ตอนที่ 9 : บทที่ ๕ (๑๐๐%) จับตา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 773
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    11 พ.ค. 60

ยังไม่ขอโทษเพื่อนหนูนาอีก

                เรื่องอะไร เราไม่ทันระวังเองแหละเธอปรามคนขี้โมโห

                แม้จะไม่ชอบใจคนรักของเพื่อนเพียงใด แต่ก็ไม่เคยคิดอยากให้พวกเขาต้องทะเลาะกัน ยิ่งเวลาที่เพื่อนของเธอกำลังอุ้มท้องแบบนี้ด้วยแล้ว หนูนาคงมีอารมณ์แปรปรวนกว่าปกติ

                น่า เราผิดเอง หญิงสาวแตะแขนเพื่อน ไหนล่ะข้าวมันไก่เรา

                ไม่ตลกเลยย่ะ หนูนาแหว กึ่งขันกึ่งหงุดหงิด

                อ้าว เหรอ

                มุกแป้กแบบนี้เก็บไว้เล่นกับพี่เหมสองคนเถอะเจ๊

                อีกแล้วนะ ทำเป็นคิมหันต์อีกคนละ

                ทำไม เพื่อนสนิทถามอย่างกระตือรือร้น หมอนั่นบังอาจทำอะไรเพื่อนฉัน

                ก็ทำแบบแกนี่แหละ มุทิตาตอบฉุนๆ

                แหม งั้นเขาก็ทำดีน่ะสิ เห็นไหม ขนาดน้องชายเขายังไม่ว่าอะไรเลย

                คนมาหาได้แต่ถอนหายใจอย่างระอา คร้านจะค้านการจับคู่ของหนูนาเต็มที แต่ไหนแต่ไรมาแล้วที่เพื่อนของเธอคนนี้นิยมในตัวเหมันต์มากเป็นพิเศษ

                หนูนาคลอดวันไหน

                หมอบอกว่าเดือนตุลาฯ คนตอบขมวดคิ้ว มดว่าท้องเราใหญ่ผิดปกติไหม

                สำหรับสี่เดือนก็น่าจะปกตินะ

                แต่ว่าท้องแรกมันไม่น่าใหญ่ขนาดนี้นี่นา ผู้พูดมีสีหน้ากังวลอย่างชัดเจน

                แฝดมัง มุทิตาเย้า หากคราวนี้ไม่ได้ผล

                เราไม่มั่นใจเลย จริงๆ นะมด มัน...มัน... หนูนาปล่อยโฮในที่สุด

                ลูกค้าในร้านหันมามองเป็นตาเดียว มุทิตาลูบหลังลูบไหล่ปลอบประโลมเพื่อนสาว แต่คนท้องไม่มีทีท่าว่าจะสงบลง หญิงสาวอดไม่ได้ที่จะส่งสายตาขุ่นขวางให้คนรักของเพื่อน สีหน้าของเขาซีดเผือดไปเหมือนกันเมื่อเห็นภรรยาร้องไห้

                ผู้ชายคนนี้ดีจริงหรือ ทั้งที่หนูนาเคยเอ่ยถึงเขาอย่างชื่นชม แล้วทำไมวันนี้เพื่อนของเธอถึงได้ฟูมฟายมากมายขนาดนี้

 

                ทว่ามันคงเป็นเพียงแค่อารมณ์แปรปรวนของคนท้องกระมัง เพราะตอนนี้หนูนากำลังพูดคุยกับมารดาบุญธรรมของเธอราวรู้จักมักจี่กันมานาน ทั้งที่เคยเจอกันเพียงครั้งเดียวเมื่อคราวงานรับปริญญาของสองสาวเท่านั้น แม่ฟ้าขับรถมาหาหลังเสร็จธุระกับเพื่อนเรียบร้อย ท่านเองมีทีท่าว่าจะเอ็นดูหนูนากับคนรักอยู่มากทีเดียว

                อร่อยนี่ ดุจนภาเอ่ยชมหลังได้ชิมก๋วยเตี๋ยวที่เจ้าของร้านนำมาบริการ

                ขอบคุณครับ ชายหนุ่มยิ้มปลื้มใจ

                จริงสิ มดบอกแม่ว่าหนูรับทำบัญชีด้วยหรือ

                ค่ะ แต่ก็ไม่ค่อยมีคนจ้าง ทุกวันนี้อยู่ได้เพราะกำไรจากก๋วยเตี๋ยวของพี่ก้อง

                ความจริงที่นี่มีบริษัทห้างร้านเยอะ ไหนจะโรงงานอีก มดเลยคิดว่าถ้าทำจริงๆ อาจจะรุ่งก็ได้ มุทิตาเสนอ

                ถ้าอย่างนั้นต้องทำให้มีมาตรฐานไปเลย

                หญิงสาวทั้งสองสบตากัน ต่างฝ่ายต่างมีเครื่องหมายคำถามแปะอยู่บนหน้าผากจนดุจนภาต้องขยายความ

                ก็เช่าตึกแถวสักห้องแล้วเปิดเป็นบริษัทอย่างไรล่ะ ถ้าเรามาทำอยู่ในร้านก๋วยเตี๋ยวแบบนี้ บางคนเขาอาจจะไม่รู้ หรือรู้แต่ไม่มั่นใจ

                ไม่ไหวหรอกค่ะ หนูไม่มีเงินเก็บขนาดนั้น

                แต่เราพอมีนะ มุทิตาพูดอย่างมีความหวัง เป็นเงินเก็บสมัยทำงานน่ะ ถ้าเอามารวมกันอาจจะพอก็ได้

                มดจะทำด้วยหรือลูก

                จ้ะ ถ้าแม่อนุญาต ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่มดก็อาศัยแม่มาตลอดเลย อีกอย่าง ถ้ามดมีงานทำ...แม่จะได้ไม่ต้องกลัวว่ามดจะเหงาไง

                ดุจนภาได้แต่ส่ายหน้าเมื่อเจอไม้นี้ของลูกสาวเข้าไป บทจะอ้อนแม่คุณก็ออดได้ไม่แพ้ใคร

                เอาเถอะ ถ้าตั้งใจจริงแม่ก็จะช่วย

                มดรู้ว่าแม่กรุณามดเสมอ เธอยิ้มกว้างทั้งปากและตา

                ไม่ต้องมาทำปากหวานเลยเรา อายเพื่อนไหมฮึ

                ไม่เห็นต้องอายเลย คนปากหวานตอบหน้าเป็น

                ผู้สูงวัยผลักศีรษะทุยเบาๆ อย่างหมั่นไส้ แม่จะออกทุนให้ส่วนหนึ่งแล้วจะช่วยบอกต่ออีกแรง ส่วนเรื่องสถานที่เราสองคนก็ลองหาในหนังสือพิมพ์ดูก่อนแล้วกัน แม่เลือกอาจไม่ถูกใจ

                ทว่าคราวนี้สองสหายกลับมีท่าทีพิพักพิพ่วน สิ่งเหล่านี้ดูจะมากเกินความคาดหมายของหญิงสาวทั้งสองคน มุทิตาเพียงแค่ต้องการให้แม่ฟ้าอนุญาตให้ทำงานเท่านั้น ไม่ได้หวังสิ่งใดนอกเหนือจากนี้จากท่านเลย

                หนูนาขยับปากคล้ายจะเอ่ยอะไร แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดออกมา เธอสะกิดและสบตากับเพื่อน ดุจนภาสังเกตเห็นอากัปกิริยาเหล่านั้นมาตลอดจึงชิงพูดขึ้นเสียก่อน

                ถ้าไม่ตกลงแม่ก็ไม่อนุญาตนะ บอกไว้ก่อน นายทุนดักคอ หนูนาเหมือนกัน กำลังท้องกำลังไส้แบบนี้อีกไม่นานก็คลอดแล้ว จำเป็นต้องมีรายได้ที่แน่นอน

                หนูนากะพริบตาปริบๆ ราวกับว่าการกระทำเช่นนั้นจะทำให้ตนเองตื่นจากฝันกระนั้นแหละ

                ไว้พวกเรามีเมื่อไรค่อยคืนแม่ก็ได้ ตกลงตามนี้นะ

                ดุจนภาไม่ใช่คนใจดีนัก เพียงแต่นี่เป็นวิธีอันแยบยลที่สุดที่จะผูกส่วนหนึ่งของเพื่อนรักไว้ที่นี่ตลอดกาล หญิงชรากระหยิ่มใจ

 

                สายลมแรงพัดพาเอาใบไม้แห้งซึ่งร่วงโรยสู่พื้นดินลอยต่ำ โมบายเปลือกหอยที่แขวนอยู่ชายคาระเบียงกระทบกันส่งเสียงกังวานใส พีร์ลุกขึ้นบิดขี้เกียจหลังนั่งหลังขดหลังแข็งสอนลูกชายเขียนหนังสืออยู่นาน เวฟหันมามองผู้เป็นพ่อ ก่อนจะมองตามสายตาของพ่อไปอีกทาง

                มุทิตาลงบันไดมาพร้อมกับม้วนหนังสือพิมพ์ในมือ แต่แล้วตนเองก็แทบจะทรุดอยู่ตรงนั้นเมื่อลูกกระสุนกลมพุ่งใส่เต็มแรง ครั้นเหลือบไปเห็นชายหนุ่มอีกคนซึ่งขยับตัวด้วยความตกใจ หญิงสาวจึงจูงเด็กน้อยเดินไปหาแทน

                เธอยังไม่มีโอกาสได้ขอบคุณเขาเลยสำหรับหนังสือเล่มนั้น

                เจ็บหรือเปล่า พีร์ถามอย่างเป็นห่วง

                ไม่เจ็บหรอกค่ะ แค่จุก เธอเอ่ยติดตลก

                คุณจะไปไหนหรือ เขามองกระเป๋าประกอบประโยคคำถาม

                มดว่าจะไปดูตึกแถวนี้ เมื่อกี้โทร. ไปแล้วเขาบอกให้มาดูได้เลย ว่าพลางส่งหนังสือพิมพ์ซึ่งให้ บนหน้ากระดาษที่พับไว้มีสีหมึกขีดใต้ข้อความ ให้เช่า อยู่แห่งหนึ่ง

                เช่า... ทำไมหรือ

                มดกับหนูนาจะเปิดบริษัทรับทำและตรวจสอบบัญชีค่ะ

                แม่คุณรู้หรือเปล่า

                รู้สิคะ แม่สนับสนุนพวกเราด้วย

                คนฟังนิ่วหน้าด้วยความไม่พอใจ สำหรับเขา...ป้าไม่เคยแสดงออกว่าจะสนับสนุนอะไรเลย ใจหนึ่งของชายหนุ่มอยากจะโพล่งออกไปให้รู้แล้วรู้รอด อยากจะทำลายใบหน้าเปื้อนยิ้มนี้ บอกให้เธอรู้ว่าที่เธอได้รับความเมตตาขนาดนี้ก็เพราะเธอเป็นเชื้อสายของผู้ชายที่ดุจนภารักมากที่สุดต่างหาก หาไม่แล้วเธอก็ไม่ต่างจากเขานี่แหละ

                หากพีร์ตระหนักดี เขาเองยังต้องการถนอมรอยยิ้มบริสุทธิ์นี้ไว้ให้นานที่สุดเช่นกัน

                ผมไปส่ง ชายหนุ่มเสนอในที่สุด

                ไม่ต้องหรอกค่ะ เดี๋ยวไต๋ต้องพาเวฟนอนกลางวันไม่ใช่หรือ

                ลูกผมมันนอนที่ไหนก็ได้ ไม่ได้เลี้ยงให้เป็นลูกคุณหนู

                แม้จะพยายามควบคุมอารมณ์แล้ว แต่เขาก็เผลอกระทบกระแทกแดกดัน โชคดีที่มุทิตาไม่ทันสังเกตเพราะมัวแต่สนใจเด็กชายที่ชี้ชวนให้ดูสมุดคัดไทยพอดี

                จริงสิ มดยังไม่ได้ขอบคุณไต๋เลยสำหรับหนังสือ ขอบคุณนะคะ

                ทำไมถึงคิดว่าผมเป็นคนให้ เขาย้อนถาม นึกถึงใบหน้าด้านข้างตอนที่เธอก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือเล่มนั้นอย่างจริงจังก่อนจะถูกลูกชายของเขาลากไปอีกทางแล้วรู้สึกชุ่มชื่นใจ ด้วยมุมปากนั้นมีรอยยิ้มน้อยๆ ประดับอยู่ตลอดเวลา

                ก็คนที่เห็นมดสนใจเรื่องนี้มีแต่ไต๋นี่นา เอ... หรือจะเป็นเวฟ

                คงเป็นเวฟนั่นแหละ พีร์ตอบยิ้มๆ ผมให้ลูกเอาไปวางไว้ให้เอง คุณไม่ว่าอะไรใช่ไหม

                หญิงสาวรีบสั่นศีรษะปฏิเสธ นอกจากนั้นยังส่งยิ้มหวานเป็นเครื่องยืนยันอีกที

                เออหนอ เมื่อไม่กี่นาทีนี้เองที่เขาริษยาเธอ ใช่! มันไม่ใช่แค่อิจฉา หากแต่เป็นความริษยาที่หวังจะทำลายเลยเชียวล่ะ แล้วดูเขาในตอนนี้ซี... หัวใจเต้นแรงเพราะรอยยิ้มของเธอแท้ๆ เชียว

                พีร์ไม่รู้หรอกว่าความปั่นป่วนภายในใจกำลังแสดงออกมาทางดวงตาคมกล้าดำขลับของตนด้วย มุทิตาจำต้องหันไปพูดกับเด็กชายเพื่อหาทางออกจากบรรยากาศอันน่าอึดอัดนี้ เธอไม่กล้าสบตาพราวระยับคู่นั้นตรงๆ ทั้งที่ใจอยากจับจ้องไม่วางตา

                อามดไปก่อนนะ

                ผมบอกว่าจะไปส่งไง หรือคุณนัดใครไว้ เขาเลิกคิ้วถาม

                เปล่าค่ะ แต่มดไม่รบกวนดีกว่า เดี๋ยวนี้มดเริ่มรู้ทางแล้วด้วย

                อย่าเกรงใจเลยมดตะนอย เราเป็นคนในครอบครัวเดียวกันไม่ใช่หรือ

 

                ครอบครัวเดียวกันหรือ เธอจะถือได้ไหมนะว่านี่คือการต้อนรับอย่างเป็นทางการจากเขา จากผู้ชายที่มักจะขีดเส้นแบ่ง...กั้นเธอไว้นอกวงเสมอ มุทิตาขอนับมันเป็นเรื่องน่ายินดีที่สุดในชีวิตอีกเรื่องหนึ่ง บางทีเธออาจจะมีพี่ชายแสนดีเพิ่มขึ้นอีกคน

                บ้าหรือเปล่าเพื่อนฉัน ยิ้มคนเดียวก็เป็น หนูนาแขวะ

                มุทิตาขอให้ชายหนุ่มส่งเธอที่ร้านของหนูนาแล้วเดี๋ยวเธอจะไปกับเพื่อนเอง พีร์รับทราบและไม่ได้ขัดแต่อย่างใด เขากับลูกชายจะไปรอที่บ้านเพื่อนแถวนี้และกำชับให้เธอโทร. หาเขาเมื่อเสร็จธุระเรียบร้อย

                แล้วใครมาส่งแกน่ะ เห็นแวบๆ

                ไต๋

                ใครนะ หนูนาชะโงกหน้าไปดูที่หน้าร้านราวกับว่าการได้เห็นท้ายรถจะทำให้เธอรู้ว่าเขาคือใคร

                พี่พีร์นั่นแหละ ที่หนูนาเจอที่ห้างคราวนั้นไง

                คนขี้สงสัยพยักหน้าเข้าใจ แต่ยังมิวายถามต่อ แล้วเมื่อกี้มดเรียกเขาว่าอะไร

                ไต๋ เขาเป็นไต้ก๋งน่ะหนูนา ไม่ใช่มุทิตา หากแต่เป็นก้องภพต่างหากเป็นฝ่ายตอบแทน เรียกความสนใจจากหญิงสาวทั้งสองคนให้หันมามองเป็นตาเดียว เขาเสริมตะกุกตะกักกับเพื่อนของคนรักว่า ผมเคยพบเขาตั้งแต่สมัยยังไม่รู้จักหนูนา แต่เขาคงจำผมไม่ได้

                ไม่เคยได้ยินพี่ก้องเล่าให้ฟังเลยหนูนาประท้วง

                พี่เพิ่งนึกได้หลังจากเจอแม่ของน้องมดน่ะ พ่อพี่เป็นเพื่อนกับลุงอาทิตย์ด้วย

                อาอาทิตย์มุทิตาทวนคำ

                ครับ พ่อผมเคยเป็นไต้ก๋งมาก่อน ผมเลยเคยเจอเขากับลุงบ้าง แต่ไม่ได้สนิทกัน

                รู้แล้วเก็บเงียบมาตลอดเลยนะ ภรรยาค่อนขอด

                พี่ไม่คิดว่ามันสำคัญตรงไหนนี่นา ชายหนุ่มหน้าจ๋อย

                แล้วทำไมพี่ก้องไม่เป็นไต้ก๋งแบบพ่อบ้างล่ะ เจ๋งจะตาย

                ตอนเด็กพี่ไม่ค่อยแข็งแรง อีกอย่าง พี่มาคิดๆ ดูแล้วรู้สึกว่ากำไรจากก๋วยเตี๋ยวของแม่มันก็ไม่ได้น้อยกว่าเงินที่พ่อหาได้ พี่เลยไม่ได้สนใจอาชีพพ่อเท่าไร

                แต่ทุกวันนี้หนูนาไม่เห็นว่ากำไรมันจะเยอะตรงไหนเลย

                ก้องภพหน้าซีดลงไปอีกจนมุทิตาอดเห็นใจไม่ได้ เธอเข้าใจศักดิ์ศรีของพวกผู้ชายจากการอยู่ร่วมบ้านกับพี่น้องผู้ชายถึงสามคน แม้จะรักมากขนาดไหนก็คงไม่ยอมให้เหยียบย่ำถึงเพียงนี้ เท่าที่ก้องภพทำอยู่นี่นับว่ามากแล้ว เพื่อนเธอนี่ก็แปลก เวลาคุยกันลำพังมักจะชื่นชมเขาบ่อยไป ทีอย่างนี้ล่ะใจร้ายนักเชียว

                หญิงสาวจำต้องแยกเพื่อนตนออกมา เธอเรียกรถรับจ้างให้ไปส่งยังที่หมายซึ่งอยู่ห่างจากนี่ไม่ไกล เจ้าของตึกคูหานั้นเป็นหญิงชราร่างเล็กสวมแว่นสายตากลมโตโดยมีสายคล้องคอร้อยอยู่ที่ขาแว่นอีกที แกเล่าว่าที่นี่เคยเป็นร้านตัดเสื้อของแกเอง แต่เนื่องจากตอนนี้จำเป็นต้องย้ายไปอยู่กับลูกหลานที่เมืองหลวงจึงตัดสินใจให้เช่าแทน

                ด้วยความที่เคยเป็นร้านตัดเสื้อมาก่อน ประตูหน้าร้านจึงถูกเปลี่ยนเป็นประตูกระจก สองสาวพอใจที่นี่มาก แต่ตามมารยาทแล้วยังมีผู้หญิงอีกคนซึ่งสำคัญที่สุดในการร่วมตัดสินใจ

                ขากลับสองเพื่อนสนิทเลือกเดินแทนเพราะรู้แล้วว่าระยะทางนั้นไม่ไกลนัก มุทิตาเห็นว่านี่เป็นโอกาสอันดีที่จะสอบถามถึงชีวิตคู่ของคนอารมณ์ดีข้างกาย แต่กลับกลายว่าสาวไม่โสดเป็นฝ่ายเริ่มเรื่องเสียเอง

                มดว่าพี่ก้องดูเป็นไง

                ใจเย็น... มุทิตาตอบออกไปในทันที ก่อนจะเสริม แล้วก็ดูขยันดี

                เหรอ

                หนูนามีอะไรหรือเปล่า บอกเราได้นะ

                แล้วมดว่าเราเป็นไงหญิงมีครรภ์ไม่ตอบ หากย้อนถามแทน

                แกน่ะปากไว ใจร้อน บอกตรงๆ นะ ถ้าเราโดนหนูนาว่าขนาดนั้นต่อหน้าคนอื่น เราคงอายจนโกรธแล้ว

                มีด้วยหรือ อายจนโกรธ

                มีสิ เวลาที่มันกดดันมากๆ ไง

                หนูนาค้อนขวับ มดไม่ชอบพี่ก้องไม่ใช่เหรอ ทีอย่างนี้มารุมเราฝ่ายเดียว

                ไม่ใช่ไม่ชอบหรอก เราแค่ไม่ชอบที่เขาฉวยโอกาสกับหนูนา แต่ถ้าเขารักหนูนาจริงก็ยังดี

                พี่ก้องเป็นคนดีจริงๆ นะ มดอย่าเกลียดพี่ก้องเลย

                ใครจะไปเกลียดพระเอกของเพื่อนกันเล่า หนูนานั่นแหละ ทำไมชอบว่าเขาจัง

                แหม มดก็รู้ว่าเราปากเสียมาแต่ไหนแต่ไร นี่เราพยายามแล้วนะ แต่ของแบบนี้มันต้องใช้เวลา

                จริงของหนูนา สำหรับเพื่อนเธอคนนี้เท่านี้ก็ถือว่าพยายามมากแล้ว เธอไม่ควรเข้าไปยุ่งกับพวกเขามากไปสินะ ตราบใดที่ผู้ชายคนนั้นรักหนูนามากพอก็คงไม่มีปัญหาอะไร

                บางที... ความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิงอาจซับซ้อนเกินกว่าคนนอกอย่างเธอจะเข้าใจ

 

                ลมเย็นจากช่องปรับอากาศแรงเสียจนผมสั้นของหนุ่มน้อยปลิวไหว มุทิตาเกลี่ยเส้นผมหยักศกน้อยๆ ซึ่งตกลงมาปรกหน้าผากของเด็กชายหน้ามอมที่นั่งอยู่บนตักเธอ ก่อนจะเอื้อมมือไปหันช่องลมนั้นหนีเสีย แต่มือน้อยก็หันมันกลับมาทันที วนเวียนอยู่แบบนี้หลายครั้งจนหญิงสาวคร้านจะต่อกร

                อยากไม่สบายก็ตามใจ

                คนที่ใช้สมาธิทั้งหมดจดจ่อกับท้องถนนหัวเราะหึ นึกขันผู้หญิงที่บรรลุนิติภาวะแล้วแต่กลับทำอะไรเด็กชายวัยสองขวบไม่ได้จนต้องงัดคำขู่มาใช้แทน แถมยังเป็นคำขู่ที่แสนจะ หน่อมแน้ม อีกต่างหาก

                แม้เสียงหัวเราะจะไม่ดังนักแต่มุทิตาก็ได้ยิน เธอหันไปค้อนลมค้อนแล้งกับต้นไม้ข้างทางเป็นการระบายอารมณ์

                เอ้า ง้ออาเขาหน่อยเร็ว อางอนแล้วเห็นไหม คุณพ่อชี้โพรง

                อาโม้ดฉุดฉวย

                ไม่ต้องเลย มุทิตาหยิกแก้มเด็กชายซึ่งหันหน้ามาหาเธอ ใครสอนให้ทะเล้นแบบนี้ฮึ

                ไม่ใช่ผมนะ หมอนี่เล่นตามติดลูกสาวเพื่อนผมทั้งวันแล้วก็เที่ยวพูดอะไรแปลกๆ อย่างนี้แหละ ชายหนุ่มร้อนตัว

                เด็กกำลังช่างพูดช่างจำ

                ผมเห็นไม่ใช่คำหยาบเลยไม่ว่าอะไร

                แล้วทำไมเขาต้องมาพูดเหมือนแก้ตัวกับเธอด้วยเล่า พีร์นึกหยันตัวเองในใจ

                แล้วตึกนั้นใช้ได้ไหม เขาเสเปลี่ยนเรื่อง

                มดชอบนะ แต่ต้องรอแม่ตัดสินใจอีกทีค่ะ

                ทำเลตรงนั้นค่าเช่าแค่นี้ก็ถือว่าคุ้ม อย่างไรป้าคงเห็นด้วยแน่

                หญิงสาวรับฟังด้วยความปลื้มใจ การที่คนคนหนึ่งซึ่งดูเหมือนไม่สนใจเรื่องใคร แต่กลับให้กำลังใจเธอนั้นนับเป็นสิ่งที่น่ายินดียิ่ง

                มดขอเรียกไต๋ว่าพี่พีร์บ้างได้ไหมคะ พูดไปแล้วก็แทบจะกัดลิ้นเมื่อเขาตอบมาทันควัน

                อย่าเลย

                โธ่เอ๋ย อะไรดลใจให้เธอเอ่ยออกไปนะ เพราะเขาคนเดียว... เพราะความใจดีของเขาแท้ๆ เชียว

                เมื่อก่อนคุณไม่ได้เรียกผมอย่างนี้สักหน่อย

................................................................

     มาค้นหาเรื่องราวในอดีตของผู้ชายลึกลับไปกับมดตะนอยต่อในตอนหน้านะคะ

     ส่วนตอนนี้ไรต์ขอฝากหนังสือทำมือเรื่องล่าสุดของไรต์สักนิดน้าาา

#น้ำค้างเปื้อนสี มีวางจำหน่ายที่ร้านนายอินทร์ทุกสาขา (ถ้าหาไม่เจอสามารถสอบถามพนักงานได้เลยค่ะ)

และสามารถสั่งซื้อได้ที่เว็บไซต์ https://www.naiin.com/product/detail/211102

หรืออ่านรีวิวก่อนได้ที่ http://www.goodreads.com/book/show/34326731 นะคะ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

81 ความคิดเห็น

  1. #16 Shiborii (@ichomp) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2560 / 23:24
    ทำไมพี่พีร์ใจร้ายยยย จะให้เรียกไต๋ไปถึงไหนๆๆ
    #16
    1
    • #16-1 thezircon (@thezircon) (จากตอนที่ 9)
      13 พฤษภาคม 2560 / 15:23
      ฟอร์มจัดแบบนี้เดี๋ยวให้มดงอนซะเลยเนอะคะ
      #16-1
  2. #15 Singlegirl (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2560 / 08:54
    เย้ ไรท์เข้ามาอัพน้องเวฟแล้ว เมื่อก่อนน้องมดตะนอยเรียกพี่สองนะคะไม่ใช่พี่พีร์

    ไม่รู้ว่าน้องมดจะจำได้ป่าว
    #15
    1
    • #15-1 thezircon (@thezircon) (จากตอนที่ 9)
      12 พฤษภาคม 2560 / 15:37
      55 ทุกคนรู้ ยกเว้นมดซะงั้นเนอะคะ
      #15-1
  3. #14 CW_JIN (@jaanz) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2560 / 19:31
    ไรต์จ๋าาาา คิดถึงอิพี่เดียวววววววว แต่พี่พีร์ก็สนุกกกกกก
    #14
    1
    • #14-1 thezircon (@thezircon) (จากตอนที่ 9)
      12 พฤษภาคม 2560 / 15:36
      วันศุกร์มาเดตกับพี่เดียวกันนะคะ
      #14-1