ตอนที่ 17 : บทที่ ๙ (๑๐๐%) พยาบาลจำเป็น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 709
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    27 พ.ค. 60

พี่เหม...ลาออกตั้งแต่เมื่อไรคะ หญิงสาวพยายามตั้งสติ

                วันเล่าว่าลาออกมาได้สักพักแล้ว เพียงแต่ว่ายังต้องทำงานต่อให้ครบเดือน นี่มันก็เพิ่งรู้จากปากเจ้าตัวเขาวันนี้นี่แหละ

                ถ้าเช่นนั้นก็หมายความว่าพี่ชายคนรองลาออกหลังจากเธอย้ายมาอยู่ที่นี่ได้ไม่นานงั้นซี มุทิตาหงุดหงิดใจนัก เธอกำลังมีชีวิตที่สงบสุขอยู่ทีเดียวหากไม่มีเรื่องของเขาเข้ามา

                ไม่มีใครโทร. หามดทั้งนั้นจ้ะแม่ บางทีพี่เหมคงอยากย้ายไปหาประสบการณ์ใหม่ๆ กระมังคะ ต้องไม่ใช่เพราะมดแน่ ลำคอเพรียวระหงเชิดขึ้นอย่างทะนงตน

                ความที่ต้องการปัดความรู้สึกผิดให้พ้นตัว จิตใจที่ดีงามจึงแปดเปื้อนเพราะความเบื่อหน่ายเหมันต์ขึ้นมาโดยมองข้ามความดีของเขาไป พลอยชังความรักอันไม่รู้กาลเทศะนี้จนขื่นคอ

 

                ไต๋ว่ามันยังอยู่หรือเปล่าคะ

                ไต๋อะไร ตกลงกันแล้วไม่ใช่หรือ

                ก็ตอนนี้ไม่เรียกว่า ลำพังสักหน่อย เวฟก็อยู่ คนก็เยอะ คนผิดสัญญากล่าวพร้อมกับหลิ่วตาให้อย่างทะเล้น

                กำปั้นหนักๆ เขกลงมากลางกระหม่อม ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นฝ่ามืออบอุ่นที่จับโยกศีรษะไปมา

                วันนี้พีร์พามุทิตามาที่สวนสาธารณะอีกครั้งตามคำเรียกร้องของเจ้าหล่อน ทั้งที่ตลอดเวลาที่อยู่กลางทะเลไต้ก๋งหนุ่มอุตส่าห์วาดฝันไว้ว่าจะพาเธอหลีกลี้หนีไปจากสถานที่อันเสี่ยงต่อการพบเจอคนรู้จักให้มากที่สุด ทว่าวันยันค่ำ...เขาก็ไม่อาจดึงความสนใจจากเจ้าลูกหมาสองตัวได้สักที ทั้ง บราวนี่ และ เวฟ

                อาโม้ด อุ้ม ลูกคนที่ซนดังลูกหมาโผเข้าหาคุณอา

                เวฟ อย่าอ้อน บิดาค้านเสียงเข้ม เดินดีๆ เดี๋ยวพ่อพาไปให้อาหารปลา

                เย่! จับปลาด้วยนะป้อ หน้าจ๋อยเมื่อครู่ระรื่นขึ้นทันตา

                เฮ้ย! จับไม่ได้

                จับได้ซี่ ป้อจับปลาได้

                ไม่เหมือนกันเว้ย พีร์หัวเราะหึ

                มุทิตาอมยิ้ม ฟังเสียงทุ้มห้าวกับเสียงแหลมเล็กโต้เถียงกันพลางสอดส่ายสายตาหาเจ้าลูกสุนัขไปด้วย บรรยากาศของครอบครัวทำให้หัวใจหญิงสาวเต้นอย่างเป็นสุข ลืมเรื่องของพี่ชายคนไกลเสียสนิทใจ

                เจอไหม

                ไม่มีวี่แววเลยค่ะ เดี๋ยวมดจะเดินดูอีกที

                ป่านนี้คงมีคนเก็บมันไปเลี้ยงแล้วกระมัง

                ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงก็ดีสิคะ มดกลัวแต่มันจะอดตายไปแล้ว

                พี่ไปถามคนนั้นให้

                ไม่เอ๊า! ไต๋... กลับมานะ! พี่สอง!” มุทิตาร้องห้าม แต่ก็ไม่เป็นผล

                เธอมองตามร่างสูงใหญ่ที่เดินไปหาชายวัยกลางคนในชุดสีเขียวอย่างขุ่นเคือง ลักษณะการแต่งกายของชายผู้นั้นบ่งบอกว่าเขาเป็นคนสวนของที่นี่

                หญิงสาวก้มหน้างุดเมื่อเห็นเขาเดินกลับมา เสียงหวานต่อว่าออกไปทันทีที่รู้สึกถึงแรงยวบลงบนเสื่อข้างตัว

                ไม่อายหรือคะ เที่ยวไปถามหาลูกหมาที่ไหนไม่รู้

                อายทำไม อยากรู้ก็ต้องถามซี

                แต่มดอาย ลุงคนนั้นน่ะ... โอ๊ย! มดไม่อยากคุยกับไต๋แล้ว มุทิตาโวยวายกับฝ่ามือของตนเอง

                พีร์ลดมือคนขี้อายออกจากใบหน้า แม้เธอจะเกร็งไว้ในตอนแรกแต่ก็ยอมโอนอ่อนในที่สุด แก้มใสซึ่งเกิดริ้วสีชมพูระเรื่อปรากฏแก่สายตาชายหนุ่มจนเขาไม่อาจห้ามใจ นิ้วมือหยาบกระด้างลากผ่านนวลปรางไปทัดผมให้อย่างอ่อนโยน ผิวสัมผัสละมุนมือก่อให้เกิดความหวามไหวขึ้นในอก...ทรงอานุภาพขึ้นทบทวีเมื่อเทียบกับสัมผัสของวันวาน

                ยังหรอก... มันไม่ใช่ความรัก ก็เพียงแค่อารมณ์หวั่นไหวชั่วครั้งชั่วคราวตามธรรมชาติของเพศชายทั่วไปเท่านั้นเอง

                ลุงคนนั้นทำไมหรือ เขาข่มใจถามสืบไป

                คนขี้อายตวัดค้อนใส่ แว้ดๆ เอากับเขาว่า ตอนที่ไต๋ไม่อยู่มดเคยมาหาเจ้าบราวนี่ที่นี่ อุตส่าห์ขอโครงไก่ต้มน้ำซุปจากร้านหนูนามาด้วย ตั้งใจจะเอามาให้มันแท้ๆ แต่ลุงคนนั้นจู่ๆ ก็มาด่ามาไล่มด หาว่ามดเป็นคนวางยาหมาที่นี่เมื่อคืนก่อน มดอธิบายตั้งนานแต่แกก็ไม่เชื่อ คิดดูซี... คนอย่างมดหรือจะทำแบบนั้นได้

                พี่ชายไม่โกรธสักนิดที่โดนเด็กเมื่อวานซืนแว้ดใส่ ตรงกันข้ามเขากลับถูกใจท่าทางกระเง้ากระงอดของเธอด้วยซ้ำไป

                แล้ววันนั้นมดทำอย่างไร

                ก็เผ่นสิคะ คนมองเยอะแยะ มดอายเป็นนะ

                แต่วันนี้ยังมาอีก...

                มดอยากเจอมันนี่นา เธอตอบอ้อมแอ้ม ไม่อยากทิ้งไปง่ายๆ เหมือนตัวก่อนที่พี่สองเคยว่าอีกแล้ว

                พี่ไม่ได้ว่า แค่เล่าให้ฟัง

                นั่นแหละค่ะ แล้วพี่สองไปถามลุงคนนั้นเขาว่าไงบ้าง

                มันตายแล้ว เขาบอกเรียบๆ ด้วยเห็นเป็นเรื่องปกติของสุนัขจรจัดทั่วไป

                ทว่าคนมองโลกแง่ดีมาตลอดหาคิดเช่นนั้นไม่ ดวงหน้าหวานเผือดสีลงก่อนจะกลับมาขึ้นสีเข้มอีกครั้ง...จัดกว่าเดิม

                เขาบอกไหมคะว่าทำไม

                ถูกวางยา พีร์ตอบ ลุงเขารู้แล้วว่ามดไม่ใช่คนทำ แกบอกว่าพ่อของเด็กที่ถูกแม่ไอ้บราวนี่กัดมาวางยาแก้แค้นพวกมัน เพราะคนดูแลที่นี่ไม่ยอมชดใช้ค่าเสียหายให้ครอบครัวเขา

                บ้าที่สุดเลย

                ใครบ้าครับ เขาถามล้อ

                ทุกคนนั่นแหละ ทั้งลุงคนนั้น ทั้งพ่อเด็กด้วย หญิงสาวตอบพาลๆ บาปกรรมไม่รู้หรือไงนะ

                ถ้าเป็นพี่ พี่ก็อาจจะทำไม่ต่างจากเขา

                ไม่จริง พี่สองไม่มีทางทำร้ายใคร

                ใครว่า พี่นี่แหละนักฆ่ามืออาชีพเสียงขื่นเอ่ยเยาะหยันแผ่วเบา หากสะดุดใจคนฟัง

                แต่มันเป็นอาชีพสุจริต ถ้าพี่สองต้องบาปเพราะเรื่องนี้คนที่กินปลาก็ควรต้องบาปด้วย บางครั้ง...ชีวิตมันไม่ได้มีทางเลือกให้เรามากนัก พี่สองก็แค่ทำเพื่อพวกเรา เพื่อผู้บริโภคอย่างพวกมด ถ้อยแถลงที่ราวกับจะปกป้องทำให้ไต้ก๋งหนุ่มตื้อในอก อย่างน้อยพี่ของมดก็เคยหันหลังให้ความไม่ถูกต้องได้อย่างกล้าหาญ พี่สองเข้าใจคนอื่นเสมอ ถึงแม้บางทีจะน่ากลัวจนดูเข้าถึงยาก แต่พี่สองก็ไม่ทำให้มันห่างออกไป ใจดีกว่าที่เห็นภายนอกตั้งเยอะ เป็นคนขยัน เป็นพ่อที่ดี เป็นผู้ชายแบบที่มดอยากให้มีอีกเยอะๆ บนโลกนี้

                เขาไม่อาจละสายตาจากกลีบกุหลาบสีชมพูได้เลย กลีบบางสดสวยนี้เองที่ปลุกมวลแมลงนับร้อยนับพันในอกเขาให้พากันอวดปีกสวยอีกครั้ง ทั้งชุ่มชื่นแลอ่อนระโหยในคราวเดียวกัน

                วูบหนึ่งในใจ... พีร์อยากล้มเลิกเกมทั้งหมดนี้และย้อนเวลากลับไปทำให้ตนเอง ดี อย่างที่เธอว่าไว้จริงๆ ทว่านิสัยดื้อรั้นไม่ยอมใครอันติดอยู่ในมโนสำนึกซึ่งเป็นผลมาจากชีวิตที่ต้องเผชิญกับความกดดันก็ทำให้ด้านมืดในใจกลับมามีอิทธิพลอีกครั้ง

                หากสาวน้อยตรงหน้าเขาเป็นทองแท้... ขอให้เธอไม่พ่ายแพ้แก่ไฟเช่นเขา

 

                ดึกแล้ว แม่ยังไม่กลับเลย ตุ๊กตาหน้ารถพึมพำขึ้นเบาๆ เมื่อเห็นช่องจอดรถอีกช่องหนึ่งว่างอยู่

                เป็นเวลาหนึ่งยามเมื่อทั้งสามคนกลับถึงบ้านหลังจากออกไปข้างนอกตั้งแต่ช่วงบ่าย เวลาส่วนใหญ่นั้นหมดไปกับรายการสุดท้ายที่ไต้ก๋งหนุ่มขับรถพาไปไกลจนข้ามเขตจังหวัดใหญ่สู่ภาคใต้โดยอ้างว่าต้องการชดเชยมื้อเย็นที่เขาเคยทำเสียบรรยากาศไว้คราวก่อน มุทิตาซึ่งไม่คิดจะปฏิเสธตั้งแต่ต้นจึงเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ข้างทางอย่างสุขใจ

                พีร์ก้าวลงจากรถ เดินอ้อมไปเปิดประตูอีกด้านหนึ่งพร้อมกับอุ้มเด็กชายที่สลบไสลคาตักอาสาวด้วยความระมัดระวัง

                ไปเยี่ยมเพื่อนกระมัง ได้ยินว่าอาการโคม่า สงสัยจะขาขาด ชายหนุ่มเอ่ยล้อ

                หญิงสาวรู้ทัน มือบางตีลงบนต้นแขนของคนที่บังอาจล้อเลียนบุพการี ไม่กลัวสายตาคมปลาบที่จ้องตอบกลับมาแม้แต่น้อย

                ถ้าเวฟตื่นล่ะน่าดู...มดตะนอย เสียงแข็งกระซิบลอดไรฟัน

                เอ้อ ทำไมไต๋ไม่ให้น้องนอนกับมดหรือคะเธอเปลี่ยนสรรพนามเมื่อเห็นปุ้ยเดินตรงมา

                เดี๋ยวจะเคยตัว แค่นี้ก็ติดอาแย่แล้ว ว่าพลางพยักพเยิดให้สาวใช้รับของจากคนข้างๆ

                แต่แกยังเด็กอยู่เลย ให้นอนคนเดียวแบบนี้อันตรายแย่ เกิดดึกๆ เป็นอะไรขึ้นมา

                มันรู้ว่าต้องทำอย่างไร ลูกผมต้องแข็งแกร่ง อย่าห่วงเลย

                คนฟังแอบเบ้ปาก ทุกครั้งที่มีคนอื่นอยู่ใกล้เขาจะทำเสมือนมีกำแพงหนากั้นขวางเธอห่างออกไป แม้มุทิตาจะโทษตัวเองที่เป็นสาเหตุให้เขาต้องเก้อกระดากกับชื่อเก่า แต่ท่าทางที่ชายหนุ่มแสดงออกคล้ายกับมีเหตุผลนอกเหนือจากนั้นซ่อนอยู่ด้วย หญิงสาวปิดประตูห้องโดยไม่สนใจเสียงร้องเรียกที่ดังตามหลังมา

                มด เปิดประตูให้พี่หน่อย

                มือบางซึ่งกำลังซับน้ำออกจากเรือนผมหยุดชะงัก เสียงเรียกผะแผ่วหน้าห้องทำให้เธอคิดว่าตนหูฝาดไปหากไม่ได้ยินประโยคถัดมา

                พี่เหยียบตะปูคนเจ็บพูดไม่ทันขาดคำ บานประตูก็เหวี่ยงออกอย่างแรง

                ดวงตากลมรีหรี่มองเท้าซ้ายของเขาซึ่งเหยียบไม่เต็มนัก ร่างบางในชุดนอนตรงเข้าประคองชายหนุ่มตามสัญชาตญาณ พีร์ตัวแข็งทื่ออย่างคาดไม่ถึง ก่อนจะยอมให้เธอพาไปนั่งที่เตียงแต่โดยดี

                รอแป๊บนะคะ มดลงไปเอายาก่อน

                คนเจ็บลืมเจ็บไปชั่วขณะ เขาสอดส่ายสายตาสำรวจรอบห้อง ห้องที่เคยเป็นของมารดาเขา ห้องที่เขาไม่คิดจะเหยียบย่างเข้ามา

                แสบหน่อยนะคะความเย็นของแอลกอฮอล์แล่นปลาบปลุกเขาให้ตื่นจากภวังค์

                ไต้ก๋งหนุ่มมองเท้าของตนที่ขึ้นไปอยู่บนตักของคนบนพื้นตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ ดวงหน้าหวานนั้นซีดเผือด เม็ดเหงื่อเกาะพราวตามไรผม ทว่ามือที่ทำแผลกลับไม่สั่นแม้แต่น้อย

                หาหมอเถอะค่ะ มดแค่ทำความสะอาดแผล ไปฉีดยากันบาดทะยักไว้ก่อนดีกว่า นางพยาบาลมือใหม่บอกพลางแปะเทปขุ่นให้แผ่วเบา

                เมื่อกี้โกรธพี่เรื่องอะไร

                มุทิตาทำเมินกับคำถามนั้นเสีย หญิงสาวก้มหน้าก้มตาราวกับกำลังใช้สมาธิมากมาย

                พีร์อดรนทนไม่ไหว เชิดคางมนขึ้นสบตา โอ๊ะ!”

                อุ๊ย ขอโทษค่ะเสียงใสเอ่ยไม่จริงใจ

                แสบนักนะ คนเจ็บกัดฟันอาฆาต หดขาซ้ายขึ้นมากุมไว้เอง

                มดเตือนแล้วว่า แสบหน่อย’” เธอลอยหน้าลอยตาตอบ ก่อนจะสำทับอีกว่า ไปหาหมอเถอะค่ะ ถึงจะไม่ลึกแต่กันไว้ก่อนดีกว่า

                เจ็บเท้า ไม่อยากขับรถ

                มดขับให้ก็ได้

                เออหนอ ไหนๆ ก็ใจอ่อนกับเขาขนาดนี้แล้วก็เอาให้มันถึงที่สุดไปเลย...มดตะนอยเอ๋ย

                อย่าเลย ดึกแล้วรบกวนเปล่าๆ เดี๋ยวแม่เธอจะมาว่าพี่เอา

                นี่มันเป็นอุบัติเหตุ ทำไมแม่จะต้องว่าด้วยล่ะคะ ถ้าพี่ไม่เรื่องมาก ป่านนี้คงไปได้ครึ่งทางแล้ว

                พี่นี่นะเรื่องมาก คนบนเตียงย้อนถามขำๆ

                มุทิตาไม่ตอบ หากสาละวนอยู่กับการเก็บเครื่องมือปฐมพยาบาลต่างๆ ใส่กล่องดังเดิม

                ขอบใจนะมดตะนอย เสียงทุ้มเอ่ย...แช่มช้า...ชัดเจน

                ค่ะ

                พรุ่งนี้พี่ต้องไปแล้ว... เขาเว้นจังหวะ จะไม่บอกพี่หน่อยหรือว่าโกรธอะไร

                ตกลงจะไม่ไปหาหมอใช่ไหมคะ

                ไม่เป็นไรหรอก คุณพยาบาลบอกเองไม่ใช่หรือว่าแผลไม่ลึก

                พยาบาลเถื่อนค่ะ ใครเชื่อมีแต่ตายกับตาย เอ่ยเสียงแข็ง ครั้นเขาเงียบไปจึงรู้ตัวว่าไม่ควร แล้วทำไมพี่สองถึงโดนตะปูตำได้ล่ะคะ

                พี่ทำหล่นไว้นานจนลืมไปแล้ว เพิ่งมานึกออกก็ตอนเหยียบเอานี่แหละ

                ดีนะที่ไม่ใช่เวฟ พูดไปแล้วจึงนึกได้ว่าเป็นใครก็ไม่ดีทั้งนั้น หญิงสาวส่งแก้วน้ำกับยาให้เก้อๆ ยาแก้ปวด กินกันไว้ก่อนนะคะ

                ขอบคุณครับ พีร์รับมาดื่มโดยดี อุ่นวาบในใจอย่างประหลาดที่มีคนคอยใส่ใจ

                คงเพราะอิทธิพลจากห้องของ แม่จ๋า กระมังที่ทำให้เขาเห็นภาพคนตรงหน้าเป็นดั่งเทพธิดาน้อยๆ เหมือนในนิทานที่ แม่จ๋าเคยเล่าให้ฟังก่อนนอนทุกคืน

                พรุ่งนี้พี่สองจะไปไหวเหรอ มดว่าพักก่อนดีกว่า

                มันไม่ใช่เรื่องของพี่คนเดียว อย่างไรก็ต้องไหว แผลแค่นี้ไกลหัวใจ

                แล้วมาให้มดช่วยทำไม พยาบาลบ่นอุบอิบ

                ไต้ก๋งหนุ่มแสร้งไม่ได้ยินพลางเอนกายเท้าแขนไว้ข้างหลังอย่างสบายอารมณ์

                ห้องสวยดีนะ

                แม่เป็นคนจัดทั้งนั้นเลยค่ะ มดมามันก็สวยอย่างนี้อยู่แล้ว เธอบอกด้วยรอยยิ้มภูมิใจ

                ป้าได้บอกเธอหรือเปล่าว่าเจ้าของห้องคนเก่าคือใคร แล้วเขาไปไหน

                เปล่าค่ะ ไม่ได้บอก

                แล้วเธอก็ไม่ได้ถาม

                เอ้อ...ค่ะ หญิงสาวตอบตะกุกตะกัก

                นั่นซี เธอไม่เคยสงสัยเลย ตรงกันข้ามกลับรู้สึกเหมือนห้องนี้เป็นห้องของตนมาแสนนาน

                พีร์เผลอเหยียดยิ้มหยันก่อนจะยันกายขึ้นยืน มุทิตาเตรียมจะเข้าไปประคอง หากคนเจ็บยกมือห้ามเสียก่อน ผู้หวังดีจึงหน้าม้านไป

                มีอะไรที่มดควรรู้หรือเปล่าคะ บอกมดมาเถอะ

                พี่ชายนิ่งไปพักหนึ่ง ก่อนหันมาตอบพร้อมกับรอยยิ้มปลอบใจ

                เปล่า ไม่มีอะไรทั้งนั้น ราตรีสวัสดิ์...มดตะนอย

 

                ฝุ่นที่ฟุ้งกระจายกลางถนนบ่งบอกว่าเส้นทางข้างหน้ากำลังมีการซ่อมแซม ผู้โดยสารส่วนใหญ่บนรถประจำทางที่วิ่งระหว่างอำเภอต่างพากันใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดจมูกไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ฝุ่นละอองระคายเคืองระบบหายใจ เว้นแต่หญิงสาวบนเบาะคู่ด้านหลังที่จำต้องสละผ้าเช็ดหน้าของตนให้เด็กน้อยข้างๆ แทน

                วันนี้ดุจนภาพาปุ้ยและเน้ยไปช่วยงานบุญบ้านเพื่อน ทิ้งไว้แต่เพียงเด็กชายและคนชราให้อยู่กันสองคน ผลลัพธ์จึงตกที่หญิงสาวซึ่งไม่อาจทนเห็นแม่ครัวหลังยอกต้องคอยวิ่งจับลูกปูใส่กระด้งทั้งวันได้ มุทิตาตัดสินใจพาหลานชายไปทำงานด้วยในที่สุด กว่าจะฝ่าการจราจรไปได้นั้นใช้เวลามากกว่าปกติไม่น้อยเมื่ออกจากบ้านสายกว่าปกติ

                มาแล้วจ้ะ เสียงใสร้องทักมาแต่ไกลโดยไม่ได้มองว่ามีใครอยู่ข้างใน นัยน์ตาสุกสกาวแลตามเท้าคู่น้อยที่ค่อยๆ ก้าวข้ามประตูเข้ามาอย่างระมัดระวัง

                หนูนาเดินมาสะกิดเพื่อนสาวด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม บุ้ยใบ้ไปทางแขกแปลกหน้าที่นั่งหันข้างอยู่บนเก้าอี้สำนักงานพร้อมกระเป๋าเดินทางใบเขื่องหน้าโต๊ะเธอ

     .............................................................

     พี่พีร์ชักจะมาใกล้มดไปแล้วน้าาา =///=

     ว่าแต่ใครคือแขกที่มาหามด เดาถูกกันไหมเอ่ย

     ฝากติดตามต่อตอนหน้านะคะ


     ป.ล. ฝากผลงานหนังสือทำมือของไรต์ทั้ง 2 เรื่องที่ร้านนายอินทร์ด้วยนะคะ ถ้าหาไม่เจอสามารถสอบถามพนักงานที่ร้านได้เลยค่ะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

81 ความคิดเห็น

  1. #41 มาดามรี๊ด (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 20:16
    จริงๆผู้ชายนี่เหลี่ยมเยอะกว่าผู้หญิงอีกเนอะ
    #41
    1
    • #41-1 thezircon (@thezircon) (จากตอนที่ 17)
      30 พฤษภาคม 2560 / 15:34
      ไม่เจ้าเล่ห์คงไม่ใช่หลานดุจนภาแน่ๆค่ะ ฮือๆ ป้าหลานร้ายกาจเหมือนกัน แต่ด้านดีก็มีน้าาา
      #41-1
  2. #40 fsn (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2560 / 19:48
    ความเห็นแก่ตัวของนายสอง ซะงั้น ทองแท้ต้องไม่แพ้ไฟ
    #40
    1
    • #40-1 thezircon (@thezircon) (จากตอนที่ 17)
      30 พฤษภาคม 2560 / 15:32
      คนนี้ร้ายลึกค่ะ ฮือออ
      #40-1
  3. #38 Shiborii (@ichomp) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2560 / 18:23
    อย่าบอกว่าเหมมา อมก
    #38
    1
    • #38-1 thezircon (@thezircon) (จากตอนที่ 17)
      30 พฤษภาคม 2560 / 15:30
      อิอิ ไปลุ้นกันต่อได้เลยค่ะ
      #38-1