ตอนที่ 26 : บทที่ ๑๔ (๕๐%) คนจากอดีต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 657
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    19 มิ.ย. 60

14

 

                ทั้งที่ได้ตกลงกับดุจนภาเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะเข้าไปช่วยจัดการบัญชีของกลุ่มผลิตภัณฑ์แม่บ้านชาวประมงตามที่มารดาบุญธรรมร้องขอ แต่แล้วสายฝนซึ่งพรำลงมาตั้งแต่เช้าส่งผลให้แผนงานต่างๆ จำเป็นต้องเลื่อนออกไป ดุจนภาเองนั่นแหละที่กำชับให้เธอเลื่อนไปเป็นวันอื่น ดังนั้นมุทิตาจึงใช้เวลาว่างซึ่งเหลือทั้งวันหมดไปกับการจัดการงานบ้านในส่วนของตน

                หนูนาแวะมาที่นี่กับเธอหลังเลิกงานเมื่อเย็นวาน เงินก้อนแรกจากน้ำพักน้ำแรงของตน แม้จะไม่มากมายอะไร แต่สองสาวก็มอบให้ผู้มีพระคุณทั้งหมด ดุจนภาปลื้มใจจนน้ำตาคลอและมอบเงินทั้งหมดนั้นกลับคืน ทว่าต่างฝ่ายต่างไม่มีใครยอมรับ สุดท้ายผู้อาวุโสจึงตัดสินใจรับไว้เพียงราคาค่าเช่าตึกของแต่ละเดือน เรื่องจึงได้ยุติลง

                เธอยังจำเสียงพูดคุยหยอกล้อระหว่างมื้อเย็นได้ดี ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่นเสียจนมุทิตานึกสะท้อนใจเมื่อคิดว่าสักวันความผิดที่เธอพยายามปกปิดไว้จะเปิดเผยออกมา

                หญิงสาวสะบัดศีรษะแรงๆ ขับไล่ความคิดเหล่านั้น อย่างน้อยการไม่ได้พบหน้าชายหนุ่มก็ช่วยให้เธอประหม่าและวิตกกังวลน้อยลง ตั้งแต่วันที่เขาบอกว่าจะเล่าเรื่องภรรยาเก่าของเขาให้เธอฟัง มุทิตาก็ยังไม่มีโอกาสพูดคุยกับพีร์ตามลำพังเลย เพราะเช้าวันรุ่งขึ้นดุจนภาซึ่งมีธุระข้างนอกพอดีก็ได้อาสาไปส่งเธอ ส่วนไต้ก๋งหนุ่มก็จำต้องออกเรือไปในวันนั้นพอดี

                แม้ใจหนึ่งจะเป็นห่วงหลังจากเขาหายไปหลายวัน แต่อีกใจก็อดปลอดโปร่งไม่ได้เช่นกัน

                อาโม้ด เสียงเรียกเล็กๆ ดังขึ้นหน้าประตูซึ่งเธอเปิดกว้างไว้

                เข้ามาสิครับ อาสาวเอ่ยชวนขณะเอื้อมมือไปถอดปลั๊กเตารีด

                ภาพเด็กน้อยค่อยๆ แง้มประตูปิดทำให้มุทิตาเผลอทำหน้ากึ่งยิ้มกึ่งบึ้ง เวฟต่างจากเด็กชายวัยเดียวกันทั่วไปคือแกมักจะทำอะไรราวกับมีระเบียบแบบแผนเป็นขั้นเป็นตอนในสมองเสมอ เธอเคยนึกชื่นชมในความต่างนี้ ขณะเดียวกันก็อดหวั่นวิตกไม่ได้ว่านี่อาจเป็นพัฒนาการที่ผิดปกติ

                เจ้าหนูพยายามซ่อนกระดาษแผ่นหนึ่งไว้ข้างหลัง ก่อนจะยื่นมันเมื่อมาหยุดยืนตรงหน้าเธอ

                โอ้โห! เก่งจัง ใครวาดครับนี่

                เวฟกะปุ้ย

                สามคนนี้มีใครบ้างเอ่ย ไหนบอกอาซิ

                นี่ป้อ นี่เวฟ แย้วเก๊าะอาโม้ด คนวาดอธิบายพร้อมกับชี้ภาพตาม

                มุทิตาอมยิ้มให้กับวงหน้าบิดเบี้ยวของตัวการ์ตูน ความรู้สึกบอกเธอว่าใบหน้าของการ์ตูนตัวที่สูงที่สุดดูจะบูดเบี้ยวเหมือนจริง

                แล้วคุณย่าล่ะครับ เวฟไปวาดกับพี่ปุ้ยอีกนะ วาดคุณย่า ย่าแตง แล้วก็พี่ปุ้ยกับพี่เน้ยด้วยไง เดี๋ยวอามดเก็บผ้าเสร็จแล้วลงไปดูนะ

                คุณอามองตามหลานชายซึ่งวิ่งปร๋อออกไป ทว่ายังไม่ทันที่เธอจะแขวนเสื้อผ้าใส่ตู้เรียบร้อย จิตรกรน้อยก็กลับเข้ามาอีกครั้งพร้อมดินสอสีกล่องใหญ่ในมือ

                ปุ้ยไม่อยู่แย้วอาโม้ด เด็กชายบอกคล้ายฟ้อง

                ไม่เป็นไร งั้นวาดกับอามดก็ได้เนอะ มา... อาตั้งโต๊ะให้

                หญิงสาววางมือจากเสื้อผ้าของตนแล้วยกโต๊ะญี่ปุ่นมาตั้งให้หลานชาย เธอลอบพินิจดวงหน้ากลมซึ่งกำลังก้มหน้าก้มตาลากเส้นสายด้วยความตั้งใจอย่างเอ็นดู ประหวัดไปนึกถึงใบหน้าคมเข้มของคนไกลซึ่งมีส่วนคล้ายกันแล้วก็ให้ร้อนไปทั้งแก้มนวล

                เออหนอ เธอคงเพี้ยนไปแล้วกระมัง มุทิตาถอนใจระคนขบขันกับสติสตังของตน

                คุณอาผละจากหนูน้อยเมื่อเสียงเพลงจากโทรศัพท์มือถือบนหัวเตียงร้องดัง แต่แล้วชื่อที่แสดงบนหน้าจอก็ลบเลือนรอยยิ้มที่มีให้มลายหายไป

                อาโม้ด โทยะฉับ เวฟสะกิดเตือน

                มุทิตาพยักหน้าเงอะงะก่อนกดรับเพื่อยุติเสียงดนตรีที่ดังก้องรัวเร็วผสานกับเสียงเต้นของหัวใจ

                มดตะนอย พี่เอง เสียงห้าวซึ่งพักหลังมักจะอ่อนโยนเสมอชิงเอ่ยทัก

                ค่ะ

                พี่ขึ้นฝั่งแล้วแต่อยู่ทางใต้ มาช่วยเขาเรียกร้องให้รัฐช่วยพยุงราคาน้ำมัน ไม่อย่างนั้นเราจะลำบากกันทุกคน คนพูดเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนมีเสียงคล้ายเสียงถอนหายใจดังออกมา คิดถึงเธอ อยากกลับไปหา ไปคุยกันให้รู้เรื่อง

                ดวงหน้าหวานแดงปลั่งตามแรงสูบฉีดโลหิตของหัวใจ

                เธอสบายดีไหม

                ค่ะ

                แล้วนี่ทำอะไรอยู่หรือ

                วาดรูปเล่นกับน้อง

                เวฟรบกวนเธอหรือเปล่า

                เปล่าค่ะ

                โธ่เอ๋ย มุทิตาอยากจะแย้งนักว่าคนที่กำลังรบกวนเธอคือเขาต่างหากเล่า

                เธอไม่ค่อยพูด ยังโกรธพี่อยู่กระมัง สุ้มเสียงเขากลับมาแฝงแววเย้ยหยันดังเช่นที่เคยเป็น

                และเธอก็แพ้มันอีกเช่นเคย มดจำได้ว่าพี่สองขายมันให้มดแล้วไม่ใช่หรือคะ น้ำเสียงแบบนั้นน่ะ

                อ้อ ยังอุตส่าห์จำได้

                ค่ะ มดยังจำได้อีกว่าเคยเรียกพี่สองว่าไต๋ แล้วมดก็ถนัดเรียกแบบนั้นมากกว่าด้วย

                ชายหนุ่มหลุดหัวเราะออกมามา แปลกใจที่ตัวเองไม่ถือสากับคำข่มขู่นั้นแต่อย่างใด ซ้ำยังพอใจลึกๆ กับน้ำเสียงหงุดหงิดอันปิดไม่มิดของเธอ

                อย่าโกรธพี่เลยมดตะนอย พี่แค่อยากได้ยินเสียงเธอเท่านั้น

                หญิงสาวเบ้ปากใส่โทรศัพท์อย่างหมั่นไส้ หากก็ยอมพูดจาดีๆ

                ที่นั่นเป็นไงบ้างคะ

                พรุ่งนี้รัฐจะส่งตัวแทนมาเจรจา คิดว่าคงไม่มีปัญหาอะไร

                เสร็จแล้วพี่สองจะกลับมาใช่ไหมคะ หรือว่าออกเรือต่อเลย

                พี่ว่าจะไปต่อ แต่ไม่นานหรอกนะ พี่คงไม่สบายใจจนกว่าจะจัดการเรื่องของเราให้เรียบร้อยเสียก่อน

                ประโยคบอกเล่าเหล่านั้นทำให้หัวใจที่เพิ่งสงบลงกลับมาเต้นรัว ทว่ายังไม่ทันที่เธอจะได้คัดค้านอันใด เวฟก็สะกิดเรียกพร้อมกับยื่นกระดาษมาให้

                อาโม้ดคุยกะใครน้านนาน เมื่อไยจะวาดยูปกะหนู

                พีร์หัวเราะน้อยๆ เมื่อได้ยินเสียงลูกชายแทรกเข้ามา ขอพี่พูดกับแกหน่อยได้ไหม

                ค่ะ

                มุทิตาฟังเสียงเจื้อยแจ้วโต้ตอบบทสนทนากับบิดาด้วยใจเหม่อลอยจนไม่อาจจับใจความใดๆ มารู้สึกตัวอีกทีก็เมื่อหนูน้อยส่งโทรศัพท์คืนให้พร้อมกับรายงานเสียงใส

                ป้อบอกว่าป้อต้องไปทำงานแย้ว

                เหรอจ๊ะ หญิงสาวเออออไปด้วย

                ป้อบอกว่าไม่เกิน  ทิตย์หน้าจะกลับบ้าน

                เวฟคิดถึงพ่อแย่แล้วล่ะซี

                ป้อบอกว่าให้หนูดูแยอาโม้ดดีๆ

                ฮื้อ! อามดโตแล้ว ดูแลตัวเองได้ เรามาวาดรูปต่อดีกว่านะ เดี๋ยวจะได้อวดคุณย่าไง คุณอาเสเปลี่ยนเรื่อง

                แต่แล้วเสียงเอียดอาดของประตูก็เรียกสายตาจากจิตรกรทั้งสอง ดุจนภาพาร่างสมบูรณ์สมวัยก้าวเข้ามา

                มาทำอะไรกันอยู่ในนี้ฮึ ข้างล่างกว้างกว่าตั้งเยอะ

                มดเพิ่งรีดผ้าเสร็จพอดีน่ะค่ะ

                แล้วเรามากวนอะไรอาเขาเจ้าเวฟ วาดรูปอีกล่ะซี ย่าบอกให้ฝึกคัดไทย ได้ทำบ้างหรือเปล่า

                นี่ยูปย่า ฉวยมั้ย เจ้าหนูชี้อวด

                คุณย่าเพียงแต่ปรายตามองแล้วเลยผ่าน หากหญิงสาวสังเกตเห็นว่ามุมปากของผู้สูงวัยนั้นกระตุกนิดๆ

                เออ สวย ฉันก็สวยของฉันอยู่แล้ว

                มุทิตาหัวเราะกิ๊กกับคำตอบติดตลกจนดุจนภาหันมาค้อนปะหลับปะเหลือก ในยามอารมณ์ดี... มารดาบุญธรรมของเธอก็มีอารมณ์ขันไม่แพ้ใคร

                ดูเราจะเข้ากับเจ้าเวฟดีเหลือเกินนะ

                คงเหมือนกับตาปกมังคะ มดอาจจะชินกับเด็กก็ได้

                เราใจดีเกินไปน่ะซี บอกตรงๆ แม่เห็นเจ้าปกแล้วปวดหัวแทน

                ค่ะ อย่างเวฟนี่เรียบร้อยไปเลย เธอพยายามพูดให้ผู้มีพระคุณเห็นความดีในตัวหลานตนเอง ด้วยยังคงรู้สึกได้ถึงความห่างเหินเกินกว่าย่าหลานทั่วไป

                มดว่ามันผิดปกติหรือเปล่า แม่ว่ามันแปลกกว่าเด็กคนอื่นอยู่นะ พูดก็ไม่ค่อยพูด ซนก็ไม่เท่าไร เป็นครั้งแรกที่ดุจนภาเปิดเผยความกังวลลึกๆ ของตน

                อาจจะเป็นเพราะน้องไม่มีเพื่อนวัยใกล้กันมังคะ อย่างตอนเจอกับตาปกก็เห็นเล่นกันดี

                นี่แม่เคยบอกพ่อมันแล้วนะว่าน่าจะลองไปให้หมอตรวจก็ไม่ไป แถมอายุเท่านี้ส่งเข้าเนอสเซอรี่ได้แล้ว ไม่รู้จะหวงลูกอะไรนักหนา ดื้อด้านจนคนอื่นเขาคร้านจะยุ่งกับลูกมัน จริงสิ ไว้แม่เจอพ่อเหมแล้วลองถามดูท่าจะดี

                เหมันต์...ผู้ชายอีกคนที่มุทิตาเพียรหลบเลี่ยงตลอดสัปดาห์ ทั้งที่เธอต้องการคำปรึกษาจากเขามากเพียงใด แต่ก็ไม่มีหน้าจะเผชิญกับความรู้สึกของเขาได้อีกแล้ว

                พักนี้ไม่เห็นแวะมาทานข้าวที่บ้านเราเลย ผู้สูงวัยหยั่งเชิง

                คนไข้เยอะมังคะ

                มดได้ติดต่อพี่เขาบ้างไหม

                เปล่าค่ะ มดก็ยุ่งๆ เหมือนกัน หญิงสาวยิ้มฝืน เสหลุบตาลงมองลายเส้นที่มือตัวเองลากเรื่อยไปตามอารมณ์

                สามเหลี่ยมมุมฉากวางซ้อนอยู่บนสี่เหลี่ยมคางหมูซึ่งมีขนาดใหญ่กว่า ...รูปเรือ

 

                กลิ่นหอมของเครื่องแกงโชยตามลมตั้งแต่สตรีทั้งสองยังไม่ทันได้ก้าวเท้าเข้าบ้าน เจ้าของมือซึ่งหอบแฟ้มบางทำจมูกฟุดฟิดอย่างทะเล้นรับกลิ่นนั้น จนคนข้างๆ เผลอตีต้นแขนเรียวราวลำเทียนด้วยความหมั่นไส้

                หิวล่ะสิเรา แม่บอกให้พักกินกลางวันก็ไม่กิน

                ก็มดรู้ว่าเย็นนี้จะมีแกงส้มนี่จ๊ะ ไม่ได้กินตั้งนานแล้ว

                ไป ไปดูในครัวว่าเขาทำเสร็จยัง ถ้าหิวก็รองท้องก่อนเลย แม่นัดช่างทำผมไว้ จะไปโกรกผมเสียหน่อย

                ป้าแตงและเน้ยกำลังขะมักเขม้นอยู่หน้าเตาขณะที่มุทิตาย่องเข้าไป ปลาช่อนหั่นหนาถูกหย่อนลงในน้ำแกงเดือดปุด

                อุ๊ย! หนูมด เข้ามาเงียบๆ คนแก่ตกใจหมด แม่ครัวอุทานหลังหันมาเจอหญิงสาวเยี่ยมหน้ามาใกล้ เน้ยซึ่งเห็นเธอก่อนแล้วแอบอมยิ้ม

                มดลอยมาตามกลิ่นค่ะ

                ฟังพูดเข้า แล้วนี่คุณนายไม่ได้กลับมาด้วยเหรอ

                แม่แวะส่งมดแล้วออกไปร้านทำผมแล้วค่ะ เวฟกับปุ้ยล่ะคะ

                แม่นั่นมันบอกจะขึ้นไปเอาน้องนอน นี่ก็หายไปร่วมสามชั่วโมงแล้วยังไม่ลงมา ไม่รู้ใครหลับก่อนใคร แตงบ่น นานๆ ทีจะได้ระบายเพราะไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่หากนำไปพูดกับดุจนภา

                แกตั้งท่าจะบ่นต่อไปอีกยืดยาว หากไม่มีเสียงโทรศัพท์บ้านขัดขึ้นเสียก่อน นั่นแหละ มุทิตาจึงหาทางหลบออกมาได้ในที่สุด

                ขอสายพี่ฟ้าหน่อยจ้ะ เสียงหวานนุ่มไม่คุ้นหูเอ่ยถึงความต้องการของตน

                ตอนนี้แม่ไม่อยู่ค่ะ ฝากอะไรไว้ไหมคะ

                เอ๋ หนูใช่ลูกสาวของพี่มานะหรือเปล่า

                คำว่า ลูกสาวของพี่มานะ ทำให้หญิงสาวรู้สึกเต็มตื้นอย่างประหลาด โธ่เอ๋ย นานแค่ไหนแล้วที่ไม่มีใครมาตอกย้ำว่าแท้จริงแล้วเธอก็มีพ่อมีแม่แท้ๆ เช่นคนอื่นเขา

                ค่ะ แล้วคุณ...

                น้าชื่อวิจ้ะ เป็นน้องของพี่ฟ้า เอ่อ แล้วนี่พีร์อยู่ไหมจ๊ะ

                ไม่อยู่ค่ะ

                ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ขณะที่มุทิตากำลังตรึกตรองอย่างหนัก ถ้าสตรีผู้นี้คือน้องสาวของดุจนภา นั่นย่อมหมายรวมถึงว่าเธอคือมารดาของไต้ก๋งหนุ่มด้วยเช่นกัน

                ถ้าอย่างนั้นน้าจะโทรมาอีกที เท่านี้แหละจ๊ะ

                คุณน้า! เดี๋ยวค่ะ อยากตบปากตัวเองนักที่โพล่งออกไปแบบนั้น

                ทว่ามาถึงตอนนี้เธอไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว เจ้าของน้ำเสียงหวานนุ่มคงกำลังรอฟังด้วยความสงสัย หญิงสาวตัดสินใจเดินหน้าอย่างนุ่มนวลที่สุด

                ไต๋จะกลับมาอาทิตย์หน้าค่ะ บางทีถ้าคุณน้าอยากเจอ...หรือโทรหา...

                อยากสิ น้าอยากเจอ ขอบใจนะหนู...ขอบใจมาก หวังว่าน้าจะได้เจอหนูเหมือนกัน

                อย่างน้อยเธอคงไม่ได้ตัดสินใจผิด ถ้อยความละล่ำละลักด้วยความดีใจบอกเธอไว้อย่างนั้น

 

                ขอบใจเว้ย ไต้ก๋งหนุ่มกล่าวขอบคุณพร้อมตบไหล่ลูกน้องซึ่งขี่รถจักรยานยนต์มาส่ง

                เขานิ่วหน้ามองประตูรั้วซึ่งปิดไม่สนิทด้วยแววตาตำหนิ สะเพร่าอย่างนี้เกิดลูกของเขาวิ่งทะเล่อทะล่าออกมาจะเกิดอะไร พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นรถญี่ปุ่นสีบรอนซ์ไม่คุ้นตาคันหนึ่งจอดสงบนิ่งอยู่กลางลานหน้าบ้าน

                พีร์ชะงักค้างอยู่ ณ กรอบประตูนั้น หัวใจรัวตึงในอกเมื่อเห็นแผ่นหลังที่เคยคุ้นตานั่งหันหลังให้จากเก้าอี้รับแขกตัวยาว ผมสั้นหยิกน้อยๆ ไม่ต่างจากเส้นผมของเขา ข้างกายนั้นมีหญิงสาวร่างเล็ก...เล็กจนแทบจะจมลงไปกับเบาะรถเข็นที่เธอนั่งอยู่ อยู่ใกล้ๆ กัน

                แม่... เขาเปล่งเสียงเรียกราวไร้สติ หากมันกลับติดอยู่แค่ลำคอ

                ดุจนภาเป็นฝ่ายหันมาเห็นก่อนแล้วแขกทั้งสองจึงหันมองตาม ชายหนุ่มเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยและเผลอกำมือแน่นโดยไม่รู้ตัวยามได้สบตาไหวระริกคู่นั้น กว่ายี่สิบปีที่เติบโตมาโดยไม่มีแม่ มันยาวนานยิ่งกว่าสิบสองปีที่แม่เลี้ยงดูเขาเสียอีก

                วูบหนึ่งนั้น พีร์ไพล่ไปนึกถึงคนที่สอนให้เขารู้จัก ปล่อยวาง หวังให้มีเธออยู่ใกล้ๆ ในสถานการณ์เช่นนี้ ให้เธอได้รับรู้ว่ากว่าจะผ่านมันไปได้นั้นไม่ง่ายเลย แต่ก็ไม่มี... เขายังไม่เห็นมุทิตาแม้แต่เงา

....................................................................

     ว่าไปแล้วไรต์ก็ชักจะสงสารพี่พีร์นะคะนี่

     สงสัยตอนหน้าต้้องส่งกำลังใจไปให้ซะแล้ววว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

81 ความคิดเห็น

  1. #65 fsn (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 14:38
    คำพูดมักออกมาอย่างง่ายดายเสมอ แน่นอน แต่ถ้าเราไม่อยากจมกับความรู้สึกแบบนั้น เราก็ต้องเริ่มปรับเปลี่ยนนะคะ
    #65
    1
    • #65-1 thezircon (@thezircon) (จากตอนที่ 26)
      21 มิถุนายน 2560 / 15:40
      รอดูกันนะคะว่าคนเราจะเปลี่ยนได้ไหม
      #65-1
  2. #64 Singlegirl (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 16:22
    พี่พีร์ใจเย็นนะคะ น้องมดอาจจะพาน้องเวฟอาบน้ำแต่งตัวอยู่ในห้องก็ได้

    เด๋วน้องก็ออกมาค่ะ ให้กำลังใจและนั่งอยู่ข้างๆพี่สอง(ของน้องมด)ไงคะ

    อัพบ่อยๆนะคะ คิดถึงไรท์ คิดถึงน้องเวฟ

    หวังว่าน้องเวฟจะไม่ผิดปกติจากเด็กในวัยเดียวกันนะคะ สงสารน้องเวฟอ่ะค่ะ
    #64
    1
    • #64-1 thezircon (@thezircon) (จากตอนที่ 26)
      19 มิถุนายน 2560 / 17:30
      ฮือออ ปลอบได้น่ารักจังค่ะ เดี๋ยวมดก็มาแน่นอนเนอะ

      เวฟไม่ได้ผิดปกติไรค่ะ ไรต์ไม่ใจร้ายขนาดนั้นนน 5555
      #64-1
  3. #63 pingpongdekd (@pingpongdekd) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 16:04
    ใช่ค่ะ พี่พีร์น่าสงสาร เป็นลูกคนกลางที่ถูกส่งมาอยู่กับป้า ที่ไม่เข้าใจกันตั้งแต่เด็ก คงคิดว่าถูกทิ้ง ไม่เป็นที่ต้องการ และยังไม่ได้ดั่งใจป้าอีก อยู่อย่างโดดเดี่ยวมาตั้งแต่เด็กได้ไงก็ไม่รู้นะคะ ไม่เสียคนก็เก่งแล้วค่ะ
    #63
    1
    • #63-1 thezircon (@thezircon) (จากตอนที่ 26)
      19 มิถุนายน 2560 / 17:28
      ถ้าเป็นไรต์ก็คงทำใจยากเหมือนกันค่ะ แถมมาด้วยความไม่สมัครใจด้วย
      #63-1