ตอนที่ 29 : บทที่ ๑๕ (๑๐๐%) มัดมือแต่ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 675
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    27 มิ.ย. 60

ขึ้นรถ ชายหนุ่มออกคำสั่งเสียงเหี้ยมเมื่อวิ่งมาดักไว้ได้

                มุทิตาก้าวไปทางขวา แต่ร่างสูงใหญ่ก็ก้าวมาขวางไม่ลดละ

                แน่ใจหรือว่าอยากออกไป เอาซี่ พี่จะเดินตามไปแบบนี้แหละ

                อย่ามาขู่มดนะ เธอเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน

                เธอก็รู้ว่าพี่ทำจริง กลับไปขึ้นรถเดี๋ยวนี้มุทิตา

                เมื่อรู้ว่าไม่มีทางสู้แน่แล้ว หญิงสาวจึงจ้องตอบด้วยความแค้นเคืองก่อนจะเดินลงส้นกลับไป แม้ไม่ได้คาดหวังมากนักว่าเขาจะเห็นความยินดีจากเธอ ทว่าชายหนุ่มก็ไม่เคยคิดว่ามันจะกลับกลายเป็นปฏิกิริยาต่อต้านรุนแรงแบบนี้เช่นกัน เขาถอนใจขณะกดล็อกประตูรถ

                เปิดล็อกเดี๋ยวนี้นะ! ทำไม พี่สองจะตัดทางสู้มดไปถึงไหน หรือว่าแค่นี้มันยังไม่พอ เปิดซี่!”

                มดตะนอย ได้โปรด ช่วยมีสติหน่อย

                มดไม่มีสติหรอกจะบอกให้! ถ้ามดมีสติมากพอก็คงไม่มีวันนี้

                หากความรู้สึกดีที่ก่อเกิดขึ้นในใจเป็นดั่งแสงเทียนซึ่งเขาและเธออดทนปกป้องมันไว้จากสายลม มาบัดนี้แสงอันริบหรี่นั้นก็ได้มอดดับลงแล้ว เพียงเพราะว่าอีกฝ่ายตั้งใจเป่าลมใส่มันเอง ความดี ความเข้าใจ และสุดท้าย...สิ่งที่เขาคิดว่ามันคือความรักซึ่งเธอมอบให้กลายเป็นภาพลวงตา

                อะไรกัน! เขาคิดว่าคืนนั้นเธอ เต็มใจ ก็เธอเชิญชวนเขาร่วมห้องขนาดนั้น ซ้ำยังขัดขืนแค่พองามยามเขาปลดเปลื้องเครื่องอาภรณ์

                พี่ไม่รู้ ไม่รู้เลยว่าเธอรังเกียจขนาดนี้ ไต้ก๋งหนุ่มครางกับตัวเอง

                มดไม่ได้รังเกียจ...

                เงียบ!” พีร์ตวาด ถึงอย่างไรตอนนี้ก็มีผู้ใหญ่รับรู้ เขาจะไปเป็นสักขีพยาน ไม่มีทางเปลี่ยนแปลงอะไรได้อีก เธอเกรงใจพวกผู้ใหญ่นักไม่ใช่หรือไง กล้าทำให้เสียความรู้สึกไหมล่ะ

                มดรู้ พี่สองต้องการรับผิดชอบสิ่งที่ทำไป แต่มันไม่จำเป็นหรอกนะคะ เราไม่ได้รักกัน ไม่จำเป็นต้องเอาอนาคตมาผูกไว้กับสิ่งที่ผ่านไปแล้วเลย

                เมื่อรู้ว่าไม้แข็งไม่ได้ผล มุทิตาจึงหันมาใช้ไม้อ่อนแทน เธอพยายามวิงวอนเขาด้วยเหตุและผล แต่ก็หาได้รับความสนใจไม่

                ถ้าอย่างนั้นเธอคงรู้อะไรมาผิดๆ ว่าด้วยน้ำเสียงเยาะหยันขณะยื่นแหวนไปตรงหน้าคนข้างกาย แรงจนแทบจะเรียกได้ว่าเสือกให้ เก็บมันไปซะ เลยเวลานัดมามากแล้ว ผมให้เวลาคุณเตรียมตัวหนึ่งนาที

                เสียงประตูปิดดังปังปิดโอกาสไม่ให้เธอเอ่ยอะไรอันอาจทำร้ายจิตใจเขาได้อีก ชายหนุ่มอัดควันเข้าปอดลึก ภาพความทรงจำในอดีตเมื่อครั้งต้องเผชิญพายุฝนโหมกระหน่ำท่ามกลางท้องทะเลอันมืดมิดผุดพรายขึ้นมาอีกครั้ง

                เขายังจำได้ถึงความเค็มของน้ำทะเลที่แผ่ซ่านทั่วทั้งปาก ลมเย็นกรรโชกแรงหอบเอาสายฝนบาดผิวกาย คลื่นสูงราวกับจะกลืนกินสิ่งมีชีวิตทุกชีวิต ณ ที่นั้น พีร์นึกว่าตัวเองจะตายเสียแล้ว เขาไม่เคยรู้สึกหวาดกลัวและอับจนหนทางเท่านี้มาก่อน ทุกสิ่งช่างมืดมน และตอนนี้ก็ไม่ต่างกัน

 

                ถูกของไต้ก๋งหนุ่ม มุทิตาไม่กล้าพอที่จะทำร้ายน้ำใจผู้ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ดังนั้น หลังจากมารดาและน้องสาวของเขาตามมาสมทบ เธอจึงได้แต่นั่งเงียบไปตลอดทาง คนอาบน้ำร้อนมาก่อนจับสังเกตได้ถึงความผิดปกติระหว่างหนุ่มสาว แต่ด้วยความเกรงใจต่อลูกชายเป็นทุนเดิมจึงทำให้วิชุดาไม่กล้าก้าวก่าย พริ้มเพราซึ่งไม่คุ้นชินกับคนแปลกหน้าก็สงบปากสงบคำ ภายในรถจึงมีแต่เสียงเพลงคลอไปแผ่วเบา

                คนขับไม่ได้ตรงไปที่ว่าการอำเภอแต่อย่างใด มุทิตาแปลกใจเมื่อพีร์เลี้ยวรถเข้าไปในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง เขาดับเครื่องยนต์หน้าร้านกาแฟสดเล็กๆ ไม่ต้องสงสัยนานสตรีสูงวัยก็เป็นฝ่ายเอ่ยถามแทน

                ทำไมมาที่นี่ล่ะลูก

                ผมให้เพื่อนนัดเจ้าหน้าที่จากอำเภอไว้ให้ ถ้าไปที่นั่นจะวุ่นวายเปล่าๆ ว่าพลางปรายตาไปยังคนข้างๆ เข้าไปข้างในเถอะครับ

                รอจนกระทั่งมารดาเข็นรถเข็นของพริ้มเพราไปตามทางลาด พีร์จึงหันมามองกึ่งบังคับให้คนหน้าซีดเผือดเดินตามไป แต่แล้วใจที่แข็งดังหินผาก็มีอันต้องสั่นไหว เขาเห็นเธอแอบกรีดน้ำตาอีกครั้งหนึ่ง

                มุทิตาผงะถอยหลังเมื่อได้ยินเสียงกรี๊ดกร๊าดดังมาจากด้านหลังเคาน์เตอร์ทันทีที่ก้าวเข้าไป คนที่ก้าวเข้ามาหลังสุดรีบรั้งเอวบางไม่ให้ถือโอกาสหนีไปไหน

                แม่เจ้าโว้ย! คนนี้หรือพีร์ คนนี้เหรอ เธอเริงร่ามาเกาะแขนเพื่อนชาย

                ฮื่อ

                โอ๊ย น่ารักจัง อย่างกับ โฉมงามกับเจ้าชายอสูร แน่ะ นี่ถ้าแจ๊ดไม่เคยเปรยๆ ไว้ก่อนฉันคงตกใจน่าดู เจ้าของร้านกาแฟกระซิบข้างหู

                เออ... นี่ขนาดว่าแม่คุณไม่ตกใจเท่าไรนะ เจ้าชายอสูรมองเพื่อนด้วยสายตาขุ่นเคืองก่อนแนะนำทุกคนให้รู้จักกัน

                มุทิตาลอบมองความสัมพันธ์ของชายหญิงทั้งสองอย่างฉงน เธอไม่เคยเห็นเขาสนิทสนมกับใครเท่าไรนัก โดยเฉพาะกับผู้หญิงด้วยแล้วก็มีแต่จิรดาเพียงคนเดียว ลืมไปเสียสนิทว่าเขาเองย่อมมีเพื่อนร่วมรุ่นไม่ต่างจากทุกคน

                สาวทรงโต ผิวสีแทน รูปร่างอวบอัดซึ่งเธอทราบชื่อว่า กชกร รีบพลิกแผ่นป้ายที่ประตูร้านเป็น ปิด เมื่อผู้ชายในเครื่องแต่งกายข้าราชการเดินเข้ามา มุทิตานั่งตัวเกร็ง ฝ่ามือชื้นเหงื่อคล้ายจะเป็นลมเข้าไปทุกที

                ทว่าท่ามกลางความมืดมิดนั้น จู่ๆ หญิงสาวก็เห็นแสงอันริบหรี่ปลายอุโมงค์ ชายวัยกลางคนถามถึงเอกสารจำเป็นต่างๆ ซึ่งเธอแน่ใจเหลือเกินว่าไม่ได้พกติดตัวมา

                ไม่มีค่ะ เธอรีบปฏิเสธ

                นี่ครับ

                หญิงสาวหันขวับไปยังคนข้างๆ พีร์ดึงกระดาษออกจากซองสีน้ำตาลช้าๆ ก่อนส่งมันผ่านหน้าเธอ มุทิตาทันเห็นว่าส่วนหนึ่งในจำนวนกระดาษเหล่านั้นเป็นเอกสารซึ่งล้วนเกี่ยวกับเธอทั้งสิ้น พลันภาพของปุ้ยที่เดินขึ้นไปชั้นสองและกลับลงมาพูดคุยลับๆ ล่อๆ กับเจ้านายก็สว่างวาบขึ้นมา หญิงสาวเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างเจ็บใจ

                ไม่ว่าเมื่อก่อนเธอจะเคยรู้สึกต่อเขาเช่นไร แต่มาบัดนี้... ขณะที่เธอจำต้องจรดปากกาลงลายมือชื่อของตนอยู่นี้ มุทิตารู้แน่แก่ใจแล้วว่าเธอจะไม่มีวันรักผู้ชายคนนี้อย่างเด็ดขาด เธอเกลียด... เกลียดความไม่ซื่อ เกลียดความเจ้าเล่ห์ของเขาเป็นที่สุด!

 

                พลุกระดาษถูกดึงก่อนที่กระดาษสีฝอยๆ จะตกใส่ศีรษะของคู่สามีภรรยาอย่างถูกต้องตามกฎหมายหมาดๆ เจ้าของร้านจัดแจงยกน้ำท่ามาบริการพร้อมกับยัดเยียดพลุกระดาษอีกอันใส่มือสาวน้อยบนรถเข็น

                ดึงเลยน้องสาม ไอ้พีร์มันจะได้ไม่หาเรื่องด่าพี่คนเดียว

                พริ้มเพราทำตามอย่างว่าง่าย สองสาวหัวเราะชอบใจ

                ว่าแต่ทำไมน้องแกชื่อสามล่ะพีร์ แสดงว่ามีหนึ่งกับสองใช่เปล่า

                ยุ่ง

                อะไรวะ เป็นเจ้าบ่าวไม่ทันไรอารมณ์บูดแล้ว เอ้า กินเข้าไป เขาบอกว่ากินช็อกโกแลตเยอะๆ จะช่วยให้อารมณ์ดี กชกรตักเค้กส่งเข้าปากเพื่อนชายเต็มแรง

                มดขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ

                มุทิตาขยับลุกพร้อมกับคนที่เพิ่งลากเก้าอี้มานั่งหัวโต๊ะขยับลุกขึ้นตาม

                ทานเค้กก่อนสิจ๊ะ นานๆ ทีพี่จะใจป้ำเลี้ยงนะ คนใจป้ำเอ่ยชวน พีร์ บอกเมียแกซิว่าปกติฉันขี้งกแค่ไหน

                นั่งสิ เดี๋ยวผมไปส่ง

                หญิงสาวฉุนกึกตั้งแต่ได้ยินคำซึ่งเพื่อนของเขาใช้เรียกแทนเธอ ครั้นเมื่อชายหนุ่มพูดเสียงเรียบคล้ายออกคำสั่งจึงหมดความอดทน

                ไม่เป็นไรค่ะ เธอสูดหายใจลึก พยายามสงบสติอารมณ์เมื่อหันมาลามารดาของเขาก่อนส่งยิ้มบางๆ ให้พริ้มเพรา มดไม่ได้บอกเพื่อนไว้น่ะค่ะว่าจะเข้าสาย ที่ทำงานก็อยู่ใกล้ๆ นี่เอง มดไปก่อนนะคะคุณน้า

                เจ้าของร้านเกาหน้าผากขณะมองตามคนที่หุนหันออกไปโดยมีสตรีสูงวัยก้าวตาม เธอสบตาเพื่อนร่วมรุ่นราวกับจะขอคำอธิบาย

                เค้กฉันไม่อร่อยหรือวะ

                อร่อย เพียงแต่เราอิ่มกันมาแล้ว ขอบใจมากนะกช อย่าลืมที่ฉันขอล่ะว่าอย่าบอกใคร

                รู้น่า

                ทำไมเธอจะปกปิดความลับให้เขาไม่ได้ในเมื่อเพื่อนคนนี้เคยช่วยเธอมากมายกว่าการรักษาความลับเสียอีก หากในคืนวันนั้นไม่ได้พีร์ซึ่งขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมาช่วยไว้ เธอคงได้กลายเป็นเหยื่อของโจรปล้นสวาทไปแล้ว

                ชายหนุ่มไม่ทันรู้ตัวเลยว่าใครบางคนลอบมองเสี้ยวหน้าคมเข้มของเขาด้วยความซาบซึ้งใจ เขากำลังมองเหม่อออกไปยังผู้หญิงสองคนนอกกระจกใสบานโตนั่น อยากรู้เหลือเกินว่ามารดาของตนตามไปพูดอะไรกับเธอ มุทิตาถึงได้มีสีหน้าเหมือนลำบากใจอย่างไรอย่างนั้น หากเขาก็คงทำได้เพียงคาดเดา

                หนูมด เดี๋ยวจ้ะ

                หญิงสาวชะงักและหันกลับมาคะ คุณน้า

                ที่ถูกคือตอนนี้หนูต้องเรียกฉันว่า แม่ ต่างหาก วิชุดาเอ่ยแก้พร้อมรอยยิ้ม

                ทว่าเมื่อเห็นแววไม่สบายใจในดวงตาของอีกฝ่าย เธอจึงกลับมาว่าธุระของตัวเองต่อแทน

                แม่ไม่รู้ว่าวันนี้หนูกับสองมีปัญหาอะไรกัน แต่แม่อยากจะขอหนู แม่ไม่กล้าพูดกับเขาตรงๆ ถึงสองจะอ่อนลงมากแต่แม่ก็รู้ดีว่าเขาเพียงแค่ให้อภัยเท่านั้น ความรู้สึก...ความสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูกมันไม่ได้กลับคืนมาด้วยเลย

                แม่อยากขอให้มดพยายามเข้าใจ...เห็นใจพี่เขามากๆ นะลูก แม่เชื่อว่าที่เขาเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นขนาดนี้ก็เพราะหนู เพราะเขารักหนูและอยากให้เกียรติหนูจริงๆ ถึงได้ยอมละทิ้งความโกรธแล้วขอร้องให้แม่มาเป็นสักขีพยานในวันนี้ให้ ...นะจ๊ะ หนักนิดเบาหน่อยก็อย่าถือโทษพี่เขาเลยนะลูกนะ

                ไม่รู้เพราะถ้อยคำหว่านล้อมนั้นหรือน้ำใสซึ่งเอ่อคลออยู่ในหน่วยตาของผู้สูงวัยกันแน่ที่ทำให้มุทิตาเผลอผงกศีรษะรับคำในที่สุด เออหนอ หรืออาจเป็นเพราะคำยืนยันที่ว่า...เขารักเธอ

 

                ไอเย็นฉ่ำจากเครื่องปรับอากาศส่งผลให้คนที่เพิ่งเผชิญอากาศร้อนอบอ้าวจากภายนอกรู้สึกราวได้ค้นพบโอเอซิสกลางทะเลทราย หญิงสาวทิ้งตัวลงนั่ง ไม่มีแรงแม้แต่จะขยับปากเอ่ยขออภัยเพื่อนอย่างเคยที่ตนมาสาย

                ฉันกำลังจะโทร. หาแกอยู่พอดี นึกว่ามีเรื่องอะไรเสียอีกถึงได้ไม่มาสักที

                หากเป็นในยามปกติ คำแสดงความห่วงใยเช่นนี้คงไม่มีผลอะไรต่อเธอนัก แต่ตอนนี้มุทิตารู้สึกอ่อนแอเหลือเกิน แค่ถ้อยคำเล็กๆ น้อยๆ จากเพื่อนก็ทำให้น้ำตารื้นขึ้นมา

                ไม่... ไม่มีอะไร

                เฮ้ย! นี่แกร้องไห้เหรอ ผู้พูดพาท้องโย้มาหยุดอยู่หน้าโต๊ะเธอ เป็นอะไรมด บอกมาเดี๋ยวนี้นะ ใครทำอะไรแก

                ไม่ใช่สักหน่อย เราไม่ค่อยสบายน่ะ หนูนาก็รู้ว่าถ้าเราจามแล้วน้ำตามันจะไหล

                มด แกรู้สึกอย่างไรตอนที่รู้ว่าฉันมีความลับกับแก ตอนนี้ฉันก็รู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน บอกมามด เพราะพี่ชายแกคนนั้นหรือเปล่า หลานของแม่แกคนนั้นน่ะ

                หนูนา...

                เขาดูร้ายออกปานนั้น คงคิดว่าแกจะมาแย่งมรดกป้าเขากระมังเลยพาลมาว่าอะไรให้แกเสียใจ เสียดาย ลูกชายออกจะน่ารัก

                คราวนี้มุทิตายิ้มได้ โธ่เอ๋ย ก็ข้อสันนิษฐานเหล่านั้นครั้งหนึ่งเธอเคยใช้ตัดสินเขามาแล้วนี่นา

                อย่างแกนี่เกลียดตัวกินไข่ของแท้เชียว อย่าพูดให้เวฟได้ยินล่ะ นั่นพ่อเขาทั้งคน

                หนูนายักไหล่ยียวน ซึ่งอีกฝ่ายก็ยินดีจะให้คนตั้งครรภ์เข้าใจผิดไปเข่นนั้น

                ถ้าเขาร้ายนักแกก็ฟ้องแม่สิ

                ไม่เอาหรอก ลูกของเพื่อนจะไปสู้หลานแท้ๆ ได้ไง

                งั้นมาอยู่กับเรา เวลาเขาไม่อยู่แกค่อยแวะไปหาแม่ก็ได้ ว่าแต่เย็นนี้แกไม่ต้องกลับบ้านอีกใช่ไหม

                ฮื่อ ไม่ต้องแล้วล่ะ เราก็ห่วงหนูนาเหมือนกัน เกิดเจ็บท้องคลอดขึ้นมาพี่ก้องคนเดียวจะเอาไม่อยู่

                มากไป คนนะยะไม่ใช่ช้าง แล้วอีกเดือนกว่ากว่าฉันจะคลอด แกกับไอ้พี่ก้องตื่นตูมอยู่ได้ ว่าที่คุณแม่ค้อนขวับ

                หญิงสาวลอบผ่อนลมหายใจหลังพาเพื่อนรักออกนอกประเด็นได้ในที่สุด บางที... เธอคงติดนิสัยชอบเปลี่ยนเรื่องมาจากผู้ชายร้ายๆ คนนั้นแล้วกระมัง

 

                วิชุดาและพริ้มเพรากลับไปแล้วตั้งแต่ช่วงบ่ายของวัน นั่นคือกำหนดการคร่าวๆ เพียงอย่างเดียวที่มุทิตาทราบ เธอละอายใจที่ไม่ได้ไปส่งหรือแม้แต่บอกลาตามมารยาทที่ดี จวบจนเย็นย่ำป่านนี้ก็ไม่อาจสลัดเหตุการณ์เมื่อเช้าให้ออกจากความคิดได้เลย

                มด! มีคนมาหา!”

                คนซึ่งตกอยู่ในภวังค์ดีดตัวนั่งตรงเมื่อได้ยินเสียงตะโกนเรียกของเพื่อนจากชั้นล่าง หัวใจชกอกรัวแรงทันทีที่ไพล่ไปคิดถึงใบหน้าคมคร้ามแดดของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

                แต่แล้วก็ไม่รู้ว่าตนควรจะโล่งใจหรือเหนื่อยใจดีเมื่อเห็นร่างคุ้นตาของบุรุษซึ่งกำลังยืนคว้างอยู่กลางร้าน ใจซึ่งเต้นรัวราวกลองศึกพลันสงบลง

                พี่เหม

                มด นายแพทย์หนุ่มหันตามเสียงเรียกพลางกล่าวต่ออย่างอ่อนโยน พี่ได้ยินว่าแถวนี้มีตลาดนัด ไปเดินเล่นกันไหม

                มุทิตาแลเลยไปยังเพื่อนสนิทอย่างรู้ทัน สาวท้องแก่รีบแก้ลำเสียงหลง

                ไปเถอะไป๊! แหม ใจคอแกจะไม่เปิดโอกาสให้ฉันกับพี่ก้องได้สวีตหวานกันตามลำพังเลยหรือไง

                หญิงสาวมองคนร้อนตัวด้วยความขบขันระคนระอา เถอะ ตอนนี้เธอเหนื่อยเกินกว่าจะมีแรงต้านทานความต้องการของใครอีก

                มดขอขึ้นไปเอากระเป๋าก่อนนะคะ

                เหมันต์พยักหน้ารับ ครั้นลับร่างบางไปสายตาเขาก็กลับมาเต็มไปด้วยความวิตกกังวลเหมือนเคย เพราะโรงพยาบาลที่ประจำอยู่ยังคงขาดแคลนแพทย์ เขาจึงมัววุ่นจนไม่มีเวลาได้ติดต่อหรือสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของเธอ หากหนูนาไม่ได้โทร. มาฝากข้อความเสียงไว้ในโทรศัพท์มือถือ เหมันต์คงลืมไปแล้วว่าตนย้ายมาอยู่ที่นี่เพราะอะไร

                พี่เหม นี่หนูนานะคะ พี่เหมช่วยมาที่บ้านหนูนาทีได้ไหม ยัยมดเป็นอะไรไม่รู้ค่ะ ดูเศร้าๆ แล้วก็เหม่อๆ ชอบกล หนูนาถามแล้วเขาบอกว่ามีปัญหากับพี่ชายบ้านนู้น นี่มันก็ย้ายมาอยู่กับหนูนาได้อาทิตย์หนึ่งแล้ว คุณหมออย่ามัวแต่รักษาคนอื่นจนลืมคนใกล้ตัวสิคะ

.............................................................

วันนี้ไรต์ขอฝากข่าวประชาสัมพันธ์นิดนึงค่าาา

พรุ่งนี้ (28 มิ.ย.) วันเดียวเท่าน้านนน ร้านนายอินทร์ลดราคา 20% ทั้งที่ร้านและเว็บ https://www.naiin.com นะคะ

ใครเล็งเล่มไหนไว้ถือเป็นโอกาสดีในการเปย์เลยค่า 5555 

ถ้าใครสนใจผลงานของไรต์ก็สามารถค้นหาได้จากนามปากกา "ภาพิมล" 

https://www.naiin.com/search-result?title=%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%A5

และ "พิมลภา" 

https://www.naiin.com/search-result?title=%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B8%A0%E0%B8%B2


<3

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

81 ความคิดเห็น

  1. #70 Singlegirl (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 15:53
    ขอให้บ่าวสาวหมาดๆ ผ่านเรื่องระหองระแหงกันไปให้ได้ไวๆนะคะ

    รีดอยากกินน้ำตาลแล้วค่ะ ไม่อยากกินมาม่า

    ปล. รีดหายไปหลายวันเน็ตใช้ไม่ได้ คิดถึงน้องเวฟที่สุด
    #70
    1
    • #70-1 thezircon (@thezircon) (จากตอนที่ 29)
      29 มิถุนายน 2560 / 16:49
      ฮือออ ขอไรต์เคี่ยวน้ำตาลแป๊บบบนะคะ
      #70-1
  2. #69 orraphin (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 03:20
    ยังมีเป็นเล่มไหมคะ ตอบคะไรท์
    #69
    1
    • #69-1 thezircon (@thezircon) (จากตอนที่ 29)
      28 มิถุนายน 2560 / 13:25
      ไรต์ลองค้นหามาให้ เจอเรื่องเดียวกันนี้ฉบับที่พิมพ์ใช้ชื่อว่า "คลื่นรักเสน่หา" ค่ะ ถ้าสนใจลองดูที่เว็บ Books Online Shop ร้านขายนิยาย http://www.booksonline.in.th/product.php?productid=3710 ได้นะคะ
      #69-1
  3. #68 fsn (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2560 / 21:04
    ขอบคุณค่ะ อย่างหนูมดเนี้ย น่าจะได้ทบทวนตัวเองนะคะ ว่าที่แต่งเนี้ย เพราะเกรงใจ หรือเพราะใจก็มีส่วน
    #68
    1
    • #68-1 thezircon (@thezircon) (จากตอนที่ 29)
      28 มิถุนายน 2560 / 13:27
      เห็นด้วยค่ะ ไรต์ว่าน่าจะก้ำกึ่งกันเลยค่ะ
      #68-1