ตอนที่ 2 : บทที่ ๑ การตัดสินใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1357
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    29 เม.ย. 60

1

 

                บรรยากาศบริเวณจุดจำหน่ายตั๋วของโรงภาพยนตร์คลาคล่ำไปด้วยผู้คน แม้ได้ล่วงเลยเข้าสู่เวลากลางคืน แต่ในเมืองที่เต็มไปด้วยสถานบันเทิงและแสงสี ผู้คนซึ่งไม่ยอมหลับไหลยังคงใช้เวลาที่เหลือของวันต่อไป

                จอแอลอีดีขนาดใหญ่แสดงตัวอย่างภาพยนตร์เรื่องต่างๆ ที่มีโปรแกรมจะเข้าฉายในเร็ววัน บนโซฟาหนังสีดำมีคนนั่งเต็มทุกเบาะเพื่อรอเวลาที่ภาพยนตร์ซึ่งตัวเองเฝ้ารอจะถึงรอบฉาย ยามค่ำคืนแบบนี้คงหนีไม่พ้นหนุ่มสาววัยทำงานเสียส่วนใหญ่ บ้างมาคนเดียว บ้างมากันเป็นคู่ บ้างมากับกลุ่มเพื่อน และหนึ่งในจำนวนนั้นก็มีสามพี่น้องรวมอยู่ด้วย

                เหมันต์ คิมหันต์ และมุทิตายืนหลบมุมอยู่ข้างเสาต้นใหญ่ สถาปัตยกรรมสไตล์โรมันที่ช่วยทำให้สถานที่แห่งนี้ดูอลังการราวกับหลุดออกมาจากโรงละครโบราณ

                นายอยากดูเรื่องอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า เหมันต์ พี่ใหญ่สุดในที่นี้เอ่ยถาม

                ไม่ล่ะ ดูเรื่องที่พี่ตกลงกับมดไว้เถอะ

                แปลกเว้ย วันนี้ไม่เรื่องมาก พี่ชายแขวะอย่างอารมณ์ดี

                ขืนกิมเรื่องมากพี่เหมก็ไม่เข้าข้างอยู่ดี ไว้อยู่กับพี่วะก่อนเถอะ ยัยมดเสร็จแน่ อาทิตย์ที่แล้วใครนะโดนตาปกชวนเล่นม้าส่งเมืองจนอ่วม เห็นว่าถึงกับปวดหลังเลยเหรอน้องสาว คิมหันต์พูดอย่างหมายมาดปนเย้ยหยัน แล้วก็ถูกน้องสาวที่ควบตำแหน่งเพื่อนสนิททุบไปหนึ่งอั้ก

                พี่วะที่ว่าคือวสันต์ พี่ชายคนโตของบ้าน ศัลยแพทย์หนุ่มที่ชอบแกล้งน้องสาวเป็นชีวิตจิตใจ แม้จะแต่งงานแต่งการออกไปแล้ว แต่ก็ไม่ยอมปล่อยให้หญิงสาวคนเดียวของบ้านได้อยู่อย่างสงบสักที แถมยังพาพี่สะใภ้กับหลานชายมาป่วนอยู่เสมอ

                อย่าไปสนใจมันเลยมด เจ้าปกกลัวพี่จะตาย คงไม่กล้าอีกหรอก เหมันต์ให้กำลังใจแกมขัน ไปซื้อป็อปคอร์นไป เดี๋ยวพี่ซื้อตั๋วเอง

                ไม่เป็นไรค่ะ มดจ่ายเอง พี่เหมออกค่าตั๋วแล้วนี่ เธอรีบห้ามทันทีเมื่อเห็นพี่ชายล้วงกระเป๋า รู้ดีว่าเขาจะต้องส่งธนบัตรมาให้ น่า เดี๋ยวมดหารกับกิมเอง

                อ้าว เราไม่เกี่ยวนะ

                เกี่ยวสิ มุทิตาเค้นเสียงลอดไรฟันแล้วรีบลากพ่อคนขี้เหนียวไปอีกทาง

                ตัวนี่ แรงเยอะชะมัด พี่ชายวัยเดียวกันบ่นกระปอดกระแปด แสร้งทำเป็นบิดข้อมือมากกว่าจะเจ็บปวดจริง

                แล้วจะให้พี่เหมจ่ายคนเดียวรึไง แทนที่จะเข้าข้างเราไปก่อน ถึงอย่างไรเราก็ไม่เบียดเบียนตัวหรอก

                ไม่เห็นจะเป็นไรเลย มาเดตกัน...ผู้ชายก็ควรจะเป็นฝ่ายออกอยู่แล้วนี่

                พูดอะไรน่ะกิม

                มุทิตาผินหน้ามามองอีกฝ่าย แต่คิมหันต์กลับหันไปสั่งนู่นนี่กับพนักงานแทน

                อย่าพูดแบบนี้อีกนะ

                จริงจังอะไรนักหนาฮึแม่คุณ เราว่าตัวกับพี่เหมก็สมกันดีออก

                เราเป็นพี่น้องกันนะ

                ไม่ใช่พี่น้องแท้ๆ เสียหน่อย อย่าบอกนะว่าตัวไม่รู้ว่าพี่เหมรู้สึกกับตัวอย่างไร ขนาดเราเป็นผู้ชาย เวลาเห็นสายตาของพี่เราที่มองตัวยังอดเขินแทนไม่ได้เลย คิมหันต์พูดกลั้วหัวเราะด้วยเห็นเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ได้สังเกตว่าสีหน้าคนข้างตัวเผือดสีลง

                เธอไม่เคยเฉลียวใจมาก่อนเลยว่าสักวันจะมีใครจับสังเกตแววตาของพี่ชายได้ จริงสิ จะแปลกอะไรในเมื่อเธอยังรู้ แล้วคนอื่นจะไม่รู้ไม่เห็นได้อย่างไร แม้เหมันต์จะไม่เคยเอ่ยถึงความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเธอ ทว่าตัวมุทิตาเองนั้นก็ไม่ใช่สาวน้อยไร้เดียงสาจนถึงกับมองไม่ออกเช่นกัน

                แล้วพ่อทิวกับแม่วันเล่า... ถ้ารู้เข้า ท่านจะรู้สึกอย่างไร

 

                วันทนาหมุนปิดวิทยุของสามีเมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้ให้ความสนใจเธอเท่าที่ควร ทิวจำต้องละสายตาจากหนังสือพิมพ์ในมือ เงยหน้าสบตาภรรยาที่ยืนตีหน้ายักษ์อยู่ข้างๆ ในที่สุด

                เป็นอะไรฮึแม่ อารมณ์เสียแต่เช้าเชียวสามีกระเซ้า

                ก็ยัยปากมากบ้านนั้นน่ะสิ ทำมาเป็นหวังดีเล่าเรื่องลูกเราให้ฟัง บอกว่าเมื่อคืนเห็นตาเหมกับยัยมดกลับมาเสียดึกดื่น ประคองกันลงจากรถมา

                ลูกบอกว่าไปดูหนังไม่ใช่หรือไง เธอก็รู้นี่ เจ้ากิมก็ไป เพียงแต่มันกลับไปนอนหอเท่านั้นแหละ

                รู้ซี่ แล้วก็รู้ด้วยว่าแม่นั่นหมายความว่าอะไร

                คิดมากสามีตอบอย่างไม่ยี่หระ แต่มีนัยยอมรับในที แม่น่าจะดีใจเสียอีก จะได้ไม่ต้องห่วงเรื่องลูกสะใภ้ไง

                ฉันกลัวจริงๆ นะพ่อ กลัวว่าจะเป็นเรื่องอย่างบ้านฟ้าวันทนาไม่ตลกด้วย

                ไร้สาระน่า ลูกเรากับหลานฟ้าเหมือนกันที่ไหน

                เหมมันดื้อเงียบ ฉันล่ะอดกลัวใจมันไม่ได้

                พ่อ ช่วยกันคิดหน่อยสิ

                ทิวหันไปให้ความสนใจกับหนังสือพิมพ์ต่อ

                พ่อ!” ภรรยาขึ้นเสียงใส่ เออ ฉันโทร. ไปปรึกษาฟ้าก็ได้ พูดกับเธอไปไม่ได้ช่วยอะไรเลย

                คนที่ถูกต่อว่าว่าไร้ประโยชน์ลดหนังสือพิมพ์ในมือลงหลังได้ยินเสียงฝีเท้าห่างออกไป เขาถอนหายใจให้กับความวิตกกังวลจนเกินเหตุของคู่ทุกข์คู่ยาก แล้วก็ต้องถอนใจอีกรอบเมื่อได้ยินเสียงปุ่มกดโทรศัพท์ดังแว่วมา

 

                อุ๊ย! มด กลับมาแล้วหรือลูก

                วันทนาละมือจากราวตากผ้าเมื่อถูกจิ้มเอวจากด้านหลัง

                มา มดเก็บให้จ้ะแม่ ลูกสาวอาสาพร้อมกับแย่งผ้าทั้งหมดมาถือไว้เอง พ่อล่ะคะ ในบ้านเงียบเชียว

                ไม่รู้เขา

                งอนกันเหรอจ๊ะ

                ฮื้อ เปล่า

                มุทิตาแอบกลั้นหัวเราะ ไม่เชื่อตามที่ผู้มีพระคุณปฏิเสธแม้แต่น้อย

                เอ้อ วันนี้แม่ฟ้าโทร. มาหาหนูแน่ะ เดี๋ยวมดโทร. กลับหาแม่เขาหน่อยนะ

                มีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ

                ไม่นี่ ทำไมถามอย่างนั้น ผู้เป็นดั่งมารดาร้อนตัว

                ก็ปกติแม่ฟ้าจะโทร. มาเฉพาะวันหยุดเพราะรู้ว่ามดต้องไปทำงานนี่นา

                คงคิดถึงเรานั่นแหละ อาทิตย์นี้เราไม่ได้โทร. หาแม่เขาไม่ใช่หรือ เตือนความจำลูกสาวแล้วหันไปเร่งอีกที “เร็วเข้า”

                ไม่รู้เป็นโชคดีหรือโชคร้าย ตั้งแต่จำความได้มุทิตาก็มีมารดาถึงสองคน ทว่ากับสตรีผู้ให้กำเนิดนั้น เธอกลับจำไม่ได้แม้แต่ใบหน้า ไม่ต้องถามถึงสายใยความผูกพันซึ่งบางเบาเต็มที มีเพียงรูปถ่ายในอัลบั้มเก่าๆ เท่านั้นที่ช่วยยืนยันว่าแท้จริงแล้วเธอเป็นลูกใคร

นับจากวันที่สูญเสียบิดามารดาไปด้วยอุบัติเหตุเมื่อกว่ายี่สิบปีก่อน ชีวิตน้อยๆ นี้ก็ได้พ่อทิว แม่วัน และแม่ฟ้าที่คอยประคบประหงม ความรักความห่วงใยที่พวกท่านมอบให้ไม่เคยขาดทำให้เด็กน้อยในวันวานเติบโตเป็นรูปเป็นร่างมาได้จนทุกวันนี้ เธอจึงรักพวกท่านเสมือนพ่อแม่ของตน

                เดี๋ยวเก็บผ้าเสร็จแล้วมดจะเข้าไปโทร. จ้ะ แม่เข้าบ้านก่อนเถอะ ครึ้มๆ เหมือนฝนจะตก

                โตเป็นสาวแล้วจะมายุ่งกับเสื้อผ้าผู้ชายได้อย่างไร เรานั่นแหละเข้าบ้านไป แม่เก็บเอง

                ของพ่อกับของพี่ทั้งนั้น ไม่เห็นเป็นไรเลยค่ะ ว่าแล้วก็เบี่ยงตัวหลบไม่ให้มารดายื้อตะกร้าไปได้

                ทว่าคราวนี้วันทนาไม่ยอม โมโหที่ลูกสาวไม่เชื่อฟัง กอปรกับความสับสนที่สั่งสมมาทั้งวันจึงทำให้เธอลืมตัวดุอีกฝ่าย

                เอ๊ะ! แม่บอกว่าไม่ต้องก็ไม่ต้องสิ! อย่ามาทำตัวดื้อด้านนะ แม่ไม่ชอบ!”

                แม่ มดแค่อยากช่วย คนถูกดุเอ่ยเสียงอ่อย งุนงงที่จู่ๆ ก็ถูกตวาด มดเข้าบ้านก็ได้จ้ะ

                เอ้อ แม่ขอโทษ สตรีสูงวัยเอ่ยแผ่วเบาขณะคว้าข้อมือเล็กไว้

                แม่จะขอโทษมดทำไม มดรู้ว่าแม่...

                หนูไปอยู่กับแม่ฟ้าได้ไหมลูก มือหยาบกร้านสั่นน้อยๆ และเผลอกำแน่นขึ้นจนเกือบจะเป็นจิก

                หญิงสาวตะลึงงันอยู่นานกว่าจะหาเสียงของตังเองเจอ ทว่าเธอก็พูดอะไรไม่ออกอยู่ดี ได้แต่ส่งเสียงเอ้อๆ อ้าๆ ราวกับคนเสียสติออกไป ยิ่งเห็นท่าทางของแม่ที่ก้มหน้าหลบตา น้ำใสก็รื้นขึ้นกลบหน่วยตา

                วันทนาไม่ได้ตั้งใจจะให้เรื่องมันเป็นแบบนี้ เธอตกลงกับดุจนภาแล้วด้วยซ้ำว่าจะให้เพื่อนเป็นคนกล่อม แต่ครั้นได้ยินเสียงอ่อนระโหยของลูกสาว ทุกอย่างก็ผิดแผนไปหมด กลัวตัวเองจะใจอ่อนจนต้องรีบโพล่งออกไป

                แม่ ทำไม…”

                แม่ขอ...นะมด ทำให้แม่นะ

                เข้ามาคุยในบ้านเถอะ เสียงแหบแห้งเรียกสายตาสตรีทั้งสอง เป็นทิวที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่ตรงกรอบประตูมาได้พักหนึ่ง

 

                ภายในห้องนั่งเล่นของบ้านที่มักจะมีเสียงพูดคุยเสียงหัวเราะดังอยู่เสมอกลับเงียบสนิท มีเพียงเสียงจากเม็ดฝนที่โปรยปรายลงมากระทบหลังคาช่วยไม่ให้วังเวงเกินไป ทิวถอนหายใจเมื่อเห็นท่าทีของผู้หญิงข้างตัวทั้งสองคน นึกหงุดหงิดภรรยาไม่น้อยที่ไม่ยอมปริปากพูดอะไรเลยทั้งที่เป็นคนเริ่มเรื่องก่อน คงไม่พ้นเขาตามเคยที่ต้องเป็นคนดำเนินเรื่องต่อเสียเอง

                มด หนูกับเหมคบกันในฐานะไหน

                เอ๊ะ!” วันทนาร้องเสียงหลง

                รู้อยู่หรอกว่าเขาเป็นคนตรง แต่ไม่นึกว่าจะเข้าเรื่องไวขนาดนี้

                ถ้าจะให้ฉันพูดก็อย่าขัดทิวปรามเสียงแข็ง พยายามทำใจให้เย็นที่สุดกับท่าทางลุกลี้ลุกลนของภรรยา

                ไหนบอกพ่อทีว่ามดคิดอย่างไรกับพี่เขา

                พ่อ... มดไม่รู้

                มุทิตาไม่ได้ปฏิเสธเพียงเพราะต้องการปิดบัง หากแต่เป็นเพราะเธอไม่รู้จริงๆ เธอชอบที่ทุกอย่างมันเป็นแบบนี้ ชอบที่ได้รู้ว่าตัวเองเป็นน้องที่พี่ชายรักมากที่สุด ชอบที่พี่ต่างสายเลือดคนนี้ยืนหยัดอยู่ข้างเธอเสมอ การกระทำทุกอย่างของเขาล้วนสร้างความอบอุ่นให้แก่หัวใจดวงเล็กๆ ดวงนี้จนยากที่จะแยกแยะความรู้สึกต่างๆ ได้

                ทิวตบหลังมือลูกสาวเบาๆ อย่างให้กำลังใจ รู้ว่าลูกนั้นกำลังสับสน หน้าที่ของพ่อแม่อีกนั่นแหละที่จะต้องประคับประคอง แนะนำ ให้ลูกเดินไปสู่ทางสว่าง ไม่ว่าพวกเขาจะเติบใหญ่สักแค่ไหนก็ตาม

                ฟังพ่อนะมด ความรักระหว่างชายหญิงกับความรักของพี่น้องมันต่างกันมากอยู่ นี่นะ อย่างพ่อก็รู้จักกับแม่มานานอยู่ เป็นเพื่อนเรียนเพื่อนเล่นด้วยกันมา แต่จู่ๆ ไม่รู้นึกครึ้มอะไร มองหน้าแม่คนนี้แล้วเกิดอยากเห็นเขามาอยู่ในบ้านเรา คิดว่าหน้าเรากับหน้าเขามาผสมกันจะได้เด็กหน้าตาแบบไหน เล่าพลางหัวเราะเก้อๆ แล้วมดล่ะ หนูเคยรู้สึกแบบนี้กับใครสักคนไหม ไม่ใช่แค่ความสนิทสนมคุ้นเคย

                ไม่นะคะ ไม่เคย โธ่... ไม่ใช่อย่างนั้นเลย

                ไม่ใช่อย่างไหน

                ก็ที่ว่าจะมาเป็นพ่อของลูก มาเป็นอะไรแบบนั้น มดไม่เคยคิดกับพี่เหมไกลขนาดนั้นเลย ตอบไปก็ให้ร้อนวาบทั่วดวงหน้า

                ผู้เป็นพ่อยิ้มรับคำตอบลนลานพลางเหล่มองภรรยา

                เพราะอย่างนี้แม่ถึงอยากให้มดไปอยู่ที่อื่นหรือคะ

                ไม่มีใครอยากให้หนูไปจากที่นี่หรอก บิดาปลอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน จริงไหมแม่

                ฮื่อคนที่ถูกดึงเข้าสู่บทสนทนาอีกครั้งสะดุ้งจนไม่ทันเช็ดน้ำตา

                เธอตื้นตันน่ะสิ จะเพราะอื่นใดเล่า พ่อลูกเขาคุยกันได้น่ารักน่าเอ็นดูออกอย่างนี้

                บ๊ะ! อยู่กับเธอมาหลายสิบปี เพิ่งรู้ว่าบ่อน้ำตาตื้นก็คราวนี้ทิวตบเข่าฉาด เรียกค้อนคมจากคู่ทุกข์คู่ยาก มื้อเย็นน่ะกินวันนี้นะเธอจ๋า เตรียมเรียบร้อยหรือยัง

                ไม่ใช่ว่าอิ่มมาจากข้างนอกแล้วเรอะ เห็นหายออกไปทั้งวัน สตรีวัยห้าสิบเก้าปีเหน็บแนม เชิดหน้าขึ้นโดยไม่รู้ตัว

                บ้านนั้นเขาวานให้ไปดูโทรทัศน์ให้ มันมีแต่เสียง ไม่มีภาพ นี่ฉันก็รอไอ้เหมกลับมาเนี่ย จะได้ให้มันไปช่วยยกให้หน่อยอดีตช่างซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าตอบแกมขัน

                แม้ว่าจะวางมือตามคำขอของลูกๆ แล้ว แต่ทิวยังคงรับซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าจิปาถะให้เพื่อนบ้านอยู่เรื่อยๆ แก้เบื่อไปในตัว

                แล้วทำไมพ่อไม่บอกเล่า

                ก็ฉันเห็นเธองีบอยู่ไม่ใช่รึ สามีย้อนถาม อ่อนอกอ่อนใจแกมขบขัน อายเด็กมันไหมเนี่ย งอนไม่เข้าเรื่อง

                วันทนากระฟัดกระเฟียดออกไปเมื่อโดนล้อเข้าให้ ทิ้งไว้แต่บุรุษสูงวัยที่แอบหลิ่วตาให้ลูกสาวนอกไส้อยู่ด้วยกันลำพัง

                ตอนนี้เขาเข้าใจความรู้สึกของหญิงสาวข้างกายแล้ว ทว่ากับลูกชายแท้ๆ ของตนเอง... ในสายตาของผู้เป็นพ่อ...   ทิวมั่นใจเหลือเกินว่าเหมันต์คงคิดคนละแบบกับมุทิตา

 

                ...แฮปปี้เบิร์ธ...เดย์...ทู...ยู

                เสียงปรบมือดังก้องบ้านเมื่อแสงสว่างจากเทียนทั้งสี่เล่มบนหน้าเค้กดับลง คนที่อยู่นอกวงแยกย้ายไปเปิดไฟคนหนึ่ง เปิดพัดลมอีกคนหนึ่ง

                ตักดีๆ สิ บอกก่อนนะว่าอาไม่เอาชิ้นที่หน้าเละ คิมหันต์โวยวายเมื่อเห็นเจ้าของวันเกิดทำท่าจะส่งเค้กเละๆ มาให้ตน

                การแจกจ่ายเค้กเรียงตามลำดับอาวุโส ในเมื่อปู่ ย่า พ่อ แม่ และอาเหมของหนูน้อยต่างได้รับกันครบทุกคนแล้ว ก็เหลือเพียงคิมหันต์กับมุทิตานี่แหละที่อ่อนอาวุโสที่สุดอยู่สองคน

                ให้อามดไปเถอะ

                อ้าว ตัวเกิดก่อนเราไม่ใช่เหรอ ให้อากิมแหละจ้ะปกประโยคหลังหันไปบอกหลานด้วยน้ำเสียงที่หวานผิดปกติ

                ไม่เอา เดี๋ยวเราตักเอง จะเอาชิ้นที่ครีมเยอะๆ ด้วย

                ได้ไง ปกอุตส่าห์ให้ตัวก่อนนะ อย่าทำให้หลานต้องสับสนสิ

                เออน่า คราวนี้เราอนุโลมให้ตัวก่อนไง โอ๊ย! ก็ได้ๆ น้องชายคนเล็กสุดรับจานเค้กมาอย่างตัดรำคาญ ไม่วายทิ้งระเบิดให้พี่ชายที่จ้องตนตาไม่กะพริบได้ร้อนๆ หนาวๆ ด้วยอีกคน พี่เหมเลิกทำตาจิกกิมสักที หันไปจ้องน้องสาวสุดที่รักของพี่โน่น

                มุทิตาเห็นแม่กระตุกมือพ่อเบาๆ แต่แสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ รับจานเค้กมาจากหลานชายด้วยรอยยิ้มหวาน หวาน...เสียจนคนที่ลอบมองหัวใจกระตุกไหว เหมันต์นึกสงสัยอยู่ครามครันว่าเหตุใดพักนี้สาวเจ้าถึงได้ขยันเผื่อแผ่ความหวานให้คนรอบข้างเสียเหลือเกิน

                นี่ของขวัญจากอามดจ้ะ อาห่อเองเลยนะ สวยไหม

                ขอบคุณครับ แต่ปกรู้แล้วแหละว่าของขวัญอามดเป็นชุดนอน

                พี่ปาน! ไหนว่าจะไม่บอกหลานไงคะ มุทิตาหันไปเอาเรื่องกับ ร้อยโทหญิงปานวาด พี่สะใภ้ที่ไปเดินซื้อของด้วยกัน

                ก็อาทิตย์ที่แล้วตาปกร่ำๆ จะเอาชุดนอนลายซูเปอร์แมนให้ได้ พี่เลยหลุดปากออกไป ขอโทษนะ

                โธ่...

                น้อยๆ หน่อยโว้ย ถึงปานไม่บอกลูกฉันก็รู้อยู่ดีแหละ เล่นซื้อแต่ชุดนอนทุกปี ไม่มีความคิดสร้างสรรค์เลย วสันต์ออกโรงปกป้องภรรยา

                พี่วะเคยบอกกิมว่าตอนเด็กมดเคยตั้งชื่อลูกหมาว่าหนึ่ง สอง สาม สี่ด้วยใช่ไหมคิมหันต์ผสมโรง

                ใช่ๆ ตอนนั้นมีตัวหนึ่งกิมบอกว่าให้ชื่อแพนด้าเพราะลายมันคล้ายหมีแพนด้า พี่ก็เห็นด้วยนะ แต่ยัยมดมันไม่ยอม ยังมาเถียงอีกว่าไม่ใช่หมี

                ไม่เห็นขำเลย ตอนนั้นมดยังไม่ถึงห้าขวบเลยนะ ต้องไร้เดียงสาเป็นธรรมดา

                คนไร้ความคิดสร้างสรรค์แสร้งถอนหายใจด้วยความหน่าย ตรงกันข้ามกับใบหน้าที่ซับสีเรื่อด้วยความอายจากเสียงหัวเราะของทุกคนในบ้าน ไม่เว้นแม้แต่เหมันต์

                แล้วพี่วะล่ะ ให้อะไรลูกชาย มุทิตารวบตัวหลานชายที่เดินไปเดินมามานั่งตัก อย่าบอกนะว่าให้ชีวิตแล้วก็แล้วกัน

                แหม รู้ดีจริงเว้ย ไปแอบอยู่ใต้เตียงฉันเมื่อไร

                ดูเถอะ ปากคอของวสันต์สมกับเป็นศัลยแพทย์จริงๆ คม...ไม่แพ้กรรไกร

                เฮ้ย!”

                อะไรเจ้ากิม ร้องเสียแม่ตกอกตกใจ มารดายกมือลูบหน้าอก

                งานนี้สงสัยแม่ได้เลี้ยงหลานอีกคนแล้วมัง ใช่ไหมฮะพี่ปาน

                มีแต่คิมหันต์นั่นแหละที่รู้ทันพี่ชายคนโต วสันต์ชูสองนิ้วพร้อมกับใช้อีกมือลูบท้องภรรยาอย่างมีเลศนัยแทนการตอบรับ

                จริงหรือครับพี่ปาน เหมันต์ถามอย่างยินดียิ่ง ในความรู้สึกของเขาไม่มีใครจะเหมาะสมกันเท่ากับคู่นี้อีกแล้ว

                จ้ะ สองเดือนแล้ว

                ไม่บอกไม่กล่าวแม่เลยนะ เดี๋ยวไม่ช่วยเลี้ยงเสียเลยนี่ แม่สามีตัดพ้อ

                ขอโทษค่ะ ปานแค่อยากรอให้แน่ใจก่อน

                ไม่เลี้ยงลูกผมจะเลี้ยงลูกใครล่ะจ๊ะแม่

                ระหว่างที่แม่ลูกคุยกันกะหนุงกะหนิง มุทิตาก็เริ่มวาดลีลาวอลซ์ไปรอบบ้านกับว่าที่หลานคนโต เด็กชายปกรณ์หัวเราะชอบใจเมื่ออาสาวเหวี่ยงแรงและเร็วขึ้นอีก

                ดูลูกสาวแม่สิ ไม่โตสักที วสันต์ค่อนขอดไม่เบานัก มีหรือคนถูกนินทาจะไม่ได้ยิน

                โตไม่โตมดก็จะย้ายไปอยู่ที่อื่นแล้วก็แล้วกัน

                คำพูดของหญิงสาวเรียกสายตาของทุกคนในบ้านมารวมกันจุดเดียว มุทิตาปล่อยหลานลงกับพื้นทว่าเด็กน้อยกลับรัดคอไม่ยอมปล่อยจึงต้องทรุดตัวลงนั่งตาม

                มดสัญญากับแม่ฟ้าไว้น่ะจ้ะว่าจะไปอยู่ด้วย แม่ฟ้าอยู่ทางนั้นคงไม่ค่อยมีใครดูแล แกชวนมดบ่อยเหมือนกัน แม่บอกว่าหลานชายเขาเป็นไต้ก๋งใช่ไหมจ๊ะ คงไม่ค่อยมีเวลาหรอก

                ทำไมปุบปับถึงจะไปล่ะคิมหันต์ถามพลางเหลียวมองคนนู้นทีคนนี้ที

                แหม อย่ามาทำเหมือนไม่อยากให้เราไปหน่อยเลย ตัวแอบดีใจอยู่ล่ะซี้ คู่กัดกระเซ้า

                แล้วพี่เหมล่ะ ชายหนุ่มถามตรงประเด็น

                เงียบกันไปชั่วอึดใจ ไม่มีใครสบตาใคร ก่อนที่เหมันต์จะเป็นฝ่ายเอ่ยออกมา

                ก็ดีนะพี่ว่า ยังไงป้าฟ้าก็มีบุญคุณกับมดไม่น้อยกว่าแม่วัน

                ใช่ เขาปรารถนาดีต่อเธออย่างที่สุด ตราบใดที่สิ่งที่เธอตัดสินใจเป็นไปในทางที่ดี...ที่งาม พี่ชายคนนี้ก็ไม่อาจห้ามปรามได้ แม้มันจะตรงข้ามกับสิ่งที่ใจเขาปรารถนาก็ตามที

                บ้ากันไปหมดแล้ว! แม่...แม่ยอมให้ยัยนี่ไปเหรอ

                เราพูดกับแม่แล้วย่ะ

                ความจริงแล้ววันทนาต่างหากที่เคยพูดกับเธอ ตั้งแต่วันนั้น...วันที่พ่อยื่นมือมาช่วยทำให้เธอกระจ่างในความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อพี่ชายต่างสายเลือด หลังจากนั้นมุทิตาก็เริ่มทบทวนเรื่องที่มารดาพูดมาตลอด เธอได้คำตอบว่าอย่างไรเธอก็ควรจะไปจากที่นี่อยู่ดี ไม่ใช่เพราะน้อยใจ ไม่ใช่เพราะไม่รักทุกคนที่นี่ แต่เพราะบุญคุณของผู้หญิงอีกคนที่เธอไม่อาจละเลยได้เช่นกัน

                แล้วใครจะช่วยเลี้ยงลูกฉันเนี่ย

                โห ห่วงน้องจังนะพี่วะ หญิงสาวย้อนขันๆ

                แน่นอน แกเพิ่งรู้เรอะวสันต์ยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ แต่ลึกๆ แล้วก็ใจหายอยู่เหมือนกัน

                งานการทางนี้ล่ะ มดเคยบอกพ่อว่ากำลังไปได้สวยไม่ใช่หรือ

                คงลาออกแหละจ้ะพ่อ เดี๋ยวไปหาเอาดาบหน้าก็ได้

                โธ่เอ๋ย เธอยังเป็นวัยรุ่นอยู่นี่นา ยังคงมีไฟและไม่คิดจะยึดติดกับงานใดๆ อยู่แล้ว การได้ออกไปเผชิญโลกภายนอกย่อมเป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นสำหรับหนุ่มสาวทุกคนเป็นธรรมดา ถึงแม้โลกภายนอกที่ว่าจะเป็นบ้านของมารดาอีกคนก็ตาม

                แต่มดจะมาที่นี่บ่อยๆ แล้วก็โทร. มาบ่อยๆ ด้วย มดไม่ได้ลืมบุญคุณพ่อกับแม่นะ แม่จ๋า อย่าร้องไห้ซี มุทิตาซบหน้าลงกับเข่ามารดาอย่างออดอ้อน ซ่อนน้ำตาไว้เช่นกัน

............................................................

     บทนึงผ่านไปไวเหมือนโกหก 5555

     จากเด็กตัวน้อยก็โตเป็นหนุ่มสาวกันแล้วนะคะ แล้วก็มีปัญหาแบบหนุ่มสาวตามมาจนได้

     แต่การตัดสินใจในครั้งนี้ของมดตะนอยจะทำให้ชีวิตเธอเปลี่ยนไปยังไง

     ฝากติดตามเป็นเพื่อนกันนานๆ นะคะ >///<

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

81 ความคิดเห็น

  1. #19 fsn (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2560 / 20:25
    คุณวัน เอาไงแน่ ก็เป็นคนเริ่มเรื่องเองนะคะ
    #19
    1
    • #19-1 thezircon (@thezircon) (จากตอนที่ 2)
      16 พฤษภาคม 2560 / 15:51
      จริงๆแกรักมดแบบลูกแท้ๆ เลยทำใจไม่ได้ค่ะ
      #19-1