- I will always love you -[GOT7 MarkBam]

ตอนที่ 30 : - The Big Brother –

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,608
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    14 ม.ค. 59

- The Big Brother –

 

“ ยังคิดมากอยู่อีกเหรอ”

 

“ อืม...ก็นิดหน่อยน่ะ”

 

“ ไม่ต้องห่วง พวกเขาจะต้องเข้าใจ”

 

“ แล้วถ้าไม่ล่ะ.... ถ้าหากพวกเขาไม่เข้าใจ แล้วเราจะทำยังไงดี..”

 

“ เรื่องนั้นไม่ต้องกังวลเลย...

 

ไม่ว่ายังไง นายก็ยังมีเรานะ....”

 

 

………….

 

 

                เสียงเครื่องปรับอากาศดังมาพอให้ภายในรถยนต์คันยาวไม่เงียบเชียบ  ดวงหน้าหวานยกมือขึ้นประสานกันบนตัก ดวงตากลมแอบลอบมองบุคคลที่นั่งอยู่ข้างๆ  เป็นหนึ่งเดือนแห่งการตัดสินใจที่ยากที่สุดในชีวิต และผลของการตัดสินใจครั้งนี้อาจจะเปลี่ยนแปลงชีวิตของเขาตลอดไป

 

ดวงหน้าหวานแหงนมองก้อนเมฆที่กำลังเคลื่อนที่ผ่านกระจกรถยนต์คันยาว ดวงตากลมจ้องมองออกไปด้านนอกหน้าต่างถึงเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย รถคันหรูพาตัวเขาห่างจากที่ที่คุ้นชินไกลออกมาเรื่อยๆ ภายในหัวใจยังคงรู้สึกโหวงเหวง ไม่มั่นใจ

 

เป็นความรู้สึกบางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้นอยู่ข้างใน

 

ไม่ใช่ความสุขทั้งหมด

 

หากแต่ว่าความรู้สึกนั้นก็ไม่เศร้าสร้อย

 

มันจริงหรือเปล่านะที่เขากำลังจะมีครอบครัว

 

มีพ่อ ....

 

มีพี่ชาย ....

 

นี่เป็นเรื่องจริงหรือเปล่า หรือว่าเขากำลังฝันไป

 

ก็เมื่อวานนี้ เท่าที่จำได้ ตัวเองยังเป็นเพียงเด็กกำพร้าอยู่เลย

 

 

                “ ไม่ต้องกังวลไป พ่อจะดูแลหนูเอง” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาอย่างอ่อนโยน และเป็นอีกครั้งที่เขาต้องชักมือกลับ แม้ว่าอยากจะเอื้อมมือมาจับ สัมผัสลูก แต่ทุกครั้งแบมแบมจะเบี่ยงตัวหลบ คล้ายกับยังไม่วางใจ

 

แต่นั่นก็ไม่เป็นไรหรอก เขาคิดว่าเขาเข้าใจ

 

ต้องให้เวลาเตรียมใจกับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของชีวิต

 

 

“ คงจะรู้สึกหวิวๆล่ะสิ ใช่มั้ยลูก” เขายิ้ม

 

“ ฮะ?” แบมแบมหันหน้าเข้ามาในรถ คิ้วโก่งเลิกขึ้นอย่างสงสัย

 

“ ไม่ต้องกลัวนะ.....”

 

“ ......” แบมแบมไม่ได้ตอบอะไรออกไป คนหน้าสวยระบายยิ้มอ่อนๆให้ ก่อนที่จะผินหน้าออกไปมองด้านนอกหน้าต่างอีกครั้ง

 

.............

 

 

                ระหว่างเส้นทางที่ขนาบข้างไปด้วยต้นไม้ใหญ่ รถยนต์คันหรูเคลื่อนผ่านกำแพงอิฐสีส้มแสดเข้ามาภายในหมู่บ้าน รอบข้างมีแต่บ้านหลังใหญ่โต ที่ๆแบมแบมไม่เคยนึกฝันว่าจะได้ย่างก้าวเข้ามา คนตัวเล็กยกมือขึ้นประสานกันบนตัก เผลอกัดริมฝีปากล่างอย่างติดนิสัย ความกังวลฉายผ่านออกมาทางแววตา แม้จะเตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้แล้ว แต่พอต้องมาเจอหน้ากันจริงๆ ก็ไม่รู้เลยว่าจะต้องทำยังไง

 

จะโดนเกลียดมากกว่าเดิมไหมนะ

 

หรือว่าเขาจะยอมเปิดใจรับเราเอาไว้เหมือนกับที่พี่มาร์คพูด...

 

ไม่มีอะไรที่แน่ใจได้สักอย่างเลยจริงๆ

 

.......

 

1 เดือนก่อนหน้า

 

“ คุณพ่อเดวิด คุณแม่เจน เดินทางปลอดภัยนะครับ” เสียงหวานเอ่ยเสียงใส มือนิ่มเอื้อมออกไปจับกับมือหญิงสาว เธอยิ้มให้กับเด็กหนุ่มตัวเล็กก่อนจะเลื่อนสายตาไปหาคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง

 

“ มิสเตอร์ ต้วน เราไม่อยู่กันสามเดือน ฝากดูแลแบมแบมด้วยล่ะ” เธอยิ้ม เด็กหนุ่มผมสีแดงโค้งให้อย่างสุภาพก่อนจะยืดตัวตรงแล้วตอบออกไปซะเสียงดังว่าไม่ต้องเป็นห่วง

 

หลังจากที่เจอพ่อ ทั้งมิสเตอร์เดวิดและมิสเจนก็ดูจะเบาใจลงมาก อย่างน้อยเด็กที่เธอเลี้ยงดูมาก็จะได้พบกับความสุขที่แท้จริงเสียที เธอรู้ว่าแบมแบมนั้นจิตใจดีและเป็นเด็กน่ารักขนาดไหน ถึงแม้ว่าเขาจะไม่เคยแสดงความอ่อนแอหรือแสดงออกว่าขาดความรักอะไร แต่เธอก็รู้ดี ว่าเด็กคนนี้หวังมาตลอดว่าจะมีชีวิตเหมือนกันกับเด็กคนอื่นๆ การปรากฏตัวของมิสเตอร์หวังทำให้เธอรู้สึกเป็นสุขแทนแบมแบมเป็นอย่างมาก แม่ของเด็กคนนี้เองก็คงจะยิ้มอย่างเป็นสุขอยู่บนสวรรค์เช่นเดียวกัน

 

และถึงแม้ว่าแบมแบมจะยังไม่สามารถให้ใจกับคนเป็นพ่อได้ร้อยเปอร์เซ็นต์แต่เธอก็เชื่อเหลือเกินว่า ความรักที่บริสุทธิ์จะทำให้แบมแบมยอมรับในตัวพ่อ และยอมไปอยู่ในที่ที่เขาควรจะอยู่

 

มิสเตอร์หวังมาหาแบมแบมที่โบสถ์ทุกวัน มาเพื่อพูดคุย และโน้มน้าวให้แบมแบมไปอยู่ที่บ้าน กับพี่ชาย กับครอบครัว

วินาทีที่รู้ว่ามีพี่ชาย หัวใจดวงน้อยมันพองโต รู้สึกถึงความสุขที่มันมีมากขึ้น ก่อนที่พ่อบังเกิดเกล้าจะมีแววตาหม่นลงหลังจากที่เอ่ยถึง

 

หัวใจที่พองโตค่อยๆแฟบลง พร้อมๆกับเรื่องราวที่มันเริ่มยาวและลึกซึ้งขึ้น พี่ชายคนนี้ไม่ใช่ลูกของคุณแม่ แต่เป็นลูกของผู้หญิงอีกคนหนึ่ง แต่เขารักคุณแม่วิเวียนมาก และตั้งแต่ที่คุณแม่จากมาก็ยังไม่เคยคุยดีๆกับคุณพ่อเลย

 

คุณพ่อบอกว่าไม่โกรธที่จะโดนพี่ชายเกลียด ท่านบอกว่าท่านสมควรโดนแล้ว เพราะตัวท่านเป็นคนทำให้เรื่องราวมันแย่ลงแบบนี้เอง แบมแบมนิ่งฟังและทำได้เพียงเท่านั้น เผลอถอนหายใจออกมาบ้างเมื่อมาคิดได้ว่า แล้วจะเป็นยังไงนะ ถ้าหากรู้ว่าคุณแม่ไม่อยู่แล้ว...

 

แต่หัวใจดวงน้อยที่มันกำลังสั่นระริกกลับต้องเต้นรุนแรงกว่าเก่า เมื่อพ่อยื่นรูปของพี่ชายให้ดู รูปถ่ายครอบครัวที่บางคนในภาพดูไม่มีความสุขเลยเมื่อมองที่แววตา

 

                หนึ่งคือผู้ชายผมสีเข้ม นัยน์ตาดุ คิ้วเข้ม จมูกโด่ง ร่างสูงกำยำ ผิวขาวผ่อง ละม้ายคล้ายกับคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างๆ  บนใบหน้าไม่ปรากฏรอยยิ้ม มีเพียงความเรียบเฉยกับสายตาที่ดูเจ็บปวดเพียงแค่จ้องมอง

 

                ผู้ชายอีกคนที่ยืนข้างๆตัวเล็กกว่าคนแรกมาก ตากลมใสกับรอยยิ้มน่ารักๆที่วาดระบายอยู่บนหน้า ท่าทางดูมีความสุข พวงแก้มนิ่มนั้นดูน่ารัก เรือนร่างบอบบางน่าทะนุถนอม ในมือถือตุ๊กตาหมีสีน้ำตาลอ่อน ศีรษะเอนเข้าหาคนที่ตัวโตกว่า 

 

                แบมแบมพินิจดูใบหน้าของคนทั้งคู่ จ้องมองไปสักพักจู่ๆน้ำตาก็ไหลออกมา มือเล็กยกขึ้นเช็ดน้ำตาออก

ลวกๆ ก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาเสียงหนัก

 

                พี่แจ็คสัน....

                พี่จูเนียร์.....

 

 

.................

 

 

“ ...........”


“ แบมแบม ถึงบ้านเราแล้วลูก” เสียงเรียกปลุกให้แบมแบมตื่นจากภวังค์ คนตัวเล็กสะดุ้งเล็กน้อยกับสัมผัสจากมือของพ่อที่มาโดนตัว ดวงหน้าหวานหันออกไปมองด้านนอก เห็นรถกำลังวิ่งผ่านประตูเหล็กบานใหญ่เข้าไปยังตัวบ้าน  เด็กหนุ่มหันหน้ามาหาพ่อแล้วส่งยิ้มให้

 

ไม่มีใครรู้ถึงความรู้สึกภายในเบื้องหลังรอยยิ้มอ่อนหวานที่เจ้าตัวแสดงออกมาว่าแท้จริงแล้วเด็กคนนี้กำลังคิดอะไรอยู่





................................................




          เสียงฝีเท้าดังตุบๆวิ่งเข้ามาใกล้ประตูห้องนอนที่เจ้าของห้องยังคงหลับใหลอยู่ในความฝัน ลูกบิดค่อยๆถูกหมุนออกช้าๆ ผู้มาเยือนชะโงกหน้าเข้าไปสำรวจภายในห้อง ยินเสียงลมที่กำลังพัดอยู่ด้านนอก และใบไม้จากต้นไม้ใหญ่กำลังไหวปลิว เด็กหนุ่มละสายตาจากหน้าต่างบานใหญ่ ค่อยๆแทรกตัวเข้ามาภายในห้อง กลิ่นหอมอ่อนๆจากแจกันดอกไม้ที่วางอยู่ข้างหน้าต่าง พัดโชยมาพอให้คนที่กำลังเดินเข้ามามีรอยยิ้มเล็กๆวาดขึ้นบนใบหน้า

 

                “ งื้อ~~~~พี่แจ็คสานนนน ตื่นได้แล้ววววววว”เด็กหนุ่มหน้าสวยกระโจนขึ้นบนเตียงนอน เสียงเจื้อยแจ้วของร่างบางใบหน้าน่ารัก ตะเบ็งเสียงหวานพร้อมกับพยายามดึงแขนพี่ชายให้ลุกขึ้นจากเตียง

 

                “ มันเช้าแล้วน้า~~~~” เขาว่าต่อ ริมฝีปากชมพูยู่ขึ้นอย่างขัดใจ จูเนียร์ทำหน้าเบื่อหน่ายกับการปลุกพี่ชายให้ตื่นจากนิทรา ดวงตากลมกระพริบถี่มองดูคนบนเตียงยังคงนอนนิ่งไม่ขยับตัว ร่างบางเผลอถอนหายใจออกมาเบาๆก่อนจะหันหน้าไปทางหน้าต่างที่ผ้าม่านถูกยกขึ้นแล้วเรียบร้อย

 

                “ แสงจ้าขนาดนี้นอนไปได้ยังไง” เขาบ่นอุบอิบ ยกมือขึ้นกอดอก นั่งขัดสมาธิมองพี่ชายรูปหล่อที่ยังคงหลับตาพริ้ม จูเนียร์จ้องมองแจ็คสันอยู่แบบนั้นก่อนจะยกยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นมาอย่างคนขี้แกล้ง

 

“ นี่แหนะ~~หง่ำ~~” ร่างบางก้มลงงับที่มัดกล้ามของพี่ชายเต็มแรง แจ็คสันถึงกับสะดุ้งโหยงขึ้นมานั่งตัวตรง

ดวงตาคมหันมามองน้องอย่างคาดโทษ

 

“ จะบ้าเหรอมากัดพี่ทำไม!” เขาพูดอย่างมีอารมณ์ คิดจะดุน้องต่อแต่พอเห็นหน้าหงอยๆก็ได้แต่ถอนหายใจ

 

“ ก็ปลุกตั้งนานแล้วไม่ยอมตื่นสักทีนี่นา~~” จูเนียร์ม่อยหน้าอย่างน่ารัก ริมฝีปากชมพูเม้มเข้าหากันขณะที่เจ้าของมันค่อยๆก้มหน้าลงอย่างสำนึกผิด พี่ชายที่ต้องตื่นขึ้นมาอย่างไม่เต็มใจ ถึงกับทำหน้าไม่ถูกเมื่อเห็นปฏิกิริยาน้องรักเป็นแบบนั้น

 

“ อ่า....จูเนียร์....”

 

จูเนียร์ยังคงก้มหน้า แม้จะเผลอยิ้มกริ่มออกมาเมื่อเห็นปฏิกิริยาพี่ชาย นั่นเพราะเขารู้ดีว่าแจ็คสันไม่มีทางทำอะไรให้เขาต้องเสียใจแน่ๆ

 

Because he loves me:

He’s my brother….

My Big brother,_

 

…………

 

“ คุณพ่อบอกว่ามีเรื่องอยากจะคุยกับพวกเราวันนี้” จูเนียร์พูดพลางเคี้ยวแซนวิชไปพลาง เศษขนมปังติดเลอะที่มุมปาก แก้มยุ้ยยังคงเคี้ยวตุ่ยๆอย่างเอร็ดอร่อย

 

“ ....พี่แจ็คว่าพ่อจะคุยอะไรเหรอ?~” ร่างบางเงยหน้าขึ้นจากจานอาหาร มองไปยังฝั่งตรงข้าม

 

“ ไม่รู้สิ...” เขาตอบออกมาเรียบเฉย  ใบหน้าไม่แสดงความรู้สึกยินดียินร้ายอะไร

 

“ อะไรกัน...นานๆคุณพ่อจะขอคุยด้วยแบบจริงจังสักที ไม่ตื่นเต้นมั่งเลยเหรอ...” จินยองยู่ปาก

 

“ นายก็คุยกับพ่อทุกวันอยู่แล้วนี่ ยังจะตื่นเต้นอีกเหรอ” พี่ชายเหลือบสายตามามองน้องที่ทำหน้างอน ไม่สนใจคำพูดของเขา

 

“ ที่อยากให้ตื่นเต้นไม่ใช่ผมสักหน่อย หมายถึงพี่แจ็คต่างหากเล่า” เขาอมลมจนแก้มป่อง

 

“ คงไม่มีอะไรพิเศษมากหรอก อย่าคาดหวังมากเลย” เขาว่าต่อก่อนจะก้มหน้าลงกินอาหารในจาน

 จูเนียร์ได้แต่มองมาที่พี่ชายอย่างเหนื่อยใจ ถ้าเป็นเขาที่โดนเมินแบบนั้นบ้างคงจะปวดใจน่าดู

 

 

และถึงแม้จะตอบน้องชายออกไปแบบนั้นแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า หัวใจของแจ็คสันนั้นก็แอบคาดหวังอยู่

 

ว่าเรื่องที่ว่าจะคุยนั้น

 

เป็นเรื่องเดียวกันกับที่เขาหวังเอาไว้...

 

.................




                หญิงร่างท้วมในชุดสีกรมท่า ค่อยๆเดินเลียบบันไดขึ้นไปยังชั้นสองของบ้าน  ในมือของเธอถือถาดกาน้ำชาและแก้วที่เข้าชุดกันดี สาวเจ้าก้าวเดินอย่างระมัดระวังจนกระทั่งเดินมาถึงที่หน้าประตูบานไม้แกะสลัก  ห้องที่เธอกำลังเดินเข้าไปคือห้องนอนขนาดใหญ่ที่สุดของบ้าน ซึ่งเจ้าของห้องก็คือเจ้าของทุกสิ่งทุกอย่างในบ้านหลังนี้ มืออวบเคาะประตูจังหวะหนัก เกิดเสียงก้อกๆสองสามครั้ง ก่อนลูกบิดสีทองจะถูกหมุนเปิดเข้าไปยังตัวห้อง

 

                ชายมีอายุเจ้าของบ้านยังคงอยู่ในชุดนอนผ้าแพรสีน้ำเงินเข้ม เขานั่งอ่านเอกสารบางอย่างที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานใกล้ริมหน้าต่าง เจ้าของห้องขยับแว่นกรอบทองให้เข้าที่ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองผู้มาเยือน

 

                “ มาแล้วเหรอมิสหลี่ นั่งลงตรงนี้สิ”

 

                “ ค่ะ มิสเตอร์...” เธอวางถาดน้ำชาลงบนโต๊ะพร้อมโค้งศีรษะให้ผู้เป็นเจ้านายเล็กน้อย ก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ราคาแพงตรงหน้า

 

                “ มิสเตอร์เรียกหาดิฉันอย่างนั้นหรือคะ?” เธอว่า ชายมีอายุพยักหน้าน้อยๆก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบกาน้ำชาเทลงที่แก้ว ไอสีขาวฟุ้งกระจายไปพร้อมๆกับกลิ่นชาจีนราคาแพง มิสเตอร์หวังสูดเอากลิ่นหอมอ่อนๆนั้นเข้าจมูกก่อนจะค่อยๆละเมียดดื่มชาร้อนในมือ

 

                “ เด็กๆ...เอ่อ ดิฉันหมายถึง คุณหนูใหญ่กับคุณหนูเล็กเธอรอมิสเตอร์อยู่ที่โต๊ะอาหารข้างล่างแล้วนะคะ”

 

                “ อืม...” เขาตอบรับในลำคอ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองหญิงร่างท้วมตรงหน้า

 

                “ มิสหลี่...” มิสเตอร์หวังลอบถอนหายใจเสียงยาว เขาวางแก้วน้ำชาในมือลงช้าๆก่อนจะยื่นเอกสารบางอย่างในมือให้กับแม่บ้านร่างท้วม

 

                “ อะไรเหรอคะ?” เธอถามพร้อมกับยื่นมือออกไปรับเอาเอกสารนั้นมาดู

 

                “ เอกสารการตาย  ....... ใบมรณะบัตร......”  หลี่จิ้งไล่สายตาอ่านตัวอักษรสีดำบนกระดาษ

เธออ่านประโยคที่ถูกเน้นข้อเอาไว้ออกมาเสียงเบา ดวงตาสีน้ำตาลเข้มไล่มองที่บรรทัดถัดมาก่อนจะยกมือขึ้นทาบที่หน้าอก

 

                “ คุณพระช่วย.....” พอตัวหนังสือชื่อของบุคคลที่ถูกระบุลงไปชัดเจนขึ้นในสายตา หญิงร่างท้วมแทบล้มทั้งยืน เธอปล่อยแผ่นกระดาษสีขาวลงที่พื้น  แล้วค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองเจ้านาย หัวใจของหญิงสาวเหมือนกับหล่นหายไปชั่วขณะหนึ่ง  เกิดความเงียบเข้ามาแทนที่

 

                “ ขอโทษที่ต้องบอกคุณด้วยวิธีนี้   ผมไม่เข้มแข็งพอที่จะพูดมันด้วยตัวเอง ถึงตอนนี้...ยังไม่อยากจะเชื่อเลย” เขาว่าเสียงสั่น หญิงสาวมองมาที่เจ้านายทั้งน้ำตา เธอรู้สึกเหมือนหัวใจกำลังจะหยุดเต้น  นี่มันไม่ใช่สิ่งที่เธอคิดฝันว่าจะเกิดขึ้นเลย

 

                “ Oh,….Jackson…” เธอพูดชื่อของเด็กชายที่เลี้ยงมาด้วยน้ำเสียงเศร้าใจปนสงสาร เมื่อนึกถึงคนที่หวังกับเรื่องนี้มากที่สุด

 

                “ ผมควรทำยังไงดี.......ต้องบอกเด็กคนนั้นยังไงดี.....” นายหวังฟุบหน้าลงกับฝ่ามือของตัวเอง หัวใจของคนเป็นพ่อคล้ายกับกำลังแตกสลายเมื่อนึกถึงผลกระทบทางความรู้สึกที่กำลังจะเกิดขึ้นกับคนเป็นลูก

 

                “ ดิฉันเสียใจด้วยจริงๆค่ะ......

 

                โถ...วิเวียน... โถ......คุณหนูใหญ่....”

 

 

 

.............

 

 

                เสียงเพลงจากยุค 90 ยังคงเปิดดังคลอมา กลิ่นขนมปังหอมหวนและพืชผักหลากสีสัน ยังคงถูกนำมาเติมเรื่อยๆจากคนใช้ในบ้าน เป็นเวลาเกือบร่วมชั่วโมงหลังจากที่แจ็คสันกับจินยองนั่งอยู่บนโต๊ะอาหาร 

คนหน้าเท่กัดขนมปังชิ้นสุดท้ายเข้าปากก่อนจะยกนมอุ่นๆที่วางอยู่ด้านข้างดื่มตามลงไป ดวงตาเรียวมองไปยังน้องชายที่กำลังเคี้ยวผักสลัดแก้มตุ่ยอยู่ตรงข้าม

               

                “ โอ้ย กินผักจนจะเป็นกระต่ายแล้วเนี่ย เมื่อไหร่คุณพ่อจะลงมาสักที” จินยองยู่ปาก  ร่างบางยกมือขึ้นกอดอก ทำหน้าเง้างอนใส่พี่ชายที่นั่งหน้าเรียบอยู่ตรงข้าม

 

                “ ผมขึ้นไปตามคุณพ่อดีมะ ?” แจ็คสันมองหน้าน้องชายด้วยสีหน้าเรียบ คนหน้าเท่ยกไหล่อย่างไม่ยี่หระ

 

                “ นั่งนิ่งๆเถอะน่า แล้วก็เช็ดปากด้วย โตแล้วยังกินเลอะเหมือนเด็กๆ” เขาแกล้งดุใส่น้อง  พอกลับมาอยู่ที่บ้าน ไม่มีหน้าที่ที่ต้องแบกรับ ไม่มีกล้อง ไม่มีแสงแฟลช ไม่มีบท ไม่มีสคริปให้ต้องอ่านต้องพูดตาม จูเนียร์ก็กลับมาเป็นน้องชายตัวน้อยของเขาอีกครั้ง

 

น้องชายคนเล็กที่แจ็คสันรักที่สุด

 

                “ นี่ จูจู กลับมาอยู่ที่บ้านได้แล้ว ไม่ต้องไปอยู่แล้วที่คอนโดน่ะ พี่เป็นห่วง” เขาว่า จริงๆแจ็คสันคงจะไม่เป็นห่วงมากขนาดนี้ ถ้าหากน้องชายยอมให้ตามไปอยู่ด้วย

 

                “ พูดเรื่องนี้อีกละ บอกเป็นร้อยรอบแล้วว่าไม่เอา แค่นี้ก็โดนเมาท์ลับหลังจะแย่อยู่แล้วเนี่ย” จูเนียร์ทำหน้าง้ำ

 

                “ งั้นก็ยอมให้พี่ไปอยู่ด้วยสิ”  แจ็คสันพูดพลางเดินมาหยิบทิชชู่เช็ดเศษขนมปังที่ติดแก้มจูเนียร์ออก

 

                “ โอ้ย ยิ่งไปกันใหญ่เลย ไม่เอาด้วยหรอก อยู่กับบีฮยองอ่ะดีแล้ว  โอ้ย!!! เช็ดเบาๆสิพี่แจ็คนี่!!”  แจ็คสันพลั้งมือกดทิชชู่ลงแก้มนิ่มเสียเต็มแรง จูเนียร์ถึงกับร้องเสียงหลง

 

                “ ว่าไงนะ! อยู่กับเจบีเหรอ!!! ได้ไง? เมื่อไหร่? ยังไง?!!!

 

                “ นี่! ตั้งสติหน่อยพี่แจ็ค ไม่ต้องตื่นเต้นมากก็ได้ ก็บ้านบีฮยองอยู่ไกลนี่นา แถมเรายังต้องทำโปรเจคด้วยกันอีก ห้องผมก็ตั้งกว้าง ให้บีฮยองมาพักด้วยก็ไม่เห็นเป็นไรเลย ดีออกช่วยคุณพ่อประหยัดตังค์บริษัทด้วย”

 

                “ ว่าไงนะ!

 

                “ อี้แอ๊คอุดอี้แอ้มอ๋มไอ้แอ๊ว เอ็บอ้ะ!!!! (พี่แจ็คสันหยุดบี้แก้มผมได้แล้ว เจ็บนะ!!!)”

               

                “ หยุดทะเลาะกันได้แล้วสองคน เสียงดังแต่เช้าเลย....”

 

                “ คุณพ่อ! ” จูเนียร์ผละจากแจ็คสันแล้วโผเข้ากอดผู้เป็นพ่อเต็มแรง มิสเตอร์หวังหัวเราะเบาๆในลำคอ ลูบหัวลูกชายด้วยความเอ็นดู

 

                “ ไงลูก...” สิ้นคำพ่อ จินยองยิ้มกว้างจนตาหยี ร่างบางพิงศีรษะเข้าหาอ้อมอกอุ่นๆของพ่อพร้อมๆกับโอบกอดชายผู้มีพระคุณอย่างเต็มกอด

 

                “ คิดถึงคุณพ่อจังเลย...” ลูกชายคนเล็กของบ้านยังคงความขี้อ้อน ขี้ประจบเอาไว้อย่างดี นายหวังหัวยิ้มอ่อนออกมาให้ลูกชายก่อนจะเลื่อนสายตาไปหาเด็กหนุ่มตัวโตที่อยู่ด้านหลัง

 

                “ วันนี้มีเรียนหรือเปล่า” ประโยคสั้นถูกส่งไปหาลูกชายคนโตที่นั่งเบือนหน้าหนีออกไปนอกหน้าต่าง

 

                “ ......”

 

                “ ....ว่าไงล่ะ พ่อถามไม่ได้ยินหรือไง” คิ้วเข้มเริ่มขมวดเข้าหากัน บรรยากาศดีดีเมื่อสักครู่เริ่มคุกกรุ่นขึ้นมาทันทีที่พ่อกับลูกต้องเผชิญหน้ากัน

 

                “ พี่แจ็ค....ตอบคุณพ่อสิฮะ..” จูเนียร์เดินไปหาพี่ชาย มือนิ่มยกขึ้นสะกิดที่แขนเสื้อ

 

                “ .....มี” แจ็คสันหันมามองหน้าพ่ออยู่พักหนึ่งก่อนจะตอบออกไปด้วยคำพูดสั้นๆ

 

                “ แล้วแกจะเรียนเสร็จกี่โมง”

                “ .....ร้อยวันพันปีไม่เห็นสนใจ นึกครึ้มอะไรขึ้นมาอยากรู้ตารางเรียนผมวันนี้” ลูกชายคนโตจ้องหน้าพ่ออย่างหาเรื่อง นอกจากจะไม่ตอบคำถามแล้ว ยังถามกลับไปให้คนฟังต้องอารมณ์ขุ่นอีกด้วย

 

                “ พี่แจ็ค...ไม่เอาน่า คุณพ่อก็ถามดีๆนะ” จินยองเอ็ดพี่ชาย มือขาวยื่นออกไปจับที่กล้ามแขนของอีกคน

 

                “ เอาเถอะจูเนียร์ ไม่เป็นไรลูก” นายหวังหันมาบอกลูกชายคนเล็กด้วยน้ำเสียงนิ่มๆ จูเนียร์พยักหน้าน้อยๆแล้วเดินเข้ามาใกล้พ่อ

 

                “ ผมขอโทษแทนพี่แจ็คสันด้วยนะครับคุณพ่อ นิสัยเสียแบบนั้นเมื่อไหร่จะเลิกก็ไม่รู้” พูดจบก็อมลมจนแก้มป่อง หันไปมองค้อนให้พี่ชายก่อนที่ผู้เป็นพ่อจะขออยู่ตามลำพังกับพี่ชายหน้าบึ้ง

 

จินยองสวมกอดพ่ออีกครั้งแล้วผละออกจากคนทั้งคู่ขึ้นมาบนห้อง

 

หวังว่าคงจะไม่ทะเลาะกันใหญ่โตอีกนนะ............ 

 

 

 

 

......................

 

 

 

“ มีอะไร” ทันทีที่น้องชายขึ้นห้องไป เสียงเย็นก็เอ่ยออกมาพร้อมแววตาแข็งกร้าว นายหวังได้แต่ถอนหายใจกับปฏิกิริยาของลูกชาย

 

 

“ เอาหม่าม๊าคืนมานะ เอาคืนมาให้ผมเดี๋ยวนี้ ฮืออออ คุณพ่อใจร้ายยย คนใจร้ายยยย ผมเกลียดพ่อ ผมเกลียดพ่อ!!!  เสียงของเด็กชายตัวเล็กในวันนั้น ยังคงดังสะท้อนผ่านดวงตาสีนิลคู่นี้  ดวงตาคู่เดิมคู่เดียวกันที่กำลังมองเขาอยู่เหมือนกับเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว

 

 

               

“ นั่งก่อนสิลูก”

 

“ ไม่จำเป็นหรอก พ่อมีอะไรจะพูดก็พูดมา ถ้ามันไม่สำคัญมากผมจะได้ไม่ต้องทนฟัง”

 

“ สำคัญสิแจ็ค....เรื่องสำคัญ”

 

“ งั้นก็พูดมาสิครับ ผมฟังอยู่...” สิ้นคำของลูกชาย คนเป็นพ่อได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างหมดหวัง

 

                กำแพงในใจที่ลูกชายสร้างขึ้น เขาคงไม่มีวันที่จะพังมันลงได้ นับวันกำแพงยิ่งหนาขึ้น หนาขึ้น

ไม่รู้ว่าชาตินี้จะมีโอกาสได้พูดจากันดีดีอย่างพ่อกับลูกเหมือนคนอื่นเขาหรือเปล่า

 

ไม่รู้....ว่าเมื่อไหร่จะได้เข้าไปหาเด็กชายตัวเล็กที่ซ่อนตัวอยู่หลังกำแพงนั้น

 

แจ็คสันจะยอมให้โอกาสเขาแก้ตัวสักครั้งไหมนะ

 

ถึงแม้สิ่งที่เขาจะพูด มันต้องทำร้ายจิตใจของลูกชาย

 

ถึงแม้ว่ามันจะเป็นแบบนั้น.....

 

 แต่เขาอยากจะขอเพียงแค่ให้แจ็คสันยอมเปิดใจ

 

ยอมรับถึงสิ่งที่เขากลับไปแก้ไขให้ไม่ได้

 

แล้วให้โอกาสกับสิ่งสำคัญ

 

หัวใจอีกหนึ่งดวงมีมีค่า

 

ลูกชายอาจจะไม่ต้องให้อภัยเขาก็ได้

 

จะเกลียดเขาไปจนตลอดชีวิตก็ได้

 

ขอเพียงแค่ให้แจ็คสันเปิดใจ

 

เปิดใจให้กับเด็กผู้ชายอีกคนที่ถูกทิ้งเอาไว้ท่ามกลางความโดดเดี่ยว

 

เกิดมาในตอนที่ทุกอย่างกำลังจ่มดิ่งสู่ความมืดมิด

 

เด็กชายตัวเล็กที่น่าสงสาร

 

 

พระเจ้ายังคงเมตตามอบแบมแบมาให้

 

เพื่อให้คนเลวอย่างเขาได้สำนึกในบาปที่ตัวเองได้ก่อ

 

ต้นเหตุของความสูญเสียทั้งหมด

 

ไม่ว่ายังไงครั้งนี้

 

เขาต้องทำให้ทุกอย่างถูกต้อง

 

 

 

“ พ่อจะพูดกับลูกเรื่องของหม่ามี๊......จะนั่งลงฟังพ่อสักหน่อยได้ไหมลูก ”






...................


 

                “ หม่ามี๊! หม่ามี๊ทำไม พ่อเจอเธอแล้วเหรอครับ! เจอเธอแล้วใช่มั้ย

ถ้างั้น..ถ้างั้นตอนนี้เธออยู่ไหนฮะ หม่ามี๊อยู่ไหน?” น้ำเสียงลุกลี้ลุกลนพูดออกมาอย่างหาคำตอบ ลูกชายมองตรงไปยังผู้เป็นพ่อ แจ็คสันรุดเดินเข้าไปจับมือของพ่อเอาไว้

 

                “ Yes, I found her” เขาตอบสั้นๆ แต่ทว่ายังคงก้มหน้าไม่กล้าสบสายตากับลูก

 

                “ Where she is right now, Take me there! I want to see her” แจ็คสันเขย่ามือพ่อ ใบหน้าที่เคยเรียบเฉย ยิ้มออกมาด้วยความดีใจ ดวงตาสีนิลประกายไปด้วยความหวัง

 

                “ I….I want you to calm down and Please Jackson….. Take a seat.” นายหวังลูบที่หลังมือของลูกชาย แววตาหม่นๆของคนเป็นพ่อเงยสบกับแววตาเป็นประกายของลูก

 

                “ …….” แจ็คสันพยักหน้าน้อยๆก่อนจะค่อยๆนั่งลงข้างพ่อ

 

                “ พ่อเองก็เพิ่งรู้เมื่อไม่นานมานี้ ที่จริงแล้วก็เพิ่งไม่กี่วันนี้เอง.....ว่าวิเวียน...อยู่ที่นี่ ที่โซล”

 

                “ Oh My God ! Really? Are you sure?

Then… how is she? Is she good? Where she lived?” หัวใจของแจ็คสันพองโตขึ้นมาด้วยความยินดีกับสิ่งที่ได้ยิน ในที่สุด ในที่สุดเขาก็จะได้เจอกับหม่ามี๊ของเขาแล้วใช่มั้ย

 

ในที่สุดก็จะได้พบกันแล้วใช่หรือเปล่า...

 

                “ ใช่ หลายปีมานี้เธอก็อยู่ที่นี่มาตลอด...”

 

                “ว้าว...นี่มันเรื่องมหัศจรรย์อะไรกันล่ะเนี่ย ผมดีใจมากเลยอ่ะ อย่างกับฝันไปแหนะ” แจ็คสันพูดออกมาอย่างโล่งใจ ส่งรอยยิ้มอุ่นๆไปให้พ่อในรอบหลายสิบปีที่มันไม่เคยเกิดขึ้น

 

                “ แล้วคุณพ่อเจอกับหม่ามี๊หรือยังครับ เธอกับคุณพ่อน่ะ” เสียงเจื้อยแจ้วพรั่งพรูออกมาจากปากของลูกชาย ในที่สุดเด็กผู้ชายด้านหลังกำแพงก็ยอมเปิดประตูออกมาหาเขาแล้ว

 

                “ อืม...” นายหวังพยักหน้าน้อยๆ พยายามหลบสายตาไม่กล้ามองหน้าลูก กลัวเหลือเกิน กลัวว่าแจ็คสันจะทำใจไม่ได้

 

                “ ถ้าอย่างนั้นทำไมพ่อไม่พาเธอมาที่บ้านล่ะฮะ พาเธอมาหาพวกเราที่บ้านสิครับ”

 

 

                “ ...............

 

 

 

                พ่อไม่คิดว่าเธอจะมาได้.....” นายหวังพูดเสียงสั่น

 

 

                “ .............  พ่อหมายความว่าไง” รอยยิ้มสดใสบนใบหน้าค่อยๆหุบลงช้าๆพร้อมประโยค

 

 

 

                “..... I’m sorry” คนเป็นพ่อ พูดขอโทษเสียงสั่น แจ็คสันขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจ

 

 

                “ ทำไมล่ะครับ หรือว่า เธอแต่งงานใหม่ไปแล้ว”

 

 

                “ .....”

 

 

                “ ใช่ไหมพ่อ เธอมีครอบครัวใหม่ไปแล้วใช่มั้ย?

 

 

                “.....”

 

 

                “ ไม่เป็นไรครับผมโตพอที่จะเข้าใจเรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นได้ ผมไม่โทษพ่อหรอก ถ้าเธอมาหาเราไม่ได้

ถ้างั้นพ่อบอกที่อยู่เธอมาได้มั้ย ให้ผมไปหาเธอเอง......ผมคิดถึงหม่ามี๊มากจริงๆ.....” น้ำเสียงตื่นเต้นเมื่อสักครู่ค่อยๆลดระดับลง

 

                เด็กหนุ่มตัวโต ทิ้งหลังลงพิงกับเก้าอี้ แจ็คสันถอนหายใจออกมาเสียงหนัก ดวงตาสีนิลเลื่อนขึ้นสบตากับพ่อ

 

                “ ผมอยากแนะนำจูเนียร์ให้เธอรู้จัก บอกกับเธอว่าที่ผ่านมาผมคิดถึงเธอแค่ไหน อยากเล่าอะไรๆหลายๆอย่างให้เธอฟัง....

 

 พระเจ้า...ผมคิดถึงเธอจริงๆนะ”

 

                “ She’s dead…..I’m sorry

 

                “ ......ผมจะบอกกับหม่ามี๊ว่าตอนนี้ผมเล่นเปียโนเก่งแล้ว ผมสามารถเล่นเพลงคู่กับหม่ามี๊ได้แล้ว แล้วก็......” ประโยคยืดยาวยังคงพรั่งพรูออกมา นายหวังได้แต่ถอนหายใจ แจ็คสันคงจะดีใจจนไม่ได้ยินสิ่งที่เขาพูด

 

                “ แจ็คสัน..เธอตายแล้ว”

 

                “ ผมก็จะพาเธอไป..........

 

 

 

 

                พ่อ......

 

 

 

 

                ว่าไงนะ?

 

 

                “God…She’s gone ….I’m sorry” นายหวังพูดขอโทษทั้งน้ำตา ดวงตาสีเข้มจ้องมองปฏิกิริยาของพ่อ

 

                “ Son…I’m so sorry” นายหวังคุกเข่าลงตรงหน้าลูกชายคนโต เสียงสะอื้นของพ่อหยุดเวลาของเขาไปชั่วขณะหนึ่ง แจ็คสันรู้สึกเหมือนหูอื้อไม่ได้ยินเสียงอื่นๆรอบข้าง เด็กหนุ่มได้ยินเพียงประโยคใจสลายเมื่อสักครู่กับเสียงหัวใจตัวเองที่ดังสลับกันไปมา คิ้วเข้มขยับเข้าหากันแจ็คสันรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังหายใจไม่ออก

 

                “ You liar. It’s not true, I don’t believe you…” พูดออกมาด้วยเสียงแหบใกล้สั่น แจ็คสันกำหมัดแน่น น้ำตาเอ่อไหลออกมาอาบสองแก้ม

 

                “ พ่อ...ไม่ได้พูดจริงใช่มั้ย” เขาก้มลงไปนั่งที่พื้น ประคองไหล่ผู้เป็นพ่อ แจ็คสันยกไหล่พ่อขึ้นมาเผชิญหน้า

 

 

                “ โกหกใช่มั้ย...”

 

 

                “ ........ I’m sorry Son, I’m so sorry”

 

 

                “No, I don’t believe you. You liar! You told me that she’s dead because you give up right?

'Cause you are tired to find her!!” แจ็คสันสะบั้นเสียงใส่พ่อด้วยอารมณ์ที่เริ่มเกรี้ยวกราด เขาเกลียดที่พ่อไม่มีท่าทางปฏิเสธสิ่งที่เค้ากำลังพูด

 

 

                “Why Daddy ? Why you always hurt me like this? Why Daddy? Why?!!!!” เด็กหนุ่มนัยน์ตาดุ สาดเสียงกร้าวใส่ผู้เป็นพ่อ ในเวลานี้เขาทั้งโกรธเกรี้ยวและเสียใจไปพร้อมกัน แจ็คสันกวาดจานหารบนโต๊ะลงที่พื้นอย่างระบายอารมณ์ เสียงจานแก้วตกกระทบพื้นหินอ่อนดังก้องไปทั้งบ้าน ทั้งแม่บ้าน พ่อบ้าน คนขับรถรีบวิ่งกรูเข้ามายังห้องโถงกว้างนี้พร้อมกัน

 

 

 

                “ I hate you Dad…..

                I hate that you are my father

                I hate that I’m your son

                I hate that we are the family

                I hate when you try to make me forgive you for what you’ve done….”

 

               

                “ Jackson Daddy so sorry……” นายหวังยังคงนั่งคุกเข่าอยู่ที่พื้นบ้าน ก้มหน้ามองเพียงพื้นหินอ่อนที่สะท้อนภาพของตัวเอง

 

                “ Your sorry means nothing to me……” แจ็คสันปาดน้ำตาที่ยังคงไหลออกมาจากดวงตาคมคู่นั้น  มิสเตอร์หวังแทบอยากจะหยุดหายใจเมื่อเงยหน้าสบสายตากับลูกชาย ดวงตาสีเข้มนั้นมองดูช่างว่างเปล่าและหนาวเหน็บ แจ็คสันตอบพ่อด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ เย็นเฉียบจนน่ากลัว เขาไม่แม้แต่จะลงไปจับมือหรือโอบกอดพ่อ  พูดให้กำลังใจและพูดว่าให้สู้ไปด้วยกัน เหมือนอย่างที่ครอบครัวควรจะเป็น แจ็คสันยืนมองพ่อด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นและเกลียดชัง นายหวังขยับปากที่มันสั่นพูดออกมาด้วยแววตาที่ขอร้อง

 

                “ You can hate me as much as you want Son, but please you have to know all of the stories…”

 

                “I’ve heard enough today” ลูกชายพูดแค่นั้น เด็กหนุ่มก้าวเท้าผ่านเศษจานแก้วที่แตกเดินหันหลังให้กับผู้เป็นพ่อตรงไปยังรถยนต์คันหรูของตัวเองที่จอดรอที่หน้าบ้านทันที

 

 

                “ คุณพ่อ/มิสเตอร์!” จูเนียร์และหลี่จิ้งถลาลงมาจากชั้นสองของบ้างทันทีที่ได้ยินเสียงเอะอะโวยวาย

 

                “ คุณพ่อครับ เกิดอะไรขึ้น!” ร่างบางตรงเข้าไปประคองพ่อบุญธรรมที่ยังคงทรุดนั่งอยู่ที่พื้น จูเนียร์กวาดสายตามองดูเศษซากของจานชามที่มันแตกกระจัดกระจายอยู่บนพื้น

 

                “ ไอ้พี่ชายบ้าคนนั้น!!~” เขาสบถออกมา ขณะที่มือวาดออกไปโอบหลังพ่อ

 

                “ คุณหวัง!

 

                “พ่อไม่เป็นไร พ่อไม่เป็นไร”

 

 

...........

 

 

                หลังจากพายุลูกใหญ่ซัดผ่านไป บ้านหลังใหญ่เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ จูเนียร์คอยดูแลพ่อที่กำลังดื่มน้ำชาอยู่ใกล้ๆ โดยข้างๆกันก็มีสาวใช้ร่างใหญ่ยืนอยู่ด้วย

 

                “ ผมล่ะไม่เข้าใจพี่แจ็คสันจริงๆนะครับ” จินยองเผลอยู่ปาก มือเรียวเอื้อมออกไปรับถ้วยชาจากมือของพ่อ

 

                “ จะโมโหคุณพ่ออะไรนักหนาก็ไม่รู้ เมื่อก่อนแค่ไม่พูดดีๆก็ยังพอรับได้ แต่วันนี้มันอะไร ทำลายข้าวของซะไม่มีชิ้นดี คอยดูนะ ถ้ากลับมาที่บ้านผมจะไม่คุยด้วย จะได้รู้สึกซะบ้างเวลาโดนคนที่รักเมินมันเป็นยังไง” เขาพูดพลางขยับเข้าไปใกล้พ่อ

 

                “ คุณพ่อไม่เป็นไรนะครับ” เขายิ้มอ่อน ดวงตาคู่สวยมองสำรวจอย่างเป็นกังวล

 

                “ อื้ม พ่อไม่เป็นไรลูก จูเนียร์ไม่ต้องเป็นห่วงนะ....แล้วก็อย่าไปโกรธพี่แจ็คสันเลย พ่อ....สมควรโดนแล้วล่ะ” นายหวังพูดเสียงเบา คนมีอายุเลื่อนสายมามามองที่แผ่นกระดาษบนโต๊ะ

 

                “ .......ดิฉันจะไปหยิบยามาให้นะคะ” หลี่จิ้งพูดขึ้น นายหวังเลื่อนสายตาจากแผก่นกระดาษขึ้นมองสาวใช้

 

                “ ขอบคุณนะมิสหลี่..” หล่อนพยักหน้าและโค้งศีรษะลงเล็กน้อยแทนคำตอบรับก่อนจะเดินออกจากห้องไป ปล่อยให้สองพ่อลูกได้มีโอกาสอยู่ด้วยกัน

 

                “ จูเนียร์.....”

 

                “ครับ...”

 

                “ จำที่พ่อบอกว่ามีเรื่องอยากจะคุยด้วยได้มั้ย”

 

                “ ได้สิฮะ คุณพ่อมีอะไรอย่างนั้นเหรอ”

 

                “ เราน่ะ อยู่ที่บ้านนี้มีความสุขมั้ยลูก”

 

                “สุขสิฮะ การที่ผมมีคุณพ่อ มีพี่แจ็คสัน คือความสุขที่สุดในชีวิตเลย” เด็กหนุ่มผมสีเข้มยิ้มกว้าง เขาโผเข้ากอดพ่อด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม

 

                “ แล้วคุณพ่อล่ะฮะ มีความสุขมั้ยที่มีผมเป็นลูก” เขาเงยหน้าขึ้นมองพ่อ นายหวังยิ้มน้อยๆก่อนจะยกมือขึ้นลูบเบาๆที่กลุ่มผมนิ่ม

 

                “ มีสิลูก การมีลูกเข้ามาในชีวิตของพ่อ เป็นของขวัญที่แสนล้ำค่าที่พระเจ้ามอบให้กับคนบาปอย่างพ่อ”

 

                “ คุณพ่อพูดแบบนี้อีกแล้ว คนบาปอะไรกัน คุณพ่อน่ะเป็นเทวดาที่แสนใจดีต่างหาก”

 

                “ .......จูเนียร์ลูก....” นายหวังค่อยๆหุบยิ้มลงเมื่อยามที่เห็นแววตาใสซื่อของลูกชายจ้องมองมา

 

                “ ....ผมรักคุณพ่อ รักพี่แจ็คสัน แล้วก็รักครอบครัวของเราที่สุด.....”

 

                “ พ่อก็รักหนูลูก....”

 

                “ ตอนนี้พี่แจ็คสันทำตัวงี่เง่า  ฉะนั้นคุณพ่อต้องรักผมคนเดียว ผมจะไม่แบ่งคุณพ่อให้พี่แจ็คสันแล้ว”  จินยองพูดออกมาด้วยท่าทางเง้างอนพี่ชายอย่างน่าเอ็นดู

 

                “ ......แต่พ่อว่า หนูต้องแบ่งพ่อให้กับน้องชายด้วยนะ” นางหวังพูดออกมาเสียงเรียบ

 

                “ น้องชาย?” จินยองตาโตด้วยความประหลาดใจกับคำพูดของพ่อ

 

                “ ใช่ น้องชาย” เจ้าของบ้านยืนยันสิ่งที่ตัวเองเพิ่งพูดออกไปอีกครั้ง พร้อมรอยยิ้มเศร้าๆที่ปรากฏบนหน้า

 

                “ ผมไม่เข้าใจ?” คิ้วสวยมัดเป็นโบว์ จูเนียร์มองพ่อด้วยความฉงนใจ

 

                “ จูเนียร์ จำเรื่องของวิเวียนที่พ่อเคยเล่าให้ฟังได้มั้ย?~

 

                “ ..... ฮะ” เด็กหนุ่มนิ่งไปขณะหนึ่งก่อนจะตอบ

 

                “ คุณแม่ของพี่แจ็คสัน...” จินยองหลบสายตาจากพ่อ เด็กหนุ่มค่อยๆปล่อยกอดแล้วกลับเข้ามานั่งที่เก้าอี้

 

                “ แจ็คสันบอกเราแบบนั้นเหรอ”

 

                “ ครับ พี่แจ็คบอกว่าพี่แจ็คสันมีแม่สองคน คนหนึ่งคือคนที่ให้กำเกิด ส่วนอีกคนคือคนที่ให้ความรัก....ผมอิจฉามากเลยนะที่พี่แจ็คสันมีแม่ตั้งสองคน” จินยองเผลอพูดความรู้สึกในใจออกไป เจ้าตัวรีบเอามือปิดปากทันทีที่นึกได้ ก็แม่ทั้งสองคนของแจ็คสันไม่มีใครได้อยู่กับแจ็คสันจริงๆเลยนี่นา

 

                “ ........  มานี่สิลูก”  นายหวังเห็นอาการของลูกชายก็เรียกให้เขาเข้ามาใกล้ จูเนียร์ค่อยๆคุกเข่าลงที่พื้นแล้วขยับเข้าไปหาพ่ออีกครั้ง

 

                “ เด็กคนนั้นน่ะ คือลูกชายของวิเวียนที่พ่อเองก็ไม่เคยรู้เลยว่าเขามีตัวตนอยู่...”

 

                “....ถ้าเขาคือลกของคุณวิเวียน เขาก็ต้องเป็น.....ละ/ใช่เขาเป็นลูกของพ่อ”

 

                “....พระเจ้า  ถ้าอย่างนั้นคุณพ่อก็ต้องเจอคุณวิเวียนแล้วน่ะสิฮะ พี่แจ็คสันก็น่าจะดีใจ แต่ทำไมยังอาละวาด?” จินยองคิ้วขมวดเข้าหากัน พยายามนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้น พี่แจ็คบอกว่าถ้าพ่อตามหาวิเวียนเจอแล้วเจาจะยอมคืนดีกับพ่อ นี่พ่อก็หาคุณวิเวียนเจอแล้ว ทำไมถึงยังเป็นแบบนั้น

 

“ เธอเสียแล้วน่ะ เสียไปหลายปีแล้ว.....”

 

“ .....คุณพ่อ....... ผมเสียใจด้วยนะฮะ เสียใจด้วยจริงๆ” จูเนียร์เอื้อมมือออกไปกุมมือพ่อ เด็กชายพูดปลอบประโลมชายแก่ด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ เพราะอย่างนี้เองสินะ พี่แจ็คสันถึงได้เป็นแบบนั้น คงจะช็อคน่าดู...

 

“ .....แล้วตอนนี้ เด็กคนนั้นเป็นยังไงบ้างฮะ?

 

“ ถึงเขาจะหายตกใจบ้างแล้ว แต่ก็ยังคงไม่ชินกับการที่รู้ว่ามีพ่อน่ะ.....ก็อยู่คนเดียวมาตั้งหลายสิบปีนี่นา”

 

“ .....ผะ...ผมไม่รู้ว่าต้องพูดอะไรดี” จูเนียร์น้ำตาไหลเพียงแค่ได้เห็นสีหน้าและแววตาของพ่อ คุณพ่อคงจะรู้สึกผิดมากจริงๆ

 

“ แล้วตอนนี้เขาเป็นยังไงบ้างครับ แล้วเราจะได้เจอเขามั้ย” ถามออกมาทั้งน้ำตา จูเนียร์รู้สึกสงสารเด็กที่พ่อเอ่ยถึงขึ้นมาจับใจ ทั้งที่ยังไม่ได้เจอหน้าด้วยซ้ำ

 

นั่นเพราะเขารู้ดี ว่าการที่ต้องอยู่คนเดียวมันเลวร้ายแค่ไหน

 

“ พ่อจะไปรับเขามาที่บ้านของเราวันนี้”

 

“ วันนี้!?

 

“ ใช่แล้วล่ะลูก”

 

“ ผมอยากไปรับน้องกับคุณพ่อ จริงๆนะผมอยากไป” จินยองพูดออกมาอย่างตื่นเต้น

 

“ ขอบคุณนะลูก ที่เข้าใจ” นายหวังลูบหัวลูกอย่างเอ็นดู ในตอนแรกเขาเองก็กลัวที่จะบอกเรื่องนี้กับจูเนียร์ กลัวการปรากฏตัวของแบมแบมจะทำให้จูเนียร์ต้องรู้สึกเป็นส่วนเกิน

 

“..ละ แล้วพี่แจ็คสันรู้เรื่องนี้หรือยังครับ?

 

 

 

.............

 

 

                บรรยากาศหนาวเย็นภายในรถยนต์คันหรู แว่วยินเพียงเสียงของลมจากเครื่องปรับอากาศที่ดังอยู่ภายในตัวรถ ล้อรถยนต์ยิ่งหมุนเร็วและแรงตามตัวเลขบนหน้าปัดเมื่อเจ้าของมันยังคงเหยียบคันเร่งอย่างคนไม่มีสติ  เสียงสะอื้นที่จุกอยู่ในลำคอพ่นผ่านออกมาพร้อมกับการกระแอมไอ เด็กหนุ่มตัวโตกลั้นทั้งน้ำตาและลมหายใจไม่ให้เกิดเสียงร่ำไห้ฟูมฟาย แม้หัวใจข้างในจะแตกสลายไปแล้วก็ตาม

 

                แจ็คสันในชุดนอนลายทางสีฟ้าอ่อนยังคงมองตรงไปยังเส้นทางข้างหน้าด้วยสายตาที่เริ่มพร่าเมื่อน้ำตาเอ่อมาคลอ มือหนายกขึ้นขยี้ที่ดวงตาอย่างแรงจนเกิดรอยแดง จะร้องไห้ทำไมนี่มันไม่ใช่เรื่องจริงสักหน่อย เด็กหนุ่มเฝ้าบอกตัวเองตั้งแต่ก้าวเท้าขึ้นรถ  ว่านี่ไม่ใช่ความจริง มันไม่จริง

                ภาพในคืนวันที่หญิงสาวจากไปวนกลับเข้ามาในหัวของเด็กชายที่ซ่อนอยู่ภายใต้ร่างกายกำยำ เด็กชายคนนั้นกำลังร้องไห้ กรีดร้องด้วยความเสียใจอยู่ในห้องแคบๆ

 

 

ผมน่าจะวิ่งตามคุณไป

ผมน่าจะทำอะไรเพื่อคุณได้บ้าง

ผมควรจะได้ตอบแทนความรักและความหวังดีที่คุณมีให้กับผม

ควรจะได้ยินข่าวดีที่เราจะได้เจอกันอีก

 

นี่ไม่ใช่เรื่องจริงหรอกมันไม่จริง

ผู้ชายคนนั้นโกหก

ผมรู้ว่าเขาโกหก เพราะเขาทำมันมาตลอด

หลอกผมมาตลอด

 

 

                แสงแดดเริ่มสว่างจ้าขึ้น รถยนต์ของแจ็คสันยังคงแล่นไปตามทางที่ขนาบข้างไปด้วยต้นไม้ใหญ่ ผู้ชายที่หัวใจกำลังแตกสลาย เขาต้องการอ้อมกอดจากใครสักคน ใครที่จะช่วยทุเลาความเจ็บปวดในใจให้พอหายไปได้บ้าง ใครที่กอดเขาแล้วบอกว่าไม่เป็นไร

 

ใครสักคน...

 

 

 

 

 

 

............

 

 

 

                เด็กหนุ่มตาตี่หน้าตาน่ารัก กำลังส่งยิ้มให้กับเพื่อนที่อยู่ในห้อง ยองแจโค้งคำนับให้รุ่นพี่คนนั้นคนนี้ที่เดินผ่านไปมา เจ้าของไฝใต้ตาเจ้าเสน่ห์โปรยรอยยิ้มสดใสให้กับคนที่เดินเข้ามาทักทาย เขาหยิบโน้ตเพลงในกระเป๋าขึ้นมาวางที่ตรงแป้น สายตาเหลือบมองไปยังโต๊ะที่นั่งข้างๆที่ว่างเปล่า  มองไปแล้วก็เผลอยิ้มออกมา ก็เพื่อนรักบอกข่าวดีว่าครอบครัวตามหาตัวเขาเจอแล้ว วันนี้จะเป็นวันแรกที่ได้เจอกัน ยองแจปลื้มใจสุดๆที่ได้ยินแบมแบมพูดแบบนั้น แทบรอให้เพื่อนกลับมาเล่าความสุขให้ฟังจนทนไม่ไหว

 

                เสียงเอะอะโวยวายในคลาสเรียนก็ยังคงดังมาอยู่เป็นระยะ นั่นเกิดจากกลุ่มเพื่อนที่มีเรื่องให้คุยกันมากมาย เขากันไปมองเพื่อนร่วมชั้นที่กำลังจับกลุ่มสนทนากันอยู่ มองไปก็เผลอยิ้มออกมา เขาเอวก็อยากจะเข้าไปนั่งเมาท์จับกลุ่มเหมือนกันนะ ถ้าไม่ติดว่าการบ้านของเมื่อชั่วโมงที่แล้วยังไม่เสร็จเรียบร้อยดี

 

                อีกกว่าสามสิบนาทีก่อนจะถึงคาบเรียน ยองแจก้มลงจัดการกับงานตรงหน้าของตัวเอง กระดาษโน้ตที่ถูกแต่งแต้มด้วยปากกาสีสันสดใส เขาหยิบสมุดขึ้นมาจดลายประสานของตัวเองที่ต้องแสดงต่อหน้าเพื่อนๆในห้อง

 

                เด็กนักศึกษาเอกขับร้องคนอื่นๆเริ่มวอร์มเสียงเมื่อเห็นว่าใกล้เวลาเข้าเรียนเต็มที ยองแจหันไปขำใส่เพื่อนคนหนึ่งที่เผลอตะเบ็งเสียงจนเจ็บคอ เพื่อนตัวเล็กคนนั้นหันมาจุ๊ปากให้ก่อนจะมองมาที่เขาด้วยท่าทางสงสัย

 

                “ แบมแบมไม่มาเรียนเหรอ”  เด็กหนุ่มตัวเล็กเอ่ยถามขึ้นมาเมื่อมองไปเห็นเพียงแต่เก้าอี้ที่ว่างเปล่า

 

                “ อืม หมอนั่นติดธุระน่ะ” ยองแจยิ้ม

 

                “ ว้า งี้วันนี้คลาสเราก็อดฟังแบมแบมร้องเพลงสิ” เขาว่าอย่างเสียดาย  ยองแจเผลอยู่จมูกแล้วหันไปมองค้อนให้เพื่อน

 

                “ ตัวเองก็ร้องเพลงได้ไม่ใช่หรือไง” พูดพร้อมๆกับโยนกระดาษที่ถูกยำทิ้งไปทางเพื่อน ทั้งคู่หัวเราะให้กันก่อนที่จะมีเสียงฮือฮาจากด้านนอกห้องดังลอดเข้ามา

 

ยองแจยังคงเย้าแหย่กับเพื่อนตัวเล็กที่นั่งอยู่ริมหน้าต่าง ไม่ได้ใส่ใจกับเสียงข้างนอกห้องนัก สักพักก็เห็นเพื่อนตัวเล็กทำตาโตมองผ่านเขาไปด้านหลัง คนตาตี่จึ้งได้หันมองตามไป

 

 

“ พะ..พี่แจ็คสัน”

 

                ร่างหนาสาวเท้าเข้ามาในห้องด้วยดวงตาที่แดงก่ำ เจ้าของใบหน้าหล่อตรงเข้ามาที่ร่างบางแล้วโผเข้ากอดอีกคนอย่างเต็มแรง ยังไม่ทันที่ยองแจจะได้เอ่ยปากถามอะไร แรงกอดรัดจากอีกคนก็ทำให้เขารู้สึกได้ถึงความผิดปกติ สักพักความรู้สึกเปียกชื้นและอุ่นร้อนก็เกิดขึ้นที่ตรงไหล่ลาด เรือนร่างกำยำเริ่มสั่นสะท้านเพราะแรงสะอื้น แจ็คสันซบหน้าลงแนบแผ่นอกบาง เสียงสะอื้นที่ทำให้คนถูกกอดถึงกับต้องยกมือขึ้นปลอบประโลม

 

“ ฮะ...ฮึก....ช่วยด้วย....ฮึก...ช่วยพี่ที.......”



..................

               

               เปราะบาง แม้แต่หน้ากากที่เจ้าตัวเคยฉาบเอาไว้ด้วยความเข้มแข็ง ก็ไม่อาจซ่อนความรู้สึกที่มันแสดงออกมาตอนนี้ได้ ในอ้อมกอดของยองแจปรากฏเพียงแค่เด็กชายแจ็คสันที่อ่อนแอ บอบบาง และต้องการที่พึ่ง ไม่ใช่ผู้ชายตัวโตที่แข็งแรงปากเก่งในเมื่อวานคนเดิมคนนั้นอีกแล้ว

 

                “ พี่แจ็คสัน....เกิดอะไรขึ้น...” เสียงหวานถามออกมาเมื่อร่างหนาที่มันสั่นสะท้านค่อยๆสงบลง ยองแจจับไหล่เด็กหนุ่มตัวโตในชุดนอนลายขวางสีเข้มสลับอ่อนด้วยสายตาที่เป็นกังวล เด็กนักศึกษาในชั้นเรียนต่างมองมาที่คนทั้งคู่เป็นตาเดียว แจ็คสันมองหน้ายองแจด้วยดวงตาแดงก่ำและคราบน้ำตาที่ยังคงติดอยู่บนใบหน้า

 

บอกเขาทีว่านี่ไม่ใช่เรื่องจริง

บอกเขาทีว่าเขาเพียงแค่ฝันไป......

 

                แม้ในหัวใจจะกำลังตะโกนหลายร้อยคำโกหกออกมาเพื่อหลอกตัวเองว่าเขาแค่ฝันไป แต่บรรยากาศและผู้คนรอบข้างกลับย้ำเตือนว่าสิ่งที่เขารับรู้มามันคือความจริง ยองแจตัดสินใจจูงมือคนที่ยืนน้ำตาไหลอยู่ตรงหน้าให้ออกไปข้างนอกห้อง เมื่อเริ่มมีคนมามุงดูพวกเขามากขึ้น

 

                ทั้งคู่เดินมากระทั่งเสียงจอแจพูดจาของคนรอบข้างตัวค่อยๆเงียบลง ยองแจพาแจ็คสันนั่งลงที่ตรงเก้าอี้ใต้ต้นไม้ใหญ่ เจ้าของไฝใต้ตาตรงด้านซ้ายจ้องมองคนรัก ด้วยสายตาที่เป็นกังวล

 

วันที่ดีของใครคนหนึ่ง อาจจะเป็นวันที่แย่ที่สุดของอีกคนก็ได้

 

                เขาเอื้อมมือออกไปจับกับมือหนา แม้ยังไม่ทราบถึงเหตุผลแต่เรื่องที่แจ็คสันเจอมาต้องร้ายแรงในระดับหนึ่งเลยทีเดียว ดูที่เท้ายังคงใส่สลิปเปอร์อยู่เลย

 

                “ เกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นเหรอครับ...” เขาถามออกมาด้วยน้ำเสียงอุ่นๆ สายตาที่ยังคงมีแต่ความเป็นห่วงจ้องมองไปยังดวงตาคมที่หม่นหมอง

 

 

                “ นายจะทำยังไง เมื่อรู้ว่าได้รับข่าวดี แล้วก็ข่าวร้ายในเวลาเดียวกัน....” เขาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง มือหนากำหมัดแน่นอย่างสะกดอารมณ์

 

                “ แล้วข่าวดีที่รู้มามันพอจะชดเชยข่าวร้ายได้บ้างมั้ยล่ะฮะ” เขายิ้ม

 

                “ ไม่ได้เลย...” แจ็คสันนิ่งไปนานก่อนจะตอบออกมา

 

                “ แล้วข่าวร้ายของพี่แจ็คสัน.......คืออะไรล่ะครับ” พอเห็นแววตาที่เศร้าสร้อยของแจ็คสัน ความรู้สึกโกรธเคืองในหัวใจของยองแจก็กลับสลายหายไปอย่างง่ายๆ มีเพียงแต่ความเป็นห่วงเข้ามาแทนที่

 

                “ พี่จะไม่มีโอกาส ได้เจอกับคนคนหนึ่งอีกแล้ว.....ไม่อีกเลย.....ตลอดไป....” พูดจบก็ซบหน้าลงร้องไห้อีกครั้ง จะให้ทำใจว่าไม่เป็นอะไรก็ทำไม่ได้เลยจริงๆ สูญเสียคนที่รักไปในตอนที่หัวใจรู้จักกับความรักแล้วนั้น มันยากมากที่จะทำเป็นเหมือนไม่รู้สึกอะไรได้  ยองแจนิ่งฟังแจ็คสันพูด ในขณะที่มือก็ยังคงกุมมือหนาเอาไว้

 

 

มันเนิ่นนานอยู่แบบนั้นสักพัก ที่คนทั้งคู่นั่งอยู่ด้วยกัน ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่และเสียงดนตรีที่ดังคลอมา แจ็คสันเอาแต่เหม่อมองออกไปข้างหน้าไม่พูดไม่จา ยองแจมองแววตาที่เจ็บปวดของคนรักก็เผลอรับเอาความรู้สึกนั้นมาใส่ใจด้วย ร่างบางรู้สึกว่าปล่อยเอาไว้แบบนี้คงไม่ดีแน่  คนตาตี่จึงตัดสินใจลุกขึ้นแล้วเดินมานั่งคุกเข่าลงตรงหน้าเด็กหนุ่มตัวโต

 

                “ มีบางคนเคยพูดกับผมว่า เราควบคุมการจากลาไม่ได้ และเราไม่สามารถหยุดความเสียใจที่เกิดจากการสูญเสียได้ สิ่งที่เราพอจะทำให้ความเจ็บปวดในหัวใจมันลดลงได้  ก็คือการยอมรับความจริง  เพื่อที่เราจะได้รู้สึกกับมันอย่างถึงที่สุด.....เสียใจให้ถึงที่สุด ให้เพียงพอกับการที่เราต้องสูญเสียเขาไป และเมื่อน้ำตามันแห้งเหือดไป หัวใจของเราก็จะเข้มแข็งขึ้น เข้มแข็งพอที่จะคิดถึงและมีความสุขกับการจากลานั้นโดยที่มันจะไม่สามารถย้อนกลับมาทำร้ายหัวใจของเราได้อีก......

และเพื่อที่เรา...จะได้ใช้หัวใจที่เข้มแข็งนั้นดูแลคนที่รักเราต่อไป...” เขาพูดขณะที่มือเรียวก็ลูบไปมาแผ่วเบาที่หลังมือของอีกคน แจ็คสันค่อยๆเลื่อนสายตากลับมามองที่คนรัก คำพูดของยองแจกลับมาเตือนสติให้เขา

 

                “ ..................”

 

                “ ถ้าพี่ไม่ไหวแล้วอยากจะร้องไห้ ก็ร้องออกมาเถอะครับ ผมจะคอยช่วยซับน้ำตาให้พี่เอง......”

 

....................

 

                “ ไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ” หญิงร่างท้วมในชุดยูนิฟอร์มสีเข้ม โผเข้ากอดเด็กหนุ่มรูปร่างบอบบางที่กำลังยืนมองบ้านหลังใหญ่ด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ ไม่คุ้นชิน

 

                “ คุณ....” เธอผละกอดออก พร้อมกับเอ่ยเรียกเจ้าของดวงตาคู่สวยนี้ด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความยินดี

 

                “ แบมแบมครับ” เขายิ้มและโค้งให้คุณป้าร่างท้วมอย่างสุภาพ ซุ่มเสียงที่อ่อนหวาน ใบหน้าสะสวย และรอยยิ้มที่งดงามนั้น หญิงสาวไม่คลางแคลงใจเลยสักนิด ว่าจะเป็นเรื่องเข้าใจผิดและเด็กคนนี้อาจจะเป็นเด็กชายกำพร้าที่ถูกคนอื่นทิ้งเอาไว้ ไม่ใช่ลูกชายอย่างที่เจ้านายเข้าใจ นั่นเป็นเพราะเธอจำรอยยิ้มนี้ได้ รอยยิ้มเดียวกันกับหญิงสาวคนนั้นเมื่อหลายสิบปีก่อน

 

                หลี่จิ้งหันไปหาผู้เป็นเจ้านาย เขาพยักหน้าให้เธอ พร้อมๆกับยื่นกระเป๋าเดินทางสีแดงของแบมแบมให้ หญิงร่างท้วมรับเอามาถือไว้ ก่อนที่มืออีกข้างจะเอื้อมออกไปจับกับมือเล็ก

 

                “ ป้าดีใจจริงๆ ที่มีโอกาสได้เจอกัน...ขอบคุณสวรรค์” เธอยิ้มก่อนจะพาแบมแบมเดินเข้าไปในบ้าน

 

                “คุณพ่อมาแล้ว! น้องชายมาแล้ว!” เสียงสดใสของจูเนียร์ดังก้องไปทั้งบ้าน เด็กหนุ่มหน้าสวยอีกคนรีบกุลีกุจอลงมาจากชั้นสองของบ้านเพื่อมาต้อนรับสมาชิกคนใหม่

 

                ในมือของเขาถือชุดนอนที่เตรียมเอาไว้ให้เป็นของขวัญ และดอกลิลลี่สีขาวที่เจ้าตัวชอบ อยากจะทำให้ความประทับใจแรกต่อกันเป็นความทรงจำที่ดี แต่รอยยิ้มที่ปิติบนใบหน้านั้นก็มีอันต้องค่อยๆแปรเปลี่ยนพร้อมกับของขวัญในมือที่ร่วงลงพื้นยามเมื่อทั้งคู่ต้องสบตากัน

 

                “ แบมแบม....”

 

                “ พี่จูเนียร์....”

 

 

................

 

                ประโยคแสดงความยินดี กับรอยยิ้มที่อบอุ่นของพ่อและคุณป้าจิ้งยังคงมีมอบให้แบมแบมอยู่เป็นระยะ ท่ามกลางหมู่มวลกับข้าวราคาแพงที่ถูกนำมาเสิร์ฟบนโต๊ะอาหาร แทบจะนับครั้งที่พ่อและสาวใช้คนสนิทหันมามองทางเขาได้ จินยองมองตรงไปยังเก้าอี้ตรงข้ามที่มันว่างเปล่า อยู่ไหนนะพี่ชาย ทำไมป่านนี้ยังไม่กลับมา....

 

                 แบมแบมสังเกตเห็นอาการของจูเนียร์ เจ้าตัวจึงตักผัดผักหลากสีลงให้ที่ตรงจานของคนหน้าสวย

จูเนียร์มองดูกับข้าวที่อยู่บนจาน เผลอคิดไปว่า ทั้งที่นั่งกินข้าวตรงนี้มาไม่รู้ตั้งกี่ครั้ง ทำไมวันนี้เขาถึงได้รู้สึกว่าตัวเองไม่สมควรมานั่งอยู่ตรงนี้กันนะ คิดได้แบบนั้นก็ตักผัดผักบนจานนั้นเข้าปากไป

 

                “ เอ่อ...คือว่า ผมอิ่มแล้วฮะ....ขอตัวขึ้นข้างบนก่อนนะครับ....เอ่อ....คุณพ่อ” เขาพูด  คนเป็นพ่อหันมาพยักหน้าให้เบาๆเพียงหนึ่งครั้งก่อนจะหันไปให้ความสนใจ กับลูกชายคนเล็กของบ้านที่กำลังพยายามแกะก้ามปูอยู่

 

                จูเนียร์ลุกออกมาจากโต๊ะอาหารอย่างเงียบๆ เขาค่อยๆเดินขึ้นบันไดไปยังห้องนอนของตัวเองที่บนชั้นสอง แอบมองลงมาเมื่อเดินถึงตรงกลางบันไดบ้าน เห็นว่าคุณพ่อยังคงให้ความสนใจอยู่กับลูกชายแท้ๆที่กำลังนั่งยิ้มหวานอยู่บนโต๊ะกินข้าว

                ตอนนี้ความรู้สึกในหัวใจของจินยองกำลังสับสน ทุกอย่างปนเปกันไปหมด ทั้งที่วันนี้เขาเตรียมใจที่มีความสุขแท้ๆ กลับต้องมาผิดหวังเมื่อแบมแบมปรากฏตัวขึ้น

 

ทำไมเมื่อมองหน้าแบมแบมแล้ว เขาต้องรู้สึกเหมือนกำลังจะสูญเสียทุกอย่างไปด้วยนะ

 

จินยองทิ้งตัวลงที่บนเตียงนิ่ม แอบนึกถึงแหวนที่ตรงนิ้วนางของคนตัวเล็ก มาร์คกับเด็กนี่คงจะไปกันได้ดีเลยทีเดียว ดีแล้วล่ะที่เขาจากมา ร่างบางทิ้งตัวลงนอนหงายอยู่บนเตียง จ้องมองดูเพดานสีขาวเบื้องหน้า

อยู่ดีดีน้ำตาก็ไหลออกมา รู้สึกโหวงเหวงอยู่ข้างในหัวใจ

 

จะโดนทิ้งไหมนะ

จะต้องกลับไปเหงาอีกหรือเปล่า.....

 

ปมในใจสะกิดให้คิดในแง่ลบ เมื่อเจ้าตัวเคยถูกทิ้งขว้างมาตั้งแต่ตอนเป็นเด็ก มันช่วยไม่ได้จริงๆ มันคือรอยแผลในใจที่ไม่ว่าทำยังไงก็ไม่หายไปสักที

 

 

.....................

 

                ท้องฟ้าทาสีเข้ม พระอาทิตย์เคลื่อนตัวบอกลาโลกไปอีกวันหนึ่ง แจ็คสันลอบหันไปมองยองแจที่นอนหลับอยู่ตรงเบาะรถข้างๆตัว มือหนาเอื้อมออกไปขยับเสื้อหนาวคลุมให้เด็กหนุ่มตาชั้นเดียวเมื่อเห็นเจ้าตัวเริ่มมีอาการหนาวสั่น เจ้าของรถลดระดับเครื่องปรับอากาศด้วยกลัวอีกคนอาจจะไม่สบายขึ้นมาได้ เป็นเวลาสักพักที่เขาขับรถจากมหาลัยเพื่อมาส่งยองแจที่บ้าน

 

                “.....ยองแจ....” เขาพูดเสียงเบา พร้อมๆกับเอื้อมมือไปจับเบาๆที่หัวไหล่ของคนตาตี่ แจ็คสันเผลออมยิ้มเมื่อเห็นปฏิกิริยาตอบกลับมาจากคนรัก ยองแจเบี่ยงตัวหลบไปอีกทางด้วยความขี้เซาที่ติดเป็นนิสัย

 

                “ ถึงบ้านนายแล้ว....” แจ็คสันโน้มตัวไปปลดเข็มขัดนิรภัยให้ ยองแจขยับตัวอีกสองสามครั้งก่อนจะฝืนลืมตาตื่นขึ้นมองไปรอบๆ

 

                “ อือ~~” เขาคราง เสียงงัวเงียเบาๆในลำคอ คนตาตี่กระพริบตาถี่ๆสองสามครั้งก่อนจะหันไปมองด้านคนขับ เห็นแจ็คสันมองมาด้วยสีหน้าเรียบๆ

 

                “ พี่โอเคนะ?” เขาถามแจ็คสันพยักหน้าเบาๆให้ ก่อนจะเอื้อมมือไปลูบหัวยองแจ

 

                “ ขอบคุณมากนะ” เขาว่า ยองแจยิ้มตอบ คนหน้าเท่ห์เอื้อมไปหยิบกระเป๋าของอีกคนที่เบาะด้านหลังก่อนจะเดินลงจากรถเพื่ออ้อมมาเปิดประตูให้

 

                “ เข้าบ้านไปอาบน้ำนอนได้แล้ว คนขี้เซา” เขาพูดอย่างเอ็นดู ยองแจเผลอทำปากยื่นอย่างขัดใจ ตัวเองเสียใจอยู่ไม่ใช่หรือไงยังจะมาแซวคนอื่นอีก แล้วก็เดี๋ยวนะ ผมยังไม่หายโกรธพี่เลยนะ!

 

                ยองแจเดินหน้ามุ่ยลงจากรถ รับเอากระเป๋าจากมือแจ็คสันก่อนจะหันหน้าหนีคนรักเพื่อเดินเข้าบ้าน แจ็คสันคว้ามือยองแจมาจับเอาไว้ก่อนที่สายตาของคนทั้งคู่จะหันมาสบกัน

 

                “ แล้วเรื่องของเรา.......” ร่างหนาเอ่ยขึ้น มองตาอีกคนด้วยแววตาที่ไหวสั่น อันที่จริงที่ทะเลาะกันก็ไม่ได้เกิดจากเขาทั้งคู่ด้วยซ้ำ มันเป็นเพราะคนอื่นต่างหาก

 

 

 

ใช่

 

เป็นเพราะคนอื่น....

 

“ เอาไว้คุยกันวันหลังนะฮะ..” ยองแจตอบสั้นๆ แจ็คสันพยักหน้าอย่างเข้าใจ ทอดสายตามองคนรักเดินเข้าบ้านไปอย่างเงียบๆ  เขาถอนหายใจออกมาเสียงหนัก หันกลับไปที่รถแล้วเอาแต่คิดว่าต้องทำยังไงต่อไปดี

 

 

 

...............

 

                ระหว่างทางที่กลับบ้าน ในหัวใจของแจ็คสันยังคงเต็มไปด้วยคำถาม เขาควรจะต้องทำยังไงดีนะ จะกลับไปแล้วให้อภัยพ่อเหมือนที่ยองแจแนะนำดีหรือเปล่า   หรือจะไม่พูดกับพ่ออีกเลยตลอดชีวิต ปล่อยให้พ่อจมอยู่กับความรู้สึกผิดที่เขาเป็นคนก่อ

 

ล้อรถหมุนผ่านถนนสายชานเมืองมาเรื่อยๆจนกระทั่งเริ่มเข้าเส้นทางที่คุ้นเคย ถึงแม้แจ็คสันจะเพิ่งย้ายมาอยู่ที่เกาหลีได้ไม่นานแต่เขาก็รู้สึกชอบที่นี่ ชอบอากาศ ชอบบรรยากาศ อาจจะเป็นเพราะที่นี่ยังไม่เคยมีความทรงจำเลวร้ายให้เขาต้องรู้สึกเจ็บปวด อาจจะเป็นเพราะแบบนั้นหรือเปล่า

 

เมื่อขับรถเข้ามายังหมู่บ้าน แจ็คสันเหล่มองข้างทาง แสงไฟสีส้มสาดส่องไปทั่วถนน มองเห็นครอบครัวพาลูกและหมาตัวใหญ่ออกมาเดินเล่น ทำไมครอบครัวอื่นถึงได้ดูมีความสุขเหลือเกิน เขายิ้มออกมาเมื่อเห็นเด็กชายตัวเล็กสะดุดล้มแล้วพี่ชายคนที่ตัวโตกว่ารีบวิ่งมาช่วย

 

นั่นสินะ....

 

เขาเองก็ยังคงมีน้องชายตัวน้อยให้ปกป้อง

 

น้องชายคนเล็กที่เขารัก

 

แจ็คสันค่อยๆเลี้ยวรถเข้าไปยังคฤหาสน์หลังใหญ่  เสาไฟสีเหลืองนวลข้างหน้าบ้านเต็มไปด้วยแมลงกลางคืนบิน  ลูกชายคนโตของบ้านค่อยๆลงจากรถอย่างไม่รีบร้อน เมื่อบุคคลที่คิดถึงคนแรกยังคงเป็นน้องรักที่อาจจะงอนเขาเรื่องเมื่อเช้า 

 

                ความเสียใจยังคงมีอยู่แต่ก็ทุเลาลงบ้างแล้ว ไม่ได้รู้สึกทรมานเหมือนอย่างที่ได้ฟังในตอนแรก เอาเป็นว่าเมื่อเขาเข้มแข็งกว่านี้ เขาจะให้พ่อพาไปยังสถานที่ที่หม่าม้าอยู่ก็แล้วกัน สำหรับตอนนี้ขอให้เขาได้ลืมเรื่องเมื่อเช้าไปก่อนสักพัก แล้วเข้าไปกอดน้องให้หายคิดถึง

 

                แจ็คสันเปิดประตูบานใหญ่เข้าไปในบ้านโดยมีสาวใช้ชาวเกาหลียื่นมืออกมารอรับเอาสิ่งของไปเก็บ ร่างหนามองไปยังส่วนต่างๆของบ้านก็พบแต่ความเงียบ นี่มันก็ไม่ถึงกับดึกมาก ทำไมจูเนียร์ถึงไม่นั่งอยู่ตรงโซฟาเหมือนเคยๆ หรือเด็กนั่นจะงอนเขามากเลยไม่ยอมรอเขา

 

เอาเถอะเจ้าตัวแสบ เดี๋ยวพี่จะขึ้นไปหานายเองแล้วกัน

 

 

 

..................

 

                จินยองยกมือขึ้นปาดน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างลวกๆ ขณะที่มือก็สาระวนกับการจัดกระเป๋าเดินทาง

แค่นั่งทานข้าวด้วยกันแค่มื้อเดียวเขายังรู้สึกอึดอัดขนาดนี้ มันคงดีกว่าที่เขาจะแยกตัวออกไปอยู่ข้างนอก อย่างน้อยก็คงจะไม่รู้สึกอ้างว้างขนาดนี้

 

                ถ้าพี่แจ็คสันกลับมาก็ค่อยโทรบอกเหมือนทุกทีก็แล้วกัน 

 

                สิ่งที่จินยองทำ ไม่ได้อยากทำเพื่อประชดใคร หรืออะไร แต่ด้วยพื้นฐานจิตใจที่มันอ่อนไหวและมีรอยแผล ทำให้การตัดสินใจอะไรอาจจะดูเหมือนเด็กเอาแต่ใจและคิดน้อย นั่นเจ้าตัวก็พอจะรู้ว่าตัวเองเป็นแบบนั้น จูเนียร์กลัวการถูกทิ้งมากที่สุด เพราะอย่างนั้น ถ้าเกิดเลือกได้เขาขอเป็นฝ่ายทิ้งก่อนดีกว่า

 

                ด้วยคิดไปเองว่ามันคงเจ็บน้อยกว่า....

 

 

“ นั่นจะเก็บกระเป๋าไปไหนดึกๆดื่นๆ..” แจ็คสันเดินเข้ามาในห้องนอนน้องชาย มองเห็นจินยองเก็บเสื้อผ้าลงกระเป๋า ก็ได้แต่สงสัย หมอนี่ไม่มีตารางงานอะไรนี่นา จะออกไปไหนดึกๆดื่นๆ

 

“ คือว่า ผมจะไปอยู่ที่คอนโดสักพักน่ะครับ”

“ ไปทำไมล่ะ บ้านก็มี”

 

“ ...เอ่อ...”

 

“ เพราะโกรธพี่เหรอ? เรื่องเมื่อเช้าใช่มั้ย?

 

“ ....ไม่ใช่แบบนั้นหรอกฮะ....”

 

“ ...พี่แจ็คสันคงยังไม่รู้......” จินยองตั้งท่าจะบอกเรื่องที่เกิดึ้นวันนี้ให้พี่ชายฟังแต่แจ็คสันก็หันขวับไปอีกทางหนึ่ง เมื่อหูแว่วยินเสียงเปียโนคลอดมา

 

“ ใครเข้าไปในห้องเปียโน” เขาถามออกมาเสียงเย็น ห้องนั้นแจ็คสันไม่อนุญาตให้ใครเข้าไปทั้งนั้น ยกเว้น ป้าจิ้ง กับจูเนียร์ ส่วนคนเป็นพ่อ ยังไงก็ไม่เคยเข้าไปอยู่แล้ว

 

“ เอ่อ...คุณพ่อมั้งครับ”

 

“ พ่อเหรอ...”

 

“ คือว่า....พี่แจ็ค คุณพ่อน่ะ...”

 

“ นายอย่าเพิ่งไปไหนนะ รอพี่ตรงนี้ เดี๋ยวพี่มา” พูดจบก็เดินออกจากห้องน้องชายไปอย่างรีบร้อน จูเนียร์มองตามไปด้วยสายตาเป็นห่วง คิดจะเดินตามไปแต่ในใจก็ทักท้วงขึ้นมา

 

“ อย่าไปเลย นายคงไม่อยากรู้สึกเป็นส่วนเกินไปมากกว่านี้อีกแล้วใช่มั้ยจินยอง ” 

 

 

 

 

.................................... 

 

 

 

          แบมแบมวางนิ้วลงบนบันไดเสียงของเปียโนไม้หลังเก่า นิ้วเรียวลูบไปมาที่บันไดเสียงนั้นแผ่วเบา ก่อนจะเริ่มกดโน้ตเพลงที่กำลังเล่นซ้ำไปซ้ำมาอยู่ในหัว

 

บทเพลงของมารดา

 

นายหวังมองดูภาพตรงหน้าพาลให้ซ้อนทับภาพในวันวาน ราวกับว่าวิเวียนกำลังเล่นบทเพลงนี้ให้เขาฟัง แบมแบมยิ้มให้กับเมโลดี้แสนหวานของคุณแม่ที่เขียนให้กับคุณพ่อ ท่านทั้งคู่คงจะรักกันมากจริงๆ บทเพลงที่กำลังลื่นไหลอย่างต่อเนื่อง ต้องหยุดลงเมื่อเสียงเปิดประตูห้องดังขึ้น

 

“ ใครให้พ่อเข้ามาในนี้ไม่ทราบ”

 

“ แจ็คสัน / พี่แจ็คสัน...”

 

“ แบมแบม!” แจ็คสันพูดชื่อคนตัวเล็กพร้อมกับเข้าไปฉุดตัวแบมแบมออกมาจากเก้าอี้ที่นั่ง แรงกระชากพาให้แบมแบมล้มลงที่พื้น นายหวังรีบปรี่เข้าไปหาลูกชายคนเล็ก ยกมือขึ้นป้องร่างบาง แจ็คสันมองไปที่พ่อด้วยสายตาเกลียดชังปนสงสัย

 

“ พ่อเอาเด็กนี่เข้ามาในบ้านทำไม! กล้าดียังไงให้มันขึ้นมาเล่นเปียโนของแม่!” เขาตะโกนใส่พ่อสุดเสียง นายหวังมองลูกด้วยสายตารู้สึกผิด แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังเอ่ยปากปราม

 

“ อย่าพูดถึงน้องแบบนั้น” เขาว่า

 

“ น้องเหรอ?” เขาทวนคำพ่อ

 

“ ใช่ น้อง แบมแบมคือน้องชายของแก ลูกของวิเวียน”

 

“ วะ...ว่าไงนะ” เขาหันไปมองหน้าแบมแบมที่นั่งจุ้มปุ้กอยู่ที่พื้น แบมแบมเลยหน้าขึ้นแล้วยกยิ้มให้แจ็คสันราวกับจะบอกว่าไม่เป็นไร เขาไม่ได้เจ็บอะไร แจ็คสันขมวดคิ้ว กัดฟันแน่นแล้วหันมาหาพ่อ

 

“ นี่มันไม่ตลกนะ” เขาพูดเสียงเย็น

 

“ ฉันก็ไม่ได้พูดเรื่องตลก ฉันพูดเรื่องจริง”


“ แล้วผมจะแน่ใจได้ไงว่านี่คือลูกของหม่าม้า ไม่ใช่อีตัวที่พ่อแอบไปมีอะไรด้วยแล้วไข่ทิ้งไว้”

 

“ แจ็คสัน...แก!” นายหวังขึ้นเสียง การเผชิญเรื่องหนักๆติดกันมาหลายวัน ทำให้ผู้ป่วยโรจหัวใจอย่างเขารู้สึกได้ถึงอาการของโรคที่มันกำลังจะกำเริบ

 

“ อย่าพูดถึงน้องแบบนั้น...อะ..อีก” เขาพูดพร้อมกับยกมือขึ้นขยำที่หน้าอก แบมแบมรีบรุดเข้าไปดูพ่อ

 

“ เฮอะ” แจ็คสันยืนมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาเย็นชา

 

“ คุณ.... / ไม่เป็นไรลูกไม่เป็นไร” เขาตอบแบมแบมที่พยายามเข้ามาประคอง แจ็คสันมองดูภาพตรงหน้าอยู่สักพัก ก่อนจะยกยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้น

 

“ พ่ออยากจะทำบ้าอะไรก็ได้ จะพาไอ้อีคนไหนมาที่บ้านอีกสักกี่สิบคนพ่อก็พามาเลย ผมมันโดนทำร้ายจนชินชาแล้ว แต่พอจำเอาไว้อย่างเดียว แค่อย่างเดียวจริงๆ

 

อะไรที่เป็นความสุขของพ่อ ผมจะทำลายมันให้หมด!

 

 

 

........................





#TBC.






#ฟิคทำนองรัก


ไอรีน.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

4,351 ความคิดเห็น

  1. #4351 pepi0922jy (@pepi0922jy) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2562 / 02:14
    แอบสงสารจูจูแล้ววววว
    #4351
    0
  2. #4273 Zevaaa (@SSSieam) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 16:52
    ม่ายยยยยยยยย
    #4273
    0
  3. #4104 Moko87 (@mokomoko87) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 00:32
    โอ่ย พี่แจ็คคคคคคคค
    #4104
    0
  4. #3942 BamG97_ (@sasikanr_) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2559 / 18:31
    มันยิ่งถล้ำลึกไปมากกว่าเดิมอีกอ่ะ โอ้ยยยt0t
    #3942
    0
  5. #3682 Eroseris (@ornlylove) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2559 / 01:44
    พ่อไม่ควรกลับมาเลย เพราะการกลับมาของพ่อทำให้เเบมที่กำลังจะมีความสุขต้องมาเจอกับความเกลียดชังจากทั้งเเจ็คทั้งจูเนียร์ จนยิ่งโทษว่าทั้งหมดเป็นความผิดของตัวเอง กลัวว่าสิ่งนี้จะไปบีบคั้นจนเเบมตัดสินใจทำอะไรม่ดีลงไป ฮือออออออออ กลัว ไม่กล้าอ่านต่อเลยมั้ยล่ะ
    #3682
    0
  6. #3491 som_pnk (@s2342) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 18 มกราคม 2559 / 19:40
    โอ่ยยยยยยสงสารแบมมTTแจ๊คคคคคคฟังคนพ่อแกอธิบายหน่อยได้มั้ยล่าาาาเนียร์อย่าคิดไปเองแบบนั้นสิฮื่อออ
    #3491
    0
  7. #3482 MBKY; (@withmbky) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 15 มกราคม 2559 / 20:46
    โอ้ย !! เกลียดแจ็คสัน อยากร้องไห้ เออ นี้แหละลูกของวิเวียน ทำไม ฮ้วย ! แบมแบมอะต้องเจ็บขนาดไหน แจ็คสันไม่รู้หรอก แจ็คสันก็อคติกับแบมไปแล้วหนิ จะทำดีก็คงมองไม่เห็นค่าใช่ไหม แบมต้องโดดเดี่ยวมานานแค่ไหนใครจะรู้บ้างล่ะ
    ถ้าไม่ยอมรับแบมก็ไม่ต้องยอม หึ้ย แบมกลับไปอยู่กับมาร์คไหม แต่แบมจะเป็นห่วงพ่อไหมอะทีนี้ โง้ยยยย เจ็บใจ มาร์คมาปกป้องแบมแทนเราที TT
    #3482
    0
  8. #3387 opel_zuza (@marang-zangkoong) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2558 / 20:37
    เราอยากจะเป็นลม โอ้ยยยย มันบีบคั้นโว้ยยย ฮืออออออ เจ็บปวดที่สุด สงสารทุกคนเลย คิดถึงพี่มาร์คด้วย 55555
    #3387
    0
  9. #2865 Thawatchai Saisod (@byun_ice) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 28 กันยายน 2558 / 22:25
    อ่านถึงตอนดราม่าทีไร ใจมันวูบๆทุกทีเลย
    #2865
    0
  10. #2573 ENED (@ENED) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2558 / 11:56
    เรื่องนี้คือ มาร์คไปตาย เนียร์ไปตาย แจ็คสันไปตาย ไปๆๆ

    (ขอโทษด้วยค่ะ อินๆ)
    #2573
    0
  11. #2465 mewok (@mewok) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2558 / 23:34
    เห้ย เนียร์มัยเป็นคนแบบนี้อะ เอาจริงปะเรื่องนี้มีใครเห็นใจความรู้สึกแบมมั้ย แจ๊คบอกเลยนายจะเป็นคนที่เสียใจที่สุด นั้นน้องนายนะ น้องร่วมสายเลือด แล้วเนียร์ไม่ใช่น้องแท้เลย รู้อยู่ก็อยู่ด้วยกันตั้งแต่เด็ก แต่แจ๊ค พวกนายทำร้ายแบมอย่างสาหัสวะ เห้ยยยยเรื่องนี้เกลียดเนียร์ที่สุด โครตพ่อโครตแม่ #อินไปขอโทษค่ะ
    #2465
    0
  12. #2183 Nathamon Keawjam (@lovefanxing) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2558 / 11:56
    น้องแบมคงไม่ฆ่าตัวตายตอนจบใช่มั้ย
    #2183
    1
    • #2183-1 Sweet Time (@ging3) (จากตอนที่ 30)
      27 กันยายน 2558 / 15:05
      ชอบความคิดเห็นนี้ 555555
      #2183-1
  13. #2173 Tooktaja (@tooktaja) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2558 / 02:28
    ทำไมแจ๊คกลายเป็นแบบนี้อ่าาาาาาา
    ทำไมแต่ล่ะคนไม่สงสารแบมบ้าง
    #2173
    0
  14. #2136 13ploymin_elf (@13phoenix) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2558 / 13:15
    เนียร์ไปไหนนน
    #2136
    0
  15. #2132 Chibamie (@parpaa) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2558 / 12:01
    แจ๊คสันไร้เหตุผลที่สุดเลยอ่ะ แบมนั่นน้องแกนะ ลูกคนที่แกรักไง นิสัยไม่ดีเลยจริงอิพี่แจ๊คนี่
    #2132
    0
  16. #1977 LYMB (@lifely021991) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2558 / 18:01
    ชายหวังจะทำอะไรแบมแบมอ่ะ กะไว้แล้ว แบมแบมต้องเข้มแข็งนะ
    #1977
    0
  17. #1976 ยัยแม่มด (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2558 / 17:39
    ว่าแล้วเชียวแจ็คสัน ขนาดพ่อยังไม่ยอมให้อภัย แล้วกับแบมจะยอมเปิดใจยอมรับหรอ จมอยู่กับอดีต อคติ รักแม่วิเวียนมากไม่ใช่หรอ แล้วทำไมถึงไม่ยอมรับน้องร่วมสายเลือดอย่างแบม เสียแม่ไปแล้ว คุณหวังคงอยู่ได้อีกนาน ถ้ายังคงไม่เปิดใจ คงต้องเสียน้องชายร่วมสายเลือดอย่างแบมไปแน่ ยองแจก็คงไม่ยอมเปิดใจให้หรอก ถ้ารู้ว่ายังคงจมปลักกับอดีต และอคติกับแบมซึ่งเป็นเพื่อนรักของตัวเอง บางทีก็อยากให้แจ็คตกอยู่ในสถานการณ์แบบนั้นบางนั้นน่ะ แบมตอนที่ไม่เหลือใครเลย โดดเดี่ยวคนเดียวแบบที่แบมเคยเจอมา จะได้เข้าใจหัวอกแบมบ้าง

    ส่วนจูเนียร์ ทำไมถึงคิดว่าตัวเองกำลังจะสูญเสีย ถูกแบมแย่งทุกอย่างไป ทั้งๆที่มันเป็นของแบมตังแต่ต้น ตัวเองเคยถูกทิ้งเป็นเด็กกำพร้ามาไม่กี่ปี ก่อนที่คุณหวังจะเอาเลี้ยงให้อยู่อย่างสุขสบายเป็นคุณหนูที่มีแต่คนตามใจ อย่าลืมสิว่าแบมต้องกำพร้ามาเกือบทั้งชีวิต อยู่คนเดียว โตคนเดียว ทำงานหาเงินเอง คุณหวังคงรู้ว่าแบมลำบากมามาก อยากชดเชยให้ และไถ่โทษที่ตัวเองทำผิด การที่คิดจะหนีไปอยู่คอนโด ไม่คิดว่าจะทำให้แจ็คยิ่งเข้าใจผิด แล้วเกลียดแบมมากขึ้นหรอ เคืองตั้งแต่ที่ไม่ยอมอธิบายให้แจ็คฟังแล้ว ว่าแบมไม่ได้แย่ง ตัวเองบอกเลิกเอง และมาร์คกับแบมรักกันมาก่อนแล้ว ตัวเองก็รู้ความจริงแล้วนิว่าคนที่อยู่ในใจมาร์คตลอดมาคือแบม แต่ทำไมไม่อธิบายให้แจ็คฟัง ปล่อยให้แจ็คโกรธเกลียดแบมอยู่ได้ เห็นแก่ตัวรึป่าว กลัวจะถูกทิ้งอีกสินะ

    ส่วนน้องแบม ไม่รู้ว่าจะต้องเจอเรื่องอะไรอีกแค่ไหน ต่อจากนี้คงยากลำบากมากขึ้นๆแน่ ต้องอยู่กับความรู้สึกโกรธเกลียดของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นพี่ชาย อาจจะต้องพบเจอความสูญเสียอีก แบมต้องอดทนน่ะ คนดีๆแบบแบมจะต้องมีวันที่สดใสแน่นอน หวังว่าพี่มาร์คจะอยู่เคียงข้างแบมในวันที่เจอปัญหารุมเร้า อย่าปล่อยมือน้องน่ะ น้องคงต้องการกำลังใจมากที่สุด

    สุดท้ายนี้อยากขอไรต์ พ้นจากเรื่องเลวร้ายนร้ ขอให้แบมมีความสุข มีวันที่สดใสสักที น้องเจอเรื่องร้ายๆมาทั้งชีวิตแล้ว หวังว่าน้องจะไม่ต้องสูญเสียอะไรไปอีกน่ะ เพราะน้องไม่ผิดอะไรเลย ไม่สมควรที่จะสูญอะไรไป โดยเฉพาะสิ่งที่เป็นของมาตั้งแต่ต้น
    #1976
    1
    • #1976-1 namnung_MB (@namnung_MB) (จากตอนที่ 30)
      12 กรกฎาคม 2558 / 17:46
      ใช่ๆๆ เราเห็นด้วยมากก
      #1976-1
  18. #1975 namnung_MB (@namnung_MB) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2558 / 17:29
    คือแบมยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะจากที่อ่าน อะไรที่ทำใหเนียร์คิดว่าตัวเองเป็นส่วนเกินอ่ะ??



    ไมช่อบความคิดเนียร์ที่ว่าผิดหวังที่แบมปรากฏตัวขึ้นอ่ะ และก็ที่คิดว่ามองหน้าแบมแล้วเหมือนจะสูญเสียทุกอย่างไปอ่ะ



    เนียร์ไม่มีสิทธิ์ผิดหวังอ่ะที่แบมปรากฏตัวขึ้นอ่ะ แล้วก็เรื่องที่มิสตอร์หวังดูแลแบมก็ไม่ผิดนะลองคิดดิคนเป็นพ่อจะรู้สึกอย่างไรอ่ะที่ต้องปล่อยให้ลูกเผชิญหน้าสี่งเลวร้ายอยู่คนเดียวอ่ะ ก็แค่อยากจะทดแทนให้กับลูกคนนี้บ้างอ่ะ แต่เนียร์กำลังคิดว่าแบมกำลังมาทำให้เนียร์สูญเสียทุกอย่างไปอ่ะ 



    ถ้าเปรียบเทียบสำหรับเราอ่ะชีวิตเนียร์ดีกว่าแบมเยอะอ่ะ  เด็กกำพร้าที่มีคนรับเลี้ยงมีทั้งพ่อที่รักตัวเองมาก พีชายที่รักและคอยดูแลมาตลอด ไหนจะคนงานในบ้านอีก มีเงินให้ใช้ตลอดไม่ลำบากไปหาเงินเอง ได้ทำตามความฝัน ได้เป็นนักร้องดัง มีคนดูแลและให้ความรัก มีคนรักที่ดี 



    แล้วแบมมีอะไรก็เป็นเด็กกำพร้าเหมือนกันต้องลำบากหาเงินใช้ ต้องทำงานหนัก ชีวิตอยู่อย่างโดดเดียวถึงจะมี่แม่เจนก็ตามแต่ไม่ได้ดูแลมากมายถ้าเทียบกับที่เนียร์ได้ ไม่มีคนคอยปกป้อง 



    สิ่งที่เป็นของเนียร์ความจริงมันควรจะเป็นของแบมอ่ะ ถ้าคิดตามจิงอ่ะ



     พอแบมเจอพ่อเจอพี่ชาย พี่ชายก็ไม่ยอมรับ 



    เราเชื่อว่าแจ็คต้องคิดว่าแบมเป็นตัวซวยของตัวเองแน่เลย



    ทั้งเรื่องยองแจ  (แต่มันก็เป็นเพราะแจ็คเอง)



    ทั้งเรื่องมาร์คกับเนียร์ (คนเรารักกันไม่ผิดป่ะ และแบมก็เป็นคนมาก่อน)



    ทั้งเรื่องเนียร์คิดจะย้ายไปอยู่คอนโด (เนียร์ไปเองป่ะ)่



    แจ็คนี่เป็นคนไร้เหตุผลมากอ่ะ เป็นแบมเราก็เสียใจนะเว้ยลองคิดดิถ้าเราเป็นแบมจะทนได้ไหมที่โดนพีชายตัวเองเกลียดและทำร้ายร่างกายและจิตใจมากขนาดนี้อ่ะ  ก็จริงนะสายเลือดอาจจะสู้ความสัมพันธ์ไม่ได้อ่ะ แต่ก็ควรเห็นแบมเป็นน้องสักนิดบ้างก็ยังดี นายจะรักเนียร์ไม่ใช่เรื่องผิดหรอกเพราะนายรู้จัก รักและปกป้องดูแลกันมาต่างนานอ่ะ แต่เห้ยถึงแบมจะไม่ได้ในสิ่งที่เนียร์ได้จากแจ็คอ่ะ นายก็ไม่ควรเกลียดแบมนะเว้ยอย่างไงก็น้องสายเลือดเดียวกันอ่ะ 













    #1975
    0
  19. #1974 BB1a_38 (@golf_ryoma) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2558 / 17:27
    พี่แจ๊คจะใจร้ายกับน้องหรอ !!!!!!!!!!!!!
    #1974
    0
  20. #1973 namnung_MB (@namnung_MB) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2558 / 16:47
    เลือกอยากนะ คนที่ผูกพันธ์แต่ไม่ใช่สายเลือกกับคนที่สายเลือดเดียวกันแต่ไม่ผูกพันธ์อ่ะ  ถ้าเป็นคุณคุณจะเลือกใครล่ะ


    #1973
    0
  21. #1972 namnung_MB (@namnung_MB) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2558 / 16:41
    นั่นน้องชายนายเลยนะแจ็ค!!! ลูกของคนที่นายรักไง นายควรดูแลแบมดิหรือนายต้องรอให้เนียร์กลับมารักกับมาร์คก่อนที่จะยอมรับแบมเป็นน้องอ่ะ นั่นน้องชายในสายเลือดนายเลยนะ คนที่สมควรได้รับความรักและการดูแลจากนายตั้งแต่เด็กน้า!!!!! 


    ขอโทษทีเราอินไปหน่อย
    #1972
    0
  22. #1971 Jiraput (@jirapatn) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2558 / 16:03
    ไม่นะแจ็กม่ายยยยยยยยยยยย แจ็กอย่าเกลียดน้อง แจ็กไม่ แจ็กอย่าเกลียด
    #1971
    0
  23. #1970 รัก (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2558 / 15:25
    แบมสู้ๆๆๆๆๆๆ

    #1970
    0
  24. #1969 Paweeta Wintachai (@paweetar1234) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2558 / 13:59
    แจ็คเลววววววนี่ลูกแม่ที่แกรักนะ5555
    #1969
    0
  25. #1968 บินแบม (@bymira) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2558 / 13:48
    เห็นมะ อิแจ็คไม่มีเหตุผล
    #1968
    0