ตอนที่ 25 : บทที่ ๑๓ (๑๐๐%) ชั่วข้ามคืน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 798
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    15 มิ.ย. 60

การเดินทางขากลับเป็นไปอย่างสุภาพและห่างเหิน ไม่มีใครเอ่ยถึงเรื่องเมื่อคืนอีก มีเพียงเด็กชายซึ่งไม่รู้เรื่องรู้ราวที่ตื่นเต้นกับการค้างอ้างแรมที่อื่นเป็นครั้งแรกคุยจ้อตลอดทาง

                แม่เป็นห่วงแทบแย่ ตอนพี่เขาโทร. มาแม่ตกใจหมด รถซังกะบ๊วย ถ้าเอากระบะไปก็หมดเรื่อง ดุจนภากระวีกระวาดออกมาต้อนรับ

                แต่ทุกคนก็กลับมาแล้วนี่คะ สนุกด้วย จริงไหมเวฟ

                จริงจ้า!” ตอบพร้อมกับชูกำปั้นขึ้นกลางอากาศ

                ผู้เป็นย่าปรายตามองอย่างหมั่นไส้ เขกหน้าผากหลานชายไปหนึ่งที

                ไปๆ เข้าบ้าน แม่ยังไม่ได้กินข้าวเลย รอเรานั่นแหละ กินอะไรมายังล่ะฮึ

                พีร์เดินตามเข้าไปเงียบๆ เขาไม่ได้แวะโต๊ะอาหาร หากแต่หยิบกุญแจรถจักรยานยนต์มาแทน

                แล้วนั่นแกจะไปไหนอีก

                ลงน้ำแข็งครับ เขาตอบสั้นๆ แล้วก้าวออกไป

                เออ ไอ้นี่ ไม่เคยจะได้ดั่งใจป้ามันหรอก

                แม่อยากให้ไต๋มาทานด้วยกันหรือคะ มดไปตามให้ไหม มุทิตาถามยิ้มๆ

                ฮื้อ! ไปตามทำไม นู่น... เจ้าเวฟวิ่งไปตามพ่อมันเองแล้ว

                มดก็นึกว่าแม่เป็นห่วง อยากให้ไต๋มาทานกับเราเสียอีก

                แม่ไม่ห่วงใครทั้งนั้น ใครจะเป็นอย่างไรก็ช่างเขา แม่มีมดเป็นเพื่อนก็พอแล้ว ดุจนภาเอ่ยปลงๆ แล้วเมื่อคืนไปหลับไปนอนที่ไหน ลำบากหรือเปล่าลูก

                แก้มนวลร้อนซู่ ละล่ำละลักปฏิเสธ ไม่ค่ะ ไม่เลย มดนอนกับเวฟ ส่วนไต๋นอนในรถ

                เออแน่ะ แม่ไม่ได้ถามว่าเรานอนคู่กับใครสักหน่อย แต่ได้ยินแบบนี้ก็ดีนะ มารดาบุญธรรมพูดกลั้วหัวเราะ

                โธ่เอ๋ย แล้วเธอจะปิดบังเรื่องนี้ได้อีกนานแค่ไหนกันเชียว

 

                หนูมด เป็นไงบ้างคะ ไปเที่ยวมาสนุกไหม

                มุทิตาทรุดตัวลงนั่งบนแคร่ไม้ไผ่หลังบ้าน เวฟมาขลุกอยู่ที่นี่ตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ เด็กชายกำลังขี่รถสามล้อวนไปมาเล่นลำพัง

                กว่าจะได้คุยกับหนูมดนี่มันช่างยากเย็นแสนเข็ญจริงจริ๊ง คุณนายเล่นกักตัวไว้ทั้งวันแบบนี้

                มากไป

                แล้วตกลงเป็นไงคะ สนุกไหม

                ก็ดีจ้ะ นี่ปุ้ยทำอะไรอยู่ เราช่วยนะ ถามพลางเอื้อมไปหยิบกระเทียมมาช่วยแกะเปลือก

                พอแล้วๆ ไม่ได้ใช้มากมายหรอกค่ะ ปุ้ยเอามาแกะตรงนี้ อ้างว่ามาดูน้อง จะได้อู้ไงคะ

                น่าเกลียดจริง เจ้านายสาวค้อนให้ หางตาเหลือบไปเห็นประตูห้องซึ่งครั้งหนึ่งเธอเคยสนใจเพราะความอยากรู้อยากเห็น หากแต่บัดนี้มันกลับทำให้เธอรู้สึกผิด...ผิดอย่างไม่น่าให้อภัย

                หนูมดเป็นอะไร อย่าจ้องเอาๆ แบบนั้นสิ ปุ้ยยิ่งกลัวอยู่ พูดพร้อมกับทำท่าขนลุกขนพอง

                เขาคงรักไต๋มากนะปุ้ยนะ

                คงจะเป็นอย่างนั้นแหละค่ะ

                แล้วเจ้านายปุ้ยรักเขาหรือเปล่า

                ปุ้ยไม่รู้หรอก มีใครเดาใจไต๋ได้ที่ไหน แต่ก็คงรักกระมังคะ เป็นผัวเมีย...

                ปุ้ย น้ำเสียงเข้มงวดทักขึ้นด้านหลัง

                คนถูกเรียกหน้าซีดเผือดไม่ต่างจากเปลือกกระเทียมที่ตนแกะไว้ รีบลุกหนีไปอย่างรวดเร็ว

                บอกแล้วใช่ไหม อยากรู้อะไรให้ถามพี่ เขาหันมาต่อว่าเอากับคนใกล้ตัว

                หญิงสาวเผลอปรายตาไปยังประตูไม้บานนั้นอีกครั้ง พีร์นึกรู้และนั่นก็ทำให้เขาเย็นลง

                เรื่องผึ้ง...พี่ตั้งใจจะเล่าให้เธอฟังอยู่แล้ว แต่ตอนนี้คงไม่เหมาะสักเท่าไร เธอว่าจริงไหม

                ค่ะ

                แววตาคมกล้าอ่อนเชื่อมลงยามจับจ้องร่างบาง เขาชอบท่าทียามเธอเก้อกระดากเช่นนี้ กลิ่นกายหอมละมุนคล้ายกลิ่นน้ำปรุงครั้งกายได้แนบชิดยังคงโชยแผ่วอยู่ปลายจมูกมิรู้จาง ให้เขาได้เก็บไว้ชื่นใจ...อิ่มเอมใจ...เป็นแรงใจในกาลต่อไป

                มดขอตัวก่อนนะคะ

                เออหนอ นี่เขาคงลืมตัว เผลอจ้องเธอมากไป

                พรุ่งนี้พี่ไปส่ง

                แต่พรุ่งนี้พี่สองต้องออกเรือแล้วไม่ใช่หรือคะ

                พี่ออกสาย อยากคุยกับมดให้เข้าใจ อะไรๆ มันไม่แน่นอนทั้งนั้น คืบก็ทะเลศอกก็ทะเลแบบนี้ นะ...ให้พี่ไปส่ง

                ค่ะ

                ดูก็รู้ว่าเธอไม่เต็มใจรับคำเขา หากแต่เป็นเพราะคำขู่ต่างหากที่ทำให้หญิงสาวปฏิเสธไม่ลง เออ เขาจะคิดแบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด เธอไม่ใช่น้องสาวของเขาอีกแล้ว แต่เป็นเมีย...เป็นผู้หญิงของเขาเพียงคนเดียว

                ชายหนุ่มลูบหน้าพลางนั่งลงแทนที่คนลุกไป ประตูห้องบานนั้นตรงกับสายตาพอดี ภาพความทรงจำในอดีตผุดพรายดั่งตราบาปที่ไม่มีวันลบเลือน

 

                พีร์จงใจเอาตัวเข้าไปพัวพันกับหญิงสาวซึ่งเขารู้อยู่เต็มอกว่าเธอแอบมีใจให้ ด้วยต้องการประชดประชันการคลุมถุงชนของป้า เขาใช้เธอเป็นเครื่องมือ และผึ้งเองก็ดูเหมือนจะ แกล้งโง่ ให้เขาได้ใช้สอยสมใจ ชายหนุ่มเคยคิดค่อนขอดไว้เช่นนั้น

                ไม่ต้องพูดถึงความรัก แม้แต่ความอ่อนโยนเขาก็ไม่คิดหยิบยื่นให้ มีเพียงคำหวานชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้นยามเขาต้องการหลอกล่อให้เธอเห็นคล้อยตาม ด้วยตนยังคงมองว่าหญิงสาวเป็นเพียงเด็กในบ้านคนหนึ่ง ที่เคยข่มได้จึงข่มต่อไป

                แต่ไหนแต่ไรมาผึ้งไม่นิยมสร้างปัญหา เด็กสาวขาดแม่ตั้งแต่จำความได้ และย้ายมาอยู่ที่นี่ตั้งแต่เป็นสาวรุ่นหลังบิดาซึ่งเป็นลูกน้องคนสนิทกับเจ้าของบ้านฝ่ายชายด่วนจากไป เธอขี้อายและเจียมตัว การได้แอบรักหลานชายคนเดียวของผู้มีพระคุณนับเป็นความกล้าหาญหนึ่งเดียวที่มี

                การได้รู้ว่าตัวเองไม่ได้เพ้อฝันไปฝ่ายเดียวคือความสุขที่สุดในชีวิตของลูกผู้หญิงคนหนึ่ง บ่อยครั้งที่ผึ้งรู้สึกสับสนกับอารมณ์อันแปรปรวนของคนที่เธอรัก แต่ครั้นชายหนุ่มดีด้วย หัวจิตหัวใจของเธอก็พลันเต็มตื้นขึ้นมา และพร้อมจะลืมเลือนความเจ็บปวดที่เขาก่อไว้อย่างรวดเร็ว

                ทว่าด้วยความที่ยังขาดวุฒิภาวะทั้งคู่ เหตุการณ์ต่อๆ มาจึงยากจะควบคุม

                นี่มันอะไรกัน! ไอ้พีร์! แกอธิบายมาเดี๋ยวนี้นะ

                ชายหนุ่มตลบผ้าห่มออกพลางลุกนั่งอย่างงัวเงียทั้งที่ท่อนบนเปลือยเปล่า ดุจนภาตรงเข้าประทุษร้ายหลานชายทันที ทั้งหยิกทั้งตีจนเขาต้องปัดป้องพัลวัน

                อย่าค่ะคุณป้า อย่า...อย่าตีพีร์ ผึ้งผิดเอง ผึ้งผิดเอง

                แกด้วยนังตัวดี! หน็อย... เนรคุณ! เลี้ยงเสียข้าวสุกกูจริงๆ

                ผึ้งขอโทษ ผึ้งขอโทษ หญิงสาวสะอื้นฮัก ก้มกราบทั้งน้ำตา

                ไม่ต้อง! แกสองคนไสหัวออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้ ไป!’

                มีอะไรกันหรือคะ เสียงใสของแขกผู้มาเยือนคือระฆังบอกเวลาอย่างดี

                พีร์ลอบถอนใจ ทุกสิ่งทุกอย่างกำลังเป็นไปตามแผนการที่เขาวางไว้ ชายหนุ่มรู้มาก่อนแล้วว่าจิรดาและมารดาของเธอนัดมาพบกับป้าเขาเช้านี้เพื่อเตรียมไปดูฤกษ์ยาม แม้เขาจะเพียรบอกและแสดงออกว่าตนกำลังชอบคนในปกครองของป้าเพียงใด แต่ป้าก็ยังดึงดันจะคลุมถุงเขาให้ได้อยู่ดี ซ้ำยังสั่งให้คนรอบตัวจับตาดูเขาแจ สุดท้ายชายหนุ่มจึงต้องแสร้งทำทีเป็นยอมตัดใจ  ก่อนจะตัดสินใจดำเนินแผนการขั้นเด็ดขาดอีกครั้งเมื่อคืน

                พี่พีร์ นี่มันเรื่องอะไรกัน

                เธอกลับไปก่อนไป มากับแม่ใช่ไหม พาแม่เธอไปด้วย

                โอ๊ย! อะไรกันนี่! พี่พีร์... พี่พีร์!’

                ทุกอย่างกำลังเป็นไปตามที่เขาต้องการ ทว่าเวลานี้พีร์กลับไม่สบายใจสักนิด ไม่แม้แต่จะรู้สึกสะใจอย่างที่คิดเมื่อเห็นป้าเป็นลมล้มพับไปต่อหน้าต่อตา

 

                ว่าไงนะ! เธอท้อง!’

                ค่ะ แต่ผึ้งไม่ได้มาบอกเพื่อเรียกร้องอะไร แค่อยากรู้ว่าคุณต้องการจะให้ผึ้งจัดการกับเด็กคนนี้อย่างไรเท่านั้น

                จัดการอะไร

                เผื่อว่าคุณกับคุณนายไม่ต้องการ ผึ้งก็จะจัดการให้เป็นไปตามนั้น

                หญิงสาวจำต้องเปลี่ยนสรรพนามเรียกผู้มีพระคุณเสียใหม่ตามความเหมาะสมของสถานะที่เปลี่ยนไป ตอนนี้เธอไม่ใช่คนที่ดุจนภาไว้ใจและกล้าฝากฝังงานการได้อีกแล้ว หากแต่เป็นเพียงสาวใช้คนหนึ่ง ไม่ต่างจากป้าแตงหรือปุ้ย ห้องนอนซึ่งเคยได้สิทธิ์ครอบครองเพียงคนเดียวก็มีปุ้ยร่วมแบ่งปัน

                ผึ้งไม่บังอาจคิดเล็กคิดน้อย แค่ได้มีที่ซุกหัวนอนเช่นทุกวันนี้ก็ดีแล้ว ดุจนภาต้องการให้เรื่องนี้รู้ถึงหูคนภายนอกน้อยที่สุด และผึ้งก็ไม่มีญาติที่ไหน การให้เธอพักอาศัยต่อไปจึงเป็นหนทางเดียวที่มี

                บ้า! พูดบ้าๆ เธอเห็นฉันเป็นอะไร ฉันคงเลวยิ่งกว่าสัตว์ถึงได้ฆ่าลูกตัวเอง พีร์จ้องคนตรงหน้าตาขุ่นขวาง หมายจะให้คำพูดเหล่านั้นทิ่มแทงเธอ

                แต่... แต่ว่าป้าของคุณ...

                ก็ให้มันรู้ไปว่าย่าจะสั่งฆ่าหลานได้ลงคอ ธุระเธอมีเท่านี้ใช่ไหม เขาทำท่าจะผละไป แต่ถูกรั้งไว้ด้วยอ้อมกอดจากทางด้านหลัง ผึ้งกอดรัดและซบหน้าสะอื้นลงกับแผ่นหลังหนานั้นอย่างอาวรณ์

                พีร์อย่าโกรธผึ้งเลย ผึ้งไม่คิดจะทำลายเขาอยู่แล้วถ้ามีทางเลือก ผึ้งแค่ไม่อยากให้คุณมีปัญหาเพิ่มขึ้นอีก ผึ้งรักพีร์ที่สุด รักมากจนไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว

                ชายหนุ่มค่อยๆ ปลดมือซูบเซียว ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับเธอด้วยแววตาอ่อนลง

                ถ้าเธอรักฉันก็ดูแลตัวเองดีๆ ฉันต้องการลูก ห้ามเธอคิดทำลายเขาอีก เรื่องอื่นฉันจัดการเอง

                ทว่า กว่าเขาจะจัดการได้ดังปากว่าก็หวิดบ้านพังอยู่เหมือนกัน คราวนี้ดุจนภาโมโหจนเลือดขึ้นหน้า กระทั่งหางคิ้วเขาแตกเพราะแจกันซึ่งปลิวมาปะทะใบหน้านั่นแหละจึงทำให้เธอควบคุมสติได้อีกครั้ง และนี่เป็นครั้งแรกที่พีร์ได้รู้ว่าป้าต้องพึ่งยาระงับประสาทโดยมีหลานชายอย่างตนเป็นต้นเหตุ

                ตลอดเจ็ดเดือนที่ต้องอุ้มท้องอย่างโดดเดี่ยว ขาดสามีคอยเอาอกเอาใจเช่นคู่รักอื่นๆ ส่งผลให้ผึ้งผ่ายผอมลงตรงข้ามกับอายุครรภ์ซึ่งเพิ่มขึ้นทุกวัน พีร์ไม่พอใจกับความเปลี่ยนแปลงนี้จนนำมาเป็นอารมณ์กับเธอ

                เออ... หากเขารู้สักนิดว่าจุดจบจะเป็นอย่างไร สาบานได้เลยว่าเขาจะปฏิบัติกับเธอให้ดี...ให้สมกับความรักที่เธอมีให้เขาอย่างแท้จริง

                ผึ้งมันเจ็บท้องตั้งแต่เมื่อเช้าแล้วค่ะ เป้าคุณกับนังปุ้ยพาไปส่งโรงหมอ ป่านนี้ยังไม่กลับกันเลย

                ไต้ก๋งหนุ่มรู้ดีว่าสีหน้าของตัวเองซีดเผือด เขารีบบึ่งไปโรงพยาบาลทันทีทั้งที่เพิ่งกลับขึ้นฝั่ง ในสมองเต็มไปด้วยคำว่า ลูก นี่ยังเพิ่งเจ็ดเดือนเท่านั้น ไม่รู้ ตาหนู หรือ ยัยหนู ของพ่อจะเป็นอย่างไร จะแข็งแรงหรือเปล่าก็สุดรู้

                ดุจนภาปรายตามองหลานชายตั้งแต่หัวจรดเท้า เธอนิ่วหน้ากับสารรูปของเขา เสื้อชื้นเหงื่อ กางเกงยีนซีดขาด และเท้าหนีบแตะ ถ้าเป็นเวลาอื่นคงต้องอบรมกันชุดใหญ่ ทว่าตอนนี้กำลังมีเรื่องสำคัญกว่านั้น ร่างซีดเซียวบนเตียงยังคงไม่รู้สึกตัว

                หมอบอกว่าเมียเอ็งอาการไม่ค่อยดี  หมดสติไปก่อนคลอด

                แล้วเด็กล่ะครับ เด็กปลอดภัยหรือเปล่า ผู้ชายหรือผู้หญิง

                ผู้ชาย แต่หมอบอกว่าให้ทำใจ เพิ่งเจ็ดเดือนเองไม่ใช่เรอะ ตัวเล็กนิดเดียวเท่านั้น ยังต้องอยู่ในตู้

                พีร์เกร็งมือเกาะขอบเตียงแน่น ข้อความเหล่านั้นวนเวียนซ้ำแล้วซ้ำเล่าราวกับมีเกราะที่มองไม่เห็นบีบรัดตัวเขาจนไม่อาจเคลื่อนไหวใดๆ

                เพียงเพราะอยากเห็นหลานชายเจ็บปวด ดุจนภาจึงพูดออกไปเช่นนั้น แต่เมื่อเห็นสภาพของคนที่เธอคอยเฝ้ามองห่างๆ ตอนนี้แล้วก็พาให้สะท้อนใจ ประโยคต่อไปจึงอ่อนลง

                กลับไปอาบน้ำอาบท่า กินข้าวกินปลาเสียก่อน ทางนี้ฉันจะช่วยดูให้ เอาปุ้ยกลับไปด้วยแน่ะ มันเหนื่อยมาทั้งวัน

                ผมอยากเห็นลูกก่อน อยากรอให้แน่ใจว่าแกจะปลอดภัย

                เขาอยู่ใกล้หมอไม่เป็นไรหรอกน่า ดูตัวแกเองเสียก่อน สะอาดนักเรอะสภาพนี้ ขี้คร้านจะเอาโรคมาติดลูก

                คุณพ่อหมาดๆ ก้มลงสำรวจตัวเองแล้วจำต้องยอมรับตามนั้น ทว่าหลังจากที่ชายหนุ่มจัดการกับตัวเองเรียบร้อย และกลับไปที่โรงพยาบาลอีกครั้ง ห้องสีขาวสะอาดก็ว่างเปล่าเสียแล้ว

                ผึ้งถูกย้ายไปห้องผู้ป่วยวิกฤติเพราะช็อกหมดสติไปชั่วขณะ เธอไม่มีโอกาสได้รับรู้เลยว่าคนที่เธอปรารถนาความรักจากเขากำลังเฝ้ามองเธอผ่านกระจกบาง มองด้วยความโหยหาและสำนึกผิด พีร์สัญญากับตนเองว่าหากร่างซูบเซียวซึ่งเต็มไปด้วยสายระโยงระยางรอบตัวฟื้นขึ้นมา เขาจะทำทุกอย่างให้มันถูกต้องเสียที ไม่ปล่อยให้เธอต้องจมจ่อมกับความทุกข์อีกต่อไป ตอบแทนชีวิตน้อยๆ ตอบแทนความรักและภักดีที่เธอมอบให้เขาเสมอมา

                ทว่าความปรารถนาของชายหนุ่มไม่มีวันเป็นจริง ผึ้งน้อยโผบินไปไกลแสนไกลก่อนวัยอันควร ทิ้งไว้เพียงเหล็กในแห่งความรู้สึกผิดให้ฝังลึกไว้กับคนข้างหลังต่อไป

               

                งานสวดพระอภิธรรมทั้งสามคืนผ่านไปอย่างเงียบเหงา มีเพียงคนในบ้านและลูกน้องเขาที่แวะเวียนมา แต่แล้วในวันฌาปนกิจ แขกซึ่งเขาไม่คาดคิดก็มาร่วมงาน

                เสียใจด้วยนะพี่พีร์ ถ้าแจ๊ดรู้คงมาตั้งแต่วันแรกแล้ว พี่พีร์กับป้าฟ้าใจดำจัง ไม่ส่งข่าวอะไรบ้างเลย

                พี่ไม่คิดว่าเธอจะอยากมา

                ความจริงแจ๊ดก็ไม่อยากมาหรอกค่ะ เรื่องที่เกิดขึ้นมันร้ายแรงเกินไป ถึงเราจะเคยตกลงกันแล้วว่าอย่างไรก็จะขัดขวางการคลุมถุงชนจนถึงที่สุด แต่วิธีที่พี่พีร์ทำมันไม่ไว้หน้ากันเลย จิรดากล่าวเสียงเรียบเรื่อย ไม่มีร่องรอยของความโกรธหลงเหลืออยู่แต่อย่างใด

                พี่เสียใจ

                แจ๊ดรู้ แจ๊ดถึงต้องมาไงคะ มาเพื่อขออโหสิกรรมและอโหสิกรรมให้กับผึ้ง

                ถ้าผึ้งรู้คงดีใจ เขา...ไม่มีใคร ชายหนุ่มพูดไม่ออกคล้ายมีก้อนอะไรแล่นมาจุกที่คอ เมื่อนึกขึ้นได้ว่าสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เธอ ไม่มีใคร คือเขานั่นเอง

                จิรดามองเห็นความเปลี่ยนแปลงในตัวผู้สูญเสีย เขาไม่ได้มีแววตาเด็ดเดี่ยวและเปี่ยมไปด้วยความทะนงตนอีกต่อไป หากมันกลับแห้งผากราวกับผืนดินซึ่งแล้งน้ำมานานปี

                ได้ยินว่าพี่พีร์ได้ลูกชาย ชื่ออะไรนะคะ

                เวฟ... คลื่น

                ฟังดูเข้ากับพี่จัง พรุ่งนี้แจ๊ดจะเข้าไปเยี่ยม จะซื้อของขวัญไปให้หลานคนแรกสักหน่อย เด็กผู้ชายนี่เขาจะชอบอะไรก็ไม่รู้

                ทว่าของขวัญของจิรดายังคงไร้คนเปิดต่อไปนานหลายเดือน ร่างเล็กใช้เวลาสี่สัปดาห์แรกของชีวิตภายในตู้อบตลอดเวลา ตามลำตัวและแขนขามีสายต่างๆ ห้อยระโยงระยางไม่ต่างจากผู้เป็นแม่ แม้จะไม่มีคำรับรองจากหมอ แต่วันเวลาที่ผ่านไปก็พิสูจน์ว่าเจ้าหนูยังคง สู้ ได้เป็นอย่างดี

                แล้วเรื่องอะไรที่พ่ออย่างเขาจะยอมแพ้!

                พีร์งดออกเรืออย่างไม่มีกำหนด หลังฝากฝังลูกน้องแต่ละคนไว้กับไต้ก๋งที่รู้จักกันเรียบร้อย เวลาทั้งหมดจึงถูกทุ่มเทมาที่ลูก เขามาโรงพยาบาลทุกวันและอยู่ที่นั่นตั้งแต่เช้ายันค่ำ เฝ้าภาวนาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ คอยให้กำลังใจนักสู้ตัวเล็กๆ และเผชิญกับความหวาดกลัวว่าจะสูญเสียยามแกอาการทรุดลงเพียงลำพัง

                กระทั่งในที่สุด...คำอธิษฐานของเขาก็เป็นจริง ทารกน้อยพ้นขีดอันตรายเมื่ออายุย่างเข้าสองเดือน ไม่มีสิ่งใดยิ่งใหญ่ไปกว่าการได้สัมผัสผิวหนังเหี่ยวย่นที่เริ่มเรียบเนียนและจูบดวงหน้าเล็กๆ นั้นให้ชื่นใจเป็นครั้งแรกในชีวิตได้อีกแล้ว

                ความทุกข์ทรมานจากความรู้สึกผิดและการสูญเสียในครั้งนั้นเขายังไม่ลืม ชายหนุ่มจะไม่ยอมให้ประวัติศาสตร์ต้องซ้ำรอยอีกเป็นอันขาด แม้อาจต้องแลกด้วยอิสรภาพทั้งชีวิตของเขาก็ตาม

 .............................................................

     ถึงพี่พีร์จะเป็นพ่อที่ดี แต่ฮีก็ใจเด็ดกับผึ้งมากเลยค่ะ

     หวังว่าเรื่องในอดีตจะเป็นบทเรียนให้พี่พีร์น้าาา ฮือออ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

81 ความคิดเห็น

  1. #62 punpun (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 13:33
    ไรท์ค่ะ...ใจร้ายทุกเรื่องเลยจริงๆๆ

    ตัวละครมีปมตลอด....

    # ไรท์สายดาร์ก...



    ปล. แต่ก็ชอบนะ
    #62
    1
    • #62-1 thezircon (@thezircon) (จากตอนที่ 25)
      19 มิถุนายน 2560 / 15:14
      55 อาจเพราะไรต์คิดว่าคนทุกคนก็มีทุกข์มีปัญหามั้งคะ ชีวิตพระนางไรต์เลยไม่ค่อยง่ายเลย
      #62-1
  2. #61 fsn (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2560 / 21:35
    ชีวิตได้เรียนรู้เยอะ น่าจะสามารถจัดให้ดีได้ขึ้นนะคะ
    #61
    1
    • #61-1 thezircon (@thezircon) (จากตอนที่ 25)
      16 มิถุนายน 2560 / 15:01
      รอลุ้นกันนะคะว่าครั้งนี้พี่พีร์จะทำผิดซ้ำสองไหม
      #61-1
  3. #60 Singlegirl (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2560 / 16:57
    โอ๊ยยยย ได้ฟังสตอรี่ของพี่พีร์กับนู๋ผึ้ง ก็ได้แต่สะท้านสะท้อนในใจ รีดก็หวังเหมือนไรท์เช่นกันว่า พี่พีร์ต้องจำบทเรียนเก่าๆ

    อย่าให้มีประวัติซ้ำรอยแบบแม่ของน้องเวฟอีกเลย อินๆๆๆจัดค่ะ
    #60
    1
    • #60-1 thezircon (@thezircon) (จากตอนที่ 25)
      15 มิถุนายน 2560 / 19:41
      ใจนึงก็สงสารที่พี่แกมีปมนะคะ แต่อีกใจก็รู้สึกว่าไต๋ใจร้ายไม่เบาที่หลอกใช้ความรักของผึ้งอ่า ฮือออ ไรต์ก็อิน
      #60-1