- I will always love you -[GOT7 MarkBam]

ตอนที่ 32 : - Time to say .....-

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,863
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 43 ครั้ง
    14 ม.ค. 59

- There's just no sadder word to say -

 

                เสียงช้อนส้อมกระทบกับจานแก้ว เป็นหนึ่งเดือนเต็มหลังจากที่แบมแบมเข้ามาอยู่ที่บ้านหวัง  คนตัวเล็กรู้สึกขอบคุณที่คุณพ่อ และคุณป้าจิ้งคอยเอาใจใส่เขาอยู่เสมอ  ถึงแม้คนที่ได้ชื่อว่าเป็นพี่ชายจะพูดจากระทบจิตใจอยู่ทุกวันก็ตาม

 

“ นายนี่มันเก่งเรื่องทำร้ายจิตใจคนอื่นจริงๆ ไม่แค่นี่สิ ยังเก่งเรื่องแย่งของคนอื่นด้วย”

 

“ ไม่รู้สึกอะไรบ้างเลยเหรอที่ทำให้บ้านคนอื่นเค้าแตกแบบนี้”

 

“ ฉันเกลียดทุกครั้งที่นายยิ้ม อย่ามายิ้มให้ฉัน”

 

“ ฉันจะทำให้นายทนอยู่ที่นี่ไม่ได้ ....เข้าใจไหมแบมแบม”

 

“ อย่ามาเรียกฉันว่าพี่ ฉันมีน้องชายแล้ว และนั่นก็ไม่ใช่นายและไม่มีทางที่จะเป็นนาย”

 

 

บทสนทนาคร่าวๆที่พอจำได้  แบมแบมลอบถอนหายใจหลังจากรับประทานอาหารเช้าเสร็จ คนตัวเล็กยกจานเข้าไปเก็บในครัว ก่อนที่เท้าจะก้าวเข้าไปยังห้องที่เต็มไปด้วยกลิ่นของอาหาร หูก็แว่วยินเสียงที่เล็ดลอดออกมาด้านนอก

 

“ ตั้งแต่คุณแบมแบมเข้ามา คุณหนูเล็กเธอก็ยังไม่กลับมาที่บ้านเลยเนอะ คิดถึงเธอจัง” สาวใช้คนหนึ่งพูดขึ้น

 

“ นั่นสิ ไม่เคยออกไปอยู่คนเดียวนานๆขนาดนี้มาก่อนเลย อย่างมากก็ต้องมีกลับมาที่บ้านบ้าง”

 

“ หรือว่าเธอจะไม่ชอบคุณแบมแบม?

 

“ ไม่หรอกมั้ง ถ้าคุณหนูใหญ่ละก็ว่าไปอย่าง รายนั้นน่ะ...”

 

“ นี่ เลิกพูดเรื่องไร้สาระได้แล้ว ฉันเรียกให้ออกไปเก็บจานตั้งนานทำไมยังไม่ออกไปอีก” หลี่จิ้งที่เดินตามหลังแบมแบมมา พูดกับเหล่าสาวใช้เสียงดุ เธอแอบเห็นสีหน้าของแบมแบมตอนที่หยุดยืนฟังอยู่ ยิ่งมองดูก็ยิ่งรู้สึกเห็นใจ

 

“ไม่เป็นไรนะคะคุณหนูแบมแบม แล้วเวลาจะทำให้ทุกๆอย่างดีขึ้น” เธอหันไปพูดเบาๆกับคนตัวเล็กก่อนจะรับเอาจานที่มือมาถือไว้เอง แบมแบมยิ้มให้และพยักหน้าน้อยๆ

 

“ ขอบคุณครับคุณป้า” เขาพูด

 

“ ยินดีเสมอค่ะ คุณหนูไปเรียนได้แล้วล่ะค่ะ คุณมาร์ครออยู่ที่หน้าบ้านสักพักแล้ว” เธอว่า แบมแบมพยักหน้าก่อนจะเดินออกไปจากห้องครัวด้วยสีหน้าเศร้าๆ

 

“ อย่าให้ฉันได้ยินเรื่องไร้สาระแบบนี้อีก ไม่งั้นจะไล่ออกให้หมด” หญิงร่างท้วมหันไปเอ็ดสาวใช้ที่กำลังยืนทำหน้าไม่ถูก

 

“ ห้ามมีอีกเป็นครั้งที่สอง”

 

 

...........

 

แบมแบมเดินออกมาจากบ้านหลังใหญ่เพื่อมาหามาร์คที่จอดรถรออยู่ที่หน้าบ้าน เป็นตัวแบมแบมเองที่ขอร้องไม่ให้คนตัวสูงขับรถเข้ามา เขาไม่อยากให้มีปัญหาอะไรเพิ่มมาอีก มาร์คเดินเข้ามากอดแบมแบมแล้วจุมพิตที่แก้มนิ่มเหมือนอย่างทุกวัน คนตัวสูงเดินไปเปิดประตูรถให้แบมแบม ก่อนที่รถคันงามจะแล่นออกไปตามถนนที่ขนาบข้างไปด้วยทิวทัศน์ที่งดงาม

 

“ ทำไมทำหน้าแบบนั้น” มาร์คพูด

 

“ เปล่า....” แบมแบมตอบ

 

“ เปล่าอะไรกัน มีอะไรพูดมาเลยนะ” เขาพูดต่อ

 

“ ไม่มี...มาร์ครีบไปเร็ว เดี๋ยวไปเรียนสาย” แบมแบมยิ้มกว้าง มาร์คเอื้อมมือขึ้นหยิกเบาๆที่แก้มของแบมแบมอย่างเอ็นดู ทั้งคู่ยิ้มให้กันก่อนที่มาร์คจะหันไปสนใจถนนข้างหน้าต่อ

 

 

 

.................

 

ไม่นานนัก ทั้งคู่ก็มาถึงมหาลัย มาร์คเดินมาส่งแบมแบมที่ตึกเรียน มือของคนทั้งคู่ยังคงจับกันแน่น

ตั้งแต่ลงจากรถมา ยังไม่มีวินาทีไหนที่แบมแบมจะสงสัยเลยว่าจะต้องปล่อย

 

ทั้งคู่เดินมาเรื่องๆแต่ระหว่างห้องที่แบมแบมจะต้องเข้าเรียน จะต้องผ่านห้องเรียนของมาร์คก่อน ระหว่างนั้นคนตัวเล็กเล่าเรื่องอาหารเช้าในคนตัวสูงฟัง คนตัวสูงก็อมยิ้มฟังอย่าตั้งใจ เขามองหน้าคนรักด้วยแววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักอย่างเช่นทุกๆวัน ไม่ว่าเรื่องเล็กใหญ่อะไรที่แบมแบมเล่าเขาก็เต็มใจจะฟังทั้งนั้น

 

เสียงหัวเราะของแบมแบมและมาร์คมีคลอมาอยู่เรื่อยๆ จนกระทั่งร่างเล็กหันหน้าไปเจอกับคนคู่หนึ่งที่ไม่ได้เตรียมใจว่าจะเจอกันมาก่อน

 

 

“พี่จูเนียร์....” แบมแบมเรียกชื่อคนหน้าสวยอีกคนที่ถูกเจบีประคองให้เดินมา แบมแบมเลื่อนสายตามองไปยังขาข้างซ้ายที่ถูกหุ้มด้วยเฝือกสีขาว พี่จูเนียร์บาดเจ็บนี่นา

 

“จูเนียร์..เกิดอะไรขึ้นกับขาของนาย!” มาร์คปล่อยมือจากแบมแบมรุดเข้าไปหาจินยองทันที สีหน้าและแววตาดูเป็นกังวลมาก

 

...บีฮยอง พาผมไปที่คลาสที” จูเนียร์ตัดบทด้วยการขอร้องให้เจบีพาตนเองเดินหนีไปจากสถานการณ์ที่มันอึดอัดตรงหน้า

 

“เดี๋ยวสิจูจู มาคุยกันก่อน” มาร์คคว้าข้อมือของจินยองเอาไว้ เจบีถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้

 

“บีฮยอง...” จินยองเบี่ยงหน้าหลบสายตาของมาร์คไปหาเจบีอีกครั้ง ไม่อยากจะมองดวงตาคู่นั้นให้มันปวดใจ

 

เจบีตบไหล่มาร์คเบาๆ ก่อนจะพาจูเนียร์เดินผ่านหน้ามาร์คไปเงียบๆ 


เสี้ยววินาทีนั้นเองความมั่นใจที่มันเอ่อล้น เหมือนกับจะระเหิดหายไปพร้อมกับไออุ่นจากมือที่เพิ่งปล่อยจากกกัน

 

แบมแบมยืนมองดูการกระทำของคนทั้งคู่ด้วยความรู้สึกอ้างว้างในหัวใจอย่างประหลาด

 

คนตัวเล็กได้แค่ยิ้มออกมา ให้กับสิ่งที่เห็นตรงหน้า 

 

“นายรู้เรื่องนี้มาก่อนหรือเปล่าแบมแบม” มาร์คเดินตรงเข้ามาหาแบมแบมเอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงกังวล

 

แบมแบมส่ายหน้าน้อยๆ มาร์คพยักหน้ารับก่อนจะหันหน้ามองตามจูเนียร์ไปด้วยสีหน้าและแววตาที่ซ่อนความรู้สึกเอาไว้ไม่มิด

 

“แล้วแจ็ครู้เรื่องนี้หรือเปล่า” เขาหันมาถามแบมแบมอีก

 

“ไม่รู้สิ เราก็ไม่รู้เหมือนกัน” แบมแบมตอบไปตามตรง เพราะจริงๆแล้วแบมแบมก็ไม่รู้จริงๆ

 

“ทำไมล่ะ ทำไมแจ็คสันถึงไม่รู้” มาร์คถามเหมือนจะเค้นอยากจะเอาคำตอบให้ได้ แบมแบมเผลอถอนหายใจออกมา

 

“พี่จูเนียร์น่ะ ออกมาอยู่เองที่คอนโดได้สักพักแล้วล่ะ” คนตัวเล็กพูดด้วยน้ำเสียงเหนื่อยๆ

 

“ทำไมไม่เล่าเรื่องนี้ให้เราฟังเลย” มาร์คว่า

 

แบมแบมมองหน้ามาร์ค จ้องเข้าลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น ก่อนที่ริมฝีปากบางจะขยับพูด

 

“เราไปเรียนก่อนนะ เดี๋ยวสาย”

 

“เดี๋ยวสิแบมแบม....กลับมาอธิบายให้เราฟังก่อน.....”

 

แบมแบมเดินจากมา ขณะที่หัวใจกำลังตั้งคำถาม มาร์คมองตามหลังแบมแบมแบมไปสลับกับมองไปยังทางที่จูเนียร์เพิ่งเดินไป ร่างสูงยืนอยู่ตรงกลางระหว่างทางแยก ตอนนี้ไม่รู้ว่าควรจะมองไปทางไหนก่อน ต้องเดินตามเส้นทางไหนถึงจะถูกที่สุด

 

 

 

 

…........

 

“ แบมแบม มาแล้วเหรอ” ยองแจเอ่ยทักเพื่อนเสียงใส ขยับเก้าอี้ให้แบมแบมนั่ง

 

“อื้ม” คนตัวเล็กตอบเสียงสั้น

 

“ทำไมทำหน้าแบบนั้น ไม่สบายเหรอ” เขาถามเมื่อเห็นสีหน้าของแบมแบมไม่สู้ดีนัก

 

“เปล่าหรอก........เราสบายดี” แบมแบมยิ้ม ก่อนจะเปิดหน้าสมุดที่ว่างเปล่าขึ้นมามองดู

 


“ถ้าเราบอกนายแล้วจะเป็นยังไงเหรอมาร์ค ถ้านายรู้แล้วนายจะทำยังไง”

 

 

 

......มาถึงแล้วงั้นเหรอ   เร็วจังเลยนะ.....”

 

 

 

เป็นเสียงที่แบมแบมได้ยินมันออกมาจากหน้ากระดาษที่ว่างเปล่า

 

 

 

 

.........

 

 

เวลาผ่านไปจนครึ่งค่อนวัน แบมแบมจบคลาสเรียนในช่วงเช้าแล้ว ก่อนจะออกจากห้อง อาจารย์หนุ่มรูปหล่อได้เรียกตัวเขาเอาไว้

 

“ แบมแบม เรื่องเอกสารเรียบร้อยหรือยัง?” ยูคยอมขยับแว่นตากรอบหนาให้เข้าที่แล้วเอ่ยถามลูกศิษย์ออกไป

 

“ ฮะ” แบมแบมตอบสั้นๆ

 

“ โอเค รีบเอามาส่งล่ะ เหลือนายคนเดียวเลยนะ” เขาว่าด้วยน้ำเสียงแอบดุ

 

“ ครับ” แบมแบมโค้งให้อย่างสุภาพ ก่อนจะเดินออกมาจากห้องเรียน

 

แบมแบมแยกกับยองแจที่ตรงหน้าห้องเรียน ด้วยช่วงบ่ายต้องเรียนกันคนละคลาส เท้าคู่เล็กเดินมาเรื่อยๆกระทั่งถึงทางที่ขนาบข้างไปด้วยดอกไม้สีม่วง

 

 

“เฮ้” เสียงเอ่ยทักดังขึ้นมาจากเก้าอี้ด้านข้างทาง แบมแบมหันไปทางต้นเสียง

 

“พี่แจบอม” คนตัวเล็กยิ้มอ่อนแล้วเดินเข้ามานั่งลงใกล้ๆเจบี

 

“ไงเรา ไม่ได้เจอกันมาสักพักแล้วเนอะ” เจบีพูดพร้อมๆกับลูบหัวแบมแบมเบาๆ

 

“อื้อ ผมสบายดีฮะ แล้วพี่แจอบอมล่ะฮะ” แบมแบมถามเสียงใส

 

“พี่ก็สบายดี ถ้าไม่ติดว่าตางรางงานมันแน่นเอี้ยดไปหน่อย

แต่ว่านะ ช่วงนี้ก็คงจะว่างมากขึ้นแล้วล่ะ จินยองขาเจ็บ เลยต้องพักโปรเจ็คเอาไว้ก่อน” เขายกมือขึ้นเกาท้ายท้อย

 

“จินยอง..?” แบมแบมมประหลาดใจกับชื่อที่แจบอมพูดถึง

 

“อ้อ ชื่อเกาหลีของหมอนั่นน่ะ….จูเนียร์” เขาว่า

 

“อ่า....” แบมแบมพยักหน้า

 

“ นี่...แบมแบม…..ฮยองอยากให้นายน่ะ เข้าใจในสิ่งที่จินยองทำนะ หมอนั่นถึงจะดูหัวรั้น ดูเข้มแข็ง แต่จริงๆแล้วอ่อนแอมากเลย หัวใจของหมอนั่นน่ะอ่อนแอกว่านายเยอะ” จู่ๆเจบีก็พูดขึ้น แบมแบมหันหน้าไปมองคนผมสีเงินที่พูดกับเขาอย่างไม่มองหน้า

 

 

“.......ที่จินยองออกจากบ้านมา เพราะกลัวถูกเมิน กลัวถูกละเลยจากคนที่บ้าน......เด็กคนนั้น กลัวการถูกทิ้งที่สุดเลยล่ะ” เขาพูดต่อ ก่อนจะหันหน้ามามองแบมแบม คนตัวเล็กยิ้ม

 

 

“ผมรู้ฮะ.... “  แบมแบมถอนหายใจออกมาเบาๆ มือเรียวยกขึ้นประสานกันก่อนจะเริ่มพูดต่อ

 

“แต่ว่าพี่แจบอม...... คนที่บ้านน่ะไม่มีเลยสักคนที่ไม่รักพี่จูเนียร์  

ถ้ามองดูแล้วผมเองต่างหากละฮะ ที่เป็นคนนอก

เป็นใครก็ไม่รู้...”   แบมแบมออกแรงกำมือทั้งคู่เอาไว้แน่น ดวงหน้าหวานยังคงระบายยิ้มอ่อนออกมา แสดงให้เห็นเพียงด้านที่เข้มแข็ง....

 

นั่นสินะ....ไม่รู้ว่ามีใครเคยเห็นด้านที่อ่อนแอของเด็กคนนี้บ้างหรือเปล่า

 

“แบมแบม ฮยองไม่อยากให้นายคิดแบบนั้นเลย นายไม่ใช่คนนอกนะ นายเป็นลูกชายของคุณหวัง เป็นน้องของแจ็คสัน”  เจบีเอื้อมมือออกไปจับกับมือคู่เล็กนั้น

 

“นายเองก็ไม่ควรน้อยใจอะไรนะ เข้มแข็งไว้ ฮยองรู้ว่านายทำได้”

 

“คนเก่ง”  เขาส่งรอยยิ้มกลับมาให้ แบมแบมเองก็ยิ้มพร้อมๆกับพยักหน้าตอบกลับไปแทนคำพูด

 

“ไปเรียนเถอะ ฮยองต้องไปแล้วเดี๋ยวตอนเย็นจะมารับจินยอง”

 

“ครับ โชคดีฮะพี่แจบอม”

 

“อย่าคิดมากล่ะ รู้มั้ย” แจบอมเอื้อมมือออกมาลูบหัวแบมแบมอีกครั้ง คนตัวเล็กพยักหน้าให้แทนคำตอบ ก่อนที่ทั้งคู่จะลากันที่ตรงใต้ต้นไม้ใหญ่

 

 

 

 

 

..........

“จูจู เราขอคุยด้วยหน่อยสิ”  หลังจากหมดชั่วโมงเรียนคาบสุดท้ายของนักศึกษาชั้นปีที่สาม มาร์คที่นั่งเงียบอยู่ข้างจูเนียร์ตลอดก็ตัดสินใจพูดขึ้นมา

 

“เกิดอะไรขึ้นกับนายอย่างนั้นเหรอ” เขาถามต่อ

 

..........” จินยองยังคงเงียบ และพยายามจะลุกขึ้นยืนด้วยตัวเอง

 

“จะไม่ยอมพูดอะไรกับเราจริงดิ” เขาว่า

 

.......” ดวงหน้าหวานหันมาสบตากับดวงตาคมก่อนจะเอ่ยพูดบ้าง

 

“มาร์คไม่ต้องมาสนใจเราหรอก

เราสบายดีแค่ขาแพลง แป๊ปเดียวเดี๋ยวก็หาย

เจ็บแค่นี้เอง......ไม่ตายหรอก” พูดด้วยน้ำเสียงติดประชด มาร์คถอนหายใจก่อนจะเข้าไปประคองให้จูเนียร์นั่งลง

 

“จูจู  ตายอะไรกัน ทำไมพูดแบบนั้น” เสียงทุ้มพูดเสียงอุ่น แววตาที่มองไปที่จูเนียร์ ยังคงเต็มไปด้วยความรู้สึกเป็นห่วงเป็นใยเหมือนเดิม เหมือนที่เคยเป็นมาตลอด

 

“........รู้อะไรมั้ย...... เราเกลียดเวลาที่มาร์คมองเราแบบนั้นมากเลย

ไม่ต้องใจดีกับเราได้ป่ะ

แค่ทำเป็นไม่สนใจแล้วก็มองผ่านเราไปเถอะ” จูเนียร์ผลักมาร์คออกไปเบาๆให้พ้นตัวเอง

 

“เราจะไปทำแบบนั้นได้ยังไงล่ะ นายกำลังมีปัญหา คนที่เราเป็นห่วงกำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก จะให้ทำเป็นมองไม่เห็นได้ยังไง” มาร์คพูด

 

“ขี้โกง……

 

มาร์คน่ะขี้โกง……

 

ทั้งที่เราคิดว่าเราลืมมาร์คได้แล้ว ทำใจได้แล้วแท้ๆ…..

 

แต่ดูสิ แค่เห็นหน้ามาร์ค เห็นแววตาแบบนี้ ทั้งหมดที่เคยคิดว่าควบคุมมันได้ ก็พังหมดเลย

 

ทำไมต้องเดินกลับมาด้วย” จินยองหันมามองมาร์คด้วยน้ำตาที่เริ่มมาคลอ เราก็ปล่อยนายไปแล้วไง ทำไมยังต้องมาทำเหมือนกับว่ายังไม่อยากไปไหนด้วย

 

“จูเนียร์......” มาร์คเอ่ยชื่ออีกคนเสียงเบา ทั้งคู่ใช้สายตาคุยกันอยู่สักพัก ก่อนที่น้ำตาจะค่อยๆไหลออกมาจากดวงตาคู่สวยนั้น...

 

It hurt that I still love you...” พูดจบจินยองก็ร้องให้ มาร์คยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาให้ ก่อนจะดึงจูเนียร์เข้ามากอดปลอบ

 

Chu…. come here don't cry 

I know, I know...” เขาลูบหัวจูเนียร์ไปมาอย่างอ่อนโยน สัมผัสที่จินยองโหยหาและคิดถึง

 

God, I shouldn't let you go.....” สารภาพออกมาทั้งๆน้ำตา นี่คือสิ่งที่ติดอยู่ในใจของจินยองมาตลอด เขารักมาร์ค เขารักผู้ชายคนนี้มากจริงๆ

 

เสียงสะอื้นไห้ และทุกอิริยาบถของคนทั้งคู่ ........ตกอยู่ภายใต้สายตาของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าประตูมาสักพัก

 

Everything they said…

Every moment they sheared ….

BamBam saw it….

Everything……

 

                คนตัวเล็กจ้องมองภาพนั้นอยู่เพียงครู่ ก่อนจะค่อยๆเลื่อนมือขึ้นทาบที่ตรงหน้าอก สัมผัสดูให้แน่ใจว่าก้อนเนื้อข้างซ้ายยังคงทำหน้าที่ของมันอย่างดี ไม่ได้หยุดเต้นไปเพียงเพราะเจ้าของมันกำลังรู้สึกเจ็บปวด ทรมานอยู่ในทุกลมหายใจเข้าออก

 

There's no song can truly play the melody of my heart 

There's no lyrics can describe my feeling for what I feel

But that’s fine,

Even I’m hurt and dying inside

No one will never ever know.

 

 

…………

 

 

They still love each other…” เสียงหวานเอ่ยออกมาแผ่วเบา

ร่างบางเดินทอดน่องมาตามริมฟุตบาทอย่างเชื่องช้า ดวงตากลมเหม่อมองอย่างไร้จุดหมาย

และแล้วเรื่องราวก็วนกลับมาตรงที่มันเริ่ม

 

พวกเขารักกัน

 

พวกเขายังคงรักกันอยู่....

 

ทำไมนายถึงได้เห็นแก่ตัวทำเป็นมองข้ามมันไปนะแบมแบม

 

ทำไม

 

เพราะนายกลัวว่าตัวเองจะไม่เหลือใครอย่างนั้นเหรอ

 

เป็นเพราะแบบนั้นเองใช่มั้ย นายแค่กลัวว่าตัวเองจะต้องเสียใจก็เลยเลือกที่จะมองข้ามความรักของพี่มาร์คกับพี่จูเนียร์ไป

 

.......... เท้าเล็กหยุดอยู่กับที่ แบมแบมแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้า ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่เมฆสีขาว ร่างบางทอดถอนลมหายใจ ด้วยความหนาวเย็นทำให้เกิดไออากาศลอยขึ้นไปข้างบนฟ้า หัวใจดวงน้อยที่ไม่เคยถูกเติมเต็ม วันนี้มันได้แผลใหม่มาอีกแล้ว มือขาวยกขึ้นทาบที่หน้าอกพลางในใจก็คิด เขาจะต้องรู้สึกเจ็บปวดจากความรักอีกสักเท่าไหร่ พระเจ้าจึงจะมอบความสุขที่แท้จริงให้สักที มือเล็กค่อยๆล้วงเอาสร้อยคอสีเงินในกระเป๋าแจ็คเก็ตออกมาพินิจดู ถ้าตอนนี้คุณแม่ยังอยู่ชีวิตผมจะเป็นแบบนี้หรือเปล่านะ จะต้องเป็นฝ่ายถูกเลือกให้อยู่ ให้ไป อย่างนี้หรือเปล่า....

 

แม่ครับ ผมมีสิทธิ์ ที่จะมีความสุขจริงๆบ้างมั้ยนะ....

 

และเขาก็ก้าวเดินไปยังใต้ร่มไม้ใหญ่

ค่อยๆหย่อนตัวนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเก่า

หัวใจดวงน้อยกำลังร่ำร้องบทเพลงในวันวาน

พาลให้คิดถึง....

คิดถึงอดีต

คิดถึงคนที่รัก

คนที่ครั้งหนึ่งเราเคยรักกัน

เพียงเพื่อที่จะย้ำเตือน...

ว่าเคยมีความสุขแค่ไหน

เคยสุขมากแค่ไหนในตอนนั้น

 

ในตอนที่เรามีกันและกัน

 

และเขาทำได้เพียงเท่านี้

ทำได้แค่เพียงคิดถึง

 

นกตัวน้อยบินผ่านหน้าไป

มันหยุดอยู่ตรงดอกไม้สีหวานที่ชูช่ออยู่

ดอกไม้ร่วงลงสู่พื้นดินยามเมื่อนกบินจากไป

 

พวกเขาต้องจากกันแล้ว....

ดอกไม้กับต้นของมัน...

 

รอยยิ้มจางๆปรากฏขึ้น

นี่ช่างเหมือนเรื่องราวของเราเลยล่ะ

เขาคิด,

 

ดอกไม้จากไปแล้วล่ะ...

ต้นไม้จะเสียใจบ้างมั้ยนะ

มันคงจะเสียใจ แต่สุดท้ายแล้ว มันจะไม่เป็นไร มันจะยังอยู่ได้...

อยู่เพื่อรอดอกไม้ช่อใหม่

 

แต่เจ้าดอกไม้ที่จากไป

ไม่มีทางเลือกหรอก

สุดท้ายก็ต้องเหี่ยวเฉาและตายไปในสุด.....

 

 

 

……………..

 

 

.....เช็ดโต๊ะตัวเดิมแบบนั้นมาครึ่งชั่วโมงละ.....มีอะไรกันหรือเปล่า?” ยองแจในชุดเด็กเสิร์ฟเอ่ยถามผู้มาเยือนที่เดินเข้าร้านมาด้วยสายตาเคร่งเครียด

 

...แล้วแบมแบมพูดอะไรกับนายมั้ย” เขาถามกลับ ก่อนจะยกมือขึ้นถอดแว่นตาราคาแพงวางลงบน

เคาท์เตอร์

 

“ไม่มี” ยองแจตอบเสียงเรียบๆ ช่วงเดือนนี้เขาพลาดอะไรจากแบมแบมไปหรือเปล่านะ เท่าที่เห็นหมอนี่ก็ดูร่าเริงดี ถามอะไรก็ตอบทุกครั้ง กับพี่มาร์คก็ดูรักกันปานจะกลืนกิน ไม่เห็นมีอะไรน่าเป็นห่วง

 

เอ....จริงๆก็ยกเว้นอยู่เรื่องเดียวแฮะ เรื่องที่บ้าน หรือหมอนี่มีเรื่องที่บ้านให้ไม่สบายใจกันนะ คิดพลางชงกาแฟไปพลาง ยองแจเริ่มจะทำหน้าเครียดตามเจบี แต่พอหันไปหาแบมแบม คนตัวเล็กก็ยิ้มให้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

หรือเขาจะคิดมากไปนะ?

 

“แบมแบม” เจบีถอนหายใจ ก่อนจะเดินมาใกล้กับโต๊ะที่แบมแบมทำความสะอาดอยู่

 

“อ้าว พี่แจบอม มาได้ไงครับ ไปส่ง...พี่จูเนียร์แล้วใช่มั้ย” แบมแบมถามเสียงใส ยิ้มออกมาให้เจบีที่ยืนมองหน้าเขาด้วยท่าทางเครียดๆ

 

“ มาร์ค...ไปส่งแล้วล่ะ..” เจบีส่ายหน้าน้อยๆก่อนจะบอกคำตอบ  แบมแบมพยักหน้าให้เบาๆ ก่อนจะก้มลงเช็ดโต๊ะตัวเดิมต่อ

 

“ มาทานกาแฟใช่มั้ยฮะ นั่งก่อนสิ เดี๋ยวผมเอาเมนูมาให้” แบมแบมยิ้มหวาน เอ่ยบอกให้เจบีนั่งลงที่ตรงเก้าอี้ไม้

 

“เปล่า มาหานาย”

 

“หาแบม?” แบมแบมทำท่าทางฉงนใจ 

 

“อื้ม นั่งก่อนสิ” คนผมสีเงินตอบสั้นๆ จับข้อมืออีกคนให้นั่งลงฝั่งตรงข้าม

 

“ฮะ” แบมแบมยิ้ม

 

“โอเคหรือเปล่า” เจบีถามทันทีที่ก้นติดเก้าอี้

 

“โอเคอะไรเหรอฮะ” คนตัวเล็กพูดออกมาด้วยสีหน้ายิ้มๆ

 

“พี่รู้นะ ว่าแบมเห็นอะไรมา” เขาพูดพร้อมๆกับเอื้อมมือออกไปจับกับมือของแบมแบม ขณะนึกถึงภาพคนตัวเล็กที่ยืนนิ่งอยู่หน้าประตูห้องเรียน ก่อนจะเห็นว่าแบมแบมค่อยๆเดินหันหลังกลับไปจากทางที่เดินมา สีหน้าเศร้าๆที่เจบีมองเห็นจากที่ไกลๆยังคงสัมผัสได้ถึงความรู้สึกเจ็บปวดในหัวใจที่คนตัวเล็กแสดงมันออกมาผ่านแววตา

 

แบมแบมหลบตาลงมองผ้าขี้ริ้วบนโต๊ะก่อนจะยิ้มออกมาน้อยๆ

 

“ไหวมั้ย”  แบมพยักหน้าให้เบาๆแทนคำตอบ

 

“มันผิดหรือเปล่านะที่ไปพูดกับนายแบบนั้น พี่ขอโทษนะที่พูดอะไรไม่นึกถึงความรู้สึกนายเลย” ยิ่งเจบีเห็นท่าทางที่แบมแบมแสดงออกมาว่าไม่เป็นไร เขาก็ยิ่งเสียใจกับคำพูดของตัวเอง นึกถึงตอนนี้อยากจะตบปากตัวเองสักร้อยๆครั้ง

 

“ขอโทษอะไรกัน ผมไม่เป็นไรหรอก...... ก็เป็นคนเก่งนี่นา” แบมแบมเงยหน้าขึ้น ยิ้มกว้างกลับไปให้เจบี คนผมสีเงินยิ่งมองรอยยิ้มของแบมแบมยิ่งรู้สึกเจ็บปวดใจแปลกๆ แบมแบมจะไม่เป็นอะไรได้ยังไงกัน...

 

“พี่แจบอมไม่ต้องกังวลหรอกฮะ ผมชินแล้ว” พูดประโยคนี้ออกมาอย่างง่ายๆทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 ถ้าไม่เข้มแข็งมาก ก็ต้องอ่อนแอมาก นายกำลังเป็นแบบไหนกันนะแบมแบม

 

“อย่าห่วงไปเลย.....ผมน่ะไม่เป็นอะไรหรอก.....

รอตรงนี้สักครู่นะฮะเดี๋ยวผมหยิบเมนูมาให้” พูดพร้อมๆกับลุกขึ้น แจบอมตอบอืมในลำคอพร้อมๆกับพยักหน้า

 

 

 

 

ยิ่งเห็นหน้าแจบอม ยิ่งรู้ว่าสิ่งที่ต้องเจอมันเป็นความจริง ยิ่งตอกย้ำให้หัวใจรู้สึก

 

เราจับต้องความสุขไม่ได้

โอบกอดความรักไม่ได้

ควบคุมความเสียใจไม่ได้

แต่ถึงอย่างนั้น ก็ไม่สามารถพูดอะไรออกไปได้เลย.

 

 

.............

 

“คุยอะไรกันเหรอ” ยองแจเอ่ยถามแบมแบมที่เดินมาที่เคาท์เตอร์เพื่อหยิบเอาเมนูของร้านเพื่อเอาไปให้แจบอม

 

 

“ไม่มีอะไรหรอก พี่แจบอมแค่มากินกาแฟน่ะ” เขายิ้ม

 

“แบม...” คนตาตี่ทำท่าจะถามต่อ แต่แบมแบมก็พูดตัดบทขึ้นมา.

 

“ยองแจได้โปรด.....อย่าเพิ่งถามอะไรเราตอนนี้เลยนะ

 

นะ.......” แบมแบมพูดออกมาด้วยท่าทางที่เหนื่อยเหมือนใกล้หมดแรง

หมดแรงที่จะฝืนพูดคำว่าไม่เป็นไรอีกสักหนึ่งครั้ง  ยองแจพยักหน้าเบาๆ เว้นพื้นที่ให้อย่างเพื่อนขอ

 

 

 

“จริงด้วยพี่แจบอม……ผมขอที่อยู่พี่จูเนียร์หน่อยได้มั้ยครับ” แบมแบมถามเจบีทันทีที่วางเมนูลงบนโต๊ะ

 

“นายจะ.....” เจบีมองใบหน้าเล็กๆนั้นอย่างสงสัย ไม่กล้าคิดว่าแบมแบมจะทำอะไร

 

“ ผมว่า ผมกับพี่จูเนียร์มีบางอย่างต้องคุยกัน….” แบมแบมยิ้ม ตอบเจบีไปอย่างไม่โกหก

 

“ถ้างั้นเอางี้ พรุ่งนี้เดี๋ยวพี่พานายไปเอง” เจบีตอบแบมแบม ตอนนี้มาร์คคงยังอยู่กับจูเนียร์ที่ห้อง ถ้าแบมแบมไปเห็นสองคนนั้นอยู่ด้วยกันอีกคงจะไม่ดีแน่ๆ เอาเป็นว่า เขาจะพาแบมแบมไป แต่เป็นวันหลังก็แล้วกัน

 

“ ผมไม่ได้อยากไปพรุ่งนี้ ผมอยากไปวันนี้ พี่แจบอมแค่บอกที่อยู่ผมมาก็พอฮะ ไม่ต้องเป็นห่วง ผมไม่ทำอะไรบ้าๆหรอกครับ” แบมแบมพูดติดตลก เจบีจึงถอนหายใจออกมาแล้วตอบตกลงว่าเขาจะพาไปเอง  ก่อนที่จะปล่อยให้แบมแบมได้ไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อ

 

 

 

……………

 

 

 

                ทันทีที่ถึงคอนโดหรู แบมแบมลงจากรถแล้วก้าวเท้าเข้าไปในตึกอย่างใจเย็น คิดอะไรต่อมิอะไรอยู่ในใจเต็มไปหมด ดวงตากลมมองตรงไปยังโถงทางเดินที่จะนำเขาไปสู่ห้องของจูเนียร์

ทันทีที่ถึงหน้าห้อง แจบอมที่เดินตามมาก็รีบรุดเข้ามายืนใกล้ๆกับแบมแบมที่เคาะประตูห้องอยู่สองสามครั้งก่อนหน้า  เจบีเอื้อมมือไปกดออดที่อยู่ใกล้ๆให้ ก่อนจะหันมาบอกแบมแบมว่า เคาะก็ไม่ได้ยินหรอก ประตูมันเก็บเสียง

 

รอเพียงไม่นานเสียงเปิดประตูก็ดังขึ้น

 

แต่ทว่า.....คนที่มาเปิดประตูกลับเป็นคนละคนกันกับที่แบมแบมหวังเอาไว้ แต่ถึงอย่างนั้นเมื่อเห็นหน้ากัน คนตัวเล็กก็ก้มโค้งทักทาย

 

May I?” เขาขออนุญาตเข้าไปในห้องกับคนที่ยืนอยู่หน้าประตู ทำอย่างคนไม่รู้จักกัน มาร์คเลื่อนสายตาไปหาเจบี คนผมสีแดงทำหน้าตกใจเล็กน้อยที่เห็นแบมแบมมาที่นี่ เจบียกไหล่ ก่อนจะพยายามบอกว่าห้ามแล้ว แต่แบมแบมไม่ฟัง เจบีดึงแขนมาร์คออกมานอกห้อง บอกว่าแบมแบมอยากคุยกับจูเนียร์ตามลำพัง ขอให้มาร์คอดทนรออีกนิดเดียว


มาร์คแอบฉงนใจในประโยคที่เจบีพูด อะไรคือ อดทนรออีกแค่นิดเดียว ถึงจะยังสงสัยแต่ก็ยอมเดินตามเจบีไปยังห้องพักส่วนกลางแต่โดยดี

 

“ ใครมาเหรอมาร์ค บีฮยองหรือเปล่า” ร่างบางที่นั่งอยู่เตียงนอน กำลังทอดน่องมองวิวยามกลางคืนของกรุงโซล ถามออกไปโดยที่ไม่รู้เลยว่าใครกันที่เดินเข้ามาใกล้

 

แบมแบมเดินตามเสียงจูเนียร์ไปก่อนจะค่อยๆหย่อนตัวลงนั่งข้างๆกัน

 

“มาตามมาร์คกลับเหรอ?” จูเนียร์พูด ทันทีที่เห็นหน้าแบมแบม

 

“ไม่ต้องห่วงหรอก ฉันรู้ว่าตัวเองต้องยืนตรงไหน......

 

เราจบกันแล้ว นายไม่ต้องกังวลว่า.....” คนหน้าสวยพยายามจะอธิบาย  แบมแบมส่ายหน้าน้อยๆ ก่อนจะพูดต่อ

 

“เปล่าฮะ ไม่ได้มาเพราะพี่มาร์คหรอก....ผมมาเพราะว่าอยากคุยกับพี่....” แบมแบมยิ้ม

 

“คุยอะไร.....ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับนาย” จูเนียร์เบี่ยงหน้าหนีทันทีที่เห็นรอยยิ้มเล็กๆบนหน้าแบมแบม

 

อย่ามายิ้มแบบนั้นให้ฉันต้องรู้สึกไม่ดีได้มั้ย

 

“........ถ้างั้นพี่ก็ไม่ต้องคุย แค่ฟังผมก็พอ…..

 

 

 

 

 

 

..........

 

 

“แบมแบมจะทำอะไรกันแน่นะ” มาร์คพูดพร้อมๆกับจุดบุหรี่ขึ้นสูบ

 

“นายนั่งนิ่งๆเถอะน่า เค้าไม่ทำอะไรโง่ๆเหมือนที่นายคิดหรอก” แจบอมว่า

 

“ทำไม เป็นห่วงเหรอ?

 

 

......” มาร์คเงียบไปสักพักเจบีจึงถามต่อ

 

“ห่วงใครล่ะ?

 

 

“.....ก็ทั้งคู่นั่นแหละ”  พูดจบก็พ่นควันสีขาวออกจากปาก เจบีเดินเข้ามาใกล้ ตบลงเบาๆที่ไหล่ของมาร์ค

 

“ มาร์ค…… ทำแบบนี้จะไม่ใจร้ายกับแบมแบมไปหน่อยเหรอ

ก็เลิกกับจินยองแล้วนี่ ไม่กลัวแบมแบมเสียใจเหรอ….” คนผมสีเงินถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง

 

“............. ฉันต้องทำน่ะบี ฉันต้องทำ...” มาร์คทำหน้าครุ่นคิดอยู่สักพักก่อนจะตอบออกมา เจบีพยักหน้าเบาๆ เพื่อเป็นการบอกว่าเชื่อในสิ่งที่มาร์คพูด  สองเพื่อนรักผลัดกันสูดเอาสารนิโคตินเข้าปอดกันอยู่ท่ามกลางลมที่พัดเข้ามาจากด้านนอก

 

 

 

.............

 

               

“ ฟังนะ ถ้าจะมาเพราะว่ารู้สึกผิดละก็ ไม่ต้องห่วงหรอก ฉันไม่โทษนายสักนิด ฉันตัดสินใจออกมาเอง” จูเนียร์พูด   แบมแบมขยับตัวเข้าไปใกล้กับจูเนียร์  คนตัวเล็กปิดเปลือกตาลงจังหวะหนัก สูดเอาลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ก่อนจะขยับปากพูด

 

“ ผมไม่ได้มาเพราะว่ารู้สึกผิด และไม่ได้มาเพื่อที่จะมาพูดขอโทษ เหตุผลที่ผมมาวันนี้ ผมอยากมาขอร้องให้พี่กลับบ้าน

 

กลับไปหาคุณพ่อ กลับไปหาพี่แจ็คสัน คนที่บ้าน เขารอพี่อยู่นะครับ.....” แบมแบมยิ้ม ก่อนจะพูดต่อ

 

“ พี่กำลังคิดว่านี่มันไม่แฟร์ใช่มั้ยฮะ ทุกอย่างที่เกิดขึ้น คงคิดว่ามันไม่แฟร์สำหรับพี่เลยใช่หรือเปล่า? กลัวว่าผมจะไปแย่งความรักจากคนที่รักพี่ใช่มั้ย?

 

“ อย่าทำมาเป็นรู้จักฉันดีไปหน่อยเลยแบมแบม นายน่ะ/ พี่มีความสุขมั้ยครับ?

 

“ ว่าไงนะ?”

 

“ ผมถามว่า ออกมาอยู่คนเดียวแบบนี้มีความสุขดีมั้ย?

 

“ เฮอะ....แล้วนายล่ะ อยู่ที่บ้านกับครอบครัวเป็นยังไง รู้สึกดีหรือเปล่า” จบประโยคประชดประชันของ

จินยอง แบมแบมก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา

 

“ ผม....ผมมีความสุขฮะ.....” แบมแบมเว้นช่องว่างก่อนจะพูดต่อ

“พี่จูเนียร์ ผมรู้ว่าพี่กำลังรู้สึกยังไงอยู่ตอนนี้ แต่สิ่งที่ผมไม่เข้าใจพี่ก็คือ...พี่หนีทำไม? เดินหนีออกมาจากครอบครัวของตัวเองทำไม? พี่มันเป็นคนโง่เง่าที่สุดที่ผมเคยรู้จักมาเลย รู้มั้ยฮะ?” เขาลืมตาขึ้นจ้องมองดวงตาคู่สวยอีกดวง พูดประโยคที่ไม่คิดว่าตัวเองจะกล้าพูดออกมา

 

“นะ..นาย!” จูเนียร์ตาโตขึ้นมา รู้สึกอึ้งกับคำพูดที่ออกมาจากปากของแบมแบม

 

“พี่น่ะ ทั้งโง่แล้วก็น่าสมเพช” แบมแบมยังคงมองหน้าจูเนียร์ด้วยสายตาที่ต่อว่าในความหมายเดียวกับน้ำเสียง

 

เพี้ย!

 

“หยุดเดี๋ยวนี้นะแบมแบม ถ้าจะมาเพื่อพูดกับฉันแบบนี้ล่ะก็ ออกไป!!!!” ไม่ต้องรอให้แบมแบมได้พูดอะไรออกมาอีก ฝ่ามือของจูเนียร์ก็ฟาดไปที่แก้มของแบมแบมเต็มแรง แบมแบมหน้าหันไปตามแรงตบ

จูเนียร์ขมวดคิ้วเข้าหากัน เด็กนี่มีสิทธิ์อะไรมาพูดแบบนี้กับเขากัน!

 

                แบมแบมขยับเข้าไปใกล้จูเนียร์ ยื่นมือออกไปจับกับมือของจูเนียร์ มือขาวยกขึ้นลูบที่แก้มของตัวเองเบาๆ ดวงตากลมโต ยังคงจ้องมองไปยังดวงตาของอีกคน

 

“ ยังไม่ตอบคำถามผมเลยนี่นา ว่าหนีออกจากบ้านมาทำไม...”

 

ไปซะแบมแบม ฉันอยากอยู่คนเดียว!!” จูเนียร์พูด นายต้องการอะไรจากฉันกันแน่นะแบมแบม! สิ่งที่นายต้องการ ฉันก็คืนให้ไปหมดแล้วไม่ใช่หรือไงกัน!

 

“คนเดียว....อยากอยู่คนเดียวงั้นเหรอฮะ? พี่รู้บ้างไหมว่ามันหมายความว่ายังไง? 

เคยเข้าใจความหมายของมันจริงๆมั้ย?

ผมสิ....ผมอยู่คนเดียว....มาทั้งชีวิต,

ตื่นขึ้นมาคนเดียว,

อยู่ในคืนวันคริสมาสคนเดียว,

เฝ้าคิดถึงแต่คนที่ไม่มีทางกลับมาเจอกันได้อีก.....ผมรู้ว่ามันเป็นยังไง

แล้วเชื่อผมเถอะครับพี่จูเนียร์ พี่ไม่มีทางอยากรู้สึกแบบเดียวกับผมแน่ๆ

หยุดทำแบบนี้เถอะนะครับ ได้โปรด,

ตอนนี้พี่ยังไม่เข้าใจอีกหรือไง ว่าคุณหวังเลี้ยงพี่มาไม่ใช่เพราะว่าต้องเลี้ยง แต่เขาเลี้ยงเพราะว่าเขารักพี่นะ พวกเขาทุกๆคนรักพี่มากนะ " แบมแบมไม่หลบสายตาแม้สักวินาทีขณะที่พูดกับจูเนียร์และเมื่อจูเนียร์มองลึกเข้าไปข้างในดวงตาของแบมแบม หัวใจของเขาก็ยิ่งรู้สึกผิด เขาเองก็ไม่อยากทำแบบนี้

 

ไม่ได้อยากจะต้องทำให้อะไรๆมันแย่ลงไปแบบนี้เลย

 

แต่คนที่ขี้กลัวแบบเขาก็นึกไม่ออกจริงๆว่าจะต้องทำยังไงทุกอย่างมันถึงจะถูกต้อง....

 

ต้องเป็นเขาที่เป็นฝ่ายอดทนใช่มั้ย 

ต้องเป็นเขาเองที่เป็นฝ่ายเจ็บใช่หรือเปล่า

แล้วเขาขอไม่เลือกแบบนั้นได้ไหม

ขอแค่หนีมาอยู่ตามลำพังโดยไม่ต้องทนเห็นอะไรๆให้ปวดใจก็ไม่ได้เลยจริงๆเหรอ

 

 

 

“ พี่โกหก โกหกทำไมครับว่าอยากจะอยู่คนเดียว แววตาของพี่บอกกับผมว่าพี่ไม่ได้อยากอยู่คนเดียวสักนิด

 

....ไม่แม้สักวินาที

 

".....พี่จูเนียร์ ผมขอร้อง กลับบ้านเถอะนะครับ...." 

 

 

 

 

....................

 

 

“มาเถอะเดี๋ยวพี่ไปส่งที่บ้านนะ” เจบีเอ่ยขึ้น หลังจากเห็นแบมแบมเดินออกมาจากห้องของจูเนียร์

มาร์คที่ยืนนิ่งอยู่มองผ่านแบมไปทางจากที่เขาเพิ่งเดินมา แบมแบมเลื่อนสายตาจากแจบอมมาหามาร์ค

 

“ไม่เป็นไรฮะฮยอง ฮยองไปพักเถอะ” แบมแบมว่า

 

“มาร์ค” เสียงหวานเอ่ยเรียกคนรัก

 

“มาร์ค” แบมแบมเรียกมาร์คอีกครั้งเมื่อเห็นว่าเจ้าตัวยังคงเอาแต่จ้องไปยังทางโล่งๆนั่น

 

“เฮ้ย!” เป็นเจบี ที่ตบไหล่เรียกให้มาร์คตื่นจากภวังค์ 

 

“ฮะ ฮะ ว่าไง” เขาพูด ถามออกมาเพื่อย้ำให้แบมแบมแน่ใจ ว่าไม่ได้ยินในสิ่งที่เขาพูด

 

“พี่มาร์ค ไปส่งเราที่บ้านหน่อยสิ” แบมแบมยิ้ม พูดบอกมาร์คอย่างใจเย็น มาร์คพยักหน้าเบาๆ ทว่าสายตาก็ยังอยากจะมองไปทางนั้น 

                แก้มขาวขึ้นสีแดงจางๆน่าแปลกที่เจ้าของมันไม่รู้สึกเจ็บสักนิด อาจเป็นเพราะว่าแบ่งความเจ็บไปที่หัวใจจนหมดแล้ว แก้มที่บวมเป่งจนขึ้นสีแดงนี้ ก็เลยไม่ทำให้แบมแบมรู้สึกอะไรหรือเปล่านะ


แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกแปลกใจเท่าที่คนผมสีแดงไม่สังเกตุหรือถามถึงมันด้วยซ้ำ

 

 

…………..

 

 

                บรรยากาศบนรถเงียบมาก มาร์คไม่พูดอะไรออกมาเลย แบมแบมเองก็ไม่พูดอะไรออกมาเลยเหมือนกัน รู้แค่ว่าเข็มชี้บอกระยะทางมันพุ่งขึ้นสูงจริงๆ

 

รีบมากเลยสินะ….

 

 

ขอโทษที่บังคับนะมาร์ค แต่เราขอแค่อีกนิดเดียว อีกนิดเดียวจริงๆ

 

ช่วยอดทนให้เราอีกหน่อยนะ……

 

แบมแบมเอื้อมมือออกไปจับกับมือของมาร์ค ทั้งคู่หันมายิ้มให้กัน

 

ใช้เวลาไม่นาน มาร์คก็มาส่งแบมแบมถึงที่บ้าน

 

ทันที่ล้อรถหยุดหมุน แบมแบมก็เอ่ยถามมาร์คออกมา

 

Can I ask you something?” แบมแบมพูด

 

“Sure, anything.” มาร์คตอบ

 

“Why you leave him?” แบมแบมเงยหน้าขึ้นสบตากับมาร์ค

 

“What?.... Jr.?” เขาพูดถึงอีกคนโดยที่แบมแบมไม่ต้องเอ่ยชื่อด้วยซ้ำ แบมแบมพยักหน้าให้มาร์คเบาๆ

 

“ก็ต้องมาส่งนายไง” เขาพูดสั้นๆ

 

“No, I didn't mean today

I mean between you and him

You love him and he loves you

but why you leave him?” แบมแบมก้มลงมองมือของตัวเองบนตัก อ่อนแอเกินกว่าจะสบตากับมาร์ค

 

.........

 

I.........

 

I didn't.....” คำตอบของมาร์ค เหมือนกระชากให้หัวใจแบมแบมหลุดออกมาข้างนอก

 

 

“God,.... 

 

So, you come back for me because he left you?” เขาถามซ้ำ ควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น

 

“No, It's not like that, I choose to come back for you because I love you.” มาร์คเอื้อมมือมาจับกับมือของแบมแบม

 

“But if he didn't......will you?” แบมแบมเงยหน้าขึ้นสบตากับมาร์ค คำตอบของแบมแบมทำให้เวลาของมาร์คหยุดนิ่ง...นั่นสิถ้าจูเนียร์ไม่เป็นฝ่ายเดินจากไปก่อน ตอนนี้พี่มาร์คจะยังนั่งจับมืออยู่กับเราแบบนี้มั้ยนะ

 

“..........” ไม่มีคำตอบใดๆหลุดออกมาจากปากของมาร์คเลย ไม่มีคำแก้ตัว ไม่มีอะไรเลย และแล้วความเงียบก็ตอบคำถามทุกอย่าง แบมแบมปล่อยมือจากมาร์คแล้วเปิดประตูรถออกมา กระพริบตาถี่ๆอยู่สองสามครั้งเมื่อแน่ใจกับคำตอบในแววตานั้น มาร์ครีบวิ่งตามออกมาจับมือแบมแบมไว้

 

“It’s okay I understand

 

You can go now ” แบมแบมยิ้มให้มาร์ค คนตัวเล็กตัดบท ไม่อยากรับรู้อะไรอีกแล้ว ที่เห็นมาวันนี้ก็พอที่จะตอบคำถามทั้งหมดแล้วล่ะ

 

 

 

“ I......” มาร์คเหมือนจะพูดอะไรออกมา หัวใจของแบมแบมยังคงเต้นอยู่ด้วยความหวัง หวังเหลือเกินว่าคนตัวสูงจะพูดอะไรสักอย่างออกมาให้พอต่อลมหายใจ

 

Tell me Mark Tell me that you need me (บอกสิมาร์ค บอกว่ามาร์คต้องการเรา)

Tell me that you gonna choose me in the end (บอกสิว่าท้ายที่สุดแล้วมาร์คจะเลือกเรา)

Cause I really need you (เพราะเราต้องการนายจริงๆนะ)

 

“......I'm sorry” จบคำพูดของมาร์ค แบมแบมถอนหายใจออกมา มาร์คก้มหน้าไม่กล้ามองตาแบมแบม

 

“Hey It's Okay Don't worry

Come here,

I’ll give you a hug.” คนตัวเล็กเดินเข้าไปหาคนตัวโต แบมแบมยกมือขึ้นไปกอดมาร์ค

มันเป็นกอดที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด หัวใจดวงน้อยไม่รู้สึกถึงไออุ่นจากคนตรงหน้านี้อีกแล้ว  เขากำลังโอบกอดความโดดเดี่ยว กอดเอาไว้แน่น แน่นจนทำให้หัวใจเจ็บหน่วง น้ำตาถูกสกัดกดเอาไว้ให้ไหลย้อนกลับเข้าไปรินรดก้อนเนื้อตรงด้านซ้าย แก้มด้านขวาที่ขึ้นสีแดงช้ำกำลังออกฤทธิ์ให้เจ้าของมันรู้สึกถึงความปวดแสบ


แต่ถึงอย่างนั้น แบมแบมก็ยังอยากจะขอกอดมาร์คให้นานต่ออีกนิด ขออีกแค่นิดเดียวจริงๆ

 

ขอให้เขาได้ซึมซับ ได้รู้สึกถึงความรักของมาร์คที่มีต่อเขาอีกสักครั้ง ขอแค่อีกสักครั้ง

 

มือเล็กเผลอขย้ำเสื้อที่ตรงด้านหลังของอีกคนเมื่ออารมณ์ที่เก็บกักเอาไว้ใกล้จะปะทุเข้ามาทุกที แบมแบมค่อยๆผละออกจากมาร์คเพื่อมองหน้ากัน คนตัวเล็กส่งรอยยิ้มสดใสไปให้ ก่อนจะค่อยๆโน้มใบหน้าอีกคนให้ลงต่ำ

 

I’m gonna miss this eyes

I'm gonna miss this nose

I’m gonna miss this beautiful lips

I’m gonna miss this face

….I'm gonna miss you,_

 

แบมแบมยืดตัวขึ้นประทับริมฝีปากลงที่เปลือกตาของมาร์คแผ่วเบา เนินเนื้อนุ่มนิ่มและอุ่นร้อนประทับลงอีกครั้งที่ปลายจมูกโด่ง  คนตัวเล็กค่อยๆลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้า มุมปากยกยิ้มขึ้นมาบางๆ ก่อนจะค่อยๆปล่อยมือที่จับอยู่ตรงแก้มเนียนของอีกคนออกช้าๆ ลมหายใจถูกพ่นออกมาเป็นไออากาศสีขาว แบมแบมก้มลงมองที่ปลายเท้าของตัวเองเสี้ยววินาทีก่อนเงยหน้าสบตากับมาร์คอีกครั้งหนึ่ง

 

“Goodbye” พูดพร้อมๆกับยิ้มออกมา มาร์คทียืนอยู่โผเข้าไปกอดร่างเล็กเอาไว้ ก่อนจะซบใบหน้าลงที่ไหล่ลาด

 

It’s not Goodbye, its goodnight

 

..........

 

 

                หลังจากที่บอกลามาร์คที่หน้าบ้านแล้ว แบมแบมก็เดินกลับเข้ามาภายในบ้านหลังใหญ่ ขาเรียวก้าวขึ้นบันใดอย่างเชื่องช้า ทุกๆจังหวะของการเดินเต็มไปด้วยความรู้สึก แหงนมองขึ้นไปบนห้องที่อยู่ติดกับห้องของจูเนียร์

 

                รู้สึกปวดร้าวเพียงแค่จ้องมองสิ่งก่อสร้างที่ไม่มีชีวิต เจ็บหน่วงเพียงแค่มองไปเห็นประตูห้องที่ถัดมาอีกหนึ่งบาน

 

ห้องที่เกือบจะเป็นของตัวเอง

 

ร่างเล็กพยายามสะกดกลั้นน้ำตาเอาไว้ ถึงตอนนี้ก็ไม่อยากให้การตัดสินใจของตัวเองมันสูญเปล่า

 

นายต้องเข้มแข็งนะ

 

ต้องทำให้ได้เหมือนที่เคยทำมาอยู่ตลอด

 

นี่ไม่ใช่เรื่องที่นายจะต้องมาเสียใจ สิ่งที่นายทำมันจะทำให้คนที่นายรักมีความสุข

 

มือเล็กยกขึ้นจับราวบันได รู้สึกหนักอึ้งไปทั้งตัว เหมือนร่างกายไม่อยากขยับทำอย่างที่ใจบอก

เสียงลมจากด้านนอกดังหวิวเข้ามาให้ได้ยิน แบมแบมรีบก้าวเดินขึ้นไปจนถึงชั้นที่สองของบ้าน

 

เท้าเล็กหยุดลงตรงหน้าห้องพี่ชาย เด็กหนุ่มยกมือขึ้นทาบที่หน้าอก อยากแน่ใจว่าหัวใจยังคงเต้นอยู่

 

พอถึงเวลาจริงๆ มันยากเหมือนกันนะเนี่ย คิดได้แบบนั้นก็ยิ้มออกมา แต่ยังไม่ทันที่หลังมือจะสัมผัสกับประตูห้อง หู ก็แว่วยินเสียงเพลงดังออกมาจากห้องของแม่

 

แบมแบมชักมือกลับ หันหน้าไปทางเสียงนั้น วิธีที่เสียงเพลงบรรเลงแบบนี้ คนที่อยู่ในห้องคือพี่ชายของเขาไม่ผิดแน่

 

ยืนชั่งใจฟังเสียงเพลงที่พี่เล่นอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเผลอพ่นลมหายใจออกมา

 

ถ้าเราเจอกันในตอนที่เรื่องราวไม่ได้เป็นแบบนี้ พี่จะยอมเปิดใจให้ผมมั้ยนะ

 

หรือว่าผลลัพธ์ก็จะยังคงเป็นเหมือนเดิม

 

ผมขอโทษจริงๆ ที่เปลี่ยนแปลงอะไร ให้พี่ไม่ได้เลย

 

ขอโทษที่เข้ามาแล้วทำให้เรื่องมันวุ่นวายกว่าเดิม

 

มันคงยากสำหรับพี่มากเลยใช่มั้ยฮะ...

 

                คนตัวเล็กถือวิสาสะเปิดประตูห้องเข้าไปหลังจากที่เสียงเพลงหยุดลงไปสักพัก คนในห้องหันมาตามต้นเสียง มองดูหน้าคนที่มาเยือน ก่อนจะเบี่ยงหน้าหนีแทบจะทันทีพอเห็นว่าเป็นใคร

 

“ เข้ามาทำไม” พูดเสียงเรียบ เอ่ยออกมาอย่างไม่มองหน้า ดวงหน้าหวานยกยิ้ม จ้องมองแผ่นหลังกว้างที่นั่งอยู่หน้าเปียโนของแม่

 

“.............”

 

“ ต้องการอะไร” เขาหันมามองน้องชายเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่พูดอะไร

 

“...............”

 

“ มีอะไรที่นายยังไม่ได้จากทีนี่อีก?” สายตาเย็นชาถูกส่งมาพร้อมน้ำเสียง

 

“....................”

 

 

สายตาเย็นชาจนเกือบจะแข็งกร้าวนั้น ดูไม่สะทกสะท้านกับภาพตรงหน้าเลยสักนิด

 

 

                เด็กหนุ่มตัวเล็กใบหน้าเปรอะไปด้วยน้ำตา กำลังยืนมองเขาด้วยอาการสงบนิ่ง กลัวว่าพี่ชายจะรำคาญใจขนาดไหน ถึงขนาดต้องสกัดกลั้นเสียงสะอื้นเอาไว้

 

คนเราจะร้องไห้ได้โดยที่ไม่สะอึกสะอื้นได้จริงๆอย่างนั้นเหรอ?

 

“ น้ำตาของนายใช้กับฉันไม่ได้หรอก

 

ถึงจะร้องไห้ให้ตายอยู่ตรงนี้ ฉันก็ไม่รู้สึกอะไรกับนายเลยสักนิด”

 

“ ............. ”

 

ที่บอกว่าถึงแม้จะตายไปก็ไม่รู้สึกอะไรนี่ พี่แจ็คสันคิดแบบนั้นจริงๆหรือเปล่านะ

 

               

 

                แบมแบมสูดลมหายใจเข้าปอด ขยับเท้าเข้ามาใกล้ตรงที่แจ็คสันนั่งอยู่ คนตัวโตกว่าลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มองดูคนตัวเล็กที่กำลังเดินใกล้เข้ามา

 

ยิ่งมองดวงตาคู่นั้นก็ยิ่งคิดถึงแม่

 

ทำไมต้องเป็นเด็กนี่ด้วยนะ...

 

ทำไมต้องเป็นแบมแบม...

 

 

 

……

 

 

 

ถึงจะเป็นแบบนั้น ก็จะไม่รู้สึกอะไรเลยสินะฮะ..

 

“ ....ผม...” แบมแบมก้มหน้าลง เช็ดน้ำตาที่ไม่ยอมหยุดไหล เท้าเล็กขยับก้าวเข้าไปใกล้พี่

 

“ ผมรู้ว่า ผมไม่มีสิทธิ์จะขอร้องอะไรจากคุณทั้งนั้น....

แต่ว่าครั้งนี้ ขอแค่ครั้งนี้เท่านั้น...

ให้ผม...ได้กอดพี่ได้มั้ย?

.

.

.

 

แบมแบมขอกอดพี่แจ็คสันได้มั้ยครับ ...” พูดพร้อมๆกับเดินเข้ามาประชิด แขนเล็กยกขึ้นพร้อมกัน แจ็คสันยืนนิ่งดูอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่บางอย่างในใจ จะสั่งให้ปัดมือเล็กๆนั้นออกไป

 

แรงปัดจากมือหนาทำให้ร่างเล็กเซจนเกือบล้ม แต่ถึงอย่างนั้นแบมแบมก็ยังไม่ละความพยายาม

ร่างเล็กเงยหน้าขึ้นมองพี่ หวังว่าสายตาขอร้องจะทำให้แจ็คสันใจอ่อน

 

จ้องมองอยู่แบบนั้นจึงได้รู้ว่า

เขาคงไม่มีวันได้รับความรักจากพี่ชาย ไม่ว่าจะตอนนี้หรือในอีกสิบปีก็ตาม

 

มือเล็กยกขึ้นอย่างอ่อนแรง เอื้อมออกไปสัมผัสกับมือข้างหนึ่งของแจ็คสัน พี่ชายคนโตแทบจะสะบัดออกในทันที แต่แบมแบมก็ขืนแรงสู้เอาไว้

 

คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นมองพี่ชายคนโตผ่านม่านน้ำตา...

 

“ แค่หนึ่งนาที....ขอแค่หนึ่งนาที...” เสียงหวานสั่นเครือ มือคู่เล็กที่จับมือหนาอยู่ สั่นไปตามแรงกลั้นสะอื้น แบมแบมยิ้มออกมาทั้งน้ำตาเมื่อเห็นว่าแจ็คสันยืนนิ่งยอมให้จับมือแล้ว

 

 

“ ...อุ่นจัง...” เขายิ้มให้กับมือคู่สวยของพี่ชาย ดีใจที่มีโอกาสได้รับไออุ่นนี้ นี่จะเป็น หกสิบวินาทีที่มีค่าที่สุดในชีวิตของเขาอย่างแน่นอน เขาจะจำความรู้สึกนี้เอาไว้ ความอบอุ่นของพี่ชาย

 

ถึงแม้ว่าในวันพรุ่งนี้และวันต่อๆไป

 

เราจะไม่ได้เจอกันอีกแล้วก็ตาม.

 

 

ผมรอคอยที่จะได้อยู่ในอ้อมกอดของคนในครอบครัวมาตลอด

รอคอยที่จะได้รับรู้ถึงความอบอุ่นจากการสัมผัสนั้น

ถึงแม้ว่านี่จะไม่เหมือนที่คาดหวังเอาไว้

แต่ถึงยังไง…..

ผมก็รู้สึกขอบคุณ…..

 

“.....ขอบคุณครับ...” แบมแบมยิ้มออกมา ยิ้มทั้งแววตาและหัวใจ เป็นคำขอบคุณที่ออกมาจากหัวใจของเด็กคนนี้อย่างแท้จริง เด็กชายค่อยๆปล่อยมือออกจากมือที่จับไว้  สายตามองอาลัยยามที่ไออุ่นจากมือพี่ค่อยๆจาง

หายไปกับอากาศ เขาโค้งให้พี่ชายอย่างสุภาพก่อนจะเดินออกจากห้องมาโดยไม่หันกลับมาคนข้างหลังที่ยังคงยืนนิ่งอยู่

 

รอยยิ้มเมื่อสักครู่ของน้องชาย กระตุกให้หัวใจรู้สึกเจ็บหน่วง

การกระทำของแบมแบมกระชากให้หัวใจของแจ็คสันรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมา

 

เสียงประตูปิดลง ทั้งห้องกลับมาสู่ความเงียบอีกครั้งหนึ่ง ขายาวคิดจะขยับเดินตามไป แต่อคติในใจก็สั่งให้หยุดทำ

 

ทั้งที่น่าจะก้าวเท้าตามน้องชายออกไป

 

ทั้งที่มันน่าจะเป็นแบบนั้น....

 

You better keep him safe

Hold him thigh

Warmth him

Protect him while he still with you

 

Don’t you know that?

Only 1 second can change everything

 

From now on to tomorrow

You might never ever see him again.  

 

................

 

          ประตูห้องปิดลงอย่างเชื่อช้า แบมแบมค่อยๆทรุดตัวนั่งลงบนเตียง มองไปรอบๆห้องนอนห้องใหญ่ คนตัวเล็กลุกขึ้นช้าๆแล้วเดินไปหยิบเสื้อผ้าที่เผลอไปวางเอาไว้ในตู้ลงมาเก็บใส่กระเป๋าตามเดิม ทั้งที่บอกกับตัวเองไปแล้วแท้ๆ ว่าอย่าเผลอทำอะไรให้มันคุ้นชิน อย่าเผลอคิดว่าที่นี่คือห้อง คือบ้านของตัวเอง นายจะอยู่อย่างมีความสุขได้ยังไงกันล่ะแบมแบม ถ้าตั้งแต่เข้ามายังไม่รู้สึกถึงความเป็นครอบครัวแม้สักวินาที....

 

ไม่สิ.....

 

จริงๆก็รู้สึกนะ....

 

หนึ่งนาทีเมื่อกี้ยังไงล่ะ

 

พอคิดได้แบบนั้นก็ยิ้มออกมา คนตัวเล็กรู้ดีว่า หากอยากจะไปเขาต้องรีบไปในตอนนี้ ในตอนที่คุณพ่อยังไม่กลับมา คุณพ่อของแบมแบมต้องไปเช็คร่างกายด่วนที่นิวยอร์ค ถ้าหากคุณพ่อกลับมาเขารู้ว่าคุณพ่อจะต้องรั้งเขาเอาไว้ และนั่นก็จะทำให้ทุกๆอย่างมันแย่ลงไปอีก

 

แบมแบมเก็บพับเสื้อผ้าลงกระเป๋าอย่างไม่เร่งรีบ แม้เสียงในใจจะเฝ้าตะโกนถามเขาอยู่ตลอดเวลาก็ตาม

 

เมื่อไหร่ที่นายจะเลิกร้องไห้

เมื่อไหร่ที่นายจะไม่เจ็บปวด

เมื่อไหร่จะยิ้มออกมาอย่างมีความสุขจริงๆสักที

เมื่อไหร่กัน...

 

 

................

 

 

                เท้าคู่เล็กก้าวเดินพ้นผ่านประตูเหล็กบานใหญ่ออกมาอย่างชั่งใจ แบมแบมหยุดยืนนิ่งอยู่เพียงครู่เพื่ออยากจะทบทวนการตัดสินใจของตัวเอง แต่พอนึกถึงหน้าของพี่ชายแล้ว มันคงจะดีกว่าถ้าเขาไป 

               

                อากาศเริ่มเย็นลงจนลมหายใจพ่นออกมาเป็นไอ แบมแบมเดินต่อไปยังป้ายรถเมล์ใกล้ๆ ถึงตอนนี้ รถเมล์คันต่อไปที่จะมา คงจะเป็นคันสุดท้ายของวัน  คิดได้แบบนั้นก็ลากกระเป๋าสีแดงเดินเลาะริมฟุตบาทต่อ

 

                มันหนาวเหน็บในทุกจังหวะของการก้าวเดิน เสื้อโค้ทตัวหนากับผ้าพันคอเหมือนจะไม่ช่วยอะไรเลย  ดวงตากลมโตจ้องมองไปข้างหน้า ข้างทางยังคงพบเพียงแต่ความมืดมิด  ไม่มีแสงไฟ ไม่มีแสงดาว

 

ทุกอย่างมันมืดไปหมด

 

ร่างบอบบางค่อยๆทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้เหล็กตรงป้ายรถเมล์ แบมแบมแหงนหน้าขึ้นมองแสงไฟข้างบนหัว

 

นายจะไม่เป็นไรหรอก...ไม่เป็นไร

 

ไม่นานนักรถเมล์คันสีแดงก็ขับมาจอดเทียบป้าย เท้าคู่เล็กก้าวขึ้นรถไปด้วยความรู้สึกโหวงเหวงอยู่ภายใน

เขากำลังรู้สึก ว่าหัวใจกำลังแตกสลายและค่อยๆหล่นหายไปทีละชิ้น ทีละชิ้น

 

ควรจะรู้สึกชินชากับการถูกทิ้งไว้ข้างหลังได้แล้ว บอกตัวเองไปแบบนั้นก่อนจะค่อยๆนั่งลงที่ริมหน้าต่าง

 

ทันทีที่หลังชนพนักพิง ศีรษะก็เอนไปซบกับหน้าต่างอย่างหมดแรง  กระจกรถเมล์รับรู้ทุกลมหายใจเข้าออกของเขา  อากาศคงลดต่ำลงอีก แบมแบมยกมือขึ้นเช็ดกระจกทุกครั้งที่มันขึ้นฝ้า ยิ่งรถเมล์ขับไกลออกมา ความเจ็บปวดก็ยิ่งทวีรุนแรงขึ้น

 

มันทั้งเจ็บ

 

ทั้งปวด

 

ทั้งทรมาน

 

 

พอหันกลับไปมองข้างหลังแล้ว ที่ตรงนั้นกับที่ที่เราเคยอยู่มันไกลกันมากทีเดียว เพิ่งจะมารู้สึกเอาก็วันนี้แหละ

 

ไม่รู้ว่าผ่านมานานเท่าไหร่ ระยะทางระหว่างบ้านหลังโตกลับมายังเส้นทางที่คุ้นเคย ล้อรถหยุดหมุนตรงป้ายรถเมล์ใกล้กับทางเข้าสุสาน คนขับรถหันไปมองเด็กหนุ่มที่เดินลงไปจากรถด้วยสีหน้าประหลาดใจ

 

อากาศเย็นมากแล้ว ซ้ำเวลายังใกล้เที่ยงคืน เด็กคนนี้มาทำอะไรตรงที่ที่มันมืดมิดห่างไกลจากบ้านคนขนาดนี้กันเนี่ย

 

เด็กหนุ่มในเสื้อโค้ทตัวยาวสีน้ำตาลเข้ม ลากกระเป๋าเดินทางที่แดงสดเดินไปตามริมฟุตบาท

 

ทุกๆก้าวดูเหมือนจะหนักสำหรับเขาเข้าไปทุกที  แบมแบมคิดถึงสถานที่ที่เคยพักอาศัย ที่ที่เติบโตขึ้นมา ตัดสินใจจะก้าวเดินไปทางนั้นก็ตระหนักได้ว่า มันไม่ใช่ที่สำหรับเขาอีกต่อไปแล้ว

 

ที่ตรงนั้นมันคือที่ของเด็กผู้ชายที่ไม่มีใคร

 

ไม่ใช่สำหรับคนมีทุกอย่างแต่ไม่มีใครต้องการ

 

คิดได้แบบนั้นก็หยุดฝีเท้าลง ถอนหายใจออกมาเสียงหนัก ตัดสินใจหันหลังกลับไปยังป้ายรถเมล์ที่เดินจากมา

 

“ ลืมคิดไปเลย....” เขาพูดเสียงเบากับตัวเอง ขณะที่ยกกระเป๋าขึ้นตั้งวางเอาไว้บนเก้าอี้ว่างข้างๆ

 

แบมแบมเหยียดขาออกแล้วยกมือขึ้นถูกันไปมา เป่าลมหายใจอุ่นออกมาเพื่อคลายความหนาว คืนนี้หนาวจริงๆ หยั่งกับหิมะจะตกแหนะ คิดแล้วก็ยิ้มออกมา ร่างเล็กก้มมองปลายเท้าของตัวเอง

 

 

จ้องมองนิ่งๆอยู่แบบนั้น.....

 

เนิ่นนาน.....

 

นานเสียจนรู้สึกเหมือนกับร่างกายค่อยๆสูญเสียความรู้สึกไปทีละอย่าง

 

ริมฝีปากแห้งผาก กับผิวขาวที่เริ่มซีด

 

ร่างกายบอบบางคงใกล้ถึงจุดขีดสุดเต็มที มือคู่เล็กเริ่มเย็นเฉียบ กระทั่งละอองความเย็นสีขาวบริสุทธิ์ลอยมาปะทะกับแก้มนิ่ม

 

จาก กลุ่มละอองสีขาวเพียงบางเบา ก็ค่อยๆทวีความหนาแน่นและเหน็บหนาว เด็กชายเหม่อมองขึ้นบนท้องฟ้า ก่อนจะร้องไห้ออกมาอย่างสุดกลั้น มือเล็กกำละลองสีขาวที่ตกมากระทบกับมือคู่สวยเอาไว้แน่นก่อนจะลุกเดินออกมาจากที่นั่ง

 

เป็นคืนหิมะแรกของปีที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง

 

ที่หนาวเหน็บนั้นไม่ใช่ความเย็นของหิมะ

ที่หนาวเหน็บนั้นไม่ใช่เพราะอากาศ

ที่หนาวเหน็บนั้นไม่ใช่เพราะฤดูกาล

หากแต่คือความร้าวรานจากหัวใจที่กำลังแตกสลายอย่างไม่มีชิ้นดี

 

ใครสักคนข้างบนนั้น

ได้สินเสียงของผมมั้ย

แม่ครับ

ช่วยลูกที

ช่วยให้ผมผ่านมันไปได้โดยไม่ต้องเจ็บปวดทรมานแบบนี้

 

It's a quiet night

I look up to the sky

See everything painted grey

 

The wind comes to me

With the lonely sound

It is only me and the ground

 

I look down to my feet

See the snow in between

It is only the snow

 

No green grass, no flowers

No color and no song.

 

It's all white just like mind

 

Then I think

 

It's time to say

 

'  Goodbye '

 

 

 

 #TBC.

…………………





ไอรีน



#ฟิคทำนองรัก

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 43 ครั้ง

4,352 ความคิดเห็น

  1. #4340 KumaKukoy (@KumaKukoy) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:54
    ร้องไห้เลยอ่ะ มันปวดไปหมดเลย คนที่ทุกคนบอกว่าเขาเข็มแข็ง แต่จะมีใครรู้ไหมว่านั่นนะคือคนที่อ่อนแอที่สุด
    #4340
    0
  2. #4306 beer_Ns43 (@beer_Ns43) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 02:35
    บีบหัวใจสุดๆ ร้องไห้เลยอ่ะ โคตรไม่เข้าใจอีพี่มาร์คเลย
    #4306
    0
  3. #4299 Au_mouknoum91 (@Au_mouknoum91) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 15:11
    ร้องไห้หนักมากตอนน้องขอกอดแจ็คสันอ่ะ แบบฮื้อหัวใจสลายมาก
    #4299
    0
  4. #4289 Audchareeya (@Audchareeya) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:48
    น้ำตามาเต็มเลยงื้อๆๆ
    #4289
    0
  5. #4284 za111111 (@za111111) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 10 มกราคม 2561 / 22:51
    พี่มาร์คเลวไปนะไม่ไหวจริงๆวะเจอคนอย่างนี้ขอออกมาจากชีวิตนะคนห่าอะไรโครตโลเลอะไม่ไหววะเกลียดที่สุดเป็นฟิคที่เกลียดพี่มา์รคท่สุดเลย
    #4284
    0
  6. #4274 Zevaaa (@SSSieam) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2560 / 05:30
    คือมาร์คทำไมทำงี้อ่ะ เลิกคือเลิกดิ แบบโอ้ยร้องไห้แรงมากอ่ะตอนนี้ สงสารไปหมดอ่ะ แต่พี่บีพูกับแบมเหมือนอารมณ์แบบแบมเข้มแข็งอยู่แล้วก็ทำต่อไปแต่ไม่รู้เลยว่าคนพยายามเข้มแข็งอ่ะโคตรอ่อนแอ แล้วตอนนี้แบมทำเหมือนบอกลาทุกคนเลยอ่ะ เหมือนแบบพอแล้วชีวิตนี้ เศร้า//เม้นยาวเด้ออินเด้ออินมากด้วยหน่วงมาก
    #4274
    0
  7. #4244 iins_ (@mmb97) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2560 / 14:42
    กับมาร์ค เราเกลียดมาก มาร์คเป็นผู้ชายโลเล จริงๆถ้าเรื่องนี้แบมหายไปเลยก็ดี ทำให้เขาได้เจ็บไปทรมานเท่าครึ่งแบมบ้าง น้อยใจเจบีที่บอกแบมเข้มแข็งกว่าจินยอง คือแบบชีวิตแบมนี่ไม่ได้สัมผัสคำว่าครอบครัวด้วยซ้ำ จริงๆจินยองได้รับมาตลอด พอถึงเวลาคืนให้ตัวจริงก็รับความเปลี่ยนแปลงไม่ได้ แต่มันก็มีหลายเหตุผลที่ทำให้รับไม่ได้ แต่มันก็ไม่ควรจบแบบคนอื่นมีความสุขค่ะ แบมเราเจ็บมาทั้งเรื่อง ทุกคนต้องเจ็บกว่า เราอิน!!! ขอบคุณค่ะ...55
    #4244
    0
  8. #4241 water_nnnn (@water_nnnn) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2560 / 15:58
    สรุปคือไงมาร์คจะเดินกลับไปหาจูเนียร์อีกหรอแล้วที่ผ่านมาแบมแบมละ ยังไง นี่คิดว่ารักแบมสุดๆหัวใจแล้วนะ แบมคือคนที่น่าสงสารที่สึดตั้งแต่แรกจนถึงตอนนี้ มาร์คแบมใช่มั้ย ต้องกลับมารักกันนะ.
    #4241
    0
  9. #4234 anMarkBambamGOT7 (@anMarkBambamGOT7) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2560 / 09:24
    โอ้ยยยย เราร้องไห้ เมนเรา อยากกอดปลอบ
    #4234
    0
  10. #4218 Sehun40610 (@Sehun40610) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 26 กันยายน 2560 / 12:04
    เป็นตอนนี้เราร้องไห้หนักมาก
    #4218
    0
  11. #4192 ปลาวาฬ (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 8 เมษายน 2560 / 18:27
    กลับมาอ่านอีกครั้งก็ยังคงรู้สึกเหมือนเดิม.
    #4192
    0
  12. #4106 Moko87 (@mokomoko87) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 01:05
    เค้าร้องไห้ ฮือออออออออออออออออออออออออออออออออออ
    #4106
    0
  13. #4049 Mtb1a (@Sara7g) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 10 กันยายน 2559 / 16:03
    ทำไมมาร์คเป็นคนแบบเนี่ย
    สงสารแบมอ่ะ
    #4049
    0
  14. #4033 SIWANAT_5566 (@SIWANAT_5566) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 22:16
    น้ำตาออกมาเป็นแม่น้ำเลยไรท์ เกลียดมาร์คว่ะ
    #4033
    0
  15. #4005 Cup_Cakeks (@karnkar) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2559 / 10:00
    เกลียดอิพี่มาร์คอ่ะ ขอตบสักทีนะ ไม่ไหวละ สงสารแบมแบมตั้งแต่ต้นเรื่องจนตอนนี้ เกลียดอิมาร์คคคคคคคคคคคคคคค
    #4005
    0
  16. #3985 a@no (@a_no) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 17:31
    ทุกตอนทนได้นะ มาตอนนี้ไม่ไหวแล้ว เจ็บปวดเกินไป
    #3985
    0
  17. #3968 MyDreamStar (@budbeufhrk) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2559 / 22:22
    เป็นตอนที่ทำให้เรารู้สึกถึงความรู้สึกแบมแบมลยค่ะ หน่วงที่สุดเลยฮือ
    #3968
    0
  18. #3964 icielfahmb (@icielfahmb) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 21:46
    ไรท์ทำให้เค้าร้องไห้เกือบทุกตอนเลย????????
    #3964
    0
  19. #3961 สรัลชนา คิม. (@sarunchanaakim) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2559 / 23:14
    ไม่เข้าใจมาร์คเลย
    #3961
    0
  20. #3957 Sumittar Kaewpiatou (@bice9620) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2559 / 20:39
    โคตรเจ็บ โคตรบีบ โคตรหน่วง แบม TT
    #3957
    0
  21. #3944 BamG97_ (@sasikanr_) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2559 / 19:19
    พีคสุดแบมฮือออสงสาร พุดไม่ออกบอกไม่ถุกฮือออt0t แบมมมมโนว ต่างก้มีเหตุผลกันจิงๆร้องไห้ได้เป้นถัง555555t0t
    #3944
    0
  22. #3922 KTuaninuninen7 (@KTuaninuninen7) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2559 / 02:51
    บีบมาก ตอนนี้สงสารแบมที่สุด ตอนที่แบมขอแค่จับมือพี่ชายแค่นาทีเดียว ตอนที่แบมขอให้จูเนียร์กลับมาบ้าน ตอนที่แบมบอกมาร์คว่าลาก่อน เคยคิดว่ามาร์คดีแล้ว แต่ก็คิดผิด ถ้ามาร์คยังคบกับจูจูต่อไปแล้วปล่อยแบมไป จะไม่เสียใจเท่านี้ ไม่รู้สิอ่านตอนนี้แล้วเกลียดมาร์ค เกลียดที่ไม่มีความชัดเจนอะไรเลย โลเลยังไง ตอนนี้ก็เป็นอย่างนั้น แบมเหมือนคนที่ตันทุกทางเลย แต่คนที่มีจิตใจดีเสมอยังไงก็ต้องเจอกัความสุข
    #3922
    0
  23. #3773 Ssprd Tsr (@2ongiiz) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 13 เมษายน 2559 / 02:57
    TTTTTTTTTTTTTT
    #3773
    0
  24. #3755 Ondine (@lilfluffy) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 7 เมษายน 2559 / 10:02
    ตอนนี้ บีบหัวใจมาก มาร์คแม่งไรเนี่ย คือตั้งแต่อ่านมา ไม่เกลียดมาร์คนะ มาตอนนี้แหละทำไมโลเลงี้ว้า ทุกอย่างที่ทำมาเหมือนจะรู้หัวใจตัวเองแต่แค่ผิดที่ผิดเวลา แต่นี่เรื่องมันโอเคมันดีแล้ว ใจแกไม่หนักแน่นพอ คนไหนรักคนไหนรู้สึกผิด แบมนี่อาภัพมากอ่ะ
    #3755
    0
  25. #3695 natnichayui007 (@natnichayui007) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2559 / 12:00
    เค้าร้องไห้จนตาบวมหมดแล้วนะไรท์ เป็นนิยายที่ทำร้ายจิตใจเค้ามากเลย แต่ก็หยุดอ่านไม่ได้ ฮือออออออT^T
    #3695
    0