ตอนที่ 19 : บทที่ ๑๐ (๑๐๐%) หลบหน้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 596
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    1 มิ.ย. 60

และแล้วการณ์กลับกลายเป็นว่าดุจนภากำลังจะมีหลานชายเพิ่มขึ้นอีกคน เมื่อไม่อาจห้ามปรามหรือเปลี่ยนใจลูกชายคนกลางได้ วันทนาจึงจำต้องฝากฝังปัญหาไว้กับเพื่อนสนิทแทน วิธีดีที่สุดที่ดุจนภาคิดได้คือการดูแลให้หนุ่มสาวทั้งสองอยู่ในสายตา

                อนิจจา ผู้สูงวัยไม่ได้ใช้วิธีนี้กับหลานชายตน

                ใช่ว่าเหมันต์จะรู้ไม่เท่าทันแผนการของผู้ใหญ่ แต่เพราะเขาเองก็หวังประโยชน์จากความเชื่อใจนี้อยู่เช่นกันจึงไม่รู้สึกลำบากใจแต่อย่างใด ชายหนุ่มเชื่อว่าน้ำใสใจจริงอันบริสุทธิ์ของตนจะสามารถโน้มน้าวใจทุกฝ่ายให้เอนเอียงหาตนได้สักวัน

                โอ๊ย! ซื้ออะไรมาอีกแล้วตาเหม! มาทุกวันก็ขนซื้อทุกวันแบบนี้ไม่ไหวนะ เก็บเงินไว้เถอะพ่อคุณเจ้าของบ้านเอ็ดอึงอย่างไม่จริงจังนักเมื่อเห็นแขกขาประจำหิ้วถุงพะรุงพะรังเข้ามาในครัว

                ผลไม้ครับ หน้าโรงพยาบาลมีตลาดนัด ผมเลยแวะเดินเล่น

                นี่ขนาดเดินเล่นนะ แล้วอีกถุงนั่นอะไร

                รถบังคับน่ะครับ ตั้งใจจะให้เวฟ

                ดุจนภามองค้อน สะกิดใจเล็กน้อยที่ย่าแท้ๆ อย่างตนยังไม่เคยซื้อสิ่งใดให้หลานชาย

                ออกไปไหนกับอาเขาแน่ะ อีกเดี๋ยวคงมา

                มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ เหมันต์อาสา

                สัมมาคารวะและน้ำใจของชายหนุ่มทำให้มารดาบุญธรรมของหญิงสาวพอใจ

                เอาซี่ ดุจนภาดันมีดและเขียงไปตรงหน้า เป็นหมอไม่ใช่เรอะ น่าจะถนัดมีดๆ เขียงๆ นะ

                เหมันต์รับมาทำต่อด้วยท่าทางเงอะงะ เรียกเสียงหัวเราะจากสาวน้อยสาวใหญ่ในครัว

                เอามานี่มาพ่อ เดี๋ยวได้บาดมือ

                ไม่เป็นไรครับ ผมช่วย พ่อครัวมือใหม่ยิ้มสู้ มาทานฟรีก็หลายทีแล้ว

                ไฮ้ ลูกเพื่อนทั้งคนใครมันจะไปใจดำ ปุ้ยแน่ะ พาไปดูซิว่าอาหลานเขามากันหรือยัง

                แขกประจำจำต้องเดินตามปุ้ยออกไปเมื่อดุจนภาโบกมือไล่และยึดอุปกรณ์ทำครัวกลับไปในที่สุด สาวจ้ำม่ำชวนเขาคุยตลอดทาง จนเขาหาช่องว่างที่จะถามถึงจุดหมายปลายทางหลังเดินออกจากบ้านมาร่วมสิบนาทีไม่ได้สักที

                ได้ยินหนูมดบอกว่าพี่หมอเหมย้ายมารักษาที่นี่ ปุ้ยล่ะดีใจ๊ดีใจ รู้ไหมคะ ปกติที่บ้านแทบจะไม่มีแขกเลย อ้อ ยกเว้นคุณแจ๊ดค่ะ มีพี่หมอเหมนี่แหละที่มาบ่อย ปุ้ยล่ะช้อบชอบ รู้สึกบ้านมีชีวิตชีวาขึ้นเป็นกอง ต้องมาอีกบ่อยๆ นะคะ

                ชายหนุ่มเพียงแค่หัวเราะในลำคอ ยังไม่ทันจะถามเรื่องที่คาใจปุ้ยก็ชิงพูดต่อ

                ว่าแต่พี่หมอเหมรักษาอะไรเหรอ คนแก่หรือว่าเด็ก เอ๊ะ หรือสาวๆ

                เด็กครับ เท่านั้นเองจริงๆ ที่เธอเว้นช่องว่างให้เขาตอบ

                ปุ้ยกะแล้วเชียว อย่างพี่หมอเหมดูมีเมตตากับเด็กออก ได้ทียกยอเข้าไปใหญ่ แล้ว...พี่น้องของพี่หมอเหมสบายดีหรือคะ พี่หมอวะกับคุณกิมน่ะค่ะ

                ครับ สบายดี

                เหรอคะ แหม ปุ้ยก็ถามไปตามมรรยาทเท่านั้นแหละ ไม่มีอะไรหรอกค่ะ อย่าบอกใครนะคะว่าปุ้ยถาม

                คนกลางพยักหน้าแกนๆ อย่างฉงน ทว่าไม่ทันไรหญิงสาวข้างๆ ก็เปลี่ยนมาเกาะแขนเขาเขย่าแทน

                อุ๊ย! นั่นหนูมดนี่นา หนูมด! น้องเวฟ!”

                อ้าว มดนึกว่าวันนี้พี่เหมไปหาเพื่อนเสียอีก มานานหรือยังคะ หญิงสาวส่งยิ้มกระจ่างตามาทักทาย เส้นผมที่รัดไว้หลวมๆ เคลื่อนมาปรกใบหน้าขณะที่เธอก้มลงจับจูงเด็กน้อย

                ออกมาเดินเล่นไกลอย่างนี้จะดีหรือมด

                ธุอาเหมยังคนเก่ง มุทิตาเสไปบอกหลานชาย ไม่สนใจคำถามเชิงตำหนิกลายๆ จากคนที่ออกมาตาม

                เวฟทำตามอย่างว่าง่าย แม้จะยังไม่กล้าสบตาตรงๆ แต่เจ้าหนูก็ได้คลายความหวาดกลัวลงไปได้บ้างด้วยของเล่นที่เขาเพียรหามาฝาก

                ถึงอย่างนั้นก็เถอะ อย่างไรอาหน้าขาวก็ไม่มีวันสู้พ่อหน้าเข้มของตนได้!

                อามีของเล่นมาฝาก ใครอยากได้ยกมือขึ้น

                แขนเล็กรีบชูขึ้นทันที ซ้ำยังกระโดดเหยงๆ ราวกับกลัวว่าคนตัวสูงจะมองไม่เห็น

                เอาน่า... ถึงจะชอบของฝากจากอาหน้าขาว แต่ก็ยังรักพ่อมากกว่าอยู่ดี

                เอ๊ะ! นั่นไต๋นี่คะ พ่อใครมาน่ะเวฟ เสียงปุ้ยกรี๊ดกร๊าดผสานไปกับเสียงโหวกเหวกไม่เป็นภาษาของเด็กชายที่ปรี่ไปหาบิดาของตน

                มุทิตาเผลอยิ้มตามเมื่อไต้ก๋งหนุ่มช้อนตัวลูกชายขึ้นอุ้มและโยน เจ้าหนูแผดเสียงร้องลั่นกลางอากาศอย่างชอบใจ ลืมอาสาวที่ตนเกาะติดมาตลอดทั้งสัปดาห์เสียสนิทจนพีร์เป็นฝ่ายหันมามอง ทว่ามุมปากบางก็หุบยิ้มฉับเมื่อเห็นบุรุษอีกคนยืนอยู่ข้างเธอ

                มายืนอออะไรกันตรงนี้ มด...ตาเหม...มาทานข้าวสิ ดุจนภาชะโงกหน้ามาชวน ก่อนจะปรายตามองอย่างประเมินสารรูปหลานชายตน ไปอาบน้ำอาบท่าเสียก่อนไป๊ กลับมาสกปรกๆ มาเล่นกับลูก

                หากเป็นเวลาปกติพีร์คงรับรู้ได้ถึงความปรารถนาดีซึ่งเขาถวิลหามานานจากคำพูดของป้า ทว่าในยามที่ใจกำลังคุกรุ่นจากภาพของหนุ่มสาวตรงหน้า... ประโยคแห่งความหวังดีนั้นจึงกลายเป็นคำปรามาสที่หักหน้าเขาต่อหน้าคนอื่นแทน

                ชายหนุ่มในกางเกงยีนขาดวิ่นวางลูกชายของตนลง ก่อนจะก้าวยาวเข้าบ้านโดยไม่สนใจเสียงร้องเรียกหาของเด็กน้อยแต่อย่างใด

 

                พี่สอง เสียงใสเอ่ยเบาราวกระซิบ

                อะไรนะคะ สาวจ้ำม่ำถามทั้งที่ยังไม่ละสายตาจากจอโทรทัศน์

                เปล่าๆ ปุ้ยดูไปก่อนนะ เราขอเข้าห้องน้ำแป๊บหนึ่ง

                มุทิตาผละจากดวงหน้าขาวใสของดาราต่างชาติซึ่ปุ้ยสรรหาแผ่นหนังมาดู เมื่อกี้เธอเห็นพี่ชายร่วมชายคาลงบันไดมาจึงคิดจะตามไปพูดคุยด้วยหลังจากมื้อเย็นที่ผ่านมาไม่มีเขาร่วมวง ไม่รู้แผลที่เท้าของเขาจะเป็นอย่างไร

                หญิงสาวทำทีเป็นเดินไปห้องน้ำแต่แล้วก็เลี้ยวขวาไปทางห้องครัวแทน ชายหนุ่มร่างสูงที่กำลังยืนกดกระติกน้ำร้อนผินหน้ามามองแวบหนึ่งแล้วจึงหันกลับไปโดยไม่เอ่ยทักสักคำ

                พี่สอง แผลคราวนั้นเป็นอย่างไรบ้างคะ มุทิตาทำใจดีสู้เสือเอ่ยถาม

                หายแล้ว เสียงแข็งตอบห้วนสั้น

                เหรอคะ แล้วได้ทานยาที่มดบอกหรือเปล่า

                เปล่า

                อ้าว ทำไมล่ะคะ แล้วไม่มีไข้หรือ มดเคยโดนแก้วบาดตอนเด็กๆ ยังไม่สบายตั้งหลาย...

                เป็นหมอหรือไงเธอน่ะ อย่ามาจุ้นจ้านให้มากนักเลย พีร์ตัดบทอย่างเย็นชา

                ดวงตากลมโตเบิกกว้างก่อนจะค่อยๆ หรี่ลงด้วยความน้อยใจ เธอทำท่าจะเดินออกไปแต่ก็ถูกฝ่ามือร้อนผ่าวคว้าต้นแขนไว้

                ปล่อยนะ หญิงสาวกัดฟันกรอด มือข้างที่เป็นอิสระทั้งหยิกทั้งตีแขนล่ำไม่ยั้ง

                มด...

                ปล่อย ไม่อยากให้มดยุ่งนักไม่ใช่หรือ ปล่อยซี่!”

                มดตะนอย

                อย่ามาเรียกชื่อนี้นะ จะไปจมน้ำตายที่ไหนก็ไปเลย มดไม่สนใจ...

                ประโยคที่เหลือพลันหายไปในลำคอ ริมฝีปากร้อนผ่าวเคลื่อนมาสัมผัสกลีบกุหลาบสีชมพูอย่างจ้วงจาบ หนักหน่วง

                พูดอะไร อย่าพูดว่าจะไม่สนใจพี่ เข้าใจไหม เสียงพร่าข่มขู่ชิดริมหู

                ชายหนุ่มอาศัยโอกาสที่ร่างบางตัวแข็งทื่อดึงเธอมาแนบชิด ตาเรียวคมจับมั่นอยู่ที่กุหลาบกลีบช้ำที่เขาเพิ่งสัมผัสอย่างย่ามใจ

                ตะ...ไต๋ หนูมด

                เสียงเรียกขัดจังหวะส่งผลให้คนฉวยโอกาสยอมถอนจมูกออกจากแก้มเนียนอย่างอ้อยอิ่ง ตรงกันข้ามกับมุทิตาที่พลันรู้สึกตัว หญิงสาวออกแรงผลักร่างหนาจนเขาเสียหลักไปชนแก้วกาแฟ น้ำร้อนสีดำกระฉอกออกมาถูกท่อนแขนคล้ำแต่เธอหาสนใจไม่ วิ่งเซออกไปไม่ต่างจากเหยื่อได้รับอิสรภาพ

                ปุ้ยไม่เห็นอะไรทั้งนั้นนะคะ ไม่เห็นอะไรจริงๆ สาวจ้ำม่ำส่ายหน้าดิก ละล่ำละลักปฏิเสธ

                มีอะไร พีร์ถามเสียงขุ่นพลางกดข้อมือที่โดนน้ำร้อนลวกกับชายเสื้อ

                หนูมดบอกว่าจะไปเข้าห้องน้ำ ปุ้ยเห็นหายไปนานเลยมาตามน่ะค่ะ เอ่อ... ปุ้ยเปิดทีวีทิ้งไว้ ไปปิดก่อนนะคะ

                แล้วอย่าปากโป้งล่ะ ไต้ก๋งหนุ่มขู่สำทับก่อนผละไป

                ทิ้งให้สาวใช้ยืนนิ่งอยู่กับที่...ไม่ต่างจากรูปปั้นหินที่ถูกสาป

 

                มด นั่นรถหลานแม่แกหรือเปล่า เขากลับมาแล้วหรือ หนูนาซึ่งอยู่ในชุดคลุมท้องสีเขียวอ่อนหันมาถามเมื่อรถยนต์กลางเก่ากลางใหม่คันหนึ่งเคลื่อนตัวช้าๆ มาจอดหน้าร้าน

                หนูนา ถ้าเขามาหาเราบอกว่าเราไม่อยู่นะเพื่อนสาวบอกหน้าซีด

                อ้าว ทำไม

                ไว้เราจะเล่าให้ฟัง แต่หนูนาช่วยเราก่อนนะ ขอร้องล่ะ

                แล้วนั่นแกจะไปไหนน่ะ ขึ้นไปข้างบนทำไมเล่า มันร้อน

                มุทิตาไม่ฟัง ขาเรียวกลมกลึงก้าวขึ้นบันไดทีละสองขั้นอย่างรีบเร่งทันทีที่เห็นคนฉวยโอกาสเมื่อคืนกำลังลงจากรถ หญิงสาวซ่อนตัวอยู่บนชั้นสอง พยายามเงี่ยหูฟังบทสนทนาของชายหญิงที่อยู่ข้างล่าง แต่มันก็เบาเต็มที ไม่นานชายหนุ่มจึงจากไป

                ลงมาได้แล้วคุณเพื่อน เล่ามาเสียดีๆ ว่าแกหลบหน้าเขาทำไม

                วันนี้หนูนากลับเองได้ไหม เพื่อนสาวเสถามไปอีกเรื่อง

                ไม่ได้ จนกว่าแกจะเล่าทุกอย่างให้ฟัง คนท้องค้านอย่างรู้ทัน

                ถ้าอย่างนั้นเราแวะไปบอกพี่ก้องให้มารับนะ

                ไม่ต้องเลย นี่มดมีความลับกับเราเหรอ เพื่อนสาวพ้อพลางเอื้อมมือไปดึงกระเป๋าสะพายของเพื่อนให้หันมา

                เราขอโทษ เราสัญญาว่าจะเล่าให้หนูนาฟังแน่ แต่วันนี้เราปวดหัวจริงๆ ...นะหนูนา

                เรื่องร้ายแรงหรือเปล่า แล้วนี่แกจะไปไหน

                ในที่สุด คนใจแข็งก็ต้องเป็นฝ่ายยอม ไม่เคยมีใครทนสายตาอ้อนวอนคู่นั้นได้ นัยน์ตาซื่อบริสุทธิ์ที่ตรงกับใจเจ้าของเสมอ

                ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ บางทีหนูนาอาจจะพูดถูกก็ได้ คนอย่างเขา...เราตามไม่ทันหรอก

 

                กลิ่นยาและผู้คนที่พลุกพล่านกดขมับของหญิงสาวให้เวียนศีรษะยิ่งขึ้นไปอีก เธอเลือกที่จะมาที่นี่แม้เหมันต์จะบอกแล้วว่าวันนี้เขามีคลินิกเย็นเพียงเพราะเหตุผลเดียวคือเธอยังไม่อยากกลับบ้าน แล้วมุทิตาก็รู้ว่าตัวเองคิดถูกเมื่อได้พบแววตาอ่อนโยนคู่เดิมคู่นั้นมองตรงมา

                มดไม่ได้เห็นพี่เหมใส่เสื้อกาวน์มานานแค่ไหนแล้วนะ

                อะไร มาหาพี่เพื่อดูพี่ใส่เสื้อกาวน์น่ะหรือ แพทย์หนุ่มย้อนถามอย่างอารมณ์ดี

                โธ่เอ๋ย จะไม่ให้เขามีความสุขได้อย่างไรในเมื่อดวงใจลอยมาหาถึงที่

                ใครว่า มดมาหาคนเลี้ยงข้าวต่างหาก

                ได้น่ะมันได้อยู่แล้ว แต่วันนี้พี่คงเลิกดึกหน่อย แน่ใจหรือว่ารอไหว มุทิตาพยักหน้าหงึก เอาอย่างนี้ดีไหม มดไปรอพี่ที่ห้องก่อน ไปถูกหรือเปล่า

                น้องสาวนิ่งคิดสะระตะ สุดท้ายจึงยอมยื่นมือไปรับกุญแจจากพี่ชาย อย่างน้อยเธอก็รู้แล้วว่าควรจะทำอะไรระหว่างนี้ดี

                ห้องพักแบบสตูดิโออันประกอบไปด้วยเตียงเดี่ยวกลางห้องและห้องน้ำในตัวนั้นเป็นระเบียบดีทีเดียว มีเพียงขยะในถังเล็กน้อยมุทิตาจึงตัดสินใจว่าจะนำไปทิ้งหลังจากทำความสะอาดห้องเสร็จ ทว่า แม้แต่ในยามที่มือไม่ว่าง หากสมองของเธอกลับคิดวนอยู่เพียงแค่เหตุการณ์เมื่อคืน

                เสียงเครื่องมือสื่อสารขนาดจิ๋วแผดเสียงร้องส่งผลให้คนที่กำลังเหม่อถึงกับสะดุ้ง หญิงสาวรีบกดรับเมื่อเห็นชื่อคนโทร. เข้าบนหน้าจอ

                มดอยู่ไหน มืดแล้วทำไมหนูยังไม่กลับอีก เสียงร้อนรนถามด้วยความเป็นห่วงมาตามสาย

                มดแวะมาหาพี่เหมน่ะจ้ะ แม่ทานข้าวยังคะ ไม่ต้องรอมดนะ เดี๋ยวมดทานเสร็จก็กลับจ้ะ

                แล้วเราแวะไปกวนพี่เขาทำไม น่าตีจริงๆ

                มดขอโทษที่ไม่ได้บอกแม่ก่อน แต่แม่ไม่ต้องห่วงนะคะ พี่เหมบอกว่าจะไปส่ง

                คราวหน้าก็ชวนกันมาทานที่บ้านเรารู้ไหม แม่จะได้ไม่เป็นห่วง

                ลูกสาวรับคำแกนๆ จะบอกได้อย่างไรว่าหลานชายของท่านคือต้นเหตุที่ทำให้เธอไม่อยากกลับไปตอนนี้ เพราะแม้แต่อยู่ห่างเขาขนาดนี้แล้ว ใจของเธอก็ยังเต้นไม่เป็นส่ำอยู่ดี

                มุทิตาเผลอหลับพับอยู่ปลายเตียงขณะแพทย์หนุ่มกลับเข้ามา มีหนังสือวิทยาการทางการแพทย์เปิดกางอยู่ใกล้ๆ ปกติแล้วเหตุการณ์เช่นนี้ย่อมไม่มีทางเกิดขึ้น แม่วันมักจะเข้มงวดกับเธอเสมอเรื่องการวางตัว ทว่าในยามที่หญิงสาวกำลังสับสนและนอนไม่หลับมาทั้งคืน ความอ่อนเพลียจึงเคลื่อนมาครอบงำอย่างง่ายดาย

                เหมันต์ยอบตัวลงข้างๆ คนที่นั่งพับเพียบฟุบหน้าลงกับเตียง แววตาอ่อนโยนเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย สงสาร...เอ็นดู...และรัก สามสิ่งนี้กระมังที่ทำให้เขาไม่อาจตัดใจจากเธอ

                มือหนาบรรจงหยิบปอยผมที่หลุดลงมาเคลียแก้มนวลขึ้นทัดหูอย่างทะนุถนอม ทว่าไอร้อนจากผิวเรียบเนียนทำให้เขาเปลี่ยนใจใช้หลังมือสัมผัสหน้าผากนูนแทน อารมณ์หวามไหวที่เริ่มก่อตัวพลันมลายสิ้น ชายหนุ่มรีบเขย่าตัวปลุกร่างบาง และหญิงสาวก็สะดุ้งตื่นทันที

                พี่เหม กลับมาแล้วหรือคะ นัยน์ตาเชื่อมกะพริบอย่างงุนงง มดเผลอหลับไปเมื่อไรไม่รู้

                เราไม่สบายทำไมไม่บอกพี่ แล้วผ้าถูพื้นที่ตากไว้นั่นหมายความว่าไง

                มดไม่รู้นี่ว่าไม่สบาย เพิ่งจะมามึนหัวตอนพี่เหมบ่นนี่แหละ คนป่วยกล่าวล้อ

                นี่คงติดเวฟล่ะซี ไปล้างหน้าล้างตาไป เสร็จแล้วจะได้ลงไปหาอะไรทาน เดี๋ยวพี่แวะซื้อยาให้ด้วย

                ติดเวฟหรือ เกรงว่าจะไม่ใช่กระมัง มุทิตาตอบคำถามตัวเองในใจ แล้วแก้มก็พลันร้อนซู่ขึ้นมาเมื่อนึกถึงริมฝีปากร้อนผ่าวของผู้ชายอีกคน

........................................................................

     ฮือออ ตื่นแล้วรีบกลับบ้านเถอะมด ป่านนี้ใครบางคนรอจนร้อนรุ่มใจแล้วมั้งคะนั่น

     ตอนหน้ามาเอาใจช่วยมดให้หลบหน้าพี่พีร์ได้ตลอดรอดฝั่งกันนะคะ 

     เพราะหาไม่แล้ว... ไรต์ไม่อยากจะคิดดด

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

81 ความคิดเห็น

  1. #45 fsn (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2560 / 00:01
    ผู้หญิงมักชอบ แบดบอย ชอบคนที่ทำให้หัวใจไม่สงบนะคะ
    #45
    1
    • #45-1 thezircon (@thezircon) (จากตอนที่ 19)
      2 มิถุนายน 2560 / 15:22
      คำนี้อาจจะใช้ไม่ได้กับทุกคนนะคะ ตามไปพิสูจน์ได้ที่ "น้ำค้างเปื้อนสี" เลยค่ะ อิอิ
      #45-1
  2. #43 Singlegirl (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2560 / 17:21
    คิดถึงไรท์ คิดถึงน้องเวฟ ที่สุด ค่ำมาอัพอีกนะคะ อยากให้นู๋มดหลบหน้าพี่พีร์ไม่ได้ตลอดรอดฝั่ง

    เพราะอยากอ่านต่อตอนที่ไรท์บอกว่า "เพราะหาไม่แล้ว...ไรท์ไม่อยากจะคิด" 55555
    #43
    1
    • #43-1 thezircon (@thezircon) (จากตอนที่ 19)
      2 มิถุนายน 2560 / 15:17
      5555 ไรต์ก็บิ๊วใหญ่รัชดาลัยมากค่ะ แต่เดี๋ยววันนี้ขอให้เวลากับพี่เดียวก่อนนะคะ พรุ่งนี้เจอกับพี่พีร์น้าาา
      #43-1