ซ่อนไว้ในเกลียวคลื่น (ฉบับอีบุ๊ก 2560)

ตอนที่ 27 : บทที่ ๑๔ (๑๐๐%) คนจากอดีต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 657
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    21 มิ.ย. 60

พีร์ แม่มาเยี่ยม พาน้องมาเยี่ยมพีร์ด้วย นั่งก่อนสิลูก

                วิชุดารีบขยับกายให้มีที่ว่างมากพอ หากลูกชายกลับเดินไปนั่งลงบนโซฟาเดี่ยวอีกตัวแทน ความน้อยใจจู่โจมขึ้นมาเมื่อแม่ไม่ได้เรียกเขาด้วยชื่อเล่นอย่างเคย

                พีร์สบายดีหรือลูก

                ครับ

                พ่อกับพจน์เขาก็อยากมาด้วย แต่แม่บอกว่าจะมาค้างแล้วพรุ่งนี้ก็เป็นวันทำงาน ทั้งสองคนเลยมาไม่ได้ พ่อกับพจน์ฝากความคิดถึงมาให้พีร์ด้วยนะจ๊ะ

                เขาเกือบตอกกลับไปแล้วว่าเขาไม่ได้ป่วยและยังไม่ได้ใกล้ตายแต่อย่างใด ไม่จำเป็นต้องมาเยี่ยมด้วยสีหน้าสลดขนาดนี้ ทว่าดุจนภาก็ชิงพูดขึ้นเสียก่อน

                เออ ลูกเธอมันได้ลงหนังสือพิมพ์ด้วยนะ ก็ไอ้เรื่องที่มันไปเย้วๆ กับเขานั่นไง ปุ้ย ไปหาหนังสือพิมพ์ฉบับนั้นมาที พี่สาวเล่าอย่างอวดๆ ก่อนจะหันไปสั่งเอากับเด็กรับใช้ซึ่งยกน้ำมาบริการ

                น้องล่ะปุ้ย เขาถามเมื่อไร้เงาคนต้อนรับ

                เน้ยกำลังอาบน้ำให้ค่ะ

                ทำไมอาบแต่หัววัน

                มันไม่สบาย ไอโขลกตั้งแต่เมื่อวาน ฉันสั่งให้รีบอาบเองแหละ ครั้งนี้ผู้เป็นป้าเป็นฝ่ายตอบแทน

                พีร์ทำท่าจะลุกขึ้น แต่ก็ถูกท้วงไว้

                แล้วนั่นจะไปไหน แม่กับน้องอุตส่าห์มาหา แทนที่จะอยู่พูดจากัน

                ผมจะไปดูลูกก่อน

                เอ๊ะ!”

                ไม่เป็นไรหรอกพี่ฟ้า วิชุดาโอนอ่อน ไม่ต้องการให้เสียบรรยากาศไปมากกว่านี้

                แม่ หนูอยากเห็นลูกพี่สอง ขอไปดูได้ไหม พริ้มเพราเขย่าแขนมารดาอย่างอ้อนวอน

                ดุจนภานิ่วหน้ามองด้วยความสงสัย เมื่อกี้เธอได้ยินหลานสาวเรียกชื่อหลานชายด้วยชื่อที่ต่างไป

                ใครคือสองฮึพริ้ม

                ชื่อเล่นพีร์น่ะพี่ฟ้า พจน์ชื่อหนึ่ง ส่วนยัยพริ้มนี่ก็สาม มารดาเป็นฝ่ายอธิบายด้วยรู้ดีว่าลูกสาวของตนไม่ค่อยถูกเส้นกับคนที่ไม่สนิทสักเท่าไร

                แปลก ไม่มีอะไรจะตั้งกันแล้วเรอะ สู้เรียกชื่อจริงยังจะดีเสียกว่า

                วิชุดายิ้มน้อยๆ ด้วยยอมรับในคำติติง ขณะที่พีร์หันไปบอกกับน้องสาวด้วยน้ำเสียงซึ่งน้อยคนนักจะได้ยิน ทั้งอ่อนโยนและปะเหลาะเอาใจอยู่ในที

                ไว้เสร็จแล้วพี่จะพาลงมาเจอเธอ

                พริ้มเพราคือคนเดียวที่แสดงออกอย่างเปิดเผยว่าเสียใจกับการจากมาของเขา แม้ตอนนั้นจะเป็นการร้องไห้เพราะคิดว่าเขาทิ้งเธอเพื่อหนีเที่ยวก็เถอะ ไม่มีเหตุผลใดที่พี่ชายอย่างเขาต้องมึนตึงปั้นปึ่งกับเธอด้วยอีกคน

 

                มุทิตาย้ายมาอยู่กับเพื่อนสาวเกือบครบสัปดาห์ในวันพรุ่งนี้ เธออ้างกับดุจนภาว่าหนูนาท้องแก่ใกล้คลอดเต็มที ลำพังสามีของเพื่อนคนเดียวอาจไม่สามารถจัดการได้ทุกอย่างหากฉุกเฉินขึ้นมา ซึ่งมารดาบุญธรรมก็เอ่ยอนุญาตอย่างง่ายดายจนคนขอพลอยละอายใจ ด้วยรู้ดีว่าเหตุผลของตนหาได้มีเพียงเท่านั้นไม่

                ทว่าหญิงสาวก็ไม่ได้โล่งใจเหมือนที่คิดไว้เท่าไรนัก นอกจากหนูนาจะมีท่าทีสงสัยแล้ว แม่เพื่อนตัวดียังพยายามหาเรื่องให้เหมันต์ได้พบกับเธอบ่อยครั้ง รวมทั้งวันนี้อีกเช่นกัน... หากดุจนภาไม่โทร. มาหาเธอก่อนแล้วบอกว่าจะให้หลานชายมารับ มื้อเย็นมื้อนี้คงไม่พ้นมีเหมันต์มาร่วมวง

                เราต้องกลับไปกินข้าวที่บ้าน ถ้าหนูนาจะชวนพี่เหมมาก็ตามใจ

                บ้า มีแต่เราแล้วพี่เขาจะมาทำไม แกจะกลับอย่างไรล่ะ ให้พี่ก้องไปส่งไหม

                ไม่เป็นไร แม่บอกว่าจะให้ไต๋มารับ

                แล้วต้องค้างที่นั่นหรือเปล่า

                ไม่รู้ซี ไว้เราจะโทร. มาบอกหนูนาอีกทีนะ พูดพลางชะเง้อมองหารถของคนที่จะมารับเธอ

                เออ มดหายโกรธไต๋แล้วเหรอ

                โกรธ... เรื่องอะไร มุทิตาย้อนถามอย่างฉงน

                อ้าว ก็ตอนนั้นมดยังให้เราโกหกเขาเลยว่ามดไม่อยู่ แล้วก็หนีไปซ่อนอยู่ชั้นบน อะไรกัน อย่าบอกนะว่าลืม

                แหม เรื่องมันนานมาแล้ว เธอแก้เก้อๆ ก่อนจะหันไปเห็นรถยนต์คันคุ้นตาแล่นเข้ามา นั่นรถไต๋มาแล้ว เราไปก่อนนะหนูนา ไปแล้วนะคะพี่ก้อง

                หญิงสาวได้ทีรีบชิ่งหนี พีร์มองคนซึ่งขึ้นนั่งเบาะข้างๆ พร้อมปิดประตูรถตึงด้วยความสงสัย

                มีอะไรหรือ ไม่ต้องรีบขนาดนี้ก็ได้

                มดกลัวแม่จะรอนี่คะ เธอปด

                โกหก

                เออแน่ะ งานนี้เธอคงหนีเสือปะจระเข้กระมัง

                ความจริงมุทิตานึกรู้ก่อนที่ดุจนภาจะบอกเสียอีกว่าสาเหตุที่เรียกให้เธอกลับบ้านวันนี้คืออะไร สีหน้าอันเคร่งเครียดของคนขับช่วยยืนยันความคิดนั้นอีกแรง หญิงสาวหวังให้ชายหนุ่มเอ่ยปากระบาย เธอพร้อมจะเป็นกำลังใจและอยู่ข้างเขาเสมอ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม

                กระทั่งสัญญาณไฟจราจรเปลี่ยนเป็นสีแดง พีร์ละสายตาจากถนนหนทางเบื้องหน้ามาหยุดอยู่ที่คนข้างๆ ซึ่งกำลังมองเขาอยู่เช่นกัน หญิงสาวไม่หลบตาเขาเช่นเคย หากเธอกลับมองตรงมาด้วยแววตาเข้าอกเข้าใจ ...ราวกับตะเกียงถูกจุดขึ้นอีกครั้งท่ามกลางความมืดนั้น

                แม่พี่มา ป้าคงบอกเธอแล้ว

                ค่ะ มุทิตาตอบพร้อมรอยยิ้มซึ่งบรรจุกำลังใจไว้เต็มเปี่ยม

                พี่คิดว่าจะทำได้เหมือนที่เคยคุยกับมด แต่พอเอาเข้าจริง...มันก็ทำใจไม่ได้เสียที

                พี่สอง...

                เวลามองหน้าแม่ พี่รู้ว่าทุกสิ่งมันไม่เหมือนเดิมแล้ว เขาไม่ได้มองมาด้วยความรัก มันก็แค่สายตาสมเพชเวทนาเด็กคนหนึ่ง เธอนึกออกไหม เหมือนสายตาของคนที่ไปเยี่ยมเด็กตามสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้านั่นแหละ เอ่ยด้วยน้ำเสียงขมขื่น

                คนฟังสะท้านในอกจนน้ำตาพานรื้นขึ้นมา หญิงสาวพยายามกะพริบไล่มันออกโดยไว ก่อนจะเอื้อมไปกุมมือคล้ำซึ่งกำเกร็งแน่นมาประคองไว้อย่างอ่อนโยน

                พี่สอง ลองใหม่นะคะ ลบอคติออกไปเสีย ไม่ว่าแม่ของพี่จะมองมาด้วยสายตาแบบไหน พี่สองก็ไม่ต้องไปสนใจ นะคะ...ลองอีกครั้ง คราวนี้มดจะคอยเป็นกำลังใจให้พี่สองอีกแรง มุทิตาบีบมือหนาอย่างให้กำลังใจย้ำคำพูดของตน

                พีร์มองคนข้างๆ ราวกับต้องการค้นหาว่ามีบางสิ่งบางอย่างซุกซ่อนอยู่ในการกระทำของเธอหรือไม่ หากเขาไม่ได้หลงตัวเองจนเกินไป...ซึ่งเขาคงไม่ได้หลงตัวเองเกินไปนัก เมื่อผ่านเหตุการณ์นี้ไปได้ พีร์หวังว่าเขาคงมีโอกาสได้หยิบยกเจ้าความรู้สึกนี้มาเจรจากับเธอให้รู้เรื่องเสียที

                ชายหนุ่มกระชับมือบางแน่นขึ้นอีกแทนคำพูดใดๆ

 

                ภายในบ้านยังคงเงียบกริบเหมือนไม่มีแขกมาเยือนแต่อย่างใด มุทิตาแอบโล่งใจนิดๆ เมื่อก้าวเข้าไปแล้วไม่เจอใคร มีเพียงปุ้ยที่คอยป้อนข้าวเวฟอยู่เท่านั้น ห่างออกมาหน่อยมีหญิงสาวตัวเล็กคนหนึ่งนั่งมองผู้มาเยือนมาจากรถเข็นของเธอ ครั้นพอมุทิตาสบตาด้วยก็รีบหลุบตาลงอย่างรวดเร็ว

                พีร์ไม่เคยเล่ามาก่อนเลยว่าน้องสาวของเขาไม่แข็งแรง แต่หญิงสาวคิดว่าเธอเข้าใจ เขาอาจไม่เคยมองว่าน้องสาวของตนพิการก็เป็นได้

                ชายหนุ่มเดินไปนั่งบนเก้าอี้เดี่ยวใกล้เธอคนนั้น เขาหมุนรถเข็นให้สาวน้อยหันมาเผชิญหน้าก่อนจะเอ่ยแนะนำ

                นี่มด...ลูกสาวคนโปรดของป้าเราไงล่ะ ส่วนนี่น้องสาวพี่...ชื่อสาม

                ลูกสาวคนโปรดของป้า ส่งยิ้มต่างสาส์นทักทาย อีกฝ่ายเพียงแต่ส่งยิ้มอ่อนๆ ให้ สบตาวูบเดียวแล้วก็หลบตาอีกเช่นเคย มุทิตานึกรู้ถึงความไม่สะดวกใจของอีกฝ่ายจึงจะเดินจากไป ทว่าไต้ก๋งหนุ่มกลับยึดมือบางไว้เสียก่อน

                จะไปไหน

                อ้อ มดจะไปนั่งกับปุ้ยค่ะ ตอบพลางพยายามพลิ้วมือออกจากการเกาะกุม

                นั่งนี่ก็ได้

                มดมีเรื่องจะคุยกับปุ้ยนี่นา

                พีร์จ้องตอบด้วยสายตาคาดโทษหากก็ยอมปล่อยแต่โดยดี มุทิตาทันเห็นสาวน้อยขี้อายก้มหน้าซ่อนรอยยิ้มซุกซนจนแก้มป่องให้เธอต้องเป็นฝ่ายอายแทน

                แม่เราล่ะ ไปไหนแล้ว เขาถามแก้เก้อ

                แม่ช่วยป้าอยู่ในครัวจ้ะ คงไม่ได้ยินเสียงรถมา

                ตั้งแต่มาพี่ยังไม่ได้คุยกับเราเท่าไรเลย เป็นไงบ้าง

                ก็เหมือนเดิม เบื่อจะตาย เธอเบ้ปากน้อยๆ อธิบายคำพูด พี่สอง เมื่อไรพี่สองจะหายโกรธพวกเราเสียที

                พี่ไม่ได้โกรธสามสักหน่อย

                แต่พี่สองโกรธพ่อ...แม่...แล้วก็พี่หนึ่ง ใช่ไหมล่ะ

                เมื่อยไหม พี่พาไปนั่งชิงช้าข้างนอกดีกว่า เขาไม่รอให้น้องสาวตอบแต่ปลดล็อกล้อรถเข็นทันที

                เวฟวิ่งตามทั้งที่ข้าวยังเต็มปาก ผู้เป็นพ่อจึงอุ้มขึ้นนั่งบนตักคุณอาก่อนจะเข็นออกไป เรียกเสียงหัวเราะจากคนนั่งทั้งสองอย่างชอบใจ

                ว่าไงคะ หนูมดมีอะไรจะคุยกับปุ้ยเหรอ เพื่อนสมัยเด็กซึ่งวันนี้มีฐานะไม่ต่างจากลูกน้องสะกิดยิก ดวงตาพราวระยับอย่างรู้ทัน

                คนไม่มีอะไรจะคุยค้อนตาคว่ำตาหงาย เดินลงส้นจากไปด้วยความอับอาย

 

                เสียงฉ่ายามปลาเคลื่อนลงในน้ำมันเดือดประกอบกับเสียงสากกระทบกับครกดังกลบเสียงจากภายนอกสนิท ไม่แปลกเลยที่สาวใหญ่ทั้งสามจะไม่รับรู้ถึงการมาของชายหญิงคู่หนึ่ง มุทิตาหยุดสายตาของตนลงที่สตรีแปลกหน้าซึ่งนั่งหันออกมานอกครัว ครั้นเมื่อเธอเงยหน้าจากครกในมือขึ้นสบตาราวรับรู้ว่ามีคนเฝ้ามองอยู่นาน หญิงสาวจึงได้สติ รีบยกมือไหว้อีกฝ่ายด้วยท่าทางเก้อกระดาก

                อ้าว มด มาแล้วหรือ นี่น้าวิ...น้องสาวแม่ แม่ตาพีร์ไงล่ะ ดุจนภาหันมาพอดีเพราะเสียงตำที่ชะงักไป

                วิชุดารับไหว้และมองบุตรบุญธรรมของพี่สาวอย่างเอ็นดู

                หน้าเหมือนพี่มานะเลยนะจ๊ะ ลูกตานี่อย่างกับถอดแบบกันมา จำน้าได้ไหม ที่โทร. มาแล้วหนูเป็นคนรับสายไง

                ค่ะ

                คนหน้าเหมือนพ่อแอบกลั้นใจ โธ่เอ๋ย เกิดวิชุดาเผลอเล่ามากกว่านั้นเธอก็แย่น่ะซี จะแก้ตัวกับแม่และไต้ก๋งหนุ่มอย่างไรยังไม่รู้เลย

                โชคดีที่ดุจนภาไม่ทันใส่ใจ วกกลับไปพูดถึงประเด็นเก่าซึ่งคุยกันค้างไว้ก่อนเธอเข้ามา

                แล้วตกลงจะไปค้างที่อื่นจริงเรอะ

                จ้ะพี่ ฉันจองโรงแรมเอาไว้ เท่านี้ก็รบกวนพี่มากแล้ว

                พูดอะไรไม่เข้าท่า เห็นฉันใจจืดใจดำนักหรือไง

                โธ่ ใครจะไปคิดแบบนั้นล่ะจ๊ะพี่ฟ้า ฉันไม่ลืมหรอกว่าพี่เสียสละเพื่อฉันมาเท่าไร ที่ฉันได้เรียนมหาวิทยาลัย ได้มีชีวิตดีๆ ก็เพราะพี่

                พี่สาวเชิดหน้าขึ้นน้อยๆ อย่างไว้ตัวทั้งที่ขัดเขินไม่น้อยกับคำรำลึกบุญคุณ

                ถ้าอย่างนั้นคืนนี้มดนอนที่นี่นะลูก เดี๋ยวพรุ่งนี้แม่ให้พี่เขาแวะไปส่งแล้วจะได้เลยไปรับแม่เขาเสียทีเดียว ให้พีร์มันพาไปทำบุญให้พ่อกับแม่แล้วก็อาทิตย์นะ นานๆ แกจะมาสักที จะได้มีโอกาสพูดคุยกับลูกตามลำพังด้วย บอกตรงๆ เห็นหน้าแกแล้วฉันหดหู่พิกล

                พี่ฟ้า พี่อย่าเข้าใจผิดนะ ฉันไม่เคยเสียใจที่ให้ลูกมาอยู่กับพี่เลยนะจ๊ะ วิชุดาแก้ตัวพัลวัน

                แต่พีร์มันคิด แล้วฉันก็คิด ฉันเองก็มีส่วนผิดที่พรากมันมาจากแก

 

                บรรยากาศบนโต๊ะอาหารในวันนี้ทำให้มุทิตาหวนนึกถึงวันแรกที่เธอมาอยู่ที่นี่ เต็มไปด้วยความอึดอัดกระอักกระอ่วน หัวข้อสนทนาต่างๆ จบลงอย่างรวดเร็วด้วยคำตอบสั้นๆ แต่ได้ใจความของชายหนุ่มคนเดียวในที่นั้น ตัวช่วยที่มีก็ไม่สบายจำต้องเข้านอนแต่หัววัน ปล่อยให้ผู้ใหญ่ที่เหลือนั่งรับประทานอาหารกันเงียบกริบด้วยไม่รู้จะหาประเด็นไหนมาพูดคุยอีกดี

                ดุจนภาลุกไปรับโทรศัพท์พร้อมๆ กับที่หญิงสาวซึ่งนั่งตรงข้ามมุทิตารวบช้อนส้อม เธอไม่รอช้าที่จะชวนอีกฝ่ายพูดคุยเพื่อเริ่มบทสนทนาหัวข้อใหม่ แม้มันอาจจะไม่ได้ผลนักก็ตาม

                อิ่มแล้วหรือคะ ทำไมทานน้อยจัง

                เยอะแล้ว ปกติสามกินน้อยกว่านี้อีก ตอบแต่ไม่สบตา

                ไม่เหมือนมดเลย กินจุจนพี่ๆ ล้อว่าเลี้ยงพยาธิไว้ในท้อง

                อ้าว มดมีพี่ด้วยหรือจ๊ะ สตรีมัชฌิมวัยถามขึ้นบ้าง เห็นใจและซาบซึ้งในความพยายามของคนนั่งข้างลูกชาย

                ไม่ใช่พี่แท้ๆ หรอกค่ะ ลูกของแม่วัน เพื่อนแม่ฟ้าที่เลี้ยงมดมาไงคะ

                อ้อ พี่วันกับพี่ทิวนั่นเอง

                วิชุดาดูจะรู้เรื่องราวของเพื่อนพี่สาวตัวเองไม่น้อย หากได้พบกันในสถานการณ์ปกติ มุทิตาคงไม่พลาดเอ่ยถามถึงบิดามารดาไปแล้ว

                แม่บอกว่าคุณน้ามาจากสระบุรี มดเคยไปเข้าค่ายที่เขาใหญ่สมัยเรียนค่ะ หนาวมากเลย

                จ้ะ แต่ก็เฉพาะฤดูหนาวเท่านั้นแหละนะ

                ตอนนี้เพื่อนมด...ลูกชายคนเล็กของแม่วันน่ะค่ะ เขาก็ไปใช้ทุนนักเรียนแพทย์อยู่แถวนั้น...ที่ลพบุรีค่ะ

                ตาพจน์ พี่ชายของพีร์กับพริ้ม...

                เธอรู้ว่าผมชื่อสอง ชายหนุ่มทะลุกลางปล้องขึ้นมา

                เหรอ...เหรอจ๊ะ มารดามีท่าทีแปลกใจไม่น้อย ก่อนกล่าวสืบไป นั่นแหละจ้ะ ตาหนึ่ง...ลูกชายคนโตของน้าก็ทำงานที่นั่นเหมือนกัน ถ้ามดอยากไปเที่ยวหรือไปหาเพื่อนก็มาพักกับน้าได้นะ โทร. มาถามทางน้าหรือว่า...ถามสองก็ได้ เธอจบประโยคอย่างเกรงๆ

                พี่สองต้องแกล้งบอกทางมดผิดแหงเลย กลัวมดจะไปรบกวนคุณน้า จริงไหมคะ หญิงสาวหันไปถามคนข้างๆ ยิ้มๆ

                ดวงตาคมกล้าอ่อนแสงลง พีร์มองเธออย่างซาบซึ้งใจโดยไม่คิดปิดบังความรู้สึกใดๆ ไว้ จนคนรับต้องเป็นฝ่ายหลบประกายพราวในโถน้ำผึ้งนั้นเสียเอง

                อะไร ใครจะไปไหนกัน ดุจนภากลับมาที่โต๊ะอีกครั้ง

                ฉันชวนมดให้ไปเที่ยวที่บ้านน่ะจ้ะ พี่ฟ้าก็ไปด้วยนะ

                ไม่ไหว ฉันไม่ได้กล้าหาญชาญชัยอย่างเธอนี่ยะ จะได้เที่ยวตะลอนๆ ขับรถมาไกลหลายร้อยกิโลเมตรแบบนี้ได้

                น้องสาวเพียงแต่ยิ้มรับ ชินเสียแล้วกับคำค่อนขอดของผู้สูงวัยกว่าซึ่งตรงข้ามกับการกระทำเสมอมา

                เออ คืนนี้เอ็งไปส่งแม่กับน้องที่โรงแรมด้วยล่ะ แม่ให้มดค้างนี่ ตอนเช้าเราก็แวะไปส่งน้องแล้วรับแม่เราไปทำบุญที่วัดเลย ฉันมีนัดแล้ว คงไปด้วยไม่ได้

                อย่างน้อยดุจนภาก็ทำให้มุทิตาได้รู้... งานนี้ไม่ได้มีแค่เธอคนเดียวที่ทำเพื่อเขา

                คืนนั้น ระหว่างที่พีร์ประคองน้องสาวขึ้นรถ ข้อมือบอบบางของหญิงสาวที่ออกมาส่งก็ถูกยึดไว้ด้วยฝ่ามือหยาบกร้านของแขกผู้มาเยือน วิชุดากระซิบเสียงเบาพอให้ได้ยินกันสองคน

                ขอบใจมากนะจ๊ะ น้ารู้ว่าหนูพยายามช่วยเรา

....................................................

     ไรต์มีอะไรจะบอกค่ะ ตอนหน้ากำลังจะมีใครบางคนวางแผนซ้อนแผนมด

     รู้แล้วมาเอาใจช่วยคนวางแผน เอ้ย ช่วยมดกันนะคะ >///<

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

81 ความคิดเห็น

  1. #66 fsn (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2560 / 10:24
    เหลียวหลังเดินหน้าคะไต๋
    #66
    1
    • #66-1 thezircon (@thezircon) (จากตอนที่ 27)
      24 มิถุนายน 2560 / 15:27
      สงสัยไต๋จะเดินหน้าไกลไปแล้วสิคะงานนี้
      #66-1