ตอนที่ 24 : บทที่ ๑๓ (๕๐%) ชั่วข้ามคืน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 726
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    13 มิ.ย. 60

13

 

                มื้อเย็นวันนั้นเป็นไปอย่างคึกคัก เตาปิ้งขนาดใหญ่ซึ่งศักดิ์ชายบอกว่าเพิ่งมีโอกาสได้ใช้นับตั้งแต่ซื้อมาเต็มไปด้วยอาหารทะเลนานาชนิด สองหนุ่มทำหน้าที่พ่อครัวอย่างแข็งขันขณะที่มุทิตาก้าวออกจากบ้านหลังเพิ่งชำระล้างร่างกายเสร็จ เรือนผมเปียกชื้นลีบลู่ล้อมกรอบดวงหน้านวลปลั่งไร้เครื่องสำอาง เธอเดินเข้าไปอาสาช่วยงานกับเจ้าบ้านฝ่ายหญิงแทน

                มีอะไรให้มดช่วยไหมคะ

                ช่วยทานจ้ะ คนตอบตอบแล้วก็ฉวยถุงใส่เสื้อผ้าที่มุทิตาผลัดไว้มาถือเสียเอง เดี๋ยวพี่เอาไปปั่นแห้งให้ ของสองพ่อลูกนั่นเอามาแล้ว มดอยากได้ไดเป่าผมหรือเปล่าจ๊ะ

                ไม่เป็นไรค่ะ สักพักก็คงแห้ง

                ถ้าอย่างนั้นนั่งทานอยู่นี่แหละ ทานเยอะๆ นะ เดี๋ยวพี่ไปดูไอ้ตัวเล็กสักหน่อยแล้วจะออกมาคุยด้วย นี่น้องเวฟก็หลับไปแล้ว สงสัยจะเพลีย

                ทว่ามุทิตาหาได้ทำตามที่คุณแม่มือใหม่กำชับไม่ หน้าเตาปิ้งต่างหากที่น่าสนใจในเมื่อพ่อครัวใหญ่ต่างไปยืนมุงกันอยู่ตรงนั้น กลิ่นถ่านไม้ไหม้ผสานกับกลิ่นอาหารทะเลสดๆ เผาช่วยสร้างบรรยากาศได้เป็นอย่างดี พีร์พลิกกุ้งตัวเขื่องซึ่งทยอยสุกกลับข้าง ใกล้มือเขานั้นมีแก้วทรงสูงบรรจุน้ำสีอำพันตั้งอยู่

                แก้วเดียวเท่านั้น รับรองว่าขับกลับไหว ราวกับรับรู้ว่าเธอกำลังให้ความสนใจสิ่งใด เสียงทุ้มจึงเอ่ยคล้ายแก้ตัวแผ่วเบา หวังให้เธอรับรู้เพียงผู้เดียว

                เออ... ก็เขารำคาญเหลือเกินล่ะกับสายตาสู่รู้ของเพื่อนสนิท

                แม่ฟ้าได้โทร. มาไหมคะ

                ทำไม ชายหนุ่มย้อนถาม เสียงแข็งคอแข็งขึ้นทันที ใจกระหวัดไปนึกถึงผู้ชายอีกคนที่อาจจะกำลังคอยเธอ

                มดกลัวว่าแม่จะรอทานข้าวน่ะค่ะ มือถือมดแบตฯ หมดพอดี

                คำตอบของเธอคลายอารมณ์เดือดดาลที่พุ่งพล่านขึ้นมาอย่างรวดเร็วให้มอดลงในเวลาอันรวดเร็วเช่นเดียวกัน ดังนั้น เมื่อพีร์เดินกดโทรศัพท์ห่างออกไปโดยมีรอยแย้มหัวปรากฏอยู่ในแววตา ศักดิ์ชายจึงได้แต่ขมวดคิ้วมองตามด้วยความไม่เข้าใจ

                ไอ้นี่มันเพี้ยนใหญ่ เขาวิจารณ์อย่างตรงไปตรงมาก่อนย้อนถามเธอ น้องมดว่าไอ้พีร์มันเป็นไง

                ไม่ทราบสิคะ กับมดเขาก็มีน้ำใจดี เธอตอบกลางๆ

                นั่นซี เห็นภายนอกแบบนี้แต่ภายในมันน่ะรูปทองเชียวนะ ไม่รู้ว่าชาตินี้จะมีใครได้เห็นด้านดีของมันสักกี่คน อ้อ... อย่างน้อยน้องมดคนหนึ่งก็ได้เห็น จริงไหมครับ

                มุทิตายิ้มบางๆ เธอยังไม่แน่ใจนักว่าอีกฝ่ายต้องการสื่ออะไร แม้จะพอเดาได้บ้างก็ตาม

                เสียดายก็แต่ว่าคนที่มันรักและรักมันมากที่สุดไม่ได้เห็น น้องมดอยู่บ้านนั้นมาสักพักคงพอรู้อะไรใช่ไหม พีร์น่ะมันรักป้ามันอยู่หรอก ไม่อย่างนั้นมันคงไม่ทนมาจนป่านนี้ แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่าคนแข็งๆ สองคนไม่ยอมลงให้กันนี่ซี สมัยลุงอาทิตย์อยู่ยังดีหน่อย ลุงเขาเย็นก็พอจะปะเหลาะกันได้บ้าง แต่ตอนนี้เท่ากับมันไม่เหลือใครเลย

                เขาเว้นไปนิดหนึ่งเพื่อมองหาเพื่อน ครั้นเห็นว่ากำลังโทรศัพท์อยู่ไกลๆ จึงกล่าวสืบไป

                เมื่อก่อนมันเกเอาเรื่องอยู่ ไม่ใช่สิ... ถ้าจะพูดให้ถูกคงเป็นเพราะความกดดันอะไรทั้งหลายแหล่ในตัวต่างหากที่ผลักดันให้มันแสดงออกแบบนั้น พอเข้ามหาวิทยาลัยเราก็แยกย้ายกัน พี่มารู้อีกทีตอนที่มันตัดสินใจดรอปเรียนแล้วตะลอนๆ ไปไหนๆ กลางทะเลนู่นแล้ว ไม่มีใครรู้ต้นสายปลายเหตุ ไม่มีใครห้ามได้สักคน

                ผู้ที่ถูกกล่าวถึงวางสายแล้วและกำลังก้าวยาวๆ ตรงมา ประโยคต่อมาของศักดิ์ชายจึงลดเสียงลงไปอีก

                คนบางคนมักจะสร้างเปลือกขึ้นมาปกปิดตัวตนที่แท้จริงของตนไว้ ยิ่งเปลือกนั้นหนาเท่าไร เนื้อในกลับยิ่งอ่อนมากเท่านั้น มีเพียงความเข้าใจ...ความเห็นอกเห็นใจเท่านั้นที่จะทำให้มองทะลุเปลือกนอกเข้าไปได้ พีร์เป็นคนน่าสงสาร น้องมดรู้สึกเหมือนพี่ไหมครับ

                พีร์เอ๋ย ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เพราะเขาต้องการจะเผาเพื่อนหรอกนะ แต่บางที...ความสงสารก็เป็นบ่อเกิดของความรัก ความรักซึ่งเขาปรารถนาอย่างสุดซึ้งว่ามันคือหนทางสุดท้ายที่จะช่วยเยียวยาเพื่อนได้

 

                เป็นอะไรฮึเรา ง่วงล่ะซี นั่งเงียบเชียว

                เปล่าค่ะ มดแค่ไม่อยากกวนสมาธิเวลาพี่สองขับรถ ฝนแรงออกอย่างนี้ เธอขยับตัวเล็กน้อยคล้ายเพิ่งรู้สติจริงๆ

                ใช่ ก็เธอมัวแต่คิดเรื่องของเขานี่นะ ยิ่งได้รับรู้ยิ่งเห็นใจ เข้าใจ ความรู้สึกเหล่านั้นไหลเวียนไม่รู้จบจนเธอจมดิ่งไปกับมัน

                รถติดผิดปกติ แค่ฝนตกไม่น่าจะติดขนาดนี้ พี่ชักง่วงแล้วนะนี่

                อ้าว ไหนว่าแก้วเดียวไม่เป็นไรไงคะ

                ไม่รู้ซี ไม่มีคนคุยด้วย กลัวหลับในอยู่เหมือนกัน

                มุทิตาค้อนปะหลับปะเหลือกกับลมกับฝน โธ่เอ๋ย ไหนใครบอกได้ไหมว่านี่เขาอ้อนหรือขู่เธอกันแน่

                น้ำเยอะแยะเยยป้อ อยากเย่นน้ำอีก เด็กชายจากเบาะหลังทะลุกลางปล้องขึ้นมา ใบหน้าของหนูน้อยแนบยู่ติดกระจก เสียงน้ำกุกกักใต้ท้องรถ

                เล่นไม่ได้ลูก น้ำนี้สกปรก

                ฉกกะปกที่หนาย เก๊าะป้อเคยบอกว่าน้ำฝนกินได้

                ใช่ ตราบใดที่มันยังไม่ตกลงพื้นเท่านั้น ผู้เป็นพ่อตอบกลั้วหัวเราะ เราต้องเอาภาชนะมาลอง รู้จักภาชนะไหม พวกจาน ชาม แก้วอย่างไรล่ะ ถ้าจะกินก็ต้องหาของพวกนั้นมาลองเวลาฝนตก

                เวฟพยักหน้าหงึกหงัก ส่วนจะเข้าใจมากน้อยแค่ไหนก็สุดรู้

                ไว้พ่อจะพาเล่นน้ำฝนเอาไหม

                จริงหยอ!”

                เอ้า จริงซี่ พ่อเคยโกหกเราเรอะ แต่ต้องรอพ่อนะเข้าใจไหม อย่ากวนใครเขา

                หญิงสาวอมยิ้มกับนิสัยหวงลูกของคนข้างๆ เธอเคยคิดค่อนขอดเอากับเขาต่างๆ นานา ทว่าเวลานี้เธอเข้าใจแล้ว เขาคงเชื่อเอาจริงๆ จังๆ ว่าแก้วตาดวงใจดวงนี้เป็นคนเพียงคนเดียวที่ผูกพันและรักเขาด้วยน้ำใสใจจริง

                พลันเครื่องยนต์ซึ่งแล่นผ่านพายุหนักมานานก็เกิดตื้อขึ้นมาดื้อๆ มันดับลงในที่สุดไม่ว่าเจ้าของจะพยายามบิดกุญแจสักกี่ครั้ง

                เวฟ หยิบร่มข้างหลังมาให้พ่อแล้วปีนข้ามมานั่งกับอามด เขาสั่งห้วนๆ อย่างหัวเสีย

                เด็กชายทำตามอย่างว่าง่ายด้วยนึกสนุกเสียมากกว่า ตรงข้ามกับหญิงสาวอีกคนที่ออกจะงุนงงกับการตัดสินใจสายฟ้าแลบเช่นนี้ กระนั้นพีร์ก็ยังมองเห็นความวิตกนั้น เขาอธิบายให้เธอฟังเมื่อลูกชายก้าวมาข้างหน้าเรียบร้อย

                น้ำเข้าเครื่อง ต้องรออีกพักใหญ่ทีเดียวกว่าจะสตาร์ทติด อยู่ในนี้ไม่มีอากาศ เข้าไปรอในโรงแรมนั่นเถอะ กล่าวจบชายหนุ่มก็ก้าวลงจากรถ เขาอ้อมมารับเธอพร้อมร่มคันใหญ่ในมือ

                พีร์รับลูกชายมาอุ้มไว้เสียเอง ทั้งยังคอยกางร่มให้ครอบคลุมทั้งสามคน ทุกอย่างผ่านไปอย่างทุลักทุเลเต็มที เมื่อเข้ามาภายในโรงแรมแล้วนั่นแหละมุทิตาจึงเห็นว่าร่างหนานั้นเปียกไปกว่าครึ่งกาย

                รอนี่ พี่จะไปเอาข้าวของสำคัญออกมาแล้วจะได้ฝากรถไว้กับยามข้างหน้าด้วย

                มุทิตาไม่ทันได้คัดค้านหรือสอบถามอะไร คนออกคำสั่งก็ผละไปอย่างรวดเร็ว หญิงสาวไม่เคยพบเจอเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน ไม่รู้ว่า ต้องรออีกพักใหญ่ นั้นกินเวลานานขนาดไหน แต่เธอก็ไว้ใจและเชื่อในการตัดสินใจของเขาทุกสิ่งอัน

 

                ถ้าต้องค้างที่นี่เธอจะว่าอะไรไหม ฝนตกหนักขึ้นอีกแล้วแบบนี้ รถคงจะไม่สตาร์ทติดง่ายๆ

                เธอจะว่าอะไรได้นอกจากตกใจน่ะซี ตกใจแล้วจึงเปลี่ยนมาเป็นปลงเมื่อเห็นแววกังวลจากสายตาดำขลับคู่นั้นของเขา เถอะ... ก็มันจำเป็นนี่นะ วันนี้เขาเหนื่อยมาพอแล้ว และตอนนี้มันก็ดึกแล้วด้วย เธอไม่ควรจะทำตัวให้เป็นปัญหาเพิ่มขึ้นอีก

                งั้นรออีกสักพัก...

                มดเชื่อในการตัดสินใจของพี่ ถ้าพี่สองคิดว่าควรค้างก็ค้างเถอะค่ะ

                ถ้าอย่างนั้นก็ค้างดีไหม จะได้เปลี่ยนเสื้อผ้าด้วย เขาบุ้ยมาทางเสื้อชื้นๆ ของเธอ ใส่ทั้งอย่างนี้นานๆ จะไม่สบายเอา

                มุทิตามองตามร่างสูงใหญ่ซึ่งยืนอยู่หน้าล็อบบี้ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้มีโอกาสพิจารณาสถานที่แห่งนี้ บี.บี. โฮเต็ล เป็นโรงแรมขนาดเล็กตั้งอยู่บนถนนเลี่ยงเมือง ความสูงเพียงห้าชั้นทำให้ไม่จำเป็นต้องมีลิฟต์ โถงรับแขกค่อนข้างวังเวงจนแขกที่เข้ามาอดรู้สึกไม่ได้ว่ามันมีกลิ่นอับชื้นปะปน

                ชั้นสามนะ เขาส่งกุญแจให้โดยเลี่ยงสบตา

                แล้วของพี่สองล่ะคะ

                เออ ทำไมต้องซักให้มันมากความด้วยล่ะนี่ จะให้เขาบอกอย่างไรเล่าว่าเงินที่พกมามันไม่พอ บัตรเครดิตก็ไม่เคยมีกับใครเขา ซ้ำบัตรเอทีเอ็มยังชื้นจนไม่สามารถกดเงินได้อีก ...บอกให้เธอเป็นฝ่ายออกเงินเองแล้วแอบหัวเราะเยาะเขาน่ะหรือ ไม่มีทาง!

                ห้องเต็ม มดนอนกับเวฟเถอะ เดี๋ยวพี่ไปนอนในรถ

                แต่ในรถมันไม่มีอากาศนะคะ

                เรื่องเล็กน่า เข้าไปเถอะ

                ชายหนุ่มเดินตามเข้าไปสำรวจความเรียบร้อย ภายในห้องแทบไม่มีเฟอร์นิเจอร์อันใดนอกจากเตียงเดี่ยวสองเตียงกลางห้องและตู้เสื้อผ้าเท่านั้น ยังดีที่มีห้องน้ำในตัว พีร์ขบกรามด้วยความเจ็บใจกับราคาซึ่งสูงเกินจริง

                พี่สองจะไปไหน เธอร้องเรียกรั้งเขาไว้ ใช้ห้องน้ำก่อนสิคะ พี่เปียกกว่ามดอีก

                ไม่เป็นไร ถุงเสื้อผ้าชุดที่ใส่มาอยู่ในรถ ตอนนั้นไม่คิดว่าจะต้องค้างเลยไม่ได้เอามาทีเดียว เดี๋ยวพี่ลงไปเอามาให้แล้วจะโทร. บอกป้าด้วย ท่านจะได้ไม่ต้องรอ

                ค่ะ งั้นมดรอ เดี๋ยวมดอาบให้น้องก่อนก็ได้

                ขอบใจมดตะนอย แล้วก็ขอโทษ...ขอโทษที่พี่พาเธอมาลำบากแบบนี้ ตาคมหวานซึ้ง ทั้งอ่อนหวานและออดอ้อนในทีจนผู้ได้รับต้องเสหลบตา

 

                เสียงเคาะประตูส่งผลให้ร่างบางซึ่งกำลังแต่งตัวสะดุ้งโหยง เออหนอ เธอบอกให้เขาขึ้นมาอาบน้ำได้ในอีกสิบห้านาทีข้างหน้า ทว่าตัวเองกลับมัวแต่โอ้เอ้อยู่หน้ากระจกเพราะผื่นแดงที่จู่ๆ ก็ปรากฏขึ้นบริเวณลำคอ

                เวฟหลับไปแล้วหลังได้คุณอาอาบน้ำให้และคุณพ่อกล่อมนอน ก่อนที่คนซึ่งเป็นหลักในครั้งนี้จะลงไปรอข้างล่างเพื่อให้หญิงสาวได้มีเวลาส่วนตัว

                ขอโทษค่ะ คนผิดเวลายิ้มแหยพลางค้นหาผ้าขนหนูผืนใหม่ส่งให้เขา

                มุทิตาไม่รู้หรอกว่าการกระทำของเธอทำให้คนซึ่งได้รับการปรนนิบัติเผลอคิดไปไกลถึงไหนต่อไหน อบอุ่นใจบอกไม่ถูกที่มีคนคอยดูแล

                ทำไมปล่อยให้ผมเปียกแบบนี้ เขาโปะผ้าที่เธอส่งให้กลับลงไปบนเรือนผมเปียกชื้น ยีแรงๆ เหมือนที่ชอบแกล้งลูกชาย

                เจ็บนะ หญิงสาวประท้วงเสียงกระซิบ

                หมั่นไส้ ว่าให้แต่ก็ยอมปล่อยมือ

                ตกลงพี่สองจะไปนอนในรถจริงๆ เหรอ

                เขาผงกศีรษะรับ

                แต่มันไม่มีอากาศนะคะ ฝนตกแบบนี้จะเปิดกระจกได้อย่างไร

                พีร์หรี่ตามองคนตรงข้ามคล้ายจะค้นหาว่าเธอต้องการอะไร

                ความจริงพี่สองนอนที่นี่ก็ได้ เดี๋ยวมดนอนบนโซฟาเอง เธอเบี่ยงตัวเล็กน้อย ผายมือไปยังเก้าอี้ยาวสีหมอง

                ทว่าชายหนุ่มกำลังสนใจสิ่งอื่นมากกว่า รอยแดงปื้นบนลำคอระหงมีรอยเล็บปรากฏเด่นชัด

                นั่นอะไร

                สงสัยคงแพ้อะไรสักอย่างน่ะค่ะ มดก็ไม่รู้เหมือนกัน มือบางแปะลงบนผื่นคัน เผลอเกาแก้เก้อ

                อย่าเกา ไหนพี่ดูซิ

                มุทิตาพยายามหดคอหนีมือสาก สายตาคมดุของเขาแน่วแน่ทำให้เธอไม่อาจปฏิเสธ แม้ใจจะหวนนึกถึงความล่อแหลมอันหวามไหวเช่นค่ำคืนอันตรายครานั้น กลิ่นฝนชื้นๆ ผสานกับกลิ่นขมของยาสูบลอยเฉื่อยอยู่ปลายจมูกเธอ

                แพ้อะไร ทำไมไม่บอก เสียงทุ้มถามแผ่วเบา ใกล้เสียจนเธอไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมอง

                ก็...มดก็ไม่รู้

                ทำไมตัวร้อนฮึ มีไข้ด้วยหรือ ชายหนุ่มจงใจไล้ริมฝีปากเฉียดหน้าผากมนมาข้างแก้ม

                ราวกับเกิดแผ่นดินไหว จู่ๆ ขาทั้งสองข้างก็ไม่อาจหยัดยืนได้ด้วยตนเอง ดีที่มีอ้อมแขนล่ำสันคอยประคอง...ตระกองไว้

                คำรักของเขาชัดเจนท่ามกลางเสียงลมฝนอื้ออึง หากคำปฏิเสธของเธอกลับแผ่วเบาราวสายลม

 

                ร่างแบบบางเปลือยเปล่านอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา พีร์มองแผ่นหลังและลาดไหล่ขาวเนียนซึ่งเขาได้มีโอกาสครอบครอง...สัมผัสเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมาด้วยความอิ่มเอมใจ นึกอยากเก็บตุ๊กตาแพรตัวนี้ไว้ในอก ไม่ให้ใครเห็นหรือสัมผัสแม้เพียงปลายเล็บ ...ถ้าเธอยินยอม

                โกรธพี่หรือมดตะนอย

                ไม่มีปฏิกิริยาตอบรับจากคนที่นอนตะแคงหันหลังให้

                เธอคงเกลียดพี่แล้วกระมัง

                ครั้งนี้ศีรษะทุยขยับเล็กน้อย เรือนผมคลี่สยายเต็มหมอน ชายหนุ่มลอบสูดหายใจเข้าลึกอย่างชื่นใจ นิ้วมือสากเอื้อมแตะผื่นแดงบริเวณต้นคอแผ่วเบา

                อย่าเกานะ พรุ่งนี้พี่จะหาซื้อยาให้บอกพลางปัดเส้นผมอันอาจทำให้เกิดการระคายเคืองออก เผยให้เห็นแผลเป็นยาวเกือบหนึ่งนิ้วเหนือขึ้นไปใกล้ท้ายทอย

                ยังเจ็บอยู่ไหม แผลนี้สินะที่เธอเคยเล่าให้พี่ฟัง ริมฝีปากอุ่นจัดประทับปลอบ หวังช่วยเยียวยา

                อีกฝ่ายสะท้านน้อยๆ หากไม่ได้เอื้อนเอ่ยวาจาใดๆ

                มดตะนอย... พี่รู้ตัวว่าพี่ไม่ใช่คนดีสักเท่าไร ไม่อาจให้ความสุขกับเธอได้ทุกอย่างเขายังคงพยายามต่อไป ไม่รู้ทำไมถึงได้ใส่ใจและเป็นกังวลกับความรู้สึกของผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้นักหนา

                อ้อมแขนหนาพลิกเธอให้หันมาเผชิญหน้า รอยยิ้มจุดขึ้นที่มุมปากเมื่อได้ยลโฉมหนอนดักแด้ตัวเขื่อง เขากวาดสายตาไปทั่วดวงหน้าหวานซึ่งโผล่พ้นชายผ้าห่มเพียงแค่จมูกและตาด้วยความเอ็นดูระคนหลงใหล น้ำเสียงในประโยคต่อมาแหบพร่าอย่างไม่อาจควบคุม

                แต่พี่ก็เป็นมนุษย์ เป็นคนเต็มคนที่พร้อมจะรับผิดชอบในผลการกระทำของตัวเอง ถ้าเธอไม่รังเกียจคนอย่างพี่ พี่ก็พร้อมจะทำทุกอย่างให้มันถูกต้องนะคนดี

                อย่า...อย่านะคะ หญิงสาวคัดค้านหน้าตาตื่น จะบอกแม่ไม่ได้เด็ดขาด ห้ามบอกแม่นะ

                ถ้าอย่างนั้นก็จดทะเบียนกันไว้ เธอจะได้สบายใจว่าพี่ไม่มีวันทิ้งเธอ แล้วเราค่อยหาทางบอกป้าทีหลัง

                นั่นก็ไม่ได้

                ทำไม เสียงถามแข็งขึ้นทันควัน เถอะ ไว้ให้เธอพร้อมกว่านี้แล้วเราค่อยพูดเรื่องนี้กันอีกที พี่จะลงไปนอนในรถ ดึกแล้ว หลับเสีย อย่าเพิ่งคิดอะไรทั้งนั้น

                มุทิตาปิดเปลือกตาลง รอจนกระทั่งเสียงน้ำในห้องน้ำเงียบไป ตามด้วยเสียงปิดประตูห้องนั่นแหละจึงลืมตาขึ้นอีกครั้ง ความสับสน...กังวลฉายชัดอยู่ในดวงดาวอับแสงคู่นั้น

                แม้ภายในใจลึกๆ จะตื้นตันตามประสาผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเขายินดีจะรับผิดชอบ แต่เมื่อนึกถึงปฏิกิริยาจากคนรอบข้างแล้วก็ให้เกิดความลังเลขึ้นมา

                บางทีปล่อยไปแบบนี้อาจจะเป็นผลดีกับทุกคนมากกว่าก็เป็นได้ หากเขาไม่พูด ซึ่งเธอเชื่อเหลือเกินว่าไต้ก๋งหนุ่มไม่ใช่คนแบบนั้น เหตุการณ์ในค่ำคืนนี้ก็คงเป็นความลับต่อไป ไม่มีใครต้องเสียใจ ไม่มีใครต้องผิดหวังเพราะเธอ

.................................................................

     มาแล้วค่า มาพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงชั่วข้ามคืนเลย

     คงจะสาสมใจพี่พีร์แล้วใช่ม้ายยยที่ฉวยโอกาสกับความหวั่นไหวของมด ฮือออ

     เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อ รอติดตามกันนะคะ

     หรือช่องทางด่วนพิเศษก็ติดตามในอีบุ๊กได้เลยค่า

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiMjAzOTQ0IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NToiNTcyMzUiO30

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

81 ความคิดเห็น

  1. #59 Singlegirl (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2560 / 10:35
    หวังว่าป้าจะยังคงเชียร์หลานตัวเองนะคะ ประมาณว่ากีดกันพี่เหม จับคู่ให้พี่พีร์
    #59
    1
    • #59-1 thezircon (@thezircon) (จากตอนที่ 24)
      15 มิถุนายน 2560 / 15:13
      มาลุ้นใจป้ากันค่ะ
      #59-1
  2. #58 มาดามรี๊ด (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 20:08
    ไม่ชอบความยุ่งยากที่ตามมาเลยค่ะ น่ากลัววววววว
    #58
    1
    • #58-1 thezircon (@thezircon) (จากตอนที่ 24)
      15 มิถุนายน 2560 / 15:13
      อย่าเพิ่งกลัวน้าาา ติดตามกันก่อนนะคะ
      #58-1
  3. #56 fsn (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2560 / 20:48
    งง คิดไรของนาง

    ปล น่าจะเป็น ภาชนะมารอง นะคะ (รองรับ)
    #56
    1
    • #56-1 thezircon (@thezircon) (จากตอนที่ 24)
      13 มิถุนายน 2560 / 21:11
      นางเอกหรือนางไต๋คะ 5555 ขอบคุณสำหรับคำผิดด้วยค่ะ
      #56-1
  4. #55 nickleee (@nickleee) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2560 / 18:53
    เริ่มมองเห็นลางความยุ่งยาก กลัวใจไรต์จังเลย มาม่าจะมาอีกละแน่ๆ ????
    #55
    1
    • #55-1 thezircon (@thezircon) (จากตอนที่ 24)
      13 มิถุนายน 2560 / 21:10
      แงงง ไรต์ควรเปิดโรงงานผลิตมาม่ารึยังคะ
      #55-1