- I will always love you -[GOT7 MarkBam]

ตอนที่ 7 : - All The Lyrics -

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,495
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 46 ครั้ง
    13 ม.ค. 59





- There are no words that can truly describe the feeling of love -

                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                        Dear, Kanpimuk

               

                สวัสดีกันต์พิมุก  ขอเริ่มประโยคทักทายด้วยคำว่า คิดถึงนายที่สุดเลย ได้รับจดหมายฉบับแรกจากนายแล้ว ทำไมเขียนสั้นจัง อากาศที่นี่กำลังเข้าหน้าหนาวแล้วล่ะ ส่วนที่ที่นายอยู่ตอนนี้ก็คงจะเป็นฤดู ใบไม้ผลิ ใช่มั๊ย นายน่ะอย่าลืมดูแลตัวเองดีดีนะ รักษาสุขภาพด้วย ทำยังไงดี อยากได้ยินเสียงนายสุดๆไปเลย ฉบับหน้าช่วยเขียนยาวกว่านี้ด้วยนะ เอาที่ให้ได้ใช้เวลาจินตนาการในการอ่านหน่อย มีเรื่องจะอวด เราสูงขึ้นประมาณ 3 เซน  คิดถึง คิดถึง คิดถึง.

 

 Ps. If I've made the melody will you be all the lyrics?

                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                Love, Mark Tuan

 

 

 

                “เกิดอะไรขึ้นกับหัวใจของนายกันนะแบมแบม....ตั้งนานมาแล้วแท้ๆภายในห้องนอนสีขาวที่ถูกตกแต่งอย่างเรียบๆ  ร่างบางนั่งอยู่ท่ามกลางกระดาษที่เกลื่อนอยู่บนเตียงนอน สายตาที่กวาดไล่ถึงตัวหนังสือบนจดหมาย คิดถึงเจ้าของลายมือนั้นอย่างสุดหัวใจ

 

                พรุ่งนี้เราคงต้องไปแล้ว’ เสียงเด็กชายในวันวานแว่วดังมา มันชัดเจนอยู่ในใจเสียจนรู้สึกเหมือนเพิ่งฟังมาเมื่อวานนี้

               

                ‘ นายไม่ไป....ไม่ได้เหรอ’ เด็กผู้ชายตัวเล็กกว่าตอบเสียงเศร้า

 

                ‘ เรารู้ว่านายรู้สึกยังไง เราเองก็รู้สึกไม่ต่างกันเลย ไม่ต้องห่วงนะ เราจะทำทุกวิถีทางให้ได้กลับมาที่นี่ มาเจอกันอีก เราสัญญา’ คนตัวโตกว่าให้คำมั่นสัญญานั้นด้วยรอยยิ้ม  สองมือเล็กเกี้ยวก้อยให้คำมั่นสัญญากัน รอยยิ้มเศร้าๆผุดขึ้นมาจากใบหน้าของทั้งคู่ สองคนสัญญาว่าจะไม่ร้องไห้ สองคนสัญญาว่าจะยิ้มให้อีกฝ่าย และสองคนสัญญาว่าจะรอ รอเพื่อที่จะได้มาเจอกันอีก

 

                ‘คงส่งนายได้แค่ตรงนี้ เดินทางปลอดภัยนะ.....’ เด็กผู้ชายอายุเจ็ดขวบแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้า เครื่องบินลำใหญ่กำลังพาใครอีกคนจากเขาไปยังที่ไกลแสนไกล ที่ที่เขาคงไม่มีโอกาสจะไปถึงและก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ จะได้เจอกันอีก.....

 

                ร่างบางตัดสินใจพาตัวเองไปสงบอารมณ์ความฟุ้งซ่านยังสถานที่ที่คุ้นเคย สุสานที่ฝังศพของคุณแม่ของเขาและคนสำคัญของใครอีกคนหนึ่ง มือเรียววางช่อดอกเดซี่สีขาวเอาไว้ให้กับทั้งคู่อย่างที่เคย  สายตาที่มีความหวังแอบอดไม่ได้ที่จะมองหาช่อดอกไม้อื่น ด้วยคิดว่าบางทีช่อดอกไม้ที่เห็นเมื่อวานจะเป็นของคนที่เค้าคิดถึงจริงๆ    แต่น่าเสียดายที่ไม่มีช่อดอกไม้ไหนนอกจากของแบมแบมเอง คนตัวเล็กถอนหายใจยาวพลางในใจก็คิด สงสัยเมื่อวานคงมีคนมาวางไว้ผิดที่ ถ้าพี่มาร์คของเขากลับมาจริงๆ คงต้องมาหาเขาอย่างแน่นอน 

                

 

                 RRRRR..”  เสียงเพลงดังขึ้นจากเครื่องมือสื่อสารเครื่องจิ๋วที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงคนตัวเล็ก แบมแบมหยิบขึ้นมารับสายจากเบอร์โทรที่เพิ่งได้รับมาเมื่อวันก่อน

 

                “ ครับพี่แจบอม อ๋อ ครับ ฮะ ได้ครับร่างบางตอบรับสายจากน้ำเสียงอบอุ่นที่คุ้นเคย คนผมสีเงินกำลังตรงมาหาเขา มายังสถานที่ที่เขาทั้งสองพบกันครั้งแรก

 

…..

 

เมื่อ 7 ปีก่อน

                โอ้ย พี่ฮะ ผมยอมแล้วครับ ต่อไปจะไม่ทำอีกแล้วเสียงเอะอะดังขึ้นจากบริเวณด้านข้างโบสถ์ แบมแบมที่เพิ่งเดินกลับจากโรงเรียนรีบปรี่เข้าไปตามเสียงนั้น

 

                “ ผมขอโทษ ผมไม่ได้ตั้งใจ ไม่ได้ตั้งใจจะฟ้องคุณครูนะ โอ๊ย!” ภาพที่แบมแบมเห็นคือ เด็กผู้ชายตัวสูงสามคน กำลังรุมฉุดกระชาก เด็กชายผมสีดำตัวเล็กอยู่

 

                “ หยุดนะพวกคุณจะทำอะไร!!” แบมแบมถลาเข้าไปกลางสมรภูมินั้นอย่างไม่รู้ตัว

 

                “ หลบไปไอ้เตี้ย เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับแกเด็กผู้ชายท่าทางน่ากลัวผลักร่างบางจนล้มลง

 

                “ ใครบอกให้แกกล้าไปฟ้องอาจารย์เรื่องที่พวกชั้นสูบบุหรี่ฮะ มันกงการอะไรของแกไม่ทราบ!” คราวนี้เป็นเด็กผู้ชายที่มีไฝเหนือตาสองจุดพูดขึ้นมาบ้าง

                “ ผะ ผม คือ มันผิดกฎโรงเรียนนี่ฮะเด็กผู้ชายที่โดนหาเรื่องยังคงยืนยันในความถูกต้องของตัวเอง

 

                “พวกชั้นจะทำอะไร ก็ไม่เกี่ยวกับเด็กเรียนอย่างแกทั้งนั้น อย่ามาจุ้นไม่เข้าเรื่อง ทำหน้าที่เรียนหนังสือให้พ่อแม่แกภูมิใจเถอะ!!” เจ้าของไฝเหนือตาสองเม็ดคนเดิมกระชากคอเสื้อเด็กผู้ชายที่ตัวเล็กกว่าเข้ามาใกล้พลางง้างกำปั้นขึ้น

 

                “ คุณ คุณรุ่นพี่ฮะ พะ พอเถอะครับ!” แบมแบมที่โดนผลักล้มลงไปเมื่อสักครู่เห็นท่าไม่ดีก็รีบเท้าตัวขึ้นมารั้งหมัดนั้นไว้

 

                “แล้วนี่แกเกี่ยวอะไรด้วยหรือจะอยากโดนต่อยแทนมัน ฮะเด็กชายแจบอมพูดพลางสลัดแขนเล็กนั้นออกจนร่างบางเซถลาล้มลงไปอีกครั้ง

 

                “ กะ เกี่ยวสิฮะ ก็เราเป็นเพื่อนมมนุษย์ เป็นเพื่อนร่วมโลกกันนะ!” เสียงหวานตะโกนออกมาอย่างกล้าๆกลัวๆ

                แบมแบมเผลอหยุดยิ้มออกมาเมื่อนึกถึงช่วงเวลานั้น  ไม่รู้อะไรดลใจให้เค้าตอบออกไปแบบนั้น สุดท้ายก็โดนหมัดของแจบอมเข้าไปที่แก้มป่องๆ จำได้โดนคุณแม่เจนดุไปตั้งหลายวันเลย  การเจอกันครั้งแรกของพวกเขามันไม่ค่อยน่าประทับใจเท่าไหร่เลยแฮะ

 

                “ ไง เพื่อนร่วมโลกแจบอมที่มาถึงทักทายคนตัวเล็กด้วยสีหน้าท่าทางกวนๆ

 

                “ พี่แจบอม ”  แบมแบมยิ้มหวานให้กับเจ้าของผมสีเงินนั้น

 

                “ รอนานมั๊ย

 

                “ ไม่เลยฮะ

 

                “ ไหนขอดูหน้าใกล้ๆหน่อย  รอยที่โดนเด็กเกเรรังแก ยังอยู่มั๊ยเนี่ยคนตัวสูงเดินเข้ามาจับที่สองแก้มของคนตัวเล็กอย่างเอ็นดู

 

                “ พี่แจบอม ป่านนี้แล้วมันคงจะมีรอยให้เห็นอยู่หรอกนะครับแบมแบมเบ้หน้าอย่างน่ารัก

 

                “ นายเคยคิดอยากจะ .... เอาคืนพี่บ้างมั๊ยแจบอมพูดต่อ

               

                “ ถึงคิดแบมก็สู้พี่ไม่ได้หรอกคนตัวเล็กยู่จมูก

 

                “ ถ้านายอยากชกพี่กลับจริงๆ พี่จะยืนให้ชกเฉยๆเลย สาบานแจบอมพูดพลางสองมือก็ทำท่าเหมือนยอมแพ้

 

                “ ถ้างั้นก็ ขอชกเลยนะครับคนตัวเล็กง้างมือขึ้นทำท่าจะชกไปที่ใบหน้าหล่อ แจบอมที่ท้าเล่นๆ หลับตาปี๋เพื่อรอรับหมัดเล็กๆนั้น

 

                “ อ้ะ!มือนิ่มถูกกดลงบนแก้มคนตัวสูงเบาๆ พร้อมด้วยรอยยิ้มหวานจากเจ้าของหมัด

 

                “ หายกันแล้วนะครับแบมแบมพูด

 

                “ แกล้งพี่เหรอ...แจบอมจับข้อมือเรียวของแบมแบมเอาไว้

 

                “ เปล่านะ ก็พี่แจบอมบอกให้ผมชกได้นี่นาแบมแบมพูดพลางบิดข้อมือเล็กออกจากมือหนา

 

                “ อย่างนี้เขาเรียกต่อยที่ไหนกัน....คนตัวสูงพูดพลางหัวเราะในลำคอ

 

                “ เลิกแหย่นายละ ป่ะ ไปกินข้าวกันแจบอมพูดพร้อมกับจูงมือแบมแบมให้เดินไปด้วยกัน

สองคนเดินจูงมือกันจนมาถึงรถสปอร์ตคันสวย คนผมสีเงินยิ้มไม่หุบที่ได้มาเจอกับคนตัวเล็กวันนี้

 

                “ ขึ้นรถสิแบมแบมแจบอมเดินนำมาเปิดประตูรถให้กับอีกคน

 

                “ ครับ ว่าแต่จะพาผมไปไหนเนี่ย?” แบมแบมที่ก้าวขึ้นรถเอ่ยถามขึ้นอย่างประหลาดใจ

 

                “ ไปกินข้าว แล้วก็ ไปดูหนังกัน

 

                “ หืม พี่แจบอมไปได้เหรอฮะคนตัวเล็กพูดพลางรัดเข็มนิรภัยไปพลาง ว่าแต่ทำไมไอ้เข็มขัดนี้มันใช้ยากจัง

 

                “ ไปได้สิ ทำไมจะไม่ได้ล่ะ ....แจบอมพูดพลางเอี้ยวตัวไปจัดการกับสายคาดสีดำที่คนตัวเล็กจับอยู่

 

                “ พี่คาดให้นะคนตัวสูงพูดต่อ

 

                “ คะ  ครับตอนนี้ใบหน้าของแจบอมกับแบมแบมห่างกันไม่ถึงสิบเซนด้วยซ้ำ  แก้มขาวเนียนเริ่มขึ้นสีอย่างเห็นได้ชัด

 

                “ เสร็จแล้วล่ะแจบอมปล่อยมือจากบริเวณเอวของร่างบางอย่างช้าๆ

 

                “ ขอบคุณฮะแบมแบมยิ้ม

 

                “ เล็กน้อยน่ะตัวเล็กร่างสูงพูดพลางขยี้เบาเบาลงบนกลุ่มผมสีดำนุ่มสลวยของอีกคน

 

                “ แล้ววันนี้ไม่มีซ้อม หรือว่าสัมภาษณ์แล้วเหรอครับ?” ร่างบางยิงคำถามต่อ

 

                “ ซ้อมมาพอแล้วล่ะ ส่วนสัมภาษณ์ใครอยากรู้ก็ไปเปิดดูในเนตเอาละกันแจบอมพูดติดตลก

 

                “ พี่แจบอม แบมคงไม่ทำให้พี่เสียงานใช่มั๊ยเนี่ยแบมแบมเริ่มจริงจัง

 

                “ เฮ้ย พี่ล้อเล่น  พอดีได้วันหยุดพักผ่อนก่อนคัมแบ็คมาสองสามวันน่ะแจบอมรีบแก้ตัวเพราะรู้ดีว่าถ้าไม่พูดความจริง มีหวังคนข้างๆได้ขอลงจากรถแน่นอน เด็กขี้เกรงใจอย่างแบมแบมไม่ยอมให้ใครต้องมาเสียการเสียงานเพราะเขาเด็ดขาด

 

                “ อ๋อ.....ถ้างั้นก็ไปกันครับรอยยิ้มหวานถูกระบายขึ้นจากริมฝีปากสวยของคนหน้าหวานอีกครั้ง

 

                ทั้งคู่ขับรถมาจนถึงร้านอาหารแห่งหนึ่ง เป็นร้านอาหารเล็กๆแถบชานเมือง ภายในร้านไม่ได้ตกแต่งด้วยสิ่งของราคาแพงเป็นเพียงร้านอาหารธรรมดาๆร้านหนึ่งเท่านั้น อาจเป็นเพราะบรรยากาศที่เงียบสงบไม่วุ่นวายทำให้สองคนเลือกที่จะมาร้านนี้  ทั้งสองคนลงจากรถที่จอดอยู่บริเวณด้านหน้าร้าน เป็นเจบีที่เดินเข้ามาในร้านก่อน ส่วนแบมแบมขอตัวไปคุยโทรศัพท์กับยองแจ เจบีที่เดินเข้ามาถึงในร้านถึงกับประหลาดใจ เพราะไม่คิดว่าจะเจอคนรู้จักที่นี่  

 

                “ อ้าว มาร์ค จูเนียร์คนผมสีเงินเดินตรงเข้าไปทักทายเพื่อนรักถึงที่โต๊ะ

 

                “ บังเอิญจัง พวกนายก็มานี่เหรอแจบอมยิ้มตาหยี

 

                “ ทำไมทำท่าอารมณ์ดีจังมาร์คพูดขึ้น

 

                “ นั่นสิ ปกติตีหน้าเข้มตลอดจินยองที่กำลังเลือกเมนูอาหารอยู่เงยหน้าขึ้นมาพูดบ้าง

 

                “ ก็แค่อารมณ์ดี ไม่เห็นจะมีอะไรแจบอมพูดจบทำท่าจะเดินเลี่ยงโต๊ะคู่รักนี้ไปแต่มาร์คก็หยุดเขาเอาไว้ก่อน

 

                “ เดี๋ยวก่อนสิ จะไปไหนมาคนเดียวไม่ใช่เหรอ นั่งด้วยกันสิ

 

                “ พี่แจบอม...แบมแบมที่เดินตามมาด้านหลังเอ่ยเรียกพี่ชายผมสีเงินของเขา

 

                “ ขอโทษที่ให้รอนานครับคนตัวเล็กพูดพร้อมรอยยิ้มหวาน

 

                “ มานี่สิแบมเจบีกวักมือเรียกคนตัวเล็กของเขา

 

                ร่างบางเดินเข้ามาหาตามเสียงเรียกพลันสายตาก็ไปสะดุดเข้ากับสายตาดุๆคู่หนึ่ง

 

                “ ....” คนตัวเล็กหลบสายตานั้นในทันทีและตรงเข้าไปยืนอยู่ด้านหลังเจบี

 

                “ เอ้า มายืนหลังพี่ทำไม มาตรงนี้แจบอมพูดพลางจูงข้อมือเล็กให้ร่างบางมายืนตรงหน้าตน

 

                “ ฉันมากับ คนพิเศษน่ะเจบีพูดพลางยักคิ้วกวนๆให้กับมาร์ค

 

                แบมแบมที่รู้สึกเขินกับคำพูดของเจบีเอี้ยวใบหน้าสวยหลบสายตาไปทางอื่น จนไปสบตาเข้ากับหนุ่มหน้าสวยอีกคน

 

                “ โอ๊ะคนตัวเล็กอุทานเมื่อเห็นหน้าจูเนียร์ พาลทำให้นึกไปถึงวันที่เขาบังเอิญเดินไปที่ห้องซ้อมเปียโน 

                จินยองระบายยิ้มอ่อนๆให้กับคนตัวเล็กและก้มลงไปเลือกอาหารในเมนูเล่มใหญ่ต่อ

สุดท้ายทั้งแจบอมและแบมแบมก็นั่งโต๊ะเดียวกับมาร์คและจูเนียร์โดยที่มาร์คและแจบอมนั่งอยู่ฝั่งเดียวกัน ส่วนอีกฝั่งก็คือแบมแบมและจูเนียร์

 

                “แบมแบมอยากทานอะไรเจบีพูดพลางพลิกหน้าเมนูอาหาร

 

                “ อืม......อะไรก็ได้ครับตอนนี้แบมแบมได้แต่นั่งนิ่ง รู้สึกอึดอัดเหลือเกิน ทำตัวไม่ถูกเลย

 

                “ ถ้าอย่างนั้น....เอาซุปสาหร่ายมั๊ย?” เจบีถามต่อ

 

                “ คะ...คือผม...

 

                “ ฉันว่าอย่างหมอนี่ กินซุปมันฝรั่งดีกว่านะมาร์คที่นั่งเลือกอาหารอยู่ดีดีก็พูดขึ้นมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย

 

                “ ชั้นถามแบมแบม นายชื่อแบมแบมเหรอเจบีหันไปหามาร์คที่นั่งอยู่ข้างกันด้วยท่าทางกวนๆ

 

                “ ก็แฟนนายตอบช้า จูเนียร์หิวแล้วชั้นจะรีบสั่งอาหารให้แฟนชั้นบ้างไม่เห็นจะเป็นไรมาร์คพูดต่อแต่ในขณะที่พูดสายตาไม่ได้ละออกจากใบหน้าที่ก้มงุดอยู่ฝั่งตรงข้ามเลย

 

                “ ไม่เป็นไรมาร์ค ให้น้องเค้าสั่งก่อนก็ได้ ไม่เห็นต้องดุเลยจูเนียร์พูดกับมาร์คด้วยน้ำเสียงปรามๆ

 

                “ แบมแบม นายอยากทานอะไร สั่งได้เลยนะ ค่อยๆคิดไม่ต้องรีบหรอกหนุ่มหน้าหวานหันไปพูดกับคนตัวเล็กพลางจับที่บ่าเล็กนั้นเบาๆ

               

                “ เอ่อ คะ ครับ ขอบคุณฮะน้ำเสียงนิ่มๆของจินยองทำให้แบมแบมรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาบ้าง จึงได้เงยหน้าตอบกลับคำถามนั้นด้วยรอยยิ้มสวยๆ

 

                หลังจากที่สั่งอาหารไปไม่นาน เมนูทั้งหลายที่ถูกสั่งไปก็มาเสิร์ฟที่โต๊ะของพวกเขา มาร์ค จินยอง และแจบอม ผลัดกันถามตอบเล่าเรื่องราวในชีวิตประจำวันที่มีร่วมกัน มีเสียงหัวเราะหลุดออกมาบ้างเวลาที่หัวข้อการสนทนาเกี่ยวกับการล้อเลียนกันและกัน คนตัวเล็กที่นั่งอยู่สามารถรับรู้ได้ถึงความสุขจากเสียงการสนทนานั้น พวกเขาช่างโชคดีจริงๆที่มีกันและกัน ความเป็นกันเองของจินยองที่มีให้กับคนแปลกหน้าอย่างเขาทำให้แบมแบมไม่รู้สึกขัดเขินเลยสักนิดที่จะร่วมหัวเราะไปกับพวกเขาด้วย แบมแบมได้ยินถึงทำนองเพลงแห่งความสุขลอยมากับสายลมที่พัดเอื่อยๆเข้ามาในร้าน เป็นวันที่ดีนะ ร่างบางคิดในใจ

 

                “ ฮ่าๆ ฮ่ะๆ ดูสิพูดจาไร้สาระฉันอายแบมแบมนะ พวกนายก็เจ้าของใบหน้าหวานส่งยิ้มให้ผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับเขา

 

                ตลอดการรับประทานอาหารมือนี้ แบมแบมแทบจะไม่ได้รับรสอาหารเลยด้วยซ้ำที่กลืนลงไปในท้องคือความสุขล้วนๆ อยากให้ยองแจมาอยู่ตรงนี้ด้วยจัง แบมแบมคิด

                ทั้งสี่คนใช้เวลาในการรับประทานอาหารไปไม่นานเท่าไหร่แต่ที่นานเพราะต่างฝ่ายต่างมัวเล่าเรื่องของกันและกันอยู่จนเวลาล่วงเลยมาถึงยามที่ท้องฟ้าทาสีดำสนิท

               

                “ จริงด้วย วันนี้จะพาแบมแบมไปดูหนังนี่นา กี่โมงกี่ยามแล้วเนี่ย มัวแต่พูด เพลินเลยเจบียกนาฬิกาข้อมือเรือนสวยขึ้นมาดู

               

                “ จริงเหรอ  ฉันก็อยากไปดูด้วยจัง เราไปดูหนังกันนะมาร์คจินยองพูดเสียงอ้อนๆกับคนผมสีแดง

 

                “ อื้ม...ได้สิมาร์คยิ้มตอบรับคำขอนั้นอย่างอ่อนโยน มันอ่อนโยนซะจนเจ้าของเสียงหวานเกิดเสียงค้านขึ้นในใจ คนนิสัยไม่ดีอย่างนายมีรอยยิ้มแบบนี้ได้ยังไงกัน แบมแบมก็ไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมจะต้องคอยมองไปที่คนผมสีแดงอยู่ตลอด และทุกครั้งที่มองไปก็จะถูกสะท้อนกลับด้วยสายตาจากคนถูกมองเสมอเลย   ทำไมกันนะ?

…..

 

BamBam’s Part

 

เราตัดสินใจไปที่โรงหนังแถบชานเมือง ที่ซึ่งคนไม่พลุกพล่าน ตอนนี้พี่เจบีกำลังไปดูรอบหนังอยู่ ผม 

พี่จูเนียร์และผู้ชายผมสีแดงที่ชื่อมาร์ค ยืนรออยู่บริเวณด้านหน้าโรงหนัง

 

                “ เฮ้พวกเรา ได้ตั๋วมาแล้ว ทายซิเรื่องอะไรพี่เจบีเดินมาพร้อมกับตั๋วหนังสี่ใบ

 

                “ ทำไมต้องทายนายมาร์คพูดขึ้น ให้ตายเถอะผู้ชายคนนี้จะพูดดีดีกับคนอื่นบ้างได้มั๊ยเนี่ย

 

                “ อย่างนายไม่พ้นหนังผีอีกล่ะสิเป็นพี่จูเนียร์พูดขึ้นบ้าง

 

                แต่เดี๋ยวก่อนนะ  หนะ หนังผีงั้นเหรอ

 

                “ซื้อตั๋วมาไม่ถามคนมาด้วยเลยนะคนผมสีแดงพูดต่อ

 

                “ ทำไมอ่ะ พวกนายไม่อยากดูเหรอ แต่เรื่องนี้มันน่าสนุกมากเลยนะพี่เจบีพูดเสียงอ่อยๆ

 

                “ อ้าวแบมแบม เป็นอะไร หน้าซีดเชียวพี่จูเนียร์เดินมาจับที่ไหล่ผม

 

                “ ป่ะ เปล่าครับผมเดาว่าหน้าผมคงชัดมากแน่เลย ว่าไม่อยากดูหนังผี

 

                “  กลัวล่ะสินายมาร์คคนนั้นพูดพลางมองมาที่ผมด้วยหางตา ผมเกลียดเวลาที่เค้าทำแบบนั้นชะมัด

 

                “ ไม่ได้กลัวสักหน่อยผมพูด

 

 

……

 

 

ในขณะที่แบมแบมและมาร์คกำลังตั้งท่าจะเถียงกันอีก แจบอมที่เดินไปรับโทรศัพท์ก็กลับมาพอดี

                “ แบมมมมม พี่ขอโทษน้าเจบีเดินตรงเข้ามาจับข้อมือของคนตัวเล็ก

 

                “ พี่ต้องกลับบริษัทด่วนเลยคนตัวโตทำเสียงออดอ้อน แบมแบมเมื่อเห็นท่าทางแบบนั้นก็อดยิ้มออกมาไม่ได้

 

                “ งั้นเหรอฮะ ไม่เป็นไรฮะ เอาไว้มากันใหม่ก็ได้

 

                “ แต่พี่ไม่รู้ว่าจะว่างอีกทีตอนไหนเลยน่ะสิแจบอมทำเสียงหงอยๆ

 

                “ เรายังมีเวลาอีกเยอะนะฮะพี่แจบอม แบมก็ยังอยู่นี่ไม่ได้ไปไหนร่างบางพูดพลางลูบเบาๆที่มือของอีกคน

 

                “ พี่ขอโทษจริงๆ รอบหน้าเรามาดูหนังกันแบบ 10 ชั่วโมงติดกันเลยดีมะ พี่สัญญา

 

                “ ฮ่าๆ ไม่ต้องสัญญาหรอกครับ เอาไว้พี่แจบอมว่างเราค่อยมากันใหม่นะครับแบมแบมพูดพร้อมรอยยิ้ม

 

                “ ไปกันเถอะ เจบีฮยอง พี่แจ็คสันโทรมาตามอีกรอบแล้วเนี่ยจูเนียร์เดินมาดึงแขนแจบอม

                “ ฝากมาร์คไปส่งน้องแบมแบมด้วยนะจินยองหันไปพูดกับมาร์คที่ยืนหน้าบอกบุญไม่รับอยู่ด้านหลัง คงจะเซ็งไม่แพ้กันที่จู่ๆแฟนก็โดนเรียกตัวไปกะทันหัน เจบีกับจูเนียร์เป็นนักร้องอยู่ในสังกัดของคุณพ่อแจ็คสันที่เพิ่งเริ่มธุรกิจที่เกาหลีได้ไม่นานแต่ก็ประสบความสำเร็จมากอาจเป็นเพราะเจนสนามในด้านนี้อยู่แล้วที่ยุโรป การจะตีตลาดที่เอเชียก็คงไม่ยากเท่าไหร่นักหรอก 

               

                “ ฟู่~~~” แบมแบมถอนหายใจยาวหลังจากบอกลากับเจบีและจูเนียร์แล้ว คนตัวเล็กตัดสินใจว่าจะกลับเลยเพราะอยู่ก็คงอึดอัดใจเปล่าๆ หนังผีก็ไม่ชอบดู อีกอย่างไม่อยากยืนอยู่กับนายคนนี้แค่สองคน

 

                “ นั่นจะไปไหนน่ะมาร์คเดินมาดักหน้าแบมแบมเอาไว้

 

                “ ก็   กลับไงฮะแบมแบมตอบ

 

                “ ยังกลับไม่ได้มาร์คพูด

 

                “ อ้าว ทำไมถึงจะกลับไม่ได้ล่ะครับ

 

                “ เพราะจูเนียร์ฝากให้ชั้นไปส่งนาย แต่ชั้นยังไม่อยากกลับตอนนี้ จะดูหนังก่อน

 

                “ ก็ดูไปสิฮะ ผมกลับเองได้ ไม่เป็นไร

 

                “ กลัวล่ะสิมาร์คพูดด้วยท่าทางกวนๆ ท่าทางที่แบมแบมไม่ชอบที่สุด

 

                “ กะ กลัวอะไรกัน ไม่กลัวสักหน่อย

 

                “ ไม่กลัวแน่เหรอ แค่รู้ว่าต้องดูเรื่องอะไรก็หน้าซีดเป็นไก่ต้มละคนตัวสูงแซว

                “ ผม-ไม่-ได้-กลัวร่างบางเดินมาประจันหน้ากับร่างสูงพร้อมส่งสายตาให้อย่างเอาเรื่อง

 

                “ งั้นก็ดี ไปดูด้วยกันเลย ใกล้เวลาหนังจะฉายแล้วไม่พูดเปล่า คนตัวสูงจูงมือคนตัวเล็กเข้าไปภายในโรงหนังทันที

 

ตอนนี้ทั้งสองคนเข้ามาอยู่ในโรงหนังเรียบร้อย ที่นั่งที่ถูกจองโดยเจบี เป็นที่นั่งที่ดีที่สุดของการรับชมภาพยนตร์แต่มันอาจจะดีเกินไปสำหรับคนกลัวผีแบบแบมแบม แบมแบมเลือกที่จะไม่จ้องไปที่จอสี่เหลี่ยมใหญ่นั้นตรงๆ ทำไมโลกนี้ต้องมีหนังผีด้วย ร่างเล็กคิดในใจ พยายามนึกถึงเรื่องอื่นเรื่องดีดีในชีวิต แต่จะเป็นเรื่องอะไรล่ะ ดูแค่คนที่นั่งอยู่ข้างๆกันตอนนี้สิ โถ่ เกือบคิดว่าเป็นวันที่ดีแล้วเชียว

 

                “ นี่ ถ้ากลัวขนาดนั้นกลับไปก่อนก็ได้นะมาร์คก้มลงมากระซิบที่ข้างหูของร่างบาง

 

                “ ผมเปล่านะแบมแบมหันหน้าไปตามต้นเสียงนั้นทันที จนหน้าผากไปชนกับริมฝีปากอีกคน

 

                “ นี่!แบมแบมตวาด

 

                “ อะไร นายเอาหน้าผากมาชนปากชั้นเองนะมาร์คยักคิ้ว

 

                “ แล้วคุณจะก้มลงมาซะใกล้ผมทำไมแบมแบมยู่หน้าซะจนคิ้วโก่งใกล้มาจรดกัน

 

                “ ชู่ว~~ เบาเบาคนอื่นเค้าดูหนังอยู่มาร์คหันกลับไปนั่งเอาหลังพิงเบาะตามเดิมเป็นจังหวะเดียวกันกับเรื่องราวในจอภาพยนตร์นั้นมาถึงจุดพีค (ผีโผล่) แบมแบมที่กำลังจะหันหน้าไปอีกทางก็ต้องสบตากับผีในจอเต็มๆ คนตัวเล็กตกใจมากจนเอื้อมมือไปคว้าแขนเสื้อโค้ทของอีกคนไว้ แต่แค่ปลายแขนเสื้อนะ ถึงจะกลัวแค่ไหนแต่ความอึดอัดใจกับอีกคนก็ชนะสินะ มาร์คยิ้มน้อยๆให้กับการกระทำนั้น คนตัวเล็กจับปลายแขนเสื้อของเขาจนหนังจบเรื่อง ร่างสูงเดินตามร่างเล็กที่เดินกระฟัดกระเฟียดออกมาจากโรงหนัง

 

                “ กลัวก็บอกว่ากลัวสิ จะเต๊ะท่าทำไม ฉันไม่ว่านายป๊อดหรอกมาร์คพูดขึ้น

 

                “ ....” แบมแบมไม่ได้โต้ตอบเพียงแค่หันไปค้อนให้

 

                “ นั่นจะไปไหนมาร์คตรงเข้าไปจับข้อมือเล็กไว้เมื่อเห็นแบมแบมทำท่าจะเดินออกไปจากโรงหนังคนละทางกับเขา

                “ ผมจะกลับคนตัวเล็กพูดพลางแกะมืออีกคนออก

 

                “ มันดึกแล้ว เดี๋ยวชั้นไปส่ง”  มาร์คพูด

 

                “ถ้ากลัวพี่จูเนียร์ว่า ไม่ต้องกลัวนะครับถ้าพี่เค้าบังเอิญถาม ผมจะบอกเค้าไปว่าคุณไปส่งผมถึงที่อย่างปลอดภัย

 

                “ ให้พี่ไปส่งเถอะ นะ..ร่างสูงถอนหายใจออกมา พลางเปลี่ยนสรรพนามของตัวเองกับร่างเล็ก

 

                “.....” อยู่ดีดีหัวใจของร่างบางก็เต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะขึ้นมาดื้อๆ แบมแบมเองก็ประหลาดใจกับความผิดปกตินั้น

 

                “ นะมาร์คย้ำอีกรอบเมื่อเห็นว่าร่างเล็กไม่ยอมตอบอะไร

 

                แบมแบมพยักหน้าน้อยๆเป็นคำตอบ รู้สึกควบคุมตัวเองลำบากเวลาอยู่ใกล้ๆผู้ชายคนนี้ บางทีก็รู้สึกปลอดภัย บางทีก็กลัว บางครั้งก็อึดอัด มันอะไรกันแน่นะ....

 

มาร์คขับรถพาแบมแบมไปส่งที่โบสถ์ด้วยความเร็วที่ไม่มากนัก แบมแบมมองออกไปที่นอกหน้าต่างรถคันหรู ไม่มีบทสนทนาเกิดขึ้นเลยตั้งแต่ก้าวขึ้นรถ มีเพียงเสียงวิทยุที่คนตัวสูงเปิดเพื่อไม่ให้พื้นที่ตรงนี้มันเงียบจนเกินไป

 

                ท่านผู้ฟังทุกท่านครับ วันนี้เวลาประมาณ 1 นาฬิกาจะมีฝนดาวตกที่สามารถมองเห็นได้ทั่วทุกพื้นที่ของกรุงโซล เป็นดาวตกในรอบ 13 ปี หากท่านผู้ฟังคนไหนพอที่จะนอนดึกได้ก็อย่าลืมรอชม ปรากฏการณ์สวยงามจากธรรมชาติกันนะครับ ขอให้พระเจ้าอยู่ข้างคุณ     

                เสียงจากผู้ประกาศข่าวในวิทยุดึงความสนใจจากคนหน้าหวานให้หันกลับเข้ามาภายในรถอีกครั้ง

 

                “ ดาวตกงั้นเหรอร่างบางพึมพำกับตัวเองจนไม่ได้สังเกตเลยว่า ผู้ชายผมสีแดงที่อยู่ข้างๆคอยมองเค้าอยู่ตลอด

 

                “ ยอมพูดแล้วเหรอมาร์คพูดขึ้น

 

                “ ครับ?” แบมแบมหันไปทางต้นเสียงนั้น

 

                “ นั่งเงียบมาตั้งนาน ยอมพูดแล้วเหรอมาร์คพูดต่อ

 

                “ ก็ .... ผมไม่รู้จะพูดอะไรนี่นา อีกอย่างวันนี้เจอเสียงดังมาทั้งวันแล้ว อยู่เงียบๆบ้างก็ดีเหมือนกันนะครับคนตัวเล็กตอบพลางหันหน้าออกไปมองนอกหน้าต่างรถอีกครั้ง

 

                “ เดี๋ยวพอถึงหัวมุมตรงนั้น คุณช่วยจอดให้ผมลงด้วยนะครับร่างบางพูดโดยที่ไม่ได้หันหน้ามามองอีกคน

 

                “แต่มันยังไม่ถึงที่ที่นายอยู่นิ

 

                “ จอดตรงหัวมุมเถอะครับ ผมขอร้องแบมแบมหันมาสบตากับร่างสูง พลางระบายยิ้มอ่อนๆให้ ดวงตาที่ฉายแววดุอยู่ตลอดกลับอ่อนลงให้กับรอยยิ้มนั้น

 

                “ จอดก็ได้ แต่นายต้องเรียกชั้นว่าพี่ก่อน เรียก เหมือนกับที่เรียกคนอื่นๆมาร์คพูด

 

                “ ......ได้โปรดจอดให้ผมลงตรงหัวมุมถนนข้างหน้าตรงนั้นด้วยนะครับ ...... พี่มาร์คคนตัวเล็กเว้นช่องว่างระหว่างบทสนทนาก่อนจะพูดตามที่อีกคนขอ วันนี้เขาเหนื่อยที่จะต้องเถียงกับอีกคนแล้ว

 

                “ บทจะง่ายก็ง่ายๆเลยนะมาร์คพูด  แบมแบมหันมามองแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรอีก เพราะไม่รู้จะพูดอะไรอีกก็เลยได้แต่ถอนหายใจ

 

                “ อยู่ใกล้ๆชั้นเนี่ย เหนื่อยขนาดนั้นเชียวคนตัวสูงพูดเสียงแผ่วๆ พลางรถก็มาถึงตรงหัวมุมถนนพอดี มาร์คเลี้ยวเข้าไปข้างทางตรงนั้นพร้อมยกไหล่กับท่าทางของแบมแบม

 

                ก็จะไม่เหนื่อยขนาดนี้หรอกถ้าคุณไม่ใช่คนที่.....ที่ทำเรื่องแบบนั้นกับผม ร่างบางคิด

ขาเรียวก้าวลงจากรถโดยมีร่างสูงเดินตามมา

 

                “ ขอบคุณที่มาส่งครับ คุณกลับไปได้แล้วล่ะแบมแบมพูดเชิงไล่

 

                “ นายจะเดินไปไหนกันแน่มาร์คหรี่ตามองทางมืดๆข้างหน้าที่คนตัวเล็กกำลังจะเดินเข้าไป

 

                “ นั่นมัน ป้ายสุสานนิ จะเดินเข้าไปในสุสานตอนนี้เนี่ยนะ

 

                “ .....” แบมแบมไม่ได้ตอบอะไรได้แต่เดินจ้ำอ้าวต่อไปข้างหน้า

 

                “ ไหนกลัวผีไง แล้วเดินผ่านสุสานไม่กลัวเหรอ ไม่สมเหตุสมผลเอาซะเลย”  มาร์คที่ยังคงเดินตามร่างบางก็พูดต่อไม่หยุด

 

                “ นี่ แบมแบม นะ......

 

                “ แล้วนี่คุณจะเดินตามผมมาทำไมเนี่ย ก็ขอบคุณแล้วไงครับ คุณกลับไปได้แล้วแบมแบมรับตัดบทสนทนา ก่อนที่มาร์คจะพูดอะไรอีก

 

                “ ก็ชั้นแค่สงสัย แค่ดูหนังผียังกลัวจนตัวสั่น แล้วจะเดินเข้าไปในสุสานเนี่ยนะ มันไม่ประหลาดไปหน่อยเหรอมาร์คพูดพลางเอามือมาเกาะที่ไหล่ของรางบาง

 

                “ คราวนี้ใครกันแน่ที่กลัวแบมแบมพูดขึ้นมาเมื่อเห็นท่าทีของมาร์ค

 

                “ ที่นี่ไม่น่ากลัวหรอกครับ ที่นี่มีแต่นางฟ้า แล้วก็เทวดาร่างบางหยุดเดิน พร้อมกับหันหน้าไปพูดกับอีกคน

 

                “ แต่ถ้าคุณกลัว คุณก็กลับไปได้นะ ตามทางที่เดินมาเมื่อกี้เลยแบมแบมพูดพลางชี้นิ้วไปตามเส้นทางมืดๆที่เดินผ่านมา

 

                “ ชั้นไม่ได้กลัว แค่อยากรู้ว่านายเดินมาทำไมทางนี้

 

                “ มาดูดาวตกฮะ...คนตัวเล็กพูดพลางเดินต่อไปจนกระทั่งมาถึงป้ายหลุมศพของแม่ มาร์คที่เกาะหลังคนตัวเล็กอยู่แอบยิ้มออกมาเมื่อเห็นป้ายหลุมศพข้างหน้า

 

                “....ดาวตกงั้นเหรอ.....คนตัวสูงพูดเสียงในลำคอ

 

                แบมแบมเดินไปที่เนินใกล้ๆกับป้ายหลุมศพของแม่ ร่างบางหย่อนตัวลงนั่งพลางแหงนหน้าขึ้นมองบนท้องฟ้า

                “ ไหนๆก็เดินมาแล้ว ขอดูด้วยก็แล้วกันนะ ดาวตกน่ะ....มาร์คหย่อนตัวลงนั่งข้างๆคนตัวเล็ก แบมแบมหันมามองคนข้างๆ ก่อนจะแหงนหน้าขึ้นไปมองความระยิบระยับของดวงดาวบนท้องฟ้านั้นต่อ

 

                “ สวยจัง....มาร์คพูด

 

แบมแบมยกยิ้มเบาๆที่มุมปากเมื่อเห็นท่าทีของอีกคน ดูตื่นเต้นเหมือนเด็กๆ

                ‘นี่กันต์พิมุก  อีกสองวันจะมีดาวตกเราไปดูด้วยกันนะ’ เสียงหนึ่งดังขึ้นในใจของร่างบางในขณะที่เขากำลังเอนตัวลงนอนราบไปกับพื้น นายยังคงเป็นคนที่อยู่ในใจเราเสมอเลยนะไม่ว่าเราจะทำอะไรก็คิดถึงนายตลอด แต่นาย จะคิดถึงเราบ้างมั๊ยนะ แบมแบมคิด

 

                “ คิดถึงสิร่างบางหันขวับไปทางต้นเสียงเมื่อได้ยินมาร์คพูดขึ้น หรือเขาจะคิดดังไป

 

                “ เราก็คิดถึง จูเนียร์ ตลอดแหละ อื้อ โอเค ฝันดี อื้มมม รักเหมือนกัน รักที่สุดในโลกเลยผู้ชายตัวสูงข้างๆกำลังทำเสียงอ่อนเสียงหวานใส่โทรศัพท์ที่ไม่ต้องเดาถึงปลายสาย แบมแบมเผลอโล่งใจ นึกว่าความคิดตัวเองมีเสียงซะแล้ว

 

                “ คงไม่ได้หลับแล้วหรอกนะมาร์คเอนตัวลงมานอนข้างๆแบมแบมพร้อมกับหันใบหน้าหล่อมาหาคนตัวเล็ก

 

                แบมแบมไม่ได้ตอบอะไร คนตัวเล็กเอาแต่จ้องมองไปบนพื้นที่ข้างบนนั้นสายตาที่แน่วแน่จับจ้องอยู่บนดวงดาวที่กำลังกระพริบ มาร์คกำลังมองแบมแบม แบมแบมกำลังมองท้องฟ้า คนตัวสูงกำลังคิดว่าภายใต้ดวงตากลมโตนั้น คนตัวเล็กกำลังคิดอะไรอยู่

 

                “ นายน่ะ คงเกลียดชั้นล่ะสิ ไม่ชอบหน้าชั้นใช่ป่ะมาร์คที่อยู่ดีดีก็พูดขึ้นมา

 

                “......ก็ไม่ได้เกลียดไม่ได้ไม่ชอบหรอกครับแบมแบมถอนหายใจก่อนจะตอบ

 

                “ ถ้าอย่างนั้น มันเป็นไปในทางที่ดี หรือทางที่ไม่ดีล่ะ In the good way or the bad way?

 

                “............................... A little bit bad” ร่างบางชั่งใจอยู่นานก่อนจะตัดสินใจตอบ

 

                “ Great…” คนตัวสูงยิ้มเจื่อนๆพลางแหงนหน้าขึ้นไปมองบนท้องฟ้านั้นบ้าง

                ก่อนที่คนตัวสูงจะอยากพูดอะไรขึ้นมาอีก ร่างบางตัดสินใจหันไป ทำท่ายกนิ้วชี้ขึ้นมาอยู่ตรงบริเวณริมฝีปากเพื่อบ่งบอกว่าที่ตรงนี้ ตอนนี้ กำลังต้องการความเงียบ

 

ชู่ว~~~~” คนตัวเล็กทำเสียงชู่วๆอย่างน่ารัก นั่นยิ่งทำให้หัวใจใครอีกคนที่กำลังสั่นไหว เต้นแรงขึ้นกว่าเดิม มาร์คคิดว่าบางทีอาจถึงเวลาที่เค้าควรจะบอกคนตัวเล็กตรงนี้ดีมั้ย ว่าเขาเป็นใคร..




.....





#TBC.



 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 46 ครั้ง

4,352 ความคิดเห็น

  1. #4324 MarkBam1n1a (@Notetoaki) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 มกราคม 2562 / 08:55
    พี่มาร์คจำแบมแบมได้หรอเนี่ยยย
    #4324
    0
  2. #4307 dejawooo (@dejawooo) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2561 / 01:28
    ให้ความรู้สึกลุ้นแบบหน่วงๆนิดหน่อย เพราะคนทั้งคู่ต่างมีคนพิเศษ อาจจะดูเป็นไปได้ยาก แต่ก็น่าจะเป็นไปได้นะ
    #4307
    0
  3. #4267 Jesse Kass (@Monitha) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 15:53
    อ่าว//สรุปอีพี่มันรู้มาตลอดหรือยังไง??
    #4267
    0
  4. #4259 MBAIYW (@0962106015) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2560 / 19:49
    อย่าบอกนะว่ามาร์คจำน้องได้ แล้วทำไม??
    #4259
    0
  5. #4182 ppvs_ (@ppvs_) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 11:16
    อะไรยังไงอะไรยังไง
    #4182
    0
  6. #4081 Moko87 (@mokomoko87) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2559 / 16:00
    มาร์คจำได้???????
    #4081
    0
  7. #4068 Yu_Gyeom1711 (@Yu_Gyeom1711) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2559 / 18:19
    เอ้าเห้ยยยยยยย พี่มาร์คยังไงว้ะ
    #4068
    0
  8. #4043 donstop_canstop (@donstop_canstop) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 กันยายน 2559 / 19:43
    นั้นไงอิพี่มาร์คไม่ได้ลืมยังจำได้แล้วทำไมถึงไม่ยอกน้องหละ
    #4043
    0
  9. #3914 BamG97_ (@sasikanr_) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2559 / 19:59
    หืมมมาร์ครู้หรอ เอ้าแล้ว???ทำไมล่ะ ไปลุ้นต่ออ
    #3914
    0
  10. #3872 KTuaninuninen7 (@KTuaninuninen7) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2559 / 12:22
    อ้าว มาร์ครู้แล้วเหรอ
    #3872
    0
  11. #3871 ไม่บอกกก1 (@30267) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2559 / 12:07
    มาร์คจำแบมได้ ? 
    #3871
    0
  12. #3853 ayumikimlee (@ayumikimlee) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2559 / 09:33
    เอ๊ะยังไงงง
    #3853
    0
  13. #3763 BAMmiie (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 เมษายน 2559 / 11:21
    เห้ย มาร์ครู้หรอ แล้วทำไมไม่พูดนะ มันเหมือนมีความเหงาเศร้าๆตลอดเวลาที่อ่านเลยอะเหมือนจะหน่วงแต่ยังไม่สุด อธิบายยากค่ะ555แต่ดีนะ
    #3763
    0
  14. #3661 Alwaysbsu (@Alwaysbsu) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2559 / 09:58
    หืมมม มาร์ครู้มาตลอดว่าแบมคือใคร แต่แบมไม่รู้ งี้แบมก็รักและคิดถึงมาร์คอยุ่ฝ่ายเดวดิ มาร์คใจร้ายไปนะคนที่รักอยู่ก็รอไปดิแต่อีกคนมีแฟนไปแล้วแถมรักมาก
    สงสารแบมอ่ะทำงัยดีอึดอัดสุดๆ
    #3661
    0
  15. #3425 MBKY; (@withmbky) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 มกราคม 2559 / 19:03
    หืมมมม มาร์ครู้มาตลอดหรอ แต่แบมเจอมาร์คตอนคืนนั้นเลยไม่อยากคิดว่ามาร์คคือมาร์คคนเดียวกับคนในความทรงจำปะ
    แต่ตอนมาร์คแบบคิดถึงนี้แบบ แง้งงง จะร้อง คิดถึงอะใช่ แต่พูดคิดถึงกับคนอื่นไงประเด็น
    #3425
    0
  16. #3364 opel_zuza (@marang-zangkoong) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2558 / 17:37
    -__- อิพี่มันรู้มาโดยตลอดเลยเรอะ!!! -0-
    #3364
    0
  17. #3324 Wang-GaGa (@wang-j28) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2558 / 01:03
    พี่มาร์คจำน้องได้นิ่ แล้วทำไมไม่บอก แล้วที่หายเงียบไปก็รีบมาอธิบายสิ
    #3324
    0
  18. #3153 เอลฟ์ธรรมะ (@ying981007) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2558 / 09:21
    สรุปคือมาร์ครู้ เอ๊ะ ไมทำงี้อ่ะ
    #3153
    0
  19. #3125 BABY_B (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2558 / 14:17
    ละมุนนน ฮื้อน่ารักกก
    #3125
    0
  20. #3100 onlyB (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2558 / 14:10
    เศร้าจัง
    #3100
    0
  21. #3074 kung (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2558 / 22:51
    เกลียดมาร์ค
    #3074
    0
  22. #2547 ENED (@ENED) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2558 / 11:09
    ทำไมมาร์คต้องกลับมาทำให้แบมเจ็บอีกนะ ในขณะที่มาร์คมีคนใหม่ แต่แบมกลับไม่มีใครเลย ในขณะที่มาร์คเลิกรอ แต่แบมกลับยังคงรออยู่ทุกวันเวลา แล้วทำไมแบมต้องมาทนเจ็บต่อด้วย มันไม่แฟร์เลยอ่ะ
    #2547
    0
  23. #2440 VONGO (@KOYO1994) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2558 / 22:33
    เราเกลียดมาร์คจริงๆนะ เราไม่ต้องการอยู่กับผู้ชายแบบนี้ อยู่กันไปก็มีแต่หน่วง
    #2440
    0
  24. #2322 N_udaen_G (@nudaeng) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2558 / 00:05
    พี่ต้วนนน มางุบงิบอะไร??? คือไม่ยอมบอกน้องใช่มั้ย? คอยแกล้งน้องตลอด ไม่กลัวน้องเสียใจหรอ? แค่นี้น้องก้เศร้าก้เหงามเยอะแล้วนะ แล้วยิ่งตอนที่น้องชอบมองท้องฟ้านี่จะร้อง
    #2322
    0
  25. #2219 หม่ามี๊ (@aew_nutsasi) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2558 / 06:13
    ถ้ามาร์ครู้มาตลอดว่าเป็นแบมๆที่เป็นกันพิมุกต์นะ นี่จะโกรธพี่มาร์คมาก  ทำไมถึงทิ้งน้องทิ้งสัญญาทั้งๆที่น้องไม่มีใคร มาร์คใจร้ายเกินไปแล้ว และแบมนี่ก็เป็นน้องแท้ๆของแจ็คใช่ป่ะ แบบเนียร์เป็นน้องคนละแม่ไรงี้ แม่แจ็คกับแบมเสียใจแม่เลยเอาแบมหนีมาไรงี้
    #2219
    0