ตอนที่ 23 : บทที่ ๑๒ (๑๐๐%) คลื่นรักเสน่หา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 715
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    11 มิ.ย. 60

คนบนเรือโบกมือไหวๆ ให้กับเด็กชายซึ่งกำลังนั่งก่อปราสาททรายบนหาดโดยมีพ่อแม่มือใหม่ช่วยดูแล คู่สามีภรรยายกข้ออ้างในการเป็น เจ้าบ้านที่ดี ฝากลูกน้อยของตนไว้กับญาติผู้ใหญ่ แล้วตามมาดูแลความเรียบร้อยให้เพื่อนถึงที่

                บนถนนเลียบชายหาดมีรถหกล้อจอดอยู่ก่อนแล้วก่อนคนทั้งห้าจะมาถึง ศักดิ์ชายซึ่งมุทิตารู้สึกว่าเขามีนิสัยบางส่วนคล้ายกับคิมหันต์เดินเข้าไปพูดคุยอะไรบางอย่างกับคนที่นั่งรออยู่บนเบาะคนขับ ก่อนพาทุกคนมุ่งหน้าไปยังชายหาด

                ชายฉกรรจ์ผิวคล้ำยืนมองครอบครัวที่เจ้านายของเขาบอกว่าจะมาลองเรืออย่างพิจารณา บุรุษผิวเกรียมรูปร่างสูงใหญ่ผู้นี้น่ะหรือจะมาซื้อเรือแสนแพงจากบริษัทเขา นึกแล้วอยากจะหัวร่อ... ก็สารรูปชายคนนั้นมันไม่ได้ดีกว่าเขาสักเท่าไรเลย

                เรือที่หัวหน้าฝ่ายขายเตรียมไว้ให้คือเรือของบริษัทซึ่งมีไว้สำหรับให้ผู้สนใจได้ทดลองขับ ทุกครั้งที่ออกทะเลจะมีพนักงานและคนขับเรือขึ้นไปดูแลความเรียบร้อยให้กับลูกค้าด้วยเสมอ เว้นแต่ครั้งนี้ ศักดิ์ชายจงใจใช้ธนบัตรบอกไล่คนในปกครอง และอีกฝ่ายก็มักง่ายพอที่จะไม่ติดใจสงสัยให้มากความ ชักชวนเพื่อนที่รออยู่บนรถอีกคนออกไปหาน้ำสีอำพันดับกระหายแต่หัววัน

                เรือเร็วแล่นฉิวห่างจากฝั่งออกไปเรื่อยๆ มุทิตาผละจากท้ายเรือไปยืนเคียงข้างคนขับ เธอเยี่ยมหน้าไปดูฟองคลื่นอย่างน่าหวาดเสียวจนพีร์ต้องรวบเอวบางเข้าหาตัว

                เดี๋ยวได้ตกลงไปหรอก

                ไม่ตกหรอกค่ะ ปลดมือหนาด้วยท่าทีขัดเขิน เสียดายที่เวฟไม่ได้มาด้วยนะคะ ตอนแรกมดนึกว่าน้องจะร้องตามเสียอีก

                เวฟมันรู้เรื่อง นานๆ พ่อมันจะได้อยู่ด้วย ขืนงอแงขึ้นมาก็ไม่มีคนโอ๋เท่านั้นแหละ อ้อ... เว้นแต่วันที่พี่ต้องฝากให้จิรดาพากลับไป

                จะโทษมดใช่ไหมล่ะ หญิงสาวย้อนอย่างรู้ทัน หากปราศจากความโกรธแต่อย่างใด

                วันนั้นวันเกิดพี่แต่ลูกคนเดียวกลับให้ความสนใจคนอื่นมากกว่า

                มดไม่รู้เลย

                ช่างเถอะ เรื่องมันผ่านไปแล้ว ชายหนุ่มหันมายิ้มให้อย่างอ่อนโยน เอ้า เกาะแน่นๆ นะ

                มุทิตาไม่ทันจะหาที่ยึดเกาะ คนขับก็เร่งเครื่องยนต์แรงขึ้นอีกจนหญิงสาวเซ เขาหัวเราะในลำคออย่างย่ามใจขณะที่คว้าเอวคอดไว้ได้ทัน นวลเนื้อที่โผล่พ้นเสื้อแขนกุดแนบสนิทกับต้นแขนหนาก่อให้เกิดความรื่นรมย์ยิ่งนัก คนขับฉวยโอกาสกดริมฝีปากหนักๆ ลงบนขมับเธอ สูดกรุ่นกลิ่นหอมหวานอย่างชื่นใจ

                พี่สอง ปล่อยเดี๋ยวนี้เลย มุทิตาค้อนกับอกกว้างเมื่อเขาทำราวกับไม่ได้ยินข้อเรียกร้องของเธอ

                มือเล็กบิดต้นแขนที่รุ่มร่ามไม่ต่างจากหนวดปลาหมึก พีร์ลดความเร็วลงและสูดปากด้วยท่าทางเจ็บปวดเกินจริง

                มดหยิกเบาๆ เองนะ เธอประท้วงด้วยความหมั่นไส้พลางถอยห่างจากเขาอย่างระแวดระวัง

                ทำร้ายคนขับแบบนี้มันน่าปล่อยทิ้งไว้กลางทะเล

                ก็ใครล่ะแกล้งมดก่อน

                เถียงคำไม่ตกฟาก มีน้องสาวอย่างเธอพี่คงปวดหัวตาย แต่... เขาแกล้งทอดประโยคอย่างกวนอารมณ์ ถ้าไม่ใช่น้องสาวก็ว่าไปอย่าง

                มุทิตาตวัดค้อนหน้าแดง โธ่เอ๊ย... โตเป็นสาวจนป่านนี้เธอยังไม่เคยรู้สึกเลยว่าใครจะเกี้ยวได้น่าโมโหกว่าเขาเป็นไม่มี แล้วนิสัยคิดเล็กคิดน้อยของผู้หญิงก็ทำให้เธอไพล่ไปนึกถึง โทรศัพท์ปริศนา ขึ้นมาฉับพลัน หน้างามงอง้ำเมื่อคิดว่าเขาอาจจะเที่ยวพูดแบบนี้กับใครต่อใคร

                มีผู้หญิงโทรมาตอนไต๋ไม่อยู่แน่ะค่ะ เธอบอกว่าขอสาย พี่สอง 

                เอาอีกแล้ว เรียกไต๋อีกแล้ว

                พีร์ดับเครื่องยนต์เมื่อเรือแล่นไกลออกมาจนมองไม่เห็นฝั่ง หันไปเผชิญหน้ากับคนที่หนีไปยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม ชายหนุ่มไม่เดินเข้าไปหา เขาเลือกทิ้งระยะห่างเพื่อให้เธอสบายใจ

                เพราะเรื่องนี้หรือเธอถึงได้ปั้นปึ่งกับพี่ พูดถึงพี่กับไอ้ศักดิ์แบบนั้น...เหมือนคนไม่รู้จักกัน

                มดขอโทษ พี่สองโกรธเหรอ คนกลัวถูกลอยแพถามเสียงอ่อย

                ตอนนั้นน่ะใช่ แต่ถ้ารู้ว่าเป็นเพราะมดกำลังสับสนพี่คงไม่โกรธแน่ แล้วจะอธิบายให้เธอฟังด้วย เสียงทุ้มเอ่ยอย่างมีเมตตา ในชีวิตพี่มีคนรู้จักชื่อเล่นของพี่แค่ห้าคนเท่านั้น ตัดพ่อกับหนึ่งซึ่งเป็นผู้ชายออกไป ก็เหลือแค่แม่...น้องสาว...แล้วก็เธอ รู้แบบนี้สบายใจขึ้นไหม

                มดไม่ได้ไม่สบายใจสักหน่อย หญิงสาวบ่นอุบแต่ไม่ยอมสบตา ปลอดโปร่งใจไปกว่าครึ่งเมื่อคิดว่าบุคคลใน โทรศัพท์ปริศนา’ สายนั้นคงเป็นน้องสาวของเขากระมัง

                ฝ่ามือใหญ่ทาบทับลงมากลางศีรษะทุย เขาย้ายมายืนอยู่ข้างเธอตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ เสียงห้าวที่ถูกปรับให้ทุ้มน่าฟังยังคงมีผลต่อมุทิตาเสมอ

                แล้วมดบอกเขาว่าอะไร

                ไม่ได้บอกอะไรค่ะ มดไม่ได้เป็นคนรับสาย แค่ได้ยินปุ้ยบอกมาอีกที

                แล้วกัน เรานี่

                มดก็ขอโทษไปแล้วไง

                พอหรือ

                จมูกคมสันโฉบลงมาโดยมีเป้าหมายอยู่ที่แก้มนวล มุทิตาอาศัยจังหวะเรือโคลงไหวกายหลบทันหวุดหวิด พีร์ทำได้เพียงหรี่ตามองคาดโทษไว้เท่านั้น

                พี่สองจะติดต่อกลับไปไหมคะ อาจจะมีคนเคยโทรมาก่อนหน้านี้แล้วก็ได้ แต่ไม่มีใครรู้

                ไม่หรอก ถ้าเป็นแม่เขาคงรู้ว่าต้องเรียกพี่ว่าอะไร นี่คงเป็นยัยสาม

                จะว่าไปแล้วมดไม่เคยได้ยินพี่สองพูดถึงครอบครัวเท่าไรเลย

                มันไม่มีอะไรให้พูดถึง

                ความเจ็บปวดแผ่ออกมาพร้อมประโยคนั้น มีบางสิ่งที่เขาซ่อนเร้นมันไว้จากทุกคน เธอเชื่อว่านั่นไม่ใช่เพียงอุปนิสัยของคนที่มีโลกส่วนตัว สีหน้าและแววตาของเขาบ่งบอกมากกว่านั้น เออหนอ... แม้แต่เด็กกำพร้าอย่างเธอยังมีความสุขทุกครั้งยามได้เอ่ยหรือนึกถึงครอบครัว แล้วคนที่สมบูรณ์พร้อมเช่นเขาเล่า...ทุกข์อันใด

                งั้นลองเล่าให้มดฟังหน่อยสิคะ เอาเข้าจริงๆ คนที่บอกว่าไม่มีอะไรนี่แหละ เล่านานกว่าคนที่บอกว่ามีเรื่องจะพูดตั้งเยอะ มุทิตาคะยั้นคะยอ เริ่มนะ มดจะจับเวลาแล้ว

                ชายหนุ่มเข้าใจในความหวังดีของเธอ ใจเจ้ากรรมอ่อนยวบเมื่อก้มลงพบแววหวานจากดวงตาคู่งาม

                เร็วสิคะ เล่ามั่วๆ เหมือนที่เคยเล่านิทานให้มดฟังก็ได้เอ้า

                รู้ได้ไงว่านิทานของพี่มั่ว

                คงไม่มีนิทานเรื่องไหนแต่งให้คนแคระทั้งเจ็ดปราบมังกรยักษ์ได้หรอกนะคะ เวฟขัดคอมดประจำเวลาเล่า

                เป็นครั้งแรกที่ไต้ก๋งหนุ่มหัวเราะได้เต็มเสียงแข่งกับคลื่นลมทะเล กังวานก้องสะท้อนผืนน้ำจนสั่นคลอนเข้าไปถึงใจคนฟัง

                อย่าพามดเขวซี เสียเวลาไปสองนาทีแล้ว เธอต่อว่าทั้งตนเองและเขา

                ถ้ามดอยากรู้พี่ก็จะเล่า ความจริงไม่มีอะไร พี่แค่มาอยู่กับป้านานเสียจนรู้สึกห่างกับพวกเขาแล้วก็เท่านั้นเอง ไหน...กี่นาทีฮึ

                หมายความว่าถ้าพวกเขามาหา พี่สองก็จะไม่หลบหน้า ใช่ไหมคะ

                นี่เราไปรู้อะไรมาอีก จากปุ้ยล่ะซี เดี๋ยวนี้ชักเอาใหญ่

                ถึงไม่ได้รู้จากปุ้ยแต่สักวันมดต้องรู้เองอยู่ดี ปุ้ยบอกว่าพี่ไม่เคยอยู่บ้านเลยเวลาที่แม่มาหา

                เขามาเวลาที่พี่ไม่อยู่เอง ตอบห้วน สั้น

                มีคนบอกมดว่าเวลาสิบเก้าปีนั้นนานมาก นานพอสำหรับชีวิตๆ หนึ่ง แต่ตอนนี้คนที่เคยบอกมดคนนั้นกลับทิ้งเวลาสิบเก้าปีของตัวเอง พี่สองไม่รู้หรอกว่าตัวเองน่าอิจฉาขนาดไหนสำหรับเด็กกำพร้าที่ถูกโยนไปโยนมาอย่างมด เสียงหวานเอ่ยอย่างขมขื่น

                มดตะนอย

                ชีวิตน่ะ...มันไม่มีช่วงทดเวลาบาดเจ็บหรอกนะคะ อย่ารอให้เป็นเหมือนมดก่อนเลย คางมนก้มชิดอก ความน้อยเนื้อต่ำใจในโชคชะตาซึ่งเก็บซ่อนไว้ฉายชัดผ่านทางแววตา

                พีร์ยังจำบทเกลี้ยกล่อมของมารดาได้ดี แม่ไม่กล้าแม้แต่จะพูดกับเขาต่อหน้า หากทำเพียงแค่โทรศัพท์มาเท่านั้น

                อยู่ที่นู่นสนุกไหมลูก

                ไม่สนุกเลยแม่ ไม่เห็นได้เล่นทะเลเลยฮะ เมื่อไรแม่จะมารับสองสักที พาหนึ่งกับน้องสามมาด้วยนะ เด็กชายวัยสิบสองตอบตามตรง

                ฮื้อ อย่าพูดแบบนี้ให้ป้ากับลุงได้ยินเชียวนะ ป้ากับลุงเขาไม่มีใคร เขารักเรามากรู้ไหม

                แล้วเมื่อไรแม่จะมารับล่ะฮะ

                สอง สองไม่ชอบที่นั่นหรือลูก

                ชอบบ้าง ไม่ชอบบ้าง

                อย่างไร ไหนเล่าให้แม่ฟังซิ

                ก็ชอบเวลาไปดูลุงที่ท่า ชอบเวลามีเพื่อนเล่น แต่สองไม่ชอบเวลาอยู่กับป้า ป้าพูดมากเสียงดัง แม่จ๋า เมื่อวานสองได้ยินป้าร้องไห้ด้วย ป้าแตงบอกว่าเพื่อนป้าเขาตาย’ เขาในอดีตเล่าด้วยน้ำเสียงกระซิบตื่นเต้น

                ป้าน่าสงสารนะลูก สองต้องอยู่ดูแลป้าเขาแทนแม่นะ ป้ามีบุญคุณกับแม่มาก ทำให้แม่ได้ไหม

                ก็ได้ฮะ แต่เมื่อไรแม่จะมารับล่ะ

                สอง สองอยู่กับป้าทางนั้นเถอะนะลูก พ่อกับแม่จะติดต่อแล้วก็ไปหาเราบ่อยๆ แม่สัญญา

                ไม่เอา! ทำไมไม่ให้หนึ่งกับสามมาอยู่เล่า สองอยากอยู่บ้านกับแม่นี่

                ป้าฟ้ารักเรานี่นา สองไม่ดีใจหรือลูก ป้าฟ้ารักสองที่สุดเลยนะ หนึ่งเขาก็ต้องไปอยู่กับปู่ย่าเหมือนกัน

                แล้วแม่ล่ะ แม่ไม่รักสองเหรอ

                รักสิจ๊ะ

                งั้นแม่ต้องมารับสองนะ เร็วๆ นะแม่ สองจะรอแม่นะ

                คำร้องขอของเขาถูกปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยคำว่ารักจากแม่ หากตอนนั้นเขาไม่ใช่เพียงเด็กชายอายุสิบสอง พีร์คงหาทางหนีออกจากบ้านหลังนั้นแล้ว ทว่าเมื่อเติบใหญ่ขึ้น ชายหนุ่มก็เรียนรู้ที่จะเก็บความรู้สึกต่างๆ ไว้และประชดออกไปอีกทาง

 

                มดอย่าอิจฉาพี่เลย ไม่ควรแม้แต่จะคิด อะไรที่เหมือนจะมีแต่ไม่มีนี่มันเจ็บปวดมากนะ อาจจะมากกว่าการไม่มีเสียด้วยซ้ำ พี่ไม่อาจพูดได้ว่าพี่ทุกข์มากกว่าเธอ แต่พี่ก็ไม่ทุกข์น้อยไปกว่าเธอหรอกนะมดตะนอย สุ้มเสียงเขาเลื่อนลอยพอดู

                ไม่รู้อะไรดลใจ อาจเพราะเมตตาจิตซึ่งสัมผัสได้จากเธอ หรือจะเป็นเพราะตัวเขาเองก็สุดรู้ที่เชื่อเหลือเกินว่าผู้หญิงข้างๆ เขานี่ที่วัยไม่ได้มากมายสักเท่าไรเลย จะสามารถเข้าอกเข้าใจเขาได้เป็นอย่างดี นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พีร์เผลอตัว เออ... เผลอใจก็ด้วย พลั้งปากบอกเล่าอะไรต่อมิอะไรให้เธอฟัง เล่าด้วยจิตใจสงบนิ่ง ไม่ร้อนรุ่มเสียจนนิดเดียว

                จะว่าใจแคบก็ได้ แต่เด็กผู้ชายธรรมดาๆ อายุสิบสองที่ถูกทิ้งไว้กับป้าตอนปิดเทอมโดยพ่อแม่ไม่กลับมารับคงไม่สามารถใจกว้างได้นักหรอก พี่เคยมีความหวังเมื่อครั้งที่แม่มาหา หวังว่าเขาจะมารับเรากลับไปแต่ก็ต้องผิดหวัง ไอ้ความผิดหวังนี่มันร้ายกาจนะ มันทำให้เราขี้ขลาด ไม่กล้าแม้แต่จะเสี่ยงเผชิญความรู้สึกนั้นอีกแล้ว

                มดเข้าใจแล้ว พี่สองอย่าพูดอีกเลย

                พี่อยากพูด ไม่รู้เป็นไร กับเธอพี่ถึงได้สบายอกสบายใจนัก เขายิ้มอ่อนๆ หากจริงใจ

                มุทิตามองหลังมือคล้ำซึ่งกำราวเหล็กไว้แน่น มือบางวางทาบทับลงไปอย่างให้กำลังใจ ไม่มีสิ่งใดดีกว่านี้นอกจากใช้ใจรักษาใจ...เธอเชื่ออย่างนั้น มุทิตาเลิกอิจฉาพี่ชายคนนี้แล้ว แม้เธอจะกำพร้าแต่ก็เติบโตมาด้วยความรักความเข้าใจในระดับหนึ่ง หาได้กะพร่องกะแพร่งเช่นนี้ไม่

                เขากับป้าถูกกันเสียเมื่อไร แม้จะมาอยู่ได้ไม่นานแต่เธอก็พอรู้ ทั้งจากความรู้สึกของตนและคำบอกเล่าของผู้อื่น

                พีร์พลิกฝ่ามือแบบบางขึ้นมาประคองไว้ สองมือสอดประสานราวกับจะถ่ายทอดพลังใจให้แก่กัน เขายกมันขึ้นมาประทับจูบ สุภาพ...แต่ก็อ้อยอิ่งนักกว่าจะถอนริมฝีปากออกไป

                เล่าเรื่องของเธอให้พี่ฟังบ้างซี พี่ยังสงสัย ทำไมเธอไม่เป็นหมอเหมือนคนอื่นเขา ถามทั้งที่ยังไม่ยอมปล่อยมือจากเธอ นัยน์ตาแห้งผากเมื่อครู่หายไป หากแววหวานราวกับมีน้ำผึ้งคลอหน่วยตาฉายชัดขึ้นมาแทน

                เอาจริงๆ เลยนะคะ เมื่อก่อนมดกลัวผี ตอบกลั้วหัวเราะ

                แล้วกัน

                อีกอย่าง พอกิมสอบตรงติด มดยิ่งไม่คิดอยากเรียนใหญ่ ขี้เกียจฟังเขาเย้ยว่ามดทำตาม เธอย่นจมูก

                พี่คิดว่าพวกเขาดีกับเธอ

                ดีน่ะดีอยู่หรอกค่ะ แต่ทะเลาะก็ส่วนทะเลาะ อย่าบอกนะว่าพี่สองไม่เคยทะเลาะกับพี่น้องเลย

                ชายหนุ่มไม่ตอบ หากเฉไปอีกทาง รู้ไหม พี่เคยอิจฉาคนพวกนั้นที่ได้เติบโตมาพร้อมๆ กับมด ได้เห็นพัฒนาการ ได้มีความทรงจำร่วมกัน

                แล้วตอนนี้ล่ะคะ

                ตอนนี้หรือ... เป็นครั้งแรกที่พี่พอใจในโชคชะตากระมัง

                และมันคงดีกว่านี้หากเขาไม่มีอดีตด่างพร้อยเหล่านั้น พีร์ยิ้มเศร้า ก่อนเปลี่ยนเรื่องไม่ให้อีกฝ่ายพลอยเสียบรรยากาศด้วยอีกคน

                อยากลงเล่นน้ำหรือเปล่า ว่ายน้ำเป็นไหม ชูชีพมี

                มดว่ายเป็นค่ะ แต่ไม่ลงดีกว่า ไม่ได้เตรียมชุดอะไรมาเปลี่ยนเลย

                ไม่เห็นเป็นไร อย่างไรขากลับก็ต้องแวะตลาดอยู่แล้ว ถ้าเธออยากเล่นน้ำจริงๆ เราค่อยซื้อชุดมาเปลี่ยนก็ได้

                มุทิตาลังเล ผืนน้ำใสไม่ต่างจากกระจกเข้มขึ้นตามระดับความลึกช่างเย้ายวนใจเหลือเกิน

                พีร์รวบร่างบางที่ยังตัดสินใจไม่ได้เสียทีขึ้นแนบอก มุทิตาหวีดร้องเมื่อเขาก้าวไปยืนหมิ่นเหม่บริเวณกราบเรือ มือหนึ่งเกาะเสื้อเขาไว้แน่น หากอีกมือกลับทุบอั้กเต็มแรง ชายหนุ่มไม่ระคายผิวแม้สักนิด ตรงกันข้ามกลับรู้สึกรื่นรมย์จนต้องหัวเราะออกมา

                ไม่ทันได้เตรียมตัวเตรียมใจ ภาพตรงหน้าก็เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว หญิงสาวทะลึ่งพรวดขึ้นสู่ผิวน้ำ หัวหูแดงก่ำยามเจ้าตัวไอโขลกสำลัก

                พี่สอง!” เสียงหวานเอ่ยกระชาก หาก ผู้ก่อเหตุ ซึ่งลอยคออยู่ตรงหน้าเพียงแค่ย้อนถามกลั้วหัวเราะ

                เรียกทำไมฮึ อย่าตะโกนซี ไอใหญ่แล้ว

                เพราะใครล่ะคะ เธอค้อนตาคว่ำ พยายามตีขาใต้น้ำประคองตัวอ้อมหลบคนขวางทางกลับขึ้นเรือ

                แต่แล้วมุทิตาก็ต้องหวีดร้องอีกครั้งเมื่อมีบางสิ่งฉุดรั้งขาของเธอดิ่งลงไป ต้นเหตุโผล่พรวดขึ้นมาใกล้ๆ ในเวลาไล่เลี่ยกัน แววตาของเขาพราวระยับแลละม้ายแววตาของเด็กชายแสนซุกซน

                เธอทั้งโกรธทั้งขำเด็กชายตัวโตๆ คนนี้เชียวล่ะ ไม่คิดเลยว่าคนที่ทำท่าราวกับแบกโลกไว้ทั้งใบอย่างเขาจะมีมุมอะไรแบบนี้ด้วย

                เล่นอย่างนี้ใช่ไหมคะ ได้... มดจัดให้!”

                หญิงสาววักน้ำใส่คนช่างแกล้ง ชายหนุ่มเองก็หาได้ลดราวาศอกไม่ ครั้นไม่ทันใจ ลำแขนเรียวจึงใช้วิธีกระทุ่มน้ำจนมันแตกกระจายเป็นวงกว้างแทน

                เสียงหัวเราะของหนุ่มสาวประสานเป็นเสียงเดียวกัน ท่ามกลางเมฆครึ้มเบื้องบนซึ่งเริ่มก่อตัว

 

                ศักดิ์ชายยืนเท้าเอวรออยู่ก่อนแล้วตั้งแต่เสียงเครื่องยนต์ครางกระหึ่มมาแต่ไกล กระทั่งเรือลำดังกล่าวแล่นมาเทียบฝั่ง สองเท้าจึงก้าวไปฉุดไอ้หนูที่มัวแต่ขะมักเขม้นกับการสร้างปราสาททรายโดยมีภรรยาเขาเป็นลูกมือ สภาพเปียกปอนของคนทั้งคู่และท่าทีที่เพื่อนเขาประคองหญิงสาวลงจากเรือราวกับเป็นคำตอบกลายๆ หลังปล่อยให้กองเชียร์ลุ้นตั้งนาน

                ไอ้หนู พ่อเอ็งท่าจะหาแม่ให้เอ็งได้แล้วล่ะเว้ย ศักดิ์ชายผิวปากหวือจนถูกภรรยาเหน็บเนื้อเข้าให้

                เวฟวิ่งตื๋อเข้าสู่วงแขนอันคุ้นเคยซึ่งอ้าค้างรออยู่ก่อนแล้ว ไม่ได้สนใจฟังเสียงคุณอาที่อุตส่าห์อยู่เป็นเพื่อนเลย

                ไหนปลาอ่ะป้อ ปลาอยู่ไหน

                อยากจับปลาใช่ไหม เอ้า...ลงไปเลย!” ผู้เป็นพ่อรวบตัวลูกชายเหวี่ยงลงทะเล

                เสียงเจ้าหนูกรี๊ดลั่นพร้อมๆ กับเสียงหวีดเบาๆ ของหญิงสาวสองคน ต่างกันก็ตรงที่เด็กน้อยกรีดร้องด้วยความชอบใจ

                คุณแม่หมาดๆ รีบเดินกลับไปเอาผ้าขนหนูที่รถโดยมีมุทิตาขันอาสาตามไป พีร์ปล่อยให้เด็กชายแช่น้ำอยู่อย่างนั้นขณะที่เพื่อนสนิทเดินมาโอบไหล่

                เป็นอย่างไรวะ เฮ้ยๆ ไม่ต้องตอบข้าก็รู้ สำเร็จล่ะซี้

                สำเร็จบ้าอะไร เขาสวนกลับอย่างเห็นขัน

                อ้าว ก็หน้าเอ็งบานขนาดนี้ อย่ามาทำไก๋หน่อยเลยวะ เธอรับรักเอ็งแล้วใช่ไหมล่ะ

                พีร์ไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ ด้วยความสัตย์...ในตอนนั้นเขาลืม บท ลืม แผนการ ทั้งหลายทั้งมวลไปหมดสิ้น ทุกคำพูดทุกการกระทำล้วนมาจากความบริสุทธิ์ใจอย่างแท้จริง

                ดวงหน้าคมคร้ามสงบนิ่งยามครุ่นคิดหาคำตอบให้ตัวเอง ทว่าในความสับสนนั้น ชายหนุ่มรู้ดีว่าความสุขกำลังโอบล้อมเขาทั่วสรรพางค์กาย

...............................................................

     ถ้าบทนี้ทะเลหวาน บทหน้าเตรียมรับมือกับคลื่นคลั่งกันให้ดีนะคะ

     ความสัมพันธ์ระหว่างมดกับพี่พีร์กำลังจะมีจุดเปลี่ยน และเรื่องในอดีตเกี่ยวกับแม่เวฟด้วยค่ะ

     ไรต์ไม่อยากให้พลาดจริงๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

81 ความคิดเห็น

  1. #54 มาดามรี๊ด (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 19:42
    รอไม่พลาดค่ะ
    #54
    1
    • #54-1 thezircon (@thezircon) (จากตอนที่ 23)
      13 มิถุนายน 2560 / 15:49
      มาติดตามกันต่อได้เลยค่ะ
      #54-1
  2. #53 fsn (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 12:08
    คนดีต้องดีตอบต้องดูแลซิคะ ไต๋ ใช้เป็นหมากได้ไง
    #53
    1
    • #53-1 thezircon (@thezircon) (จากตอนที่ 23)
      13 มิถุนายน 2560 / 15:48
      พี่พีร์ควรได้บทเรียนว่าไหมคะ
      #53-1
  3. #51 Shiborii (@ichomp) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 10:23
    รอไม่ไหวแล้วค่ะไรต์ อย่าโหดกับหนูมดเกินไปนะคะ555
    #51
    1
    • #51-1 thezircon (@thezircon) (จากตอนที่ 23)
      13 มิถุนายน 2560 / 15:46
      มาอัปต่อแล้วจ้า ฮือออ
      #51-1
  4. #50 Singlegirl (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 22:16
    รอๆๆๆ มาอัพต่อเร็วๆนะคะ ตอนหน้าทะเลจะคลั่งป่าวเนี่ย สงสารนู๋มดอ่ะค่ะ
    #50
    1
    • #50-1 thezircon (@thezircon) (จากตอนที่ 23)
      11 มิถุนายน 2560 / 22:40
      ทำไมพระเอกไรต์ร้ายกันจังเนอะคะ orz
      #50-1