รักของเราเป็นเพียงคู่นอน ★Love is one night stand★ Yaoi [Mpreg]

ตอนที่ 12 : ตอนที่ 11 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,793
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 79 ครั้ง
    1 พ.ค. 61

ตอนที่ 11

10 ปีก่อน

“ไม่เป็นอะไรนะหนู”

ชายวัยกลางคนวางเด็กหนุ่มลงที่ฟุตบาทหลังจากวิ่งเข้าช่วยจากการถูกรุมทำร้าย

“ไม่เป็นไรครับ”

เด็กหนุ่มตอบพลางเบ้หน้า เพราะเจ็บบาดแผลจากแรงขยับตัว

“ลุงขอดูแผลหน่อยนะ”

เขาถกเสื้อที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อและรอยเลือดขึ้น

“เดี๋ยวลุงพาเราไปโรงพยาบาลดีกว่า”

“ขอบคุณครับ”

เขาประคองเด็กหนุ่มไปที่รถที่มีภรรยาตัวเองอยู่บนนั้น

.

.

.

“คุณค่ะ เด็กคนนั้นจะไม่เป็นอะไรใช่มั้ยคะ”

ภรรยามองเลือดที่เปื้อนเต็มฝ่ามือคนรัก

“ไม่เป็นอะไรหรอก น่าจะทนบาดแผลไม่ไหวเลยสลบไป”

“ยังเด็กอยู่เลยแล้วมาโดนผู้ใหญ่รุมทำร้ายแบบนั้น ฉันใจหายหมดเลย”

ภาพเด็กหนุ่มที่กำลังถูกบรรดาผู้ใหญ่รุมทำร้ายยังติดตาเธอไม่จางหาย ถ้าเธอกับสามีไม่ขับรถผ่านมาไม่รู้ว่าเด็กคนนี้จะยังมีชีวิตรอดมั้ย

“ผู้ใหญ่พวกนั้นไม่น่าจะเป็นผู้ใหญ่เลยจริงๆ”

.

.

.

“ขอบคุณมากๆนะคะที่ช่วยลูกของฉันไว้”

ผู้หญิงคนหนึ่งก้มหัวให้คู่สามีภรรยาที่ช่วยลูกชายของตนไว้

“ไม่เป็นไรค่ะ เพื่อนมนุษย์ก็ต้องช่วยกัน”

ภรรยาของชายวัยกลางคนจับตัวผู้หญิงตรงหน้าไม่ให้ก้มหัวให้เธอ

“ยังไงผมก็ต้องขอบคุณพวกคุณและก็ขอโทษกับเรื่องในอนาคตที่กำลังจะมาถึง”

สามีภรรยาสงสัยกับคำพูดของผู้ชายตรงหน้า แต่ก็ไม่ถามอะไรและขอตัวรีบกลับบ้านไปหาลูกชายที่น่ารักที่กำลังรอคอยการกลับไปหาอยู่ที่บ้าน



[ Thrust part ]

“พ่อปล่อยพวกเค้ากลับบ้านไปแบบนั้นได้ไง” ผมในวัย 16 ปี กำลังพูดตะคอกใส่หน้าของผู้เป็นบิดาจนผู้เป็นแม่ต้องเข้ามาหา 

“ธรรศ พูดกับพ่อดีๆ” 

“แกไม่ต้องห่วง ฉันให้คนคอยดูแลพวกเค้าไว้แล้ว และถ้าเกิดอะไรขึ้นพวกเราต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว” 

 และเรื่องที่กลัวมาตลอดก็เกิดขึ้น  

“นี่คือสิ่งที่พวกเราพยายามจะบอกคุณ พวกคุณกำลังอยู่ในอันตราย”  

ผมมองคู่สามีภรรยาที่เคยช่วยชีวิตผมไว้จากการถูกรุมทำร้าย ทั่งคู่กำลังนั่งอยู่ที่บ้านของผมหลังจากที่พ่อผมไปช่วยพวกเขามาจากการตามทำร้าย 

 “ไม่ใช่ มันเป็นแค่อุบัติเหตุ” 

ชายคนนั้นยังยืนกราน  

“มันไม่ใช่อุบัติเหตุนะครับ มันเกิดจาก…” 

ผมพยายามจะอธิบาย แต่พ่อก็ขัดขึ้นก่อน 

“เดี๋ยวพ่ออธิบายเอง” 

ผมมองพ่อผมที่ทำสีหน้าจริงจังจนผมไม่กล้าขัด  

“ผมจะอธิบายให้พวกคุณฟัง…บ้านผมเป็นตระกูลใหญ่ มีทรัพย์สมบัติที่บรรพบุรุษสร้างไว้ก่อนที่พวกท่านจะเสียมากมาย จนมาถึงวันที่ผู้นำใหญ่คนล่าสุดของตระกูลเสียชีวิต  ผมเป็นคนที่ถูกวางพินัยกรรมไว้ให้เป็นผู้นำคนต่อไป ความละโมภโลภมากของคนในตระกูลกันเอง ทำให้สายตระกูลที่แตกออกไปแต่ละคนต่างลุกขึ้นมาพากันทำร้ายกันเองละทิ้งความเป็นสายเลือดเพื่อที่จะขึ้นเป็นผู้นำสายตระกูลใหญ่ เพราะฉะนั้นทุกคนที่เข้ามาในชีวิผมช่วงนี้ถึงถูกลอบทำร้ายไปหมด เหตุการณ์ครั้งนี้เลยไม่ใช่อุบัติเหตุ ผมขอโทษที่ต้องอธิบายยาวแบบนี้แต่ก็เพื่อให้พวกคุณเข้าใจว่ากำลังเจอกับอะไรอยู่” 

“แล้วจะให้ผมทำยังไงต่อไป ในเมื่อมันเป็นแบบนี้แล้ว ผมยังมีลูกและภรรยาให้ดูแล” 

สีหน้าชายคนนั้นเคร่งขึมดูเครียดกับเรื่องที่เกิดขึ้นมาก  

“ผมจะช่วยดูแลพวกคุณ จนกว่าเรื่องพวกนี้จะจบ”  

“ผมว่าคนที่คุณควรจะดูแลคือลูกคุณ พวกผมเป็นแค่คนนอก แต่ลูกคุณคือสิ่งสำคัญในชีวิตพวกคุณ” 

 “เรื่องนั้นยังไงผมก็ต้องจัดการอยู่แล้ว” 

“และในเมื่อชีวิตผมมันอยู่ในอันตรายแล้ว ผมจะช่วยดูแลลูกคุณด้วยอีกแรง” 

ผมมองผู้ชายตรงหน้าที่พูดในสิ่งที่อันตรายออกมา ผมไม่คาดหวังอยู่แล้วว่าพวกเขาจะช่วยอะไรผมได้มาก แต่หลังจากวันนั้นก็มีอีกหลายเหตุการณ์ที่ถ้าไม่ได้ทั้งคู่ผมก็คงไม่รอดมาจนปัจจุบัน  ไม่รู้ว่ามันเป็นความบังเอิญหรือโชคชะตาที่ทำให้ผมกับพวกเขาต้องเจอกันในเหตุการณ์ที่อันตรายตลอด และในครั้งสุดท้ายที่พวกเขาพยายามช่วยชีวิตผมก็เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ทั้งคู่ต้องเสียชีวิตไป 

มันเป็นตราบาปในชีวิตผมกับครอบครัว  พ่อผมทนไม่ไหวลุกขึ้นมาล้างตระกูล พอเรื่องทุกอย่างจบลงพ่อผมก็เสียชีวิตไป แม่ผมท่านขยายธุรกิจย้ายไปอยู่ประเทศอังกฤษ ผมตัดสินใจเรียนที่ประเทศไทย และตามหาคนสำคัญอีกคนตามกำลังที่พอจะมี จนเรียนจบผมก็สานต่อบริษัทของตระกูลที่พ่อสร้างไว้ก่อนท่านจะเสียไป สร้างฐานะตัวเองให้มากกว่าที่เป็นอยู่มากขึ้นไป  

ผมมีกำลังมากพอที่จะตามหาคนๆนั้น พอผมเจอผมก็รู้สึกว่าอยากจะทดแทนในสิ่งทีครอบครัวของผมทำไว้ ผมคิดหาวิธีที่จะเข้าหา แต่ด้วยความบังเอิญที่เขาเข้ามาทำงานในบริษัทผม และยิ่งบังเอิญกว่านั้นคือความสัมพันธ์ของผมกับเขาที่ถูกสร้างขึ้นจากความผิดพลาด ผมรีบบินไปหาแม่ที่อังกฤษเพื่อแจ้งข่าว แม่ผมดีใจอยากจะรีบบินมาที่เมืองไทย แต่ผมก็ห้ามไว้ก่อน  

ความผิดพลาดนั้นเหมือนเปลี่ยนชีวิตของผม แม้กระทั่งด้านมืดของผมที่ผมคิดว่าก็ไม่มีทางเปลี่ยนมันได้ อย่างการมีเพศสัมพันธ์ไปทั่วกลับติดรสสัมผัสของเขาจนไม่สามมารถมีเพศสัมพันธ์กับใครได้อีกแม้ว่าจะโดนยาปลุกก็ยังกลับมาหาเขา พอวันต่อมาก็ยังรวบรัดมัดมือชกเขาให้ย้ายที่อยู่มาอยู่ในที่ๆใกล้ตัวผมมากขึ้น เพราะทนไม่ได้กับสภาพที่อยู่อาศัยเดิมของเขา แล้วยังเผยนิสัยอีกด้านที่น้อยคนจะรู้ให้เขารู้แบบไม่รู้ตัว 

ระยะเวลาที่ผมอยู่ใกล้เขาพอจะทำให้ผมรู้ว่าเขาแอบชอบผม  แต่เรื่องที่ทำให้ผมคิดมากพอๆกับมองเห็นอนาคตของตัวเองอีกทางคือเรื่องที่เขาท้องได้ทั้งๆที่ยังเป็นผู้ชาย ผมสงสัยมาสักพักกับการที่เห็นเขาลุกมากินอะไรซักอย่างกลางดึก ความคิดมากมายในหัวประเดประดังเข้ามาจนผมต้องไปว่ายน้ำสงบสติอารมณ์ตัวเองจนไข้ขึ้นแล้วก็พาตัวเองมาหาคนที่วนเวียนในหัวมาตลอดเวลาที่ผ่านมา จนปัจจุบันก็พอนึกอะไรดีๆออก นั่นทำให้ตอนนี้ผมกำลังนั่งคุยกับเพื่อนที่เป็นหมอที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง 

“มึงมั่นใจนะ” 

 “กูมั่นใจ” 

“มึงลองคิดอีกทีมั้ย เผื่อบางทีมันอาจจะมีอะไรที่ดีกว่านี้ก็ได้” 

 “ไม่”  

“งั้นก็แล้วแต่มึง ส่วนเรื่องยากูเตรียมไว้ให้แล้ว ใช้ดีๆ” 

 “อืม กูไปละ”  

ผมจะทำให้เรื่องของผมกับเขาออกมาให้ดีที่สุด แผนการที่ผมคิดไว้มันจะต้องสำเร็จ ไม่ว่าจะการทำยาวิตามินเลียนแบบยาของเขามาแทนยาคุมกำเนิดนั่น และการแอบใช้นิ้วจิกที่ถุงยางให้ขาดก่อนการสอดใส่และวิธีสุดท้ายของแผนการที่ผมมั่นใจว่ายังไงก็สำเร็จแน่ๆ ผมอาจจะดูเห็นแก่ตัวที่ทำอะไรโดยไมนึกถึงอีกคน แต่ผมมั่นใจว่าทุกอย่างจะออกมาดีถ้าไม่มองอะไรผิดไปละก็นะ 

[ End Thrust part ]



@เช้าวันเสาร์

“สวัสดีครับทุกคน การเดินทางวันนี้เราจะแยกเป็นคันรถตามกลุ่มนะครับ ส่วนใครที่เอารถมาก็ขับตามไปตามเส้นทางเลยนะครับยังไงขอให้ทุกคนสนุกกับการเดินทาง”

คุณธรรศเดินออกไปจากเวทีเล็กๆ เหลือแต่พนักงานที่ยังนั่งคุยกันก่อนจะแยกย้ายกันไปขึ้นรถ เพราะว่าคนส่วนมากเลือกที่จะขับรถตัวเองหรือไปกับรถเพื่อนตัวเอง ทำให้เหลือคนที่นั่งรถตู้ของบริษัทไม่เยอะ ซึ่งก็มีเพียงแค่ 15 คนเท่านั้น แต่รถตู้ของบริษัทก็มีถึงสามคันที่จอดไว้

“รถเราไม่น่าเสียเลยจริงๆ”

“ไม่เป็นไรน่า ถือซะว่าประหยัดค่าน้ำมันช่วยโลกไง”

ผมปลอบใจดรีมที่ยังคงเซ็งๆกับรถของตัวเอง

“ไปขึ้นรถกันเถอะ ดีนะที่คันเดียวกับพี่แจง”

ผมเดินไปขึ้นรถตู้คันใหญ่ที่มีคนนั่งแค่ 6 คนทั้งๆที่ภายในนั่งได้ถึง 10 กว่าคน

“เบาะหน้าเว้นไว้นะ”

“ทำไมล่ะพี่แจง”

ผมหันไปถามพี่แจงที่นั่งอยู่บนรถแล้วต

“เดี๋ยวคุณธรรศมานั่ง”

“หือ? คุณธรรศไม่ได้ขับรถไปเองหรอพี่”

“ไม่ได้ขับไป เห็นบอกจะไปคันเดียวกับพวกเรา มีพวกออกแบบอีกสองคนด้วย”

ผมที่ได้ยอนแบบนั้นก็ขึ้นไปนั่งหลังสุดทันที

“ดรีมนั่งข้างหน้าเราก็ได้”

ผมบอกดรีมที่เดินขึ้นรถตามผมมา ดรีมเมารถค่อนข้างง่าย ผมเลยไม่อยากให้เพื่อนตามมานั่งข้างหลังด้วย

“นั่งกับพี่นี่ดรีม”

ดรีมไปนั่งคู่กับพี่พลอยที่ก็ตัดสินใจไม่เอารถไป ผมเสียบหูฟังที่หูแล้วหลับตาลง ผมได้ยินเสียงปิดประตูรถและคนพูดคุยกันแว่ว ก่อนจะรู้สึกได้ว่ารถถูกเคลื่อนตัวออก

“นายๆ”

แรงสะกิดที่หัวไหล่ทำให้ผมลืมตาขึ้นมามองคนที่นั่งข้างๆ

“เราขอนั่งริมได้มั้ย เราอยากมองวิวอ่ะ”

ผมมองไปอีกฝั่งที่มีคนนั่งเอาหัวพิงไปแล้ว ผมพยักหน้าแล้วทำสัญญาณมือว่าให้เปลี่ยนที่นั่ง ผมเปลี่ยนที่นั่งกับคนข้างๆแล้วใส่หูฟังอีกครั้ง

“เราฟังด้วยได้มั้ย”

ผมยื่นหูฟังอีกข้างไปให้

“เพลงเพราะอ่ะ…อายุเท่าไหร่หรอ”

“อีกสี่เดือนจะ 25 แล้ว”

คนข้างผมทำตาโต สีหน้าดูไม่เชื่อคำพูดผม

“โห หน้าเด็กมาก”

ผมยิ้มบางๆให้คนตรงหน้า

“เราชื่อรันนะ อายุ 27 ออกแบบ”

“เรากล้วย”

“ชื่อน่ารักดี เรียกเราพี่ก็ได้”

ผมยกมือทำนิ้วโอเคส่งไป ผมนั่งคุยกับคนข้างๆไปเรื่อยๆ ยิ่งคุยยิ่งรู้สึกว่าคนข้างๆคล้ายดรีมเรื่องนิสัยที่ชอบทำตัวเด็กๆ ดีที่ในรถเสียงค่อนข้างจอแจทำให้ผมกับพี่รันไม่เป็นที่สนใจเท่าไหร่

“กล้วยอึดอัดมั้ย พี่ตัวใหญ่แต่เสือกอยากนั่งหลัง แถมพูดมากด้วย”

ผมขำพี่รันนิดๆ แต่ก็ตัวใหญ่จริง ไม่ได้หมายถึงอ้วนนะ เรียกว่าหุ่นดีมากแต่ติดสูงจนต้องหดขาเข้ามา

“กล้วยว่าพี่แค่สูงมากกว่านะ”

ผมแทนตัวเองด้วยชื่อตามความเคยชิน คน

“ก็จริง แต่ราแทนตัวเองด้วยชื่อแบบนี้ตลอดหรอ”

“ก็บางครั้งครับ มันชินเวลาคุยกับพ่อแม่น่ะครับ แต่พี่รันเหยียดขามาทางผมก็ได้”      

“งั้นพี่ขออนุญาต ม่ไหวละ”

พี่รันนั่งเอียงตัวแล้วเหยียดขามาทางผม

“กล้วยยกขามาทับพี่เลย”

พี่รันจับขามาพาดขาพี่เขาไว้ จนกลายเป็นท่านั่งประหลาดๆ

“ทำไมนั่งท่านั้นกันล่ะ”

พี่พลอยชะโงกหน้ามาจากเบาะข้างหน้าผม

“พอดีผมขายาวไปหน่อย มันอึดอัดเลยนั่งท่านี้”

“งั้นกล้วยมานั่งเบาะเสริมกับพี่มั้ยเดี๋ยวพี่ขอพี่แจงให้”

“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวก็แวะพักแล้ว”

ไม่นานรถก็จอดหน้าศูนย์อาหารภายในปั๊ม

“ไหวมั้ยพี่รัน”

ผมเอ่ยถามคนที่ลงจากรถในท่าแปลกๆเพราะความตึงของขา

ตุบ!

และสุดท้ายพี่รันก็ทรุดลงไปนั่งกับพื้นจนผมต้องพยุง

“เพราะผมยกขาพาดแน่ๆ”

“พี่ยกขาเรามาพาดเองไม่ต้องทำหน้าแบบนั้นเลย”

พี่รันดันหัวผมนิดๆ

“แยกไปกินข้าวกันได้เลย”

เสียงทุ้มเข้มจัดพูดขึ้นกลางวง มาจากคนที่ผมคิดว่าเดินไปแล้ว

“ไปนั่งโต๊ะเดียวกับผมกันหมดนี่เลยละกัน”

พากันเดินเข้าศูนย์อาหาร ผมสั่งข้าวราดแกงง่ายๆ เผื่อพี่รันที่ฝากสั่งเพราะชาขาด้วย

“เอา…”

ผมสั่งรายการอาหารไป

“สั่งให้ฉันด้วย”


----------------------------> TBC.

ตอนนี้คุณธรรศน่าตีมากๆเลย หมั่นไส้มาก ใครรักเฮียอย่าลืมเชียร์เฮียนร้า

ปล.ความรู้สึกเฮียมาแล้วนร้า ใครงงและรู้สึกแปลกๆกับเฮียนั้นจะบอกว่า เฮียเป็นคนทำมากกว่าพูด เพราะฉนั้นอย่าทุบเฮียกันนร้าาา ปมไม่มีไรมากเลย ตอนนี้เรามาดูกันเถอะว่าเฮียจะทำไรต่อ สปอยนิดๆ ม่ายังไม่มา แต่ถ้ามาจะปวดหัวแบบ...รออ่านกันได้เลย

>>> อย่าลืมกดถูกใจและเม้นความรู้สึกไว้ด้วยนร้า เราจะได้รู้ว่านิยายเราเป็นยังไงเนอะ

L(*OεV*)E   (。・ω・。)ノ♡


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 79 ครั้ง

96 ความคิดเห็น

  1. #87 MW_Rose (@MW_LH) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 เมษายน 2562 / 23:03
    น้องน่าร้ากกกกกกก
    #87
    0
  2. #14 8-atom-8 (@8-atom-8) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 22:35
    น่ารัก
    #14
    1
    • #14-1 Heart-wall (@thitirut2544) (จากตอนที่ 12)
      5 พฤษภาคม 2561 / 20:27
      ขอบคุณค่าาาาา
      #14-1