ตอนที่ 14 : บทที่ ๕ (๑๐๐%) Goodbye kiss

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1303
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 60 ครั้ง
    11 ส.ค. 61

เมื่อวานผมได้ยินคุณแนะนำตัวว่าชื่อรามีอะไรนะ"

รมิตาค่ะ"

เพราะดี แปลว่าอะไร"

ท่าทางสนใจทุกอย่างรอบตัวคือเสน่ห์ของผู้ชายคนนี้ที่นับวันจะประจักษ์ชัดแก่ใจเธอ ใช่แต่รูปร่างหน้าตาของเขา

รื่นรมย์ รื่นเริงมั้งคะ

งั้นก็เหมือนชื่อเล่นคุณน่ะสิ สายรุ้งคงเป็นตัวแทนความสดใส อย่างนั้นรึเปล่า"

เจ้าของชื่อไม่เคยคิดแง่นั้นมาก่อน แล้วก็ให้นึกทึ่งกับการสันนิษฐานของชาวต่างชาติ เอ๊ะ! ว่าแต่เขารู้ความหมายชื่อเล่นของเธอได้อย่างไร

ปูเป้บอกคุณเหรอ"

ใช่ รู้ไหมผมฝึกออกเสียงตั้งนานแน่ะ

พวกคุณเจอกันบ่อยไหมคะ" หญิงสาวถามเสียงอ่อยอย่างนึกเสียดาย คงดีถ้าเธอสามารถไปไหนก็ได้ตามใจ

แค่ครั้งเดียวหลังจากพวกคุณกลับไป แต่ก็เป็นครั้งเดียวที่คุ้มค่า เพราะทำให้ผมได้รู้เรื่องของผู้โชคดีวันเสาร์มากขึ้น" แซมตอบพร้อมพรายยิ้ม คุณจะไปพัทยาอีกเมื่อไรครับ"

หัวใจพองฟูพลันห่อเหี่ยวเพราะคำถามนั้น ถึงเวลาที่เธอต้องให้คำตอบต่อคำถามเมื่อคืนแล้วใช่ไหม ผู้ที่ไม่อาจเลือกทางเดินชีวิตยกมือดันแว่นตาพลางลอบถอนใจ

ฉันไม่แน่ใจเหมือนกัน ฉันกำลังหางานใหม่น่ะค่ะ คงไม่ได้ไปเที่ยวไหนบ่อยนัก"

คุณไม่ลองหางานที่พัทยาดูล่ะ"

แซมยังคงมองโลกในแง่ดี ทว่าคนที่เติบโตมาดั่งไข่ในหินมองไม่เห็นความเป็นไปได้เลย แม้คำพูดของเขาจะเป็นดั่งแสงไฟแห่งความหวังอันริบหรี่ ส่องทางเดินใหม่ที่เธอไม่คาดคิดมาก่อนก็ตาม

สีหน้าท่าทางลำบากใจของหญิงสาวทำให้แซมต้องกดเก็บความต้องการของตัวเองอย่างยากเย็น ต่อให้สนใจเจ้าหล่อนมากแค่ไหน แต่หากมากด้วยอุปสรรคแล้วคงเปล่าประโยชน์ที่จะดันทุรังสานสัมพันธ์ ทว่าเพียงแค่คิดว่าต้องตัดใจจากเธออีกครา ใจเจ้ากรรมก็เสียดแปลบๆ

ฉันจะลองคิดดู" รมิตาอ้อมแอ้มตอบ

คุณให้ความหวังผมมากกว่า" ชายหนุ่มหรี่ตาจับผิดกึ่งล้อเลียน ครั้นเจ้าหล่อนดันแว่นสายตาก็ยิ่งแน่ใจ เขาไหวไหล่น้อยๆ พลางยิ้มมุมปากไม่เป็นไรน่า ไม่ผิดที่คุณจะปฏิเสธ

ฉันไปเอาน้ำมาให้นะคะ"

รมิตารีบลุกหนีความอ่อนแอของตัวเอง ขืนนั่งอยู่ตรงนั้น...ความดีและไมตรีที่เขาหยิบยื่นให้คงทับถมใจจนเจ็บกว่านี้

โชคดีที่ในครัวกำลังวุ่นวายจึงไม่มีใครสังเกตรอยความรู้สึกในแววตาของเธอ หญิงสาวรินน้ำดื่มใส่แก้ว แว่วเสียงกำชับจากย่าให้นำวุ้นกะทิไปแบ่งแขกเป็นของหวาน

 

แซมก้มหน้าก้มตาพิมพ์ข้อความบนโทรศัพท์เมื่อเธอเดินกลับไปที่โต๊ะหินริมคลองอีกครั้ง สีหน้ายุ่งยากใจที่เธอไม่เคยเห็นยังคงปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลา ก่อนเขาจะเกลื่อนมันหายไปในชั่วพริบตา

มีปัญหาที่เซเวนวันเดอร์สนิดหน่อย คืนนี้เลยขาดคนแสดง ผมคงต้องกลับ…”

ถ้านั่นเป็นข้ออ้างหาทางปลีกตัวก็ถือว่าแนบเนียนทีเดียว เขาคงเห็นแล้วว่าเสียเวลาเปล่า สมควรแก่เวลากลับไปใช้ชีวิตของเขาตามเดิม

ผมมีของฝากให้คุณ ไปด้วยกันหน่อยได้ไหม"

คะค่ะ" รมิตาตอบตะกุกตะกัก หน้าตาเหลอหลา

วุ้นกะทิถูกวางทิ้งไว้บนโต๊ะใต้ร่มไม้ หนุ่มสาวต่างจมจ่อมกับความคิดของตัวเองขณะเดินลัดสนามหญ้าไปยังโฮสเทล รมิตาจึงไม่ได้เห็นสายตาที่มองมาอย่างเป็นห่วงเป็นใยระคนหนักใจ

เขารู้ว่าเธอมีใจ แววตาเจ้าหล่อนอ่านง่ายออกอย่างนั้น นั่นจึงทำให้เขายิ่งนึกเสียดายที่ไม่อาจสานสัมพันธ์ แซมไม่เชื่อว่าความแตกต่างทางเชื้อชาติหรือภาษาเป็นอุปสรรคระหว่างเขากับเธอ หญิงไทยที่เขาพบเจอก็คงคิดเช่นเดียวกัน ต่เป็นกำแพงส่วนตัวของรมิตาต่างหากที่กั้นขวางตน

รุ้ง ทางนี้ครับ" ชายหนุ่มเรียกไว้ก่อนจะเดินไปถึงบริเวณเคาน์เตอร์ต้อนรับในอาคารที่พัก

ทางนี้ที่เขาว่าคือทางเดินที่ขนาบด้วยห้องพักทั้งสองฝั่ง ผนังและประตูทำจากไม้สีน้ำตาลไหม้ หมายเลขห้องสีทองติดเหนือตาแมวบนประตูแต่ละบาน รมิตาลังเลระหว่างตามแขกเข้าพักไปกับตกเป็นเป้าสายตาพนักงานแล้วล่วงรู้ถึงหูพ่อ แล้วเธอก็ตัดสินใจไม่ยาก

สีหน้าเหมือนแบกโลกทั้งใบของหญิงสาวอยู่ในสายตาแซมมาตลอด แม้เธอจะไม่ได้เป็นฝ่ายพูดกับเขาก่อนบ่อยนัก แต่ก็ไม่เคยมีท่าทางไม่สนใจสิ่งรอบตัว ตรงกันข้ามแซมรู้ดีเชียวล่ะว่าตนมักถูกแววตาตระหนกคู่นั้นลวนลามเสมอ เขาขมวดคิ้วน้อยๆ เมื่อแม้กระทั่งเปิดประตูเข้ามาในห้องพัก เจ้าหล่อนก็ยังเดินตามเข้ามาอย่างคนจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว

ผมจำสร้อยม้าน้ำสีรุ้งของคุณได้ เจอคนขายตุ้มหูม้าน้ำคู่นี้โดยบังเอิญ อะไรไม่รู้ดลใจให้ผมซื้อมาทั้งที่ไม่รู้จะได้เจอคุณอีกหรือเปล่า"

รมิตาหลุบมองตุ้มหูพลาสติกสีสันสดใสกลางฝ่ามือใหญ่ ไม่อยากเชื่อเลยว่าเขาจะจดจำรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับเธอได้ ขณะที่เธอเพิ่งสังเกตรายละเอียดเล็กน้อยเกี่ยวกับเขาตอนนี้เอง เมื่อเห็นฝ่ามือที่เคยจับและกุมมือเธอมีรอยด้านจากการฝึกซ้อมและออกกำลังกาย

หญิงสาวแตะปลายนิ้วบนตุ้มหูที่ไม่มีราคาค่างวดมากมาย แต่แสดงถึงความใส่ใจของผู้ให้ เธอชอบเขาชอบเขามากเหลือเกิน ยิ่งเขาดีด้วยและแสดงความรู้สึกที่เธอไม่กล้าคิดฝันว่าจะได้รับจากใคร รมิตาก็ยิ่งเจ็บใจตัวเอง

รุ้ง…”

นิ้วมือสั่นน้อยๆ และปลายจมูกแดงเรื่อไม่อาจรอดพ้นสายตาชายหนุ่ม แซมฉวยมือข้างนั้น มืออีกข้างเชยคางเธอให้แหงนเงยรับจุมพิตอย่างหมดความยับยั้งชั่งใจ ริมฝีปากอิ่มเต็มของเจ้าหล่อนนุ่มและอุ่นยิ่งกว่าจินตนาการเชิญชวนให้เขารุกล้ำดูดดื่ม เธอไม่ได้ผลักไสบ่ายเบี่ยง แต่ตอบสนองทุกการกระตุ้นจนเขาตัดใจถอนริมฝีปากอย่างยากเย็น

ใช่แต่ปลายนิ้วที่สั่นเทาและจมูกแดงระเรื่อ แซมมองดวงหน้าแดงเห่อและร่างอวบอิ่มที่สั่นเทิ้มไปทั้งตัว หัวใจสะท้านด้วยความปรารถนาแต่ก็ต้องหักห้าม

ผมจะรอนะ รอคุณที่พัทยา"

นี่ไม่ใช่สิ่งที่เขาคาดคิดไว้ แม้เมื่อไม่กี่นาทีก่อนก็ตาม แซมตั้งใจจะกลับไปใช้ชีวิตของตัวเองเหมือนไม่เคยรู้สึกพิเศษต่อเธอเช่นเดือนก่อน ทว่าเขากลับเอ่ยเช่นนั้นออกไปโดยไม่ได้ผ่านกระบวนการคิดหรือไตร่ตรองใดๆ เป็นความรู้สึกที่ผลักดันมันออกมา

รมิตามองชายหนุ่มเก็บเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวใส่กระเป๋าด้วยความรู้สึกอันยากจะบรรยาย เธอไม่ได้รังเกียจหรือกลัวสัมผัสของเขาอีกต่อไป แซมปลุกสัญชาตญาณท้าทายบางอย่างให้เธออยากลุกขึ้นมาเผชิญหน้าตัวเอง

คุณไม่ลองหางานที่พัทยาดูล่ะ

ถ้าจุมพิตราวกับสูบวิญญาณเมื่อครู่นี้คือสินบนของข้อเสนอแนะ มันได้ผล รมิตารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเด็กคอซองใจแตก ชั่วแต่ว่าตอนนี้เธอโตพอที่จะคบหาดูใจกับใครแล้วไม่ใช่หรือไร

 

แซมกลับไปแล้วนะ'

รมิตานอนคว่ำพิมพ์ข้อความหาเปรมสินีอย่างหงอยๆ อยู่บนเตียง แล้วประหวัดถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่เธออาสาเช็กเอาต์ให้ชายหนุ่ม กลบเกลื่อนความเก้อกระดากจนไม่อาจมองหน้าเขาได้เต็มตา กระทั่งแซมขี่รถจักรยานยนต์จากไปพร้อมกับที่พรากเอาความคิดคำนึงและหัวจิตหัวใจเธอติดไปกับสัมภาระด้วย

แม่รุ้ง"

เสียงเรียกจากหน้าประตูดึงสติหญิงสาวกลับมาที่ปัจจุบัน เธอกระเด้งตัวลุกนั่งพลางยกคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กหลบไปชิดหัวเตียงเมื่อผู้เป็นย่าก้าวเข้ามา

เมื่อกี้รุ้งเห็นคุณย่าเอนหลังอยู่ข้างล่าง ทำไมรีบลุกเสียล่ะคะ"

ย่าเห็นรุ้งกับพ่อหนุ่มนั่นรีบออกไปไหนกันเหมือนมีเรื่องใหญ่โต แล้วหลานย่าก็กลับมาคนเดียว เลยมาดูว่ามีเรื่องอะไรหรือเปล่า"

ในสายตาคนอาบน้ำร้อนมาก่อน นางจันทร์บอกได้ว่าท่าทางของหนุ่มสาวเกินกว่าความเป็นเพื่อนของเพื่อน หลานสาวนางประหม่าเมื่ออยู่ต่อหน้าพ่อหนุ่มผมทอง ส่วนชายหนุ่มผู้นั้นก็ไม่ได้พยายามปิดบังความรู้สึกในแววตาเลย อดไม่ได้ที่นางจะเป็นห่วงเป็นใยหลานสาวคนเดียวที่กล่อมเกลี้ยงเลี้ยงดูมา

อ๋อ แซมมีงานด่วน เขาต้องกลับก่อนกำหนดน่ะค่ะ"

ท่าทางเขาสุภาพดีนะ แม่อี๊ดชมเปาะ" หญิงชราว่าไปเรื่อยรู้จักกันนานหรือยังล่ะลูก เขารีบกลับไปทำงานก็แปลว่าอยู่เมืองไทยน่ะสิ ชวนเขามากินข้าวที่บ้านอีกก็ได้"

ค่ะ เขาทำงานที่ไทย รุ้งก็เพิ่งรู้จักตอนเขามาพักที่โฮสเทลแล้วปูเป้ฝากดูแล คุณย่ากับป้าอี๊ดอย่าบอกพ่อนะคะว่าเขามาที่บ้าน รุ้งกลัวพ่อดุพนักงานคนอื่น" รมิตาจำต้องโกหก

จะบอกย่าได้อย่างไรว่าสถานที่ที่พบกับแซมครั้งแรกคือสถานบันเทิงสำหรับผู้หญิง แถมยังเป็นการทำความรู้จักกับเขาผ่านท่วงท่าลีลาเร่าร้อน และขืนไม่ยกพนักงานมาอ้างแล้วเรื่องนี้เข้าหูพ่อ เธอคงไม่มีวันได้ออกไปเผชิญโลกภายนอกตลอดชีวิต

ใช่เธอตัดสินใจแล้วว่าจะลองหางานที่พัทยา ในเมื่อที่นั่นเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่นิยมของทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ มีโรงแรมยักษ์ใหญ่ที่จะช่วยเพิ่มพูนประสบการณ์การทำงานให้เธอ แล้วทำไมจึงต้องจำกัดความสนใจอยู่ที่กรุงเทพฯ เล่า แล้วคนที่จะช่วยเธอได้ก็คือเปรมสินีหลานสาวเจ้าของโรงแรมห้าดาวที่พัทยา

เห็นย่าปากโป้งไปได้นี่" ผู้สูงวัยมองค้อน ก่อนจะผละไปเมื่อโทรศัพท์ของหลานส่งเสียงเรียกเข้า

หลังเยี่ยมหน้ามองว่าย่าลงบันไดไปแล้วและปิดประตูห้องเรียบร้อย รมิตาจึงรับสายเพื่อน คาดการณ์ไม่ผิดเมื่อได้ยินคำถามกึ่งกล่าวโทษถึงสาเหตุที่ชายหนุ่มต้องกลับก่อนกำหนด แม้เธอจะบอกตามคำกล่าวอ้างว่าเขาติดงาน เปรมสินีก็ไม่วายคิดว่านั่นเป็นข้ออ้างปลีกตัวของแซม

คิดว่ารุ้งไม่คิดเหรอ" หญิงสาวพ้อตามความอ่อนไหว ใจหนึ่งรุ้งก็คิดอย่างนั้น เป้ยังจะว่ารุ้งอีกเหรอ"

แม่สื่อได้คิดว่าตนด่วนตัดสินทุกอย่างเกินไป เสียงที่เอ่ยต่อมาจึงอ่อนลง

อืมๆ ไว้ถามจอชก็ได้ว่ามีเรื่องอะไร เมื่อคืนนัดกันว่าเย็นนี้จะไปกินข้าวที่โฮสเทลแก ฉันโม้ถึงฝีมือทำอาหารของคุณย่ากับป้าอี๊ดเยอะเลย เสียดายแซมไม่ได้กิน"

ใครว่าเขาไม่ได้กินรมิตาค่อยยิ้มออกมาได้เมื่อนึกถึงคนที่บุกมาถึงครัวเมื่อเช้า เธอดีใจ ภูมิใจเล็กๆ ที่ได้ต้อนรับขับสู้เขา หาใช่เอาแต่กลัวสายตาของใครจนต้องเสียใจภายหลังที่ไม่ได้ทำตามหัวใจ

เพราะเหตุนี้เพราะอย่างนี้เธอจึงตัดสินใจจะทำตามใจตัวเองอีกสักครั้ง แม้ไม่รู้ปลายทางเป็นอย่างไร แต่ย่อมดีกว่าเสียใจตั้งแต่แรกเริ่ม

รุ้งมีเรื่องอยากปรึกษาปูเป้เหมือนกัน เรื่องโรงแรมของญาติเป้ที่พัทยา"

.........................................

รุ้งคิดจะทำอะไร คงพอเดาได้กันใช่ไหมคะ >///<

ความรักทำให้คนกล้าเสี่ยงทุกอย่างได้จริงๆ เนอะ

แต่รุ้งจะตัดสินใจถูกไหมหนอ และจะสำเร็จไหม มาเอาใจช่วยกันต่อนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 60 ครั้ง

323 ความคิดเห็น

  1. #64 wishmeluck (@wishmeluck) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 23:04
    รุ้งเรียนก่อสร้างรึเปล่าน้า ก่อกำแพงขังตัวเองซะแน่นเชียว
    เชียร์รุ้งให้ไฝว้ เพื่อตัวเองสักครั้ง ความรักจะเป็นยังไงไม่ร฿ แต่การได้ทำ
    #64
    1
    • #64-1 thezircon (@thezircon) (จากตอนที่ 14)
      13 สิงหาคม 2561 / 10:09
      55 สงสัยติดมาจากพ่อผู้รับเหมาค่ะ แต่ตอนหน้ารุ้งจะรับจ้างทุบตึกละน้าาา
      #64-1
  2. #59 แอนัสเตเชีย (@AyaShii) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2561 / 22:17
    สนุกมากเลยค่ะ หลงรักพี่แซมมมม ><
    #59
    1
    • #59-1 thezircon (@thezircon) (จากตอนที่ 14)
      12 สิงหาคม 2561 / 15:26
      ขอบคุณค่ะ ฝากติดตามพี่แซมไปนานๆ น้าาา
      #59-1
  3. #58 satamsomtua (@satamsomtua) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2561 / 21:21
    5555พี่แซมทำหนูรุ้งใจแตกแล้วรู้ไหม เอาใจช่วยจะขอพ่อไปได้ไหม
    #58
    1
    • #58-1 thezircon (@thezircon) (จากตอนที่ 14)
      11 สิงหาคม 2561 / 21:58
      5555 มายั่วรุ้งนักเนอะ!
      #58-1
  4. #57 jeauan (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2561 / 20:30

    จะฝ่าด่านพ่อได้ไหมนั่นรุ้งเอ๋ย

    #57
    1
    • #57-1 thezircon (@thezircon) (จากตอนที่ 14)
      11 สิงหาคม 2561 / 21:57
      ถ้าปูเป้ร่วมมือด้วยอาจมีลุ้นนะคะ
      #57-1
  5. #56 Thittayaiem (@Chariyaiem) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2561 / 19:08
    เข้าใจความรู้สึกของรุ้งนะ เพราะหัวอกเดียวกันเลย
    #56
    1
    • #56-1 thezircon (@thezircon) (จากตอนที่ 14)
      11 สิงหาคม 2561 / 20:19
      รุ้งดำลังจะทำสิ่งที่กล้าสุดใรชีวิตแล้วสิคะ
      #56-1