ตอนที่ 7 : บทที่ ๔ (๑๐๐%) เพื่อนเก่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 736
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    8 พ.ค. 60

                    ไปด้วยกันสิ แค่ห้างแถวนี้เอง

                แต่มดต้องดูแม่

                บ้านนี้มีคนอยู่ตั้งเยอะ ผมคนเดียวดูลูกไม่ไหวหรอก พีร์พยายามหว่านล้อม เมื่อเห็นลูกชายเดินมาหลังเอาของไปเก็บจึงอาศัยเด็กน้อยช่วยพูดอีกแรง ว่าไงเวฟ อยากให้อามดไปกับเราไหม

                อยากฮะ! อาโม้ดไปๆเจ้าหนูตรงมาเขย่ามือ

                อามดต้องอยู่เป็นเพื่อนคุณย่าของเวฟไงจ๊ะ

                เก๊าะให้ป้ออยู่จิ

                เอ๊ะ ไอ้นี่ เขาผิดเองที่เลือกคบเด็กสร้างบ้าน งั้นก็อยู่ที่นี่ทั้งคู่แหละ

                มุทิตาหน้าเหลอหลาทีเดียว เออหนอ เมื้อกี้เขาค้อนเธอหรือเปล่านะ ดูซี เด็กชายเลยพลอยหน้าจ๋อยไปด้วยเลย

                ชายหนุ่มลอบสังเกตปฏิกิริยาของคนข้างๆ ครั้นเห็นแววลังเลในสายตาของเธอจึงเริ่มรุกต่ออีกที

                ตกลงจะไปไหม บอกไว้ก่อนนะ ผมคนเดียวดูลูกไม่ไหวแน่ ถ้าคุณไม่อยากให้เด็กมันผิดหวังก็ไปด้วยกันเถอะ

                ไม่นานใช่ไหมคะ

                ไม่นานหรอก ซื้อของ...หาอะไรกิน...แล้วก็กลับ เท่านั้นเอง

                ค่ะ ถ้าอย่างนั้นมดขอไปบอกแม่ก่อน

                ฝากใครบอกก็ได้ ป่านนี้ป้าคงหลับแล้วกระมัง เจ้าของแผนการรีบค้าน

                เมื่อหญิงสาวพยักหน้าคล้อยตาม  เมื่อนั้นแหละคนต้นคิดจึงค่อยผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก

 

                ปัจจุบันแม้แต่ในจังหวัดเล็กๆ ก็ยังมีศูนย์การค้าขนาดใหญ่ดังเช่นที่เราสามารถพบเห็นได้แทบทุกหัวมุมถนนในเมืองหลวง เจ้าถิ่นอธิบายต่อไปอีกว่า พักหลังสถานที่แห่งนี้เปรียบเสมือนแลนด์มาร์ค ของจังหวัดก็ว่าได้เพราะเป็นศูนย์การค้าที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัด เป็นแหล่งรวมของร้านค้าและโรงภาพยนตร์ นอกจากนี้ยังมีส่วนลดยวนใจทุกสัปดาห์

                มดตะนอย ชายหนุ่มเอ่ยอย่างอ่อนโยนเมื่อมาประชิดตัว

                เธอชอบเสียงของเขาเมื่อกี้เหลือเกิน ไม่มีใครเรียกชื่อเล่นเต็มๆ ของเธอมานานแล้ว แถมมันยังออกมาจากปากของคนที่เธอคาดไม่ถึงว่าเขาจะรู้อีกต่างหาก

                เขาเป็นใครกันแน่หนอ ผู้ชายแสนเนี้ยบยามเจอกันครั้งแรก ผู้ชายขี้หงุดหงิดเมื่อครั้งเวียนเทียน ไต้ก๋งผู้รอบรู้เรื่องทะเล หรือว่า...เธอไม่รู้จักเขาเลย

                หิวไหม รอผมซื้อของเสร็จก่อนไหวหรือเปล่า แล้วค่อยออกไปหาอะไรกินข้างนอก ชายหนุ่มถามพร้อมกับรับร่างตุ้ยนุ้ยที่โผหา

                คะ ย้อนถามเบลอๆ

                ฉงฉัยอาโม้ดหิวเหมือนหนู

                แกว่าอะไรหรือคะ

                พีร์หัวเราะแต่ไม่ยอมแปล คุณนี่ เป็นอะไรไปฮึ ทุกทีก็ฟังภาษาลูกผมออกไม่ใช่หรือไง

                ก็เมื่อกี้มดไม่ทันตั้งใจฟังนี่นา

                เขาเคยนึกทึ่งอยู่เสมอที่คนซึ่งไม่ได้คลุกคลีกับเด็กชายอายุสองขวบจะสามารถฟังภาษาของแกออก แม้แต่เขาซึ่งเป็นพ่อแท้ๆ บางคราวยังไม่เข้าใจเลย ทว่ามุทิตาไม่ได้เพียงแค่ฟังออกเท่านั้น หากยังสามารถสื่อสารในโลกใบเล็กของหนูน้อยได้อีกด้วย เพิ่งรู้ว่าแท้จริงแล้วเธอก็ต้องใช้ความพยายามอย่างมากเช่นกัน

                คิดแล้วก็อดเอ็นดูหญิงสาวข้างๆ ไม่ได้ เขาชอบในความพยายามของเธอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่มีต่อลูกของเขา

                มด... มดหรือเปล่า เจ้าของเสียงแตะแขนผู้ต้องสงสัยและชะโงกหน้ามามองชัดๆ เจ้าหล่อนอยู่ในชุดคลุมท้องสีชมพูอ่อน

                อ้าว! หนูนา

                ใช่แกจริงๆ ด้วย ฉันไม่เคยจำใครผิดอยู่แล้ว

                หนูนาเป็นเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยของเธอ หนึ่งในจำนวนเพื่อนที่สนิทและไว้ใจได้ แต่พอเรียนจบต่างคนต่างก็แยกย้ายกันไป

                คิดถึงแกจัง ทำไมถึงมาอยู่นี่ได้

                เราย้ายมาอยู่กับแม่ฟ้าน่ะ อ้อ นี่พี่พีร์...หลานแม่ฟ้า แล้วก็เวฟ...หลานเราเพื่อนสาวแนะนำ

                อ้าว...

                ทำไมเหรอ

                เปล่าๆ สวัสดีค่ะ หนูนาเป็นเพื่อนสมัยเรียนของมดน่ะค่ะ อุ๊ย! น่ารักจัง คนท้องเอื้อมมือหมายจับแก้มยุ้ยด้วยความมันเขี้ยว แต่เจ้าหนูกลับหันหน้าหนีพลางเกาะแขนพ่อแน่นขึ้น ท่าทางหวงตัวจนน่าหมั่นไส้ทีเดียว

                แล้วหนูนามากับใคร

                เรามากับแฟน บอกพร้อมรอยยิ้มแห้งๆ นั่นไง มาพอดี

                ผู้ชายคนหนึ่งกำลังตรงมาทางนี้ เขาตัวเล็กกว่ามาตรฐานชายไทยทั่วไป อาจจะเล็กกว่าฝ่ายหญิงเสียด้วยซ้ำ แต่กลับมีสีหน้าอันเด็ดเดี่ยว มุทิตาไม่เคยรู้เรื่องคนรักของเพื่อนมาก่อน ไม่เคยได้ยินแม้กระทั่งข่าวคราวงานวิวาห์ จู่ๆ มาเจอเพื่อนของตัวเองอุ้มท้องลูกของชายคนนั้นจึงอดมีอคติกับเขาไม่ได้

                พี่ก้อง นี่มด...เพื่อนหนูนา

                อ้อ สวัสดีครับ เขาก้มศีรษะเล็กน้อย ลูกชายน่ารักดีนะครับ

                เฮ้ย!” หนูนาตีแขนคนรัก อีกใจหนึ่งก็นึกขำสีหน้าของแม่เพื่อนตัวดี

                เห็นไหม พี่บอกแล้วว่าเราไม่ได้มีลูกเร็วไป ดูเพื่อนหนูนาสิ นี่กี่ขวบแล้วครับ

                สองขวบค่ะ แต่ไม่ใช่ลูกฉัน คนที่ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นแม่เชิดหน้าขึ้น หนูนา ไว้คืนนี้เราโทร. หานะ ยังใช้เบอร์เดิมหรือเปล่า

                จ้ะคนท้องตอบรับหน้าจืด

                แล้วไม่ใช่ไม่รับสายเหมือนทุกทีนะ

                โธ่ ไม่หรอกมด

                เถอะ หวังว่าคืนนี้เธอจะได้ฟังเหตุผลดีๆ ที่หนูนาไม่ยอมรับโทรศัพท์เธอมาตลอดเสียที

               

                พีร์ลอบมองคนนั่งฝั่งตรงข้ามยิ้มๆ เธอหั่นเนื้อเป็นชิ้นพอคำสำหรับเด็กชายซึ่งนั่งคนซุปเล่นอยู่ข้างๆ แม้ตอนแรกมุทิตาจะออกอาการไม่พอใจที่เขามัดมือชกพาเธอออกมาทานอาหารไกลถึงที่นี่ แต่ด้วยรสชาติอาหารและบรรยากาศ ไม่นานความไม่พอใจก็ดูจะเลือนไป

                เขามองเส้นผมบางส่วนหลุดลุ่ยละใบหน้านวลหากเจ้าตัวกลับไม่ใส่ใจแต่อย่างใด ชายหนุ่มนึกอยากจะจับมันทัดหูเจ้าหล่อนนัก อยากรู้เหลือเกินว่ามันจะนุ่มมือสักแค่ไหน

                แต่ราวกับหญิงสาวจะรู้ตัวว่าถูกจ้องมอง เธอเสยกแก้วน้ำขึ้นจิบ ไม่กล้าเงยหน้าสู้แสงตาอีกฝ่ายเหมือนวันนั้นอีกแล้ว

                คุณกินเถอะ เดี๋ยวไม่อิ่มหรอก มัวแต่แบ่งเจ้าเวฟ เจ้าของดวงตาวาววับเอ่ยอย่างอ่อนโยน ไม่อยากให้เธอประหม่าจนพลอยขยาดเขา

                มดกินนไม่หมดหรอกค่ะ ชิ้นใหญ่ออกอย่างนี้

                เห็นลูกผมเป็นเครื่องบดอาหารหรือไง เขากล่าวติดตลก

                อามดไม่ได้พูดนะเวฟ พ่อเราพูดเองนะ หญิงสาวหันไปเฉไฉกับเด็กชาย

                คุณนี่ ชอบทำให้พ่อลูกเขาแตกกันจริง

                มุทิตาหัวเราะกิ๊ก เธอชอบท่าทางหวงลูกของเขา นี่ขนาดลูกชายนะนี่ ถ้าเป็นลูกสาวจะขนาดไหนหนอ

                เอ้อ ไม่รู้พี่แจ๊ดจะเป็นอย่างไรบ้างนะคะ เธอรีบเปลี่ยนเรื่องเมื่อเห็นแววตาขุ่นๆ

                เรื่องอะไร

                ก็คราวที่แล้วพี่แจ๊ดคงไม่พอใจ มดไม่มีเบอร์ด้วยเลยไม่รู้จะขอโทษยังไง

                ลูกคนเดียวก็แบบนี้ อย่าใส่ใจเลย

                ขอเบอร์หน่อยสิคะ

                เบอร์ใคร

                เบอร์พี่แจ๊ดน่ะค่ะ มือเล็กสาละวนกับการหั่นสเต๊กขณะโต้ตอบ

                แล้วเบอร์ผมล่ะ

                หัวใจสาวกระตุกวูบ หากเธอแสร้งไม่สนใจ หันไปพูดกับเด็กชายแทน

                ค่อยๆ เคี้ยวนะจ๊ะ

                ว่าไง ปลายเสียงทอดยาวอย่างอ่อนโยน เอาไหม

                แล้วแต่จะกรุณาสิคะ คนตอบก้มหน้างุด

                ชายหนุ่มยิ้มพอใจ มุทิตาจัดการบันทึกอย่างรวดเร็ว เธอเงยหน้าสบตาเขา ทวงถามผ่านสายตาถึงเบอร์ของอีกคน แต่คนตรงข้ามกลับทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ เก็บมือถือใส่กระเป๋ากางเกงดังเดิม

                แล้วเบอร์พี่แจ๊ดล่ะคะ

                ผมไม่มีบอกคล้ายไม่ใส่ใจ

                อ้าว

                ถ้ามีอะไรเดี๋ยวเขาก็โทร. มาเองแหละ

                เออหนอ ทำไมวันนี้เขาถึงได้ขยันกวนอารมณ์...กวนความรู้สึกของเธอนักนะ

                ขี้โกง หญิงสาวบ่นอุบอิบ

                คุณจงใจแกล้งผมก่อนนะ

                มดนี่นะ มดไปแกล้งไต๋ตอนไหน

                คุณจงใจใช้เวฟเป็นเครื่องมือมาปั่นหัวผม อย่าปฏิเสธล่ะว่าไม่จริง

                มุทิตาส่ายศีรษะพลางยิ้มขัน ในเมื่อรู้ว่าเธอแกล้งแล้วเขาจะกังวลไปไยเล่า

                ก็มดเพิ่งเคยเห็นคุณพ่อหวงลูกชายนี่นา

                ผู้ชายหรือผู้หญิงผมก็ห่วง ลูกผมทั้งคน คุณพ่อแย้งเสียงเข้ม ไม่พอใจกับคำกล่าวหาของฝ่ายตรงข้าม

                พี่ผึ้งต้องภูมิใจมากแน่ๆ ที่มีลูกกับไต๋คนช่างเย้าเผลอรำพัน

                คุณรู้เรื่องผึ้งได้ไง

                ก็...มดมาอยู่ที่นี่สักพักแล้ว รู้อะไรบ้างก็ไม่แปลกไม่ใช่หรือคะ

                ใครเป็นคนบอก

                หญิงสาวสอดส่ายสายตาเลิ่กลั่ก อยากตบปากตัวเองนัก เธอไม่ควรเอ่ยถึงเรื่องนี้เลยจริงๆ

                ช่างเถอะ มันไม่ใช่ความลับอะไร คุณคงได้ยินแต่เรื่องแย่ๆ ของผมกระมัง

                เอาอีกแล้ว เธอเกลียดน้ำเสียงเหยียดๆ ของเขาเหลือเกิน ถ้ามันซื้อได้ เธอจะขอซื้อมาใส่ขวดโหลเก็บไว้ เหมือนในการ์ตูนที่เธอชอบดูสมัยเด็กนั่นปะไร

                เท่าไรคะ

                ชายหนุ่มวางแก้วน้ำลงพลางเลิกคิ้วอย่างสงสัย

                ก็น้ำเสียงเหยียดๆ แบบเมื่อกี้นี้ไงคะ ไต๋จะขายสักเท่าไร

                อ้อ คุณชอบ

                เปล่าค่ะ เกลียดต่างหากถึงอยากซื้อเก็บไว้ แล้วจะฝากไต๋เอาไปถ่วงน้ำ

                พีร์มองสบแววตาวาวกล้าซึ่งมองตรงมาอย่างไม่เกรงกลัว ราวกับร่างของเด็กน้อยในวันวานปรากฏผ่านดวงตาคู่นั้นอีกครั้ง และเขายินดียิ่งที่ได้เห็นมัน

 

                สองหนุ่มสาวและหนึ่งเด็กน้อยกลับถึงบ้านหลังตะวันตกดินได้ไม่นาน หากเม็ดฝนที่ร่วงโรยกับท้องฟ้ามืดครึ้มก็ทำเอาคนรอใจคอไม่ดี

                ดุจนภาลงมาข้างล่างด้วยความช่วยเหลือจากสาวใช้เมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อน ทันทีที่ได้ทราบข่าวว่าลูกสาวสุดที่รักออกไปข้างนอกกับหลานชายตัวแสบก็พานจะเป็นลม และตอนนี้คนเจ็บก็กำลังนั่งคอแข็งอยู่บนเก้าอี้ยาวกลางบ้านนั่นเอง

                แม่ ทานข้าวยังคะ มุทิตาปรี่ไปหาเมื่อเห็นมารดาบุญธรรมนั่งอยู่คนเดียว

                หญิงชราปรายตากราดเกรี้ยวไปยังหลานชาย ก่อนจะหันมาสบตาลูกสาวของเพื่อนรักด้วยแววตาอ่อนโยนดังปกติ ลองเธอถามแบบนี้แสดงว่าไอ้ตัวแสบยังไม่ได้บอกอะไร

                ยังเลย

                ทำไมล่ะจ๊ะ มดฝากปุ้ยบอกแม่แล้วนี่นา

                ไม่ค่อยหิวน่ะ

                ไม่ทานข้าวแล้วจะทานยาได้ไง แล้วยังปวดอยู่ไหมคะ

                นิดหน่อย

                งั้นเดี๋ยวมดไปบอกให้ปุ้ยอุ่นกับข้าวระหว่างที่มดไปเอายามานวดข้อเท้าให้ดีกว่า ร่างบางลุกไปทันทีที่พูดจบ

                พีร์ซึ่งยืนดูเหตุการณ์อยู่เงียบๆ จึงใช้ถุงพลาสติกดุนหลังลูกชายให้ขึ้นไปข้างบน

                ไปเวฟ ไปอาบน้ำได้แล้ว

                เดี๋ยว ผู้เป็นป้าเรียกไว้ แกคิดจะเล่นอะไรฮึพีร์ ฉันไม่สนุกด้วยหรอกนะ

                ผมไม่เคยทำอะไรเล่นๆ หลานชายตอบด้วยน้ำเสียงจริงจังอย่างที่คนฟังคาดไม่ถึง

                ดุจนภานิ่งไปอึดใจก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยเสียงแหบพร่า ยอมทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมดทั้งมวล ฉันขอล่ะพีร์ แกทำให้ฉันเสียใจมากี่ครั้ง...

                ทว่ามาถึงขั้นนี้แล้ว ท่าทีอ่อนลงของป้าก็ดูจะไม่มีความหมายอะไร ตอนนี้เขากำลังมีความสุขอย่างที่ไม่ได้รู้สึกมานาน เขาโหยหาบรรยากาศแบบมื้อเย็นที่ผ่านมา แล้วทำไมจะต้องยอมให้ป้าพรากความสุขจากเขาด้วยอีกเล่า

                ชายหนุ่มเดินหนี และนั่นก็ทำให้หญิงชราไม่อาจคาดเดาผลที่จะตามมา

 

                แม้จะขาดการติดต่อกันนานขนาดไหน แต่ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนก็ยังคงต่อติดอยู่เสมอ มุทิตาได้ยินเสียงคุ้นหูจากปลายสายผ่านเข้าสู่โสตประสาทชัดเจน เป็นครั้งแรกในรอบเกือบปีก็ว่าได้ที่หนูนายอมรับสายเธอ

                แล้วหนูนาแต่งงานตั้งแต่เมื่อไร ทำไมเราไม่รู้ล่ะ ในที่สุดหญิงสาวก็หาทางวกเข้าเรื่องนี้จนได้ แม้คนจากปลายสายจะพยายามชวนคุยเรื่องอื่นอยู่นาน

                มันฉุกละหุกไปหมด เราไม่ได้แต่งงานกับเขาหรอกมด เราท้อง เราท้องถึงต้องย้ายมาอยู่กับเขา ขอโทษนะที่ไม่ได้บอกแกเลย

                หนูนา...

                ตั้งแต่ยายเสียเราก็มีแต่พี่ก้อง ตอนนั้นเราเพิ่งเรียนจบด้วย มดไม่รู้หรอกว่ามันคว้างแค่ไหน เราไม่เหมือนมดที่มีพี่ๆ ตั้งสามคนคอยดูแล อีกอย่างพี่ก้องก็เสมอต้นเสมอปลายตลอด เราก็เลย...เผลอใจ

                โธ่เอ๋ย ถ้าเมื่อสองปีก่อนมีคนมาบอกเธอว่าเพื่อนสนิทแสนห้าวที่ไม่เคยไว้หน้าผู้ชายคนไหนจะกลายเป็นสาวอ่อนไหว มุทิตาคงได้หัวเราะกิ๊ก หนูนาทั้งเรียนเก่งแถมยังมากด้วยประสบการณ์ชีวิต ใครเล่าจะคิดว่าเธอจะมาแพ้ใจเอากับผู้ชายที่แม้แต่รูปร่างก็ยังเล็กกว่าตัวเอง

                แล้วทำไมไม่ยอมรับสายเราเลย

                เรากลัว...กลัวไปหมด เราคงทำแท้งไปแล้วถ้าพี่ก้องไม่ห้ามไว้ เราเคยด่าผู้ชายไว้มาก มันเสียหน้านะที่เรากลับเหลวแหลกเสียเอง

                ฮื้อ! อย่าพูดแบบนี้นะหนูนา

                ที่เรากล้าทักมดวันนี้ก็เพราะนึกว่ามดมีลูกแล้วเหมือนกัน ถ้าเรารู้ว่านั่นหลานมด เราคงไม่กล้าเข้าไปทักหรอก

                คิดเพี้ยนๆ น่ะซี

                ขอโทษนะ พี่ก้องก็ฝากขอโทษเหมือนกัน เราน่าจะรู้ว่ามดไม่มีทางเหลวแหลกเหมือนเราหรอก มันเป็นกรรม เพราะเราทำผิด เราชิงสุกก่อนห่าม แบบนี้มารหัวขนมันถึงได้มาเกิดอย่างไรล่ะ ปลายสายวกมาต่อว่าตัวเองรุนแรง

                หนูนา!” คนฟังใจไม่ดีจนต้องเปลี่ยนเรื่องเสีย ไม่อยากให้เพื่อนไม่สบายใจไปกว่าเดิม ไม่เอา เราไม่พูดเรื่องนี้แล้ว ว่าแต่ตอนนี้หนูนาทำงานที่ไหน

                เรามีเรื่องกับพวกปากเสียที่ที่ทำงานเลยถูกให้ออก ตอนนี้เรารับทำบัญชีเอง แล้วก็ช่วยพี่ก้องขายก๋วยเตี๋ยว มดลองมาชิมสักครั้งสิ รับรองจะติดใจ

                ขนาดนั้นเลย

                ขนาดนั้นสิ เราทำลูกชิ้นกันเองนะ

                หนูนาอยู่แถวไหน เรามาอยู่ที่นี่ก็ว่างๆ ได้แวะไปหาแน่ๆ

                ขณะที่เพื่อนสาวกำลังอธิบายที่ตั้งของร้าน หางตาของคนจดก็เหลือบไปเห็นหูหิ้วของถุงพลาสติกโผล่ออกมาจากลิ้นชักโต๊ะหัวเตียง หญิงสาวเปลี่ยนท่าจากนอนคว่ำมานั่งห้อยขาลงจากเตียง เอื้อมมือดึงลิ้นชักออกมา

                มาถูกหรือเปล่า

                จ้ะ คิดว่าถูกนะ ตอบอย่างใจลอยเพราะมัวแต่สนใจของที่อยู่ในถุง หนังสือเล่มหนาหล่นปุลงบนตักเธอ

                ว่าแต่ทำไมมดถึงมาอยู่นี่ล่ะ

                แม่วันรู้เรื่องเรากับพี่เหมแล้ว

                จริงเหรอ!”

                หนูนาคือคนที่รู้เรื่องระหว่างเหมันต์กับเธอดีที่สุด นอกจากนี้ยังเป็นคนแรกที่สังเกตเห็นและบอกให้เธอลองสังเกตว่าเหมันต์นั้นคิดอย่างไรกับเธอ ดังนั้น มุทิตาจึงสามารถเล่าเรื่องต่างๆ ที่ผ่านมาได้อย่างสบายใจ

                เพื่อความสบายใจของทุกคน เราเลยย้ายมาอยู่กับแม่ฟ้า อีกอย่างแม่ฟ้าก็มีบุญคุณกับเรามาก แต่เราไม่เคยดูแลท่านเลย

                แล้วพี่เหมว่าไง

                ไม่ได้ว่าไง เขาไม่รู้ว่าแม่วันมาคุยกับเราน่ะ

                เชื่อไหม ฉันว่าพี่เหมไม่หยุดแค่นี้หรอก

                มุทิตาหยิบหนังสือบนตักมาพลิกดูทีละหน้า...ทีละหน้า เมื่อเย็นเธอเพิ่งวางหนังสือเล่มนี้คืนเมื่อเวฟชี้ชวนให้ไปดูสมุดภาพหลากสีอีกมุมหนึ่ง ตั้งใจว่าจะกลับมาหยิบไปจ่ายเงินทีหลัง แต่เมื่อไปเดินหาอีกรอบก็ไม่พบเสียแล้ว ยังนึกเจ็บใจตัวเองที่ไม่ยอมถือติดมือไปด้วยทั้งที่เหลือเป็นเล่มสุดท้าย

                เขารักแกจริงๆ ฉันดูออก หนูนามักจะใช้สรรพนามแบบนี้เสมอเมื่อมีความมั่นใจเป็นพิเศษ

                หนูนา เลิกจับคู่เรากับพี่เหมสักทีเถอะ

                โอ๊ย! ไม่เชื่อก็ตามใจ แต่เราจะบอกให้...ถ้าเราเป็นมด เราจะรักคนแบบพี่เหมนี่แหละ แกไม่รู้หรอกว่าโลกข้างนอกมันมีแต่ผู้ชายเฮงซวยขนาดไหน แกน่ะโชคดีมากรู้ไหมที่มีคนที่รักแกจริงอย่างพี่เหม

                ไว้เราจะไปหาหนูนานะ

                นี่ไม่ฟังกันเลยใช่ไหม

                ฟังจ้ะ ฟัง คนถูกกล่าวหาตอบขันๆ พลางปิดหนังสืออย่างทะนุถนอม

                มดนี่นะ อะไรก็ทำเป็นเล่นไปหมด ไม่อยากคุยด้วยแล้ว

                งั้นเท่านี้ก่อนก็ได้ เรายังไม่ได้อาบน้ำเลย เดี๋ยวต้องรีดผ้าอีก

                ย่ะ

                หญิงสาวหัวเราะกิ๊กเมื่อสัญญาณตัดไป เธอวางหนังสือไว้บนหัวเตียง นึกถึงคนที่ให้มา รอยยิ้มก็กว้างยิ่งกว่าเดิม

 ..............................................................     

     หนูนามาเป็นเจ๊ดันให้พี่เหมสุดตัวขนาดนี้ ถ้าพี่พีร์รู้เข้าจะน้อยใจไหมเนี่ย >///<

     พรุ่งนี้มาติดตามกันต่อนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

81 ความคิดเห็น

  1. #13 Singlegirl (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 19:49
    นี่นู๋มดจำพี่พีร์ไม่ได้เหรอเนี่ย เคยเล่นกันสมัยเด็กๆ

    หวังว่าพี่พีร์จะแกล้งป้าแบบเบาๆนะคะ
    #13
    1
    • #13-1 thezircon (@thezircon) (จากตอนที่ 7)
      9 พฤษภาคม 2560 / 15:32
      ตอนเขียนนี่แพรวพยายามย้อนนึกถึงความทรงจำตอนห้าขวบไปด้วยค่ะ แล้วพบว่าเลือนรางมากกกกก 55
      #13-1
  2. #12 Singlegirl (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 19:48
    นี่นู๋มดจำพี่พีร์ไม่ได้เหรอเนี่ย เคยเล่นกันสมัยเด็กๆ

    หวังว่าพี่พีร์จะแกล้งป้าแบบเบาๆนะคะ
    #12
    0