- I will always love you -[GOT7 MarkBam]

ตอนที่ 34 : - #D Chord# - 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,382
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 55 ครั้ง
    2 ก.พ. 59

           



                    เสียงบทเพลงเอื้อนเอ่ยมาตามสายลม ใบไม้หลุดลอยปลิวจากกิ่งก้านตกลงสู่พื้นดิน ท่วงทำนองแห่งความโศกเศร้าถูกขับกล่อมผ่านเสียงเมโลดี้ที่ล่องลอยอยู่ในอากาศ ยินเสียงสะอื้นไห้จากเหล่าผู้คนที่ยืนเรียงรายกันอยู่ตรงหน้าแท่นวางโลงศพ หญิงสาวในชุดคลุมสีดำสนิทสะอึกสะอื้นเสียงดังอยู่ด้านข้างโลงไม้สัก เสียงร่ำไห้ปริ่มจะขาดใจดังคลอไปกับบทเพลงบรรเลง 

ท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้ม หมู่เมฆสีดำทมิฬค่อยๆเคลื่อนตัวเข้าหากัน  


ท้องฟ้ากำลังจะร้องไห้ ....


เสียน้ำตาให้กับวันอันแสนเศร้า ชายในชุดสูทยืนสงบนิ่งทั้งที่ภายในร่ำร้องตะโกนเสียงดังถึงความเจ็บปวดที่มันเล่นวนไปอยู่ทั่วทั้งดวงใจ


              บทเพลงเล่นไปเพื่อเจ้าของร่างที่นอนนิ่งสงบอยู่ภายในโลงไม้....

ที่ซึ่งบางคนจะต้องหลับไหลจากโลกนี้ไปตลอดกาล......


บาทหลวงก้าวเดินเข้ามาตรงหน้า ขยับริมฝีปากพูดจา ต่างเป็นเรื่องราวครั้งเก่าก่อน ความดีที่คนผู้นี้ได้เคยทำ จิตใจแสนดีของผู้ที่ลาลับ 

เพียงเพื่อย้ำเตือนและให้พวกเขาเหล่านั้นได้จดจำ

สำหรับวันนี้.....วันที่เก็บไว้ให้คนเบื้องหลังได้ระลึกถึง.....



          คนผมสีแดงยืนมองกลุ่มคนเหล่านั้นด้วยหัวใจที่มันกำลังจะแตกสลายไป แม้ไม่ว่าอยากจะให้เป็นเพียงฝันร้ายสักเพียงใด แต่บทเพลงที่กำลังเล่นบรรเลงและถ้อยคำไว้อาลัยที่ดังแว่วมามันก็จริงเกินกว่าที่จะหาถ้อยคำโป้ปดมาหลอกล่อหัวใจ



สุดท้าย...... นายจะทิ้งเราไปง่ายดายแบบนี้เหรอ

สุดท้าย ....  นายจะจากไปโดยไม่แม้แต่บอกลากันเลยอย่างนั้นเหรอ...



จะทิ้งเราไปจริงๆเหรอกันต์พิมุกต์ ..... 

จะใจร้ายทิ้งเราเอาไว้ตรงนี้คนเดียวจริงๆเหรอ....




......................



                แสงสีเขียวกระพริบสลับกับเสียง ติ้ด ติ้ด ที่ดังมาจากเจ้าเครื่องมือแพทย์หน้าตาประหลาด ต้องขอบคุณที่มันยังดังและส่องแสงสว่างวูบวาบมาให้เราได้มั่นใจ ว่าผู้ที่เป็นเจ้าของคลื่นหัวใจนั้นยังคงอยู่กับเราไม่ได้จากไปไหน  เสียงลมฝืดฝาดดังฟืดฟาดเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ร่างที่นอนหลับตาอยู่บนเตียงช่างดูสงบเหลือเกิน เปลือกตาสีอ่อนปิดสนิท ร่างกายผอมบางที่กำลังนอนแน่นิ่งอยู่บนที่นอนสีขาว เรียกน้ำตาให้กับคนที่ยืนมองอยู่ด้วยความรู้สึกแสนเศร้าข้างในหัวใจ

 

“ ........แบมแบมปลอดภัยแล้ว....”  ฮันบินพูดพร้อมๆกับลูบไหล่ปลอบยองแจ ดวงหน้าหวานเปรอะไปด้วยน้ำตาที่มันหลั่งไหลออกมาอย่างไม่มีทีท่าจะหยุด

 

“ ........” คนตาตี่ยืนมองภาพของเพื่อนรักผ่านม่านน้ำตา เสียงสะอื้นดังไปทั้งห้อง ร่างบางยืนนิ่งอยู่แบบนั้นสักพักก่อนที่เจ้าตัวจะยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาออกอย่างลวกๆแล้วเดินตรงไปยังเครื่องช่วยหายใจด้านข้างหัวเตียง มือขาวทำท่าจะกระชากท่อสายยางสีขาวออกจากตัวเครื่อง เจบีและฮันบินถลาเข้ามาจับตัวยองแจเอาไว้

 

ทำบ้าอะไรของนายเนี่ย!!หยุดนะ เชว ยองแจ หยุดเดี๋ยวนี้!

 

ปล่อยผมนะ ! ปล่อยผมเดี๋ยวนี้นะฮืออ ปล่อยโว้ย!!!” ยองแจดิ้นสู้แรงของทั้งแจบอมและฮันบิน ร่างเล็กร้องไห้จนตัวสั่น ยองแจกัดฟันแล้วหันหน้าไปหาผู้ชายอีกคนที่ยืนมองอยู่ใกล้ๆ

 

ผมจะทำในสิ่งที่พวกพี่อยากจะได้ไงสิ่งที่พวกพี่ต้องการมันก็คือสิ่งนี้ไม่ใช่หรือไง!” ยองแจตะโกน

 

พูดบ้าอะไรของนายฮะ!” เจบีปราม

 

ผมจะช่วยให้บางคนได้สมใจไง!! ยองแจกัดฟันพูดออกมาทั้งน้ำตา

ตาเรียวมองไปหาผู้ชายที่ใบหน้าช้ำไปด้วยบาดแผล

 

ใช่มั้ยฮะคุณแจ็คสัน คุณต้องการแบบนั้นใช่มั้ยล่ะฮะ?!!  ไม่ต้องห่วงครับผมจะทำมันเพื่อคุณเอง!!!” ยองแจดิ้นสู้แรงของทั้งแบอมและฮันบินที่กำลังจับตัวเขาเอาไว้ ร่างเล็กสะอื้นไห้ก่อนจะค่อยๆทิ้งตัวทรุดเข่าลงนั่งตรงหน้าแจ็คสัน คนหน้าเท่มองภาพตรงหน้าด้วยน้ำตาไม่ต่างไปจากอีกคนเลย

 

ร้องไห้เหรอครับพี่ร้องไห้เหรอพี่ร้องไห้ทำไมเป็นแบบนี้มันน่าจะดีกับพี่ไม่ใช่หรือไง

ดูสิครับ ดูสิ่งที่พี่ต้องการ มองคนที่อยู่บนเตียงตรงนั้นน่ะ คนที่พี่เกลียดหนักหนาไง

เขาเจ็บแล้ว....เจ็บทั้งร่างกาย

เจ็บทั้งหัวใจ....  

ตอนนี้พี่มีความสุขรึยังครับ?” ยองแจพูดทั้งน้ำตา ขณะที่แจ็คสันยืนฟังทุกคำพูดนั้นด้วยหัวใจที่มันกำลังแตกสลาย ร่างหนายืนนิ่งจ้องมองคนตาตี่พรั่งพรูถ้อยคำออกมาด้วยน้ำตานองหน้า

 

พวกพี่น่ะ ..... พวกพี่น่ะไม่รู้อะไรเลยจริงๆ ...ฮึก..

ทั้งผมเอง .... พวกเราทุกคน ไม่รู้อะไรเลยจริงๆเขาสะอึกสะอื้น

 

นายพร่ำอะไรของนายเนี่ยยองแจ มีสติหน่อยได้มั้ย!!” เจบีขึ้นเสียง แค่เรื่องที่มันเกิดขึ้นตอนนี้ยังไม่หนักพออีกหรือไง

 

ปล่อยเขาเถอะ คงจะอดทนมานานแล้วฮันบินว่า เจบีหันมาหาอีกคน เขามองฮันบินด้วยความสงสัยที่ซ่อนเอาไว้ไม่มิด

 

นายหมายความว่าไง?

 

นาย...คือคนที่เด็กคนนั้นเอาแต่พูดเพ้อขอโทษสินะ....ฮันบินเดินเข้ามาหาแจ็คสัน จ้องหน้าอีกคนตาไม่กระพริบ

 

ฉันอยากจะบอกอะไรกับนายอย่างนึง ถ้าเผื่อว่านี่อาจจะทำให้นายยิ้มออกได้......

เด็กนั่นน่ะ..... ตั้งใจว่าจะต้องตาย....ร่างสูงชั่งใจอยู่สักพักก่อนจะพูดออกมา

 

วะ...ว่าไงนะ...เจบีที่ยืนอยู่ข้างหลังอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ

 

แบมแบมน่ะ ..... เด็กคนนั้น.....ตั้งใจ.....ว่าตัวเองจะต้องตายไป..........

 

ฮะ......เจบีถึงกับเข่าอ่อนเมื่อได้ฟังที่ฮันบินพูด

 

พระเจ้า.....เจบีหลั่งน้ำตาออกมา เมื่อจบประโยคของฮันบิน 

 

ฉันไปเจอหมอนั่นนั่งตากหิมะอยู่ข้างทาง..... ถ้ารู้ว่ามันจะสูญเปล่าแบบนี้ ฉันน่าจะปล่อยให้หมอนั่นทำสำเร็จไปตั้งแต่ทีแรก ....เขาพูดพร้อมๆกับพยุงตัวยองแจขึ้น

 

ฉันไม่รู้หรอกนะ ว่าระหว่างพวกนายมันเป็นยังไง....แต่ถ้าเด็กคนนี้กำลังต่อสู้กับความตายอยู่ล่ะก็ ....พวกนายเตรียมหาดอกไม้ไปวางหน้าหลุมศพได้เลย....ฮันบินทิ้งทวนประโยคสุดท้าย ก่อนจะพายองแจออกไปข้างนอกห้อง ทิ้งให้เจบีและแจ็คสันจมดิ่งอยู่กับคำพูดเมื่อสักครู่ 

 

 

 

 

ห้องทั้งห้องกลับมาสู่ความเงียบอีกครั้ง ยินเสียงของสัญญาณชีพจรและเสียงจากเครื่องปรับอากาศที่มันดังอยู่พร้อมๆกัน  พี่ชายคนโตยืนพิงกำแพงห้องคล้ายคนหมดแรง ขณะที่เจบี ยืนนิ่งอยู่ข้างเตียงของแบมแบมด้วยน้ำตาที่กำลังไหลมาอาบสองแก้ม.....

            เขาทบทวนเรื่องในวันวาน  ทบทวนถึงสิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างหลังแววตาและรอยยิ้มสดใสนั่น  รอยยิ้มที่พี่มักจะได้รับมันเสมอ......... นายคงจะแอบซ่อนมันเอาไว้อยู่ตลอดเลยสินะ

ความอ่อนแอของนาย...

ความอ่อนแอที่ไม่เคยสังเกตเห็น ....

 

 

แบบนี้เองสินะ ตอนนั้นที่มองตานาย พี่ถึงได้รู้สึกว่างเปล่าขนาดนั้น เสียงในหัวใจของเจบีสะท้อนดัง 

 

แม้ว่านี่จะไม่ใช่ความตั้งใจของนายอย่างที่ยองแจเข้าใจ  แต่มันก็คงเป็นสิ่งที่นายอยากจะให้มันเกิดขึ้นใช่มั้ย......

 

 

พวกเราคงจะใจร้ายกับนายมากเลยสินะ..... 

 

 

ทำไมไม่บอกอะไรกับพี่บ้างเลย.....

เด็กโง่....ไม่มีใครบอกว่านายต้องยิ้มตลอดเวลานะ...แจบอมพูดเสียงสั่น มือหนาลูบเบาที่หลังมือขาวซีดของแบมแบม

 

ทำไมต้องอดทนเอาไว้ขนาดนี้ด้วย...

 

 

.....................

 

 

            กี่ฤดูเดิมที่หมุนเวียนเปลี่ยนผ่านไป  ละอองความหนาวเย็น ลอยละล่องอยู่ในอากาศ  สีขาวของหิมะระบายทับทุกสีสัน ไม่มีอีกแล้วริมถนนที่เคยเต็มไปด้วยดอกหญ้าแสนสวย หลงเหลือเพียงถนนโล่งๆมองดูให้ใจหาย  

            ความหนาวเย็นคืบคลานเข้ากลืนกินทุกเม็ดอากาศ กลุ่มก้อนเมฆบดบังแสงสว่าง สีขาวของมันเคลื่อนตัวเข้าหากันบดบังแสงสีส้มที่เคยฉายลงมาให้ความอบอุ่น

            เสียงรถยนต์คันแล้วคันเล่าขับเวียนหมุนเปลี่ยนกันผ่านเส้นทางที่ถูกขนาบข้างด้วยเสาไฟ ผู้คนมากมายยืนอยู่ด้านหน้าประตูบานใหญ่  เสียงพูดคุยสลับกับเสียงชัดเตอร์ดังอยู่ไม่ขาด  แสงแฟลชวูบวาบสะท้อนกับวัตถุเกิดขึ้นพร้อมกันจากกล้องราคาแพงหลายร้อยตัว

เอาล่ะ เรียมพร้อมนะรอสัญญาณ 5 4 3 2...สวัสดีค่ะท่านผู้ชม ดิฉัน คิมนาอึน รายงานสดจากหน้าโรงพยาบาลโซลนะคะ ตอนนี้นักข่าวจากหลายสำนักทั้ง เกาหลี อเมริกา และสื่อจากยุโรป

กำลังตั้งหน้าตั้งตารอการให้สัมภาษณ์ครั้งสำคัญของคณะแพทย์ที่ดูแลเจ้าพ่อแห่งวงการเพลงที่รักษาตัวอยู่ที่นี่ค่ะเสียงนักข่าวสาวดังออกมาจากหน้าจอโทรทัศน์ เดาว่า เสียงของเธอคงจะดังขึ้นพร้อมๆกันจากทีวีอีกหลายๆเครื่องแน่ๆ

 

 มิสเตอร์หวังเข้ารับการรักษาตัวที่นี่อย่างฉุกเฉิน เท่าที่เราทราบมา ไม่รู้มีเหตุผลอะไรนะคะ ที่ทำให้เจ้าพ่อวงการเพลงคนนี้รีบบินกลับมาที่เกาหลี แว่วๆมาว่าเขามีความลับบางอย่างซ่อนอยู่ที่นี่ด้วย....  จริงๆเลยนะคะคุณปาร์ค พวกนักธุรกิจ นักร้อง นักแสดง คนใหญ่คนโตเนี่ย มักจะมีเรื่องราวลับๆ เก็บซ่อนเอาไว้เสมอเลย ไม่รู้ทำไมเขาไม่ใช้ชีวิตให้มันง่ายๆกันนะคะนักข่าวสาวฝีปากกล้าอีกคนรายงานจากห้องส่ง พาร์ทเนอร์ของเธอพยักหน้ารับคำ

 

นั่นน่ะสิครับ  ผมเองก็สงสัยเหมือนกัน ว่าทำไมชีวิตพวกเขาเหล่านี้ ถึงได้ดูลึกลับซับซ้อนนัก...

 

ถ้อยคำต่างๆนาๆอีกหลายร้อยคำพูดถูกพ่นออกมาจากปากสื่อมวลชน บางคำพูดไม่ได้มีการให้เกียรติตัวผู้ที่เป็นข่าวเลย  จินยองยืนกำรีโมทเอาไว้แน่น ขณะที่ผู้จัดการตระเตรียมเสื้อผ้าและสคริปให้

 

อย่าไปดูเลยคุณจูเนียร์ นักข่าวพวกนั้นมันชอบทำตัวเป็นแร้งรุมกัดแทะแบบนั้นแหละช่างผมคนหนึ่งพูดขึ้น

 

ใช่ค่ะ บางทีที่พูดมาก็ไม่ได้นึกถึงหัวอกคนฟังหรอก ปิดๆไปเถอะค่ะช่างแต่งหน้าเสริมขึ้นมา

 

คุณจูเนียร์ ทางนี้พร้อมแล้วครับ......ถ้าหากว่าคุณพร้อม...ก็ออกมาได้เลย ผมกับคุณชางจะรออยู่ข้างหน้าห้อง...”  เลขาหนุ่มเดินเมาหาจินยอง ผู้ที่ตอนนี้ต้องเก็บน้ำตาทุกหยาดหยดเอาไว้ข้างใน และต้องปั้นหน้าเข้มแข็งไม่แสดงออกว่าหัวใจมันแตกสลายไปแล้วอย่างไม่มีชิ้นดี ตั้งแต่ได้รับข่าวร้าย  เขาต้องทิ้งชื่อจินยองเอาไว้ข้างหลัง และเดินออกไปให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนด้วยหน้ากากของเด็กที่ชื่อจูเนียร์

 

เด็กผู้ชายที่เข้มแข็งและเป็นที่พึ่งพาของของคนอื่นๆได้

 

ลูกของพ่อเป็นคนเข้มแข็ง ลูกของพ่อเป็นคนเก่ง ถ้าวันนึงพี่ชายมีเรื่องให้เสียใจ จูเนียร์ของพ่อก็จะต้องดูแลพี่เค้านะเข้าใจมั้ย

 

“...ฮึก...ผมจะเข้มแข็งฮะพ่อ...ผมจะเข้มแข็ง...

 

 

....................

 

แสงสว่างจ้าสาดแสงพาดผ่านต้นไม้ใหญ่ กลิ่นหอมอ่อนๆลอยละล่องมาตามสายลม เจ้าของเสียงหวานค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้นอย่างช้าๆ ตากลมหรี่ตาลง เมื่อแสงจากดวงอาทิตย์ที่ลอดผ่านใบไม้ สาดแสงจ้าเกินกว่าที่ดวงตาคู่สวยจะจ้องมองได้  มือนิ่มสัมผัสกับพื้นหญ้าสีเขียวที่รองรับร่างกายของเขา จมูกโด่งสูดเอาลมหายใจเข้าปอดฟอดใหญ่ ร่างเล็กหยัดตัวขึ้นนั่งก่อนที่ดวงตากลมโต จะค่อยๆมองไปรอบๆ   ยินเสียงเปียโนดังมาจากด้านหลัง เปียโนหลังใหญ่ที่บรรเลงเล่นเพลงโดยปราศจากผู้เล่น ใกล้ๆกันมีตู้เสื้อผ้าสีหวานตั้งตระหง่านอยู่ ประตูตู้เปิดออกหนึ่งบาน มองเห็นเสื้อผ้าหลากสีสันวางทับซ้อนกันอยู่  สายลมเอื่อยเย็นพัดผ่านเนื้ออ่อนไปพร้อมๆกับเกสรจากดอกหญ้าที่ลอยมา

            ริมฝีปากบางยกยิ้มขึ้นเมื่อเจ้าผีเสื้อแสนสวยบินมาเกาะที่ไหล่ลาด แบมแบมตัวน้อยค่อยๆแหงนหน้าขึ้นมองพื้นที่ว่างเปล่าข้างบนหัว ท้องฟ้าสีชมพูเต็มไปด้วยหมู่เมฆสีหวานสดใส 

 

ร่างเล็กค่อยๆพยุงตัวยืนขึ้นเต็มความสูง เขายกมือคู่สวยขึ้นมามองดู ริมฝีปากอิ่มยังคงยิ้มออกมาอยู่ตลอดเวลา

 

ไม่เจ็บแล้ว ....ตรงนี้...ก็ไม่เจ็บอีกแล้ว

 

เสียงหวานพูดเสียงเบาเมื่อมือข้างหนึ่งเลื่อนขึ้นมาทาบที่หน้าอก

 

เสียงเปียโนหยุดลงเมื่อเขาก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้ ‘ยังขี้อายเหมือนเดิมเลยนะ’ เขายิ้มออกมาน้อยๆ แบมแบมค่อยๆนั่งลงข้างหน้าเปียโนไม้หลังใหญ่ มือนิ่มสัมผัสกับบันไดเสียงด้วยความทะนุถนอม

 

ไม่เจอกันนานเลย....นายสบายดีมั้ยเขาก้มลงกระซิบคำพูดกับเจ้าเครื่องดนตรีตรงหน้า เจ้าของเสียงหวานค่อยๆปิดเปลือกตาลงแล้วเอียงใบหน้าเข้าหาเปียโนยักษ์นั้น ราวกับว่าเขากำลังตั้งใจฟังในสิ่งที่ตัวเองได้ถามไปเมื่อสักครู่...

 

อย่างนั้นเหรอ....ใช่ฉันเองก็คิดถึงนาย...แบมแบมยิ้ม

 

“ ....อ๋อ...ไม่หรอก...ครั้งนี้น่ะ....ฉันมาคนเดียว....แบมแบมพูดทั้งที่ยังคงหลับตา ไม่มีความเศร้าอยู่ในน้ำเสียงสักนิด ไม่มีความโศกอยู่ในแววตาแม้เพียงเศษเสี้ยว มีเพียงรอยยิ้มที่เจ้าของมันตั้งใจยิ้มออกมา ด้วยความรู้สึกสุขใจ

 

ไม่รู้เหมือนกัน.....อาจจะอีกนานเลยล่ะมั้ง...อาจจะ...อีกแสนนานเลย...พูดจบก็บรรเลงเล่นบทเพลงที่ติดอยู่ในหัวใจ

ให้เมโลดี้ได้ลื่นไหลไปตามสายลม.....

 

 

...........

 

 

แบมแบม...”  น้ำเสียงนิ่มสวย อบอุ่น เอ่ยเรียกเจ้าตัวที่กำลังตั้งใจเล่นเพลง

 

คุณแม่....แบมแบมยิ้มกว้างเมื่อหันกลับมาเจอว่าเป็นใครกันที่อยู่อย่างหลัง

 

คิดถึงจังเลยเขาโผเข้ากอดหญิงสาวหน้าสวย ผมสีเข้มเช่นเดียวกับคนที่อยู่ในอ้อมกอด ดวงตาของทั้งคู่ ประกายแสงสดใสสวยงามราวกับเป็นดวงตาดวงเดียวกัน

 

แม่ก็คิดถึงหนูนะเธอยิ้มหวาน มือนิ่มยกขึ้นลูบไล้ที่กลุ่มผมสลวยของลูกชาย ร่างของคนทั้งคู่  โอนเอนตามจังหวะของเสียงเพลงที่ยังคงบรรเลงเล่น

 

ขอพ่อกอดด้วยได้มั้ย?” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นข้างบนศีรษะ แบมแบมผละใบหน้าจากอ้อมอกแม่ เงยขึ้นมองตามต้นเสียง คนตัวเล็กยิ้มจนตาหยีเมื่อได้พบหน้า.....ผู้เป็นพ่อ

 

คุณพ่อ....ชายในชุดสีขาวโอบกอดร่างของหญิงสาวและกล่องดวงใจเอาไว้แน่น  ช่างเป็นช่วงเวลาที่แสนสุขเหลือเกิน

 

คุณพ่อ....คุณแม่.....คุณพ่อ....คุณแม่...แบมแบมพูดสองคำนี้อู้อี้อยู่ในอ้อมกอดของพ่อกับแม่  วนเวียนซ้ำไปซ้ำมาจนกระทั่งเสียงเพลงบรรเลงจบลง

 

............

 

ทำไมหนูถึงได้ดูเศร้านัก”  วิเวียนหย่อนตัวนั่งลงข้างๆลูกชาย แบมแบมปาเศษเม็ดหินลงในแม่น้ำสีรุ้ง  ดวงตาเหม่อลอยไปไกลแสนไกล

 

ผมดูเศร้าเหรอครับเขาหันมาหาคุณแม่สาวสวย เธอยิ้มและพยักหน้าเบาๆ

 

เห....ไม่จริงหรอกน่า...ผมอยู่นี่จะเศร้าได้ยังไงกันเด็กชายยิ้มกว้างกลับไปหาแม่

 

“ ....ลูก...มองเห็นทุ่งดอกไม้ตรงนั้นมั้ยเธอชี้ไปยังอีกฝั่งของแม่น้ำ แบมแบมพยักหน้า

 

“ ...ดอกมันจะบานสะพรั่งทุกครั้งที่ลูกมาเลยนะเธอยิ้ม....

 

เกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นเหรอลูก?” หญิงสาวกุมมือลูกชาย แบมแบมทอดสายตามองไปข้างหน้า มองภูเขาสีน้ำชาและทุ่งดอกหญ้าสีเขียว เนิ่นนานอยู่แบบนั้น.... กระทั่งหูแว่วยินเสียงดนตรีเศร้าๆดังมาตามสายลม แววตาที่ประกายไปด้วยความสุข ค่อยๆหม่นลงช้าๆ

 

“ .....ไม่รู้สิครับ อาจเพราะผมโดนความรักทำร้ายมา..”  เขายิ้มน้อยๆ ...และเมื่อความรู้สึกบางอย่างในหัวใจถูกสะกิดขึ้น บรรยากาศรอบๆตัวของแบมแบมก็ค่อยๆเปลี่ยนไป ก้อนเมฆสีสันสดใสค่อยๆหม่นสีลง ทั้งดอกไม้ก็ค่อยๆเหี่ยวลงอย่างช้าๆ

 

ความรักทำร้ายลูกอย่างนั้นเหรอเธอว่า แบมแบมพยักหน้าน้อยๆ ก่อนจะค่อยๆสูดเอาอากาศบริสุทธิ์เข้าปอด วินาทีนั้นเองเมฆที่กำลังจะมืดครึ้มก็ค่อยๆเปลี่ยนเป็นสว่างสดใส

 

แม่ขอโทษที่ทิ้งลูกเอาไว้คนเดียว....แม่ขอโทษจริงๆเธอพูด เด็กชายโผเข้ากอดแม่ พร้อมกับปลอบประโลม

 

ผมบอกคุณแม่แล้วไงฮะ ไม่มีอะไรที่ต้องขอโทษ ผมไม่เคยโกรธคุณแม่เลยเขายิ้ม

 

ลูกยกโทษให้แม่......เธอพูด แบมแบมค่อยๆปล่อยกอด หญิงสาวมองหน้าลูกชายก่อนจะเอ่ยประโยคถัดมา

 

“ ...แล้วลูกจะยกโทษ ให้พี่ชายได้มั้ย..?” เธอว่า แบมแบมหรุบตาลงต่ำ มองดูพื้นหญ้าที่มันค่อยๆเปลี่ยนสีไป

 

พี่ชาย....คำว่าพี่ชายสะกิดให้ห้วงสีดำในหัวใจขยายแผ่กว้าง

 

ไม่มีคำตอบใดๆหลุดออกมา ไม่ว่าจะผ่านทางแววตาหรือน้ำเสียง เด็กชายผินหน้ามองสายรุ้งที่กำลังพาดสีสันทับกัน เขายิ้มออกมาน้อยๆอย่างโล่งใจ ...

 

“ ....คุณแม่ครับ...เรามาอยู่ที่นี่ด้วยกัน.... ตลอดไปเลยดีกว่าเนอะ....

 

 

.............

 

คุณจูเนียร์มาแล้ว ! เสียงรัวชัตเตอร์ดังขึ้นพร้อมกันเมื่อร่างเจ้าของชื่อปรากฏตัวขึ้น  เด็กหนุ่มในชุดสูทสีดำสนิทยืนมองผู้คนแปลกหน้าที่กรูกันเข้ามาใกล้ 

 

“ ถอยห่างออกไปด้วยครับ!!!”  เสียงบอดี้การ์ดร่างใหญ่สองคนตะโกนออกมาแทบจะพร้อมกัน เมื่อเห็นว่า นักข่าวทั้งหลายเริ่มจะควบคุมไม่ได้ แสงแฟลชวูบวาบสะท้อนเข้าที่ใบหน้าสวย

เขาปิดเปลือกตาลงจังหวะหนัก เมื่อสายตาไม่อาจต้านทานแสงกระพริบสีขาวที่มันรุนแรงนั้นได้

จูเนียร์ทำได้เพียงยินนิ่งๆปล่อยให้สายลมแรงพัดผ่านร่างกายไป เจ้าของรอยยิ้มสวยยกมือขึ้นกอดตัวเอง ยามเมื่อเสียงหวีดหวิวของสายลมพัดผ่านมา

เสียงรอบข้างอื้ออึง  เขาค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้น รอบๆตัวมองเห็นเป็นเพียงภาพเบลอๆ  ริมฝีปากล่างถูกกดกัดเป็นรอยช้ำจากน้ำหนักของฟันหน้า เด็กหนุ่มพยายามสะกดกลั้นทุกอารมณ์ที่กำลังจะประทุออกมาให้ไหลกลับเข้าไปข้างใน  มือคู่สวยบีบกันแน่นในขณะที่ขาเล็กเริ่มสั่นคล้ายคนกำลังจะหมดแรง 

รอบข้างตัวมีแต่คนแปลกหน้า คนแปลกหน้าที่ไม่แม้แต่จะให้เวลาเขาได้เสียใจ

นักข่าวจากสำนักข่าวน้อยใหญ่ ยิงคำถามมากมายเข้ามา เด็กหนุ่มยืนมองสถานการณ์รอบข้าง 

ด้วยวิญญาณที่มันเหมือนค่อยๆจะหลุดลอยไป

ตอนนี้...ไม่มีเวลาให้ฟูมฟาย....

ไม่...แม้แต่วินาทีเดียว

แม้อยากจะทรุดลงตรงนี้แล้วร้องไห้ ก็คงจะไม่มีใครคิดเห็นใจ  

ภาพที่ออกมาคงจะเป็นเพียงฉากละครฉากหนึ่งเท่านั้น

“ คุณจูเนียร์ คุณจูเนียร์คะกล้องนี้ค่ะ ช่วยมองทางนี้ด้วยค่ะ! / คุณจูเนียร์ครับ!  ทางนี้ด้วยครับ ขอกล้องนี้ด้วย !! / ช่วยโพสท่าสดใสกว่านี้หน่อยครับ / ยิ้มนิดนึงครับ!

ยิ้ม.....

คนพวกนี้กำลังบอกให้เขายิ้ม

บอกให้เขายิ้มในวันที่หัวใจของเขาแตกสลาย.....

ให้ยิ้มอย่างนั้นเหรอ.....

ให้ยิ้มออกมาอย่างนั้นเหรอ.....

 

ริมฝีปากบางค่อยๆยกมุมปากขึ้นช้าๆ ดวงหน้าหวานวาดรอยยิ้มที่มันเดาความหมายไม่ได้ ส่งไปยังกระบอกเลนส์ตัวยาวที่มันกำลังจับภาพหน้าของเขาอยู่  แววตาเหม่อลอยมองไปรอบๆตัว ร่างเล็กยืนนิ่งท่ามกลางฝูงชนคนจำนวนมากที่พร้อมจะกรูเข้ามา ราวกับฝูงหมาป่าที่กำลังจะรุมขย้ำลูกแกะก็ไม่ปาน

“ ที่ผมมาในวันนี้ ผมมาเพื่อแจ้งข่าว..../ จริงหรือเปล่าครับที่คุณหวังมีลูกอีกคนหนึ่ง ผมหมายถึงลูกแท้ๆ” ยังไม่ทันที่เจ้าตัวจะได้เอ่ยปากให้สุดประโยค นักข่าวคนหนึ่งก็ตะโกนถามขึ้นมา น้ำเสียงที่แทรกผ่านเสียงรัวชัตเตอร์เต็มไปด้วยความกระหาย

“ คุณหวังมาที่นี่เพื่อตามหาลูกและภรรยาใช่มั้ยคะ” นักข่าวสาวยิงคำถามต่ออย่างไม่เว้นช่องว่าง ทั้งที่ตอนนี้ทุกคนควรจะสงบและรอฟังในสิ่งที่จูเนียร์ต้องการที่จะบอก กลับกลายเป็นว่าทุกคน ทำตัวเหมือนอีแร้งที่พร้อมจะรุมทึ้งซากศพ

“ แล้วคุณจูเนียร์ทราบเรื่องนี้มานานหรือยัง แล้วคุณได้พบ ลูกแท้ๆ ของคุณหวังหรือยังคะ?

 จูเนียร์ถูกสายตาที่แฝงไปด้วยความสมเพชและสงสารจ้องมองมามากมายในคราวเดียว เหมือนร่างกายและหัวใจของเขากำลังถูกรุมฉีกออกเป็นชิ้นๆทั้งที่มันยังเต้นอยู่

พ่อครับพ่ออยู่ที่ไหน

พี่แจ็คสัน...ช่วยผมที....

ผมไม่อยากยืนอยู่ตรงนี้ ไม่อยากยืนอยู่ตรงนี้อีกแล้ว....

ทั้งที่ก่อนหน้านั้นคำถามแบบนี้หรือสถานการณ์ตรงหน้านี่ไม่เคยทำอะไรเขาได้เลย

แต่มาวันนี้….

พอมาวันนี้ ทุกๆอย่างรอบตัวดูหนักหนาสำหรับเขาไปเสียหมด จินยองกัดริมฝีปากจนห้อเลือดเมื่อเจ้าตัวพยายามอย่างที่สุดที่จะไม่ให้น้ำตามันไหลออกมา

“ ช่วยตอบคำถามด้วยครับ สรุปคุณจูเนียร์ได้พบกับภรรยาและลูกที่คุณพ่อคุณตามหาแล้วหรือยัง?” นักข่าวคนเดิมพูดพร้อมกับจี้ไมค์มาที่ปาก จินยองได้แต่ยืนกำหมัดแน่น บอดี้การ์ดร่างใหญ่ทั้งสองคนรีบปัดไมค์นั้นออกจากดวงหน้าสวย ทั้งสองคนตะโกนเสียงดังให้พวกนักข่าวทั้งหมดสงบลงและถอยออกห่างจากจินยอง

ขอบคุณครับ เด็กหนุ่มหน้าสวยหันไปพูดเสียงเบากับผู้ดูแลของเขา ไม่นานเสียงเซ็งแซ่ก็ค่อยๆเงียบลง

เลขาหนุ่มของมิสเตอร์หวังเดินออกมาพร้อมกับเอกสารบางอย่าง เขายื่นมันให้กับจินยอง เด็กหนุ่มหยิบรับเอามาถือไว้

“ ทางครอบครัวของคุณหวังและในนามของบริษัท ผมขอแจ้งว่าตอนนี้คุณหวังได้จากไปอย่างสงบแล้วจากปัญหาสุขภาพและโรคประจำตัว .... เท่านี้ครับ ขอบคุณที่เดินทางมา ตอนนี้ผมขอเวลาส่วนตัวให้กับทางครอบครัวคุณหวังด้วย” พูดจบชายหนุ่มก็โอบไหล่เล็ก นายชางพาตัวจินยองเดินกลับเข้าไปในตึกโดยมีบอดี้การ์ดร่างใหญ่เดินประกบตามมาติดๆ

“ ผมขอโทษที่ปล่อยให้คุณออกมาก่อนคนเดียว ผมขอโทษจริงๆครับคุณจูเนียร์” เขาโค้งเก้าสิบองศาให้ลูกชายของเจ้านาย จูเนียร์ที่กลั้นน้ำตาเอาไว้ถึงตอนนี้เขาได้ปล่อยให้มันไหลออกมา ….

....มากมายตามที่หัวใจต้องการ

“ ไม่เป็นไรเลยฮะคุณชาง ไม่เป็นไรเลย ฮือ....ไม่เป็นไรเลยครับ...” พูดจบก็ทรุดตัวลงกับพื้นแล้วร้องไห้ เลขาหนุ่มค่อยๆย่อตัวนั่งลงข้างๆ เขามองดูภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกทั้งเสียใจและสงสาร

“ .......ผมจะพาคุณไปหาคุณพ่อเป็นครั้งสุดท้ายนะครับ...” เขาพยุงร่างที่มันไร้เรี่ยวแรงให้ลุกขึ้น จินยองสะอึกสะอื้น ปลดปล่อยความเศร้าออกมาเป็นน้ำตา ไม่เหลือเค้าโครงของความเข้มแข็งที่ได้เห็นเมื่อสักครู่  ไม่มีเด็กผู้ชายคนเก่งคนนั้นอีกแล้ว มีแต่เด็กผู้ชายที่กำลังหัวใจสลายร้องไห้ปริ่มจะขาดใจอยู่ตรงหน้าเขา

 

ตอนนี้ผมเสียใจได้แล้วใช่มั้ย...

 

..........

 

 

      " ผู้ป่วยไม่มีอาการแทรกซ้อนใดๆให้ทางครอบครัวต้องวิตกกังวล ร่างกายของคุณแบมแบมยังคงปกติดิทุกอย่าง อาจเป็นเพราะอาการอ่อนเพลีย ทำให้เขายังคงไม่ตื่นขึ้นมา พวกคุณสบายใจกันได้ ทางเราจะดูแลคุณแบมแบมเป็นอย่างดี" 

 

     ห้องที่มีแสงไฟเล็ดลอดเข้ามาเพียงริบหรี่ ความหนาวเย็นเกาะกุมอยู่ในทุกไออากาศ ขยะสีขาวจากท้องฟ้ายังคงปลิวลงมาทับถมลงที่พื้นดิน ดวงหน้ามนนอนหลับพริ้มอยู่บนเตียงสีขาว ร่างกายบอบบางแน่นิ่งไม่ไหวติง รอยช้ำน้อยใหญ่แต่งแต้มสีลงบนเนื้ออ่อน นิ้วมือเรียวสวยวางแนบสนิทอยู่ที่ข้างตัว จากวันนั้นจนถึงวันนี้ก็ร่วมๆสิบห้าวันได้แล้วที่ร่างเล็กยังคงนอนหลับไหลอยู่บนเตียง ส่งเพียงเสียงสัญญาณชีพจรมาทักมายผู้มาเยือนเท่านั้น

 

 

เสียงแง้มประตูดังขึ้นเพียงแผ่วเบา เจ้าของใบหน้าหล่อขยับก้าวเข้ามาในห้องด้วยจังหวะเท้าที่มันเบาแสนเบา ก็กลัวว่าถ้าเดินดังเกินไปจะทำให้เจ้าของหัวใจรู้ตัวแล้วแอบบินหนีขึ้นไปข้างบนท้องฟ้า

 

ที่รัก,

ปีกของนาย... ช่วยหุบมันลงก่อนได้ไหม

ที่รัก,

อย่าจากเราไปไหนเลยนะ.."

 

     มาร์คหย่อนตัวลงนั่งข้างๆเตียง ดวงตาแดงก่ำช้ำไปด้วยรอยน้ำตาจ้องมองใบหน้าของคนรักด้วยหัวใจที่มันเจ็บปวด

จากวันนั้นจนถึงวันนี้ ยังไม่มีสักนาที ที่นายกับฉันได้อยู่ด้วยกันอย่างสบายใจเลย

พวกเราทำอะไรผิด สิ่งใดที่พวกเราทำผิดบาปกับพระองค์ ถึงได้ให้อภัยเราไม่ได้

การมีหัวใจอยู่เพื่อความรักของพวกเรา มันยากเกินไปสำหรับพระองค์อย่างนั้นหรือ,

 

กันต์พิมุกต์...

คนดี.... ได้ยินเรามั้ย?

ตอนนี้นายอยู่ที่ไหนเหรอ.....

 กำลังเล่นซ่อนหากับเราอยู่ใช่มั้ย?

กันต์พิมุกต์...

อย่าซ่อนตัวเลยนะ....ไม่ต้องแอบซ่อนเราอีกแล้ว

กลับมาหาเราเถอะนะ....

ได้โปรดล่ะ.....

นะ..."  มาร์คกระซิบเสียงเศร้าถึงคนที่นอนหลับตาอยู่ เขาฟุบหน้าลงที่ข้างเตียง พร้อมๆกับน้ำตาที่ไหลออกมาพร้อมกัน

 

เราต่างก็รู้ว่ามันจะเป็นยังไง 

หากเราต้องจากกันไกล

เราทั้งคู่จะแหลกสลายและทนทุกข์

 

เราต่างรู้ดี

ถ้าหากต้องสูญเสียใครไปสักคน

 

ตื่นได้แล้วคนดี

ได้ยินเสียงของเรามั้ย?

ที่รัก, ที่รักเพียงหนึ่งเดียวของเรา

เราคิดถึงเสียงนิ่มๆของนายจัง,

 

รอยยิ้มของนายในเมื่อวาน,

วิธีที่นายเขินอาย

ประกายความสุขในแววตาคู่นี้

ทุกๆอย่างกำลังทำให้เราร้องไห้

 

ไม่อาจหลับตาลงได้

ไม่กล้าแม้กระทั่งปล่อยให้น้ำตาแห้งไป

ช่างยากเย็นเหลือเกินในทุกวินาทีที่ผ่านไป

โดยที่ไม่มีนายอยู่ข้างๆกัน

 

 

ตอนนี้นายอยู่ที่ไหน

พาเราไปที่นั่นด้วยได้ไหม

อย่าทิ้งเราไว้

ให้อยู่เผชิญกับโลกนี้คนเดียวเลยนะ

 

ที่รัก....เราขอโทษ

จะยกโทษให้เราอีกสักหนได้หรือเปล่า

จะอนุญาติให้เรากอดนายอีกสักครั้งได้ไหม

ที่รัก...เราขอโทษ...

 

เราผิดเอง

ทั้งหมดนี้เราเป็นคนผิดเอง

ไอ้มาร์คงี่เง่า

ที่ทำให้นายร้องไห้....

 

แต่ว่าที่รัก...

คนโง่เง่าคนนี้

อยากกอดนายเหลือเกิน

 

ตื่นขึ้นมาหาเราได้แล้วนะ

 

.....

 

 

มาร์คก้มลงจุมพิตที่มือนิ่ม มันยากสำหรับเขาเหลือเกินที่ต้องเอาแต่คอยมองแบมแบมนอนนิ่งๆอยู่แบบนี้โดยที่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ ที่จะได้สบตากันอีก

 

 

………

 

 

บนเนินเขาสีขาวสะอาด ถูกปูลาดด้วยเกล็ดเล็กเกล็ดน้อยของหิมะ พื้นที่โล่งกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ที่ซึ่งเก็บงำความทรงจำ ความสุข และความเศร้าให้กับร่างที่นอนแน่นิ่งอยู่ใต้พื้นดิน เหล่าญาติสนิทและบุคคลผู้ที่มีความสำคัญของครอบครัวหวัง ค่อยๆทยอยนั่งลงในเก้าอี้ที่วางเรียงรายกันอยู่ใกล้ๆหลุมศพ บ้างร้องไห้ บ้างพูดคุยถึงเหตุการณ์เศร้าสลดที่เกิดขึ้นอย่างกระทัน และข้างๆโลงที่วางตั้งอยู่ ปรากฏร่างของเด็กหนุ่มตัวบาง นั่งฟุบหน้าร้องไห้ปริ่มจะขาดใจ

 

" ......... คุณพ่อ.......ฮึก.........คุณพ่อ.........ทำไมทิ้งผมไปแบบนี้ล่ะครับ ไหนสัญญากันแล้วไงว่าจะอยู่ด้วยกันไปนานๆ ทั้งๆที่..ฮือออ ทั้งๆที่ผมยังไม่ได้ตอบแทนอะไรคุณพ่อเลย.......

...เป็นเพราะผมใช่มั้ย.....ผมขอโทษฮะ....ผมขอโทษ...ฮือ....คุณพ่อ.....ตื่นมาบอกกับผมสิฮะว่าทุกอย่างจะต้องเรียบร้อย ฮือ.....คุณพ่อ....ฮืออออ" เหมือนโลกทั้งใบมันพังทลาย แหลกสลายไปหมดไม่เหลือชิ้นดี เสียงหอบหายใจสลับกับเสียงสะอื้นไห้ยังไม่เคยเงียบลงเลยตั้งแต่วันนั้น ลูกชายบุญธรรมของผู้ตายกอดโลงศพร่ำไห้ราวกับน้ำตาจะกลายเป็นสายเลือด เด็กหนุ่มตัวขาวจัดในชุดสูทสีดำยับยู่ยี่ ยับยู่ยี่เหมือนหัวใจของผู้ที่สวมใส่มัน 

 

" จินยอง...." เสียงทุ้มแหบพร่า ดังอยู่ข้างบนศีรษะเจ้าของชื่อ แจบอมค่อยๆวางมือลงบนไหล่เล็กที่มันสั่นเทา ราวกับอยากให้ความรู้สึกที่อยู่ในใจได้ช่วยปลอบประโลมคนข้างๆนี่

 

ทำไมไม่เป็นผมนะ ที่ต้องไปอยู่ในโลงแคบๆนี่ .....ฮือ...." 

 

ความโศกเศร้าจากเรื่องราวทั้งหมด กระหน่ำซ้ำลงมาที่หัวใจดวงน้อยนี้ในคราเดียว ราวกับว่านี่คือบทลงโทษจากสรวงสวรรค์ ที่มอบให้กับคนเห็นแก่ตัวแบบเขา

มันสมควรแล้วล่ะที่เขาต้องเจ็บปางตายแบบนี้ มันสมควรแล้วจริงๆ......

 

 

 

.................

 

 

 

ข่าวการเสียชีวิตของนายหวัง ยังคงกลายเป็นประเด็นดังและถูกจับตาจากคนทั่วโลก ทั้งวันฝังที่ไร้เงาลูกชายคนโต กับข่าวลูกอีกคนที่ยังคงเป็นปริศนา 

สื่อต่างๆยังคงจับตามองและดูเหมือนว่าจะไม่ยอมลดราลงไปง่ายๆ ตอนนี้ทั้งแจ็คสันและจูเนียร์ทำได้เพียงใช้ชีวิตอยู่ในคฤหาสถ์หลังใหญ่ ซ่อนตัวให้ห่างจากแสงแฟลชและแสงไฟที่สาดส่องมองหาพวกเขา

 

พินัยกรรมทั้งหมดก็ตามที่ผมได้อ่านมานะครับ" ทนายความชาวอังกฤษปิดแผ่นเอกสารลง พร้อมกับส่ายหน้าน้อยๆด้วยความสลดใจ แจ็คสันเอาแต่มองเหม่อออกไปนอกหน้าต่าง ขณะที่จูเนียร์เองดวงตายังคงแดงช้ำ น้ำตายังไหลออกมาไม่หยุด 

 

คุณแจ็คสันครับ .... คุณพ่อของคุณฝากสิ่งนี้ไว้ให้คุณก่อนที่ท่านจะเสียครับ" เลาขาคนสนิทของอดีตเจ้าของบ้าน ยื่นซองจดหมายสีขาวให้กับลูกชายคนโต แจ็คสันยังคงเหม่อลอยอย่างเคว้งคว้างเหมือนเขาไม่ได้ยินเสียงอะไรอีกต่อไปแล้ว จูเนียร์ที่นั่งมองอยู่จึงเดินเข้ามาใกล้

 

ส่งมาให้ผมสิครับ เดี๋ยวผมจะอ่านให้พี่แจ็คสันฟังเอง" จูเนียร์พูดเสียงสั่น เดวิดพยักหน้า 

 

เข้มแข็งไว้นะครับคุณจูเนียร์" เขาพูด 

 

ผมจะพยายามครับ......" จูเนียร์ฝืนแรงยิ้มออกมาทั้งน้ำตา 

 

 

ร่างเล็กค่อยๆนั่งลงข้างๆพี่ชาย มือนิ่มลูบไปมาแผ่วเบาที่หลังมือหนา  หลังจากวันที่คุณพ่อจากไปและน้องชายคนเล็กที่เกือบจะต้องตายเพราะอุบัติเหตุด้วยต้นเหตุทั้งหมดที่เขาเหมาเอาเองว่ามาจากตัวเขา

ก็ทำให้แจ็คสัน ปิดตายร่างกายและหัวใจ ไม่เปิดปากพูดจากับใครอีกเลย ดวงตาคมเหม่อลอยอย่างไร้จุดหมาย เขาเอาแต่ขังตัวเองเอาไว้ในห้องเปียโน ไม่กิน ไม่นอน สภาพของแจ็คสันตอนนี้ช่างดูหดหู่น่าเวทนาเหลือเกิน

 

" พี่แจ็คสันครับ"  จูเนียร์กลั้นใจเก็บก้อนสะอื้นที่ตีตื้นขึ้นมาให้กลับลงไป ตอนนี้เขาต้องเข้มแข็ง ต้องเข้มแข็งเพื่อครอบครัวที่เขารัก

 

" พี่ชายของผม....เรามาอ่านจดหมายของคุณพ่อกันเถอะนะฮะ...." มือขาวค่อยๆเปิดซองจดหมายออกอย่างช้าๆ บังคับน้ำตาไม่ให้ไหล

 

"....ลูกชายของพ่อ....พ่อขอโทษนะลูก สำหรับทุกๆอย่าง พ่อรู้ว่าพ่อไม่เคยทำหน้าที่อย่างพ่อที่ดีให้แกได้เลย พ่อเสียใจจริงๆ ตอนที่แกยังเล็กๆ ตอนที่ยังมีเราสามคน พ่อ แม่ ลูก.....

 ตอนนั้นคือตอนที่ดีที่สุดสำหรับชีวิตพ่อแล้วล่ะ…. พ่อยังจำวันแรกที่มีแกได้ ทั้งพ่อและแม่ ดีใจจนกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ไหว พวกเราสัญญากันเอาไว้ ว่าจะเลี้ยงดูแกให้ดีที่สุด

รู้มั้ยว่าลูกคือของขวัญที่แสนล้ำค่าที่สุดของพ่อกับแม่เลยนะ..

แม่ของแก ผู้หญิงที่พ่อรักมากที่สุด  คนที่คอยให้อภัยพ่ออยู่เสมอ ให้อภัยพ่อทุกครั้งจนพ่อหลงลืมความสำคัญของคำนี้ไป….. 

ลูกรัก....ชีวิตของคนเรามันช่างไม่แน่นอนเอาเสียเลย พ่อเสียแม่แกไปอย่างที่ไม่ได้คาดคิดมาก่อน  พ่อยังจำวันนั้นได้แม่นยำ วันแรกที่แกถามพ่อว่าแม่ไปไหน…..

เสียงของแกในวันนั้นยังติดหูพ่ออยู่ทุกวัน แจ็คสัน... พ่ออยากทำทุกอย่างให้ลูกมีความสุข..

จริงๆนะ....พ่ออยากทำทุกๆอย่างจริงๆ  แล้วสวรรค์ก็ให้โอกาสพ่อได้เจอกับนางฟ้า คนที่จะมาช่วยพวกเราทั้งคู่ แต่เพราะพ่อมันเลวเกินไปถึงได้ทำให้นางฟ้าคนนั้นต้องตกสวรรค์

ตกลงมาพร้อมกับเทพธิดาตัวน้อยๆอีกองค์หนึ่ง..." ถึงตรงนี้ จูเนียร์ที่กำลังอ่านจดหมายฉบับยาว ก็กลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ไหว นึกไปถึงหน้าของคนที่นอนใส่เครื่องหายใจอยู่ที่โรงพยาบาล

หัวใจก็รู้สึกหนาวเหน็บขึ้นมา มือขาวเผลอบีบกระดาษเสียเต็มแรง ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่น พยายามไม่ปล่อยเสียงสะอื้นออกไปให้พี่ชายได้ยิน

" ....พ่อรู้ว่ามันยากสำหรับลูกมาก ที่จะต้องมารับมือกับเรื่องที่มันหนักหนาแบบนี้ 

พ่อทำผิดต่อลูกมากเหลือเกินและพ่อรู้ดีว่าพ่อคงไม่มีทางได้รับการให้อภัย

แต่นั่นก็ไม่เป็นไรหรอกลูก ไม่เป็นไรเลย

แจ็คสัน....ถ้าพ่อมีเวลามากกว่านี้อีกนิด พ่อสัญญาว่าพ่อจะทำทุกอย่างให้ดีขึ้นกว่านี้  

พ่อขอโทษนะ ขอโทษจริงๆ

ฝากดูแลครอบครัวของเราที่เหลืออยู่ด้วยนะ น้องชายของแกทั้งสองคน 

ช่วยรักและดูแลเขาอย่างดีแทนพ่อที่ไม่ได้เรื่องคนนี้ด้วย

พ่อรักแกมากนะ เจ้าตัวน้อยของพ่อ รักแกมากจริงๆ....

 

พ่อ......"  ประโยคสุดท้ายแผ่วลงจนแทบไม่ได้ยิน  จูเนียร์แหงนหน้ามองที่ชาย ก่อนจะโผเข้ากอดร่างกายใหญ่โตนั่น พร้อมๆกับแรงสั่นสะอื้น

 

“...ตอนนี้.... ฮึก.... ให้ผมดูแลพี่นะ ผมจะดูแลพี่ กับแบมแบมแทนคุณพ่อเอง....”

 

 

 

 

 

..................

 

            มีคนเคยกล่าวไว้ ว่าเวลานั้นเหมือนติดปีกบินได้   และเวลาที่ผ่านเลยไปจะไม่มีทางหวนย้อนกลับคืนมา เราทุกคนต่างเดินทางผ่านช่วงเวลาด้วยกันทั้งนั้น ทุกคนเดินทางตามจังหวะการปรากฏตัวของดวงอาทิตย์ และการเปลี่ยนหมุนวนไปของฤดูกาล สิ่งที่ทำให้เมล็ดพันธ์เจริญเติบใหญ่ขึ้นมาแลแผ่กิ่งก้านสาขาออกมาให้ร่มเงา ยังไม่เคยพบเจอสักคนที่ก้าวกระโดดไปไกลกว่าคนอื่นและนำเรื่องราวกลับมาเล่าให้ฟังได้ เราเล่าขานเพียงสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตกาลหรือวันวานที่ผ่านมา

 

กินเวลาเกือบสองเดือนแล้ว ที่ทุกอย่างดำเนินมาแบบนี้ มาร์คที่ใช้ชีวิตอยู่ภายในห้องพักพิเศษของโรงพยาบาลใจกลางเมืองเสมือนกับว่าเป็นบ้านของเขาเอง  แจ็คสันค่อยๆหายจากอาการป่วยทางจิตใจโดยมีจูเนียร์ดูแลอยู่ไม่ห่าง เจบีและยองแจเองก็คอยช่วยเหลือครอบครัวนี้อยู่เสมอ ไม่น่าเชื่อว่าเมฆสีทะมึนในวันนั้น ค่อยๆสลายคลายความมืดมนลงไปบ้างแล้ว

ยองแจสลับผลัดเปลี่ยนกับมาร์คเพื่อคอยดูแลแบมแบม ทั้งฮันบินเองก็ด้วย เขามักจะพาคุณย่ามาเยี่ยมคนตัวเล็กอยู่เสมอ....แม้ว่าจะไม่มีใครรู้เลยก็ตาม ว่าแบมแบมจะฟื้นขึ้นมาเมื่อไหร่

หมอบอกกับพวกเขาว่าแบมแบมแค่หลับไป แต่หมอเองก็ไม่สามารถบอกได้ว่าทำไมเขาถึงไม่ยอมตื่นขึ้นมาสักที  อันที่จริงทุกคนน่าจะรู้ถึงเหตุผลนั้นดี  ทุกๆวันแบมแบมจะถูกรายล้อมไปด้วยคนที่แบมแบมรัก รวมไปถึงแจ็คสันเองด้วย แม้จะร้องไห้ถูกครั้งที่เห็นหน้าแบมแบม แต่ก็ต้องบอกเลยว่า การที่แจ็คสันได้มาอยู่ใกล้ๆน้อง ทำให้เขาดูมีชีวิตชีวาขึ้นมา

            และวันนี้เป็นอีกหนึ่งวันสำคัญของมาร์คและทุกๆคน วันที่เขาจะต้องเล่นเพลงที่ร่วมกันแต่งกับแบมแบมเพื่อสอบให้ผ่านโปรเจคสำหรับเทอมนี้ จูเนียร์พาแจ็คสันมาที่โรงพยาบาลตั้งแต่เช้าตรู่ ก่อนที่จะฝากฝังกับพยาบาลและคุณหมอเจ้าของไข้ให้ดูแลพี่ชายและน้องชายของเขาดีๆ

เพราะตัวเขาเอง อาสาไปเล่นเพลงคู่นั้นแทนแบมแบม ส่วนเจบีก็อาสาเล่นกับยองแจแทนแจ็คสัน

“ ที่รัก .... เราจะตั้งใจเล่นเพลงของนายให้สุดฝีมือเลยนะ....” พูดจบก็ก้มลงจูบหน้าผากมน เขายืนมองคนรักอยู่แบบนั้นสักพัก ก่อนจะตัดสินใจเดินออกจากห้องไปพร้อมกับจูเนียร์และเจบี

 

            เมื่อเสียงปิดประตูหยุดลง ทั้งห้องก็กลับเข้ามาสู่ความเงียบอีกครั้ง นางพยาบาลสาวเดินไปเปิดเครื่องเล่นเพลงที่มาร์คนำมาวางไว้ที่ข้างหัวเตียง ให้เสียงเพลงดังคลอไปเพื่อให้แบมแบมได้ฟัง

 

ในที่สุดน้องชายกับพี่ชาย ได้อยู่ด้วยกันเพียงสองคนอีกครั้ง แม้ว่าครั้งนี้มันจะดูแตกต่างจากครั้งก่อนเหลือเกินก็ตาม

 

แจ็คสันที่นั่งอยู่มุมห้องค่อยๆลุกขึ้นเดินมาที่เตียงผู้ป่วย เขาจ้องมองน้องชายอยู่แบบนั้นด้วยความรู้สึกที่มันเจ็บหน่วงไปทั้งหัวใจ

 

น้ำตาลูกผู้ชายไหลออกมาช้าๆ เมื่อภาพในคืนวันแสนเศร้าฉายเข้ามาในหัว

 

“..แบมแบมขอกอดพี่แจ็คสันได้มั้ยครับ..”

 

“ ...ฮึก....ตัวเล็ก....ตื่นขึ้นมาให้พี่กอดเราอีกสักครั้งนะ....” เสียงแหบแห้งเอ่ยออกมาอย่างยากลำบาก พยาบาลสาวที่นั่งอยู่ตรงเก้าอี้ไม้ ลุกขึ้นยืนมองด้วยความประหลาดใจ เป็นครั้งแรกในรอบสองเดือนที่แจ็คสันยอมเอ่ยปากพูด

 

ตึ้ด .... ตึ้ด ..... ตึ้ด...... เสียงคลื่นหัวใจดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ....แจ็คสันค่อยๆประคองมือน้อยขึ้นมาจับอย่างถนอม เขาแนบมือนิ่มที่ข้างแก้มปล่อยให้น้ำตาไหลลงอาบมือสวย

 

 

“ ...อ่ะ.....อือ.....” 

 

ราวกับปราฏิหาริย์ ทันทีที่น้ำตาสัมผัสโดนมือขาว เสียงครางอื้ออึงในลำคอก็ดังขึ้นมาพร้อมกัน

 

 

“ บะ...แบมแบม...แบมแบมน้องของพี่..”

 

 

“ ..หะ...หิวน้ำ..... ขอน้ำ....”

 

 

แบมแบม....ฟื้นแล้ว.....ตื่นขึ้นมาด้วยเสียงเรียกของพี่ชาย.....พี่ชายที่ทำให้ทั้งหัวใจมีแต่รอยแผล

 

ระวังแก้วแสนเปราะบางนี้ด้วยนะแจ็คสัน อย่าแตะแก้วใสๆนี้แรงเกินไป ครั้งนี้มันอาจจะแหลกสลายกลายเป็นฝุ่นละอองที่จับต้องไม่ได้อีก

 

 

คนตัวเล็กกรีดร้องทันทีที่มองเห็นหน้าแจ็คสัน ท่าทางหวาดกลัวนั่นทำให้พี่ชายคนโตต้องถอยห่าง เป็นแบบนั้นอยู่พักใหญ่กว่าที่เขาจะสงบลง ร่างเล็กเรียกหาแต่แม่บังเกิดเกล้า เรียกหาด้วยน้ำเสียงที่มันกรีดลึกลงไปในหัวใจคนฟัง ทำให้แจ็คสันต้องตรงเข้าไปโอบกอดน้องชายตัวเล็กเอาไว้ด้วยความหดหู่ใจปนสงสาร

 

“ พาผมไปหาแม่ที ....พาผมไปหาแม่ที....”

 

 

 

 

 

 

..................

 

 

 

            มันคือหน้าหนาวที่หนาวเย็นจับขั้วหัวใจ ไม่มีสักวันที่ต้องใช้ลมหายใจโดยไม่เจ็บปวด   สายลมหวิวพัดผ่านมา คราแล้วคราเล่า ดวงตากลมจ้องมองอยู่เพียงแท่นหินอ่อนที่ตั้งอยู่คู่กัน

 

นายคงจะทรมานมากเลยล่ะสิ...ใช่มั้ย....แบมแบมพูดกับตัวเองในขณะที่สายตาจ้องมองไปยังป้ายหลุมศพด้านหน้า หลังจากที่ตื่นขึ้นมา  เขาก็ได้เข้าใจถึงสิ่งที่มันควรจะเป็นไปตั้งแต่ต้น

 

สายลมหนาวใกล้จากไปแล้ว พื้นดิน พื้นหญ้าที่เคยปกคลุมไปด้วยสีขาว มาวันนี้มันเริ่มกลับมามีสีสันตามที่มันควรจะเป็น แบมแบมก้มลงไปปัดเศษหิมะที่ติดอยู่บนกลีบดอกไม้ข้างหลุมศพออกแผ่วเบา   ดวงตากลมโตที่เคยเต็มไปด้วยหลากหลายคามรู้สึก ทั้งรัก ทั้งเศร้า เหงา และโดดเดี่ยว บัดนี้ ความรู้สึกเหล่านั้นมันได้อันตรธานหายไปแล้ว หลงเหลือเพียงแต่ความว่างเปล่า ว่างเปล่าเสียจนคนที่เคยถูกจ้องมองด้วยความรักจากดวงตาคู่สวยนี้ ต้องรู้โหวงเหวงอยู่ภายในหัวใจ

 

แววตาที่ว่างเปล่านั้น ยังคงนิ่งงัน จ้องมองแท่งหินสลักชื่อมารดาผู้ให้กำเนิด เรือนร่างบอบบางแว่วฟังเสียงของสายลมหนาวพัดที่กำลังพัดผ่านเนื้ออ่อนไป....หนแล้วหนเล่า

มันเนิ่นนานอยู่แบบนั้นจนกระทั่งดวงหน้าหวานหันไปทางด้านหลังที่มีใครบางคนยืนรออยู่

 

 

แบมแบมหันไปสบตากับผู้ชายที่พาเขามายังที่ตรงนี้ ไม่มีรอยยิ้ม ไม่มีคำทักทาย ไม่ว่าจะผ่านทางสีหน้าหรือแววตา

 

ไม่มีอีกแล้ว.....

 

คนตัวเล็กหันหลังกลับไปมองที่ป้ายหลุมศพ ริมฝีปากบางขยับพูดบางอย่างด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

 

มีคนอยากคุยกับคุณแม่ครับเป็นเสียงที่ราบเรียบ เฉยชา และเหมือนกับว่าไม่มีความรู้สึกใดใด แจ็คสันขยับเข้าไปใกล้ แววตาของพี่ชายสั่นไหวคล้ายคนกำลังจะร้องไห้ เขามองดูปฏิกิริยาของน้องชายด้วยหัวใจที่เจ็บปวด

 

น้องชายตัวเล็กขยับถอยออกห่าง มือหนาของพี่ชายเอื้อมออกไปจับข้อมือเล็ก

 

แบมแบม นี่พี่เองนะ...เขาพูดเสียงนิ่ม ควบคุมลมหายใจไม่ให้สั่น

 

“ .......”

 

พี่แจ็คสัน พี่ชายของแบมแบมไง...

 

“ .........”

 

พี่จะพาเรากลับบ้าน กลับบ้านเรากันนะ.....” ประโยคหลังจบลงพร้อมหยาดน้ำตาของพี่ชาย

ความรู้สึกผิดบาปที่เขาเผชิญ เจ็บปวดไม่ต่างจากคนที่โดนกระทำเลย

 

พี่ชายของแบมแบม....ร่างเล็กพูดเสียงค่อย แววตาที่ว่างเปล่านั้นยังคงจ้องมองที่ใบหน้าของแจ็คสัน

 

ใช่แล้วล่ะ....พี่ชายของแบมแบมจะพาแบมแบมกลับบ้าน กลับบ้านเรากันนะแจ็คสันขยับตัวเข้าไปใกล้แบมแบมมากขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความหวัง หวังว่าทุกๆอย่างจะกลับไปดีได้ หวังว่าเขาจะสามารถแก้ไขในสิ่งที่ผิดพลาดไปได้ ตั้งแต่วินาทีนี้ เขาจะทำทุกๆอย่างเพื่อเติมเต็มหัวใจให้กับแบมแบม

 

ผม....อยู่บ้านแล้วล่ะฮะ...คนตัวเล็กพูดเพียงแค่นั้น ก่อนที่เจ้าตัวจะขืนข้อมือให้หลุดออกจากมือของอีกคน

 

คำตอบของแบมแบมกระชากหัวใจของแจ็คสันให้จมดิ่งลงไปในห้วงของความรู้สึกผิด  เด็กหนุ่มตัวโตสะอื้นไห้ แจ็คสันหวังทรุดตัวลงต่อหน้าน้องชาย

 

พี่ขอโทษ ....พี่ขอโทษ...นายโกรธพี่ใช่มั้ย....เกลียดพี่ใช่หรือเปล่า....ฮึก...พี่ขอโทษเขาคุกเข่าลงต่อหน้าแบมแบม  ร่างเล็กยังคงยืนสงบนิ่ง น้ำตาลูกผู้ชายหยดลงสู้พื้นหิมะ สสารสีใสไหลลงมามากพอจะละลายเกล็ดน้ำแข็งจนมองเห็นพื้นหญ้าสีเขียว

 

พระเจ้ากำลังลงโทษเขาแล้ว.....

 

พี่ชายคนโตนั่งคุกเข่าร้องไห้อยู่ต่อหน้าน้องชายคนเล็ก อ้อนวอนให้อีกคนยกโทษให้ ดึงมืออีกคนมาตบตีที่ใบหน้าตัวเอง เขาอยากให้แบมแบมระบายความโกรธออกมา มากกว่ายืนนิ่งราวกับคนไม่มีความรู้สึกเช่นนี้ พระเจ้า ไม่เอาแบบนี้ได้ไหม เขาผิดไปแล้ว เขายอมรับผิดแล้ว พระองค์ได้โปรดคืนแบมแบมมาให้เขาที

 

พี่ชายใช้มือทั้งสองข้างกอบกุมมือเล็กๆของแบมแบมเอาไว้อย่างเบามือ แจ็คสันดึงมือนิ่มมาแนบที่หน้า เจ้าของมือขาวรู้สึกถึงความร้อนจากสสารสีใสที่ยังคงไหลออกมาจากดวงตาเรียวนั้น

 

ร่างบางค่อยๆย่อตัวลงนั่ง ให้ใบหน้าอยู่ในระดับเดียวกัน

 

ไม่มีอะไรที่คุณต้องเสียใจ ไม่มีอะไรที่คุณต้องขอโทษ...เขาพูดออกมาแล้วยิ้ม ยิ้มให้อย่างคนไม่รู้จักกัน

 

อย่าเป็นแบบนี้เลยแบมแบม...ฮือ....อย่าเป็นแบบนี้เลย.....ตะโกนใส่พี่สิ ด่าพี่ว่าพี่มันเลว ตีพี่สิ ฮึก...หรือนายจะเกลียดพี่ก็ได้ แต่อย่าเป็นแบบนี้เลย.....แจ็คสันร้องไห้ฟูมฟาย เหมือนจะขาดใจ น้ำตาที่ไหลออกมา ไม่มีผลอะไรกับหัวใจของแบมแบมเลยอย่างนั้นหรือ

 

ไม่เป็นไรนะครับ ไม่ต้องเสียใจ...เด็กคนนั้นไม่เคยคิดโกรธเคืองคุณเลยนะเสียงหวานเอ่ยคำพูดออกมาฟังให้ใจหาย ก็เจ้าตัวนั่งอยู่ตรงนี้แล้วนายหมายถึงใคร

 

“ .....แบมแบม.....แจ็คสันเอ่ยออกมาอย่างประหลาดใจ ประหลาดใจในคำพูดและน้ำเสียงของน้องชายคนเล็ก

 

เด็กคนนั้น....แบมแบมดึงมือกลับมาทาบที่หน้าอกตัวเองก่อนจะพูดต่อ รักคุณจนกระทั่งวินาทีสุดท้ายเลยรู้มั้ย....

 

“ .....” เด็กคนนี้พูดอะไร เขากำลังพูดอะไร

 

นะ...นายจะยกโทษให้พี่แล้วใช่มั้ย..ฮึกคนตัวสูงปาดน้ำตา

 

เค้าเคยรักคุณ....

 

 

.แต่ว่าตอนนี้......

 

 

 หัวใจดวงนั้น...

 

 

มันตายไปแล้วล่ะฮะ.....

 

 

 

ตาย.......

 

 

จากไปแล้ว....

 

 พูดนิ่มๆ ด้วยน้ำเสียงเรียบๆ พูดเหมือนกับว่าที่กำลังพูดอยู่ไม่ใช่เจ้าของชื่อ แจ็คสันแทบจะหัวใจสลายเมื่อได้ฟัง ประโยคที่ลอยเข้ามาในหูเหมือนกับมือที่กำลังบีบหัวใจเอาไว้ให้หยุดเต้นแล้วค่อยๆปล่อยให้เต้นต่ออย่างลากลำบาก เพื่อที่จะทำให้มันหยุดเต้นอีก

 

เจ็บ...

 

ทรมาน...

 

คำว่าทรมานที่เพิ่งจะรู้ซึ้งถึงความหมายของมัน...

 

ทรมานแสนสาหัส....

 

นายกำลังจะสอนให้พี่รู้สึกอย่างที่นายเคยรู้สึกหรือเปล่าแบมแบม เพราะถ้ามันเป็นแบบนั้น นายก็ทำสำเร็จแล้วล่ะ พี่เจ็บเหมือนคนกำลังจะตายเลย

 

ร่างบางค่อยๆพาตัวเองลุกขึ้นยืน มีรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้า รอยยิ้มที่ไม่อาจคาดเดาความหมายของมันได้ แบมแบมหันหลังเดินออกมาจากร่างหนาที่ยังคงนั่งคุกเข่าอยู่ต่อหน้าป้ายหลุมศพนั้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย…..แบมแบมเดินผ่านหน้าจูเนียร์กับมาร์คที่เพิ่งตามมา ราวกับว่าพวกเขาเป็นเพียงแค่มวลอากาศ ไม่มีตัวตน.....

 

“ แบมแบม....” มาร์คเอ่ยเสียงค่อยก่อนจะรีบวิ่งตามร่างบางไป แบมแบมเดินออกจากสุสานไปอย่างเหม่อลอย มือหนาคว้าเอามือเล็กมาจับไว้แน่น ก็กลัวถ้าหากปล่อยให้หลุดมือไป เราอาจจะไม่มีโอกาสได้เจอกันอีกแล้วก็ได้

 

“......มาร์ค.....พาเราไปตรงนั้นที...” แบมแบมชี้นิ้วไปยังทางที่เดินผ่าทะลุไปยังทุ่งดอกเดซี่ ที่ๆเขาทั้งสองคนเคยใช้เวลาอยู่ด้วยกัน

 

มาร์คพยักหน้ายิ้มออกมาอย่างโล่งใจ อย่างน้อยๆเรื่องที่น่าดีใจนอกจากคนรักของเขาฟื้นแล้ว

 ตอนนี้แบมแบมยังเรียกชื่อเขาอีก

 

ดีใจที่นายตืนขึ้นมาอย่างปลอดภัยนะ...

 

 

ทั้งคู่มายืนอยู่ที่เนินกว้าง ที่ๆเคยถูกปูทับด้วยต้นดอกเดซี่กว้างไกล สุดลูกหูลูกตา

แบมแบมและมาร์คยืนจับมือกันอยู่เงียบๆแบบนั้น ปล่อยให้สายลมแรงพัดผ่านร่างกายไป

 

“ กลับไปที่โรงพยาบาลเถอะนะ.....เอาไว้หายดีแล้วเราจะพามาใหม่”

 

“ เราหายดีแล้วล่ะ ไม่เจ็บปวดอะไรอีกแล้ว......”  พูดแล้วก็ยิ้มออกมา ดวงตากลมโตเหม่อมองขึ้นบนท้องฟ้า  

 

 

 

“ ......”

 

 

 

 

 

“มาร์ค.....ร้องไห้เหรอ?...” ชายหนุ่มตัวโตกว่า ทว่าตอนนี้ได้แต่ส่งเสียงร้องไห้ออกมาเหมือนเด็กๆ  เหมือนกับว่ามาร์ครู้แน่ๆแล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้น   ถึงตอนนี้เปล่าประโยชน์ที่จะพูดอะไรออกไปใช่มั้ย
           

เราทั้งคู่เหมือนคนบาดเจ็บหนักและกำลังป่วยระยะสุดท้าย ดึงดันกันเอาไว้ด้วยเครื่องหายใจที่ทำงานอ่อนแรงเต็มที

 

“ต้องร้องไห้ แบบนี้มาตลอดเลยใช่มั้ย?...” แบมแบมยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาให้คนรัก คนที่เขารักอยู่เต็มหัวใจ

 

“ ......”

 

“ มาร์ค.....ที่ผ่านมากับเรา....มีความสุขมั้ย?” มาร์คทำได้เพียงพยักหน้า คนหน้าหล่อกัดริมฝีปากจนห้อเลือด แบมแบมเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาออกให้คนรัก ริมฝีปากอิ่มยังคงยกยิ้มอยู่แบบนั้น

 

“.....เรามีความสุขที่ได้อยู่ด้วยกันจริงๆ หรือเราแค่เข้าใจไปเองว่าเรามีความสุข...

มาร์คที่กำลังร้องไห้อยู่ตอนนี้ ....มีความสุขจริงๆเหรอ?

“......” มาร์คเจ็บหนักเกินกว่าจะสามารถเอ่ยถ้อยคำใดใดออกมาได้ เขาไม่รู้ว่าต้องทำยังไงอีกแล้ว มันเหมือนกับว่า ยิ่งพูดอะไรออกไปมากเท่าไหร่ ปีกสีขาวคู่นี้ก็จะยิ่งสยายกว้างมากขึ้นเท่านั้น

 

“เราควรจะปล่อยกันและกันไป.... มาร์คว่างั้นมั้ย?”  พูดจบก็โอบกอดมาร์คเอาไว้ด้วยอ้อมแขนเล็ก อ้อมกอดเล็กๆของแบมแบมโอบอุ้มหัวใจของมาร์คที่กำลังปริแตก ความรักเหมือนแก้วใบใสที่แตกสลาย และหัวใจถูกประกอบสร้างขึ้นมาจากมัน

 

“...เราจะกอดกันไว้แบบนี้....” คนหน้าสวยซบหน้าลงที่อกกว้าง คลอเคลียไปมาอยู่แบบนั้นก่อนจะเอื้อนเอ่ยคำพูดออกมาอีก

“และมาร์คก็จะบอกกับเราว่า.....โชคดีนะ...” แบมแบมปล่อยกอดมาร์ค มีเพียงเสียงหวานๆของคนตัวเล็กเท่านั้นที่ฟังเข้าใจ
ไม่เหมือนกับคนที่เขากำลังพูดด้วย  ใบหน้าหล่อเหลาที่เปื้อนเปรอะแต่รอยน้ำตาทำได้เพียงส่ายศีรษะไปมาอย่างไม่ยอมรับ

“แล้วเราก็จะยิ้มให้มาร์ค....  แบมแบมยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาให้มาร์คอีกครั้ง นิ้วเรียวเกลี่ยแก้มนิ่มของอีกคนแผ่วเบา ริมฝีปากอิ่มยกยิ้มขึ้นอย่างอ่อนโยน

 

“ดูแลตัวเองดีๆนะ อย่าแอบร้องไห้ ห้ามให้ความคิดถึงทำให้นายร้องไห้นะกันต์พิมุกต์...”

“อื้ม....นายเองก็เหมือนกันนะ

ภาพในวันวานซ้อนทับมาในห้วงเวลาที่แสนยากลำบาก เป็นภาพของเด็กชายสองคนที่ตัดใจบอกลากันด้วยรอยยิ้ม  เพื่อยินดีให้กับการเดินทางอันแสนยาวนานของพวกเขาทั้งคู่

 

“แล้วเราก็จะตอบมาร์คว่า....

.....อื้ม....นายเองก็เหมือนกันนะ

 

 

นายเองก็เหมือนกันนะ...

 

............



#ฟิคทำนองรัก


...........

 



*** เฮฮา ปาจิงโกะกันสักเล็กน้อยนะคะ ขอโทษคนอ่านด้วยที่หายหัวไปนาน คนเขียนยุ่งมากจริงๆ ตอนนี้ก็ดำเนินมาถึงตอนที่ 34 แล้วเนอะ ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ตอนหน้าก็น่าจะจบแล้วค่ะ

ใจหายเหมือนกันเนอะ  มันยาวนานมากจริงๆ ขอบคุณคนอ่านที่ยังรอนะคะ ขอบคุณมากๆเลยจริงๆ


เราจะขอถามแบบจริงจังนะคะ เอาแบบจริงจังเลย 

ทุกคนอยากให้ฟิคชั่นเรื่องนี้ ถูกตีพิมพ์เป็นหนังสือหรือเปล่าคะ 

อยากจะได้เก็บเอาไว้เองกันหรือเปล่า ถ้ายังไงก็ช่วยรบกวน บอกเราด้วยเนอะ


ยังไงก็ อ่านจบแล้วอย่าลืมเล่าความรู้สึกให้เราฟังบ้างนะคะ

รักคนอ่านที่สุด


เจอกันใหม่ตอนจบเนอะ..


ไอรีน.



 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 55 ครั้ง

4,352 ความคิดเห็น

  1. #4246 iins_ (@mmb97) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2560 / 15:43
    จบแบบนี้ดีที่สุด ให้ทุกคนเจ็บปวด เราไม่ใช่คนดีอะไรที่จะให้อภัยกับคนที่ทำร้ายลูกเรา คือเขาต้องเจ็บและต้องไม่ได้รับความสุข ทุกข์ใจไปตลอดชีวิตให้สาสม เป็นฟิคที่อินมากน้ำตาไหลทุกตอน และยาวมากๆแต่ละตอนสะใจมากๆเลยค่ะ เราชอบคำบรรยายอะไรต่างๆ แต่เครียดที่แบมแบมต้องทุกข์ตลอดทั้งเรื่อง หัวใจแม่
    #4246
    0
  2. #4236 anMarkBambamGOT7 (@anMarkBambamGOT7) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2560 / 17:11
    ไรท์ เรารู้สึกเหมือนจะตาย ปวดใจมาก
    #4236
    0
  3. #4108 Moko87 (@mokomoko87) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 01:54
    เจ็บปวดมากๆ
    #4108
    0
  4. #4041 salmon_mb (@ice_kiddies) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 9 กันยายน 2559 / 12:13
    เจ็บเกินไปแล้ว...
    #4041
    0
  5. #4030 BB1a_38 (@golf_ryoma) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 08:58
    เจ็บทุกครั้งที่ได้อ่านโกรธทุกคนที่ไม่เข้าใจน้อง ทำให้น้องเจ็บมาก สมน้ำหน้าทุกคนที่เจ็บปวด อยากให้น้องหายเจ็บปวดเหลือเกินคะ ฮือออออออออออ
    #4030
    0
  6. #3960 สาริกา/sarika (@cabell) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2559 / 07:51
    ร้องไห้เลย สงสารแบม สงสารมาร์ค สงสารทุกคน ไรท์เขียนได้ดีจริงๆค่ะ
    #3960
    0
  7. #3947 BamG97_ (@sasikanr_) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2559 / 21:28
    ฮืออออออ ร้องไห้มากกก
    #3947
    0
  8. #3817 juii (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2559 / 04:14
    เปิดเข้ามาดูทุกวันอ่านทุกตัวอักษรมันซึ้งมันเศร้ามาก

    ถามว่าอยากให้รวมเล่มไากค่ะอยากมากเป็นฟิคที่อยากเก็บไว้ค่ะ

    แต่ขอตอนจบไม่ม่าได้ไหมคะ
    #3817
    0
  9. #3780 LilacFlower (@nina31797) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 16 เมษายน 2559 / 10:33
    ร้องไห้หนักมาก ทุกตัวอักษร ทุกความหมาย เข้าใจแบมแบม มากๆ
    เจ็บปวดแทนแบมแบมจริงๆ อินหนักมาก

           
    #3780
    0
  10. #3749 Y a m m (@yam_potato) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 28 มีนาคม 2559 / 23:19
    ฮือออ ไรท์ ทำไมเขียนได้ดีขนาดนี้คะ ToT บทเศร้าก้เศร้าขาดใจเลย ยิ่งภาษาดีจนเราเหมือนจมไปกับเนื้อเรื่อง มันดีมากๆๆๆเลยค่ะ 
    #3749
    0
  11. #3724 som_pnk (@s2342) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 20 มีนาคม 2559 / 09:10
    อ่านกี่รอบก็น้ำตาไหลสงสารใครดีTTขอให้จบแบบให้ทุกคนอยู่ด้วยกันเถอะนะแบมอย่าจากไปเลย
    #3724
    0
  12. #3698 LotusSi (@tus0_0) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 3 มีนาคม 2559 / 15:20
    เรารอความสุขอยู่ละ หวังเอาไว้ตั้งแต่แรก และยังคงรอเสมอ เรารู้นะว่าความสุขมีหลายแบบ แต่เราก็อยากให้เค้าได้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขจริงๆ อย่าได้เลือกที่จะให้ความสุขกันห่างๆเลย จะร้อง 
    #3698
    0
  13. #3685 Eroseris (@ornlylove) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2559 / 21:40
    แบมเศร้าจนถึงที่สุด จนมันด้านมันชาขึ้นมาจริงๆเเล้ว T^T



    เราอยากให้จบเเบบHappy เเต่ก็ยังไม่เห็นว่าจะให้มันดีขึ้นมายังไง เเต่ก็ยังหวังนะ



    เเต่ถ้าจะจบเเบบเศร้า....ก็ขอเเค่อย่ามีคนตายเลย ถ้าไม่ได้รักกัน เเต่ยังเห็นกันบ้างก็ยังดี ทุกคนเจ็บปวดมามากเเล้ว 



    หรือเเบมจะอุทิศตนให้โบสถ์นะ ถ้าเป็นยังงั้นก็ยังดี เเบมได้ใกล้ชิดพระเจ้า ได้อยู่ในที่ๆสงบสุขเเบบไม่ต้องพัวพันกับใคร ได้อยู่ใกล้ๆเเม่กับพ่อ ส่วนมาร์ค เเจ็ค จูเนียร์ก็ยังมาเจอหน้ากันได้บ้างอะไรเเบบนั้น



    ไม่รู้สิ เรื่องนี้ไม่อยากเดาตอนจบเลย 
    #3685
    0
  14. #3677 Alwaysbsu (@Alwaysbsu) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2559 / 16:39
    ยังเม้นท์ไม่ครบ ความรู้สึกมันมาเรื่อยๆ มาร์คสันจะชดใช้ยังไงให้หัวใจที่แตกสลายไปแล้วของแบมจะทำยังไงให้หัวใจของแบมกลับมาเหมือนเดิม หัวใจที่สลายไปแล้วจะเหมือนเดิมได้หรอ แบมยังจะเชื่อมั่นความรักของมาร์คได้ไหม คนที่ทำอะไรไม่เคยชัดเจน
    ทำงัยดีนี่อินมาก เพิ่งเจอฟิคนี้เมื่อวานทำใจอ่านมาเรื่อยๆบางครั้งต้องหยุดอ่านไม่กล้าอ่านต่อเนื้อเรื่องมันหนักเกินไปคือแบบคนหนึ่งคนทำไมเจอแต่เรื่องแย่ๆคนรอบตัวก็ไม่รู้จะอธิบายยังไง ยังดีที่มีเพื่อนที่ดีแบบยองแจ นี่พล่ามอะไรมันฟิคไหมละแกแต่แค่อินมากไป ร้องไห้จนปวดหัวละนี่
    #3677
    0
  15. #3676 Alwaysbsu (@Alwaysbsu) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2559 / 16:24
    เจ็บปวดทุกตัวอักษร แบมต้องเจ็บปวดขนาดไหนกัน เป็นแค่คนอ่านที่ผ่านมารับรู้ยังรู้สึกเจ็บปวดขนาดนี้ ไรท์ถ่ายทอดมันออกมาได้ดีมากคนอ่านร้องไห้ตั้งแต่บรรทัดแรกจนบรรทัดสุดท้ายของตอน ตอนแต่งนี่ร้องไห้ไหม

    อะไรกันมาร์คสันเจอแค่นี้ยังร้องไห้เจ็บปวดจะเป็นจะตายยังไม่ได้ครึ่งที่แบมเจ็บเลยนะ นายสองคนต้องทรมานกว่านี้ถึงจะสาสม

    เป็นกำลังใจให้คนแต่งและทุกตัวละครค่ะ อินมาก จนเกลียดมาร์คสัน 555





    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 23 กุมภาพันธ์ 2559 / 16:42
    #3676
    0
  16. #3672 neonewmai (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2559 / 12:26
    รอนานมากๆเลยค่ะเข้ามาเปิดดูทุกวันว่าลงเพิ่มยัง ระหว่างรอก็อ่านใหม่ซ้ำๆจนจะจำได้ทุกตอนแล้วค่ะ อ่านไปร้องไห้ไป มันจุกมันแน่นบอกไม่ถูก ร้องไห้หนักมากจริงๆ แต่ก็ชอบมากๆเช่นกันค่ะ อยากให้รวมเล่ม อยากมีเก็บไว้ เป็นกำลังใจให่น๊ะค่ะรออ่านตอนหน้าอยู่ค่ะ จบแฮปปี้มั้ยอ่ะ แค่นี้ก็ใจจะขาดแล้ววววว
    #3672
    0
  17. #3656 som_pnk (@s2342) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2559 / 13:49
    ร้องให้หนักมากTTฮื่ออออไรท์แบมอย่าจากไปเลยแบมม่ายยย
    #3656
    0
  18. #3654 ningg1412 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2559 / 05:23
    ขอเม้นตอนนี้ยาวๆเลย เราจะเอาความรู้สึกตั้งแต่ตอนแรกที่อ่านมาจนถึงตอนนี้มาเม้นแล้วมันจะยาวมาก ขอโทษไว้ก่อนนะ

    เราอ่านเรื่องนี้ตั้งแต่3ทุ่มนี้มันตีห้าแล้ว เราร้องไห้กับฟิคนี้มาตั้งแต่ที่มาร์คแบมจำกันได้แล้วเลิกกับเนียร์ มาจนถึงตอนนี้บอกเลยตอนนี้เราปวดหัวมากร้องไห้หนักมาก น้ำมูกมาเต็มอ่ะ ตื่นมาตาบวมแน่เลย คือปกติเป็นพวกไม่ชอบอ่านฟิครักโรแมนติก ดราม่าหนักๆ ไรแบบนี้ คือเลี่ยงตลอดบอกตรงๆว่าเราหลงเข้ามา เราชอบฟิคนี้ตั้งแต่ตอนแรกทั้งๆที่มันเป็นแนวที่เราไม่ชอบแต่เพราะภาษาเขียนทำให้อยากอ่าน แรกๆมันโรแมนติกเรื่องราวเกี่ยวกับเสียงเพลงที่คนแบบเราไม่ค่อยเข้าใจขนาดเราอ่ะที่เป็นพวกชอบอะไรเรียบๆง่ายๆ ยังทำให้ชอบกับภาษาซับซ้อนแบบนี้ ปกติฟิคที่มีกลอนไรแบบนี้เราอ่ะเลี่ยนมาก แต่ฟิคนี้ไม่รู้ทำไมไม่เลี่ยนแต่ช่วงรักกันแฮปปี้เรารู้สึกว่ามันโรแมนติกจัง มาเรื่องดราม่าบ้าง ดราม่าครอบครัวเป็นฟิคที่เราแพ้ทางจริงๆ ทั้งๆที่รู้สึกเรื่องไม่ได้ดราม่าขนาดนั้นแต่เราร้องไห้ซะจนเราจะตายตาม คือแบบเราว่ามันเป็นเพราะภาษาเขียนจริงๆบรรยายออกมาได้แบบเราไม่ต้องจินตนาการเยอะแต่มันรู้สึกได้ เรารู้สึกสงสารทุกตัวละครในฟิคนี้มาก ถ้ามีคนแบบแบมๆในฟิคอยู่บนโลกเราอยากจะเดินไปกอดเค้าแล้วร้องไห้ไปเค้าอยากแชร์ความรู้สึกด้วย ปกติถ้าเจอฟิคที่ใกล้จะจบเราจะเสียดายมากที่มาเจอช้าไปแต่เรื่องนี้เรารู้สึกมีความสุขมากที่เราได้อ่านตอนที่มันจะจบแล้ว ไม่งั้นเราต้องตายแน่ๆ อ่านฟิคเรื่องนี้เราคงอายุสั้นลงไปสัก10ปี อยากให้ไรท์รู้จริงๆว่าเราร้องไห้แค่ไหน อยากอ่านฟิคที่ไรท์เขียนอีกเยอะๆแต่ไม่ขอดราม่าแล้ว ไม่ไหว ปวดหัวแรง 555555555

    ปล.มันยาวจริงๆแหะ รักคนเขียนนะคะ ขอบคุณนะที่ทำให้เรานอนเช้า 5555 เป็นกำลังใจให้นะคะ สู้ๆ :))
    #3654
    0
  19. #3653 evepenny (@evepenny) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2559 / 03:25
    อ่านทุกที ร้องไห้ทุกที เศร้ามากที่แบมเปลี่ยนไปกลายเป็นคนเย็นชา ตอนแรกเห็นแบมฟื้นขึ้นมาก็นึกว่าจะจบแล้ว แฮปปี้ทุกฝ่าย แต่พอแบมเปลี่ยนไปแบบนี้ เดาตอนต่อไปไม่ออกเลยค่ะ ทั้งที่ทุกคนเข้าใจแบมแล้ว แต่แบมปิดใจไปแล้ว แม้แต่มาร์คเองก็ทำอะไรไม่ได้ ไม่รู้เลยว่าแบมจะกลับเป็นแบบเดิมได้รึเปล่า ตอนนี้แจ็คสันน่าสงสารมาก ที่รู้สึกผิดกับสิ่งที่ตัวเองทำ แต่แก้ไขอะไรไม่ได้

    ไม่ว่าจะจบแบบไหน ก็จะตามอ่านเสมอและก็จะเป็นกำลังใจให้นะคะ
    #3653
    0
  20. #3650 เจ้าป้า (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2559 / 12:36
    ทำไมเป็นแบบนี้ง่าาาาาาาาาาาา T_____T มันเศร้าไปนะคะไรเตอร์ งื้อออออออออออออ

    นานเลยแหละ จนเราใจไม่ดี คิดว่าคงไม่มาลงต่อแล้วอ่ะ

    ขอบคุณนะคะ ไปเช็ดน้ำตาก่อน ......
    #3650
    0
  21. #3646 vegetmin (@vegetmin) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2559 / 00:53
    เราหวังว่าฤดูหนาวจะผ่านพ้นไปในไม่ช้านะคะ หลายหัวใจบอบช้ำเหลือเกิน โดยเฉพาะคนตัวเล็กของเรา ขอทวงคืนแบมแบมคนเดิมค่ะ :')
    #3646
    0
  22. #3645 aaa (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2559 / 20:32
    ร้องไห้อีกแล้ว สงสารทุกคน ไม่อยากให้จบแบบเศร้า อยากให้ทุกคนมีความสุข
    #3645
    0
  23. #3625 Kira11 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2559 / 17:38
    ฮือๆม่าม่กกกกกอะ..ไม่เอาม่าได้ปะสงสารนะ
    #3625
    0
  24. #3621 Milin (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:35
    บีบหัวใจมากๆ ฮือๆ
    #3621
    0
  25. #3619 breezze_bossom (@breezze_bossom) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2559 / 15:02
    นั่งน้ำตาซึม เข้าใจทั้งแบมแบม แจ็คสัน จูเนียร์ มาร์ค เจบี ยองแจและฮันบิน สำหรับแบมแบม ต่อให้เหมือนจะทำใจได้แต่ความเจ็บปวดมันก็ยังคงอยู่ ตอนนี้คงต้องขอให้คนที่ยังอยู่ร่วมกันช่วยพาแบมแบมคนเดิมกลับมาล่ะนะ
    #3619
    0