ตอนที่ 31 : บทที่ ๑๖ (๑๐๐%) ยิ่งรักยิ่งห่าง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1035
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    10 ก.ค. 60

สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น วันนี้แจ๊ดไปหาพี่กชที่ตลาดนัด บังเอิญเจอน้องมดกับ ซัมวัน มาน่ะซี ขอบอก... คนนี้หล่อด้วยนา มาดก็ดี๊ดี ไม่วายล้อเลียน

                แม้ไม่เคยถือโทษโกรธเคืองเรื่องในอดีต แต่การเอาคืนเล็กน้อยพอให้อีกฝ่ายได้แสบคันก็เป็นความสุขชนิดหนึ่งของเธอ

                ใคร เสียงถามกร้าวกระด้าง

                นั่นแน่ หึงล่ะซี่ จิรดาหัวเราะกิ๊ก แจ๊ดล้อเล่นหรอกค่ะ น้องมดบอกแล้วว่าเป็นพี่ชาย ลูกใครนี่แหละ ไอ้เราก็จำไม่ได้

                บัดซบ! ชายหนุ่มตะโกนก้องในใจ เมื่อเช้าเธอทำท่าจะเป็นจะตายแต่ตกเย็นกลับไปเดินควงไอ้หมอนั่น พีร์กัดฟันกรอด มือกำเกร็งแน่นอย่างพยายามข่มโทสะ

                พี่พีร์ อย่าบอกนะว่าโกรธจริงๆ แจ๊ดแค่ล้อเล่นเอง คนยุเริ่มหวาดขึ้นมากับความเงียบของคู่สนทนา

                กชพูดอะไรบ้าง เขาเค้นเสียงถามออกไปได้ในที่สุด

                ไม่ได้ว่าอะไรนี่คะ พี่กชไม่รู้จักน้องมดมาก่อนนี่นา แต่ก็ให้ขนมฟรีๆ ไปเยอะเหมือนกัน สงสัยจำได้ว่าเป็นคนเดียวกับที่แจ๊ดเคยเล่าให้ฟัง

                โทร. มาเท่านี้ใช่ไหม

                ค่ะ แต่เดี๋ยวนะพี่พีร์ อย่าเพิ่งวางนะ ฮัลโหลๆ ยังอยู่เปล่าคะ

                ฮื่อ

                เรื่องนั้นน่ะ แจ๊ดพูดเล่นจริงๆ นะ ถ้าเธอไม่ชอบหรือรำคาญพี่บ้างคงโกรธแล้วตอนที่รู้ว่าแจ๊ดหลอกพามาเจอพี่พีร์คราวนั้น ผู้หญิงด้วยกันดูออกหรอกค่ะ สายตาที่เธอมองผู้ชายคนนั้นเทียบไม่ได้กับแววตาเวลามองพี่พีร์เลย

                ก็เพราะอย่างนั้นน่ะซีเขาถึงไม่มั่นใจ เขาเคยประเมินความรู้สึกเธอผิดมาครั้งหนึ่งแล้ว เคยคิดว่ามันคือความรัก หากแท้ที่จริงกลับกลายเป็นเพียงความสงสารซึ่งเธอมีเหลือเฟือให้เพื่อนร่วมโลกทั่วไป

                ขอบใจ สุดท้ายชายหนุ่มจำต้องตัดสายไปทั้งที่ไม่ได้ให้น้ำหนักกับคำพูดนั้นเท่าไร

                ไม่แปลกอะไรถ้าเธอจะเลือกผู้ชายคนนั้น เขาเข้าใจดี ไม่มีคนสติดีที่ไหนจะเสี่ยงแขวนชีวิตทั้งชีวิตไว้กับคนไร้อนาคตในเมื่อเธอมีทางเลือกดีกว่ารออยู่

                เถอะ สักวันเขาจะต้องทำให้เธอมองเขาในฐานะผู้ชายคนหนึ่งให้ได้ พีร์ปฏิญาณกับตน ที่แล้วมาล้วนเป็นความผิดของเขาเองที่เลือกแสดงความอ่อนแอเพื่อเรียกร้องความสนใจจากเธอมากจนเกินไป ถ้าเพียงมีวาสนา หากเธอยังไม่ตกลงปลงใจกับใครไปเสียก่อน เขาจะขอโอกาสยืนยันทุกคำพูดนั้นอีกครั้งหนึ่ง

                ราวกับผีเสื้อนับร้อยนับพันในอกเขาพากันขยับปีกพึ่บพั่บเมื่อความรู้สึกหนึ่งชัดเจนขึ้นในใจ

                ทำอย่างไรได้ ลงว่า รัก แล้ว คนอย่างเขาก็ขอสู้ให้ถึงที่สุดเหมือนกัน!

 

                ผ่านไปค่อนสัปดาห์กว่ามุทิตาจะทำใจติดต่อกลับไปที่บ้านได้อีกครั้ง เมื่อโทร. ไปสอบถามเรียบร้อยแล้วว่ามารดาบุญธรรมไม่ได้ไปไหน เว้นแต่ไต้ก๋งหนุ่มเพียงคนเดียวที่ไม่อยู่บ้าน หญิงสาวจึงตัดสินใจชวนเหมันต์ไปด้วยกัน

                ดุจนภากำลังนอนคว่ำให้หลานชายเหยียบหลังขณะที่ชายหญิงทั้งสองไปถึง เวฟกระโดดผลุงลงจากหลังคุณย่า วิ่งตื๋อมาเกาะขาอาสาวทันที

                อาโม้ด

                ไหนคนเก่ง ธุอากับอาเหมยัง

                “ ’ตุ๊จ้า

                มุทิตายีผมชื้นเหงื่ออย่างรักใคร่ แต่แล้วเมื่อนึกถึงดวงหน้าคล้ายกันนี้ของใครอีกคน มือบางก็ชะงักงัน

                ไปไงมาไงกันล่ะนี่ ทำไมไม่โทร. บอกก่อน แม่จะได้เตรียมข้าวเย็นไว้ให้

                ไม่ต้องหรอกค่ะ แม่ทานอะไรมดก็ทานได้ทั้งนั้น

                นั่งก่อนสิตาเหม แล้วมันเรื่องอะไรที่เราต้องไปเกาะขาอาเขาอย่างนั้นล่ะฮึ เชื้อเชิญแขกก่อนหันไปเอ็ดหลานชายซึ่งเกาะติดคุณอาไม่ปล่อย

                มดพาพี่เหมมาคุยกับแม่เรื่องน้อง

                อ้อ ผู้สูงวัยมีท่าทางกระตือรือร้นระคนโล่งใจ

                อย่างน้อยข้อสงสัยที่ลูกสาวของเพื่อนรักกลับมาพร้อมชายหนุ่มก็ได้รับคำอธิบาย

                ดุจนภาเล่าพฤติกรรมของหลานชายซึ่งทำให้เธอไม่สบายใจให้แพทย์หนุ่มฟังขณะที่มุทิตาล่อหลอกเวฟด้วยสมุดภาพเล่มใหม่ในระยะพ้นการได้ยิน กระนั้นเหมันต์ก็ไม่อาจให้ความกระจ่างทุกอย่างแก่เพื่อนของมารดาได้ ปัญหาบางอย่างล้วนเกิดจากความวิตกกังวลไปเองของผู้ใหญ่ทั้งสิ้น เมื่อคนฟังมีท่าทางไม่เชื่อถือนัก เขาจึงแนะนำเพิ่มเติมให้ไปตรวจกับหมอที่รักษาแกมาแต่ต้นจะดีกว่า

                โดยส่วนตัวแล้วเหมันต์ไม่คิดว่าเด็กชายจะมีปัญหาอะไรน่าเป็นห่วง อาจเพราะแวดล้อมด้วยผู้ใหญ่จึงทำให้ค่อนข้างเรียบร้อยไปบ้าง แต่หากเจ้าหนูได้เข้าอนุบาลและมีเพื่อนวัยเดียวกันแล้ว ขี้คร้านจะซนไม่แพ้ปกรณ์

                คืนนั้น มุทิตาจำต้องค้างคืนกับมารดาตามคำเรียกร้องเชิงตัดพ้อที่ครั้งก่อนเธอหายไปเสียดื้อๆ อดเกรงใจพี่ชายไม่ได้เพราะตนเป็นฝ่ายชวนเขามาเอง ดังนั้นหญิงสาวจึงรั้นจะเดินมาส่งเขาถึงหน้าปากซอยให้ได้แม้ว่าชายหนุ่มจะไม่ต้องการก็ตาม

                มุทิตาทิ้งตัวนั่งลงกับขอบเตียง หัวใจคล้ายหดลีบเล็กลงเมื่อไพล่ไปนึกถึงคนไกลซึ่งเคยร่วมชายคา กระทั่งเสียงเคาะประตูดังขึ้น เจ้าของห้องจึงสะดุ้งน้อยๆ ก่อนเดินไปแง้มดู

                ปุ้ย

                เมื่อเห็นว่าใครเป็นคนเคาะเธอก็รีบปิดประตูทันที สาวจ้ำม่ำซึ่งสอดมือมาขวางพอดีจึงโดนกระแทกเต็มแรง

                หนูมด ขอปุ้ยเข้าไปเถอะนะคะ

                ไม่ เอามือออกไปนะ

                เถอะค่ะ ปุ้ยสัญญาว่าจะไม่รบกวนเวลาของหนูมดนาน นะคะ ขอปุ้ยเข้าไปหน่อยนะ

                นิ้วอวบอูมซึ่งเริ่มแดงเพราะแรงกระแทกเมื่อครู่ยกขึ้นพนม เห็นดังนั้นคนที่พื้นนิสัยไม่ได้โหดร้ายเหี้ยมเกรียมอยู่แล้วจึงใจอ่อน

                มีอะไร เสียงแข็งในคราวแรกอ่อนลงเล็กน้อย

                ปุ้ยขอโทษ ปุ้ยขอโทษนะหนูมด

                แล้วปุ้ยทำอะไรผิดล่ะถึงต้องมาขอโทษเรา

                ปุ้ยนิสัยไม่ดี มาเอาเอกสารของหนูมดไปแบบนั้น ต่อไปจะไม่ทำอีกแล้วค่ะ

                มุทิตาหวีดร้องตกใจเมื่อร่างท้วมของคนสำนึกผิดทิ้งตัวตึง ทรุดตัวลงคุกเข่า

                ตอนที่ไต๋บอกให้ขอโทษหนูมดปุ้ยแค่ตกใจนิดหน่อย ไม่คิดว่าหนูมดจะโกรธขนาดนี้ แต่พอเห็นวันนี้แล้วปุ้ยใจไม่ดีเลย หนูมดโกรธมากจริงๆ

                หึ! เขาคงปรานีคิดว่าเธอไม่ได้โง่นักกระมังถึงให้ลิ่วล้อมาขอโทษเช่นนี้ มันไม่ช่วยให้มุทิตาซาบซึ้งขึ้นสักนิด ในเมื่อตัวต้นเรื่องเองกลับไม่มีเค้าของความเสียใจแม้แต่น้อย

                ถ้าปุ้ยรู้สึกผิดจริงและสัญญาว่าจะไม่เข้ามายุ่งวุ่นวายอีก เราก็จะไม่โกรธ

                ค่ะๆ ปุ้ยสัญญา ให้สาบานเลยก็ได้ เธอเงยหน้ายิ้มยินดี

                ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอก ลุกขึ้นเถอะ

                สาวจ้ำม่ำทำท่าจะลุก แต่แล้วก็กลับลงนั่งตามเดิมคล้ายเพิ่งนึกอะไรได้

                แล้วไต๋ล่ะคะ หนูมดโกรธไต๋หรือเปล่า

                ปุ้ย ผู้เป็นดังจ้านายเค้นเสียงลอดไรฟัน

                อย่าโกรธไต๋เลยนะคะ ไต๋รักหนูมดจริงๆ ปุ้ยอยู่ที่นี่มานานไม่เคยเห็นไต๋ทำเพื่อใครขนาดนี้มาก่อนเลย ไต๋เปลี่ยนไปก็เพราะหนูมด อย่าโกรธไต๋เลยนะคะ

                ทำเพื่อเราหรือ มัดมือชกแบบนั้นเขาเรียกทำเพื่อตัวเองรู้ไหม

                หนูมด...

                เราจะนอน ลุกขึ้นแล้วออกไปได้แล้ว

                แต่...

                เอาซี่ ถ้าเธออยากอยู่ตรงนี้นักล่ะก็ เราจะออกไปเอง

                มุทิตาทำท่าจะออกไปจริงดังปากว่า แต่ปุ้ยซึ่งรู้ตัวดีว่าตนคงหมดโอกาสสำหรับวันนี้แล้วชิงแทรกตัวผ่านประตูไปเสียก่อน

                ทำไมนะ ทำไมใครๆ ต้องคิดว่าเขา รัก เธอทั้งที่เธอเองยังไม่เคยเห็น มัน ในแววตายากหยั่งถึงคู่นั้นเลย

 

                ในที่สุด เนตรนภาการบัญชี ก็ได้คนมาช่วยงานเพิ่มเสียที เขาคือชายหนุ่มท่าทางธรรมะธัมโมซึ่งลาออกจากงานที่เมืองหลวงและมาหางานทำในจังหวัดบ้านเกิดตัวเอง เพื่อจะได้ใกล้ชิดและดูแลผู้มีพระคุณที่แก่ชรา

                แต่แรกนั้นหนึ่งในสองหุ้นส่วนไม่พอใจพนักงานใหม่เท่าไรด้วยอีกฝ่ายเป็นเพศชายซึ่งผิดจากความตั้งใจเดิมเมื่อเริ่มรับสมัคร ทว่าเงินเดือนสมเหตุสมผลที่เขาเสนอและงานซึ่งเพิ่มพูนขึ้นทุกวัน ทำให้เธอจำใจต้องรับเขามาทดลองงานอย่างเสียมิได้ มุทิตาพึงพอใจในความขยันของ ประกอบ แต่หนูนานั้นกลับพอใจในนิสัยใจคอของรุ่นน้องหนุ่มซึ่งแตกต่างจากวัยรุ่นชายทั่วไปมากกว่า ถึงกับยอมรับเป็นน้องเป็นนุ่งเลยทีเดียวทั้งที่อีกฝ่ายเพียงแค่อ่อนเดือนกว่าเท่านั้นเอง

                เมื่อมีเพื่อนร่วมงานเพิ่ม สองสาวจึงค่อยกลับมามีเวลาส่วนตัวมากขึ้น เกิดความอึกทึกครึกโครมบนชั้นสามของตึกแถวซึ่งเปิดเป็นร้านก๋วยเตี๋ยว หนูนาผลักประตูที่เปิดแง้มไว้ไปชนถังน้ำล้มลง ก่อนคนซุ่มซ่ามจะเงยหน้าสบตาเพื่อนสาวที่ยืนเท้าเอวพร้อมไม้ถูพื้นในมือ ส่งยิ้มแหยไปกำนัล

                ขอโทษนะเพื่อนรัก แหม มันไม่เห็นจริงๆ นี่นา พุงมันบัง สาวท้องแก่ชี้ครรภ์ตัวเองอย่างโยนความผิดให้ มา เราช่วยเช็ด

                ไม่ต้องเลย เดี๋ยวได้ลื่นล้มหรอก

                อี๋ ไหลเลอะใหญ่แล้ว มดลงไปเอาผ้าผืนเล็กมาดีกว่า ตามซอกตามมุมจะได้เช็ดง่ายหน่อย

                เออๆ แกอย่าเดินไปเดินมาล่ะ เดี๋ยวลื่น

                น้ำซักผ้าถูพื้นไม่สะอาดนักไหลลามไม่หยุด หนูนาพยายามใช้ไม้ถูพื้นถูซับไปเรื่อย กระทั่งถึงกระเป๋าเสื้อผ้าใบเล็กของมุทิตาที่น้ำเริ่มซึมเข้าไป

                หญิงสาวย่อตัวลงอย่างยากลำบากเพื่อหยิบของสำคัญของเพื่อนขึ้นมาเปิดดูความเสียหายของข้าวของภายใน มีเพียงเสื้อผ้าไม่กี่ชิ้นที่ยังไม่ได้ใช้เพราะนอกนั้นเจ้าของได้ตากแขวนไว้กับราวเล็กซึ่งเธอหามาให้แล้ว ทว่าซองกระดาษสีน้ำตาลซึ่งอยู่ก้นกระเป๋าเปียกเล็กน้อย หนูนาซับมันกับชุดกระโปรงของตนก่อนเปิดออกเพื่อตรวจดูเอกสารข้างใน แหวนทองขนาดพอเหมาะกลิ้งตกลงกับพื้นเกิดเสียงกังวานใส แต่หัวข้อบนกระดาษเรียกความสนใจจากเธอมากกว่า

                ใบสำคัญการสมรส

                ดวงตาเรียวเล็กเบิ่งโตเมื่อไล่ไปถึงชื่อบุคคลทั้งสองผู้เป็นเจ้าของกระดาษแผ่นดินนี้ ...ไต้ก๋งหนุ่มคนนั้นกับเพื่อนของเธอ! ราวถูกตีแสกหน้า หญิงสาวทรุดลงกับพื้นด้วยใจสั่นระรัวคล้ายจะเป็นลม

                ทำไมไปนั่งตรงนั้นล่ะ เดี๋ยวก็เปียกหรอก

                คนที่เพิ่งกลับขึ้นมาตรงรี่เข้าไปหมายประคอง แต่แล้วร่างโปร่งระหงก็ชาวาบเมื่อเห็นกระดาษขาวในมือเพื่อน ซองสีน้ำตาลและแหวนหล่นอยู่ไม่ไกล

                หนูนา...

                แก...แกทำอย่างนี้ได้ไง

                หนูนา มันไม่ใช่อย่างที่หนูนาคิด

                แล้วมันอย่างไหนวะ!” คนท้องตวาดทั้งน้ำตา ฉันคิดว่าเราเป็นเพื่อนกัน ไหนว่าเราจะไม่มีอะไรปิดบังกันอีก แต่แกกลับ... แกทำแบบนี้ได้ไงมด! ฉันเคยเตือนแกแล้วเรื่องผู้ชายคนนั้น แกไม่ใส่ใจมันเลยใช่ไหม

                มุทิตาสะอื้นฮัก เธอจำไม่ได้แล้วว่าระหว่างตนกับเพื่อนรักเคยทะเลาะกันรุนแรงสุดเมื่อไร บางทีอาจไม่มีด้วยซ้ำเพราะเธอไม่เคยทำให้ใครผิดหวัง หนูนาต่างหากที่มักหาเรื่องร้อนใจมาให้ แต่เธอก็ไม่เคยถือโทษโกรธเคืองใดๆ แล้วครั้งนี้ทำไมเพื่อนไม่พยายามเข้าใจเธอบ้างเล่า

                เราไม่ได้ตั้งใจ

                งั้นไปหย่าอีกฝ่ายตัดสินง่ายๆ

                หนูนา... เธอคราง

                แกรักเขาหรือไง บอกมาคำเดียวมด ถ้าแกรักเขาฉันจะได้รู้ว่าฉันมันยุ่งไม่เข้าเรื่องเอง

                เปล่า เราไม่รู้หนูนา เราไม่รู้

                งั้นก็หย่า ฉันจะบอกแม่แกเอง พนันได้เลยว่าท่านยังไม่รู้ จริงไหม

                อย่านะ ห้ามบอกแม่นะหนูนา เราขอร้อง อย่าบอกแม่เลย

                ทำไม หรือมันมีอะไรมากกว่านั้น อ้อ ฉันว่าฉันพอเดาออกนะ

                สาวท้องแก่เบ้ปากเมื่อเห็นเพื่อนเอาแต่ซุกใบหน้าสะอื้นกับฝ่ามือ อยากคว้าร่างบางอ้อนแอ้นมาเขย่าเหลือเกิน แต่ไม่มีแม้แรงเอื้อม สุดท้ายก็ทำได้เพียงปล่อยถ้อยคำบริภาษออกไปให้สาแก่ใจ

                ให้มันได้อย่างนี้ซี่! คนดีๆ มีไม่ชอบ

                หนูนา... เราขอโทษ

                ขอโทษทำไม นั่นมันตัวแกนี่ ชีวิตก็ชีวิตแก ฉันต่างหากที่ต้องกราบขออภัย ฉันมันยุ่งเองที่อยากให้เพื่อนได้ดีผู้พูดปัดมือเพื่อนที่ยื่นมาประคอง ก่อนยักแย่ยักยันลุกออกไปอย่างไม่ไยดี

                หญิงสาวสะอื้นตัวโยนด้วยความน้อยใจ ความหวังที่ว่าหนูนาจะเป็นคนสุดท้ายที่จะหันหลังให้เธอหากรู้ความจริงดับสูญเสียแล้ว วิวาทะเมื่อครู่ล้วนตอกย้ำว่าที่ผ่านมาเธอเพียงหวังลมๆ แล้งๆ ไปฝ่ายเดียว

..........................................................

     ขอโทษที่หายไปนานนะคะ ไรต์ไม่ได้หายไปไหน แต่ไปอัปอีกเรื่องมา

     ถ้ายังไงไรต์ขอฝากแวะเวียนไปเยี่ยมเยียนกันที่ #ฟ้าหลงจันทร์ ได้นะคะ

     https://writer.dek-d.com/thezircon/story/view.php?id=1563201

     อีกไม่เกิน 2 สัปดาห์ไรต์จะมาอัปไต๋ต่อแน่นอนค่า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

81 ความคิดเห็น

  1. #78 Nurin (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2560 / 19:14
    นานๆเข้ามาส่องที

    บอกตรงๆทั้งแต่อ่านมาตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้ ไม่เคยมองว่าหนูนาหวังดีกับมดเลย ดูเจ้ากี้เจ้าการไปหมด แถมชอบดึงเหมเข้ามาเกี่ยวตลอด ทั้งๆที่รู้ว่าทำไมมดถึงต้องหนีมาอยู่ที่นี่ แต่นางก็ตีมึนจะเชียร์ซะอย่าง555 ดูเหมือนอิจฉามดไงไม่รู้อ่ะ เหมือนอยากให้หมดผิดใจกับแม่ๆเรื่องพี่เหม ( คหสต.) แถมชอบตวาดสามีตัวเองต่อหน้ามดบ่อยมาก ดูแปลกๆ 555อินจัด
    #78
    2
    • #78-1 thezircon (@thezircon) (จากตอนที่ 31)
      5 กันยายน 2560 / 18:58
      หนูนาเป็นคนตรงๆ เกินค่ะ ตรงกับทุกเรื่องจนเหมือนขาดการคิดรอบด้าน
      #78-1
  2. #77 methoxy (@atommy34) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 23:37
    บทนี้ หนูนานี่ไม่ไหวจริงๆ ง่ะ

    เป็นเพื่อนที่ "รักและหวังดีกับเพื่อน" จริงเปล่าเนี่ยยยย ไม่ฟังไรเลย เบลมหนูมดอย่างกะเค้าไปฆ่าใครมา 555

    มีช่วงหนึ่งที่บอกว่า "หนูนามักนำเรื่องเดือดร้อนมาให้"

    ครั้งนี้ ก็คงเป็นอีกครั้งละนะ (เชียร์เหม ไม่สนความรู้สึกหนูมดเลย)

    เลิกคบเถอะจ่ะ เพื่อนแบบนี้
    #77
    1
    • #77-1 thezircon (@thezircon) (จากตอนที่ 31)
      11 กรกฎาคม 2560 / 23:47
      ไม่แปลกที่รีดจะลำไยค่ะ ไรต์ยังลำไยนางเป็นบางทีเลย 55 แต่ไรต์ว่ามีคนที่นิสัยเจ้ากี้เจ้าการไปหมดเพราะคิดว่าหวังดีจริงๆ หนูนาเลยเป๋นตัวสะท้อนจุดนี้นั่นเองค่ะ
      #77-1
  3. #76 fsn (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 20:25
    อ้าว ไง๋เห็นความสำคัญของตัวเองมากกว่า ไม่ยอมฟังเลย
    #76
    1
    • #76-1 thezircon (@thezircon) (จากตอนที่ 31)
      11 กรกฎาคม 2560 / 23:45
      บางทีในความสนิทก็ควรมีความเชื่อใจเนอะคะ
      #76-1