- I will always love you -[GOT7 MarkBam]

ตอนที่ 6 : ♬ - My first song - ♬

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,904
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 44 ครั้ง
    8 ธ.ค. 59

 

 

 






-You have a place in my heart no one else ever could have–

                


          วันนี้ท้องฟ้าดูสีฟ้าสดใสพลอยทำให้หัวใจของคนแจ่มใสตามไปด้วย ร่างบางตื่นแต่เช้าเพื่อมาช่วยหลวงพ่อเดวิดที่โบสถ์และเมื่อเสร็จ ก็เดินตรงมายังสถานที่ที่คุ้นเคยในทันที แบมแบมที่ในมือมีดอกเดซี่สีขาวช่อสวยเตรียมจะนำมาวางที่หน้าหลุมศพแม่อย่างเช่นทุกวัน ก็ต้องมีเรื่องให้แปลกใจ วันนี้กลับมีช่อดอกเดซี่มาวางอยู่ก่อนแล้ว คนตัวเล็กรีบหยิบช่อดอกไม้นั้นขึ้นมาดูอย่างฉงน ช่อดอกเดซี่ที่ผูกด้วยริบบิ้นสี แพรี่เพอร์เพิล

เป็นริบบิ้นที่มีแค่หนึ่งคนเท่านั้นที่รู้ความหมายของมัน

               
            “ พี่มาร์คเหรอ ........ พี่มาร์คกลับมาเหรอร่างบางเอ่ยชื่อนั้นเบาๆด้วยน้ำเสียงอันสั่นเครือ สองมือเล็กกุมเอาช่อดอกไม้นั้นมากอดไว้ที่อก คนที่อยู่ในความทรงจำตลอดมาของเขากลับมาที่นี่จริงๆหรือตอนนี้เขาแค่ฝันไป แม้จะตัดใจเลิกคิดว่าคงไม่มีทางที่จะได้เจอกันอีกแล้วแต่หัวใจดวงน้อยก็อดที่จะแอบหวังไม่ได้ว่าบางทีสักวัน คนที่เขาคิดถึงมาตลอดอาจจะอยากกลับมาที่นี่ถึงแม้จะไม่ได้มาเพื่อพบเขาแต่ก็คงอยากจะมาเพื่อพบกับแม่บังเกิดเกล้าของตัวเอง    แบมแบมวางช่อดอกไม้ลงที่เดิมอย่างช้าๆ พร้อมๆกับวางอีกช่อจากเขาเอาไว้คู่กัน ใบหน้าสวยระบายยิ้มออกมาอย่างซ่อนไม่ได้ ถึงแม้ในใจยังคงค้านถึงสิ่งสุดท้ายที่อีกคนฝากเอาไว้ก็ตาม ‘ฉันคงจะไม่ตอบจดหมายนายอีกแล้วล่ะ นี่คงจะเป็นฉบับสุดท้าย’ ข้อความในแผ่นกระดาษสีขาวยังคงย้ำเตือนให้หัวใจได้รู้สึกเจ็บเมื่อนึกถึงอยู่ตลอด คนที่ใจดีมาตลอดกลับเขียนถ้อยคำที่ใจร้ายแบบนั้นออกมาได้ยังไง

               
             “แกร๊ง แกร๊ง แกร๊งเสียงระฆังดังมาจากโบสถ์ ปลุกให้แบมแบมตื่นจากภวังค์ ร่างบางทอดถอนลมหายใจจ้องมองดูริบบิ้นที่กำลังปลิวตามสายลม ริบบิ้นจ๋าช่างอ่อนไหวเสียจริงนะ ลมพัดมาทางไหนก็ปลิวตามไปทางนั้น เหมือนมีบางอย่างทำให้คนตัวเล็กฉุกคิดขึ้นมาได้ อยู่ดีดีก็นึกอยากหาเหตุผลว่าทำไมคนเราถึงได้ตัดสายสัมพันธ์ต่อกันได้อย่างง่ายดายเหลือเกิน

               



.........



             “ ถ้าไม่ติดว่าเห็นช่อดอกไม้เมื่อเช้านี้ ทั้งชีวิตก็จะไม่มีทางเปิดอ่านจดหมายบ้าพวกนี้อีกหรอกร่างบางพูดกับตัวเองแต่น้ำเสียงราวกับอยากจะให้เจ้าของลายมือได้ยินมัน เจ้าของเสียงหวานหยิบกล่องสีขาวที่อยู่ใต้เตียงขึ้นมา เขาค่อยๆบรรจงไขแม่กุญแจดวงเล็กที่ปิดผนึกกล่องนี้อยู่ออกมาอย่างช้าๆ กลอนค่อยๆถูกไขออกราวกับหัวใจของคนเปิด ภายในกล่องบรรจุกระดาษสีขาวมากมาย เป็นสมบัติแสนล้ำค่า สิ่งที่ไม่ว่าจะนานเท่าไหร่ก็จะขอเก็บรักษาเอาไว้ แบมแบมหยิบกระดาษที่กางออกแต่ละแผ่นขึ้นมาอ่านด้วยรอยยิ้ม รอยยิ้มแห่งความคิดถึง เด็กผู้ชายเจ็ดขวบคนนั้นยังคงอยู่ในหัวใจของเขาตลอดมาไม่เคยเปลี่ยนแปลง

                                                                                                                                           Dear, Kanpimuk

               

                สวัสดี กันต์พิมุก นายเป็นยังไงบ้าง  พอเรามาถึงที่นี่เขียนจดหมายหานายคือสิ่งที่เราทำเลยนะรู้มั๊ย เดินทางตั้งนาน เหนื่อยมากๆเลยล่ะ ที่ที่เราอยู่ตอนนี้กับที่ที่นายอยู่มันไกลกันมากเลย แล้วเมื่อไหร่เราจะได้เจอกันอีก คิดถึงเสียงเปียโนของนายจัง

ปล. ที่อยู่เราอยู่หน้าซองจดหมาย ได้รับแล้วโปรดตอบกลับทันที ยืนยันว่าคิดถึงนายมากๆ ห้ามแอบร้องไห้นะ (ชั้นรู้นายไม่แอบหรอก แค่แซวเล่นน่ะ) ต้องไปแล้ว เจอกันฉบับหน้านะ

                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                Love, Mark Tuan.

 

     “ ใครกันแน่ที่แอบร้องไห้..แบมแบมยิ้มให้กับตัวหนังสือบนกระดาษ เมื่อสังเกตุเห็นรอยหยดน้ำที่บริเวณประโยคสุดท้าย


     “คนขี้แย....รอยยิ้มที่อยู่บนหน้าเมื่อสักครู่ค่อยๆเปลี่ยนเป็นเสียงสะอื้นเล็กๆ


    “ ฉันตอบนายไปว่าอะไรนะ......น้ำตาที่กลั้นเอาไว้เมื่อสักครู่ไหลออกมาจากดวงตาคู่สวยอย่างห้ามไม่ได้ จำได้ว่าตอนเด็กๆ แบมแบมเป็นคนเข้มแข็งมาก ไม่เคยร้องไห้สักครั้ง ไม่ว่าจะถูกดุ ถูกตี หรือมีเรื่องต้องเสียใจ เขาจะจัดการกับความรู้สึกได้ดีมาก น่าแปลกที่ช่วงนี้ทำไมถึงได้อารมณ์อ่อนไหวนักนะ ยิ่งถ้าเป็นเรื่องของคนคนนั้นยิ่งไม่สามารถควบคุมตัวเองเอาไว้ได้เลย

     
     “ คิดถึงนายนะ..... พี่มาร์ค

 

…….

 

                “ถ้านายลองเล่นเพลงตามโน้ตนี้ดู ก็จะรู้ว่าเราคิดถึงนายมากขนาดไหน เสียงใสดังสะท้อนขึ้นในใจใครคนหนึ่ง   

                ชายหนุ่มผมสีแดงเพลิงนั่งอยู่ด้านหน้าเปียโนสีขาวหลังใหญ่ พลางสายตาก็จับจ้องไปที่บันไดเสียงที่เรียงกันอยู่อย่างสงบนิ่ง เปียโนหลังนี้กำลังนอนหลับ ดวงตาคมไล่ระดับสายตาจนไปถึงโน้ตตัวหนึ่ง

               

                “ ติ๊งนิ้วเรียวกดลงบนคีย์นั้นอย่างช้าๆ สายตาที่สับสนดูยากจะคาดเดาของคนตัวโตทำเอาคนที่เดินมาด้านหลังถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง นิ้วเรียวเริ่มบรรเลงเพลงอย่างช้าๆ ในจังหวะที่โหยหาและคิดถึง เจ้าของใบหน้าหวานที่ยืนดูอยู่ถึงกับประหลาดใจในท่าทางนั้น ทำนองจังหวะเพลงนั้นทำเอาหัวใจสั่นไหวแปลกๆ

               

                “ มาร์ค ...จินยองเดินเข้ามาสะกิดเบาๆที่ไหล่คนรักพร้อมรอยยิ้มบางๆบนใบหน้า

               

                “ จูเนียร์....มาตั้งแต่เมื่อไหร่มาร์คหันมาสบตากับเจ้าของใบหน้าหวานนั้น

               

                “ เมื่อกี้นี้เอง มาร์คเล่นเพลงอะไรอยู่เหรอ

               

                “ ..................ไม่รู้สิ  มันยังไม่มีชื่อเพลงหรอก”  มาร์คพูด

               

                “ เห  งั้นมาร์คก็เป็นคนแต่งเพลงนี้น่ะสิจูเนียร์พูดพลางหย่อนตัวนั่งลงข้างๆผู้ชายผมสีแดงเพลิง

               

                “ เปล่า....มาร์คตอบ

               

                “ ...........” จินยองไม่ได้พูดอะไรอีก ทั้งคู่ต่างก็จ้องมองไปที่บันไดเสียงตรงหน้า แต่จินยองเป็นฝ่ายที่เริ่มบทสนทนาต่อ มือเรียวที่ค่อยไล่ระดับเสียง ไล่ระดับไปเรื่อยๆจนมือมาหยุดอยู่ที่ตรงหน้ามาร์ค

                

                 ยังโกรธเราอยู่มั๊ยจูเนียร์พูด พลางสองมือก็เริ่มเล่นเพลงที่สองคนชอบฟัง

               

                “ เราจะไปโกรธจูเนียร์เรื่องอะไรล่ะมาร์คตอบสั้นๆพลางมือก็ยกขึ้นมาเล่นเพลงประสานกับอีกคน

               

                “ ก็เรื่องที่เราขอเลิกกับมาร์คไง ..... เราขอโทษเรามันแย่ที่พูดไม่คิด

                

                  ไม่โกรธเราใช่มั้ย ......จูเนียร์พูดต่อ

               

                “ โกรธสิมาร์คตอบเสียงสั้น

               

                “ เราขอโทษนะ ต้องทำยังไงดี เราขอโทษถึงตรงนี้จินยองหยุดเล่นเปียโนและหันหน้ามาหาคนข้างๆ

               

                “ ไม่ยกโทษให้หรอกมาร์คไม่ยอมหันกลับมามองหน้าอีกคน พลางมือก็ยังคงบรรเลงเพลงต่อ

     เมื่อได้ยินแบบนั้น จินยองจึงก้มหน้าลงมองพื้นอย่างรู้สึกผิด มาร์คที่เห็นอาการของคนรักแบบนั้นก็หยุดบรรเลงเพลง แล้วหันหน้ามามองคนข้างๆ มือแกร่งเชยคางสวยได้รูปให้ขึ้นมามองหน้าเขาตอบ สองคนมองตากันอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่มาร์คจะเป็นฝ่ายประครองจูบแห่งความรักและโรแมนติกลงบนริมฝีปากของอีกคน จินยองจูบตอบจูบนั้นอย่างว่าง่าย คล้ายกับเขาเองก็โหยหาช่วงเวลานี้เช่นเดียวกัน เป็นจูบที่ช่างแสนเรียบง่ายไม่เร่าร้อน ไม่ดุดัน คือจูบแห่งความสุภาพและให้เกียรติ มาร์ครักจินยอง จินยองก็รักมาร์ค คงจะเป็นคำตอบที่ถูกที่สุดของการกระทำ ณ ตอนนี้

                มาร์คถอนจูบที่เขาเป็นคนเริ่มอย่างช้าๆ สายตาก็ยังคงจ้องมองใบหน้าที่เขาหวงแหน จูเนียร์หลับตาพริ้มด้วยความรู้สึกขัดเขินในอารมณ์ มาร์คสวมกอดอีกคนเอาไว้อย่างหลวมๆ เป็นกอดที่อบอุ่นและเต็มไปด้วยความรัก จินยองซบใบหน้าลงบนแผงอกกว้างนั้นก่อนจะกอดตอบ มาร์คเกยคางบนไหล่ของอีกคนและกดคางลงเล็กน้อยเป็นสิ่งที่มาร์คชอบทำ ชอบทำกับคนที่มาร์ครัก

               

                “ ห้ามจินยองพูดแบบนั้นอีก ห้ามบอกเลิกมาร์คอีก เข้าใจมั้ยคนผมสีแดงพูด

               

                “ อื้อ...จูเนียร์ตอบเสียงอู้อี้ในอ้อมกอดของอีกคน

               

                “ พอได้แล้วล่ะ ....จินยองค่อยๆผละออกจากอ้อมกอดของอีกคนอย่างช้าๆ

               

                “ เดี๋ยวมีคนมาเห็นนะเขาพูดต่อ

               

                “ กอดกับแฟน ไม่เห็นต้องอายเลยเป็นมาร์คที่พูดขึ้นมาบ้าง

               

                “ มาร์ค   แต่มาร์คก็รู้....จินยองพูดด้วยน้ำเสียงสั่นๆ

               

                “ Okay, Okay I get it ….” มาร์คจบการกอดอีกคนพร้อมทำจมูกฟึดฟัด

               

                “ Don’t worry there’s no paparazzi in here.” มาร์คยกไหล่

               

                “ You never knew. ” จูเนียร์ตอบ

               

                “ นี่มันห้องซ้อมนะ อย่ากังวลนักเลย ...มาร์คพูดต่อพลางใบหน้าก็โน้มลงไปหอมแก้มของอีกคน

               

                “ ตาบ้า...เอ๊ะ!” จูเนียร์เหลือบไปเห็นบางคนที่ประตูหน้าห้อง

               

                “ ขอโทษครับ..มีเสียงตอบกลับมา แต่ทว่าร่างนั้นกลับรีบเดินออกไป

               

                “ มาร์คบอกแล้วใช่มั๊ย ถ้าคนเมื่อกี๊มีกล้องจะทำยังไงล่ะ!” จูเนียร์ตีเบาๆลงไปที่ต้นแขนของอีกคน

               

                “ โอเค โอเค เราขอโทษ เดี๋ยวเราจัดการให้มาร์คพูดพลางลุกขึ้นวิ่งตามร่างปริศนาเมื่อสักครู่ทิ้งให้จูเนียร์ยังคงนั่งอยู่ในห้องนั้น

               

                “ ............”    จูเนียร์มองตามแผ่นหลังนั้นไป พลางในใจก็คิด เพลงที่มาร์คเล่น เป็นเพลงของใครกัน

 

 

ขาเรียวจ้ำอ้าวออกมาจากห้องซ้อมเปียโน ใครจะคิดว่าจะมีคนอยู่ในนั้น แถมจูบกันอีกต่างหาก แบมแบมที่น่ารักพยายามสลัดภาพริมฝีปากประริมฝีปากที่ได้เห็นมาออกจากหัว

 

                “ เฮ้ นาย!” เสียงใครบางคนตะโกนเรียกเขาจากทางด้านหลัง

 

                “ หยุดก่อน!” มาร์คคว้าไหล่ของคนตัวเล็กเอาไว้

 

                “ใช่นายหรือเปล่า คนที่อยู่หน้าประตูเมื่อกี้มาร์คถามต่อ

 

หัวใจของคนตัวเล็กยังคงเต้นตึกตักตึกตัก รู้สึกเขินอายกับภาพที่เพิ่งเจอมา

 

                “ ชะ  ใช่ครับ แต่ผมไม่ได้ตั้งใจนะ ไม่คิดว่าจะมีคนอยู่แบมแบมหลุบหน้าต่ำลง

 

                “ ทำไมเจอนายในสถานการณ์ประหลาดทุกทีมาร์คพูดต่อ

               

                “คงไม่ได้แอบถ่ายภาพไว้นะ ใช่มั๊ย?” มาร์คมองอย่างสำรวจ

 

                “ เอ๋ แล้วทำไมผมต้องทำแบบนั้นด้วยล่ะแบมแบมเอียงหัวอย่างสงสัย

 

                “ นายจะบอกว่านายไม่รู้จักจูเนียร์งั้นเหรอ

 

                “ แล้วผมต้องรู้จักด้วยเหรอ?” แบมแบมย้อน

 

                “ นายนี่จะกวนประสาทชั้นทำไม ชั้นถามดีดีมาร์คเริ่มมีอารมณ์

 

                “ ผมเปล่ากวนประสาทคุณนะ ผมก็ตอบดีดี

               
                “ ไม่รู้จักก็แล้วไป แต่ชั้นจะเชื่อได้ไงว่านายจะไม่เอาเรื่องที่เห็นเมื่อกี้ไปพูดต่อมาร์คเท้าแขนลงบนกำแพงทำให้แบมแบมต้องถอยดันหลังตัวเองไปชนกับผนังกว้าง

 

                “ ไม่มีเหตุผลอะไรที่ผมต้องเอาเรื่องนี้ไปพูดต่อแบมแบมจ้องหน้ามาร์ค

 

                “ ก็ .... ถ้านายว่างั้นนะ... แต่ถ้าเรื่องนี้มันหลุดขึ้นมา นายต้องรับผิดชอบมาร์คผละตัวเองออกพลางยักคิ้วกวนๆ

 

                “ พูดจาอะไรไม่รู้เรื่องแบมแบมบ่นอุบอิบในลำคอ พลางสายตาก็จ้องมองแผ่นหลังที่กำลังเดินกลับไปยังทางที่เขาเดินมา

               

                “ แล้วทำไมต้องเจอหมอนี่อยู่บ่อยๆด้วย มหาลัยก็ออกจะกว้างแบมแบมพูดพลางเดินต่อไปอีก ขาเรียวก้าวเดินผ่านมาทางห้องเครื่องสายอีกครั้ง ร่างบางหยุดเดินแล้วมองเข้าไปด้านใน วันนี้ห้องดูเงียบ สงสัยไม่มีใครอยู่สายตาที่มองเข้าไปพลอยทำให้หัวใจนึกถึงเจ้าของบทเพลงเศร้าเมื่อวันก่อน

 

                 " อ้าวนักศึกษามาทำอะไรแถวนี้?  เสียงทุ้มดังขึ้นจากทางด้านหลังของแบมแบม

 

                อ่ะ เอ่อ คือ ผม เปล่าครับ

 

                “ อย่างงั้นหรอกเหรอ นึกว่าสนใจอยากเรียนไวโอลินซะอีก ดูซิเนี่ยเปิดเทอมมาจะสองอาทิตย์แล้วยังไม่มีใครมาสมัครเรียนกับชั้นสักคนคนตัวสูงพูดเชิงบ่น

 

                “ ถ้าอย่างนั้น คุณก็คืออาจารย์สินะครับ”  คนตัวเล็กเอ่ยคำถามพลางขาก็ก้าวเดินตามหลังคนตัวสูงเข้ามาภายในห้อง

 

                “ ทำไมล่ะ ชั้นดูไม่เหมือนเหรอเจ้าของใบหน้าคมโน้มตัวลงมาถามคนตัวเล็ก

 

                “ ก็ไม่เชิงครับ ผมแค่คิดว่าคุณดู หนุ่มเกินไปแบมแบมพูดต่อ

 

                “ ดูหนุ่มเกินไปไม่เหมาะจะเป็นอาจารย์งั้นสิเด็กสมัยนี้เค้าคิดกันอย่างนี้เหรอเนี่ยวิธีที่พูดที่เหมือนบ่นๆทำให้แบมแบมอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้

 

                “ เปล่าครับผมก็ไม่ได้หมายความแบบนั้น ผมขอโทษนะฮะ ถ้าทำให้อาจารย์รู้สึกไม่ดีคนตัวเล็กพูดต่อ

 

                “ .... ก็ไม่ได้รู้สึกไม่ดีอะไรหรอก มีคนชมว่าดูเป็นหนุ่มนี่ควรจะดีใจไม่ใช่เหรอ ใช่มั๊ย ....

เอ.... หรือว่าชั้นควรจะติดป้ายเอาไว้ว่า นี่คืออาจารย์สอนไวโอลินนายว่าอย่างนี้ดีมั๊ย”  แบมแบมที่ยืนฟังอยู่ถึงกับยิ้มน้อยๆออกมาให้กับอาจารย์หนุ่มหล่อ

 

                “ ถ้าอย่างนั้น ถ้าอาจารย์ไม่รังเกียจละก็ผมขอลงเรียนวิชาไวโอลินเป็นวิชาเลือกนะครับแบมแบมพูดต่อ

 

                “ โอ้ จริงเหรอ จริงๆเหรอ นายจะสมัครเรียนกับชั้นจริงๆใช่มั๊ยคนตัวสูงกว่าที่กำลังเช็ดไวโอลินตัวงามหยุดการกระทำนั้นแล้วเดินมาหาอีกคนด้วยสีหน้าท่าทางตื่นเต้นเหมือนเด็กๆ

 

                “ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยครับ ผมชื่อกันต์พิมุกฮะแบมแบมยิ้มน้อยๆให้อีกคนพร้อมกับโค้งตัวเก้าสิบองศา

 

                “ ฝากเนื้อฝากตัวเช่นกัน ชั้นอาจารย์ ยูคยอมนะ คิม ยูคยอม

 

 

……

             

                “ โอเค ไม่ไม่ผมไม่เป็นอะไรมาก รถแค่เฉี่ยวๆ ใช่ครับไม่มีใครเป็นอะไร ฮะ บอกพ่อด้วย ครับ ขอบคุณครับคุณ เดวิดเสียงถอนหายใจยาวของแจ็คสัน ทำเอาเพื่อนที่นั่งอยู่ด้วยอดเป็นห่วงไม่ได้

 

                “ ยังคุยกับพ่อผ่านทางเลขาอยู่เหรอเนี่ยเจ้าของผมสีเงินเงยหน้าจากหนังสือประวัติศาสตร์ดนตรีและเริ่มบทสนทนากับเพื่อนรัก

 

                “ อืม..เป็นคำตอบที่สั้นมาก สั้นจนคนถามเกิดความรู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมาเล็กๆ

 

                “ เออ ขอโทษที่ถามแล้วกันเจบีพูดด้วยน้ำเสียงงอนๆก่อนจะก้มลงไปอ่านหนังสือตรงหน้าต่อ

 

                “ จนกว่าที่เค้าจะตามหาแม่เจอ ไม่อย่างนั้นชั้นไม่มีทางคุยกับเค้าอีกหรอกแจ็คสันพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา เย็นชาซะจนคนที่เดินข้างหลังถึงกับชะงักเล็กน้อย

               

                “ เวลาพี่พูดแบบนี้ทีไร ผมรู้สึกผิดทุกทีเลย ผมคงไม่ใช่คนที่ทำให้ครอบครัวพี่เป็นแบบนี้นะจูเนียร์ที่เดินมาข้างหลังพูดขึ้น

 

                “ สวัสดีน้องชายแจ๊คสันพูดต่อ

 

                “ ถ้ากอดพี่ตอนนี้จะโดนต่อยมั้ยเนี่ยจูเนียร์ทำท่าทางเก้ๆกังๆ

 

                “ ฉันจะไปทำแบบนั้นกับน้องชายสุดที่รักได้ยังไงล่ะ...มานี่มา..ตัวยุ่งเป็นแจ๊คที่เป็นฝ่ายลุกขึ้นไปสวมกอดเจ้าของใบหน้าสวยเอาไว้

 

                “ ไม่ว่ายังไงนายก็คือน้องชายของฉันแจ๊คสันพูดต่อ

 

                “ ขอบคุณจินยองกอดตอบ

 

                “ นั่งสิ จินยอง กำลังเริ่มหาข้อมูลทำรายงานกันอยู่ ชั้นต้องรีบช่วยเจ้านี่ก่อน Come back stage ครั้งหน้า เดี๋ยวจะไม่มีเวลามาเรียนเจบีพูด

 

                “ อื้อ สถานะผมกับฮยองก็คงไม่ต่างกันนักหรอก..จินยองพูดพลางหน่อยตัวลงนั่งข้างๆเจบี

 

                “ แล้วนี่ มาร์คหายไปไหนแจ๊คสันถามต่อ

 

                “ นั่นสิเจบีพูดพลางพลิกหน้าหนังสือ

 

                “ เดี๋ยวคงมามั้งจูเนียร์ตอบ

 

                “ มาแล้ว .....มาร์คเดินมายังโต๊ะอ่านหนังสือในห้องสมุดของมหาวิทยาลัย พลางโน้มตัวลงจูบที่ศรีษะคนรักเบาๆ

 

                “ มาร์ค ต้วน!ใบหน้าคนถูกจูบขึ้นสีแดงอย่างเห็นได้ชัด

 

                “ ขอโทษ....มาร์คยกไหล่

 

                “ อ่ะแฮ่มๆ เบาๆครับมาร์ค เกรงใจพวกผมด้วยแจ๊คสันทำท่ากระแอม

 

                “ อ้าวพวกนายนั่งอยู่ตรงนี้ด้วยเหรอ ทำไมมองไม่เห็นเลยมาร์คยักคิ้วอย่างกวนๆให้กับเพื่อนรักทั้งสองคน

 

                “ พอเลยมาร์ค..จูเนียร์ตัดสินใจหยุดพฤติกรรมขี้แกล้งของคนรักด้วยการดึงตัวมาร์คให้นั่งลงข้างๆเค้า

 

                “ ดีกันแล้วเอาใหญ่เลยน้า ทีพอโกรธกันทำท่าจะเป็นจะตายเจบีที่นั่งดูอยู่อดแซวเพื่อนผมแดงไม่ได้

 

                “ มันก็จะตายจริงๆแหละไม่งั้นไม่ถ่อสังขาลลากตัวเองมาเรียนถึงนี่หรอก อยู่ที่นิวยอร์คดีจะตาย มหาลัยก็อันดับหนึ่งของโลก ยั๊งจะเดินตามตูดน้องชั้นต้อยๆอยู่ได้เป็นแจ๊คสันที่พูดเอาคืนท่าทางกวนๆของมาร์คเมื่อสักครู่บ้าง

 

                “ หุบปากไปเลยแจ๊คมาร์คโดนรุมจากทั้งเจบีและแจ๊คสันเลือกที่จะอยู่เงียบๆดีกว่า

 

                จูเนียร์ได้แต่ส่ายหัวน้อยๆให้กับรุ่นพี่ทั้งสามคนที่ทะเลาะกันเหมือนเด็กๆ ก่อนจะเปิดหนังสือเล่มหนาที่วางอยู่เพื่อจัดการกับงานที่ตัวเองต้องทำ 

 

…….

               

ณ ห้องปฏิบัติการเครื่องสาย            

 

                “ตื่นเต้นจัง ไม่ได้สอนใครมาสักพักแล้วเนี่ยอาจารย์หนุ่มพูดพลางพลิกหาโน๊ตเพลง

 

                “ต้องเป็นผมไม่ใช่เหรอฮะ ที่ควรจะตื่นเต้นที่ได้เรียนสีไวโอลินครั้งแรกแบมแบมแหย่

 

                “ เอ้ออ.. นั่นสินะ ฮ่ะ ฮ่ะยูคยอมเกาศรีษะเบาๆแก้เขิน

                

                  นายอยากเล่นเพลงอะไรล่ะ อ่านโน้ตเป็นใช่มั๊ย?” คนตัวสูงถามต่อ

 

                “ ครับผมแบมแบมตอบพร้อมรอยยิ้มกว้าง

 

                “ มีเพลงอะไรที่ชอบเป็นพิเศษมั๊ย?” ยูคยอมที่กำลังรื้อหาโน้ตเพลงเอี้ยวตัวมาถามคนตัวเล็ก

 

                “จะว่าไป ที่ชอบเป็นพิเศษเลยก็คงจะไม่มีครับ แต่ถ้าถามว่าที่อยากจะเล่นล่ะก็ ผมอยากลองเล่นเพลงที่อาจารย์เล่นวันนั้นน่ะครับแบมแบมตอบ

 

                “วันนั้น....วันไหนกันล่ะเนี่ยยูคยอมทำท่างงๆ

 

                “ก็วันที่ผมเดินผ่านมาทางห้องนี้แล้วก็เห็นอาจารย์สีไวโอลินอยู่ แล้วผมก็ฟัง...

 

                “อ๋อๆ เด็กผู้ชายที่ร้องไห้วันนั้นใช่มั๊ยยูคยอมสวนขึ้นมาทันทีที่นึกออก

 

                “ ขอโทษทีนะ เพลงนั้นชั้นคงสอนนายไม่ได้  เด็กวัยใสอย่างนาย หัดเพลงรักโรแมนติก คิกขุอาโนเนะไม่ดีกว่าเหรอ เผื่อไว้เล่นให้แฟนฟังอย่างงี้อาจารย์หนุ่มพูดต่อ

 

                “ ......ถ้าอย่างนั้นก็มีอยู่เพลงนึงครับที่ผมอยากจะเล่นมันด้วยไวโอลิน แต่เดาว่าอาจารย์คงไม่มีโน๊ตหรอกแบมแบมเงียบไปสักพักก่อนจะพูดต่อ

 

                “ โน้ตเพลงนี้ มันอยู่ในนี้น่ะครับคนตัวเล็กพูดพลางชี้นิ้วลงไปที่บริเวณหน้าอกด้านซ้าย

 

                “ อย่างนั้นเชียว.....ไหนลองเขียนโน้ตมาสิ แล้วจะเล่นให้ฟังหนึ่งรอบอาจารย์ที่กำลังคุ้นหาโน้ตเพลงหยุดสิ่งที่ทำอยู่ทันทีที่แบมแบมพูดถึงเพลงของเขา ใช้เวลาไม่นานแบมแบมก็เขียนโน้ตเพลงของเขาเสร็จ คนตัวเล็กยื่นกระดาษสีขาวส่งให้กับอาจารย์หนุ่มพร้อมกับระบายยิ้มบางๆให้ ยูคยอมรับโน้ตเพลงมาอ่านอย่างตั้งใจก่อนจะเลิกคิ้วข้างหนึ่งขึ้นอย่างประหลาดใจ

 

                “นายแต่งเองเหรอ....มันค่อนข้าง....โน้ตมันค่อนข้าง........เหงามาก...คนตัวโตแผ่วเสียงประโยคสุดท้ายลง

               

                “ ......เล่นเถอะครับ ผมเองก็อยากฟังแบมแบมพูดต่อ

                สิ้นประโยคจากคนตัวเล็ก อาจารย์หนุ่มก็เริ่มบรรเลงเพลงที่เขาได้รับมา ช่างเป็นทำนองที่เหงาเหลือเกิน คนที่เขียนทำนองเพลงนี้ต้องเหงาขนาดไหนกันนะ ยูคยอมสีไวโอลินพลางดวงตาคมก็จ้องมองอยู่ที่คนตัวเล็ก แบมแบมที่นั่งอยู่ด้านหน้าเปียโนตัวเล็กทอดสาตาออกไปด้านนอกหน้าต่าง ตาคู่สวยมองขึ้นไปบนฟ้าเหมือนอย่างเคย แต่ครั้งนี้แบมแบมกลับไม่ได้ปล่อยให้ตัวเองต้องอยู่ในภวังค์ มือเรียวของคนตัวเล็กค่อยๆเริ่มบรรเลงเพลงไปพร้อมกับเสียงไวโอลินจากอาจารย์หนุ่ม เพราะเป็นเวลาที่ค่อนข้างเย็นแล้ว บรรยากาศภายในมหาวิทยาลัยจึงค่อนข้างเงียบ เสียงดนตรีที่พวกเขาสองคนกำลังเล่นบรรเลง ดังไปไกลถึงแทบทุกส่วนของพื้นที่ ดังไกลจนไปถึงสถานที่ที่คนที่มีอดีตร่วมกันได้ยิน.

 

 

..............................................................

              



 #TBC.



 

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 44 ครั้ง

4,351 ความคิดเห็น

  1. #4080 Moko87 (@mokomoko87) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2559 / 15:47
    ชักอยากฟังเพลงที่แบมแต่งซะแล้วสิ
    #4080
    0
  2. #4042 donstop_canstop (@donstop_canstop) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 กันยายน 2559 / 19:26
    ไม่ผิดแน่ๆมาร์คเป็นคนที่เคยรู้จักแบมมาก่อนแล้วตอนนี้เลิกติดต่อกันทำไมแล้วจำกันไม่ได้เลยหรอ
    #4042
    0
  3. #3869 ไม่บอกกก1 (@30267) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2559 / 11:47
    ปมมาเต็มม มาร์คแบมเคยรู้จักกันมาก่อน 
    #3869
    0
  4. #3852 ayumikimlee (@ayumikimlee) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2559 / 09:26
    หน่วงอะะ
    #3852
    0
  5. #3762 BAMmiie (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 เมษายน 2559 / 09:45
    อ่า มันจะจบเศร้ามั้ย มาร์คยังเป็นแฟนกับเนียร์อยู่เลย ไม่อยากม่าเลยจริงๆ ㅠㅠ
    #3762
    0
  6. #3707 Kaka1m (@Kaka1m) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 มีนาคม 2559 / 18:35
    เป็นทำนองที่เศร้าและเหงามาก 5555 มาร์คที่แบมบอกว่าคุ้นในตอนแรกเพราะแบบนี้นี่เอง ยังไม่ถึงตอนเศร้ามากนะ. แต่อ่านไปทำไมเศร้าก็ไม่รู้ ภาษาชวนเหงามากๆเลยค่ะ เนียร์และมาร์คท่าจะรักกันมากๆ ใช้ชีวิตคนดังต้องคอยระวังสายตาคนอื่น แอบวุ่นวายนะเนี่ย แบมรอมาร์คต้วนอยู่หรือเปล่า รู้สึกทุกดนตรีจากแบมมันเหมืิอนมาร์คเป็นคนทำให้แบมแสดงออกมา
    #3707
    0
  7. #3424 MBKY; (@withmbky) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 มกราคม 2559 / 18:51
    อาจารย์ ~~ เพลงนั้นคืออะไรอะ เพลงที่แบมแต่งหรือเพลงที่มาร์คแต่งหรอ คนที่มีอดีตร่วมกันนี้หมายถึงมาร์คปะ มาเป็นนักร้องก็เพราะมาร์คไหม แบบเพราะสัญญาตอนเด็ก ๆ ที่บอกจะแต่งเพลงให้เลยมาเป็นนักร้องงี้
    #3424
    0
  8. #3363 opel_zuza (@marang-zangkoong) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2558 / 17:11
    อาจารย์ยูคยอม 55555555555 น่ารักจัง
    #3363
    0
  9. #3323 Wang-GaGa (@wang-j28) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2558 / 00:52
    อดีตอะไรละเนี่ยย เห้อมมม
    อ.ยูคยอม เซอร์ไพรซ์จัง
    #3323
    0
  10. #3115 btuan (@beevector) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2558 / 02:45
    โน้ตนี้มาร์คแต่งเหรอ แบมจะเป็นนักร้องของมตคนเดียว ที่ไม่เรียนเปียโนเพราะงี้ด้วยใช่ไหม
    #3115
    0
  11. #3099 onlyB (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2558 / 14:09
    อารมณ์นี่สุดๆอ่ะ อินตาม
    #3099
    0
  12. #3073 kung (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2558 / 22:40
    ขนาดไม่ได้ฟังเพลงยังร้องไห้เลย
    #3073
    0
  13. #2546 ENED (@ENED) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2558 / 11:06
    ฮืออออ เรากลับมาอ่านใหม่อีกรอบแล้วก็ยังคงเกลียดมาร์คกับจูเนียร์มากอยู่ดี ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วยนะ
    #2546
    0
  14. #2545 ENED (@ENED) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2558 / 11:06
    ฮืออออ เรากลับมาอ่านใหม่อีกรอบแล้วก็ยังคงเกลียดมาร์คกับจูเนียร์มากอยู่ดี ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วยนะ
    #2545
    0
  15. #2438 VONGO (@KOYO1994) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2558 / 22:30
    ไรท์แต่งได้เศร้าจริงๆนะ ถ่ายทอดผ่านตัวอักษร ทำให้คนอ่านร้องไห้ได้
    #2438
    0
  16. #2319 N_udaen_G (@nudaeng) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2558 / 23:51
    แบมอ่า เศร้ามากมั้ย? เหงามากมั้ย?
    #2319
    0
  17. #2066 13ploymin_elf (@13phoenix) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2558 / 16:19
    ไมเรารู้สึกไม่ชอบมัคๆ
    #2066
    0
  18. #1894 Khampoohnaka (@Khampoohnaka) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2558 / 08:10
    แอบสงสัย จิงก้อสงสัยนี่แหละว่ามาร์กับแบมติดต่อกันทางจดหมายแต่ด้วยเหตุอะไรไมไม่รู้จักกันหรือคนละคน    อ่านแล้วก้อสัมผัสได้เลยว่ามันจะดราม่ามว๊ากกกก
    #1894
    0
  19. #1789 Babala nells (@sataangg) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2558 / 12:32
    อ่านแล้วก็เหงาตามแบม
    #1789
    0
  20. #1743 Chibamie (@parpaa) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2558 / 11:15
    มาร์คแบมมีอะไรที่ฝังใจกันนน
    #1743
    0
  21. #1719 h-haru (@hatsu_haru) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2558 / 10:59
    เมื่อไหร่จิมาร์คแบม เป็นฟิคที่เราเดาไม่ได้เลยว่าจะมาเป็นมาร์คแบมยังไง อาจารย์ยูคกี้น่ารักมากงะ
    #1719
    0
  22. #1598 markhongki (@pangusana12) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 เมษายน 2558 / 17:54
    ไม่งงนะ แต่เกลียดพี่มาร์คแรงงงง555
    #1598
    0
  23. #1496 ploy_TMTC (@ploy-tmtc) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 มีนาคม 2558 / 15:26
    โอ้ย ยกตะหนูให้ยูคบัดนาว
    #1496
    0
  24. #1490 Mezzo Filldon (@baekexo) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 มีนาคม 2558 / 08:08
    พี่มาร์คหาแบมแบมให้เจอนะ จำแบมให้ได้ด้วย อยากเห็นมาร์คแบม555
    #1490
    0
  25. #1293 mybambi (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มกราคม 2558 / 12:17
    พี่มาร์คได้ยินเพลงที่ยูคยอมกับเล่นใช่มั้ย จะตามหาคนเล่นเพลงนี้หรือเปล่า อยากให้รู้เสียทีอ่ะ
    #1293
    0