ตอนที่ 14 : บทที่ ๘ (๕๐%) จีบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 721
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    22 พ.ค. 60

8

 

                แม้จะเพลียสักแค่ไหนหากคืนนี้ไต้ก๋งหนุ่มกลับข่มตานอนไม่ลง เขานั่งติดโคมไฟ รื้อวิทยุเครื่องเก่าชนิดที่ต้องหมุนหาคลื่นออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย มันเป็นความสุขเล็กๆ ในการเฝ้าถนอมและซ่อมแซมสิ่งของซึ่งแลกมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของตน น้อยคนนักจะรู้ว่ามันคืองานอดิเรกของพีร์

                เขาไม่นิยมซื้อของใหม่ หรือถ้าจะพูดให้ถูกคือไม่มีปัจจัยพอสำหรับฟุ่มเฟือยบ่อยๆ ได้ กอปรกับนิสัยช่างรื้อด้วยแล้วปัญหานี้จึงตกไป

                เว้นเสียแต่เวลานี้ พีร์ไม่มีสมาธิกับของตรงหน้าเลยสักนิด ชิ้นส่วนที่ถูกถอดออกเมื่อไม่กี่นาทีก่อนกลับทำให้เขายิ่งหัวทื่อ ชายหนุ่มทำท่าจะขว้างนอตตัวจิ๋วลงพื้นแต่แล้วก็เพียงกำมันไว้แน่นกับมือ ก่นด่าตัวเองในใจที่ปล่อยให้เรื่องของหญิงสาวในห้องสุดระเบียงอีกฝั่งหนึ่งมีอิทธิพลกับตนได้ ทั้งหมดล้วนเกิดจากบทสนทนาที่เขาบังเอิญได้ยินเมื่อบ่ายนี้ทั้งสิ้น

                เขากำลังคุยกับวสันต์ซึ่งอยู่ในวัยใกล้กันอย่างติดพัน ทว่าน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปจากวงสนทนาระหว่างป้ากับเพื่อนก็ทำให้สะดุดใจจนต้องเงี่ยหูฟัง ป้าวันดูร้อนรนและหันไปสบตาสามีบ่อยครั้ง เช่นเดียวกับป้าของเขาซึ่งมีอาการหลุกหลิก แม้เสียงที่ทั้งสามคนพูดกันจะเบาถึงขั้นกระซิบ แต่เมื่อพีร์ใจจดใจจ่อกับสิ่งนั้นแล้ว คำพูดทั้งหลายจึงรอดหูไปได้ยาก

                เจ้ากิมนะเจ้ากิม ไม่ได้รู้ใจแม่มันเล้ยวันทนาปรายตาไปยังลูกชายคนเล็กที่กำลังคุยโทรศัพท์อยู่ ถ้าเกิดออกงิ้วออกโขนได้เธอคงตบเข่าฉาดไปแล้ว

                คิมหันต์รู้หรือ

                ไม่รู้ซี แต่บางทีมันก็พูดจาแปลกๆ นะฉันว่า

                แล้วลูกแกรู้ไหมว่าทำไมต้องให้มดมาอยู่กับฉัน ดุจนภาถามเสียงเรียบ

                ไอ้กิมน่ะรึ มันคงไม่รู้หรอกมัง ฉันล่ะกลัวจริงๆ ฟ้า ลำพังลูกยุของกิมฉันก็หวั่นใจพอแรงแล้ว เกิดมันสงสัยอะไรขึ้นมาแล้วคาบไปบอกพี่มันฉันต้องแย่แน่ เจ้าเหมน่ะเห็นอย่างนั้นมันดื้อเงียบนะ โอ๊ย! ฉันอยากจะบ้า มารดาของบุตรชายทั้งสามแทบจะกรีดเสียง

                เออ สมทิวได้ทีแทรกขึ้นบ้าง ปล่อยเด็กมันรักกันไปก็จบ

                เหมกับมดน่ะเรอะ พ่อไม่กลัวบาปหรือไงถึงได้จะปล่อยให้ลูกทำผิดศีลธรรม

                ผิดเผิดที่ไหน มดไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของเราสักหน่อย สามีพูดอย่างละเหี่ยใจ

                แต่ฉันเลี้ยงมากับมือ ไม่เคยบอกใครว่าไม่ใช่ลูกเรา คนแถวบ้านเขาก็คิดว่าเป็นลูกแท้ๆ ทั้งนั้น

                เอาน่าดุจนภาขัดเมื่อเพื่อนรักทั้งสองเริ่มเสียงดัง อย่างไรตอนนี้ก็ไม่มีใครรู้ อีกเดี๋ยวต้องแยกจากกันแล้วทุกอย่างคงเหมือนเดิม

                ทั้งสามคนไม่อาจรู้ล่วงหน้าได้เลยว่าการสนทนาในวันนี้จะเป็นเหตุให้ทุกอย่างไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป อย่างน้อยคนแอบฟังคนหนึ่งล่ะที่รับไม่ได้ หน็อย... ไอ้มดแดงแฝงพวงมะม่วง ทำทีเป็นสุภาพบุรุษ ที่แท้มันก็ไม่ได้บริสุทธิ์ใจจริง เขาปรามาสในใจ

                ปลายด้านหนึ่งของนอตซึ่งค่อนข้างคมกดฝ่ามือชายหนุ่มจนเจ้าตัวเผลออุทาน ร่างกระปุ๊กลุกบนเตียงสะดุ้งน้อยๆ เตือนให้ผู้เป็นพ่อคิดได้ว่าเลยเวลานอนมามากแล้ว พีร์เก็บชิ้นส่วนชิ้นเล็กชิ้นน้อยไว้รวมกันในลิ้นชัก แล้วจึงเอนตัวลงข้างลูกชาย

                เขาควรจะนอนให้หลับ แล้วพรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่อีกที

 

                วันนี้หนูมดจะไปจัดของที่ที่ทำงานหรือคะ ให้ปุ้ยไปช่วยนะ

                แน่ใจหรือว่าอยากไป

                โธ่ แน่ใจสิคะ ถามอะไรอย่างนี้

                ไม่รู้ซี เมื่อวานเราเห็นใครไม่รู้เหม่อๆ ชอบกล กลัวเขาจะไม่พอใจที่เราให้ทำงานหนัก

                มุทิตานัดกับเพื่อนสาวไว้ว่าจะเข้าไปช่วยกันจัดข้าวของที่ที่ทำงาน ยิ่งใกล้วันเริ่มทำงานอย่างเป็นทางการเท่าไร หนูนายิ่งตื่นเต้นมากขึ้น เธอไปถึงก่อนเวลานัดและโทรเร่งอีกฝ่ายแต่เช้า ปุ้ยซึ่งผ่านมาได้ยินเข้าจึงอาสาไปช่วยอีกแรง

                เมื่อวานว่าแปลกแล้ว แต่วันนี้สาวจ้ำม่ำแปลกไปยิ่งกว่า ตั้งแต่เช้าก็เที่ยวไปแย่งงานคนอื่นทำ ตรงข้ามกับนิสัยปกติของตนโดยสิ้นเชิง

                ช่างคนเมื่อวานเถอะค่ะ เฮ้อ จะขยันทั้งทีก็มีคนขวาง สาวใช้เลี่ยงไม่สบตา แหม ขอเถอะค่ะลูกตาแบบนี้ มีใครเคยบอกหนูมดไหมว่ามันเหมือนเครื่องเอ็กซเรย์เปี๊ยบเชียว

                มุทิตาหัวเราะกิ๊กกับคำเรียกขานซึ่งเหมือนกับที่ใครอีกคนหนึ่งตั้งให้โดยบังเอิญ รู้ไหม นั่นน่ะตรงกับฉายาที่กิมตั้งให้เราเลยนะ เอ... หรือเขาแอบบอกปุ้ย

                โอ๊ย! บอกเบิกอะไรกันคะ เขาไม่พูดอะไรกับปุ้ยสักคำ ท้ายประโยคแผ่วลงตามแรงอารมณ์

                ฮื้อ พูดเหมือนน้อยใจ

                โธ่ เป็นงั้นไป รีบไปเถอะค่ะ ปุ้ยเต็มใจช่วยจริงๆ

                สาวจ้ำม่ำรุนหลัง มุทิตาขึ้นไปเอากระเป๋าขณะที่ปุ้ยติดเครื่องรถจักรยานยนต์รอ เสียงใสตะโกนเรียกมาจากริมระเบียงชั้นสองพร้อมทั้งชี้ไปยังเครื่องมือสื่อสารซึ่งแนบกับหูเป็นเชิงบอกว่าขอเวลา ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินหายเข้าไปในห้องอีกครั้งหนึ่ง

                จะไปไหนกันหรือ ปุ้ยสะดุ้งโหยง ไม่ทันสังเกตว่ามีใครอีกคนยืนอยู่ใต้เงาไม้

                ไต้ก๋งหนุ่มเพิ่งตื่นหลังถูกลูกชายปลุกแต่เช้าตรู่ ลุกขึ้นมาหาข้าวหาปลาให้หน่อเนื้อเรียบร้อยเลยพลอยตาสว่างไปด้วย แม้เมื่อคืนจะนอนไม่หลับก็ตาม

                ว่าไง พีร์ถามซ้ำพลางเก็บมวนบุหรี่ใส่ซองตามเดิม

                ไปช่วยหนูมดจัดของน่ะค่ะ สาวใช้ตอบพลางลูบอกเรียกขวัญ

                ดวงตาสีน้ำตาลไหม้จับจ้องยังเรือนร่างโปร่งระหงที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งตัดสนามหญ้าตรงมา มุทิตาอยู่ในชุดเก่งของเธออันประกอบด้วยเสื้อยืดและกางเกงยีน ดูกะโปโลเสียจนไม่อาจคาดเดาได้ว่าผู้สวมใส่จะอายุเลยเลขสองร่วมสี่ปี

                แม่โทร. มาบอกให้เอารถแม่ไป หญิงสาวเอ่ยเสียงเบาก่อนจะโหนตัวขึ้นรถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อสีดำทะมึน มองอย่างไรๆ ก็เหมือนไม้ขีดไฟก้านน้อยในกลักขนาดใหญ่

                พีร์อมยิ้มกับความคิดตัวเอง เช้านี้เขาอารมณ์ดีเสียจนคร้านจะใส่ใจอาการปั้นปึ่งของเธอ หนำซ้ำยังโบกมือให้ด้วยเมื่อรถกระบะเคลื่อนตัวออกไป

                เถอะ... ปล่อยไปก่อน ไม่นานหรอกเธอได้เลิกอวดดีกับเขาแน่

                แววตาวาวระยับกลับสู่ความเฉยชาดังเดิม ส่งผลให้ดวงหน้าซึ่งเต็มไปด้วยหนวดเคราครึ้มไม่น่าพิสมัยยิ่งขึ้น พีร์ไม่ใช่คนหล่อเหลาหากเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์แห่งบุรุษเพศ ท่าทีอารีอารอบต่อสตรีอันตรงกันข้ามกับความขึงขังที่เขามีต่อลูกน้องยิ่งทำให้ชายหนุ่มเป็นที่ต้องตาต้องใจของหญิงสาวทั่วไป เมื่อประกอบกับมรรยาทที่ป้าพร่ำสอนด้วยแล้ว ผิวคล้ำเกรียมแดดและหน้าตาสุดแสนธรรมดาจึงถูกมองข้ามได้ไม่ยาก

                ผึ้ง หญิงสาวอนาคตไกลก็เป็นอีกคนหนึ่งที่หลงเสน่ห์ของชายผู้นี้โดยไม่รู้เลยว่าเขากำลัง ทอดสะพาน ให้เธออย่างจงใจ ทุกอย่างสายเกินไปเมื่อเธอถลำตัวถลำใจให้เขาหมดแล้ว ความเสียใจและความผิดหวังส่งผลให้สุขภาพร่างกายที่ย่ำแย่ทรุดหนักลงไปอีก ไม่มีใครรู้มาก่อนว่าหัวใจของหญิงสาวไม่แข็งแรง เธอหมดลมหลังให้กำเนิดบุตรชายไม่นาน

                กระนั้นพีร์ก็ไม่เคยมีเธออยู่ในหัวใจ ทั้งหมดที่เขาทำเพียงแค่ต้องการหักหน้าป้าที่พยายามจับเขาคลุมถุงชน และผลลัพธ์ที่ตามมาโดยไม่ได้ตั้งใจคือเลือดเนื้อเชื้อไขที่เขาต้องรับผิดชอบเท่านั้นเอง

                น่าเศร้า... ชายหนุ่มไม่ได้เรียนรู้ในความผิดของตัวเอง เขาไม่อาจรู้ล่วงหน้าได้เลยว่าตนกำลังทำผิดซ้ำสอง ความผิดที่ไม่อาจเรียกกลับคืน

 

                วันนี้พี่แจ๊ดไม่ยุ่งหรือคะ คิดอย่างไรถึงได้ชวนมดมาปิกนิก

                คนเรามันต้องผ่อนคลายกันบ้างสิจ๊ะ

                เราน่าจะชวนแม่มาด้วยนะคะ มดโทร. ไปดีกว่า

                อุ๊ย! ไม่ได้ๆ ห้ามโทร. เชียวนะ คนอยากพักรีบค้าน พี่แอบหลบแม่ออกมาน่ะสิ ขืนมดโทร. ชวนป้าฟ้า มีหวังเรื่องถึงหูแม่พี่แหงๆ

                อ๋อ มุทิตาคล้อยตาม ก่อนนึกขึ้นได้ แต่หนูนากับปุ้ยน่ะสิคะ มดไม่ได้บอกสองคนนั้นด้วยว่าอย่าบอกแม่

                ไม่เป็นไรๆ เอาเป็นว่ามดอย่าเพิ่งบอกตอนนี้ก็พอ ...นะจ๊ะ

                หญิงสาวจำต้องรับคำทั้งที่ยังตะขิดตะขวงใจ จิรดาโทรศัพท์ถึงเธอเมื่อชั่วโมงที่แล้วโดยอ้างว่าต้องการผ่อนคลายสมอง แม้มุทิตาจะเพียรปฏิเสธด้วยไม่อยากทิ้งเพื่อนให้ทำงานเพียงลำพัง แต่ข้ออ้างต่างๆ นานาที่อีกฝ่ายหยิบยกมาตัดพ้อก็ทำให้เธอจนมุม ทิ้งหนูนากับปุ้ยให้มองตามด้วยความงุนงงเมื่อสาวเปรี้ยวไปรับถึงที่ทำงาน

                มดไม่เห็นบอกพี่เลยว่าเปิดบริษัทบัญชี นี่ถ้าพี่ไม่โทร. ชวนมาวันนี้ก็คงไม่รู้

                มดกลัวจะไปไม่รอดเลยไม่กล้าบอกใคร

                ฮื้อ งานแบบนี้สิควรจะบอก คนรู้มากยิ่งดี เขาจะได้บอกต่อๆ กันให้อย่างไรล่ะ นักธุรกิจมือใหม่ชี้แนะ

                ถ้าอย่างนั้นพี่แจ๊ดอย่าลืมบอกต่อให้มดนะคะ

                โนจ้ะ พี่ไม่เคยทำอะไรให้ใครฟรีๆ

                มุทิตาเหลียวมองเสี้ยวหน้าหวานอย่างไม่อยากเชื่อ ตากลมรีที่เบิกกว้างนิดๆ ทำให้จิรดาหัวเราะกิ๊กทันที

                ล้อเล่นน่า มดนี่หลอกง่ายจัง หญิงสาวเดินนำคนหลอกง่ายผ่านรั้วเตี้ยเข้าสู่บริเวณอันร่มรื่นพลางอธิบาย ที่นี่เคยเป็นบ้านเรือนไทยของเจ้านายหัวเมืองนี้มาก่อน แต่พอสิ้นทายาทสืบสกุล ที่นี่จึงถูกดัดแปลงมาเป็นพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านแทนจ้ะ เป็นไง พี่พอจะเป็นไกด์ได้ไหม

                ได้ค่ะ ได้ สวนเขาสวยดีนะคะ

                ใช่ คนส่วนใหญ่ที่มาที่นี่ก็มานั่งเล่นทั้งนั้นแหละ น้อยคนนักจะขึ้นไปชมพิพิธภัณฑ์ มีแต่พวกนักท่องเที่ยวที่ขึ้นไป

                แล้วคุณไกด์จะกรุณาพามดชมพิพิธภัณฑ์ไหมคะ

                ไม่จ้ะ

                อ้าว... อุทานอย่างผิดหวัง

                ก็พี่มาพักผ่อนนี่นา ไป... ไปใกล้ๆ น้ำพุดีกว่า

                น้ำพุที่จิรดาพูดถึงกำลังส่งแรงดันน้ำขึ้นสูงกว่าสามเมตรอยู่กลางสระขนาดใหญ่ บริเวณรอบขอบสระนั้นเทปูนเป็นทางเดิน ถัดออกมาจึงเป็นสนามหญ้าที่ผู้คนนิยมมานั่งพักผ่อนหย่อนใจ หากวันนี้ค่อนข้างร้างผู้คน

                อุ๊ย! นั่นพี่พีร์นี่นา เสียงร้องไม่เบานักทำเอาคนข้างๆ ที่มัวแต่ชื่นชมบรรยากาศหันมองตาม พี่พีร์! ทางนี้ค่ะพี่พีร์!”

                มุทิตามองฝ่าสายน้ำเส้นฝอยซึ่งเต้นระบำกลางอากาศ อีกฟากฝั่งของสระปรากฏร่างเลือนรางอันคุ้นตาของพี่ชายร่วมบ้าน ถัดลงมาด้านขวามือของเขาคือเด็กน้อยที่กำลังอยู่ไม่สุข เวฟกระโดดโลดเต้นพร้อมกับโบกมือไหวๆ ให้อาสาวทั้งสองคนอย่างร่าเริง

                บังเอิญจัง ไม่น่าเชื่อเลยว่าคนอย่างพี่พีร์จะรู้จักมาปิกนิกกับเขาด้วย ตาพราวเหลือบมองถุงผ้ากับม้วนเสื่อในมือชายหนุ่มล้อๆ

                ทำไม เขาย้อนถามเสียงแข็ง

                ก็มันไม่เข้ากับหน้าน่ะสิคะ

                อย่าเพิ่งนอกเรื่องได้ไหม พีร์กระซิบลอดไรฟันเมื่อแน่ใจว่าหญิงสาวอีกคนไม่มีทางได้ยิน ด้วยมัวแต่วุ่นวายกับลูกชายของเขาอยู่ ตกลงจะช่วยพี่หรือเปล่านี่

                ค่ะๆ แต่อย่าลืมรางวัลของแจ๊ดตามที่สัญญานะ

                ฮื่อ

                เรื่องแบบนี้ถึงไหนถึงกันอยู่แล้ว ขอแค่รักษาสัญญาและให้ทุกอย่างลุล่วงไปได้เป็นพอ

                เจอพี่พีร์ก็ดีเหมือนกัน แจ๊ดเพิ่งนึกได้ว่าลืมเอาเสื่อมา จิรดาจงใจพูดเสียงดังเรียกความสนใจ

                นั่งด้วยกันสิ ดีไหมเวฟ พีร์ต่อบท

                ดีจ้า!” เจ้าหนูตอบทันทีทันใด

                จิรดาฉวยเสื่อกกมาปูใต้โคนต้นไม้ใหญ่ก่อนจะนั่งลงแล้วตบพื้นที่ว่างข้างตัวด้วยท่าทางเชื้อเชิญ เวฟวิ่งนำไปก่อน แต่แล้วก็วกกลับมากึ่งจูงกึ่งลากบิดาและอาสาว มุทิตาไม่อยากให้ใครเข้าใจว่าตนเรื่องมากจึงยอมเดินตามแรงนั้นไปโดยดี

                ไหนดูซิ พี่พีร์เอาอะไรมาทานบ้าง ผู้สมรู้ร่วมคิดยังคงแสดงบทบาทต่อไปอย่างแนบเนียน โห ทำไมมีแต่แซนด์วิชล่ะ รู้ก็รู้ว่าแจ๊ดไม่ชอบขนมปัง

                จะไปรู้ได้อย่างไรว่าจะเจอเธอ พี่ก็ทำมาเท่าที่ทำได้ ไต้ก๋งหนุ่มเอ่ยเรียบๆ หากนัยน์ตานั้นจ้องเขม็ง

                จิรดาหัวเราะแห้งๆ ก่อนจะเปิดเครื่องดื่มกระป๋องแก้เก้อ

                ป้อ ดูปลา

                ไปสิ แล้วอย่าไปไหนไกลนะ

                มุทิตาตกใจไม่น้อยเมื่อเขาอนุญาตลูกชายอย่างง่ายดาย ทั้งยังไม่มีทีท่าว่าจะเดินไปเป็นเพื่อนสักนิด บริเวณที่เจ้าหนูยืนอยู่คือพื้นปูนรอบสระซึ่งห่างจากผืนน้ำไม่ถึงเมตร

                ปล่อยไปอย่างนั้นจะดีหรือคะ มุทิตาถามร้อนรน

                ไม่เป็นไร เวฟมันรู้ว่าแค่ไหนปลอดภัย

                เด็กสองขวบนี่นะ หญิงสาวเข่นเขี้ยว ทั้งหงุดหงิดทั้งร้อนใจเมื่อชายหนุ่มไม่ยอมขยับตัว ถ้าไต๋ไม่ไป มดไปเอง

                อารมณ์ฉุนเฉียวทำให้มุทิตาเผลอปัดแซนด์วิชที่เขายื่นให้อย่างไม่ไยดี จิรดาพลอยหน้าเสียไปด้วย

                พี่พีร์ ลองเรียกทั้งที่ยังกล้าๆ กลัวๆ

                ฮื่อ

                ไม่โกรธเหรอ

                โกรธอะไร

                แล้วไปค่ะ ถ้าอย่างนั้นแจ๊ดขอถามอะไรหน่อยสิ

                เกี่ยวกับที่จะช่วยหรือเปล่า มือหยาบกระด้างเปิดกระป๋องน้ำอัดลมให้

                แหม อย่าดักคอสิคะ ถ้าไม่เกี่ยวจะไม่ตอบหรือไง

                ลองถามมาสิ

                จิรดากระแอมกระไอพลางขยับตัว พี่พีร์...ชอบมดเหรอ

                เฮ้ย... พี่ชายร่วมโลกกระถดตัวชิดต้นไม้ราวกับจะหาที่ป้องกันตนจากข้อกล่าวหา

                ไม่ฮ้งไม่เฮ้ยล่ะ พี่พีร์ทำอย่างกับจะจีบมด

                คนถูกกล่าวหารีบดึงสายตากลับจากเจ้าของเปียยาวกลางหลังซึ่งกำลังนั่งยองๆ โอบเอวลูกชายของเขาไว้ เสหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบแก้เก้อแทน

                อี๋! ทำตัวเป็นกุ๊ย ทำตัวแบบนี้ไม่มีผู้หญิงที่ไหนชอบหรอกค่ะ

                พีร์นึกขันท่าทางขนลุกขนพองอันน่าหมั่นไส้ของหญิงสาวซึ่งเขาสนิทที่สุด หากก็ยอมดับบุหรี่โดยดี

                ตกลงว่าไง พี่พีร์คิดจะจีบมดใช่ไหม

                ไม่ใช่อย่างที่เธอคิดหรอก บอกแล้วว่ามีปัญหานิดหน่อยตอบเสียงขรึม

                ปัญหาอะไร แจ๊ดว่าคล้ายคนงอนกันอยู่นะ

                อย่าถามมากได้ไหม ให้ช่วยแค่ครั้งนี้เท่านั้นล่ะน่า บอกปัดด้วยความรำคาญ

                แค่ครั้งนี้แล้วได้รางวัลเลยใช่เปล่า จิรดาถามตาโต

                ชายหนุ่มพยักหน้าแกนๆ นึกอยากให้หมดหน้าที่ตัวช่วยเร็วๆ

                โอเค เอาเป็นว่าอย่าเบี้ยวก็พอ ไม่งั้นแจ๊ดแฉหมดเปลือกแน่

                เออน่า หมดหน้าที่เธอแล้วก็ไปเสียที

                แหม รีบไล่เชียว ตัวช่วยค้อนตาคว่ำ แต่ก็ลุกอย่างว่าง่าย โชคดีนะจ๊ะพี่ชาย

                จิรดาเปรียบเสมือนน้องสาวแท้ๆ ที่เขาไว้ใจ ทั้งยังพ่วงตำแหน่งเพื่อนสาวที่เขาสนิทใจด้วยที่สุด ไม่ใช่ความรักฉันชู้สาวดังที่ผู้ใหญ่เข้าใจหรือพยายามให้เป็น ทั้งสองฝ่ายต่างเก็บงำความลับของกันและกันไว้เหมือนที่เพื่อนตายพึงกระทำต่อกัน แม้ส่วนใหญ่เขาจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบก็ตามที

                อ้าว พี่แจ๊ดล่ะคะ มุทิตาถามขึ้นหลังเดินกลับมาพร้อมเด็กชาย

                คนนั่งเฝ้าเสื่อยื่นผ้าเช็ดหน้าให้ ดวงหน้าชื้นเหงื่อมีละอองน้ำจากน้ำพุเกาะพราว เธอดูผ่อนคลายขึ้นจนเขากลัวว่าคำตอบที่กำลังจะหลุดออกไปอาจทำให้เธอกลับมาไม่พอใจ

....................................................................

     พี่พีร์นี่มีทั้งลูกสื่อและเพื่อนสื่อเลยน้าาา แบบนี้มดจะรอดไหมหนอ

     สงสัยไรต์ต้องหาทีมให้พี่เหมบ้างแล้วค่ะ แต่อยากรู้ว่ารีดอยู่ทีมไหนกันคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

81 ความคิดเห็น

  1. #34 fsn (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2560 / 18:56
    คนเราหน๊า ใจดำเชียว แค้นไม่สนใจใครอะไรขนาดนั้น
    #34
    1
    • #34-1 thezircon (@thezircon) (จากตอนที่ 14)
      26 พฤษภาคม 2560 / 15:08
      เจ้าทิฐิด้วยค่ะ
      #34-1
  2. #25 Singlegirl (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 18:27
    ทีมน้องเวฟค่ะ ดูท่าแล้วอยู่ทีมนี้น่าจะสำเร็จแน่นอน

    หวังว่าพี่พีร์คงไม่หลอกน้องมดนะ ไม่งั้นรีดเคืองแน่ๆ
    #25
    1
    • #25-1 thezircon (@thezircon) (จากตอนที่ 14)
      23 พฤษภาคม 2560 / 15:39
      5555 ไรต์ไปต่อไม่ถูกเบยค่ะ
      #25-1