผัดที่ผมทำเกินไว้แล้วหยิบไข่ตุ๋นถ้วยใหม่มา ผมเก็บจานล้างหลังจากทานเสร็จแล้วก็รู้สึกได้ว่าไม่น่ารีบทำอะไรให้เสร็จเลยเพราะตอนนี้ผมกำลังอยู่ในสภาวะที่ทำตัวไม่ถูก ยืนมองคุณธรรศนั่งดูโทรทัศน์ที่โซฟาไม่รู้จะไปตรงไหน ทำตัวไม่ถูก

“มานั่งนี่สิ”

ผมเดินไปนั่งโซฟาตัวเล็กแล้วหยิบแม็กกาซีนบนโต๊ะรับแขกมาดูเป็นจุดวางสายตา

“ทุกวันหยุดนายทำอะไรบ้าง”

อยู่เสียงทุ้มก็เปล่งขึ้นมา ผมเรียบเรียงคำถามในหัวแล้วก็ตอบไป

“ผมจะอ่านหนังสืออยู่ที่ห้องครับไม่ออกไปไหน”

ถ้าดรีมไม่ได้ชวนไปเที่ยวไหนผมก็จะอยู่ห้องอ่านหนังสือนิยายวรรณกรรมต่างๆมีบางครั้งที่ออกไปเดินสวนสาธารณะบ้าง

“นายชอบอ่านหนังสือ?”

ผมพยักหน้าตอบรับ ผมชอบอ่านตั้งแต่เด็กๆ แต่หนังสือผมก็มีไม่ค่อยเยอะเพราะสมัยเรียนผมต้องทำงานพาร์ทไทม์เก็บเงินส่งตัวเองเรียนทำให้ไม่ค่อยมีเวลาอ่านหนังสือเท่าไหร่ เพิ่งมาเริ่มเก็บเล่มที่ชอบก็ตอนทำงานตามกำลังที่จะพอซื้อ

“ไม่ออกไปเที่ยวกับเพื่อนบ้างหรอ”

“มีบ้างครับ แต่ไม่บ่อยเพราะผมมีเพื่อนไม่เยอะที่สนิทก็มีคนเดียว”

ผมกับดรีมเป็นเพื่อนกันตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมแล้ว พ่อแม่ดรีมคอยดูแลผมตั้งแต่พ่อแม่ผมเสียชีวิตไป

Rrrrrrrrr Rrrrrrrrr

เรียกเข้าโทศัพท์ดังขึ้นเป็นของคุณธรรศ คุณธรรศเดินออกจากห้องไปคุยโทรศัพท์ที่ระเบียงสีหน้าดูเคร่งเครียดกับปลายสาย สักพักก็เข้ามาหยิบของแล้วออกจากห้องไป ผมมองตามแผ่นหลังกว้างที่เดินออกไปด้วยท่าทางรีบร้อน

เฮ้ออออ

ผมถอนหายใจออกมา รู้สึกผ่อนคลายหลังจากนั่งเกร็งพยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุด กดความรู้สึกลงไป แต่อย่างน้อยวันนี้ผมก็ได้เห็นคุณธรรศในอีกมุมที่ไม่คิดว่าตัวเองะได้เห็น ผมบอกกับตัวเองว่า…แค่นี้ก็ดีแล้ว




@วันจันทร์ (วันวัดอุณหภูมิวันที่ 5)

ผมรีบออกจากคอนโดทั้งๆที่คอนโดอยู่ใกล้บริษัท เพราะเมื่อเช้าดรีมโทรมาบอกว่าจะมารับผมที่หอผมพยายามบอกให้ดรีมไปที่บริษัทโดยไม่ให้น้ำเสียงผิดปกติแล้วบอกว่าผมกำลังออก หลังจากวางสายผมก็รีบอาบน้ำแต่งตัวให้ไวที่สุด ดีที่เมื่อเช้าต้องตื่นมาวัดอุณหภูมิทำให้เห็นข้อความแล้วตอบกลับทัน

“มาแต่เช้าเลยครับคุณกล้วย”

ลุงยามทักผมที่กำลังเดินเข้าบริษัท

“นัดกับดรีมไว้น่ะครับลุง…นี่ครับ”

ผมยื่นน้ำเต้าหู้ที่มักจะซื้อมาฝากลุงยามเวลาที่มาเช้าๆทันร้านน้ำเต้าหู้ข้างบริษัท

“ขอบคุณมากครับคุณกล้วย วันหลังไม่ต้องก็ได้ครับลุงเกรงใจ”

ประโยคเดิมๆที่ลุงพูดกับผมทุกครั้งที่ผมซื้อของมาให้ แต่สุดท้ายผมก็ซื้อมาฝากลุงอยู่ดี ผมยิ้มให้ลุงยามแล้วเดินเข้าบริษัทขึ้นลิฟท์ไปที่แผนก แล้วก็ต้องแปลกใจที่เห็นพี่นิลยืนทำหน้าเครียดอยู่ที่หน้าห้องแผนก

“พี่นิล…”

“กล้วยมาแล้ว!”

พี่นิลที่หันมาเห็นผมแล้วเดินเข้ามาหาผมด้วยสีหน้าเครียดๆ

“มีอะไรรึเปล่าครับ”

“คือ…พี่ติดต่อคุณธรรศไม่ได้เลย โทรศัพท์ขึ้นสายไม่ว่างมาจะสองชั่วโมงแล้ว”

พี่นิลบอกออกมาเสียงเครียด

“วันนี้มีประชุมเช้าไม่ใช่หรอครับ”

วันนี้มีนัดประชุมบอร์ดบริหารเรื่องงานที่เพิ่งเข้ามา ผมก็เพิ่งรู้เรื่องนี้ในไลน์กลุ่มบริษัทเมื่อเช้า

“ใช่ แต่พี่ติดต่อคุณธรรศไม่ได้ เลยจะมาถามกล้วยว่าติดต่อได้มั้ย”

ผมหน้าเครียดลง ยิ่งนึกถึงสีหน้าคุณธรรศเมื่อวานแล้วยิ่งเครียด

“พี่นิลลองติดต่ออีกครั้งสิครับ เผื่อคุณธรรศจะสายว่างแล้ว”

พี่นิลกดโทรออกอีกครั้งแต่สายก็ยังไม่ว่างอยู่ดี

“งั้น…”

Rrrrrrr Rrrrrr Rrrrrr

อยู่ๆก็มีสายเข้าจากเครื่องพี่นิล

“คุณธรรศโทรกลับมาแล้ว พี่ไปก่อนนะ”

พี่นิลบอกลาผมรีบเดินไปเข้าลิฟท์ ผมเดินไปสแกนบัตรเข้าทำงาน แล้วจัดเรียงเอกสารทำงานของวันนี้ไปเรื่อยๆ ไม่นานคนในแผนกก็ทยอยมากัน พี่แจงรีบขึ้นไปประชุมทำให้วันนี้มีคนเข้าออกเดินเอกสารเต็มไปหมด เพราะงานที่เพิ่งเข้ามาเป็นงานใหญ่

“วุ่นวายไปหมดเลย”

ดรีมที่ตั้งแต่มาทำงานก็ยังไม่ได้คุยกับผมเลยเพราะนั่งเตรียมเอกสารแทนพี่พลอยที่ลาหยุดวันนี้ ส่วนผมก็ต้องนั่งจัดทำเอกสารแทนพี่แจงที่ติดประชุมอยู่ข้างบนตั้งแต่เช้า ดรีมนั่งลงข้างผมเอาหัวมาซบที่ไหล่ผมแล้วหลับตาลง

“ง่วงมากเลย ตาลายไปหมดแล้ว”

“เดี๋ยวก็เลิกงานแล้ว”

ใช่ จะเลิกงานแล้ว เพราะวันนี้วุ่นวายมากทำให้ทุกคนทำงานกันจนลืมเวลาไปหมดมองอีกทีก็ใกล้เวลาเลิกงานแล้ว ดรีมที่เพิ่งเคลียงานเสร็จเลยเดินมาหาผมที่ยังเหลือทำเอกสารอีกชุด

“คอยดูนะ เลิกงานเราจะไปตะเวนกินให้หมดห้างเลย”

“ฮะๆๆ”

ผมอดขำกับคำพูดดรีมไม่ได้

“เราว่าดรีมจะรีบกับไปอ้อนคุณป้าให้ทำกับข้าวให้ล่ะสิ”

“โหหห เดาถูกอีกแล้ว”

                ผมกับดรีมนั่งคุยนั่งขำกันไป จนเวลาเลิกงานดรีมก็ขอตัวกลับเพราะผมเจองานด่วนเข้ามากะทันหัน ต้องรีบทำเอกสารขึ้นไปให้คุณธรรศเซ็น ผมรีบทำเอกสารก่อนจะปริ้นแล้วรีบขึ้นไปชั้นบน การประชุมอันยาวนานเพิ่งจะเสร็จไปทำให้ลิฟท์คนค่อนข้างเยอะ ผมเลยเดินขึ้นบรรไดแทน ดีที่ชั้นผมกับคุณธรรศห่างกันแค่ไม่กี่ชั้น พอมาถึงผมก็เห็นพี่นิลนั่งทำหน้าเครียดมากๆอยู่หน้าคอม

“ผมเอาเอกสารมาให้ครับ”

“กล้วยเอาเข้าไปเลย พี่ฝากหน่อย”

ผมเดินไปเคาะประตูรอเสียงตอบรับ แล้วเอาเอกสารเข้าไป คุณธรรศไม่ได้นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานแต่นอนหลับตาอยู่ที่โซฟารับแขก ผมเดินเอาเอกสารไปวางให้เบาที่สุดแล้วจะออกจากห้อง

“เดี๋ยว”

เสียงทุ้มหยุดผมไว้กับที่

“มานี่หน่อย”

ผมลังเลที่จะเดินเข้าไปใกล้คุณธรรศ แต่สุดท้ายก็เดินเข้าไปใกล้แต่ก็ทิ้งระยะห่างเอาไว้

“เข้ามาอีก”

ผมเดินเข้าไปใกล้อีกหน่อย

พรึ่บ!     

“อ๊ะ!”

ผมถูกดึงให้นั่งที่ตักแกร่ง ตัวผมเกร็งด้วยอัตโนมัติทันทีที่รู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆที่รินลดอยู่ข้างแก้ม ผมไม่รู้ว่าคุณธรรศรู้มั้ยว่าเป็นผม

“ขอแปปนึงนะ…กล้วย”

มือหนากอดอยู่ที่เอวผม ศีรษะแกร่งซบลงที่หัวไหล่ผม ผมค่อยๆผ่อนคลายตัวเองให้นั่งดีๆ

“พรุ่งนี้ฉันจะบินไปอังกฤษ”

“…”

ผมไม่กล้าตอบอะไร

“วันนี้กลับพร้อมกันนะ”

“ครับ”

แรงกอดรัดรอบเอวกระชับขึ้นก่อนจะคลายออกมา




@คอนโด

“อืออออออออ คุณธรรศ”

ร่างกายผมกระตุกเกร็งปลดปล่อยน้ำสีขุ่นออกมาเต็มแผ่นท้องบาง คนบนร่างผมกระตุกเกร็งก่อนจะปล่อยน้ำสีขุ่นภายในช่องทางสอดใส่ของผม

“อืมมมมมมมมมม”

ผมนอนหายใจหอบอยู่บนเตียงนุ่ม อกบางกระเพื่อมขึ้นลงตามแรงหอบหลังจากเสร็จกิจกรรมทางกายไป ทันทีที่กลับมาถึงห้องคุณธรรศก็เริ่มกิจกรรมทางกายทันทีจนผมตั้งตัวไม่ทันแล้วก็มาจบที่เตียง คุณธรรศพลิกตัวลงนอนข้างๆผมแล้วหลับไป

ผมฝืนตัวเองลุกขึ้นมากินยาของลุงหมอ แล้วเข้าไปล้างตัวเอาผ้าผืนเล็กชุบน้ำบิดหมาดออกมาเช็ดตัวให้คุณธรรศจัดท่านอนคุณธรรศให้ดีจัดเก็บของที่กระจัดกระจายให้เข้าที่แล้วเข้ามาสอดตัวลงนอนข้างคุณธรรศ

“ผมรักคุณธรรศนะครับ”

ผมพูดเบาๆในความมืด มองหน้ายามหลับของคุณธรรศ ดวงตาคู่คมดุเวลาทำงานที่ตอนนี้ปิดลงไป จมูกโด่งจนเป็นสัน ริมฝีปากบางกระจับสีชมพูคล้ำอ่อนๆ ผมมองหน้าคุณธรรศจนเผลอหลับไป…ผมขอให้วันพรุ่งนี้ไม่มีอะไรวุ่นวายเลยนะ




@เช้าวันอังคาร (วันวัดอุณหภูมิวันที่ 6)

ผมตื่นขึ้นมาก็ไม่เจอคุณธรรศแล้วเลยทำกิจวัตรประจำวันให้เสร็จแล้วออกไปทำงาน ผมเจอดรีมที่หน้าบริษัทเลยเดินเข้าไปพร้อมกัน แล้วเริ่มมงานของวันนี้ทันที

“วันนี้ไปกินก๋วยเตี๋ยวนะ”

ผมวางมือจากเอกสารที่เพิ่งจะเคลียเสร็จพอดีกับที่ดรีมเดินมาหาในช่วงเวลาเที่ยง

“โอเค”

ผมเก็บของแล้วออกไปกินมื้อกลางวันก่อนจะเข้ามาทำงานต่อในช่วงบ่าย ผมมองเอกสารบนโต๊ะแล้วแปลกใจ หยิบซองกระดาษสีเขียวอ่อนบนโต๊ะที่ผมจำได้ว่าก่อนไปกินข้าวไม่มีวางไว้ขึ้นมาดู หน้าซองไม่ได้เขียนอะไรไว้

ติ๊ง!

ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูข้อความที่เข้ามา

[“จดหมายอยู่บนโต๊ะ”] from คนสำคัญ

ผมรีบเปิดอ่านจดหมายทันทีที่รู้ถึงที่มาของมัน ข้างในมีกระดาษแผ่นเล็กพับไว้และก็มีบัตรเข้าชมสวนสัตว์ชื่อดัง ผมเปิดอ่านกระดาษแผ่นเล็กเพื่อคลายความสงสัย

         *“*เก็บไว้ให้ดี กลับไปถึงแล้วจะพาไป”

ผมอดใจเต้นแรงกับเนื้อความสั้นๆในกระดาษไม่ได้ ถึงมันจะดูเหมือนการนัดแนะอะไรบางอย่างธรรมดาๆ แต่สำหรับผมที่เมื่อคนที่แอบรักมาทำแบบี้ก็อยากจะคิดเข้าข้างตัวเองว่าเป็นคำสัญญา…ผมคิดได้ใช่มั้ยครับ


----------------------------> TBC. เรานับผิด เราขอโทษค่าาาา เราคิดว่าเราลงแค่ 50 แต่ลงไปแล้ว 70 มันเลยเหลือติ่งนิดนึงแต่ตอนนี้ครบ 100 แล้วนะ เดี๋ยวเราเพิ่มตอนหน้าให้อีกนิดละกันเนอะ ขออภัยในความผิดพลาดค่าาาา



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 80 ครั้ง

96 ความคิดเห็น

  1. #31 Mistyblack (@Mistyblack) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 09:18
    อะไร๊???
    #31
    1
    • #31-1 Heart-wall (@thitirut2544) (จากตอนที่ 6)
      9 มิถุนายน 2561 / 20:36
      อะไร อะไร อะไร
      #31-1