- I will always love you -[GOT7 MarkBam]

ตอนที่ 29 : - Family -

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,931
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 36 ครั้ง
    14 ม.ค. 59

                                                                                    

- Family –

 

“Father and Mother I Love you”

 

 

                สถานที่ซึ่งมีเพียงแต่ความหลัง พื้นที่โล่งกว้างมองไปไกลสุดลูกหูลูกตา ความทรงจำบางส่วนของบางคนถูกเก็บเอาไว้ที่นี่ เศษของความสุข ส่วนของความรัก ถูกฝังรวมอยู่กับร่างที่ไร้วิญญาณ,__

 

                ความเงียบดำเนินมาเนิ่นนาน แว่วยินเพียงเสียงของสายลมที่พัดผ่านไป ปลายต้นหญ้าไหวเอนไปตามแรงลม ยิ่งเวลาผ่านไป ความหวังก็ยิ่งเลือนลาง ร่างเล็กตรงหน้าก้าวเดินผ่านเส้นทางอันคุ้นชินด้วยอาการสงบนิ่ง คนข้างหลังที่กำลังเดินตามมานี่สิ เหมือนหัวใจค่อยๆหล่นหายไปทีละชิ้น ทีละชิ้น ....

 

                ดวงตาสีน้ำตาลเข้ม จ้องมองแผ่นหลังเล็กๆของเด็กชายค่อยๆเดินห่างไกลออกไป...

 

Is it true?

, or this is just a  nightmare,__

 

 

...........

 

 

                สายลมหนาวพัดโบก แรงลมทำให้ชายเสื้อสูทราคาแพงสะบัดพลิ้ว กลุ่มผมสีเข้มสลับกับบางเส้นที่สีอ่อนกำลังเคลื่อนไหวตามจังหวะของเพลงแห่งสายลม  รอยเหี่ยวย่นบนใบหน้ากำลังระริกสั่นยามที่ดวงตาสีน้ำตาลเข้มนั้น จ้องมองไปยังรูปภาพของหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้า มือหยาบค่อยๆยื่นออกไป ลูบไปมาบนแผ่นหินที่สลักชื่อของเธอคนนั้น ไล่นิ้วไปตามตัวอักษรที่ถูกสลักเป็นชื่อ มือคู่นั้นสัมผัสเนื้อหินอ่อนเพียงแผ่วเบา  เสียงในใจพร่ำบอกถ้อยคำโกหกมากมายให้ได้ยิน นี่ไม่ใช่ความจริงเขาเพียงแค่ฝันร้ายไปเท่านั้น.... 

 

                หยดน้ำสีใสค่อยๆไหลออกมา หยดแล้ว....หยดเล่า....  มือหนายังคงสัมผัสอยู่เพียงเนื้อหินสีอ่อน เด็กชายตัวน้อยที่ยืนอยู่ใกล้ๆมองเห็นแววตาที่เจ็บปวดของชายแก่ก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา 

คนในชุดสูทสะอื้นไห้ออกมาอย่างไม่อาย 

เสียงร้องไห้ที่แผ่วเบาในคราแรก

เริ่มดังขึ้น ดังขึ้น และดังขึ้น  น้ำตาที่เกิดขึ้นจากความเสียใจ เกิดจากหัวใจที่กำลังแหลกสลาย

ไม่นานนักแข้งขาก็ค่อยๆอ่อนแรงพาให้ร่างกายทรุดลงที่หน้าหลุมฝังศพ  แบมแบมตัวน้อยรุดลงไปหาร่างของชายในสุดสูท มือเล็กประคองร่างของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อเอาไว้ด้วยกำลังทั้งหมดที่มี........

 

                อ้อมกอดเล็กๆ โอบกอดคนเป็นพ่อเอาไว้ ร่างเล็กโอนเอนไปมาเพียงเพื่ออยากจะปลอบประโลมคนที่กำลังร้องไห้ แม้ไม่รู้ว่าระหว่างคุณกับคุณแม่คืออะไร แต่เธอคงจะสำคัญกับคุณมากมายทีเดียว

 

“ ไม่เป็นไรนะครับ...ไม่เป็นไร” เสียงหวานพูดเสียงนิ่ม มือเล็กลูบหลังคนเป็นพ่อเบาๆ แบมแบมรู้สึกได้ถึงความอุ่นร้อนตรงหน้าอก คงจะเป็นน้ำตาของคนคนนี้

 

“ ฮึก....ฮึก....ฮึก...” ทำไมคนที่เขารักถึงได้ด่วนจากเขาไปกันหมด  ชายในชุดสูทกำหมัดแน่น นึกอยากโทษฟ้า โทษดวงชะตา แต่คิดไปก็เท่านั้นเมื่อรู้ดีว่าต้นเหตุความเสียใจนี้เกิดขึ้นมาจากเขาเองไม่ใช่คนอื่น

 

 

แต่ว่า...มันมากเกินไปหรือเปล่ากับบทลงโทษที่เขาได้รับ

 

มากเกินไปหรือเปล่า..

 

 

 .......

 

                


                   พระอาทิตย์กำลังเคลื่อนตัวลงไปหลังแนวภูเขา แสงสีส้มค่อยๆหรี่แสงลง มองเห็นเส้นขอบฟ้าเป็นสีแสดตัดกับสีน้ำเงินเข้ม ดูเหมือนชายในชุดสูทไม่ได้รับรู้ช่วงเวลาที่มันกำลังผ่านเลยไปเลย น้ำตาที่ยังไม่หยุดไหลกับความเสียใจที่เพิ่มระดับความเจ็บปวดขึ้นในทุกๆวินาที  เด็กชายที่ยืนอยู่ด้วยกันมาตลอดบ่าย ถอนหายใจเสียงหนัก

 

                ไม่รู้ว่าจะต้องปลอบด้วยคำพูดไหน ถึงจะทำให้ชายคนนี้ทุเลาความเสียใจลง ร่างเล็กยกมือขึ้นกอดตัวเองยามที่สายลมเย็นพัดผ่านร่าง  ลมหายใจเข้าออกรับรู้ได้จากไออากาศสีขาวที่ปรากฏขึ้นมาบางๆ

 

“ เอ่อ....มันเริ่มมืดแล้วนะครับ ผมว่าคุณควรจะกลับไปพักก่อน อีกอย่างอากาศก็เริ่มเย็นลงแล้วด้วย...” เขาว่า

 

“ ไม่...ชั้นจะอยู่ที่นี่ จะยืนอยู่ตรงนี้ อยู่กับวิเวียน” อีกคนตอบทันที พูดขณะที่สายตายังคงมองตรงไปเพียงรูปภาพ

 

แบมแบมถอนหายใจให้กับคำตอบของเขา  ร่างเล็กค่อยๆย่อตัวลงนั่งข้างๆ

 

“ ผมรู้ว่าคุณรู้สึกยังไง....

 

รู้ว่าคุณเสียใจแค่ไหน...

 

แต่ได้โปรด...ลุกขึ้นเถอะครับ

 

คุณแม่คงไม่สบายใจนักหรอก ถ้ารู้ว่ามีคนต้องเจ็บป่วยไปเพราะเธอ” เขายิ้มอ่อน รอยยิ้มที่ปรากฏบนหน้าสวย ดวงตากลมโตกับริมฝีปากนั้น ซ้อนทับใบหน้าใครบางคนขึ้นมา...

 

แต่เดี๋ยวก่อนนะ...

 

เด็กนี่เพิ่งจะเรียกวิเวียนว่าแม่

 

พูดว่าแม่อย่างนั้นเหรอ ?!?

………….

 

 

“ มะ....แม่?” ชายในชุดสูทปาดน้ำตาออกลวกๆ แข้งขาที่หมดแรง ตะเกียกตะกายพาตัวเองลุกขึ้นยืน

 

“ ครับ......แม่” แบมแบมยิ้มน้อยๆให้ มือเล็กยื่นออกไปช่วยพยุงอีกคนยืนขึ้น

 

“ ฉันไม่เข้าใจ....” เขาพูด น้ำเสียงและสายตาส่งผ่านมาในคำถามเดียวกัน

 

 

“ คุณหมายถึงอะไรเหรอครับ?” ถามออกไปด้วยความไม่เข้าใจ ดวงตากลมโตจ้องมองอีกคนด้วยความฉงนใจในคำถาม

 

“ ขอโทษอีกทีนะหนู..... ช่วยพาชั้นไปหาแม่ของหนูที”

 

“ คือว่าเรื่องนั้น.........

 

 

 

..............

 

                ภายในห้องขนาดกลาง ปรากฏร่างของบาทหลวงเจ้าของห้องและชายในชุดสูทผู้มาเยือน ด้านข้างโต๊ะทำงานมีหญิงชาวยุโรปยืนอยู่ใกล้ๆ บทสนทนาระหว่างทั้งสามคนยากที่จะบรรยายความรู้สึกของแต่ละคนได้ มีความดีใจปะปนอยู่ในความผิดหวัง ขณะเดียวกันก็ยังคงหลงเหลือความหวังเมื่อคิดถึงหัวใจอีกดวงหนึ่ง

 

“ ไม่เคยคิดมาก่อนจริงๆ ว่าจะมีใครมาปรากฏตัวเพราะเธอ....” บาทหลวงชาวยุโรปวัยกำลังจะย่างเข้าเลขหกพูดเสียงเรียบ

 

“ เราหวังตลอดว่าจะมีใครมาตามหาเธอ พวกเราหวังมากจริงๆ” มิสเจนผู้ที่ยืนกุมมืออยู่ด้วยท่าทีสงบ พูดเสียงเย็นกับชายแปลกหน้าที่เพิ่งพบกัน

 

“ เราอธิษฐานกับพระเจ้าเสมอ ขอให้มีคนมาตามหาเธอ ใครสักคนที่จะมาโอบอุ้มเธอ...” ดวงตาสีน้ำทะเลค่อยๆหม่นลงเมื่อนึกถึงสิ่งเลวร้ายที่ผู้หญิงคนหนึ่งต้องทนแบกรับและต้องเผชิญหน้ากับมัน

 

“ ....Sorry..” เธอพูดขอโทษแล้วรีบยกมือขึ้นปาดน้ำตา ทั้งที่ยังไม่ได้เล่าด้วยซ้ำแต่สภาพของเด็กสาวคนนั้นที่เธอเจอ มันยังคงติดาเธอมาถึงทุกวันนี้

 

“ .....เกิด..เกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นเหรอครับ....” มิสเตอร์หวังพูดออกมาด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก มิสเจนส่ายหน้าไม่สามารถพูดต่อได้ เป็นบาทหลวงที่ต้องเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด ให้ชายคนนี้ฟัง

 

“ เราไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเธอเลย ในครั้งแรกที่เจอกัน รู้แค่ว่าสภาพเธอในตอนนั้นมัน....แย่มากๆ เราช่วยเธอ พาเธอไปโรงพยาบาล ถึงได้รู้ว่าเธอได้เจอกับเรื่องเลวร้ายอะไรมา....” จบประโยคนี้ ทั้งห้องนั้นตกอยู่ในความเงียบ เสียงสะท้อนของคำพูดสุดท้ายจากปากของบาทหลวง ดังก้องอยู่ในหูของมิสเตอร์หวัง

 

เรื่องเลวร้ายที่ว่า......

 

 

“ ........ ”

 

“ ตอนแรกเราเข้าใจเพียงแค่ว่าเธอถูกปล้น เพราะในตอนที่เราพบเธอ ตัวเธอเองนั้นไม่มีอะไรยืนยันตัวเองได้เลย...”

 

“ แต่พอไปถึงโรงพยาบาล หลังจากที่หมอตรวจเธอแล้ว เราถึงได้รู้ว่า.......” ชายในชุดคลุมสีดำ ยกมือขึ้นมาประสานกันบนโต๊ะไม้ ดวงตาสีฟ้าขุ่น หรุบต่ำลงมองพื้นเบื้องล่าง

 

She was raped…..”  

 

God….” มิสเตอร์หวังผู้เป็นสามี แทบจะล้มทั้งยืนเมื่อได้ยิน ร่างหนาสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ชั่ววินาทีที่ได้ฟังคล้ายกับหัวใจมันหยุดเต้น ในหัวมันเวิ้งว้างว่างเปล่า ทุกสิ่งคล้ายกับหยุดนิ่งไป ก่อนที่แรงเขย่าตรงหัวไหล่จะเรียกให้หัวใจกลับมาทำงานต่อ 

 

หัวใจของเขาเต้นรุนแรงจนหายใจหอบ มิสเตอร์หวังยกมือขึ้นกุมที่หน้าอก พร้อมๆกับทรุดตัวลงไปนั่งที่พื้น

 

“ พระเจ้า....” เสียงพูดเค้นออกมาอย่างยากลำบาก มิสเจนต้องเข้ามาประคองร่างหนาเอาไว้ ท่าทางเขาดูไม่ดีเลย

 

                มันคือความรู้สึกผิดบาปและเศร้าโศก ทั้งหมดนี้คือความผิดของเขาเพียงคนเดียว ทุกอย่างที่เกิดขึ้นคือความผิดของเขาเพียงแค่คนเดียว ชายในชุดสูทกลั้นเสียงสะอื้นโก่งตัวร้องไห้พร้อมพูดขอโทษ

พูดขอโทษให้กับคนที่ไม่ได้อยู่ฟังแล้ว หัวใจมันแตกสลาย แตกสลายไม่มีชิ้นดี .....

 

 

“ ผมผิดเอง....ฮึก....ผะ...ผมผิดเอง” เขาพูดและทุบหน้าอกตัวเองไปพร้อมๆกัน เสียง ตุบ ตุบ จากก้ำปั้นข้างขวา กระหน่ำซ้ำลงที่หน้าอกด้านซ้ายครั้งแล้วครั้งเล่า

 

บาทหลวงและซิสเตอร์ต้องช่วยกันหยุดการกระทำ ทำร้ายตัวเองของเขา มิสเจนจับที่ไหล่ของมิสเตอร์หวัง เธอบอกให้เขาตั้งสติ บอกให้ทำใจดีๆไว้ก่อน

 

บอกกับเขาว่าอย่าเพิ่งทำร้ายตัวเองจนเป็นอะไรไปก่อนที่จะได้ฟังเรื่องราวจนจบ

 

เขาชะงักมองหน้าซิสเตอร์ตาสีฟ้า เม็ดเหงื่อไหลเข้าตา มิสเตอร์หวังกดเปลือกตาลงจังหวะหนัก ก่อนจะค่อยๆลืมตาขึ้นมองหน้าคนทั้งคู่

 

ยังมีบางคนที่รอคุณอยู่....” เธอบอกกับเขา ดวงตาสีน้ำเงินจ้องมองไปยังใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งอายุ

 

“ ลูกของวิเวียน........ลูกของคุณ...” เขานิ่งอึ้งไปชั่วขณะเมื่อได้ฟัง ตอนนี้ความสับสนมันมีอยู่เต็มไปหมด เธอคนนี้กำลังหมายความว่ายังไง

 

“ เธอตั้งท้องได้สี่เดือนแล้วตอนที่เราเจอเธอ และถ้าคุณบอกว่าคุณคือสามีของเธอ ถ้าอย่างนั้นเด็กในท้องก็คงจะเป็นลูกของคุณ.....ใช่มั้ย” เธอว่า มิสเตอร์หวังผงะเล็กน้อย ตอนนี้เหมือนมีค้อนมาทุบที่หัว หลายความรู้สึกกำลังปนกันไปหมด

 

“ ตั้งสติให้ดีนะคะ Mr. ตั้งสติให้ดีแล้วฟังในสิ่งที่ฉันกำลังจะพูด......”

 

 

............

 

                แบมแบมนั่งรออยู่บริเวณโถงกลางของโบสถ์ ตรงเก้าอี้ตัวยาวที่เรียงกันอยู่ ดวงหน้าหวานดูเป็นกังวล หลังจากที่พาชายวัยกลางคนกลับมาจากหลุมฝังศพของแม่ ก็ยังไม่ทันได้ถามไถ่ว่าเขาคือใคร มีความสำคัญกับแม่ยังไง เป็นญาติหรือเป็นเพื่อน ตั้งแต่เจอกันที่มหาลัย ชายคนนี้ดูร้อนรน ถามถึงแม่อยู่ตลอดจนเขาไม่มีโอกาสได้พูดจาอธิบาย คุณคนนี้เอาแต่รบเร้าขอมาเจอ ขอให้พาไปหาคุณแม่ เห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความหวังของเขาแล้ว แบมแบมก็ไม่กล้าพูด ไม่กล้าบอกว่าคุณแม่......ไม่อยู่แล้ว ก็เลยได้แต่รับปาก สัญญาว่าจะพาไปเจอ คุณคนนี้ก็ยอมตามแบมแบมมาเงียบๆ ไม่เซ้าซี้อีก

 

                ตลอดเวลาที่นั่งรถของเขามา เห็นเขายิ้มอยู่ตลอด แม้จะสังเกตเห็นถึงความกังวลในสายตา แต่ว่าสีหน้าของเขากำลังบ่งบอกว่าดีใจเหลือเกิน

 

ถ้าเขาพูดอะไรออกไปตอนนี้

 

มันจะใจร้ายเกินไปหรือเปล่า.....

 

เพราะอย่างนั้น แบมแบมจึงได้แต่นั่งเงียบๆ จนกระทั่งมาถึงทางเข้าของ Grave Yard

 

พอเขาก้าวเท้าลงจากรถ เมื่อหันหลังไปมองดูคนที่นั่งมาด้วยกัน ตัวเขาเหมือนคนหมดเรี่ยวแรงไปเฉยๆ ขาเขาสั่นจนผู้ติดตามที่มาด้วยต้องลงมาช่วยประคอง แบมแบมคิดว่าเขาน่าจะเข้าใจแล้วโดยที่แบมแบมไม่ต้องพูด

 

 

เข้าใจถึงเหตุการณ์ที่เป็นไป จะสิ่งที่เขาตั้งใจจะบอก...

 

 

 ...........

 

                

     ก่อนที่คุณจะออกไปพบกับแบมแบม พวกเราอยากขอร้องไม่ให้คุณบอกเรื่องนี้กับเจ้าเด็กน้อย

ได้โปรดอย่าบอกให้เขารู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับคุณแม่ของเขา....

 

ต้องสูญเสียคุณแม่ไปตั้งแต่ยังเด็ก  เติบโตขึ้นมาอย่างโดดเดี่ยว......

 

His heart was pained and suffered enough.

 

 

 

มิสเตอร์หวังเดินออกมาจากห้องนั้นพร้อมบาทหลวงและซิสเตอร์  เขาเดินเข้ามาภายในห้องโถงกว้าง ดวงตาสีน้ำตาลมองไปที่เด็กชายด้วยความเจ็บปวด เรือนร่างบอบบางกำลังนั่งคุกเข่าอยู่ต่อหน้าพระเจ้า ร่างกายผอมบางนั้นช่างดูน่าทะนุถนอม

 

เด็กคนนี้ไม่ควรต้องมาเจอกับอะไรแบบนี้เลย...

 

ไม่ควรเลยจริงๆ...

 

 

“ หนู.....หนูชื่อแบมแบมใช่มั้ย...” เขาพูดพร้อมๆกับนั่งลงใกล้ๆ ดวงตาปริ่มไปด้วยน้ำตาที่พร้อมจะไหลออกมาอยู่ตลอด เด็กชายยิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยน พร้อมกับพยักหน้าน้อยๆ

 

รอยยิ้มนี้

 

รอยยิ้มที่เขาคิดถึง

 

“ คุณ.....คุณไม่เป็นไรแล้วนะครับ?” เสียงใสพูดเสียงนิ่ม

 

“ ผมกำลังอธิฐานถึงคุณอยู่พอดี....ตอนนี้อยู่ในอ้อมกอดของพระเจ้าแล้ว ไม่เป็นไรแล้วนะฮะ...” เขายิ้ม

ชายแก่ร้องไห้ออกมาอย่างห้ามไม่ได้ เขายกมือขึ้นสัมผัสที่แก้มนุ่มนิ่มนั้นแผ่วเบา

 

“ ลูก.......ลูกพ่อ....”

 

 

“ .............” 



............

 

                ดวงตากลมมองกลับมาด้วยความฉงนปนสงสัย มองเห็นน้ำตาที่ไหลอาบอยู่ที่แก้ม มือหยาบอีกข้างยกขึ้นมาสัมผัสกับแก้มนิ่ม หัวใจดวงน้อยเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ มือเล็กยกขึ้นจับกับมือหนา แบมแบมกระพริบตาถี่ รอยยิ้มที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าเมื่อสักครู่ค่อยๆหดหายไป

 

“ ...ลูก....” ชายในชุดสูทยังคงพร่ำเรียกเด็กชาย  แบมแบมค่อยๆลดมือของของตัวเองลง ร่างเล็กขยับตัวถอยออกห่างออกมา

 

“ ....... ละ....ลูก” เสียงหวานพูดทวนเสียงสั่น ดวงหน้าสวยยังคงตกตะลึงกับสถานการณ์ตรงหน้า

เขากระพริบตาจังหวะหนัก

 

“ แบมแบม...” เสียงเรียกจากมิสเจนดังขึ้นจากทางด้านหลัง แบมแบมค่อยๆหันไปตามเสียงนั้น

 

“ แบมแบมของพวกเรา...” เธอยิ้มทั้งน้ำตา บาทหลวงที่ยืนอยู่ข้างๆกันพยักหน้า แบมแบมน้อยยังคงงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น

 

You are not alone anymore,” หญิงชาวยุโรปในผ้าคลุมดำ เดินเข้ามาจับมือคู่เล็กเอาไว้ เธอยิ้มทั้งน้ำตา ในหัวใจรู้สึกเป็นสุขแทนเด็กชายที่กำลังจะได้มีชีวิตปกติเหมือนคนอื่นๆ ได้รับทั้งความรักและความอบอุ่นจากครอบครัว ความรู้สึกที่ไม่ว่าใครก็มาแทนที่ไม่ได้

 

แบมแบมยกมือขึ้นทาบที่หน้าอก เหมือนรูโหว่ที่หัวใจได้ถูกเติมเต็ม เป็นความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย

 

Your Father, Your Family” เธอว่าต่อ ดวงหน้าหวานค่อยๆหันไปหาชายวัยกลางคน เขายิ้มรับลูกชายคนเล็กด้วยน้ำตา ในความเศร้าสลดยังคงมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น ถึงแม้ว่ามันอาจจะช้าเกินไปแต่ในที่สุดมันก็จะไม่มีเรื่องร้ายๆอีกแล้วใช่มั้ย

จะไม่มีเรื่อง....ให้ต้องทุกข์ใจอีกใช่หรือเปล่า...

 

I don’t…..” แบมแบมหันไปพูดกับมิสเจน สีหน้ายังคงช็อกกับคำที่ได้ยิน เขาปล่อยมือจากซิสเตอร์ แบมแบมหันไปมองหน้าผู้เป็นพ่อเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะวิ่งออกไปจากโบสถ์

 

“ แบมแบม/แบมแบม!” เสียงมิสเตอร์หวังและมิสเจนดังขึ้นพร้อมกัน ทั้งคู่ตะโกนไล่หลังเด็กหนุ่มตัวเล็กที่วิ่งออกไป

 

“ ใจเย็นๆนะครับคุณ.....” บาทหลวงเดวิดตรงเข้ามาจับไหล่ของคุณหวังเอาไว้ ชายผมสีทองพยายามเรียกให้อีกคนคืนสติ

 

“....เรื่องนี้มันยากสำหรับเขาเหมือนกัน เด็กคนนั้นคงกำลังตั้งคำถามกับสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่

 

ผมคิดว่า.....เขาคงต้องการเวลา....” เขาพูดต่อ คุณหวังเงยหน้าขึ้นสบตากับบาทหลวง

 

“ เขาจะไม่หนีไปใช่มั้ย จะไม่หายไปใช่มั้ย” มิสเตอร์หวังถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน ดวงตาสีน้ำตาลเข้ม มองบาทหลวงอย่างเป็นกังวล

 

“ไม่ต้องเป็นกังวลนะครับ เดี๋ยวเขาก็กลับมา....

Just give him a time, don’t worry, he will be fine……”

 

 

 

…………..

 

 

                “ ไม่รู้ว่าต้องพูดอะไร รู้เพียงแต่ตอนนี้ต้องการอ้อมกอดของใครสักคนเท้าเล็กหยุดลงตรงหน้าประตูไม้บานใหญ่ ดวงตาคู่สวยจ้องมองมันอยู่สักพักกว่าที่จะตัดสินใจเคาะเรียกคนที่อยู่ด้านใน

 

หนึ่งครั้ง....

 

สองครั้ง.......

 

                แรงเคาะที่แผ่วเบาในคราแรก ค่อยๆดังขึ้นจนกลายเป็นแรงทุบ เด็กคนนี้กำลังสับสน ไม่แน่ใจว่าเจ้าตัวรู้ตัวหรือเปล่า ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่

 

มีเพียงเสียงเคาะประตู ไม่มีเสียงเรียก เจ้าของบ้านที่เพิ่งใส่ชุดนอนเดินออกมาจากห้องน้ำ ฉงนใจรีบวิ่งลงมาด้านล่าง

 

ใครมาทุบประตูบ้านดึกๆดื่นๆ?

 

“ ใครครับ” ถามออกไปเมื่อเสียงทุบประตูหยุดลง

 

ทั้งบ้านตกอยู่ในความเงียบ เมื่อมาร์คพยายามเงี่ยหูฟังเสียงที่อยู่ด้านนอก

 

มันเงียบ.....ไม่มีเสียงตอบรับ

 

ใครมาแกล้งอะไรหรือเปล่า หรือว่าจะเป็นขโมย เขาคิด ร่างสูงเริ่มมองหาสิ่งที่ป้องกันตัวได้

 

“ .....ปัง ปัง ปัง!” คราวนี้เสียงทุบประตูไม้มันดังกว่าเดิม มาร์คกำลังจินตนาการถึงสิ่งที่อยู่ข้างนอก มือหนามองหาโทรศัพท์จะโทรหาตำรวจ

 

เขารีบถอยห่างจากประตูบ้าน เดินไปยังโต๊ะวางโทรศัพท์บ้านใกล้กับโซฟารับแขก ก่อนที่คนตัวสูงจะกดลงตรงปุ่มตัวเลข เสียงเล็กๆก็ดังแว่วมาให้ได้ยิน

 

“ มาร์ค....มาร์ค....” คนผมสีแดงรีบพุ่งตัวไปเปิดประตูบานใหญ่ สีหน้า มาร์ค ต้วน ดูตกใจมาก คนตัวสูงทิ้งโทรศัพท์ในมือลงแล้วโผเข้ากอดร่างเล็กที่กำลังยืนสั่นอยู่

 

“ มาร์ค...........มาร์ค........” แบมแบมเรียกชื่อคนรัก เรียกซ้ำไปซ้ำมาเหมือนคนไม่ได้สติ มาร์คโอบกอดร่างเล็กที่เนื้อตัวเย็นเฉียบเอาไว้ แล้วค่อยๆดึงแขนอีกคนให้เข้ามาในบ้าน

 

“ มาร์คอยู่นี่ มาร์คอยู่นี่แล้ว....” เค้าพูดพร้อมๆกับเข้าไปกอดแบมแบมเอาไว้ ความอบอุ่นจากอ้อมกอดของมาร์คทำให้แบมแบมรู้สึกปลอดภัย คนตัวเล็กสะอึกสะอื้นอยู่ในอ้อมกอดนั้น

 

“ เกิดอะไรขึ้น....เกิดอะไรขึ้นกับนาย....”เสียงพูดลอยวนอยู่บนหัวของคนตัวเล็ก แบมแบมเอาแต่มุดหน้าอยู่กับแผงอกกว้าง ร้องไห้ออกมาเหมือนเด็กๆ

 

Come on….. Come here” มาร์คพาแบมแบมไปนั่งที่โซฟาตัวใหญ่ ร่างสูงค่อยๆประคองร่างเล็กให้นั่งลง หยดน้ำจากเรือนผมที่แดงที่ยังคงเปียกชุ่ม ไหลลงตามผิวเนียน คนหน้าหล่อในชุดนอนลายทางจดจ้องเพียงดวงหน้าหวานของคนรัก แววตาของมาร์คเต็มไปด้วยความเป็นห่วง

 

Tell me…. What happened?...” เขาถามอย่างใจเย็น น้ำเสียงนุ่มๆทำให้แบมแบมคลายอาการสับสนในใจลง

 

Why you crying?....” มาร์คยื่นมือออกไปกุมมือแบมแบมเอาไว้ คนตัวเล็กเอาแต่ก้มหน้างุด มองมือมาร์คที่จับกับมือเขา

 

“ คุณลุงที่เจอที่มหาลัย....” แบมแบมพูดเสียงค่อย สีหน้าของแบมแบมดูสับสน แต่ตอนนี้ตัวมาร์คเองคิ้วก็เริ่มขยับเข้ามาใกล้กันเช่นเดียวกัน

 

พ่อของแจ็คสัน เขาพูดอยู่ในใจ ดวงตาเรียวเอามืออีกข้างมากุมมือเล็กไว้ มาร์คพยายามปรับสีหน้าให้ปกติตั้งใจฟังสิ่งที่แบมแบมจะพูด

 

“ เขาบอกว่าเป็นพ่อ.....” พูดจบน้ำตาก็ไหล หยาดน้ำสีใสหยดลงกระทบกับมือหนา ไม่ใช่แค่แบมแบมแล้วที่ตกใจ มาร์คเองถึงกับตาโตเมื่อได้ยิน

 

“ นะ...นายว่าไงนะ?!

 

He said he is my father…..” พูดจบก็ค่อยๆแหงนหน้าขึ้นมองคนรัก มาร์คนั่งนิ่งสีหน้าตกใจกว่าตอนที่แบมแบมรู้เสียอีก “ I don’t know ….….” เสียงหวานเริ่มสั่น

 

What should I do? What am I supposed to do about this?

 

“ ชู่ว......มานี่มา” มาร์คดึงแบมแบมเข้ามากอดเอาไว้แน่น แบมแบมของเขาคงรู้สึกตกใจมากจริงๆ

ขนาดเขาเป็นคนอื่นยังตกใจเลย นอกเหนือจากความตกใจแล้ว ถ้ามันเป็นอย่างที่แบมแบมพูด

 เขาก็อยากรู้ว่าทำไมคุณหวังถึงเป็นพ่อแบมแบมได้

 

ไม่เห็นมีเค้าว่าจะเป็นแบบนี้เลย...

 

มาร์คลูบหัวแบมแบมไปมา คนตัวเล็กกอดตอบอีกคน แบมแบมกอดมาร์คเอาไว้แน่น ยังคงได้ยินเสียงสะอึกสะอื้นดังอยู่แผ่วๆ

 

Don’t be afraid BamBam….. It’s gonna be fine….You’re gonna be fine….” มาร์คซบใบหน้าแบมแบมลงที่อกของตัวเอง สายตาคมดูครุ่นคิด

 

คนผมสีแดงปลอบประโลมคนในอ้อมกอด มาร์คจูบปลอบขวัญคนตัวเล็กแผ่วเบาที่กลุ่มผมนิ่ม มือหนาลูบไปมาที่แผ่นหลังบาง

 

No matter what happens;

I’ll keep you safe

And no matter what happens;

 I’ll always by your side,

 

 

 

                แบมแบมร้องไห้จนหลับไปในอ้อมกอดของมาร์ค คงจะเพลียมากจริงๆ ร่างบางยังคงอยู่ในชุดนักศึกษา ชุดเดิมจากเมื่อตอนกลางวัน แสดงว่าตอนที่แยกกัน ก็คงยังไม่ได้พักเลย แล้วนี่ยังมาเรื่องพ่อนายอีก ฉันควรจะช่วยนายยังไงดีนะแบมแบม….

 

………..

 

                คนทั้งคู่นอนหลับอยู่บนโซฟาตัวใหญ่ ที่ที่เมื่อก่อนเจ้าโซฟาลายดอกไม้สีม่วงนี้เคยกลายเป็นเตียงนอนสำหรับพวกเขาอยู่บ่อยๆ ความรู้สึกเก่าๆหวนกลับมาให้คิดถึงอีกครั้ง จะผิดแปลกหน่อยก็แค่เจ้าหนูมาร์คในวันนั้น ตอนนี้กลายเป็นนายมาร์คตัวโตเบ้อเริ่มเทิ่ม  ส่วนเจ้าหนูแบมแบมถึงตัวจะไม่สูงใหญ่แต่ก็ดูแล้วโตขึ้นกว่าแต่ก่อนมากมายทีเดียว

 

                แสงแดดลอดผ่านม่านเข้ามาในตัวบ้าน แบมแบมขยี้ตาเมื่อรู้สึกตัว นี่เขาเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ พอรู้สึกได้ว่าเมื่อคืนตัวเองวิ่งมาที่บ้านมาร์คก็สะดุ้ง พอจะลุกขึ้นกลับรู้สึกถึงความร้อนอยู่ข้างใต้ร่างของตัวเอง

 

พี่มาร์ค?

 

เขานอนหลับอยู่บนตัวของมาร์ค...

 

                คนตัวเล็กรีบสะดุ้งลุกขึ้นนั่ง มาร์คขยับตัวน้อยๆก่อนที่เปลือกตาสีเนื้ออ่อนจะค่อยๆลืมขึ้น มาร์คหรี่ตามองแบมแบมที่นั่งจุ้มปุ้กอยู่ตรงอีกฝั่งของโซฟา คนตัวสูงขยี้ตาให้หายงัวเงียแล้วลุกขึ้นนั่งอิงหลังกับพนักพิงอีกฟาก

 

                “ เมื่อยชะมัด....” เขาพูดเสียงอู้อี้ คนหน้าหล่อยกไม้ยกมือขึ้นบิดขี้เกียจ หมุนคอไปมาเหมือนว่าเมื่อคืนผ่านการออกกำลังกายมาหนักหน่วง

 

ก็แหงล่ะ โดนนอนทับทั้งคืนจะไม่เมื่อยได้ไง ถึงแบมแบมจะตัวเบาก็เถอะนะ

 

                “ อ่ะ....เอ่อ....” แบมแบมทำท่าจะพูดจา มาร์คยื่นมือออกมาขยี้ผมเขาเบาๆ

 

                “ ดีขึ้นรึยัง” มาร์คว่า แบมแบมพยักหน้าหงึกหงึก คนตัวสูงถอนหายใจเสียงหนัก ก่อนจะขยับเข้ามาใกล้ๆแบมแบม

 

                “ ไม่ต้องห่วงนะ เราจะไม่ไปไหน” เขาพูด ดวงหน้าหวานยิ้มออกมาเหมือนจะโล่งใจ แก้มนิ่มๆขึ้นสีแดงจางๆ ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นยังไง คำพูดของมาร์คก็ทำให้หัวใจเต้นแรงอยู่เสมอ

 

                “ I love you” มาร์คพูด พร้อมๆกับโน้มตัวลงไปจุมพิตที่หน้าผากนิ่ม แบมแบมหลับตาลงเมื่อยามที่ริมฝีปากของมาร์คแตะลงที่หน้าผากของตน ร่างบางค่อยๆลืมตาขึ้นมองหน้าอีกคน

 

                “ I love you too” พูดออกมาเบาๆด้วยความเขิน มาร์คยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆแบมแบมก่อนจะพูดออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ว่า

 

                “ ให้รางวัลเราหน่อยสิ อุตส่าห์เป็นเตียงให้นอนทั้งคืน” เขายกยิ้มขึ้นที่มุมปาก แบมแบมเผลอทำปากยื่นอย่างติดนิสัย

 

                “ คราวนี้ไม่ใช่ที่แก้มนะ” เขาพูดก่อนจะปิดเปลือกตาลง แบมแบมจ้องมองใบหน้าหล่อเหลานั้นอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะค่อยๆยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆมาร์ค

 

ริมฝีปากบางทาบทับลงที่ริมฝีปากหยักแผ่วเบา

 

มือเล็กยกขึ้นจับที่ใบหน้าหล่อ แบมแบมหลับตาลงเมื่อยามที่ริมฝีปากของตัวเองทาบทับลงที่อีกคนพอดิบพอดี

 

มาร์คขยับเปลี่ยนท่านั่ง จากจูบที่สัมผัสกันเพียงริมฝีปาก ก็ค่อยๆเปลี่ยนระดับเป็นลึกซึ้งมากขึ้น ช่างเป็นจุมพิตที่แสนหวานอะไรอย่างนี้

 

กว่ามาร์คจะยอมถอนจูบตัวเองก็ตอนที่แบมแบมขยุ้มเสื้อนอนเขาเป็นการประท้วง

 

เป็นการตื่นนอนบนโซฟาที่มีความสุขที่สุดในโลก

 

“ ไม่ต้องมามองแบบนั้นเลย เรายังมีเรื่องที่กลุ้มใจอยู่นะ” แบมแบมทำหน้าง้ำ นั่นสิ มาร์คเองก็เกือบลืมไปเลย คนตัวเล็กมาหาเขาด้วยความร้อนใจนี่นา ยังจะมามัวขอให้แฟนจูบแฟนเองอยู่ได้

 

“ ขอโทษๆ” เขาว่า มาร์คยกมือขึ้นเกาหัวแกรกๆ เรื่องกลุ้มใจก็เข้าใจอยู่หรอก แต่เรื่องรักแฟนก็อีกเรื่องนี่นา

 

“ แล้ว......นายจะทำยังไง.....เอ่อ...

 

....เรื่อง พ่อ น่ะ....”




“ .....เรื่องนั้น.............”



...................



“ อื้อ....อะไร...” แบมแบมเม้มปาก เบี่ยงหน้าหนีมาร์คที่ยื่นหน้าเข้ามาใกล้

 

“ ก็นมมันเลอะปากนาย เราจะเช็ดให้ไง” เขาพูดหน้าตาย คนผมสีแดงเลิกคิ้วยกยิ้มเจ้าเล่ห์

 

“ บอกเราก็ได้ไม่เห็นต้องยื่นหน้ามาใกล้ๆเลย ” เสียงหวานพูดอ้อมแอ้ม แก้มนิ่มระเรื่อแดงยามที่สายตาคม มองจ้องมา

 

“ ถ้าบอกก็ไม่ได้ช่วยเช็ดสิ” ไม่พูดเปล่า มาร์คยื่นใบหน้าไปหาแบมแบม บรรจงประทับริมฝีปากลงตรงมุมปากของอีกคน  ลมหายใจอุ่นๆรินรดที่บริเวณร่องแก้ม เปลือกตาสีอ่อนค่อยๆปิดลงอย่างเชื่องช้า

คนหน้าหล่อจัดการเช็ดคราบน้ำนมจางๆที่ติดอยู่ตรงมุมปากด้วยริมฝีปากของเขาเอง

 

“ กินเลอะเหมือนเด็กเลย” เขาพูดพร้อมรอยยิ้ม ท่าทางเจ้าตัวดูพอใจกับผลลัพธ์ที่ได้ ชอบมากหรือไงที่เห็นเขาเขินเนี่ย!

 

แบมแบมเผลอยืนปากอย่างขัดใจ คิ้วโก่งขยับเคลื่อนเข้าใกล้กัน คนตัวเล็กทำหน้าง้ำ กระเง้ากระงอดกอดอกฟึดฟัด

 

“ ทีหลังจะไม่มาหาแล้ว” พูดด้วยความรู้สึกขุ่นเคือง  แบมแบมมองตรงไปที่อีกคนด้วยสายตาไม่พอใจ

 

แต่ถึงอย่างนั้น อย่างไร.....แกล้งงอนไปก็กลบเกลื่อนพวงแก้มใสที่ขึ้นสีแดงไม่ได้อยู่ดี

 

“ ไม่เป็นไร งั้นเดี๋ยวเราไปหานายเอง ”  

 

               

 

                บนโต๊ะอาหารขนาดใหญ่ของบ้าน เจ้าของมันพยายามทำให้อีกคนผ่อนคลาย ก่อนที่จะต้องไปเจอกับต้นเหตุของการที่เขามานั่งอยู่ที่นี่

 

No matter what happened, I’ll never let you down” พูดพร้อมๆกับเอื้อมมือออกไปจับกับมือเล็ก แววตาที่จ้องมองมา ยังคงทำให้รู้สึกปลอดภัยเสมอ....

 

“ ไปเจอเขาเถอะ นี่คือสิ่งที่อธิษฐานอยู่ทุกวันไม่ใช่หรือไง...” มาร์คยิ้ม แบมแบมถอนหายใจเสียงยาว

มีกี่เรื่องกันนะที่ผู้ชายคนนี้ไม่รู้เกี่ยวกับตัวเขา....

 

ไม่สิ...อาจจะมีอยู่เรื่องนึง

 

ความจริงที่แบมแบมคิดว่าตัวเองรักมาร์คมากกว่าที่มาร์ครักเขา

 

นั่นคือสิ่งที่คิดมาตลอด

 

แต่ว่าตอนนี้ไม่เป็นไรแล้วล่ะ...

 

มันไม่สำคัญแล้ว....

 

ขอแค่ตอนนี้และต่อจากนี้ไป

 

ให้เราได้รักกันแบบนี้ตลอดไปก็พอ....

 

 

 

.........

 

                เสียงจิ๊บจิ๊บจากนกกระจิบที่ดังมาจากต้นไม้ใหญ่  แสงสีส้มอ่อนค่อยๆโผล่ขึ้นมาทักทายดอกไม้และต้นหญ้า สายลมหนาวเอื่อยแผ่ว พัดพาเอาอากาศเย็นมาให้คนต้องยกมือขึ้นกอดอก เท้าเล็กก้าวลงจากรถคันหรูที่เพิ่งขับมาจอดเทียบหน้าสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ แบมแบมคว้าเอาผ้าพันคอที่ร่นตกจากไหล่มาพันให้พอดีกับตัวเอง ปกป้องผิวอ่อนจากลมหนาวเย็นที่พัดมากระทบ

 

                ดวงตากลมโตดูสั่นไหวอยู่ในที มือเล็กยกขึ้นประสานกัน ไม่มีใครรู้ถึงหัวใจที่กำลังไหวสั่น

คนผมสีแดงเดินเข้ามาใกล้ มาร์คยืนซ้อนหลังแบมแบม แล้วโอบกอดร่างเล็กเอาไว้ มือหนายกขึ้นประสานไปพร้อมกัน

 

รับเอาความกล้าหาญจากเราไปด้วยนะ

 

หัวใจเขากำลังพูดแบบนั้น

 

แบมแบมเงยหน้าขึ้นสบตากับมาร์ค ทั้งคู่สบตากันอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่รอยยิ้มจางๆจะปรากฏขึ้น

 

“ เขาไปข้างในเถอะ ตรงนี้มันหนาว...” แบมแบมพยักหน้ารับคำ ทั้งคู่เดินจูงมือกันเข้าไปในประตูโค้งมนที่เปิดอ้าค้างเอาไว้ ราวกับรู้ใจว่าจะมีคนมา

 

 

คงจะเป็นพระประสงค์ของพระเจ้า

นี่คือความรักที่พระองค์อยากจะชดเชยให้เขาไม่ผิดแน่

 

...........

 

                ท่ามกลางหมู่เก้าอี้ไม้ตัวยาวที่เรียงกันอยู่อย่างเป็นระเบียบ ดอกไม้บนแท่น และไม้กางเขนสีขาวที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า มุมมืดมุมหนึ่งของห้อง ปรากฏร่างของชายแปลกหน้าคนเดิม  คนในชุดสูทยังคงนั่งนิ่งจ้องมองเพียงรูปสัญลักษณ์ของพระคริสต์

 

“ เขานั่งอยู่ตรงนั้นทั้งคืนเลย” เสียงจากมิสเจนเอ่ยออกมาให้ได้ยิน เธอในชุดผ้าคลุมสีดำมองไปยังร่างนั้นด้วยความเป็นกังวลปนสงสาร

 

“ พวกเราพยายามบอกเขาแล้ว ว่าให้กลับไปก่อน...” บาทหลวงที่ยืนอยู่ข้างกันพูดออกมาขณะที่มือเลื่อนแว่นกรอบหนาให้เข้าที่

 

“ แต่เขาไม่ฟังที่เราพูดเลย...  

 

 เขาบอกว่าเขากลัว กลัวว่าถ้าเดินหันหลังกลับไป อาจจะไม่ได้เจอหนูอีก...”

“ เขาดูกังวลมากจริงๆ....” ทั้งคู่ส่ายหน้าเบาๆอย่างสุดวิสัย แบมแบมสบตากับผู้มีพระคุณก่อนจะหันมามองหน้ามาร์ค

 

“ .......”

 

“ ไปสิ.......เดี๋ยวเราระวังหลังให้เอง” เขายิ้ม รอยยิ้มที่อบอุ่นของมาร์คทำให้แบมแบมรู้สึกปลอดภัย รู้ว่าเขาจะไม่เป็นไร และจะผ่านมันไปได้ ร่างบางพยักหน้าน้อยๆก่อนจะตัดสินใจเดินตรงเข้าไปหาคนที่นั่งนิ่งเงียบอยู่ตรงมุมห้อง

 

 

 

..............

 

 

เราทั้งคู่อยู่ต่อหน้าพระเจ้า.

 

 

                ขาเรียวขยับก้าวเข้าไปใกล้คนเป็นพ่อ แสงแดดลอดผ่านช่องกระจกหลากสีเข้ามาในห้องโถงกว้าง มองเห็นฝุ่นละอองลอยละล่องอยู่ในอากาศ

 

May I…?” เขาพูดพร้อมกับใช้สายตามองไปยังเก้าอี้ตัวยาวตรงที่นั่งด้านข้างที่ว่างเปล่า

 

“ .......” คนในชุดสูทค่อยๆเงยหน้าขึ้นมาสบตากับดวงตากลมโตคู่สวย เขาทั้งคู่จ้องมองกันอยู่แบบนั้น

ราวกับจะใช้สายตาคุยกัน

 

คนตัวเล็กสังเกตเห็นขอบตาที่แดงคล้ำ ริมฝีปากที่แห้งแตก ท่าทางอิดโรยเหมือนคนจะหมดแรง

 

คงจะไม่ได้นอนมาทั้งคืน

 

“ ......หนูกลับมาแล้ว....” น้ำเสียงแหบแห้ง เมื่อเจ้าของมันเค้นเสียงพูดออกมาอย่างยากลำบาก ลำคอแห้งผากคล้ายกับกำลังกลืนเม็ดทรายลงไปในคอ

 

“คุณดูไม่ดีเลย....” เสียงหวานเอ่ยขึ้น สายตาดูเป็นกังวลกับสภาพของคนที่เห็นตรงหน้า

 

“ หนู ......หนู....” เสียงแหบพร่าพร่ำเรียกสรรพนามแทนชื่อตัว แบมแบมค่อยๆนั่งลงข้างๆพ่อ

 

“ ............” มิสเตอร์หวังยื่นมือออกไปสัมผัสที่ไหล่เล็ก มือหยาบกร้านสั่นไปตามแรงสะอื้นของตัวเอง

 

“ หนูจริงๆด้วย.....” แบมแบมแทบกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ แววตาของผู้ชายคนนี้ที่กำลังมองมามันมากมายไปด้วยความรู้สึก

 

ทั้งสุข...

 

เศร้า....

 

เหงา....

 

คิดถึง....

 

“ ผมขอโทษที่เสียมารยาทเดินหนีคุณไป” แบมแบมยิ้ม มือเล็กยกขึ้นจับกับมือหนา ชายในชุดสูทยิ้มออกมาทั้งน้ำตา

 

                สัมผัสอุ่นนิ่มจากมือของลูกชาย ช่วยปลอบประโลมให้หัวใจคลายความหนาวเหน็บ

 

“ Don’t cry….Just Don’t cry…” แบมแบมยิ้ม รอยยิ้มอ่อนโยนช่วยปลอบประโลมหัวใจที่แห้งเหี่ยวให้ได้กลับมามีแรงเต้นต่อ

 

“ ......I’m so sorry….

         I’m so sorry for everything…..

         I’m so sorry that I didn't try  to make your Mom safe, to make her stay…..

         I am really sorry….” พูดในขณะที่ยังถูกมือเล็กกุมไว้ คล้ายๆกับชายคนนี้กำลังสารภาพบาปต่อหน้าพระเจ้า

 

“ พ่อควรมาเจอลูกให้เร็วกว่านี้ ควรพยายามให้มากกว่านี้....พ่อขอโทษจริงๆ พ่อขอโทษ...” พูดทั้งน้ำตา ร่างหนาสั่นสะท้านเหมือนคนหาที่พึ่ง แบมแบมได้แต่มองดูคนเป็นพ่อร้องไห้ออกมาโดยที่ไม่สามารถทำอะไรได้….

 

 

 

“ I will not saying that I understand,…everything between you and Mom, Because I don’t ..” เสียงหวานพูดเสียงนิ่ม ความรู้สึกคลางแคลงภายในใจ ไม่น่าเชื่อว่าจะหายไปหมด เพียงแค่ได้รับฟังประโยคขอโทษ

 

‘With every sorry he had said

I can feel the pain in his eyes;

The sorrow that comes with his voices,

And that makes every question in my heart disappear’

 

ทุกคำพูดขอโทษที่เขาพูด

ผมรับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดในแววตา

ความทุกข์ทรมานที่ไหลผ่านปนออกมากับน้ำเสียง

และเป็นเพราะแบบนั้น ถึงทำให้ความสงสัยมากมายที่อยู่ภายในหัวใจ มันสลาย หายไปหมด

 

“ But I accept your apology, and I know if my Mom’s here with me today, She’ll do the same thing…..




For whatever happened……”

 



“ Daddy, I forgive you……”

 

 

                มือสองคู่ที่กุมกันอยู่เริ่มชุ่มไปด้วยเหงื่อ และถึงแม้แบบนั้นก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยออกจากกัน

ทั้งสองมือยังคงจับกันเอาไว้แน่น ราวกับกลัวว่าอีกคนที่หายไป....

 

 

“Maybe this is what they called ‘The Pure Love’

The love that comes from someone who truly love you

The powerful love they always give to you in every single day

The love you always knew that it’s real

The love from your family”

 


 

 

 

♥♥♥

 

 

………….


 

 

#TBC.

_______________________________________________________________________________________


รักคนอ่านนะ

แล้วพบกันค่ะ.


#ฟิคทำนองรัก

ไอรีน. 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 36 ครั้ง

4,352 ความคิดเห็น

  1. #4272 Zevaaa (@SSSieam) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 08:43
    งดงามมากเลย กินใจมากค่ะ
    #4272
    0
  2. #4103 Moko87 (@mokomoko87) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 00:10
    ซึ้งงงงงงงงง
    #4103
    0
  3. #3978 sprysj (@som_peeraya15) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 11:33
    ภาษาดีมากเลยค่าไรต์ อ่านเเล้วร้องไห้ตามทุกตอนเลย;-;
    #3978
    0
  4. #3941 BamG97_ (@sasikanr_) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2559 / 18:11
    ต้อมน้ำตาแตก55555555555
    #3941
    0
  5. #3481 MBKY; (@withmbky) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 15 มกราคม 2559 / 20:30
    อือหือ T T ตอนนี้น้ำตาคลอ แบมแบมนี้เป็นลูกของวิเวียนจริง ๆ ยอมรับและให้อภัยได้ อบอุ่น
    เป็นเรา เราคงโกรธ ไม่ยอมรับง่าย ๆ ใช้เวลาทำใจนาน ๆ เพราะเรามันใจบาป 5555555
    แต่ความพยายามของคุณพ่อนี้ก็ของแท้นะคะ นั่งรอไม่ไปไหนด้วยใจที่เฝ้ารอ กลัวว่าจะไม่ได้เจอ คงไม่อยากคลาดกันอีกแล้ว
    แต่วิเวียนเข้มแข็งมาก เจออะไรมาตั้งขนาดนั้น แถมยังโดนแบบนั้นอีก ทั้ง ๆ ที่ท้องอยู่ TT เป็นคนที่มีจิตใจแหร่งและดีมาก
    ถ้าวิเวียนยังอยู่คงดีใจอะ ที่แบมโตมาเป็นเด็กดี ปลื้มใจแบมแบมที่มีนิสัยแบบนี้
    #3481
    0
  6. #3417 "นรี" (@raindemon) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 4 มกราคม 2559 / 13:05
    ลึกซึ้งกินใจ
    #3417
    0
  7. #3386 opel_zuza (@marang-zangkoong) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2558 / 20:06
    เราขอไปเขียนคำนิยมให้นะคะไรต์ ><
    #3386
    0
  8. #3064 wonny (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2558 / 10:36
    ชอบที่ไรท์บรรยายถึงความรักมาร์คแบมที่มีต่อกันหรือวิธีที่ดูแลและปฏิบัติต่อกันจังเลย มาร์คดูแลน้องได้ทะนุถนอมมากๆ พอทั้งสองได้แสดงความรักความรู้สึกต่อกันทีไรรอบๆตัวดูอบอวนไปด้วยความอบอุ่นเต็มไปหมด เหมือนว่าทั้งคู่ได้ย้อนกลัไปในความรู้สึกของวันวานที่มีกันและกันความรักที่แสดงออกมาเลยบริสุทธิ์เหมือนตอนที่ทั้งสองยังเด็ก เป็นเหมือนเพื่อน พี่น้อง คู่หู คนรัก ที่พักพิง ที่ปลอดภัยและเป็นเหมือนครอบครัวของกันและกัน

    ไรท์บรรยายได้เก่งจนทำให้รีดรู้สึกและสัมผัสได้ถึงความสมจริงของความรู้สึกและการกระทำของตัวละครนั้นๆได้จริง แต่ก็ไม่สามารถอธิบายความรู้สึกทั้งหมดเป็นคำพูดออกมาไม่ได้ รู้แต่ว่ามันอบอวนฟัุงอยู่ในหัวใจแบบที่ยากจะบอกออกมา
    #3064
    0
  9. #2462 VONGO (@KOYO1994) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2558 / 23:20
    เรารักแบมนะ รักไรท์ด้วย แต่ไรท์คงไม่ได้แอนตี้แบมใช่ไหม อย่าทำให้แบมเจ็บนักเลยนะไรท์ ขอร้อง
    #2462
    0
  10. #2135 13ploymin_elf (@13phoenix) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2558 / 12:53
    แล้ว แจ็คกะเนียร์หละ..
    #2135
    0
  11. #1888 Chibamie (@parpaa) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2558 / 00:19
    แบมได้เจอพ่อแล้วว ปริ่มมากเลยอ่าาสส
    #1888
    0
  12. #1863 ★H.canopik★ (@kantonggroup2) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2558 / 06:54
    เราชอบ แม้จะเริ่มแบบเศร้าๆ ความรักของพ่อแม่เป็นความรักที่ไม่หวังผลตอบแทนจริงๆ
    #1863
    0
  13. #1850 LYMB (@lifely021991) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2558 / 09:29
    ตอนนี้สงสารแบมแรง แล้วมิสเตอร์หวังจะรับแบมไปอยู่ด้วยเลยมั้ย จูเนียร์กับแจ็คสันอ่ะ ทำไงเขาโกรธแบมไปแล้ว ดีใจพ่อลูกได้เจอกันแบมจะไม่โดดเดี่ยวอีกต่อไป
    #1850
    0
  14. #1842 Ael (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2558 / 18:50
    แล้วอิแจ๊คจะรับได้มั้ย เกลียดแบมไปแล้วด้วย
    #1842
    0
  15. #1841 may486 (@may7) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2558 / 00:09
    ชอบม้ากกค่ะ น้ำตาไหลเลย จริงๆนะฮือออ ถ้ามีเรื่องหน้ามาบอกด้วยนะคะ รอติดตาม^^ ไรท์เขียนดีมากจริงค่ะ เขียนได้เข้าถึงอารมณ์
    #1841
    0
  16. #1840 ยัยแม่มด (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2558 / 00:01
    ว่าแล้วว่าแบมต้องยอมรับและให้อภัยพ่อตัวเองได้แน่ๆ เพราะแบมแสนดีเหลือเกินน่ะสิ ต่อไปก็ต้องไปเจอแจ็คกับจูเนียร์สิน่ะ แจ็คจะยอมรับแบมได้มั้ย อยากจริงๆ แล้วจุเนียร์ที่เหมือนกำลังสูญเสียทุกอย่างจะทำยังไง ทำไมเรากลัว กลัวว่าจะแจ็คสันเองที่ทำให้เแบมยอมเสียสละมาร์คให้จูเนียร์ กลัวใจแบมจริงๆ หวังว่ามาร์คจะมั่นคงกับแบมแล้วน่ะ คงไม่หวั่นไหวกับความรู้สึกเดิมๆที่เคยมีให้จูเนียร์
    #1840
    0
  17. #1839 conundrum92 (@conundrum92) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2558 / 23:14
    ฮือ~~~. ในที่สุดแบมแบมก็ยอมกลับมาเจอพ่อมาปรับความเข้าใจกัน และขอบคุณที่พี่มาร์คเป็นกำลังใจหลักที่สำคัญของแบมแบม เรื่องแบบนี้มันเป็นเรื่องค่อนข้างละเอียดอ่อนสำหรับความรู้สึก การที่เราอยู่ตัวคนเดียวมาตลอดสุดท้ายมารู้ว่าเรายังมีครอบครัวอยู่นะ (family) คนที่เราไม่รู้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่ พอได้เจอขึ้นมาจริงๆๆความรู้สึกหลายอย่างย่อมตีกันมั่วไปหมด ความดีใจ ความเสียใจ ความน้อยใจ เนื้อหาตอนนี้ให้ความรู้สึกหลายอารมณ์มาก หน่วงแต่ทว่าอบอุ่น ยิ่งพิมพ์ยิ่งงง. เอาเป็นว่าเราเป็นกำลังใจให้ไรท์นะ สู้ๆๆคะ
    #1839
    0
  18. #1838 Tooktaja (@tooktaja) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2558 / 23:13
    อ่านแล้วร้องไห้ไปก่ะแบม  ขอบคุณพี่มาร์คที่อยู่เคียงข้างแบมเสมอ
    อยู่เคียงข้างกันแบบนี้ตลอดไปน่ะ
    ในส่วนใจความใช้ภาษาอักกฤษมันรู้สึกเข้าถึงอารมณ์ความรู้สึกได้ดีชอบ
    #1838
    0
  19. #1837 ♡iice93x2 (@spnyyk) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2558 / 23:01
    ดีใจกับแบมและพ่อด้วย ถ้าแจ็ครู้จะเป็นไงนะ.. พี่มาร์คนี่ละมุนและรักแบมมากเลยยยยย
    #1837
    0
  20. #1836 wonder drean (@rungbuab) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2558 / 22:24
    มาอ่านพาร์ทต่อค่ะ ยังยืนยันคำเดิม ชอบเรื่องนี้ค่ะ แต่งได้น่ารัก สมเหตุสมผลดีค่ะ
    #1836
    0
  21. #1835 pimpimpim1a (@pimpimpim1a) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2558 / 21:54
    พ่อลูก เศร้าซึ้งอ่ะ ยังคงเศร้าให้วิเวียนอยู่ เศร้าให้แบม ที่จริงๆควรจะมีชีวิตที่ดี อยากโกรธคุณหวัง แต่ก็นะ ลูกเค้ายังให้อภัยเลย
    #1835
    0
  22. #1831 pairnee34 (@pairnee34) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2558 / 17:38
    รออ่านตอนต่อไปอยู่นะไรท์อยากรู้ว่าแจ๊คสันกับจินยองจะทำไงต่อไป อย่าเกลียดน้องก็พอ กลัวใจละเกิ้นน
    #1831
    0
  23. #1830 prangsira (@prangsira) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2558 / 16:53
    ฮืออออ ในที่สุด แบมก็เจอพ่อตัวเองสักที เหลือเคลียร์กับแจ็ค ขอให้แจ็คเข้าใจแบมสักทีเถอะ
    #1830
    0
  24. #1829 Pastella Pastella (@pastella-1989) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2558 / 16:19
    เราตะเตือนไตมากกT.T
    #1829
    0
  25. #1828 Jiraput (@jirapatn) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2558 / 15:43
    สนุกมากๆเลย รีบๆกลับมาอัพนะค้าาาา :)
    #1828
    0