ตอนที่ 15 : บทที่ ๘ (๑๐๐%) จีบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 653
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    24 พ.ค. 60

อ้าว พี่แจ๊ดล่ะคะ มุทิตาถามขึ้นหลังเดินกลับมาพร้อมเด็กชาย

                คนนั่งเฝ้าเสื่อยื่นผ้าเช็ดหน้าให้ ดวงหน้าชื้นเหงื่อมีละอองน้ำจากน้ำพุเกาะพราว เธอดูผ่อนคลายขึ้นจนเขากลัวว่าคำตอบที่กำลังจะหลุดออกไปอาจทำให้เธอกลับมาไม่พอใจ

                กลับไปแล้ว แม่เขาโทร. มาตาม พีร์ตอบตามที่จิรดาบอกบทให้

                โธ่... หญิงสาวคราง

                ไม่รู้จิรดาพูดอะไรไว้ แต่ท่าทีของคนข้างๆ ยามได้ยินคำตอบของเขาก็ทำให้เบาใจได้ว่าเธอไม่ได้ติดใจสงสัยอะไร

                ยังอยากอยู่ต่อไหม หรือจะให้ผมไปส่ง เขาถามพลางยีผมให้ลูกชายแรงๆ

                อยู่ต่อเถอะค่ะ หนูนาโทร. มาบอกว่าจัดของเสร็จแล้ว แล้วไต๋ก็ตั้งใจมาพักทั้งที

                ชายหนุ่มลอบยิ้มพอใจ เขยิบตัวห่างจากโคนต้นไม้อีกนิดเพื่อให้เธอได้พิง

                ค่อยๆ เคี้ยว เขาบอกและคว้ามือเจ้าหนูไว้เมื่อเห็นว่าจะหยิบอีกอัน ไม่แบ่งอามดหรือ เต็มปากอยู่เลยเรา กินนมนี่ดีกว่า พ่อชงมาให้

                ให้เวฟเถอะค่ะ มดไม่หิว

                แน่ใจ เขาถามย้ำ

                แน่ใจค่ะ

                อร่อยนะ

                มดไม่หิวจริงๆ

                แต่ผมทำเอง

                ดูเถอะ เขาจะหว่านล้อมให้เธอทานให้ได้เลยหรือไร มุทิตายิ้มอ่อนๆ ขณะรับแซนด์วิชมาจากมือเขา และส่งต่อให้เวฟอีกที

                ไต๋ทำมาให้เวฟไม่ใช่หรือคะ คราวหน้าทำเผื่อมดแล้วมดจะทานนะ

                เออหนอ เขาไม่อาจเถียง แม้ครั้งนี้จะตั้งใจทำมาเผื่อเธอ แต่เพื่อกันไม่ให้หญิงสาวระแคะระคายถึงความบังเอิญอันผิดปกตินี้พีร์จึงจำต้องปล่อยเลยตามเลย มองดูลูกชายจัดการกับแซนด์วิชชิ้นที่สองอย่างหมั่นไส้หมั่นพุง

                อ๊า!” เวฟแผดเสียงลั่นเมื่อถูกแย่งของโปรดไปต่อหน้าต่อตา มือน้อยคว้าแขนของพ่อไว้และพยายามโน้มลงมา แต่มีหรือจะสู้แรงได้ เมื่อเห็นว่าไม่ได้ผลแน่แล้วจึงหันไปใช้ลูกอ้อนกับคุณอาแทน

                อาโม้ด หน้ามอมเบะปาก อาโม้ด เอาหนมให้หน่อย

                เวฟทานเยอะแล้ว แบ่งพ่อบ้างก็ดีนะ คนกลางไกล่เกลี่ย

                ไม่!”

                มุทิตาหน้าเสียเมื่อถูกตะโกนใส่ ไต๋ให้น้องไปเถอะค่ะ ข้างนอกมีของขาย เดี๋ยวมดไปซื้อให้ก็ได้

                ไต้ก๋งหนุ่มถอนใจส่ายศีรษะ ดูแล้วคนที่จะเอาลูกชายเขาอยู่คงมีแต่ดุจนภาคนเดียวกระมัง รายมุทิตานั้นเลิกหวัง... ใจอ่อนยิ่งกว่าเขาเสียอีก

                ถ้าจะเอาก็พูดดีๆ

                ป้อจ๋า เจ้าหนูลากเสียงประจบ

                แล้วไง

                ขอหนมหน่อยคับ แถมยิ้มหวานให้อีกด้วยสิเอ้า ไม่ใจอ่อนก็ให้มันรู้ไป

                ผู้ให้กำเนิดดีดหน้าผากคนหน้าเป็นขันๆ พยายามกลั้นเสียงหัวเราะไม่ให้หลุดออกไป

                ไต๋หิวเหรอ มดไปซื้อให้ก็ได้ค่ะ แป๊บเดียวเอง เธออาสา

                เปล่าหรอก ผมแค่อยากแกล้งหมอนี่ เดี๋ยวนี้หัดเอาแต่ใจตัวเองใหญ่

                แต่ก็ไม่สำเร็จ มุทิตาต่อประโยคให้ เรียกสายตาขุ่นเคืองจากชายหนุ่มได้ทันที

                ใครล่ะไม่ให้ความร่วมมือ

                ไหงมาโทษมดล่ะคะ มดไม่อยากสร้างศัตรูนี่นา ไม่เห็นหรือว่าเจ้าปกร้ายกาจขนาดไหน

                มันเป็นกรรม คุณเคยสร้างไว้กับผม เขาเอ่ยยิ้มๆ

                มดว่ามดไปเดินเล่นรอบๆ ดีกว่า หญิงสาวเปลี่ยนเรื่องเมื่อเริ่มเข้าตัว ลุกขึ้นปัดไม้ปัดมืออย่างจริงจัง

                พีร์แตะหลังมือข้างหนึ่งของเธอไว้แผ่วเบา...สุภาพ ก่อนจะลุกตาม

                ไต๋อยู่นี่เถอะค่ะ ดู... เวฟตาปรือแล้ว ไม่ได้นอนกลางวันหรือไง

                เอางั้นหรือ

                มุทิตาพยักหน้าแรงเสียจนผมด้านหน้าหลุดลงมา เธอกำลังสับสนกับความร้อนบริเวณที่ถูกเขาสัมผัส แน่ใจว่าตนเองไม่ได้เป็นไข้ และค่อนข้างแน่ใจว่าเขาก็สบายดีเช่นกัน แล้วเหตุใดความร้อนนี้ถึงได้แผ่ซ่านอย่างรวดเร็วราวกับพิษร้ายที่ไหลวนในกระแสโลหิตก็ไม่ปาน

 

                ร่างสูงใหญ่ซึ่งเอนเอกเขนกอยู่บนเสื่อใต้ร่มไม้มีศีรษะเล็กหนุนตัก แสงแดดอันอบอุ่นยามเย็นลอดผ่านเงาไม้มาตกกระทบใบหน้า ไต้ก๋งหนุ่มจัดท่าให้ตัวเองบังแดดให้ลูกชาย เขาจวนเจียนจะหลับอยู่แล้วหากไม่มีเสียงแหลมเล็กร้องครางขึ้นใกล้ๆ

                เสียเวลาสอดส่ายสายตาหาไม่นาน ตัวต้นเหตุของเสียงนั้นก็เดินตุปัดตุเป๋ออกมาจากโคนต้นไม้ต้นถัดไป ลูกสุนัขสีน้ำตาลดำขนลู่แนบตัววิ่งเหยาะๆ เข้ามาหาเมื่อพีร์กระดิกนิ้วพร้อมกับกระดกลิ้นเรียก ตัวของมันชื้นเล็กน้อยซึ่งคงเป็นเพราะละอองน้ำจากน้ำพุ เขายีขนมันแรงๆ อย่างไม่รังเกียจ ถ้าให้เดา... คนที่เขากำลังรอคงจะกลับมาเร็วๆ นี้ เธอหายไปนานพอดู ชายหนุ่มหวนคิดถึงเหตุการณ์ในอดีตอย่างครึ้มใจ

                นั่นปะไร! เขาหลุดหัวเราะออกมาเมื่อเห็นร่างโปร่งระหงเดินมาแต่ไกล

                มุทิตาขมวดคิ้วน้อยๆ พลางทรุดนั่งถัดจากเด็กชาย มีอะไรหรือคะ

                เปล่า เขาตอบทั้งที่ยังอมยิ้ม

                เปล่าได้ไง ก็ไต๋หัวเราะมด เธอเถียงเสียงกระซิบจนลืมส่งถุงขนมที่ตั้งใจซื้อมาให้เขา อุ๊ย ลูกหมา

                ผมหัวเราะมันนี่แหละ เขารีบอ้าง

                หญิงสาวเดินอ้อมไปอีกด้าน และเพราะที่ว่างบนเสื่อด้านนั้นเหลือน้อยเต็มทีมุทิตาจึงต้องใช้วิธีนั่งบนปลายเท้าแทน

                ลูกหมาของใครหรือคะ ตัวมันเปียกๆ นะ เธอเขยิบใกล้เขาเข้าไปอีกโดยไม่รู้ตัวเมื่อเจ้าหมาน้อยพยายามหนีมือของคนมาใหม่ด้วยการซุกตัวเข้ากับชายหนุ่ม

                ไม่รู้ของใคร เห็นมันเดินออกมาจากใต้ต้นไม้นั่น

                ไต๋ว่านั่นต้นอะไรมุทิตาถามขึ้นหลังจากมองตามที่นิ้วมือชี้

                ไม่รู้สิ

                ว้า... แล้วจะให้มันชื่ออะไรล่ะคะ มดว่าจะตั้งชื่อมันตามชื่อต้นไม้

                ไม่เห็นต้องตั้งชื่อเลย เราไม่ได้จะเอามันกลับไปเลี้ยงสักหน่อย เผลอๆ มันอาจจะมีเจ้าของแล้วก็ได้ พูดไปแล้วคนเสนอความเห็นก็ได้รับค้อนคมตอบแทน ถ้าอย่างนั้นก็คิดมาสักชื่อแล้วกัน

                ชื่อ น้ำตาลปี๊บ ดีไหมคะ

                พีร์นิ่วหน้าทันทีที่ได้ยิน ไม่เรียกยากไปหน่อยเหรอ

                “’น้ำตาลก็ได้

                นี่มันตัวผู้นะ

                งั้น บราวนี่เป็นไงคะ

                หมาไทยก็ต้องชื่อภาษาไทยสิ

                เวฟก็เด็กไทยยังชื่อภาษาอังกฤษเลย มุทิตาตวาดแว้ดอย่างหมดความอดทนจน เด็กไทยชื่อฝรั่ง สะดุ้งตื่น

                พีร์รีบลูบหลังลูบไหล่ลูกชายให้นอนต่อพลางปรายตามองคนเสียงดังราวกับจะตำหนิ

                ขอโทษค่ะ หญิงสาวเอ่ยอุบอิบ

                คุณพ่อลอบถอนใจเมื่อลูกชายกลับเข้าสู่ห้วงนิทราอีกครั้ง พิศเสี้ยวหน้าด้านข้างของคนสำนึกผิดอย่างย่ามใจ แสงตะวันยามเย็นสาดส่องต้องนวลปรางเกิดเป็นสีระเรื่อ น่ารักน่าใคร่เสียจนคนที่ได้เห็นอยากลองฝังจมูกลงไป

                รู้ไหม เมื่อก่อนเธอเคยตั้งชื่อลูกหมาว่าอะไร

                มดเคยเลี้ยงหมาด้วยหรือคะ เธอยังคงกระหายเรื่องราวในอดีตเหมือนทุกครั้งที่เขาใช้มันเป็นเครื่องมือ

                ไม่ได้เลี้ยงหรอก มันเป็นแค่หมาวัด

                อ๋อ เรื่องนี้มดจำได้ พี่วะกับกิมเคยเล่าให้ฟังค่ะ

                เล่าว่าอะไร

                เล่าว่ามดตั้งชื่อให้มันเช้ยเชย หนึ่ง สอง สาม สี่ ใช่ไหมคะ คนตั้งชื่อหัวเราะกิ๊ก

                ใช่ แต่เธอชอบสองที่สุด

                อยากเจอมันอีกจัง กี่ปีแล้วนะคะ ไม่รู้ป่านนี้มันจะมีชีวิตอยู่หรือเปล่า

                สิบเก้าปี...นานมากนะมดตะนอย นานมากสำหรับชีวิตชีวิตหนึ่งน้ำเสียงทุ้มเอ่ยออกมาอย่างแหบโหย จำได้ไหม ผมเคยบอกว่าเมื่อก่อนคุณไม่ได้เรียกผมอย่างนี้

                ศีรษะทุยผงกรับในทันทีเรียกรอยยิ้มจากปากบางคล้ำได้อีกครา

                เพราะผมชื่อสองไง

                เขาขอสร้างเรื่องให้ตัวเองสักครั้ง ไต้ก๋งหนุ่มฉวยความได้เปรียบจากวัยที่มากกว่าซึ่งสามารถจดจำรายละเอียดต่างๆ ในอดีตได้มาสร้างเรื่องให้ตนเอง เออ... ที่เขาว่ากันว่า ผู้ชนะคือผู้เขียนประวัติศาสตร์ นั้นเห็นจะต้องเปลี่ยนก็คราวนี้ ผู้ที่เกิดก่อนต่างหากล่ะที่กำลังเขียนอดีต

                ทั้งที่รู้ว่าสิ่งที่บอกเธอไปนั้นเป็นการหลอกลวงแต่ชายหนุ่มกลับทำเมินมันเสีย เพียงเพราะต้องการได้ยินชื่อของตนจากริมฝีปากสีหวานนั้นอีกครั้ง แม้ว่าในอดีตเธอจะไม่ได้ใช้มันเรียกเขาก็ตามที

                แล้วไต๋โกรธหรือเปล่าคะที่มดตั้งชื่อมันแบบนั้น อย่างไรก็ห้ามโกรธนะ ตอนนั้นมดยังเด็กนี่นา เธอออกตัว ตีความไปเองว่าตนลามปามถึงขนาดนำชื่อของเขาไปตั้งให้ลูกสุนัข

                ไม่โกรธหรอก ผมแค่เสียความมั่นใจจนไม่กล้าบอกชื่อนี้กับใครอีกเท่านั้นเอง กล่าวกลั้วหัวเราะ

                แหม เรื่องมันนานมาแล้ว ไต๋บอกเองไม่ใช่เหรอว่าตั้งสิบเก้าปี มุทิตาบ่นอุบอิบ

                ไม่คิดจะชดใช้หน่อยหรือมดตะนอย

                แล้วจะให้มดทำอย่างไรล่ะคะ คนมีคดีถามเสียงอ่อย

                ดูทำหน้าเข้า คิดว่าผมจะให้คุณทำอะไร พี่ชายกลั้นยิ้ม แค่ช่วยปิดเรื่องนี้เป็นความลับไปก่อน แล้วต่อไปเวลาคุยกับผมลำพังคุณก็ช่วยเรียกผมด้วยชื่อนั้นแล้วกัน จนกว่าผมจะรู้สึกชินกับมันเหมือนเดิม ตกลงไหม

                ทว่าจนแล้วจนรอดคนเจ้าแผนการก็ยังไม่ได้ยินคำนั้นอยู่ดี คนฟังเพียงแค่พยักหน้ารับหากก็ไร้ซึ่งท่าทีพิเศษใดๆ เธอละสรรพนามบุรุษที่สองยามสนทนากับเขาเสียด้วยซ้ำ

                ทั้งที่พีร์คิดว่ามันเป็น หมัดเด็ด แท้ๆ แต่หญิงสาวกลับทำเหมือนมันเป็นแค่ หมัดแย็บธรรมดา เธอมัวแต่วุ่นวายอยู่กับลูกชายของเขา นัดแนะกันว่าใครจะเป็นฝ่ายถืออะไรไปเก็บเมื่อใกล้ถึงบ้านเต็มที

                เวฟ! อย่าวิ่งซี!” เสียงร้องเรียกเด็กชายซึ่งวิ่งจี๋เข้าบ้านเสมือนระฆังบอกหมดยก

                ชายหนุ่มก้าวลงจากรถอย่างไร้อารมณ์ เขาฉวยม้วนเสื่อและห่อผ้าจากเธอมาถือไว้เสียเอง คิ้วเรียวราวคันศรเลิกขึ้นด้วยความฉงน ก่อนที่กลีบกุหลาบสีชมพูจะแย้มเยื้อนเคล้าคลอแสงอาทิตย์อัสดง

                ขอบคุณสำหรับวันนี้ค่ะ...พี่สอง

 

                มุทิตาเงยหน้าขึ้นจากไอร้อนของเตารีดเป็นระยะเมื่อเด็กชายซึ่งนอนแผ่หราอยู่บนเตียงเอ่ยเรียก บัดนี้ห้องนอนของเธอกลายเป็นฐานทัพขนาดย่อมไปแล้วหลังจากบิดาของท่านแม่ทัพออกเรือไป เวฟอพยพมานอนกับอาสาวท่ามกลางเสียงคัดค้านของคุณย่า พร้อมทั้งขนของเล่นบางส่วนมาด้วย

                อาโม้ด เมื่อไยป้อจะมา เด็กชายถามคำถามนี้ตลอดหกวันที่ผ่านมาราวหุ่นยนต์ถูกตั้งระบบไว้

                อาก็ไม่รู้เหมือนกัน อาจจะพรุ่งนี้ก็ได้นะ

                เธอไม่รู้จริงๆ นั่นแหละว่าเขาต้องไปกี่วัน ไม่รู้ป่านนี้เขาจะอยู่ไกลขนาดไหน ไม่รู้ว่าบนผืนน้ำสุดลูกหูลูกตา... เขาจะนึกถึงคนใต้แผ่นฟ้าเดียวกันที่รออยู่ข้างหลังบ้างไหม

                เวฟเอาไม้แขวนเสื้อนี้ไปคืนปุ้ยให้อาหน่อยเร็ว เดี๋ยวเราจะได้สร้างกองทัพกันอีกไง ดีไหมจ๊ะ

                มุทิตามองตามเด็กว่าง่ายกระโดดผลุงลงจากเตียง รับเอาไม้แขวนเสื้อซึ่งมีความกว้างมากกว่าอกของตัวเองมากอดไว้ ก่อนจะวิ่งออกจากห้องอย่างรวดเร็ว หญิงสาวต้องชะงักจากการแยกผ้าใส่ตู้เมื่อเสียงโทรศัพท์บนหัวเตียงร้องขึ้น ชื่อที่แสดงทำให้เจ้าของเครื่องเบ้ปากทันที

                ว่าไงคะพี่ชาย มุทิตาแกล้งทักเสียงใสด้วยคำเรียกขานที่อีกฝ่ายแสนเกลียด คิดอย่างไรถึงโทร. หาน้องสาวคนนี้ได้คะ

                คิดว่าตัวทำอย่างนี้ได้ไงน่ะสิ

                แหม ล้อเล่นแค่นี้ทำเสียงเครียดเชียว อารมณ์เสียจากไหนแล้วมาพาลลงกับน้อง

                ใครทำอะไรไว้ก็น่าจะรู้แก่ใจ

                มุทิตาตบลงบนที่ว่างข้างตัวเมื่อเวฟเดินกลับมา พลางรื้อเอาตุ๊กตาตัวจิ๋วในชุดลายพรางสีเขียวมาตั้งเรียงแถว

                ตัวทำอย่างนี้ได้ไงวะ!” คิมหันต์เพิ่มระดับเสียงขึ้นไปอีกเมื่ออีกฝ่ายไม่ให้ความสนใจเท่าที่ควร

                ก็แล้วเราทำอะไรเล่า โกรธที่เราแหย่เมื่อกี้น่ะหรือ

                โอ๊ย! อยากจะบ้าโว้ย!” เสียงโวยที่ดังลอดออกมาเรียกสายตากลมแป๋วจากเด็กชายซึ่งนั่งอยู่ไม่ไกลให้หันมามอง

                เบาๆ หน่อยซี่ เวฟนั่งอยู่ใกล้ๆ เรา ทำดีให้เด็กดูน่ะ รู้จักไหม

                ตัวก็ดีแต่ห่วงคนอื่นนั่นแหละ เคยคิดถึงใจพี่เราบ้างไหม

                พี่เหม... เธอคราง สังหรณ์ไม่ดีเริ่มผุดพราย

                เออ พอจะฉลาดขึ้นมาแล้วงั้นสิ จะบอกให้ว่าเรารู้ทุกอย่างแล้ว เราบังเอิญได้ยินพ่อกับแม่คุยกันเรื่องที่ตัวต้องไปอยู่กับป้าฟ้า

                แล้ว...แล้วพี่เหมรู้หรือเปล่า มุทิตาละล่ำละลักถาม

                คนมองโลกในแง่ดีอย่างพี่เราจะไปรู้อะไร้! เขาคงคิดว่าน้องสาวสุดที่รักกตัญญูรู้คุณป้าฟ้าจริงๆ มัง

                กิม กิมอย่าบอกพี่เหมนะ

                ทำไม กลัวพี่เราหายโง่หรือไง ปลายสายสวนกลับ

                โธ่ กิม ไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อย ตัวอย่าทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่ได้ไหม

                ตอบเรามาคำเดียวมด ตัวรักพี่เราบ้างไหม

                กิม บางทีพี่เหมอาจไม่ได้คิดจริงจังขนาดนั้นก็ได้ เพราะลูกยุของตัวนั่นแหละ สักวันพี่เขาต้องรู้ว่าไม่ได้รักเราแบบนั้น

                อย่ามาคาดเดาความรู้สึกของคนอื่นหน่อยเลย!” คิมหันต์แทรกขึ้นทันควัน แค่ตอบมาตรงๆ ถ้าไม่... เราจะได้เลิกยุ่งกับเรื่องบ้านี่เสียที

                มุทิตาสูดลมหายใจเข้าลึก เธอควรทำความเข้าใจกับคิมหันต์อย่างจริงจังมานานแล้ว หากก็ละเลยไม่อยากเอ่ยถึง อย่างน้อยตอนนี้เหมันต์คงขาดแรงหนุนและจะลืมเลือนความรู้สึกที่มีต่อเธอในที่สุด

                เรารักพี่เหมนะกิม แต่ในฐานะพี่ชาย หญิงสาวพยายามควบคุมน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุด กิม... ฮัลโหล กิม ยังอยู่ไหม

                ...สรุปคือไม่รัก ว่าที่คุณหมอทวนความเข้าใจ

                ใช่ ตัวน่าจะเข้าใจเราบ้าง เรื่องแบบนี้มันบังคับกันไม่ได้หรอกนะ

                นั่นสิ เราคงไม่มีวันเข้าใจหรอก ต่อไปตัวจะเหลวแหลกกับใคร ที่ไหน เมื่อไรก็ไม่ใช่ธุระของเราอีกแล้ว คิดว่าเราอยากได้ตัวเป็นพี่สะใภ้นักเหรอ แค่ต้องทนแบ่งของกินของเล่นกับตัวมาตลอดสิบกว่าปีก็เอือมจะแย่แล้ว! รู้ไว้ด้วย!”

                ความโกรธและความน้อยใจถูกกลั้นออกมาเป็นน้ำตา หยาดอัสสุชลทิ้งตัวลงตามร่องแก้มนวลอย่างมิอาจทัดทาน แม้จะมีเรื่องขัดเคืองกันบ่อยครั้ง แต่ไม่เคยมีเลยสักครั้งที่คิมหันต์จะหลุดผรุสวาจาใส่น้องสาวเช่นนี้ มุทิตาเหม่อมองหน้าจอโทรศัพท์ด้วยใจร้าวราน ไม่ทันรู้ตัวว่ามีสายตาคู่หนึ่งกำลังให้ความสนใจ

                นิ้วหัวแม่มือเล็กป้อมเอื้อมมาซับน้ำตาให้หญิงสาวอย่างอ่อนโยน

                อาโม้ดเป็นอะไย เด็กน้อยถามพลางขึ้นมานั่งซุกตัวบนตักคุณอา

                อา...อาเป็นเด็กไม่ดีเลยถูกพี่ดุ มุทิตาตอบเสียงเครือ เวฟไม่เล่นแล้วหรือ

                ไม่เย่นแย้ว หนูจะฟ้องป้อ อาโม้ดอย่าย้องไห้นะ

                เท่านั้นแล... น้ำตาของอาสาวยิ่งพรั่งพรู

..............................................................

     แงงง หมอกิมปากร้ายทำมดร้องงไห้เลย เวฟฟ้องพ่อเลยลูกกก >///<

     แต่ยิ่งกิมกดดันมดแบบนี้ก็เหมือนยิ่งผลักมดออกไปว่าไหมคะ

     งานนี้จะเข้าทางใครบางคนไหมน้าาา 


     ป.ล. ไรต์ขอฝากอีบุุ๊กเรื่องนี้ด้วยนะคะ อ่านก่อนรู้ก่อน ไม่ต้องง้อไรต์เลย 55

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiMjAzOTQ0IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NToiNTcyMzUiO30



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

81 ความคิดเห็น

  1. #35 fsn (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2560 / 18:56
    อ้าว อีตากิม ทำไมต้องวีนขนาดนี้
    #35
    1
    • #35-1 thezircon (@thezircon) (จากตอนที่ 15)
      26 พฤษภาคม 2560 / 15:11
      เดือดร้อนแทนพี่ชาย แต่ยิ่งทำให้อะไรแย่ลงเนอะคะ
      #35-1
  2. #33 มาดามรี๊ด (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2560 / 16:37
    มาแอบอ่านและให้กำลังอยู่เงียบๆ รู้สึกไหมค่ะ :) สนุกมากๆค่ะ
    #33
    1
    • #33-1 thezircon (@thezircon) (จากตอนที่ 15)
      25 พฤษภาคม 2560 / 15:20
      ขอบคุณค่ะ ดีใจมากเลยที่รู้ว่ามีคนติดตามและชอบเรื่องนี้ ถ้ามีเวลาก็มาทักทายกันบ่อยๆ นะคะ >///<
      #33-1