- I will always love you -[GOT7 MarkBam]

ตอนที่ 9 : - The very first time -

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,433
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    13 ม.ค. 59




-There's nothing more enduring than first love.-

-ไม่มีสิ่งใดจะยืนหยัดยาวนานเท่ากับรักครั้งแรก.- 

 

                เสียงเพลงคุ้นหูดังก้องไปทั่วทั้งโบสถ์ ร่างเล็กเดินตามเสียงนั้นลงมายังจุดที่เกิดเสียง ภายในห้องโถงของโบสถ์มีเปียโนไม้หลังใหญ่วางตั้งอยู่ เปียโนที่เปรียบเสมือนเพื่อนในยามที่คนตัวเล็กรู้สึกเหงาหรืออ้างว้างเจ้าแหล่งกำเนิดเสียงนี้เองที่คอยปลอบประโลมหัวใจดวงเล็กเอาไว้

               

                วันนี้คุณแม่เจนกับคุณพ่อเดวิดไม่อยู่นี่นา แล้วใครกันที่กำลังเล่นเปียโนอยู่ ร่างบางคิดในใจพลางขาเรียวก็ก้าวเข้าไปใกล้ๆเพื่อนสนิทรูปร่างประหลาด แสงแดดลอดผ่านกระจกเข้ามายังภายในห้องโถงใหญ่ สะท้อนเงาของใครบางคนที่นั่งอยู่หลังบันไดเสียงนั้น เพลงยังคงเล่นต่อไปเรื่อยๆ ราวกับคนเล่นต้องการจะเล่นเพื่อให้ใครได้ฟัง คนตัวเล็กเดินมาจนถึงที่ ภาพที่เห็นตรงหน้าคือผู้ชายที่ใช้เวลาด้วยกันในคืนก่อน กำลังเล่นบทเพลงเพลงหนึ่งอย่างตั้งใจ แบมแบมจ้องมองคนตรงหน้านั้นแทบไม่กระพริบตา เหมือน..... เหมือนจริงๆ เหมือนจนไม่กล้าคิดว่าใช่ คงไม่ใช่ และขอให้ไม่ใช่ เสียงในใจดังสะท้อนขึ้นมาทันทีที่บทเพลงใกล้จบลง ภาพของเด็กผู้ชายคนหนึ่งซ้อนทับตรงหน้าจนต้องขยี้ตาเพื่อเตือนตัวเอง

                ไม่มีทางที่จะเป็นคนเดียวกันแน่ๆ......ไม่มีทาง เมื่อต่อสู้กับความคิดของตัวเองจบ แบมแบมก็ตรงมายังที่ที่อีกคนนั่งอยู่

                “ ทำไมคุณมาอยู่นี่” แบมแบมถาม

 

                “ ก็ ทำไมฉันถึงจะมาที่นี่ไม่ได้ล่ะ” เสียงทุ้มเอ่ยตอบ

 

                “ ทำไม คิดว่าชั้นจะมาหานายงั้นสิ หลงตัวเองไปนะ” มาร์คพูดขำๆ

 

                “ ใครไปคิดแบบนั้นกัน....ผมก็แค่ถามเฉยๆ” คนตัวเล็กพูดพลางหันจะเดินกลับ

 

                “ เฮ้....เดี๋ยวสิ อย่าพิ่งไป...”

 

                “ อย่าเพิ่งไป   ฉันมาหานาย.....”

 

                “ มาหาผม  หาผมทำไม”

 

                “ อยากให้พาไปที่นึงหน่อย  ได้ไหม  ถือว่าตอบแทนที่นั่งดูดาวเป็นเพื่อนนายไง” มาร์คขยิบตา

 

                “ ไม่ได้ขอสักหน่อย...” แบมแบมบ่นอุบอิบในลำคอ

 

                “ เถอะน่า  น้า น้าแบมแบม น้า พลีส” คนตัวสูงพูดพลางทำเสียงออดอ้อนใส่คนตัวเล็ก

                “ นายจะปฏิเสธคนที่เดินเข้ามาขอความช่วยเหลือถึงที่ได้ลงคอเชียว  จะไม่ใจร้ายไปหน่อยเหรอ” มาร์คพูดพลางทำแก้มป่องๆ

 

เดินมาขอความช่วยเหลือ หรือเดินมาบังคับกันแน่  ร่างบางคิดในใจ

 

สุดท้ายแบมแบมก็ยอมขึ้นรถมากับมาร์ค ทั้งที่ตั้งใจว่าจะพยายามไม่อยู่ใกล้ๆคนคนนี้ แต่ยิ่งอยากผลักไสก็เหมือนยิ่งต้องมาใกล้กัน

 

                “ อ้ะ” แบมแบมสะดุ้งที่จู่ๆอีกคนก็โน้มตัวลงมาใกล้ๆ

 

                “ โทษที ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้ตกใจ แค่จะเช็คเบลนายแค่นั้น” มาร์คผละตัวออกทันทีที่เห็นอาการคนตัวเล็ก ไม่รู้จะนึกรังเกียจรังงอนอะไรเขานักหนา มาร์คชักมือกลับไปประจำที่ตำแหน่งพวงมาลัยอีกครั้งพลางส่ายหน้าเบาๆ

 

                “ ลืมไปว่านายเกลียดขี้หน้าชั้นนี่เนอะ” คนตัวสูงพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วๆ

 

                “ ผมไม่ได้เกลียดคุณ” แบมแบมที่สองมือจับสายคาดแน่น พูดกับอีกคนด้วยเสียงหนัก

 

                “ ถึงปากนายจะบอกว่าไม่ แต่การกระทำนายมันฟ้อง.... ช่างเถอะ เอาเป็นว่าฉันจะไม่เข้าใกล้นายอีกแล้วกัน”

 

                “ คุณไว้ใจได้มั้ย?” จู่ๆคนตัวเล็กก็ถามขึ้น

 

                “..............”  มาร์คไม่ได้ตอบอะไร เพียงแค่ถอนลมหายใจยาวให้แทน

 

                “ ผมขอโทษ...”  แบมแบมรู้ทันทีว่ามาร์คคงจะรู้สึกไม่ดีกับประโยคเมื่อกี้แน่ๆ คนตัวเล็กเลยกล่าวคำขอโทษพลางต่างคนต่างหันหน้าไปทางอื่น

 

                เป็นการเดินทางที่เงียบดีจริงๆ เงียบเกินไป ไม่มีใครเริ่มพูดอะไรออกมาอีก และคราวนี้คนตัวสูงก็ไม่เปิดวิทยุด้วย นั่นยิ่งทำให้บรรยากาศในรถยิ่งดูอึดอัด  มือเรียวคิดจะเลื่อนไปที่กดที่ปุ่มกลมๆด้านใกล้คนขับแต่ก็กลัวว่าจะเป็นการเสียมารยาท พอคิดได้แบบนั้นก็เลยชักมือกลับมาวางที่ตักเหมือนเดิม พลางสายตาก็มองทอดออกไปนอกหน้าต่าง วิวแถวนี้ไม่คุ้นตาเลย จะขับพาเขาไปที่ไหนกันแน่

 

                ‘สวัสดีครับท่านผู้ฟัง กลับมาเข้าสู่ช่วง วันวานยังหวานอยู่กันแล้วนะครับวันนี้ผมว่าเรามาพูดถึงเรื่องของความรักในวัยเด็กกันดีกว่านะครับ ยังไงถ้าท่านผู้ฟังอยากจะโทรมาเล่าเกี่ยวกับความรักวัยใสของท่านผู้ฟังก็อย่าลืมโทรมากันได้หลังจบเพลงนี้นะครับ .....

 

Time, sometimes the time just slips away

And you’re left with yesterday

Left with the memories

I, I'll always think of you and smile

And be happy for the time

I had you with me

Though we go our separate ways

I won't forget so don't forget

The memories we made

Please remember, please remember

I was there for you

And you were there for me

Please remember, our time together

The time was yours and mine

And we were wild and free

Please remember, please remember me

 

ในขณะที่เพลงยังคงเล่นต่อไป ร่างเล็กก็หันมาสบตากับร่างสูงโดยบังเอิญ

               

                “เห็นเมื่อกี้ทำท่าจะเปิด ก็เลยเปิดให้” เป็นมาร์คที่เป็นฝ่ายพูดขึ้นมาก่อน

 

                “ขอบคุณครับ” แบมแบมตอบพร้อมระบายยิ้มเบาๆที่มุมปาก

 

                “ ที่ไม่เปิดเห็นว่าตอนนั้นชอบอยู่เงียบๆ” มาร์คพูดต่อพลางสายตาก็มองตรงไปข้างหน้า

 

                “ นั่นสินะฮะ...” แบมแบมก็ตอบในท่าทางที่เหมือนกัน ต่างฝ่ายต่างก็ไม่ยอมสบตากัน

 

ความเงียบเข้ามายึดพื้นที่ในรถอีกครั้งเมื่อเสียงเพลงหยุดลง คนตัวเล็กจึงตัดสินใจที่จะเป็นฝ่ายชวนคุยบ้าง

 

                “ เอ่อ...”

 

                “ ถึงแล้วล่ะ” แต่ไม่ทันที่เจ้าตัวจะได้พูดอะไร เจ้าของรถคันงามก็พามาถึงที่หมายซะแล้ว

 

สองคนลงจากรถโดยมีมาร์คเดินนำและแบมแบมที่เดินตามมาอย่างรักษาระยะห่าง แต่อยู่ดีดีคนตัวสูงก็หยุดเดินซะอย่างนั้น ทำให้คนตัวเล็กที่เดินตามมาเบรกไม่ทันหัวไปชนกับหลังแกร่งทันที

               

                “ โอ้ยนี่คุณ จะหยุดเดินก็บอกกันก่อนสิ” แบมแบมพูดพลางลูบที่หน้าผากตัวเองเบาๆ ถือว่าชนแรงอยู่นะ

 

                “ เมื่อกี้นายจะพูดอะไรกับชั้นนะ ก่อนจะลงจากรถน่ะ” มาร์คหันมาถาม

 

                “ ผมลืมไปแล้ว” แบมแบมยู่หน้า

 

                “ เหรอ ถ้าจำได้เมื่อไหร่ ก็อย่าลืมบอกด้วยนะ ฉันอยากฟัง” พูดจบก็เดินจ้ำอ้าวเข้าร้านจัดดอกไม้สีครีมที่อยู่ด้านหน้า

 

                “ อะไรของเค้านะ แปลกคนจริง” แบมแบมพูดพลางเดินตามเข้าร้านไป..
 

.................

            ขาเรียวก้าวเดินตามร่างสูงเข้ามายังภายในร้าน ด้านในถูกตกแต่งอย่างเรียบๆด้วยสีครีมและสีฟ้าอ่อน วิทยุหน้าตาโบราณเปิดเสียงเพลงคลอให้ร้านดูโรแมนติก  แบมแบมจ้องมองคนผมสีแดงที่กำลังบรรจงเลือกดอกไม้อย่างตั้งใจ ผ่านชั้นดอกเดซี่สีขาว มาร์คดูเหมือนรู้จุดประสงค์ในสิ่งที่ตัวเองกำลังทำอยู่ นึกอยากจะถามว่าพามาด้วยทำไม แต่ปากเจ้ากรรมก็หนักเกินกว่าจะอ้าปากพูด ไหนบอกให้อภัยไปแล้ว แล้วทำไมในใจยังคงตั้งแง่ เหมือนมีแบมแบมสองคนกำลังถกเถียงกันอยู่ เจ้าของความคิดทั้งคู่เพ่งมองดอกไม้ตรงหน้าไปพลางในใจก็คิดเรื่องอีกคนไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้าง จนมาร์คเดินมาแตะเบาๆที่ไหล่เล็ก

 

               

                “ นายเลือกได้หรือยัง” มาร์คถาม

 

                “ เลือก ? เลือกอะไรเหรอครับ” แบมแบมทำหน้าฉงน

               

                “ ก็เลือกดอกไม้ไปแสดงความยินดีกับเจบีไง แฟนนาย เจบี วันนี้เค้าคัมแบ็คเสตจวันแรก”  มาร์คพูดต่อ

 

                “ พี่แจบอม ? คัมแบ็คเสตจ ?” คนตัวเล็กทวนคำถามแบบงงๆ แบมแบมไม่รู้หรอก แบมแบมไม่เคยรู้ เพราะไม่เคยมีใครบอก ตัว อิม แจบอมเองก็ไม่เคยบอก ว่าตัวเองต้องทำอะไร ที่ไหน ยังไง เมื่อไหร่ หรือจะด้วยความจริงที่ว่า แบมแบมกับแจบอมไม่ได้เป็นแฟนกันอย่างที่มาร์คเข้าใจ

 

                “ ใช่ เลือกเสร็จแล้วก็ตามมาล่ะ” พูดจบขายาวก็เดินไปยังซุ้มดอกไม้อีกฝั่งหนึ่งของร้าน

 

พอรู้เหตุผลว่าตัวเองถูกพามาที่นี่ทำไม คนตัวเล็กจึงบรรจงคัดเลือกดอกไม้เพื่อจุดประสงค์ของคนที่พามา 

 

แบมแบมเลือกกุหลาบสีขาวพันด้วยริบบิ้นสีฟ้าอ่อน  คนตัวเล็กหอบเอาช่อดอกไม้จากมือคนจัดทันทีที่เสร็จและเดินตรงมายังรถที่มีเจ้าของรออยู่

 

                “ เรียบร้อยนะ” คนตัวสูงลงมาเปิดประตูรถให้

 

                “ ครับ” แบมแบมตอบพร้อมก้าวขาเรียวขึ้นรถ

 

                รถคันงามแล่นเข้าสู่ถนนที่เริ่มจะคุ้นตา ถนนสายหลักที่รถพลุกพล่าน ด้วยเหตุผลอะไรไม่รู้แต่วันนี้ดูเหมือนถนนจะแน่นเป็นพิเศษ  คนตัวเล็กก้มลงมองดูดอกไม้ที่กอดเอาไว้ในอก ในใจหวังว่าคนที่รับจะชอบมัน หวังให้เป็นแบบนั้น มาร์คมองมาที่คนที่นั่งข้างๆอยู่ตลอดๆ มองสลับกับมองถนนข้างหน้า

 

ตอนนี้นายเอง ก็คงมีใครในใจแล้วสินะ

 

                รถสปอตคันหรูแล่นมาถึงที่หมายอย่างปลอดภัย เพราะรู้จักกับเจบีเป็นอย่างดี จึงเป็นเรื่องง่ายที่มาร์คจะได้อภิสิทธิ์เข้าไปจอดรถข้างในตึกที่แจบอมกำลังทำงานอยู่  ทั้งสองคนเดินเข้าไปด้านในตัวอาคารด้วยช่องทางพิเศษโดยมีผู้จัดการของแจบอมเป็นผู้นำทางไป

 

                แบมแบมได้ยินเสียงดนตรีดังมากรายๆ  ขณะที่เดินผ่านห้องต่างๆภายในตึก ถ้าเป็นคนวัยเดียวกับแบมแบมตอนนี้ คงจะห้ามเสียงกรี้ดเอาไว้ไม่อยู่ ก็แต่ละห้องที่ผ่านมา คือห้องพักศิลปินระดับท็อปๆทั้งนั้น  มาร์คคอยสังเกตอาการของคนตัวเล็ก เมื่อเห็นว่าแบมแบมไม่มีปฏิกิริยากับสิ่งรอบๆข้างสักนิด จึงได้เข้าใจว่าทำไมถึงทำท่าฉงนในตอนที่เขาเอ่ยถึงชื่อ จูเนียร์ ถ้านับลำดับตอนนี้ อิม แจบอม คือที่หนึ่ง งั้นคนที่เป็นที่สองก็คงไม่พ้นชื่อ ปาร์ค จินยอง อย่างแน่นอน

                แบมแบมรู้ว่าแจบอมเป็นนักร้อง แต่ไม่เคยรู้ว่าเจ้าตัวดังแค่ไหน อาจเป็นเพราะคนตัวเล็กไม่ค่อยสนใจ    ทีวีที่ตั้งอยู่บนห้องก็เปิดแทบจะนับครั้งได้ หนึ่งวันของแบมแบมคือการเล่นเปียโน ซ้อมดนตรี และเขียนเพลง   ทำอย่างที่เคยทำมาตั้งแต่จำความได้  ทำอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันไม่เคยรู้สึกเบื่อหน่าย

 

                และแล้วผู้จัดการรูปร่างท้วมก็พาสองคนเดินมาถึงที่หมาย นั่นคือสตูดิโอขนาดใหญ่ที่กำลังเก็บบันทึกการแสดงสดของนักร้องทั้งหลาย  แจบอมกำลังแสดงอยู่บนเวทีนั้น เป็นครั้งแรกที่แบมแบมมายังสถานที่นี้ พอเข้ามาด้านในแบมแบมก็เริ่มรู้สึกตื่นเต้น ทั้งแสงสี ทั้งเสียงเพลง และเสียงกรี้ดจากบรรดาสาวน้อยสาวใหญ่ที่ถือป้ายไฟอยู่ด้านล่างเวที แบมแบมมองดูรอบๆตัวด้วยความสนอกสนใจ มาร์คยกยิ้มเบาเบาให้ท่าทางน่ารักนั้น

 

                แบมแบมมองดูคนด้านบนเวทีนั้นอย่างตั้งใจ ราวกับว่าไม่ใช่คนที่รู้จักกัน ข้างบนนั้นเค้าช่างดูเปล่งประกาย ดูงดงาม ดูสูงส่งเสียจนไม่อาจจะจับต้องได้ นี่หรือเปล่าคือความรู้สึกที่เราควรมีต่อคำที่ใครก็เรียกกันว่า ซุปเปอร์สตาร์ คนตัวเล็กระบายยิ้มออกมาพลางในใจก็คิด

 

ไม่มีอีกแล้วสินะ เด็กเกเรขี้แกล้งในวันนั้น

 

                “ สนุกมั้ย?” เพราะเสียงรอบข้างที่ดังเกินไปทำให้มาร์คต้องก้มลงกระซิบข้างๆหูของแบมแบม

 

                “ ครับ ขอบคุณที่พามานะฮะ” แบมแบมตอบแต่ไม่ได้หันไปสบตาด้วย อาจเป็นเพราะไม่อยากจะละสายตาจากภาพตรงหน้า แม้แต่วินาทีเดียวก็ได้

 

                “ นายดูภูมิใจในตัวบีมากนะ  ฉันหมายถึง แจบอมน่ะ” มาร์คพูดต่อ

 

                “ มันก็ต้องแน่นนอนอยู่แล้วสิฮะ หรือคุณไม่ภูมิใจที่เพื่อนประสบความสำเร็จ” แบมแบมหันมาสบตากับมาร์ค ถึงตอนนี้สายตาของทั้งคู่ก็เข้ามาปะทะกันตรงๆครั้งแรกของวัน หลังจากที่ต่างฝ่าย ต่างคอยมองคอยหลบกันอยู่เรื่อย

 

                “ ......... นั่นสินะ ก็คบกันนี่นา” มาร์คจ้องตาอีกคนพร้อมกับพูดประโยคนี้ คนตัวเล็กจ้องกลับแต่ยังไม่ได้ตอบอะไร  พอเห็นคิ้วโก่งที่เริ่มจะเคลื่อนมาจรดกัน คนตัวสูงจึงหันหน้ากลับไปมองยังเวทีใหญ่อีกครั้งหนึ่ง เลยไม่ทันได้ฟังประโยคคำตอบที่อาจจะสำคัญกับเขา

 

                “ เราไม่ได้คบกันสักหน่อย...” แบมแบมเอ่ยเสียงเบา แต่ถึงพูดดังตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์เพราะเสียงกรี้ดแสบแก้วหูดังขึ้นแทบจะพร้อมกัน บอกให้รู้ว่าบนเสตจนั้นการแสดงจบลงแล้ว

 

แจบอมลงจากเวทีและตรงมายังด้านหลังเวทีทันที เขารู้ว่ามาร์คจะมา แต่ไม่รู้ว่าแบมแบมจะมาด้วย พอเห็นคนตัวเล็ก คนตัวสูงก็รีบปรี่เข้ามากอด

 

                “ นายมาด้วยเหรอ” เจบียิ้มตาหยี

 

                “ ครับ” แบมแบมตอบสั้นๆเพื่อขอบคุณที่คนผมสีเงินอุตส่าห์รีบเดินตรงมาหาเขา เป็นกอดที่ยังอบอุ่นเหมือนเดิม ไม่เคยเปลี่ยนไปเลย

 

                “ ผมมีดอกไม้มาให้พี่ด้วยนะครับ” คนตัวเล็กยื่นช่อดอกไม้ที่ถือไว้ให้ แจบอมรับด้วยท่าทางที่แสนดีใจจนเก็บอาการไม่มิด

 

                “ ขอบคุณนะแบมแบม ขอบคุณ” พูดจบก็โผเข้ามากอดแบมแบมอีก

 

                “ พอแล้วๆ รับของชั้นไปบ้าง ชั้นก็ซื้อมาให้นายนะ บี” มาร์คว่าเข้าให้เมื่อเห็นท่าทางของเพื่อนน่าหมั่นไส้

ดีใจจนออกนอกหน้า

 

                “ อือ ขอบใจ”  เจบีตีสีหน้าเรียบใส่มาร์คพลางมือสวยก็รับดอกไม้มา

 

                มาร์คส่ายหน้าเบาๆอย่างรู้นิสัย เพิ่งได้เห็นแจบอมยิ้มเต็มยิ้มก็วันนี้แหละ

 

                “ เฮ้ พวกนาย” เสียงกวนประสาทดังขึ้นทางด้านหลังของแบมแบม

 

                “ แจ็ค” มาร์คว่า

 

                “ ไงมาร์ค มาถึงนานรึยัง   อ้าวแบมแบม มาด้วยเหรอ” แจ็คสันยิ้มจนตาเป็นสระอิพอเห็นหน้าแบมแบม

                “ สวัสดีครับ พี่แจ็คสัน” แบมแบมโค้งตัวเก้าสิบองศา

 

                “ เห้ยไม่ต้องก้มให้พี่หรอก พี่ไม่ถือ” แจ็คเดินตรงเข้าไปประคองไหล่เล็ก

 

                “ ทีกับชั้นไม่เห็นทำแบบนี้บ้างเลย” มาร์คเหล่ตามาพูดแขวะๆให้

 

                “ พี่แจ็คสันสบายดีนะครับ” แบมแบมที่ได้ยินประโยคจากคนผมสีแดง แต่ก็แกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน

               

                “ สบายๆ แล้วนายเป็นไงบ้าง สบายดีมั้ย”

 

                “ ก็เรื่อยๆครับ” คนตัวเล็กตอบพร้อมรอยยิ้มหวาน

 

                “ พอแล้ว ห้ามถามต่อ ไม่ให้ถามแล้ว” เจบีดึงข้อมือเล็กเข้ามาหาตัวเอง

 

                “ นายมาหาพี่ไม่ใช่หรือไง” เจบียู่หน้า ทำน้ำเสียงน้อยใจ

 

                “ ทำเป็นหวงไปได้ ไอ้บี” แจ็คสันว่า

 

                แจบอมยักคิ้วกวนๆให้หนึ่งทีก่อนจะหันมาพูดกับแบมแบมต่อ

 

                “ ไปหาที่นั่งกันนะ ห้องพักพี่อยู่ตรงนี้เอง ป่ะ”  แจบอมจูงมือแบมแบมให้เดินตามไปด้วย มาร์คมองดูการกระทำนั้นอยู่เงียบๆ มีรอยยิ้มเจื่อนๆผุดขึ้นบนหน้า เมื่อคนตัวเล็กเดินลับสายตาไป

 

                “แล้วพี่แจ็คสันกับเอ่อ   พี่มาร์ค ไม่มาด้วยเหรอครับ” แบมแบมถามถึงเพื่อนสนิทของเจบีเมื่อไม่เห็นทีท่าว่าจะเดินตามมา

 

                “ อ๋อ ไม่มาหรอก มาร์คมันรอดู จูเนียร์น่ะ หมอนั่นขึ้นเวทีต่อจากฉัน ส่วนแจ็คก็คงตรวจดูแลความเรียบร้อยแหละ ก็จูเนียร์เป็นน้องชายมันนี่นา” เจบีพูดพลางถอดแจ็คแก็ตหนังสีดำออก

 

จริงๆมาให้กำลังใจแฟนนี่เอง มิน่าตอนเลือกดอกไม้ถึงได้ดูพิถีพิถันนัก

 

                คิดพลางขาเรียวก็เข้าไปช่วยอีกคนแกะสายไมค์ที่ติดอยู่กับเสื้อด้านหลัง หัวใจของคนตัวโตแอบเต้นผิดจังหวะกับการกระทำของคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ข้างๆกันตอนนี้

 

                “ รู้สึกผิดจริงๆที่ไม่รู้ว่าพี่แจบอมดังขนาดนี้” พูดพลางมือเล็กก็แกะสายไมค์ไปพลาง

 

                “ เหรอ.....แต่พี่ไม่แปลกใจเลยที่แบมไม่รู้” เจบีเอี้ยวตัวมาด้านหลังพลางมือหนาก็คว้ามือเรียวเอาไว้

 

                “ ขอบใจที่มานะ มันสำคัญกับพี่มากจริงๆ ทุกอย่างในวันนี้พูดได้เลยว่าเกิดขึ้นเพราะนายแบมแบม พี่ขอบคุณ” สองมือหนากุมมือเรียวเอาไว้หลวมๆ ตาเรียวจ้องมองที่ใบหน้าหวานและคนที่ถูกจ้องก็ไม่ได้หลบสายตาไปไหน คนตัวเล็กระบายยิ้มหวานให้พลางผละมือที่ถูกกุมอยู่ออก และลูบเบาๆที่หลังมือของอีกคน

 

                “ ไม่ต้องขอบคุณแบมหรอกฮะ เพราะพี่แจบอมเป็นคนเก่ง พี่แจบอมถึงมีวันนี้ และแบมยินดีด้วย แบมภูมิใจในตัวพี่มากนะ” ยังไม่ทันที่จะพูดจบประโยคคนตัวสูงก็คว้าเอาร่างเล็กไปไว้ในอ้อมกอดอีก  กอดอีกแล้ว

                ฝ่ามือเล็กตบลงที่บ่ากว้างเบาๆเพื่อจะบอกให้รู้ว่าเขาเข้าใจในความรู้สึกขอบคุณของอีกคนที่มีให้

 

                อีกด้านหนึ่ง มาร์คกลับมายืนอยู่ตรงที่เดิมที่ยืนกับแบมแบมเมื่อสักครู่ ตาคมจ้องมองภาพคนรักที่กำลังร้องเพลงอยู่ด้านหน้า  สายตาที่มองขึ้นไปบนเวทีอย่างยากจะคาดเดานั้นไม่อาจรู้ได้เลยว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่

 

 

 

 

.....

 

มหาลัย

 

                “ ตั้งสายเสร็จแล้วนะ นักศึกษา” เสียงของอาจารย์หนุ่มเอ่ยขึ้นอย่างอารมณ์ดี แบมแบมมีเรียนไวโอลินในตอนเช้าของวันนี้ 

 

                “ ครับ เรียบร้อยครับ  แต่จริงๆอาจารย์เรียกชื่อผมได้นะ เพราะในห้องก็มีกันอยู่แค่สองคน” คนตัวเล็กพูดติดตลก

 

                “ แหม นักศึกษาก็ อาจารย์แค่อยากจะรู้สึกเหมือนสอนคนเยอะๆบ้างนี่นา ....” คนตัวสูงพูดพลางเดินมาใกล้คนตัวเล็ก

 

                “ โอเค ถ้าอย่างนั้น แบมแบม นายยืนขึ้นและจับไวโอลินของนายวางลงบนบ่า แบบอาจารย์นะ” พูดพลางก็ทำวิธีให้ดูเป็นตัวอย่าง

 

                “ อย่างนั้นแหละ” ตาคมคอยมองท่าทีคนตัวเล็กอยู่ตลอด เพื่อเช็คให้แน่ใจ ว่าไม่ได้สอนอะไรพลาดไป

 

                “ ทีนี้ก็หยิบ คันชัก ขึ้นมา แล้ววางนิ้วชี้ที่ลงบนสายในสุดอีกสามนิ้วปล่อยไว้ก่อน ลองสีคอร์ด ซี ดูซิ แบบนี้”

ท่าทางที่ดูสง่าของอาจารย์หนุ่มทำให้นักเรียนสาวที่เดินผ่านไปผ่านมาต้องหยุดดู

 

                “ แบบนี้นะฮะ” แบมแบมลองทำบ้าง เสียงมันค่อนข้าง เอ่อ ทางหลักการเรียนดนตรีเขาเรียกว่า ไม่ตรงคีย์

หรือภาษาบ้านเราก็ เพี้ยน

 

                “ ฮ่าๆ” แบมแบมหัวเราะให้กับเสียงที่ออกมาจากเครื่องดนตรีบนไหล่ตัวเอง อาจารย์หนุ่มที่ยืนมองอยู่ส่ายหน้าเบาๆกับการสีไวโอลินครั้งแรกของลูกศิษย์

 

                “ นายกดสายไม่แน่นล่ะสิ เสียงมันเลยเพี้ยนแบบนี้ ไหนดูซิ” ยูคยอมวางเครื่องดนตรีของตัวเองลงอย่างเบามือและตรงมายืนซ้อนด้านหลังของคนตัวเล็ก แค่นั้นก็เรียกเสียงกรี้ดเล็กๆจากกลุ่มเด็กผู้หญิงที่ยืนดูอยู่ด้านนอกได้

 

                “ จับแบบนี้สิ” ไม่พูดเปล่า มือหนายกขึ้นมาจับมือบางให้อยู่ในท่าที่ถูกต้อง

 

                “ กรี้ด~~~~”  เสียงกรี้ดดังลอดเข้ามาในห้อง ขนาดว่าห้องเรียนเป็นห้องเก็บเสียง ยูคยอมที่กำลังสอนอยู่ถึงกับถอนหายใจยาวๆ แล้วเดินออกไปหากลุ่มนักเรียนหญิงด้านนอก

 

                “ แบบนี้สินะ” แบมแบมทวนการสอนของครูเมื่อสักครู่อย่างไม่ได้สนใจโลกภายนอกสักนิด สมกับเป็นแบมแบมจริงจริง 

 

                การเรียนในคลาสนี้แบมแบมไม่ได้ทำอะไรมาก แค่ฝึกจับเจ้าไวโอลินเพื่อนใหม่ให้อยู่ในท่าที่ถูกต้อง และฝึกสีให้ตรงคอร์ดหลัก ทำแบบนี้จนจบคลาส เรียกเหงื่อให้คนตัวเล็กได้ไม่น้อยเชียว

 

 

                จบการเรียนในคลาสเช้าไปด้วยความสนุก แบมแบมเดินผ่านทางเดินที่ขนาบไปด้วยต้นไม้ต้นใหญ่สองข้างทางเพื่อไปยังห้องสมุดของมหาวิทยาลัย คนตัวเล็กชอบสถานที่ที่เงียบสงบ ไม่พลุกพล่านไปด้วยผู้คนและเสียงอื่นที่ไม่ใช่เสียงดนตรี  วันนี้เพื่อนสนิทตาตี่ของเขามีเรียนอีกคลาสหนึ่งจึงจัดแจงนัดเจอกันอีกครั้งเมื่อถึงวิชาเรียนรวม ขาเรียวก้าวเดินอย่างไม่รีบร้อน ให้ตัวที่ซึมเหงื่อได้สัมผัสความเย็นของลม สายลมแผ่วๆพัดผ่านร่างบอบบางหอบเอาความร้อนในร่างกายให้หายไป  

 

                “ แบมแบม   แบมแบม  หยุดก่อน” เสียงทุ้มต่ำเป็นเอกลักษณ์ร้องเรียกให้เจ้าของชื่อต้องหันไปหา

 

                “ ครับ?”  แบมแบมในหยุดเดินและหันไปทางต้นเสียง

 

                “ จะไปไหน” คนผมสีแดงวิ่งกระหืดกระหอบตรงเข้ามาหาคนตัวเล็ก

 

                “ .........”

 

                “ ว่าไง  จะไปไหน” มาร์คย้ำคำถาม

 

                “ ห้องสมุดครับ  พี่มาร์คตามผมมาเหรอ” เป็นครั้งแรกที่หลุดเรียกชื่ออีกคนอย่างเต็มเสียง และเต็มใจเรียก

 

                “ ผมหมายถึง คุณตามผมมาเหรอ” พอรู้ว่าเผลอไปก็รีบเปลี่ยนกลับมาใช้สรรพนามเก่าๆแก้เขิน

 

                หน้าหล่อระบายรอยยิ้มแห่งความพอใจออกมาอย่างปิดไม่มิด ถึงอาจจะเผลอไปแต่อย่างน้อยก็รับรู้แล้วว่าคนตรงหน้านี้ไม่ได้รู้สึกห่างเหินกับเขาอย่างวันที่เจอกันครั้งแรก

 

                “ กินข้าวหรือยัง” มาร์คถาม

 

                “ .....”  พอเห็นว่าแบมแบมไม่ตอบอะไร มาร์คก็ตรงเข้ามาคว้าข้อมือเรียวให้เดินตามเขาไป

 

                “ จะพาผมไปไหนอีก”  พูดไปพลาง เดินไปพลาง มือก็แกะมืออีกคนไปพลาง

 

                “ ก็นายไม่ยอมตอบ ชอบให้พี่เดาเอาเองอยู่เรื่อย ก็ต้องทำแบนี้แหละ” มือหนาที่จับข้อมือเรียวไว้กระชับแน่นขึ้นเพื่อไม่ให้มืออีกคนหลุดไป 

จับได้แล้ว ไม่ปล่อยหรอก  

                “ บอกผมดีดีก็ได้ ไม่ต้องฉุดกระชากกันหรอก ทำไมชอบทำแบบนี้อยู่เรื่อย” เจ้าของเสียงหวานเริ่มแสดงอาการไม่พอใจขึ้นมาจริงๆ

 

พอเห็นว่าไม่พูดอะไร ก็เลยนึกจะทำอะไรก็ได้หรือไงกัน 

               

                “ OKAY, OKAY I’m sorry” พูดขอโทษแต่มือก็ยังคงจับอยู่

 

                “ ขอโทษแล้วก็ปล่อยสิฮะ” เจ้าของเสียงหวานรั้งขาไม่ยอมเดินต่อ ทำให้คนตัวสูงจำเป็นต้องหยุด

 

                “ สัญญากันก่อนว่าถ้าปล่อย จะยังเดินตามกันมา”  มาร์คพูด

 

                “แต่ว่า...คุณเองก็ต้องบอกเหมือนกันนะว่าจะพาผมไปที่ไหน” คราวนี้เป็นแบมแบมที่เป็นฝ่ายตั้งเงื่อนไขบ้าง มือเล็กกระตุกอย่างต้องการคำตอบ

 

                มาร์คยักไหล่พลางโบ้ยหน้าไปตรงที่มีรถขายไอศกรีมน้ำแข็งไสอยู่

 

                “ ไอศกรีม?” แบมแบมพูด

 

                “ อื้อ..” พูดจบมือหนาก็เปลี่ยนจากจับข้อมือเลื่อนลงมาเป็นจับมือ หรือจะบอกว่าจูงมือดี น่าแปลกที่คราวนี้เจ้าของมือเล็กกลับไม่ยึกยักปฏิเสธ ขาเรียวยอมเดินตามร่างสูงข้างหน้าไปอย่างเงียบๆ

 

ไม่เข้าใจตัวเองเลย 

 

 

                คนตัวเล็กนั่งรอคนตัวสูงบนเก้าอี้ไม้ใต้ต้นไม้ใหญ่ มองดูคนผมสีแดงกำลังซื้อไอศกรีมบนรถ

 

พามากินไอติมเนี่ยนะ  ร่างบางคิด

 

                “ อ่ะ” มาร์คยื่นไอศกรีมโคนหน้าตาน่ากินให้กับแบมแบม โดยที่ตัวเองก็ไม่รอช้าที่จะกินเจ้าไอศกรีมอีกอันที่อยู่ในมือ

 

                แบมแบมรับมาอย่างช่วยไม่ได้ ตอนแรกก็คิดว่าจะไม่รับ แต่พอเห็นว่ามันน่ากินแค่ไหน ก็ปฏิเสธไม่ลง

                “ ขอบคุณครับ”

 

                “ อืม” มาร์คพยักหน้าให้ พลางทรุดตัวลงนั่งข้างๆแบมแบม

 

                สองคนทานไอศกรีมในมืออย่างเอร็ดอร่อย บังเอิญหรือเปล่าที่มาร์คเลือกไอศกรีมรสที่แบมแบมชอบไอศกรีมรส บลูเบอรี่  แบมแบมที่กำลังตั้งใจทานไอศกรีมในมืออย่างเอร็ดอร่อยเหลือบหันไปมองคนข้างๆ ที่ก็นั่งทานอยู่ในท่าทางที่ไม่ต่างกันนัก บางทีคนคนนี้ก็ทำให้เขานึกถึงอดีต ทำให้แบมแบมย้อนนึกกลับไปในวันที่เขาและใครอีกคน ทานไอศกรีมด้วยกันครั้งแรก...

 

                “ คิดอะไรอยู่เหรอ” มาร์คถาม

 

                “ กำลังคิดว่า คุณทำให้ผมนึกถึงใครบางคน” คนตัวเล็กตอบเสียงเรียบแต่ไม่อาจซ่อนความคิดถึงในแววตาได้

 

                “ เหรอ เหมือนใครล่ะ”

 

                “ ...” ไม่อยากตอบก็เพราะแบบนี้ พอตอบคำถามนึงอีกคำถามนึงก็จะถูกถามขึ้นอีก

 

                “ ....เจบีเหรอ  แต่ชั้นไม่เหมือนหมอนั่นนะ” มาร์คพูดสรุปเอาเองพอเห็นคนตัวเล็กนิ่งเงียบไม่ยอมตอบ

 

                “  เปล่าหรอก แค่เด็กคนนึงน่ะฮะ”

 

                “ อ่อ..”  แค่เด็กคนนึงงั้นเหรอ  ร่างสูงคิดในใจ

 

                “ ขอบคุณที่เลี้ยงนะฮะ” แบมแบมยิ้ม

 

                “ ไม่ต้องขอบคุณหรอก พามากินไถ่โทษที่เมื่อคืนไม่ได้ไปส่ง”

 

                “ ไม่เป็นไรเลยฮะ อย่าคิดมากเลย ผมเข้าใจ ^__^

 

                “ ใกล้เข้าเรียนช่วงบ่ายแล้ว ผมต้องไปก่อนนะครับ” แบมแบมก้มหัวให้อีกคนเล็กน้อย

 

                “ อือ” มาร์คพยักหน้า มองดูภาพด้านหลังที่กำลังเดินหายเข้าไปในอาคารใหญ่

             
                “ ถ้านายเปิดใจอีกนิด นายก็คงจะรู้แล้ว ว่าเราเป็นใคร”  คนตัวสูงเอนหลังพิงกับเก้าอี้ไม้พลางทอดถอนลมหายใจ

 

.....

 

คนตัวเล็กเดินเข้ามายังตัวอาคารเรียน มือเรียวยกขึ้นมาทาบที่อกด้านซ้าย สายตาเหมือนครุ่นคิด

 

        ‘หัวใจของเรากำลังเต้นผิดจังหวะ ทำไมทำเหมือนรู้สึกหวั่นไหว ไม่ชอบและไม่อยากเป็นแบบนี้เลย

 

                “ แค่บังเอิญ แบมแบม แค่บังเอิญ” เสียงหวานเอ่ยเบาเบากับตัวเอง

 

........

               

 #TBC.
               



***** special thanks*****
              -สำหรับ Track เพลงที่พี่มาร์คเปิดในวิทยุ ชื่อเพลงว่า Please Remember ศิลปิน Leann rimes
               - ขอบคุณโควทเปิดหัวเรื่องตอนนี้จาก หนังสือ The Best of me ค่ะ
               


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

4,352 ความคิดเห็น

  1. #4083 Moko87 (@mokomoko87) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2559 / 16:30
    ความรู้สึกของมากมันดูกำกวมจริงๆ
    #4083
    0
  2. #4045 donstop_canstop (@donstop_canstop) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 กันยายน 2559 / 20:06
    แบมเหมือนพยายามปฏิเสษหัวใจตัวเองอยู่นะ แต่ที่เราสงสัยที่สุดคือมาร์ครักเนียจริงหรอ
    #4045
    0
  3. #3875 ไม่บอกกก1 (@30267) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2559 / 12:39
    เหมือนมาร์คจะพยายามบอกแบมแบบอ้อม ๆ ให้แบมจำได้เองเลย แบบรอให้แบมจำได้เอง
    #3875
    0
  4. #3858 ayumikimlee (@ayumikimlee) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2559 / 09:45
    ทำไมพี่มาร์คมาทำแบบนี้งะ
    #3858
    0
  5. #3765 BAMmiie (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 เมษายน 2559 / 13:17
    มาร์คสับสนใช่มั้ย เหมือนจะชอบแต่ก็อยากให้ชัดเจน มีคนในหัวใจแล้วทำแบบนี้ได้ด้วยหรอ
    #3765
    0
  6. #3663 Alwaysbsu (@Alwaysbsu) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2559 / 10:50
    โว๊ยยยยย ขัดใจอ่ะมาร์ค นายไม่มีสิทธ์น้อยใจหรือตัดพ้อน้องนะ ที่คิดว่าบีแบมคบกันนายแค่เข้าใจผิดแต่ที่นายคบกับจูเนียร์คือเรื่องจริง ต้องการอะไรอ่ะมาร์คทั้งทึ่ตัวเองมีแฟนแล้ว เอาจริงๆนะเกลียดคนแบบนี้ที่สุดเลย
    อินหนักมากกก 
    #3663
    0
  7. #3427 MBKY; (@withmbky) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 มกราคม 2559 / 19:24
    หึ้ยยยยย มาร์คอะคิดยังไงกับจูเนียร์กันแน่ ไม่มีสิทธิ์มาน้อยใจแบมเลยนะ ถ้าแบมจะชอบใครก็ไม่มีสิทธิ์เลย เชอะ
    แต่บีแบมนี้เอะอะกอด เอะอะหยีผม แง้งงง น่ารักกกกมาก มีการหวงด้วย 555555
    มาร์คก็ค่อย ๆ จะทำให้แบมจำได้ปะ แต่แบมก็แบบรู้สึกว่ามาร์คใช่แต่ก็ไม่ใช่ แต่คุณอาจารย์ยูคกับนักศึกษาแบมก็น่ารักนะ งื้อออ
    #3427
    0
  8. #3366 opel_zuza (@marang-zangkoong) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2558 / 18:14
    อยากให้พี่มาร์คชัดเจน!!
    #3366
    0
  9. #3327 Wang-GaGa (@wang-j28) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2558 / 01:20
    พี่มาร์ค ทำไมโลเล
    พี่รักกับจูเนียร์นี่
    ทำไมเริ่มเอนมาทางแบม
    #3327
    0
  10. #3102 onlyB (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2558 / 14:13
    เกลียดมาร์ค หนักมาก
    #3102
    0
  11. #2442 VONGO (@KOYO1994) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2558 / 22:37
    เราเกลียดคนโลเลอย่างมาร์คจริงๆนะไรท์ เราขอกาหัวมาร์คออกจากการเป็นพระเอกเรื่องนี้ ห้าๆๆๆ
    #2442
    0
  12. #2405 N_udaen_G (@nudaeng) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2558 / 18:47
    พี่ต้วนอ่าจะร้ายหรือจะดี? แบบนี้เข้าข่ายแสนดีแล้วนะ -/////////- พี่บีนี่แสดงเกินพี่น้องอ่ะ เอาจริงๆ แบมอคติมากไปแล้วค่ะ จะได้รัึูว่าใครเป้นใครตอนไหนเนี่ย?
    #2405
    0
  13. #2129 tak (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2558 / 10:57
    ชอบความรู้สึกแบบนี้
    #2129
    0
  14. #1793 Babala nells (@sataangg) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2558 / 13:20
    ไม่เข้าใจมาร์คจริงๆ ทำไปเพื่ออะไรนะ
    #1793
    0
  15. #1747 Chibamie (@parpaa) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2558 / 11:39
    พี่มาร์คนี่ แบมเริ่มจพลางๆแล้วใช่มัเย
    #1747
    0
  16. #1519 aphroditeline. (@krisyeol0061) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 มีนาคม 2558 / 01:17
    พี่มาร์คน่าจะเลิกกับเนียร์ด้วยอะตกลงนางรักผู้ได๋ อยากให้น้องจำได้ ถ้าน้องจำได้อะ กับเนียร์จะเลิกไหม ;//;
    #1519
    0
  17. #1301 mybambi (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 มกราคม 2558 / 16:04
    ที่มาร์คทำคือทุกอย่างที่เคยทำร่วมกันในอดีต ตอนนี้แบมคงคิดถึงจนหวั่นไหวกับมาร์คไปแล้ว นี่ต้องการแค่ให้แบมจำได้หรือต้องการมากกว่านั้นอ่ะมาร์ค
    #1301
    0
  18. #1055 mmmm (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 มกราคม 2558 / 15:00
    ถ้าอยากจะให้แบมรับรู้เลิกกับเนียร์ไปสิ

    ทำแบบนี้สงสารเนียร์และแบมนะ
    #1055
    0
  19. #1041 pimmadaill (@pimmadaill) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2557 / 19:15
    สนุกมากกค่ะ เมื่อไหร่น้องแบมจะรู้สักที :(
    #1041
    0
  20. #1021 Bmababe.n (@goomiez) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2557 / 20:57
    มีแฟนแล้วก็ไม่ควรทำให้แบมหวั่นไหวนะเว้ยมาร์ค ถึงอยากจะให้รู้ว่าเป็นใครก็เถอะ มันไม่ดีกับแบมเลยนะแก๊
    #1021
    0
  21. #921 yadara (@yadara) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2557 / 00:11
    เจบีชอบแบมแบมแน่ๆ 

    ระหว่างมาร์คกับแบมแบมนี่ไม่รู้จะพูดอะไรดี เพราะต่างคนก็ต่างมีแฟนแล้ว ถึงแม้เรื่องแบมกับเจบีจะเป็นเรื่องที่เข้าใจผิดก็เถอะ
    #921
    0
  22. #900 MaYoonho (@memeya) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2557 / 10:20
    นี่อิพีีมาร์ค คือแบมมันก็ตะหงิดๆแล้วป่ะ แต่พี่ดันเป็นแฟนกับเนียร์แงะ แล้วใครมันจะไปกล้าคิดว ะคะว่าจะเป็นคนเดียวกัน -"- ปวดตับละเกิน ฮอล~ ต่างคนต่างคิดอ่ะ ดีเนอะะะ งุ้ยยยย
    #900
    0
  23. #787 kungking (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2557 / 14:36
    บอกสักทีสิมาร์คแบมจะได้ไม่ต้องรอคอยอีกต่อไป
    #787
    0
  24. #679 Pri -[-mopa-] (@PgToT) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2557 / 12:56
    น่ารักจังเลย
    #679
    0
  25. #608 muey (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2557 / 19:08
    น่ารักอะมาร์คแบม ถึงมาร์คจะชอบกวนแต่ก็อ่อนโยนกับแบมเสมอ

    แอบฟินยูคแบม นิดๆ
    #608
    0