- I will always love you -[GOT7 MarkBam]

ตอนที่ 27 : - The Last Song -

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,551
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    14 ม.ค. 59

- The Last Song –

- Love is the light, scaring darkness away–

 

                ชั้นบนสุดของตึกสูงใจกลางเมือง นิวยอร์ค ปรากฏร่างชายวัยกลางคนที่ผมเริ่มเปลี่ยนสี ใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งกาลเวลา ในมือของเขาถือกรอบรูปสีเงินเอาไว้ ดวงตาสีน้ำตาลหม่นจ้องมองดูรูปที่อยู่ภายใน  ถึงแม้มืออีกข้างจะยกขึ้นมาป้องปากบ้างยามที่กระแอมไอ

 

                “ ท่านประธาน ไหวไหมครับ ให้ผมโทรเรียกหมอมั้ย” ชายหนุ่มในชุดสูทสีเทา ลูกน้องคนสนิทเอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใยผู้เป็นเจ้านาย

 

                “ไม่เป็นไร ไม่ต้องทำเป็นเรื่องใหญ่ไป” เสียงแหบพร่าตอบกลับมาพร้อมกันกับที่ค่อยๆวางกรอบรูปในมือลงยังตรงที่มันเคยตั้งอยู่

 

                “ คุณควรบอกเรื่องนี้กับลูกๆของคุณ พวกเขาควรต้องรู้” คนในชุดสูทคนเดิม ขยับเท้าก้าวเข้ามาใกล้ พร้อมกับยาและแก้วน้ำที่ยกมาให้

 

                “ เอาน่า เดี๋ยวถึงเวลาชั้นก็บอกเองแหละ เรื่องมันเล็กน้อยน่ะ นายไปทำงานต่อได้แล้ว” ชายวัยกลางคนรับเอาถาดยานั้นมา แล้วรีบบอกปัดลูกน้องคนสนิทก่อนที่เขาจะได้พูดอะไรออกมาอีก

 

                “...ครับ......” เลขาหนุ่มโค้งให้พร้อมกับคำตอบ ขายาวก้าวถอยหลังออกห่างจากผู้เป็นเจ้านาย  ร่างสูงหันหลังเดินกลับไปจนเกือบจะถึงประตู ก่อนจะนึกได้ว่าต้องแจ้งเรื่องสำคัญบางอย่างก่อน

 

                “อ้อ จริงด้วยครับ......” ชายหนุ่มในชุดสูท ยื่นเอกสารบางพร้อมพูดบางอย่างกับเจ้าของห้อง มิสเตอร์หวังพยักหน้ารับหลังฟังคำพูดของลูกน้องหนุ่มคนสนิทจบ หัวใจที่เคยเต้นอย่างไร้เรี่ยวแรงกลับมีพลังบางอย่างมากระตุ้นให้มันทำหน้าที่ได้ดีกว่าในทุกวันของหลายปีที่ผ่านมา

 

                ทันทีที่ เดวิด ชาง เลขาหนุ่มผู้รู้ใจเดินออกจากห้องไป แววตาของหม่นๆของคนอายุใกล้เลขหกกลับมามีประกาย ดวงตาสีน้ำตาลหม่นจ้องมองไปยังคนที่อยู่ในกรอบรูปด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวัง มิสเตอร์หวังคว้าเอากรอบรูปสีเงินนั้นมากอดเอาไว้แน่น แน่นจนเค้าแน่ใจว่ามันจะไม่หลุดหายไปไหนอีก

 

" ที่รัก ในที่สุดผมก็พบคุณแล้ว ได้โปรดรักษารอยยิ้มนี้ไว้ จนกว่าเราจะได้พบกันอีกครั้ง..."


เขาเกลี่ยนิ้วสัมผัสลงบนใบหน้าของคนในรูปภาพแผ่วเบา ก่อนจะเอามันมากอดเอาไว้อีกครั้ง...

 

............

 



แสงอาทิตย์สาดส่อง ความสว่างไสวส่องผ่านกระจกหลากสีสันเข้ามายังส่วนกลางของโบสถ์ นกพิราบสีขาวบินวนอยู่ที่ตรงหน้าต่าง เสียงของลมหนาวพัดผ่านลอดเข้ามายังภายในห้องโถงกว้าง  คนที่นั่งอยู่หน้าเปียโนยกไหล่ขึ้นน้อยๆยามเมื่อไอเย็นเข้ามากระทบกับเนื้ออ่อน  นิ้วเรียวสวยกำลังบรรจงไล่ระดับเสียงไปตามโน้ตเพลงที่วางอยู่ตรงหน้า ริมฝีปากบางยกยิ้มขึ้นยามที่สัมผัสได้ถึงอารมณ์เพลง เรือนร่างบอบบางแหงนขึ้นมองข้างบนยามเมื่อใบหน้าบุคคลที่แสนสำคัญปรากฏชัดเจนขึ้นในความทรงจำ

 

ถึงแม้ยังไม่มีโอกาสได้รู้จักกัน

 

ถึงแม้จะจำสัมผัสที่เคยได้ใกล้ชิดไม่ได้แล้ว

 

กลิ่นของคุณ อ้อมกอดของคุณ หรือกระทั่งน้ำเสียง

 

ถึงแม้ว่าจะจำไม่ได้แล้ว....

 

แต่ผมก็ยังคงคิดถึงคุณอยู่เสมอ

 

แม้ยังไม่มีโอกาสได้บอกรักคุณ

 

ยังไม่มีโอกาสได้ยิ้มหรือหัวเราะร่วมไปกับคุณ

 

แต่ผมก็รู้ ผมรู้ว่าเราจะยังคงมีกันและกัน

 

ขอบคุณที่มอบโอกาสให้ผมได้ยินเสียงที่แสนมหัศจรรย์นี้ ขอบคุณที่ให้ลมหายใจ ให้ชีวิต

 

ผมรักแม่นะ...

 

มาร์คแว่วยินเสียงเพลงดังมาจากด้านใน ขายาวค่อยๆขยับก้าวเข้าไปใกล้ต้นเหตุของเสียงเพลงที่ไพเราะนั้น  มือข้างหนึ่งถือดอกไม้สีหวานผูกด้วยริบบิ้นสีม่วงอ่อน กลุ่มผมสีแดงสะบัดพลิ้วไปตามแรงลม    

คนหน้าหล่อยกมือขึ้นป้องช่อดอกไม้ กลัวว่าอากาศจะทำให้มันบอบช้ำ   มาร์คค่อยๆเปิดประตูไม้อย่างเบาแรง กลัวว่าเสียงดังออดแอดจะไปรบกวนการเล่นเปียโนของคนรัก

ทันทีที่ประตูเปิดออกปากหยักก็เผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว

 

มองเห็นแสงที่ส่องผ่านมายังเปียโนหลังเก่ากับคนที่นั่งอยู่ด้านหน้า คนหน้าหล่อต้องยกมือขึ้นขยี้ตาเมื่อเผลอคิดไปว่าคนตรงหน้านี้กำลังสยายปีกสีขาวบริสุทธิ์บรรเลงเพลงให้เขาฟัง

 

My Angel, My love, My everything.

 

“ อย่าเพิ่งบินหนีเราไปไหนนะ” เขาพูดกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้ คนผมสีแดงหย่อนตัวลงนั่งข้างๆอีกคนช้าๆ แบมแบมหันมายิ้มให้มาร์คทว่าสองมือนั้นก็ยังคงเล่นเพลงอยู่ มาร์คยิ้มรับรอยยิ้มอบอุ่นนั้นก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปบรรจงประทับริมฝีปากลงบนแก้มนิ่ม

 

Good morning” เขาพูดออกมาอย่างไม่มีเสียง แบมแบมพยักหน้ารับก่อนจะหันไปสนใจบทเพลงตรงหน้าต่อ

 

มาร์คนั่งฟังแบมแบมเล่นเพลงจนกระทั่งคนตัวเล็กกดลงที่บันไดเสียงสุดท้าย คนหน้าหล่อปรบมือเปาะแปะก่อนที่อีกคนจะยู่จมูกอย่างน่ารัก

 

“ อ่ะ” เขายื่นช่อดอกไม้ที่ถือมาให้กับแบมแบม คนตัวเล็กรับเอามาถือไว้ก่อนจะยืดตัวขึ้นจุมพิตที่แก้มข้างขวาของอีกคน

 

“ ขอบคุณฮะ” เขายิ้มตาหยี มาร์คยกมือขึ้นบีบจมูกรั้นนั้นอย่างเอ็นดู

 

“มีความสุขมากมายเสียจนไม่รู้จะสุขอย่างไรอีกแล้ว”

 

“ เพลงเพราะจังเลย” มาร์คพูดขึ้นหลังจากที่ทั้งคู่ต่างไม่มีใครยอมหลบสายตาใคร แบมแบมยิ้มกว้างเมื่อได้ยินมาร์คพูดแบบนั้น

 

“ เพราะใช่มั้ย .... ขอบคุณที่ชมนะ” เขาว่า

 

“ แต่งเพลงใหม่เหรอ ไม่เห็นเล่าให้ฟังเลย” มาร์คขยับเข้าไปใกล้แบมแบม คนผมสีแดงเอียงศีรษะซบลงที่ไหล่เล็ก

 

“ เปล่าฮะ....นี่เพลงของคุณแม่...” แบมแบมพูด

 

“ อ่า.....” มาร์คยกศีรษะตัวเองขึ้น คนหน้าหล่อทำท่าคล้ายกับกำลังรู้สึกอึดอัดใจ

 

“ อาจารย์ให้แบมเล่นเปียโนปิดงานละครเวทีน่ะ” แบมแบมยิ้ม

 

“ อ่อ.....” มาร์คคล้ายกับกำลังอ้ำอึ้ง ไม่รู้ว่าควรจะถามประโยคไหนต่อไปดี

 

“ จริงๆอาจารย์มีเพลงให้แล้ว แต่เราคิดว่ามันไม่ค่อยพอเหมาะพอเจาะกับเนื้อเรื่อง เลยขอมาแต่งเองดู แต่ว่าแต่งไปแต่งมายังไงก็ไม่โอเคสักที อยู่ดีๆเพลงนี้ก็แว่บเข้ามาในหัว เราก็เลยลองมาเรียบเรียงใหม่นิดหน่อย...” คนตัวเล็กยังคงยิ้มแย้มให้กับคนรัก แบมแบมรู้ดีว่ามาร์คกำลังลำบากใจที่ตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้

 

เหมือนวันนั้นที่บ้านพี่มาร์คเลย

 

“ เฮ้, ยื่นมือมานี่สิ” แบมแบมแบมือออก มาร์คยื่นมือออกไปจับกับมือเล็กอย่างว่าง่าย

 

Listen…” คนตัวเล็กกดลงที่โน้ตหนึ่งของบันไดเสียงตรงหน้า แบมแบมค่อยๆปิดเปลือกตาลงอย่างเชื่องช้า ในขณะที่มาร์คเองก็เช่นกัน

 

“ ช่วงเวลาที่โน้ตเสียงหนึ่งต้องส่งผ่านไปยังอีกเสียงหนึ่ง มักจะแฝงความรู้สึกบางอย่างเอาไว้เสมอ ถ้าเรากำลังเศร้า นายจะรู้ และเช่นเดียวกันถ้าหากเรากำลังมีความสุข นายก็จะรับรู้ว่าเรานั้นมีความสุขมากมายแค่ไหน....”

I'm so glad I have you in my life.

 

นั่นคือทั้งหมดที่โน้ตเพลงบอก มาร์คยิ้มออกมาทันทีที่บทเพลงสั้นๆที่เล่าผ่านความรู้สึกของแบมแบมหยุดลง

 

Me too…” เขากระซิบเสียงเบาข้างๆหูของแบมแบมก่อนจะค่อยๆเลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ให้ริมฝีปากได้สัมผัสแก้มนิ่มนั่นอีกครั้ง

 

“ อยากให้ถึงวันงานเร็วๆจังเลยเนอะ เราอยากให้คนอื่นได้ฟังเพลงของคุณแม่....”

 

 

 

 

 

...............

 

 

สนามบิน/เกาหลีใต้.

 

                เสียงลากกระเป๋าและเสียงจากบรรยากาศที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา ชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเข้ม ก้าวเดินมาเคียงคู่กับเลขาหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา ร่างหนาในชุดสูทราคาแพงหยุดฝีเท้าลงเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตนยังไม่ได้บอกเรื่องสำคัญกับลูกน้องคนสนิท มิสเตอร์หวังหันหน้าไปหาเลขาหนุ่มก่อนจะยื่นกระเป๋าเอกสารสีน้ำตาลเข้มไปให้

 

“ เดวิดเรื่องวันงานละครที่มหาลัยแจ็คสัน ตอบตกลงท่านอธิการไปเลยนะว่าชั้นจะเข้าร่วมชมการแสดงด้วย.”

 

“ ครับบอส....”

 

ผมมาแล้ววิเวียน ผมมาแล้ว.....

 

 

...........
 

“ คุณพ่อมาถึงโซลหรือยังฮะ?” จูเนียร์เดินตรงเข้ามาหาแม่บ้านที่ในครัว มือข้างหนึ่งถือแก้วที่เคยมีนมสดอยู่เต็มแก้วเดินเข้ามาใกล้ หญิงชาวจีนรูบร่างท้วม

 

“ ถึงสักพักแล้วค่ะ คุณหวังกำลังมา” เธอวางผักสีเขียวในมือลงที่ถาดสีใส ใบหน้าแสนใจดีนั้นส่งรอยยิ้มอบอุ่นมาให้

 

“ คิดถึงคุณพ่อจัง ไม่ค่อยได้เจอกันเลย” จูเนียร์ทำแก้มป่อง

 

“ คุณท่านก็คงจะคิดถึงคุณหนูเล็กมากเหมือนกัน” เธอยิ้ม

 

“ วันนี้คุณป้าทำอะไรเป็นอาหารเช้าเอ่ย~~~” ถามออกมาเสียงใส พลางขาเรียวก็เดินเข้าไปใกล้หญิงรูปร่างท้วมที่กำลังยืนล้างผักอยู่

 

“ อ่า วันนี้อาหารเช้าเป็นแบบ American Breakfast นะคะ”

 

“ อ๋า~~~ผมอยากทานอาหารเกาหลีอ่ะ เบื่อ American Breakfast แล้ว” จูเนียร์ยู่จมูก

 

“ ค่า ค่า เดี๋ยวป้าจัดการให้นะคะ ตอนนี้คุณหนูเล็กไปปลุกคุณหนูใหญ่ก่อนเถอะค่ะ มันสายแล้ว”

 

“ พี่แจ็คตื่นนานแล้วฮะ อยู่ที่ห้องของเอ่อ.....” จินยองตอบเสียงเบา คนหน้าสวยแอบลอบถอนหายใจออกมา  เพราะไม่แน่ใจว่าจะต้องเรียกชื่อเจ้าของของด้วยสถานะไหน ยังไง

 

“ ห้องคุณวิเวียน...” แม่บ้านร่างท้วมพูดออกมาเสียงเบาขณะที่มือยังคงวุ่นอยู่กับผักหลากสีตรงหน้า 

 นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้ม เพ่งมองหยดน้ำจากก้อกที่กระเซ็นมาโดนพริกหยวกสีเหลืองเข้ม จูเนียร์เดินตรงเข้าไปหยิบผักขึ้นมาจากเคาท์เตอร์โดยที่ทั้ง หลี่จิ้ง และตัวเขาไม่มีใครพูดอะไรออกมาอีก

 

 

 

 

 

..........

 

แสงจากพระอาทิตย์เริ่มสาดเข้ามาภายในห้องสีขาว ประกายแสงสีส้มอ่อนๆตกกระทบเปียโนไม้หลังเก่า

เก่าแต่ทว่าถูกรักษาเอาไว้เป็นอย่างดี แจ็คสันลูกชายคนโตของบ้าน นั่งจ้องมองเครื่องดนตรีชิ้นใหญ่แบบนี้มาเกือบชั่วโมงแล้ว และมันจะเป็นแบบนี้ทุกครั้ง ทุกครั้งที่พ่อของเขาจะกลับบ้าน

 

เด็กหนุ่มจ้องมองบันไดเสียงตรงหน้าพร้อมภาพในอดีตที่ฉายวนไปมาอยู่ในห้วงความทรงจำ ความทรงจำที่มีความหวังรวมอยู่ในนั้น

 

 

“ หม่า ม๊า ฮือออออออ หม่าม๊า แจ็คสันจะหาหม่าม๊า ฮืออออออ”

“ พ่อขอโทษลูก พ่อขอโทษ พ่อสัญญา พ่อจะพาหม่าม๊ากลับมาหาแจ็คสันให้ได้

ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ตาม….

พ่อสัญญา....”

 

“ คนโกหก....” แจ็คสันพูดออกมาเสียงเบา เรื่องราวในอดีตที่พ่อบังเกิดเกล้ากระทำกับเขายังคงฝังใจแจ็คสันมาถึงทุกวันนี้ วันที่วิเวียนตั้งใจจะพาแจ็คสันไปด้วย แต่ถูกยัยผู้หญิงของพ่อมาฉุดกระชากลากตัวเขาเอาไว้ ทั้งๆที่เขาอยากจะไปกับแม่ใจจะขาด ยัยผู้หญิงใจร้ายคนนั้นทำให้หม่าม๊าร้องไห้ เขาเกลียดหล่อน เกลียดที่หล่อนมาแย่งคุณพ่อไปจากคุณแม่  เกลียดที่หล่อนทำให้คุณแม่ต้องไป แล้วเขาก็เกลียดพ่อตัวเอง

เกลียดที่ไม่พยายามรักษาคุณแม่เอาไว้ เขาเกลียด เกลียดพวกที่คอยทำลายครอบครัวคนอื่น

 

เขาเกลียด!

 

ใบหน้าหล่อเหลายังคงจ้องมองอยู่เพียงเปียโนหลังเก่า เครื่องเตือนใจเพียงชิ้นเดียวของวิเวียนที่ยังคงหลงเหลืออยู่ นอกนั้นยัยผู้หญิงของพ่อก็จัดการเอาไปทิ้งจนหมด ยัยคนใจร้าย ยัยแม่มด

 

 

เขายังคงจะประโยคสุดท้ายนั้นได้ขึ้นใจ

 

“แล้วแม่จะกลับมาหาหนู แม่สัญญา

 

เสียงเปิดประตูดังขึ้นช้าๆ ปลุกให้แจ็คสันตื่นจากภวังค์ คนหน้าเท่หันไปตามต้นเสียง ริมฝีปากหนายกยิ้มให้กับคนที่เดินเข้ามาใกล้

 

“ ลงไปทานข้าวได้แล้วล่ะค่ะคุณหนู...” หญิงวัยกลางคน ผู้ที่เลี้ยงดูแจ็คสันมาตั้งแต่เด็กพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงใจดี

 

“ ครับป้า” แจ็คสันว่าสั้นๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืน ทั้งคู่ยิ้มให้กันและกันก่อนที่แจ็คสันจะเดินเข้าไปประคองหญิงร่างท้วมแล้วเดินออกจากห้องไป

 

 

 

……….

 

 

 

อาหารเช้าถูกนำมาวางเอาไว้บนโต๊ะทานข้าวของตระกูลหวัง ทั้งหมดคืออาหารเรียบง่ายเหมือนอย่างที่เจ้าของบ้านชอบ ขนมปังปิ้ง สลัดผัก ถูกจัดให้อยู่ในจานสวยงาม ลูกชายคนเล็กของบ้านยิ้มหวานต้อนรับพี่ชายที่กำลังเดินเข้ามานั่งใกล้ๆ

 

“ อรุณสวัสดิ์ฮะ”

 

“ หวัดดีตัวแสบ” แจ็คสันลูบหัวจินยองเบาๆก่อนที่เด็กหนุ่มหน้าหวานจะเอียงแก้มให้พี่ชายหอมทักทายในตอนเช้า

 

“ ทำไมทำหน้าดีใจขนาดนั้น..” แจ็คสันว่า เมื่อยังไม่เห็นน้องชายหยุดยิ้มสักที

 

“ คุณพ่อจะกลับบ้านทั้งที ก็ต้องดีใจเป็นธรรมดาสิฮะ” จูเนียร์ยู่จมูก “พี่แจ็คสันก็เลิกทำหน้าบึ้งใส่คูณพ่อได้แล้ว” เขาว่าต่อ

 

แจ็คสันเงียบไปสักพักก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งที่เก้าอี้ข้างๆน้องชาย ใบหน้าหล่อจ้องมองอาหารเช้าตรงหน้าอย่างครุ่นคิดก่อนจะขยับเก้าอี้

 

“ ผมว่าผมยังไม่ทานดีกว่า” เขาหันไปพูดกับหลี่จิ้ง เธอส่ายหน้าเบาๆอย่างถอดใจกับปฏิกิริยาของพี่ชายคนโต จูเนียร์ม่อยหน้า ร่างบางถอนหายใจออกมาเบาๆ

 

ตั้งแต่เล็กจนโตมา นับครั้งเวลาที่เราสามคนนั่งทานข้าวด้วยกันได้เลย พี่แจ็คสันโกรธอะไรคุณพ่อขนาดนั้นนะ?

 

“ ไม่ต้องลุกไปไหน นั่งอยู่ตรงนั้นแหละ” เสียงทรงอำนาจของเจ้าของบ้านดังขึ้น แจ็คสันบ่ายหน้าหนีคนที่กำลังเดินเข้ามาในห้อง คนหน้าเท่หัวเราะหึในลำคอ

 

“ อดทนนั่งกินข้าวเช้ากับชั้นสักมื้อมันจะตายหรือไง” เขาว่าต่อ

 

“ หึ...ที่มันทรมานก็เพราะมันไม่ตายไงพ่อ”

 

“ ไอ้แจ็ค/พี่แจ็ค!” มิสเตอร์หวังตะเบ็งเสียงหน้าเครียด หนุ่มน้อยหน้าสวยหันไปปรามพี่ชายด้วยสีหน้าเป็นกังวล

 

“ เอาเถอะ วันนี้ชั้นจะไม่ต่อล้อต่อเถียงกับแก มากินข้าวกันเงียบๆอย่างครอบครัวปกติสักวันเถอะ” ชายวัยกลางคนในชุดสูทกล่าวเสียงเรียบ เขาถอนหานใจก่อนจะค่อยๆหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ราคาแพง

 

“ ครอบครัวนี้มันเคยปกติด้วยหรือไง” แจ็คสันพูดขึ้นมาลอยๆ

 

“ คุณหนูใหญ่....” หลี่จิ้งเอ็ดเสียงเบา เธอกดสายตาปรามๆไปหาแจ็คสัน หญิงร่างท้วมกดไหล่เด็กหนุ่มตัวโตให้นั่งลงกับที่

 

“...คุณพ่อ งานที่ NY เป็นไงบ้างครับ คุณพ่อเหนื่อยมั้ย...” เป็นจินยอง ลูกชายคนเล็กที่ต้องเปลี่ยนเรื่องชวน

ผู้เป็นพ่อคุย ไม่อย่างนั้นสงครามประสาทระหว่างแจ็คสันกับมิสเตอร์หวังคงไม่สงบลงง่ายๆ

 

 

“ ไม่เหนื่อยหรอกลูก แล้วลูกชายคนเก่งของพ่อล่ะ เป็นไงบ้าง” เขาหันมาพูดกับจูเนียร์เสียงนิ่ม

 

“ ผมไม่เหนื่อยเลยฮะ ไม่เหนื่อยแถมยังสนุกด้วย แต่จะดีกว่านี้มากๆ ถ้าได้อยู่ใกล้ๆคุณพ่อ...เอาไงดีให้ผมย้ายไป NY ดีมั้ยฮะ จะได้กลับไปอยู่ที่บ้านเราไง” จินยองยิ้มกว้าง มิสเตอร์หวังยื่นมือออกมาลูบหัวลูกชายคนเล็กด้วยความเอ็นดู

 

“หึหึ นึกยังไงอยากกลับ NY ตัวเองอยากมาอยู่นี่ใจจะขาดไม่ใช่หรือไง ฮึ?” เขาว่า

 

“คุณพ่ออ่ะ” จินยองยกมือขึ้นกอดอก ลูกชายคนเล็กยู่จมูกอย่างน่ารัก

 

“ เราไม่ต้องไปไหนแล้ว พ่อตัดสินใจแล้วล่ะ ว่าจะย้ายมาอยู่ที่นี่กับพวกลูกๆ....ดีมั้ย?” เขากวาดสายตาไปหาแจ็คสันในประโยคสุดท้าย เด็กหนุ่มตัวโตเบือนหน้าหนีหลังจากได้ฟังคำพูดของพ่อ

 

จะพยายามมาเป็นพ่อที่ดีอะไรตอนนี้ไม่ทราบ?..... เขาคิด

 

“ มันคงเป็นโชคชะตา ที่ทำให้พ่อเจอหนู ทำให้พ่อต้องมาอยู่ที่นี่ ที่เกาหลี” เขายิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน เมื่อนึกถึงใบหน้าของเธอผู้เป็นที่รัก หัวใจแห้งเหี่ยวของชายวัยกลางคนกลับมามีชีวิตอีกครั้งหลังจากที่ได้ยินข่าวดีจากเลขาหนุ่ม แม้จะเป็นเบาะแสเพียงเล็กน้อย แต่เค้าก็มั่นใจ

 

เค้าแน่ใจ ว่าวิเวียนจะต้องอยู่ที่นี่แน่ๆ

 

อยู่ที่ไหนสักแห่งในประเทศนี้...

 

และไม่ว่าจะต้องพลิกแผ่นดินหาเขาก็จะต้องหาเธอให้เจอ

 

“ เป็นความโชคดีของผมต่างหากที่ทำให้ผมได้เจอกับคุณพ่อ....กับพี่แจ็คสัน...ขอบคุณที่ให้ผมมาอยู่ด้วยนะฮะ” จูเนียร์ยิ้มกว้าง หัวใจของแจ็คสันคลายความรู้สึกขุ่นมัวในใจลง หลังจากได้ฟังสิ่งที่จูเนียร์พูด ร่างหนามองหน้าน้องชายด้วยความรู้สึกเป็นสุขในใจ มันจะดีแค่ไหนกันนะ ถ้าหากจูเนียร์เป็นน้องชายของเขาจริงๆ

 

“ พี่ก็ต้องขอบคุณนายนะ ขอบคุณที่เกิดมาเป็นน้องของพี่” เขายื่นมือออกไปลูบหัวจินยองเบาๆ

 

จูเนียร์ยิ้มขอบคุณ ขอบคุณหัวใจที่อบอุ่นของแจ็คสัน

 

 

..........

 

 

และแล้ววันแสดงละครเวทีประจำปีของมหาลัยก็มาถึง บรรดานักศึกษา ผู้บริหารทั้งอธิการและคณะบดีต่างก็นั่งรอชมผลงานของเพื่อนๆพี่ๆน้องๆร่วมสถาบันกันอย่างใจจดใจจ่อ แน่นอนว่างานนี้ไม่ได้มีเพียงแค่เหล่านักศึกษา หรือว่าอาจารย์ หากแต่ยังมีบรรดาสื่อต่างๆ รวมไปถึงแมวมองและเจ้าของค่ายเพลงหลายๆค่ายก็ได้รับเชิญให้มาดูงานในครั้งนี้ด้วย เพราะว่าที่นี่ คือมหาลัยศิลปะและการดนตรีอันดับหนึ่งของประเทศ

 

เสียงเซ็งแซ่ดังระงมไปทั่วทั้งโรงละครขนาดใหญ่ ผู้คนมากหน้าหลายตากำลังพูดจากันใจขณะที่สายตากวาดมองหาตำแหน่งที่นั่งชม ท่ามกลางคนทั้งหมดนั้น พื้นที่โซน VIP ด้านหน้าปรากฏร่างของมิสเตอร์หวัง นักธุรกิจเจ้าของค่ายเพลงอันดับต้นๆของโลก กำลังนั่งปรึกษาเรื่องบางอย่างกับเลขาหนุ่มอยู่

 

“ จากข้อมูลที่ได้มาล่าสุด คิมฮันมินเพื่อนของคุณวิเวียนเขาประสบอุบัติเหตุ เสียชีวิตไปแล้วเมื่อหลายปีก่อนครับ” เลขาหนุ่มพูดออกมาเสียงเศร้า แต่เสียงของเขาคงจะไม่เศร้าเท่ากับใบหน้าของคนที่กำลังฟังอยู่ตอนนี้

 

“ .........”

 

“ ตอนนี้เท่าที่คนของเราสืบพบ มีเพียงลูกชายของเขาที่อาศัยอยู่ที่อพาร์ทเม้นท์แถบชานเมืองครับ...”

 

“ แถบชานเมือง...แน่ใจนะเดวิดว่าเห็นแค่ลูกชายของเขา...” น้ำเสียงที่ฟังดูผิดหวังของผู้เป็นเจ้านายทำให้เลขาหนุ่มไม่อยากจะพูดต่อ

 

“ ครับ เจอแค่ลูกชายของเขา  แต่บอสไม่ต้องกังวลนะครับ เด็กคนนั้นเป็นนักศึกษาที่นี่ ผมจะหาทางพาเขามาเจอบอสนะครับ” เลขาหนุ่มในชุดสูทสีเข้มบอกกับผู้เป็นเจ้านายด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ใบหน้าของมิสเตอร์หวังดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาหลังจากได้ฟังคำของเลขา

 

มันมีบางอย่างที่ทำให้เขามั่นใจเหลือเกิน ว่าจะได้เจอกับเธอผู้เป็นที่รักอย่างแน่นอน

 

 

 

............




หลังจากที่ผู้ชมใช้เวลาหาตำแหน่งที่นั่ง ไม่นานนักไฟในโรงละครก็ดับลง เสียงที่เคยดังระงมค่อยๆเงียบลงจนกระทั่งได้ยินเสียงของลมมาจากเครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่ ไฟจากเวทีถึงเปิดขึ้นทีละดวง จนกระทั่งมองเห็นม่านสีแดงที่กั้นอยู่ระหว่างพื้นที่การแสดงและผู้ชม

 

ทันทีที่ม่านค่อยๆยกตัวขึ้น เสียงจากไวโอลินดังขึ้นเป็นเสียงแรก สปอร์ตไลท์ฉายไปรวมกันยังผู้เล่นที่ปรากฏตัวขึ้นกลางเวที



จิ้มเลยน้าา..♥

 

ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งยืนสีไวโอลินอยู่ในท่วงท่าสง่างาม บทเพลงที่เขาเล่นก็ช่างงดงามไม่มีที่ติ ทุกๆโน้ต ทุกๆจังหวะที่เขาบรรเลงเล่น   แสงไฟที่สาดส่องไปยังใบหน้าหล่อเหลาตรึงให้คนดูจับจ้องมองอยู่ทุกท่วงท่า

เสียงเพลงสะกดใจคนดูตั้งแต่โน้ตเสียงแรกจนกระทั่งเพลงจบ เสียงปรบมือดังขึ้นในจังหวะที่ผู้เล่นหยุดค้างจังหวะ ก่อนจะสิ้นเสียงลากคันชักครั้งสุดท้าย   ชายหนุ่มก้มโค้งให้กับคนดูพร้อมๆกับเสียงปรบมือที่ยังคงดังขึ้นและดังขึ้น

 

ช่างเป็นการเปิดม่านการแสดงที่สมบูรณ์แบบไม่มีที่ติ

 

ฉากม่านปิดลงอีกครั้งแสงไฟสีส้มที่สว่างไสวอยู่เมื่อสักครู่ ก็ดับลงไปเช่นกัน เกิดความเงียบขึ้นอีกครั้ง พร้อมๆกับทุกสายตาที่จับจ้องไปยังเวทีขนาดใหญ่นั้นเป็นสายตาเดียว ทุกคนต่างรอคอยให้ม่านแดงเปิดขึ้นอีกครั้งอย่างตั้งใจ

 


จิ้มเลยน้าา..♥

 

เสียงร้องดังออกมาขณะที่ม่านค่อยๆเปิดขึ้น แม้ยังไม่ได้เข้าสู่ท่อนแรกของบทเพลง แต่เพียงแค่เสียงเอื้อนเอ่ยก็เรียกเสียงปรบมือจากผู้ชมนับพันคนในโรงละครให้กังขึ้นแทบจะพร้อมกัน แสงไฟค่อยๆฉายไปยังเรือนร่างบอบบางบนเวทีนั้น แบมแบมยืนอยู่ท่ามกลางวงออเครสต้าที่กำลังบรรเลงเพลงให้เขาร้อง ข้างๆแบมแบมก็คือยองแจ ผู้ที่ได้รับเลือกให้มาทำหน้าที่นี้เช่นเดียวกัน เด็กหนุ่มหน้าตาน่ารักทั้งสองคนต่างทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีอย่างไม่ที่ติ เช่นเดียวกันกับเพื่อนนักดนตรีด้านหลัง รอยยิ้มแสนสดใสปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวยครั้งแล้วครั้งเล่า เหล่าผู้ชมต่างก็รู้สึกอิ่มเอมไปกับบทเพลงที่แสนไพเราะ เพลงที่พวกเขาเลือกมาช่างเหมาะที่จะนำมาเปิดฉากการแสดงเหลือเกิน

 

ขณะที่ทุกสายจับจ้องไปยังข้างบนเวที ยังมีดวงตาคู่หนึ่งที่จ้องมองไปยังร่างเล็กๆนั้นเพียงคนเดียว  ราวกับว่าเขาถูกสะกดให้มองเห็นเพียงเด็กคนนี้เท่านั้น...

มิสเตอร์หวังเฝ้ามองดูทุกท่วงท่าของแบมแบมแทบจะไม่ละสายตาไปไหนเลยจนกระทั่งม่านถูกปิดลง

 

 

‘His smile reminds me of someone...’

 

รอยยิ้มของเด็กคนนั้นทำให้เค้านึกถึงใครบางคน....

 

 

 

แปลกจริงๆ เขาไม่เคยเจอหน้าเด็กคนนี้ด้วยซ้ำ แต่ว่ารอยยิ้มนั้นกลับทำให้เขารู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด

 

 

 

 เด็กคนนั้นเป็นใครกันนะ...?

 

 

 

 

..........

 

 

 

“ คนเก่งของพี่..” มาร์คตรงเข้าไปหาร่างเล็ก ทันทีที่เจ้าตัวเดินกลับเข้ามาหลังเวที เด็กหนุ่มผมสีแดงหอบดอกไม้ช่อใหญ่มาให้คนรัก

 

“ พี่มาร์ค....รีบมานี่ทำไม แบมยังแสดงไม่จบเลยนะ...” คนตัวเล็กยิ้มกว้าง สายตาของมาร์คและแบมแบมเวลาที่มองกันและกันมันช่างเต็มไปด้วยความรัก ยองแจที่ยืนอยู่ด้วยต้องอดอิจฉาไม่ได้

 

มันดีจริงๆเลยนะที่ตอนนี้แบมแบมมีมาร์คอยู่ด้วยกัน

 

“ ไม่รู้ล่ะ พี่อยากมาให้กำลังใจแบมก่อนใคร” มาร์คพูดขณะที่สายตาตวัดไปหาเด็กหนุ่มอีกคนที่กำลังนั่งเช็ดแซกโซโฟนอยู่ใกล้ๆ

 

แบมแบมอมยิ้มเมื่อเลื่อนสายตาไปมองตามมาร์ค

 

คนบ้า.... แบมแบมคิด

 

 

การแสดงละครเวทีจากเหล่านักศึกษาภาควิชาการแสดงดำเนินเรื่องไปอย่างเข้มข้น สวยงาม และสมบูรณ์แบบตามที่ได้ทุ่มเทซ้อมกันมาอย่างเหน็ดเหนื่อยกินเวลาหลายเดือน  เสียงปรบมือ เสียงหัวเราะ และเสียงสะอึกสะอื้นที่เล็ดลอดมาให้ได้ยินบ้างเป็นระยะทำให้เหล่าผู้แสดงต่างพากันพออกพอใจกับผลลัพธ์ที่ได้ คนดูมีอารมณ์ร่วมไปด้วย คนแสดงแบบเราก็พลอยชื่นใจ

 

“ เดี๋ยวเราต้องตรียมตัวขึ้นแสดงปิดแล้ว ขอบคุณสำหรับดอกไม้นะฮะ” แบมแบมก้มลงไปหอมแก้มมาร์คผู้ที่นั่งอยู่บนเก้าอีสีแดงสด คนหน้าหล่อยิ้มให้พร้อมๆกับพยักหน้า ก่อนที่ร่างสูงจะตัดสินใจ

ดึงร่างแบมแบมมากอดเอาไว้

 

“ ตั้งใจเล่นเพลงนี้ให้มากๆล่ะ เข้าใจมั้ย” เขาพูด

 

“ รู้แล้วน่า พี่มาร์คออกไปนั่งที่เดิมตัวเองได้แล้ว ระวังอดเห็นเราเล่นเปียโนนะ” แบมแบมยิ้ม

 

“คร๊าบ คร๊าบ ไปเดี๋ยวนี้ล่ะ” มาร์คยืนขึ้นและไม่ลืมจะบิดจมูกรั้นนั้นอย่างเอ็นดูก่อนจะเดินออกไป

 

“ น่าอิจฉาจังเลยน้า~~~~~~~” เสียงของยองแจแซวขึ้นมาทันทีทีมาร์คเดินออกไป

 

“ อะไร...” แบมแบมพูดเสียงเบา แก้มนิ่มขึ้นสีแดงอย่างน่ารัก

 

“ หอมแก้มเราบ้างดิ ตั้งแต่เป็นเพื่อนกันมายังไม่เคยหอมเราสักครั้งเลยนะ” ยองแจทำท่างอน

 

“ เชวยองแจ....พอได้แล้วน่า...” แบมแบมเขินจนเผลอหยิกเข้าที่แขนของเพื่อน

 

“ แหมๆๆ พอก็ได้ ทีหลังก็อย่ามารักกันต่อหน้ามากดิ คนมันก็อิจฉานะเว้ยยย” เขาพูด แม้ในน้ำเสียงนั้นจะยังทำเป็นว่าสดใส แต่แบมแบมก็รู้ดีว่าข้างในใจของยองแจ ยังคงหม่นหมองเรื่องของเขากับแจ็คสันอยู่แน่ๆ

 

เราขอโทษนะยองแจ แต่ไม่ว่ายังไงเราจะทำให้นายกับพี่แจ็คสันคืนดีกันให้ได้ ....

 


............

 

 

                ม่านสีแดงถูกปิดลงอีกครั้ง พร้อมเสียงกระหึ่มปรบมือดังก้องไปทั่วทั้งโรงละคร แบมแบมยกมือขึ้นทาบอก ร่างเล็กสูดลมหายใจเข้าออกช้าๆเป็นการคลายความตื่นเต้น เขาจะต้องขึ้นไปเดี่ยวเปียโนเพื่อเป็นการปิดม่านการแสดงของฤดูกาลนี้แล้ว โอกาสที่ได้รับมาแบมแบมจะตั้งใจทำออกมาให้ดีที่สุด  เพื่อคนที่แบมแบมรัก

 

                เท้าเล็กก้าวเดินขึ้นบันไดอย่างระมัดระวัง ทุกอย่างก้าวแบมแบมนึกถึงแต่ใบหน้าของมารดาผู้ให้กำเนิด คนตัวเล็กกำล็อกเก็ตที่ภายในมีรูปของคุณแม่เอาไว้แน่น พอดีกับที่ตัวเขาเดินมาถึงด้านหน้าเปียโนหลังงามที่ตั้งอยู่กลางเวทีพอดี

 

 

                แบมแบมสูดเอาลมหายใจเข้าจนเต็มปอดแล้วค่อยๆผ่อนลมออกอย่างช้าๆ มือคู่สวยวางทาบอยู่บนตำแหน่งของบันไดเสียงตรงหน้าอย่างเตรียมพร้อม ดวงตากลมโตจ้องมองไปยังม่านสีแดงที่ดันระหว่างเขากับผู้ชม รอคอยวินาทีที่ม่านนั้นจะยกตัวสูงขึ้น ฉากละครเวทีที่เต็มไปด้วยดอกไม้หลากสีสันรายล้อมอยู่รอบๆตัวเขา แสงไฟดวงแรกสว่างขึ้นพร้อมกันกับที่ม่านค่อยๆยกตัวสูงขึ้นจากพื้นเวที

 

แบมแบมยังคงนั่งนิ่งรอจังหวะเวลา ให้แสงเจิดจ้าที่กำลังสาดส่องไปมาหยุดลงตรงที่เขานั่งอยู่

 

เสียงโน้ตแรกเกิดขึ้นทันทีที่นิ้วเรียวสวยกดลงไปยังบันไดเสียงห้องที่สอง ก่อนที่โน้ตเสียงอื่นจะตามมาอย่างลื่นไหล ช่างเป็นบทเพลงที่ไพเราะ สวยงาม ทุกๆโน้ตเสียงและเมโลดี้แสนหวานั้น พาให้คนในโรงละครต่างรู้สึกอิ่มเอมใจอย่างบอกไม่ถูก ทั้งตัวผู้เล่นเองที่สะกดคนดูเอาไว้อย่างอยู่หมัด ท่วงท่า วิธีที่เขาบรรเลงเพลงมันช่างหน้ามอง หน้าหลงใหลไปหมด

 

เหล่าผู้ชมทั้งหลายต่างให้ความสนอกสนใจกับนักดนตรีตัวเล็กคนนี้กันอย่างล้นหลาม เช่นเดียวกันกับชายวัยกลางคนที่กำลังจ้องมองร่างนั้นอย่างไม่วางตาเช่นกัน

 

 

ราวกับเวลาหยุดหมุน มิสเตอร์หวังจ้องมองดูคนบนเวทีนั้นด้วยหัวใจที่สั่นไหว และไหวสั่น ชายแก่ในชดสูทสีอ่อนถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่ ยิ่งฟังเสียงเพลงยิ่งแน่ชัด ยิ่งฟังยิ่งแน่ใจ

 

นี่คือเพลงของวิเวียนไม่ผิดแน่

 

เพลงที่วิเวียนเขียนให้เขาในวันที่เราแต่งงานกัน

 

เด็กคนนี้กำลังเล่นเพลงของวิเวียน

 

เธอผู้เป็นที่รักของเขาอยู่ที่นี่ไม่ผิดแน่

 

แม้ไม่รู้ว่าเด็กคนที่กำลังเล่นเพลงคือใคร แต่ก็ขอบคุณที่ทำให้เค้ารู้ว่าความหวังที่จะได้เจอกันหลายสิบปีมันไม่สูญเปล่า

 

ขอบคุณนะเจ้าหนู...

 

ขอบคุณ.....

 

 

 

...............

 

 

 

ทันทีที่จบการแสดง มิสเตอร์หวังรีบรุดไปยังหลังเวทีเพื่อมองหาแบมแบม เด็กนักศึกษามากมายที่ยืนแออัดกันอยู่ทำให้เขามองหาเด็กคนนั้นได้ไม่ถนัดนัก แต่ยังไงเขาก็ต้องเจอให้ได้

 

ต้องเจอกับเด็กคนนั้นให้ได้

 

 

ในขณะที่กำลังลุกลี้ลุกลนมองหาเพียงร่างของเด็กชายตัวเล็ก มิสเตอร์หวังไม่ทันได้สังเกตว่ามีคนกำลังจะเดินผ่านไป เด็กหนุ่มนักศึกษาสามถึงสี่คนกำลังช่วยกันหอบเอาเครื่องเป่าทั้งหลายกลับไปเก็บยังห้องเก็บเครื่องดนตรี ไม่ทันได้ระวังจึงชนคุณลุงใส่ชุดสูทล้มลงไปที่พื้น

 

ทั้งแซกโซโฟน ฟลุท  ทรัมเป็ต หล่นลงกระจัดกระจายเต็มพื้น เหตุการณ์นั้นหยุดเสียงโหวกเหวกด้านหลังเวทีลง เด็กทุกคนหันมามองที่ตรงต้นเสียงอย่างพร้อมเพรียงกัน

 

นักศึกษาดนตรีกล่าวขอโทษชายวัยกลางคนก่อนที่พวกเขาจะรีบก้มเก็บอุปกรณ์ทางดนตรีขึ้นมา ทิ้งให้ชายวัยกลางคนเสียหลักนั่งอยู่ที่พื้นตรงนั้น  เขาควานหาที่จับเพื่อจะลุกขึ้นยืนแต่ด้วยวัยแล้ว ทุกอย่างดูเหมือนจะช้าไม่ทันใจตัวเองไปซะหมด มิสเตอร์หวังก่นด่าตัวเองอยู่ในใจ ไม่ว่ายังไงเขาจะเสียโอกาสนี้ไปไม่ได้

มือเหี่ยวยังคงคว้าหาที่ยึด จนกระทั่งมีมือเล็กๆคู่หนึ่งยื่นออกมาให้เขาจับ

 

“ คุณลุง....ให้ผมช่วยนะครับ.....”

 

 









 

   ♥♥♥




#TBC.




รักนะคนอ่าน.
จุ๊บ.


 

**** Special Thanks for the song ‘The Power of love’  by Gabrielle Aplin

And the Violin song  ‘Smoke Gets In Your Eyes (Musica de Violin)’ *****

 

 

#ฟิคทำนองรัก
ไอรีน.


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

4,351 ความคิดเห็น

  1. #4271 Zevaaa (@SSSieam) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 21:08
    เห้ยยยยยยยย จริงดิ อห พีคไป// ขอบคุณไรท์มากๆนะคะที่แต่งเรื่องดีๆแบบนี้ให้ได้อ่าน^^
    #4271
    0
  2. #4231 anMarkBambamGOT7 (@anMarkBambamGOT7) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2560 / 18:53
    วิเวียน แม่ของแบม แบมก็เป็นน้องแจ็คสัน?!
    #4231
    0
  3. #4101 Moko87 (@mokomoko87) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2559 / 23:42
    โอ้ ลุ้นๆ
    #4101
    0
  4. #3940 BamG97_ (@sasikanr_) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2559 / 17:50
    โครตพีคแบบอหหมากกก0o0 คือพเป้นพี่น้องกันกรี้ดดดจะยังไงล่ะที่นี่แจ็คแกจะคุยดีกะน้องไมม> <
    #3940
    0
  5. #3909 KTuaninuninen7 (@KTuaninuninen7) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2559 / 14:55
    อ่านตอนนี้แล้วร้องไห้เลย ไม่รู้ทำไมถึงร้อง ร้องตั้งแต่ที่สายตาพ่อของแจ็คสันเหมือนสะกดให้มองแบมร้องเพลงบนเวที มันเหมือนโชคชะตาเนอะที่ทำให้อยู่ๆแบมอยากเล่นเพลงของแม่ เลยทำให้พ่อลูกได้เจอกัน
    #3909
    0
  6. #3754 Ondine (@lilfluffy) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 7 เมษายน 2559 / 09:06
    อะโหยยยย พีคไปอีก เป็นน้องพี่แจ๊ค รู้สึกดีที่แยมได้เจอแต่เรื่องดีๆบ้างแล้ว
    #3754
    0
  7. #3479 MBKY; (@withmbky) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 15 มกราคม 2559 / 20:02
    ฮืออออออ ดีใจอะ ที่อย่างน้อย แบมแบมก็ยังมีพ่ออยู่ เอาไงละแจ็ค จะทำไง แบมแบมเป็นน้องแกเนี่ย
    ดูสิแล้วดูทำกับแบมนะ หึ แบนแจ็คแล่ว เชอะ
    #3479
    0
  8. #3416 "นรี" (@raindemon) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 4 มกราคม 2559 / 12:58
    ว่าแล้วเชียวว่าน้องแจ็ค TT
    #3416
    0
  9. #3384 opel_zuza (@marang-zangkoong) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2558 / 18:16
    โอ้โหหหหหหหหหหห งั้นตอนนี้แจ็คแจ็คของเรา(?)ก็กำลังเกลียดน้องชายในไส้ตัวเองอยู่อ่ะดิ -0-

    เลิกเดี๋ยวนี้นะ!!! เดี๋ยวตีเลย!!! ยองแจ จัดไป 5555555
    #3384
    0
  10. #2571 ENED (@ENED) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2558 / 11:52
    สงสารชีวิตของแบมๆจัง ฮืออออออออออ
    #2571
    0
  11. #2460 VONGO (@KOYO1994) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2558 / 23:16
    รักไรท์ สู้นะ เราอินกับฟิคเรื่องนี้มากจริงๆ
    #2460
    0
  12. #1886 Chibamie (@parpaa) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2558 / 23:59
    มิสเตอร์หวังเป็นพ่อแบมหรอออ ถ้าใช่นี่ปริ่มมากเลยอ่าาา
    #1886
    0
  13. #1811 yingbuakan9 (@yingbuakan9) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2558 / 19:26
    ดีใจกับน้องแบม อ่ะ น้องจะได้เจอครอบครัวแล้ว แง้ๆๆ
    #1811
    0
  14. #1769 BB1a_38 (@golf_ryoma) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2558 / 23:31
    ทั้งตื่นเต้น ลุ้นว่า มิสเตอร์หวังจะเจอแบมไหม ทั้งเขินนนนพี่มาร์ค ทั้งลุ้นพี่แจ็ค ลุ้นจินยอง โอ้ววววว ตื่นเต้นนน
    #1769
    0
  15. #1731 Tooktaja (@tooktaja) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2558 / 04:34
    คิดถึงไรท์สุดสุด  คิดถึงมาร์คแบมด้วย ฮืออออออออ
    #1731
    0
  16. #1700 too love (@babbu) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2558 / 22:52
    หง่ะอ่านแล้วอินจัดอ่ไรท์
    #1700
    0
  17. #1699 Lee (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2558 / 20:54
    น้องแบมจะเจอคุณพ่อแล้วลุ้นจุง...ไรท์ค่ะเรารอนะสู้ๆ
    #1699
    0
  18. #1698 yadara (@yadara) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2558 / 08:46
    ลุ้นสุดๆๆๆ หายใจไม่ทั่วท้องเลย ไม่รู้ว่าการที่แบมแบมจะได้เจอมิสเตอร์หวังมันจะดีไหม ขอให้มันดีนะ อยากให้ทุกอย่างดีขึ้น เราสงสารแบมแบมมากๆๆ

    แจ็คเกลียดแบมแบมเพราะคิดว่าแบมแบมแย่งมาร์คไปจากเนียร์สินะ เหมือนที่ผู้หญิงคนนั้นทำให้วิเวียนจากไปป

    ฮือออออ จะร้องแต่ร้องไม่ออกมันจุก มันติดที่คอ อยากให้ทุกอย่างดีขึ้นจริงๆ

    แต่เหนือสิ่งอื่นใดเรายังเชื่อใจมั่นใจและให้กำลังใจในความรักของมาร์คกับแบมแบมนะ อย่าให้คนใดคนหนึ่งต้องปล่อยมือหรือหนีหายไปจากกันอีกเลย เวลาที่หายไปที่ไม่ได้เจอกันทั้งๆที่รักกันคิดถึงกัน แค่นี้มันก็ทรมารมากแล้ว ไม่อยากให้ทั้ง2คนจากกันอีกแล้ววววว T____T
    #1698
    0
  19. #1697 prangsira (@prangsira) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2558 / 04:04
    ขอบคุณนะค๊าาา คนที่ยื่นมือไปคืนแบมใช่มั้ย อยากให้เข้าใจกัน อยากให้แบมมีความสุขสักที
    #1697
    0
  20. #1695 boweedylan (@boweedylan) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2558 / 00:31
    ไรท์มาเร็วๆน๊าา  อย่าหายไปนานนน   สู้ๆนะค่ะ
    #1695
    0
  21. #1694 ยัยแม่มด (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2558 / 23:41
    แบมจะได้เจอพ่อแล้วใช่มั้ย คนที่ยื่นมือช่วยคือแบมรึป่าว อดคิดไม่ได้ว่าถ้าความจริงเปิดเผยว่าแบมเป็นลูกมิสเตอร์หวัง เป็นน้องของแจ็คสัน แจ็คจะยอมรับแบมมั้ย แจ็ครักเนียร์มาก และคิดว่าแบมแย่งมาร์คจากเนียร์ไป แจ็คจะยอมรับแบมใช่มั้ย ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ เท่ากับว่าทุกอย่างที่จูเนียร์เคยได้รับ จะกลายเป็นของแบมไปทันที ทั้งตำแหน่งคุณหนูเล็กของบ้านที่มีแต่คนรุมเอาใจ เหมือนกับว่าเนียร์เข้ามาแล้วได้รับทุกอย่างที่ควรจะเป็นของแบมไปหมด รวมทั้งพี่มาร์คด้วย แต่ตอนนี้เหมือนกับว่าแบมกำลังจะได้รับทุกอย่างที่เป็นของตัวเองคืน เนียร์ก็จะกลายเป็นคนที่น่าสงสารที่สุด แต่ว่าก่อนจะมาถึงวันนี้แบมลำบากมาตลอดน่ะ แต่เนียร์ลำบากแค่แรกๆหลังจากนั้นก็สุขสบายมาตลอดเลย ปล่อยให้แบมได้มีความสุขกับทุกอย่างที่ควรจะเป็นของแบมด้วยเถอะน่ะ แบมโดดเดี่ยว อยู่คนเดียวมานานมากแล้ว ถึงเวลาที่แบมจะได้รับความรักความอบอุ่นกลับมาสักที หวังว่าพี่มาร์คคงไม่คิดจะกลับไปหาเนียร์เพราะความสงสารหรอกน่ะ

    ปล. เข้ามาอ่านซ้ำเกือบทุกวัน รอไรต์คนเก่งมาอัพ ติดเรื่องนี้มาก
    #1694
    0
  22. #1693 yahkruy (@yahkruy) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2558 / 23:33
    จะได้เจอกันแล้วพ่อลูกจะได้เจอกันแล้ว รอลุ้นตอนหน้าต้องมีเสียน้ำตาแน่ๆเลยอ่ะ



    #1693
    0
  23. #1689 stop (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2558 / 17:38
    จะได้รุ้ความจริงกันแล้ว ทุกคนจะได้เข้าใจกันเสียที

    รอ ๆ ๆต่อไปคร้าาา
    #1689
    0
  24. #1688 Pastella Pastella (@pastella-1989) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2558 / 16:42
    หายใจไม่ทั่วท้องเลย
    #1688
    0
  25. #1687 Nathamon Keawjam (@lovefanxing) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2558 / 16:34
    ถ้าจะมีดราม่าขอเป็นดราม่าสุดท้ายเถอะ สงสารแบมเหลือเกินแล้ว พี่แจ็คก็อีกฟังก่อนดิเฮ้ย
    #1687
    0