ตอนที่ 35 : บทที่ ๑๘ (๗๐%) ทางที่เลือก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 326
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    15 ก.ย. 60

เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้ง ยังไม่ทันที่คนเฝ้าไข้จะลุกไปดู ชายหนุ่มสองคนก็เปิดประตูเข้ามา ก้องภพเล่าว่าเขาบังเอิญเจอประกอบซึ่งแวะมาเยี่ยมป้าพอดีจึงได้บอกข่าวสำคัญทั้งสองแก่เด็กหนุ่ม

                เสียงพูดคุยของบุรุษทั้งสามคงตามเข้าไปรบกวนโสตประสาทของคนที่กำลังอยู่ในห้วงนิทราไม่น้อย หญิงสาวหยีตามองสู้แสงไฟมอง ประกอบหันมาเห็นพอดี

                พี่มด เป็นอย่างไรบ้างครับ

                แค่หน้ามืดเท่านั้นเองจ้ะ ค่อยยังชั่วแล้ว

                โลกกลมจังนะครับ คนในออฟฟิศเราทุกคนมีอันต้องมาเกี่ยวพันกับโรงพยาบาลพร้อมกันแบบนี้

                พี่ว่าจะไปเยี่ยมป้าของเธอแท้ๆ กลายเป็นเธอต้องมาเยี่ยมพี่แทน

                แล้วนี่มดได้บอกใครหรือยัง ก้องภพถามขึ้นบ้าง

                มุทิตาเหลือบมองเหมันต์แวบหนึ่ง ก่อนหลับไปเมื่อครู่เธอขอร้องเขาไว้ว่าขออย่าเพิ่งบอกเรื่องนี้กับดุจนภาเป็นอันขาด และเขาก็รับปากเป็นอย่างดี

                เปล่าค่ะ มดไม่อยากให้แม่เป็นห่วง พี่ก้องกับประกอบอย่าบอกใครนะ

                โธ่เอ๋ย... แล้วใครจะกล้าขัดใจคนป่วยได้ลงคอ

                สองหนุ่มต่างกลับออกไปดูแลคนรักของตัวเองหลังมาเยี่ยมได้สักพัก หญิงสาวซึ่งค่อยยังชั่วขึ้นแล้วตั้งใจจะตามไป แต่ถูกคนที่ทำตัวราวกับเป็นคุณหมอประจำตัวน้องสาวขัดไว้ เหมันต์กึ่งบังคับกึ่งขอร้องให้เธอทานอาหารและยาให้เรียบร้อยเสียก่อนแล้วจะพาไป

                มุทิตาอยากดื้อนักเมื่อถูกขัดใจ แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมาคือเครื่องพิสูจน์อย่างดี ใครหวังดีกับเธอที่สุด

                ห้องที่หนูนาพักอยู่เป็นห้องผู้ป่วยรวม เตียงฝั่งละห้าตัวถูกตั้งหันหน้าเข้าหากัน คุณแม่มือใหม่บางคนกำลังให้นมลูกน้อยอยู่บนเตียง เมื่อเห็นว่าใครมาเยี่ยม คนซึ่งดูเหมือนยังอ่อนเพลียอยู่ก็มีท่าทางกระปรี้กระเปร่าทันตา

                พี่เหมกับพี่ก้องไปหาอะไรกินก่อนก็ได้นะ ให้มดอยู่กับหนูนานี่แหละ หนูนาเอ่ยไล่ทางอ้อม ทว่าสามีตามไม่ทัน

                พี่เพิ่งลงไปกินตอนหนูนาหลับเมื่อกี้นี้เอง

                ก็ลงไปเป็นเพื่อนพี่เหมอีกไม่ได้หรือไง ภรรยาย้อนเสียงเขียว

                แค่มองตาก็รู้... เพื่อนกำลังทุกข์ใจ แม้จะพยายามซ่อนมันไว้แค่ไหนก็ตาม แย่เหลือเกินที่เธอไม่เคยสังเกตเห็นมันเลยยามทะเลาะกัน ทิฐิทั้งนั้นที่เข้ามาบดบัง

                พี่ก้องบอกว่ามดเป็นลมล้มพับไป เป็นอะไรมากหรือเปล่า เธอถามหลังชายหนุ่มทั้งสองลับตาไป

                ไม่หรอก ยังมาเยี่ยมหนูนาไหวนี่ไง

                ทำตลกไปเถอะ เราดูออกนะว่ามดมีอะไรในใจ เราขอโทษที่เคยโกรธแกตอนนั้น

                เลิกขอโทษเราเสียที เอาแต่ขอโทษแบบนี้ไม่รู้สึกเสียศักดิ์ศรีบ้างเหรอ

                ไม่เลย เราไม่เคยยึดติดศักดิ์ศรีกับคนที่เรารักอยู่แล้ว บอกเราได้ไหมว่าอะไรทำให้แกดูทุกข์ใจขนาดนี้

                มุทิตายอมเล่าทุกอย่างในที่สุด ในเมื่อเพื่อนยอมละซึ่งสิ่งที่เจ้าหล่อนเห็นมันสำคัญเสมอ เธอเองก็พร้อมที่จะใช้...ใจแลกใจ

                เราไม่รู้ว่าแม่เลี้ยงเรามาเพราะรักที่เราเป็นเรา หรือเพราะท่านเห็นเราเป็นตัวตายตัวแทนของพ่อกันแน่ ได้รู้แบบนี้แล้วมันเจ็บปวดมากนะหนูนา

                คราวนี้เธอไม่มีน้ำตาอีกแล้ว มันกลายเป็นความขมขื่นลึกๆ ในใจราวกับการได้เปรยถึงเรื่องนี้กับเหมันต์ไปก่อน ช่วยสะกิดหนองออกจากแผลแล้วเรียบร้อย

                มดน่าจะพูดกับป้าฟ้าให้เข้าใจ อย่างน้อยท่านก็มีพระคุณมากนะ แกคิดแบบนี้มันเหมือนดูถูกน้ำใจทุกคนที่เลี้ยงแกมา

                เรารู้ เราก็อยากทำได้แบบนั้น แต่ตอนนี้มันไม่มีความมั่นใจเหลืออยู่แล้วหญิงสาวสูดหายใจลึกอย่างตัดสินใจ เราจะย้ายไปอยู่กรุงเทพ

                เฮ้ย!”

                เราไม่ได้จะกลับไปอยู่กับแม่วันหรอกนะ เราจะเช่าห้องเล็กๆ แล้วหางานทำเอา

                แล้วงานที่นี่ล่ะ แกจะทิ้งฉันเหรอ

                หนูนาเคยบอกเราเองว่าอยากหยุดงานเลี้ยงลูกสักพัก หรือไม่อย่างนั้นประกอบคงพอช่วยงานได้ เราจะพูดกับแม่ให้เข้าใจก่อนไป แม่ชอบหนูนาคงไม่ว่าอะไร

                ช่วยตอบเราอย่างหนึ่งสิ แกไม่ได้หนีปัญหาใช่ไหม แกแค่กลับไปตั้งหลัก อย่างนั้นใช่ไหม

                จ้ะ ใช่... ใช่จ้ะหนูนา

                มืออวบอูมยื่นมาบีบมือบางอย่างให้กำลังใจ ดวงตาสองคู่ซึ่งมีน้ำใสเอ่อคลอมองสบกันอย่างเปี่ยมความหมาย มุทิตารู้สึกสบายใจขึ้นอย่างประหลาด จะเป็นเพราะสบายใจที่ได้ระบายออกไปหรือเพราะอารมณ์ซึ่งมักขึ้นๆ ลงๆ ช่วงนี้ก็สุดรู้อีกนั่นแหละ

                ตอนไปอัลตราซาวด์...หนูนาไม่เห็นบอกเราเลยว่าหลานเราเป็นแฝด เธอฝืนยิ้ม เปลี่ยนหัวข้อสนทนา

                ขืนบอกแกคงได้ขนซื้ออะไรต่อมิอะไรมาเต็มบ้านเราน่ะซี แค่เปลเด็กนี่ก็เท่าไรแล้ว

                เราหารกับพี่เหมหรอก หนูนาไม่ถือไม่ใช่หรือที่ซื้อของเตรียมไว้ก่อน

                ไม่ เกรงใจแกมากกว่า

                พี่ก้องนี่ไม่ธรรมดา ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวแบบนี้ เอ... หรือว่าสามตัวนะ ได้แม่นกอีกตัว คุณน้าหมาดๆ เอ่ยล้อ เรียกค้อนคมจากคนบนเตียงทันควัน

                ทำพูดดีไปเถอะ แกก็รู้ว่าตอนนั้นมันไม่ตลกสักนิด

                ใช่ คงไม่ใช่เรื่องน่ายินดีนักสำหรับการครรภ์ทั้งที่ยังไม่พร้อมและไม่ได้ตั้งใจ แต่หนูนาโชคดี ความจริงใจของฝ่ายชายช่วยให้เธอผ่านช่วงเวลาเลวร้ายเหล่านั้นมาได้ด้วยดี

                แล้วแกตั้งชื่อลูกว่าอะไร

                ตอนแรกเรานึกว่าจะได้แฝดหญิงเพราะหมอบอกว่ามองไม่ชัด พ่อมันเลยตั้งไว้ว่า บัวลอย กับ ไข่หวาน น่ะซี พอรู้อย่างนี้ก็เลยย่อเหลือแค่ บัวกับลอยแทน ส่วนชื่อจริงเราจะให้พระตั้งให้ สีหน้าของผู้พูดมีร่องรอยแห่งความปลาบปลื้มปรากฏเด่นชัด

                ทุกสิ่งเปลี่ยนไปแล้วสำหรับหนูนา จากเมื่อก่อนที่เคยคิดจะทำลายชีวิตน้อยๆ ซึ่งถือกำเนิดมาพร้อมกับความไม่พร้อม ทว่าบัดนี้คุณแม่มือใหม่กลับเอ่ยถึงลูกน้อยอย่างสุขใจ

 

                ลมหนาวใกล้เข้ามาเยือนทุกที ปลายฤดูฝนเช่นนี้ความมืดเริ่มโรยตัวเร็วกว่าปกติ ทางเดินเชื่อมระหว่างอาคารซึ่งถูกขนาบข้างด้วยสนามหญ้าค่อยๆ ร้างผู้คน ร่างโปร่งระหงในชุดผ้าฝ้ายของผู้ป่วยเดินทอดน่องช้าๆ โดยมีคุณหมอประจำตัวคอยเข็นเสาน้ำเกลือก้าวไปพร้อมกัน

                เมื่อไรจะออกจากโรงพยาบาลได้ก็ไม่รู้ ไม่อยากกลับห้องเลยค่ะ อึดอัดบอกไม่ถูก

                กลัวผีล่ะซี

                มดไม่ใช่เด็กๆ สักหน่อย เมื่อก่อนน่ะกลัวค่ะ แต่เดี๋ยวนี้มดกลับคิดว่าในโลกแห่งความตายอาจจะมีคนที่เราอยากเจอก็ได้ และเขากำลังรอเราอยู่เหมือนกัน

                เหลวไหล คนบนโลกแห่งความจริงเอ็ด

                ว่าไม่ได้นะ พี่เหมเปิดประเด็นก่อนทำไม หญิงสาวยักไหล่ยียวนพลางนั่งลงบนม้าหินอ่อนตัวหนึ่งกลางสนาม

                เหมันต์มองจันทร์นวลตรงหน้าสลับกับดวงจันทร์บนท้องนภา ยากจะตัดสินได้ว่าสิ่งไหนงามกว่ากัน น้องของเขาไม่ใช่คนสวยจัดสะดุดตา หากแต่มีดวงหน้าที่เรียกได้ว่ายิ่งพิศยิ่งเพลิน สบายตา...สบายใจ...ดั่งแสงจันทร์

                สบายใจขึ้นแล้วสินะ ได้คุยกับหนูนา

                รู้ได้ไงคะ

                ก็สีหน้าเราดีขึ้น แถมยังมีอารมณ์ยอกย้อนพี่อีก

                มีรอยแย้มสรวลน้อยๆ แทนคำตอบ พี่เหมว่ามดควรจะไปขอโทษแม่ใช่ไหม ควรทำให้เรื่องทุกอย่างจบเสียที

                มดพร้อมหรือ

                ไม่รู้สิคะ หรือมดควรจะพูดกับเขาให้เรียบร้อยก่อนดี บางทีแม่อาจทำใจให้อภัยได้ง่ายกว่าถ้ามดมีอะไรที่แสดงความจริงใจไปให้ท่านเห็น

                ชายหนุ่มนิ่งงันไปด้วยกำลังนึกถึงบางสิ่งซึ่งอาจเชื่อมโยงเธอและผู้ชายคนนั้นไว้ตลอดกาล ครั้งนี้ไม่ใช่ความขลาดที่ทำให้เขาไม่กล้าบอกเธอ หากแต่เป็นความเห็นแก่ตัวในฐานะชายคนหนึ่งซึ่งพึงใจในตัวหญิงสาวเช่นกัน

                มันคงดีกว่าถ้ามุทิตาจะทราบเรื่องนั้นหลังจากหย่าขาดกับผู้ชายคนนั้นเรียบร้อยแล้ว อย่างน้อยก็มั่นใจได้ว่าเขาจะเป็นที่พึ่งหนึ่งเดียวที่เหลืออยู่สำหรับเธอ

                แบบนั้นก็ดีเหมือนกัน ให้พี่ไปเป็นเพื่อนนะ

...................................................

          มดจะไปคุยกับไต๋ว่าอะไร มาติดตามตอนหน้าเป็นตอนสุดท้ายด้วยกันนะคะ

          สุดท้ายนี้ไรต์ขอฝากผลงานทำมือเรื่องเก่าๆบ้างนะคะ 

          ยังหาซื้อได้ที่ร้านนายอินทร์ แต่ถ้าหาไม่เจอก็สอบถามพนักงานได้ค่ะ

 


          


          

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

81 ความคิดเห็น