- I will always love you -[GOT7 MarkBam]

ตอนที่ 26 : - Apologize -

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,434
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    14 ม.ค. 59

- I just want to say that ‘I am really sorry’ -

 

 

“ เลิกเรียนแล้วเจอกันตรงนี้นะ”  มือหนายื่นออกไปขยับผ้าพันคอสีหวานบนตัวอีกคนให้เข้าที่ ร่างบางเงยหน้าขึ้นมองคนรัก แก้มนิ่มขึ้นสีแดงอย่างน่ารัก

 

 

“ อื้อ”  ร่างบางตอบกลับ ริมฝีปากอิ่มส่งยิ้มหวานมาให้  มาร์คยิ้มตอบก่อนที่ต่างคนจะต่างแยกกันเดินไปคนละทาง

 

 

ความเป็นห่วงก่อตัวขึ้นจนทำให้คนผมสีแดงจำต้องหันกลับไปมองร่างบอบบางที่กำลังเดินไกลออกจากสายตาเขาไปเรื่อยๆ

 

หวังว่าคงจะไม่เป็นไรนะ

 

 

เช้าวันจันทร์ที่แสนสดใส อากาศเย็นแต่ทว่าก็ยังพอรู้สึกถึงไออุ่นจากดวงอาทิตย์ที่วันนี้เล่นซ่อนหากับปุยเมฆ  บรรยากาศภายในมหาวิทยาลัยก็ยังคงเต็มไปด้วย เสียงเพลงจากเครื่องดนตรีหลายชนิดเช่นทุกวัน

แบมแบมในชุดนักศึกษาถูกระเบียบตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า ก้าวเดินผ่านเส้นทางที่คุ้นตา  ขาเรียวเดินไปเรื่อยๆเพื่อตรงไปยังคลาสเรียนของเด็กปีหนึ่ง ร่างเล็กเผลอถอนหายใจเมื่อมองเห็นเหล่าเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ตามโถงทางเดิน บ้างก็ยืนเป็นคู่ บ้างก็ยืนกันอยู่เป็นกลุ่ม   เสียงหัวเราะ เสียงพูดจา ท่าทางที่พวกเขาแลกเปลี่ยนบทสนทนากัน ยิ่งทำให้แบมแบมอยากเร่งฝีเท้าเดินเข้าไปในห้องเรียน

 

นึกเกลียดความสันโดษเอาก็วันนี้แหละ

 

พอก้าวเท้าเข้ามาในห้อง ร่างบางก็ยังเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเจอกับเหล่าเพื่อนๆที่ตอนนี้นั่งจับเจ่า เล่าเรื่องราวนู่นนี่ให้กันและกันฟังอยู่ ดวงตากลมมองไปยังรอบๆห้องเพื่อหาที่นั่งว่างสำหรับตัวเอง

 

วันนี้ หาเก้าอี้ว่างให้กับตัวเองเพียงคนเดียวแล้วกันนะแบมแบม

 

ปลายผ้าพันคอสีหวานสะบัดปลิวยามเมื่อลมจากด้านนอกพัดผ่านเข้ามาตรงหน้าประตูที่แบมแบมยืนอยู่

 

“ อ้ะ” เสียงอุทานเกิดขึ้นหลังจากที่ร่างเล็กรู้สึกถึงแรงกระแทกที่หัวไหล่

 

“ ยองแจ........” เสียงหวานเอ่ยกระซิบเรียกชื่อเพื่อนรักเพียงแผ่วเบา เมื่อร่างนั้นจงใจจะเดินชนให้คนตัวเล็กได้เสียหลัก เด็กหนุ่มตาตี่หันกลับมามองหน้าอีกคนด้วยสายตาที่ไม่ได้เป็นมิตรเหมือนอย่างเก่า...

 

คนตัวเล็กส่งรอยยิ้มไปทักทายแต่ทว่าสิ่งที่ให้ไปกลับได้คืนมาเพียงเสียงหัวเราะหึในคำคอที่ดูจะมีอารมณ์อื่นแฝงอยู่ผ่านดวงตาที่เคยยิ้มให้เขาตลอดหลายปีที่ผ่านมา ....

 

พวกเราจะกลายเป็นแบบนี้จริงๆน่ะเหรอ?

......

                

“ เอาล่ะค่ะ นักศึกษา เปิดหนังสือไปหน้าที่ 79 ..” อาจารย์สาวสวยเจ้าของวิชาเรียนในวันนี้ ก้มลงมองหนังสือที่วางอยู่บนแท่นไม้สีน้ำตาลอ่อน เธอเหลือบสายตามองดูนักศึกษาในชั้นเรียนอยู่เป็นระยะ

เสียงพลิกหน้ากระดาษดังเป็นจังหวะประหลาดยามที่เหล่านักศึกษาทั้งชายและหญิงต่างตั้งหน้าตั้งตาเปิดหาหน้าหนังสือที่ครูผู้สอนเพิ่งจะเอ่ยถึงกันอย่างตั้งอกตั้งใจ

 

Poem... ” เด็กหนุ่มเรือนร่างบอบบางพูดเสียงกระซิบ เมื่อเลขหน้าหนังสือหยุดลงตรงที่เลข 79 นิ้วเรียวยกขึ้นลูบเบาๆยังหมึกสีเข้ม  แบมแบมไล่นิ้วไปตามตัวอักษรทีละบรรทัด ดวงตากลมโต จ้องมองเพียงแผ่นกระดาษสีน้ำตาลอ่อนตรงหน้า

 

“ บ้าจริง..” เด็กหนุ่มตาตี่ที่นั่งอยู่ด้านข้าง สบถออกมาเมื่อเจ้าตัวพยายามรื้อหาหนังสือเรียนที่อยู่ในกระเป๋า แต่ว่าหายังไงก็หาไม่เจอ นิสัยติดขี้ลืมที่เจ้าตัวเกลียดนัก แต่แก้ยังไงก็ไม่หายสักที

 

“ เอ่อ...ดูกับเราก่อนมั้ย” แบมแบมเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงและท่าทางกล้าๆกลัวๆ เกรงว่าอีกฝ่ายอาจจะรำคาญใจ ก็สิ่งที่อีกคนแสดงออกไปเมื่อตอนเช้า ยังคงติดอยู่ในความรู้สึกของเขาอยู่เลย

 

“ .....” ยองแจเพียงแค่เหล่ตามามองคนที่เขาเคยเรียกว่าเป็นเพื่อนรัก  ใบหน้าเรียบเฉยเบือนหน้าหนีไปอีกทาง

 

แบมแบมลอบถอนหายใจกับท่าทีที่อีกฝ่ายตอบกลับมา  ยองแจคงจะโกรธเขามากจริงๆสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้น คนตาตี่ยังคงเข้าใจว่าแบมแบมกับมาร์คแอบคบกันทั้งๆที่มาร์คมีจูเนียร์อยู่ เรื่องแบบนี้ไม่มีทางที่ยองแจจะรับได้ ถึงแม้อีกฝ่ายจะเป็นเพื่อนรักของตัวเองก็ตาม

 

 

ทำแบบนี้น่ะ มันไม่ถูกต้อง!

 

 

มือขาวล้วงหยิบปากกาในกระเป๋าขึ้นมาขีดเขียนกระดาษตรงหน้าที่มันว่างเปล่า

เสียงจากปลายแหลมของรองเท้าส้นสูงกระทบกับพื้นหินอ่อนดังเป็นจังหวะ ยามที่อาจารย์สาวสวยเธอเดินไปมาอยู่ด้านหน้าห้องเรียน

 

 

Sometimes it’s not the song that makes you emotional, it’s the people and the things that come to your mind when you hear it”

 

 อาจารย์สาวเอ่ยประโยคหนึ่งขึ้นมาหลังจากที่ปล่อยให้เหล่านักศึกษาอ่านสิ่งที่อยู่บนหน้ากระดาษ

 

“ ไหนใครลองแปลให้ครูฟังหน่อยซิ ....... เชว ชางมิน นาย ลุกขึ้น” เธอใช้ไม้คุมวงที่ถืออยู่ติดตัวชี้ไปทางเด็กหนุ่มหน้าตาคมเข้ม คิ้วเข้มๆทั้งสองข้าง รับกันดีกับตาสองชั้นและผิวสีแทน เจ้าของชื่อลุกขึ้นยืนใบหน้าหล่อครุ่นคิดกับประโยคที่ฟังอยู่พักหนึ่ง

 

“ บางครั้งอาจไม่ใช่บทเพลงที่ทำให้เรารู้สึก หากแต่คือผู้คนและบางสิ่งต่างหากที่เข้ามาในห้วงอารมณ์ยามที่เราได้ยินบทเพลงนั้น”

 

“ ดีค่ะ นั่งลง” เธอพยักหน้า

 

“ สิ่งที่เราจะเรียนกันในวันนี้ก็คือ  การเข้าถึงอารมณ์ของบทเพลง ไม่ว่าพวกเธอในชั้นเรียนนี้จะอยากเป็นนักแต่งเพลง นักแต่งเนื้อร้อง หรือนักร้องก็ตาม สิ่งที่พวกเธอจะต้องมีเสมอ นั่นคือ อารมณ์และความรู้สึก -

 

 

 

พวกเธอเคยสงสัยกันมั้ยว่าทำไมเวลาฟังเพลงบางเพลงจึงได้รู้สึกมีความสุขนัก และ หรือบางครั้งที่ได้ยินบางบทเพลง จึงได้รู้สึกว่ามันเศร้านัก”

 

เหล่านักศึกษาชายหญิงที่นั่งอยู่ในห้องเรียน ต่างครุ่นคิดถึงสิ่งที่ครูผู้สอนกำลังพูดบอก บ้างก็นึกเคาะปากกาเป็นจังหวะ ยามเมื่อนึกถึงบทเพลงบางเพลงที่ดังขึ้นมาในใจ

 

หลังจากที่ห้องเรียนตกอยู่ในความเงียบ  ไม่นานนักเสียงพูดคุยกันก็เริ่มดังขึ้น เพื่อนนักเรียนที่นั่งข้างกัน ต่างกระซิบกระซาบพูดถึงเรื่องบทความและบทเรียนที่อาจารย์สาวสวยได้เกริ่นเอาไว้  คงเหลือเพียงยองแจและแบมแบม ที่ฝ่ายหนึ่งเอาแต่นั่งก้มหน้า มองดูตัวหนังสือบนกระดาษ และอีกฝ่ายหนึ่งที่นั่งทำหน้างอคล้ายกับถูกบังคับให้ต้องมานั่งตรงนี้

 

แบมแบมก้มหน้าลงมองเพียงกระดาษที่ปรากฏบทกวีตรงหน้า  แม้จะพยายามอ่านตัวหนังสือตามที่ตามองเห็นแต่ต้องบอกเลยว่า ตัวแบมแบมเองไม่ได้มีความรู้สึกร่วมไปกับบทกลอนอันสวยงามเหล่านั้นเลย ร่างเล็กถอนหายใจยาว  เสียงของลมหายใจที่ทอดยาวสะกิดเรียกให้คนข้างๆต้องหันไปมอง

 

 

                “ สิ่งที่อยากปล่อยไปแต่บางครั้งก็ยังอยากจะเก็บไว้  มันทำให้เจ็บปวด แต่ในความเจ็บนั้นก็ยังคงค้นพบความสุข     เป็นสิ่งที่ใครหลายคนพยายามหาคำมานิยาม “สิ่ง” นี้ แต่ไม่ว่าคำพูด หรือบทกวีเหล่านั้น จะสวยงามขนาดไหน ก็ไม่อาจมีสักบทหนึ่งที่นิยามเอาไว้ได้อย่างถูกต้อง.......ไหนพวกเธอลองบอกซิ ว่าครูกำลังพูดถึงอะไร?”  ริมฝีปากสีชมพูอ่อน เปรยยิ้มในตอนจบของประโยค อาจารย์สาวเลื่อนสายตามองดูเด็กนักศึกษาในชั้นเรียน  ก่อนที่ไม้คุมวง จะถูกยกขึ้นชี้ไปทางโต๊ะที่ติดริมหน้าต่าง

 

“ กันต์พิมุกต์  ไหนเธอลองตอบมาซิ ว่าครูหมายถึงอะไร?

 

คนที่จมอยู่ห้วงความคิด รีบดีดตัวลุกขึ้นยืนจนหนังสือเรียนร่วงลงไปด้านข้างโต๊ะ  ร่างเล็กลุกลี้ลุกลนจะก้มลงไปเก็บ แต่ก็ต้องชะงัก เมื่อเพื่อนที่นั่งอยู่ข้างกันก้มลงไปเก็บมันขึ้นมาวางไว้ที่เดิม ก่อนที่สายตาของทั้งคู่จะเลื่อนมาสบกันพอดี

 

 

“ ความรักฮะ .... “สิ่งนั้น”...... คือความรัก” แบมแบมตอบในขณะที่ดวงตายังคงจดจ้อง มองอยู่เพียงใบหน้าของเพื่อนรัก ในแววตาของคนตัวเล็กที่กำลังสั่นไหวยองแจรู้สึกเหมือนสัมผัสบางอย่างได้

 

บางอย่างที่เขาก็ไม่รู้ว่าจะอธิบายมันออกมาเป็นคำพูดได้ยังไง

 

บางอย่างที่เหมือนกำลังจะอธิบายทุกอย่าง

 

บางอย่างที่ดูเหมือนว่าเขาอาจจะเข้าใจผิดไป...

 

“ ถูกต้องจ้ะ สิ่งนั้น คือความรัก... เก่งมากกันต์พิมุกต์ ทีนี้ ครูอยากให้พวกเรา นิยามความหมายของคำว่า “รัก”  อธิบายมันลงไปด้วยความรู้สึก เขียนลงในกระดาษที่ครูผู้ช่วยกำลังแจกให้ ครูให้เวลาทั้งหมด 20 นาที จากนั้นเราจะมาเริ่มอ่านของแต่ละคนกัน...ตามนั้นนะจ้ะ” พูดจบเธอก็เดินกลับไปนั่งที่โต๊ะหน้าชั้นเรียนตามเดิม

 

 

 

 

...

 

 

เสียงเก้าอี้ไม้ครูดกับพื้นหินอ่อน ดังขึ้นให้พอได้ยินอยู่ไกลๆ ยามเมื่อหมดเวลายี่สิบนาทีตามที่เจ้าของวิชาได้บอกไว้  เธอผายมือเป็นสัญญาณให้เริ่มการพรีเซนสิ่งที่แต่ละคนได้เขียนโดยเริ่มจากเด็กสาวที่นั่งอยู่ด้านหน้าสุด

 

“ รักคือ ....ความหวังค่ะ” เธอพูดพร้อมรอยยิ้ม เด็กสาวในชุดนักศึกษารูปร่างค่อนไปทางท้วมเธอกางกระดาษและพูดออกมาอย่างมั่นใจ

 

“ แค่นั้น?” อาจารย์สาวขมวดคิ้ว

 

“ ค่ะ แค่นั้น” เธอตอบอย่างเสียงดังฟังชัด

 

“ ไหนอธิบายมาซิ Miss ...ฮวายอง” อาจารย์สาวสวยหรี่ตามองป้ายชื่อบนอก

 

“ ที่บอกว่าเป็นความหวังก็คือ หวังที่จะเห็นคนที่เรารักมีความสุข หวังให้ความรักของเรามันยืนยาวและมั่นคง และสุดท้ายก็คือ...หวังให้คนที่เราชอบ ชอบเรากลับบ้างน่ะค่ะ” เธอเอี้ยวตัวไปหาหนุ่มนักศึกษาที่สวมแว่นอยู่ด้านหลัง จบประโยค เพื่อนในชั้นเรียนต่างพากันส่งเสียงแซวเกรียวกราวทำเอาเด็กสาวเจ้าของเรื่องถึงกับเขินจนทำหน้าไม่ถูก

 

“ อ่าๆๆ เอ่าล่ะๆ เงียบได้แล้วๆ ฮวายอง เธอ ..... ถือว่าอธิบายได้ดี”

 

“ แต่คนต่อไปครูหวังว่าคงจะไม่แอบเอาสิ่งที่ครูให้ทำมาสารภาพรักกับเพื่อนในชั้นเรียนอีกนะคะ” เธอพูดติดตลก ก่อนที่เด็กหนุ่มโต๊ะถัดมาจะเริ่มอ่านสิ่งที่ตัวเองเขียนบ้าง

 

โต๊ะแล้วโต๊ะเล่า ผ่านไป จนกระทั่งมาถึงตาของแบมแบม คนตัวเล็กจับกระดาษในมือเอาไว้แน่น ก่อนจะค่อยๆลุกขึ้นยืน

 

ดวงตากลมโตไล่มองประโยคที่ตัวเองเพิ่งจะเขียนเสร็จก่อนจะถอนหายใจออกมาเสียงเบา

 

“ เอ่อ....” แบมแบมเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ค่อนไปทางสั่น

 

“ ค่ะ เริ่มได้เลย” อาจารย์สาวยกไม้ยกมือขึ้นเป็นสัญญาณ

 

“ ความรัก....สำหรับผม....เอ่อ...” เขาสูดหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ก่อนจะเริ่มพูดต่อ

 

“As for me,

Love is kind

It is forgiveness and warmth,

There is no pain, no tears, and no sadness.

That's the meaning of 'Love'.”  มือเล็กค่อยๆลดระดับกระดาษลงอย่างเชื่องช้า รอยยิ้มบางๆปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวย

 

Beautiful…” อาจารย์สาวยิ้มและพยักหน้าให้ เธอปรบมือเบาๆให้กับนิยามความรักของแบมแบม

 

เฮอะ...

 

ยองแจสบถเบาๆหลังจากได้ฟังสิ่งที่แบมแบมพูด

 

“ รักคือความเมตตาและให้อภัยอย่างนั้นเหรอ? พูดหยั่งกะไปทำอะไรผิดมาอย่างนั้นแหละ” คนตาตี่เบ้ปาก ก่อนจะลุกขึ้นพูดบ้าง

 

“ ยองแจ.....” แบมแบมเอ่ยชื่ออีกคนเสียงเบา

 

“ ถึงตาผมแล้วนะฮะอาจารย์” คนตาตี่รีบตัดบท ก่อนจะยกกระดาษใยมือขึ้นมาอ่านบ้าง

 

“ ความรักสำหรับผม.....

 

รักคือความซื่อสัตย์

 

ความจริงใจ

 

ไม่โป้ปด

 

ไม่ยื้อแย่ง แล้วก็ไม่หยาบคาย

 

ความรักที่ถูกต้องคือการพึงพอใจกับคู่ครอง รักที่ดีคือการไม่นอกใจ และให้เกียรติ

 

ความรักคือการทำให้คนที่รักและคนรอบๆตัวมีความสุข นั่นแหละฮะ ...ความรักสำหรับผมล่ะ ถ้านอกเหนือจากนี้ ผมก็ว่ามันไม่ใช่ความรัก” เขากระแทกเสียงหนักในประโยคสุดท้าย ดวงตาเรียวเหล่มองเพื่อนตัวเล็กที่นั่งก้มหน้าก้มตาอยู่ด้านข้าง

 

หยดน้ำสีใสไหลลงมากระทบกับหน้าหนังสือที่ถูกเปิดทิ้งไว้ เจ้าของมันรีบยกมือขึ้นมาเช็ดน้ำตาออกไปอย่างลวกๆ

 

ร้องไห้อย่างนั้นเหรอ? ยองแจคิดในใจหลังจากที่หันไปเห็นแบมแบมกำลังยกมือขึ้นเช็ดน้ำตา

 

“ นายทำได้ยังไงเหรอแบมแบม? นายทำร้ายความรักของคนอื่นเพื่อความสุขของตัวเองได้ยังไงอ่ะ

แบมแบม ชั้นไม่อยากจะเชื่อเลย ว่านายคือเพื่อนที่คบกันมาเป็นสิบปี  ตอนนี้เหมือนกับว่า ชั้นไม่รู้จักนายด้วยซ้ำ” ยองแจพูดด้วยอารมณ์โกรธที่แฝงอยู่ในประโยค

 

“ พอเรื่องมันเกิดมาแล้ว สิ่งที่นายทำก็แค่ร้องไห้อย่างนั้นเหรอ? มาเสียใจอะไรเอาตอนนี้ล่ะแบมแบม” ยองแจพูด

 

“ เราขอโทษนะยองแจ... เราขอโทษ...” แบมแบมพูดทั้งน้ำตา

 

“ ขอโทษเหรอ ขอโทษแล้วไง ขอโทษมันก็ไม่หายหรอกแบม” ยองแจตอบกลับด้วยดวงตาที่เริ่มแดงก่ำ บทสนทนาของคนทั้งคู่ เรียกความสนใจจากคนในชั้นให้หันมามองเป็นทางเดียว

 

“ เฮ้ นี่สองคนนั้น ถ้าจะทะเลาะกัน เชิญนอกห้อง!” อาจารย์สาวเจ้าของวิชา สาวเท้าเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ท่ามกลางเพื่อนรักทั้งสองคน

 

“ เชิญ” เธอพูดน้ำเสียงเด็ดขาด เป็นยองแจที่คว้าเอาสิ่งของบนโต๊ะแล้วเดินออกไปก่อน  คนตัวเล็กรีบคว้าเอากระเป๋าแล้ววิ่งตามอีกคนไปติดๆ

 

“ เดี๋ยวสิยองแจ...ฮึก...เรา...เราขอโทษ” แบมแบมวิ่งตามหลังเพื่อนทั้งน้ำตานองหน้า

 

“ .....เราขอโทษจริงๆ....” แบมแบมพูดเสียงสั่น

 

“ นายไม่รู้หรอกว่าเรารู้สึกยังไง เราเจ็บแค่ไหนที่ต้องฟังคนอื่นพูดแย่ๆถึงนาย ทั้งที่แบมแบมที่เรารู้จัก ไม่ใช่คนแบบนั้นเลย นายไม่รู้หรอกว่าเราต้องอดทนฟังคำพูดร้ายๆโดยที่ไม่สามารถโต้ตอบอะไรออกไปได้ ปกป้องนายไม่ได้....ฮึก...ไม่ได้เลย” ยองแจสาดอารมณ์ใส่แบมแบม พูดทุกอย่างที่เขาคิดพร้อมๆกับน้ำตาที่พยายามกลั้นเอาไว้ไหลออกมาอาบสองแก้ม

 

“ เราขอโทษ.....ฮือ....เราขอโทษนะยองแจ....” เสียงหวานสะอึกสะอื้น ร่างบางของเด็กหนุ่มสองคนต่างก็ร้องไห้ สะอึก สะอื้น

 

“ นายก็เอาแต่ขอโทษ แต่ไม่เคย ...ฮึก...อธิบายอะไรให้เราฟังเลย....เราเป็นเพื่อนกันหรือเปล่าแบม...นายเคยเห็นเราเป็นเพื่อนบ้างรึเปล่า!” ยองแจตรงเข้าไปเขย่าที่ไหล่เล็ก แบมแบมยิ่งร้องไห้หนักขึ้น เมื่อรู้ว่ายองแจยังคงเป็นห่วงความรู้สึกของเขา

 

 

...............



“ เพราะว่าเด็กคนนี้เห็นนายเป็นเพื่อนยังไงล่ะ ถึงได้ไม่บอกอะไรออกไป......”

 



............





บนเก้าอี้ไม้ใต้ต้น Jacarandas เสียงของสายลมหนาวพัดพาเอวความหนาวเย็นมากระทบกับเนื้ออ่อน ทั้งยองแจและแบมแบมต่างก็ยกมือขึ้นกอดอก คนตาตี่หันหน้าไปมองเพื่อนตัวเล็กที่ยังคงนั่งก้มหน้าก้มตามองพื้นดินที่ปกคลุมไปด้วยกลีบดอกไม้สีม่วง

 

แรงลมพัดผ่านกลุ่มผมสีดำให้พลิ้วปลิวไปตามทิศทางที่ลมพัดผ่าน คนตัวเล็กแหงนหน้าขึ้นมองพื้นที่สีฟ้าอันกว้างใหญ่ ก่อนจะยิ้มออกมาเบาๆให้กับกลุ่มเมฆที่กำลังเคลื่อนตัวผ่านไป

 

“ จำที่ยองแจเคยถามเราได้มั้ย ว่าทำไมเราถึงชอบมองท้องฟ้า....” ดวงหน้าหวานยังคงจ้องมองไปยังพื้นที่ข้างบนนั้น

 

“ ......อืม” คนตาตี่ตอบรับในลำคอ

 

“ เพราะว่ามันเป็นทางเดียวที่เราจะได้ใกล้ชิด กับคนที่เรารักยังไงล่ะ” แบมแบมหันมายิ้มให้ยองแจ ในดวงตาคู่สวยยองแจสัมผัสได้ถึงความเศร้า

 

“ ทั้งคนที่ยังอยู่และคนที่จากไปแล้ว....” คนตัวเล็กก้มหน้ามองตักของตัวเอง มือเล็กยกขึ้นมาประสานกัน

 

คนที่จากไปแล้วน่ะ ยองแจก็พอจะเข้าใจ แต่คนที่ยังอยู่นี่สิ แบมแบมกำลังจะหมายถึงอะไรกันแน่ เด็กหนุ่มตาตี่เจ้าของไฝใต้ตาข้างขวายังคงจ้องมองเพื่อนรักด้วยแววตาสงสัย

 

“ถ้าคนคนนั้นยังอยู่ แล้วนายจะต้องมองขึ้นไปบนฟ้าทำไม?” ถามออกไปอย่างเก็บอาการสงสัยเอาไว้ไม่ได้

 

“เพราะว่าคนที่ยังอยู่ไม่มีโอกาสได้อยู่ด้วยกันน่ะสิ” เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับคนที่นั่งข้างๆ

 

“นายจำหลุมศพที่อยู่ข้างๆแม่เราได้มั้ย?”

 

“อืม..”

 

“นั่นน่ะ เป็นหลุมฝังศพของคุณแม่พี่มาร์ค

 

“แม่ของมาร์คฮยอง?”

 

“อื้ม”

 

“ถ้างั้นก็หมายความว่า นายไม่ได้เพิ่งรู้จักกับมาร์คฮยองน่ะสิ”

 

“อืม...”

 

“แล้วทำไมไม่รีบบอกเรา ทำไมไม่เล่าให้กันฟังเลย”

 

“เราเอง ก็เพิ่งจะรู้ เมื่อไม่นานมานี้เหมือนกัน.....เราขอโทษนะ

 

“.....แบม....”

 

“ตลกดีเหมือนกัน ทั้งที่คิดว่าคงไม่ได้เจอกันอีกแล้วแท้ๆ......”

 

                ความเงียบระหว่างคนทั้งคู่ ดำเนินไปอยู่สักพัก กลีบดอกไม้สีม่วงดอกแล้ว ดอกเล่า ค่อยๆปลิวลงสู่พื้นดิน แบมแบมยื่นมืออกไปรองรับกลีบดอกเหล่านั้น ดวงหน้าสวยระบายยิ้มหวานออกมาให้กับดอกไม้ตรงหน้า

 

“ ไปเจอกันได้ยังไงเหรอ....นายกับมาร์คฮยองน่ะเป็นยองแจที่ถามขึ้นมาก่อน หลังจากที่เจ้าตัว พยายามเรียบเรียงเหตุการณ์ต่างๆอยู่ในหัว

 

“งานศพน่ะ?” แบมแบมตอบเสียงสั้น

 

“งานศพ?” ยองแจเลิกคิ้วอย่างประหลาดใจ

 

“ อื้ม.....เราเจอกันที่สุสาน วันที่ฝังศพแม่เรา  ส่วนพี่มาร์คก็มางานศพแม่ของตัวเองเหมือนกัน....” น้ำเสียงของแบมแบมนิ่งเรียบ แต่ยองแจสัมผัสได้ถึงความเศร้าสร้อย ผ่านแววตาของคนตัวเล็ก

 

“......” ไม่มีคำพูดใดเอื้อนเอ่ยออกมา  ยองแจเอื้อมมือออกไปจับมือแบมแบมเอาไว้

 

“ไม่เป็นไร มันผ่านมานานแล้วล่ะ” คนตัวเล็กยิ้มอ่อนออกมา รอยยิ้มที่แอบแฝงด้วยความรู้สึกเศร้าๆ

“...จากนั้น เราก็เลยกลายมาเป็นเพื่อนกัน ..... เป็นที่พักพิงให้กันและกัน ...แล้วก็คอยให้กำลังใจซึ่งกันและกัน จนกระทั่งวันนึงที่พี่มาร์คต้องย้ายไปอยู่ที่อเมริกา…..” คนตัวเล็กพูดต่อจนถึงประโยคสุดท้าย จึงได้เว้นวรรคทิ้งช่องว่างเอาไว้

 

“จากวันนั้นจนถึงวันนี้ มันก็...นานมากเลย.......

เพราะว่าอยู่กันคนละซีกโลก เพราะว่าทำอะไรไม่ได้มาก ก็เลยได้แค่คิดถึงน่ะ” พูดจบร่างเล็กก็แหงนหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้าอีก เพื่อนตาตี่ที่นั่งฟังอยู่ น้ำตาไหลออกมาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้

 

“.....โธ่ แบม” ยองแจพูดเสียงเบา

 

“เพราะความโง่เง่าของเราเองแหละ เรื่องมันเลยเป็นแบบนี้ ที่นายโกรธเรา เราก็เข้าใจนะ เราเองก็สมควรโดนแล้วล่ะ” แบมแบมแค่นยิ้ม

 

“ พูดกับเรามาตรงๆเลยนะแบม….นายไม่ได้ไปแย่งมาร์คฮยองมาจากจินยองฮยองจริงๆใช่มั้ย?” ยองแจจับไหล่เพื่อนให้หันมาเผชิญหน้ากัน

 

“.......... แล้วยองแจคิดว่ายังไงล่ะ เรามีดีพอที่จะไปแย่งแฟนซุปเปอร์สตาร์มาเป็นของตัวเองได้มั้ย?” แบมแบมยิ้ม

 

“ไม่ต้องมาตลกเลย เราจริงจังนะ เพราะถ้านายทำแบบนั้นจริงๆ ถ้ามันเป็นแบบนั้นจริงๆ........”  คนตาตี่หลุบตามองต่ำ

 

“ถ้ามันเป็นแบบนั้นจริงๆยองแจก็จะเกลียดเราใช่มั้ย” เหมือนกับว่าแบมแบมอ่านใจเขาออก ใช่ เพราะถ้ามันเป็นแบบนั้นจริงๆ ความสัมพันธ์ ความเป็นเพื่อนระหว่างเรา มันก็คงไม่มีทางเหมือนเดิม

 

“......

 

“......

 

“แล้วมันจริงหรือเปล่าล่ะ?” สิ่งที่ผู้ชายหน้าเท่ห์ คนที่ได้ชื่อว่าเป็นแฟนของเขา เอาแต่พูดถึงเรื่องนี้กับเขาทุกวัน พูดถึงสิ่งที่แบมแบมกับมาร์คทำกับจูเนียร์ พูดเรื่องที่ถ้ามันไม่เป็นความจริงเลยเขาจะไปตั๊นหน้าหมอนั่นสักสองสามที โทษฐานที่มาว่าให้ร้ายเพื่อนรักของเขา แต่ที่ยังทำอะไรไม่ได้ เพราะตัวเขาเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน

 

เพราะว่าไม่รู้อะไรเลย....

 

“ไม่จริง” เสียงทุ้มต่ำ ดังมาจากทางด้านหลังของเขา ทั้งแบมแบมและยองแจ ต่างหันไปทางต้นเสียงนั้น

 

“พี่มาร์ค....” เสียงหวานเอ่ยชื่อคนรักแผ่วเบา มือของยองแจที่จับกับแบมแบมอยู่ต้องหลุดจากกันเพราะมาร์ค

 

“มั่นใจได้เลยว่าเพื่อนนายไม่ได้ไปแย่งของใครมาแน่นอน” เขาหันไปพูดกับเด็กหนุ่มที่อายุน้อยกว่า คนผมสีแดงมองหน้าเพื่อนตาตี่ของแบมบมอยู่พักหนึ่งก่อนที่เสียงหวานจะเอ่ยทัก

 

“เราบอกให้ไปรอที่รถไง” แบมแบมพูดเสียงนิ่ม

 

“ไปแล้วครับ แต่นายช้าอ่ะ เราเป็นห่วง” มาร์คนั่งลงตรงหน้าแบมแบม คนหน้าหล่อยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาที่ติดอยู่ตรงหางตาของคนรัก

 

โล่งใจจัง  ยองแจลอบถอนหายใจ พอเห็นสายตาที่สองคนนี้มองกันและกันแล้ว ก็ไม่มีอะไรที่ยองแจต้องสงสัยอีกต่อไป

 

สองคนนี้รักกันจริงๆ....

 

เขารู้

 

แค่มองดูก็รู้แล้ว .....

 

แต่ว่านะ...ก่อนอื่นจะต้องขอ

 

 

 

 

 

ผลั่ก/โอ้ย/ยองแจ!!!

 

นี่โทษฐานที่รุ่นพี่เกือบจะทำให้ผมผิดใจกับแบมแบม ยองแจชกเข้าที่ใบหน้าหล่อของมาร์คอย่างแรง คนตาตี่ยู่หน้าเมื่อตัวเองก็เจ็บมือเหมือนกัน เกิดมาก็เพิ่งจะเคยชกคนนี่แหละ

 

“พี่มาร์ค เป็นไรมั้ย?.”

 

... มาร์คยักมือขึ้นเช็ดเลือดที่ซึมออกมาตรงมุมปาก ก่อนจะหันสายตาไปหายองแจ

 

“ยองแจอ่า ทำไมทำแบบนี้ล่ะ” คนตัวเล็กตะหวัดสายตาไปหาเพื่อนรัก

 

“ไม่รู้ มือมันไปเอง” ยอแจยกไหล่ พร้อมๆกับกุมมือตัวเองไปด้วย

 

มาร์คได้แต่ยืนกำหมัดแน่น เพราะว่าคนที่ชกคือเพื่อนของแบมแบมหรอกนะ ไม่งั้นล่ะก็ น่าดูแน่ๆ

 

“ผมขอโทษนะฮะ ฮยอง แต่ผมว่าฮยองสมควรโดน” คนตาตี่ก้มหัวลงให้อีกคน

 

“ เอาเถอะ จากนี้ไปก็เชื่อใจกันหน่อยก็แล้วกัน” มาร์คเดินตรงเข้าไปขยี้หัวคนตาตี่อย่างหมั่นไส้

ยองแจพยักหน้า ทั้งคู่ยกยิ้มให้แก่กัน แบมแบมที่มองดูอยู่ถึงกับถอนหายใจออกมาเสียงดังด้วยความโล่งใจ

 

 

 

…….

 

 

“ แบม ถ้างั้นนายต้องไปกับเราก่อน” ยองแจพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง ในขณะที่มือขาวยื่นออกไปคว้าข้อมือเล็ก

 

“ ไป? ไปไหน?

 

“ ไปหาคนที่กำลังเข้าใจนายผิดมากๆเลยน่ะสิ” พูดจบก็ลากแบมแบมให้วิ่งตามเขาไป มาร์คได้แต่ยินงงๆกับความหุนหันพลันแล่นของยองแจ ก่อนที่ขายาวจะขยับวิ่งตามสองร่างเล็กนั้น

“ เดี๋ยวยองแจ ใจเย็นๆ จะพาเราไปไหน?~

 

 

“ ไปหาพี่แจ็คสัน...”

.............

 

                เสียงฝีเท้าของคนทั้งคู่ วิ่งผ่านโถงทางเดินเพื่อไปยังตึกเรียนของนักศึกษาชั้นปีที่สาม ที่ซึ่งในตอนแรกยองแจควรจะต้องไปเพียงคนเดียว  แบมแบมรู้สึกได้ถึงระดับการเต้นของหัวใจที่มันเริ่มจะรุนแรงและหนักหน่วงขึ้นยามที่จุดหมายปลายทางเริ่มเข้ามาใกล้ มือของยองแจยังคงจับแน่นอยู่ที่ข้อมือเล็ก แบมแบมยังคงออกแรงวิ่งตามยองแจถึงแม้ว่าเขาไม่ได้อยากจะไปพบกับเจ้าของใบหน้าเท่ตามที่เพื่อนรักต้องการเลยก็ตาม

 

                ก็คนที่เขาต้องการอยากจะให้เข้าใจ เขาได้บอกไปหมดทุกคนแล้วนี่นา.....

 

แบมแบมชะลอฝีเท้า ยั้งตัวเองให้ช้าลงเมื่อข้างหน้ามองเห็นร่างสูงโปร่งยืนอยู่

 

กลัว....

 

เป็นความรู้สึกเดียวที่แบมแบมมีอยู่ตอนนี้

 

แบมแบมกำลังกลัว....

 

“ พี่แจ็คสัน” ยองแจตะโกนเรียกชื่อคนหน้าเท่ ทั้งที่ตัวเองยังไปไม่ถึงเขาเลยด้วยซ้ำ คนตาตี่ยิ้มกว้างออกมาทันทีที่เขาและเพื่อนตัวเล็กวิ่งมาถึงตรงที่อีกคนยืนอยู่

 

“ ไปไหนมา ทำไมมาช้าจังครับ ฮื้ม?” แจ็คสันทักทายยองแจด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน และรอยยิ้มที่อบอุ่นเหมือนเช่นทุกๆครั้ง

 

แววตาที่คนตัวสูงมองมายังคนรัก มันช่างเต็มไปด้วยความรัก และความห่วงใย ทำเอาคนที่วิ่งมาด้วยกันอดจะยิ้มตามออกมาไม่ได้

 

แจ็คสันมองดูแฟนตาตี่ของเขาอยู่พักหนึ่งก่อนที่ใบหน้าหล่อที่วาดระบายด้วยรอยยิ้มหวาน จะค่อยๆปรับเปลี่ยนสีหน้า

 

“ พาเด็กคนนี้มาด้วยทำไม” น้ำเสียงที่กดต่ำ และแววตาที่ดุดัน ทำให้ร่างเล็กแทบจะถอยหนีในทันที

แบมแบมออกแรงบิดข้อมือตัวเองอยากจะเดินออกจากสถานการณ์ตรงหน้านี้

 

“ อ่ะ เอ่อ..สะ...หวะ..///โอ้ย!” ยังไม่ทันที่แบมแบมจะได้เอ่ยทักทาย ร่างหนาก็ตรงเข้าไปผลักเรือนร่างบอบบางจนล้มลงไปที่พื้น สายตาที่มองตามมาเต็มไปด้วยความเกลียดชัง และโกรธแค้น

 

“ นี่! พี่แจ็คสันจ้ะบ้าหรือไงฮะ ผลักแบมทำไม!” ยองแจผลักอกแจ็คสันเต็มแรงจนร่างสูงเซ ก่อนที่คนตาตี่จะรีบทรุดตัวลงมาประคองเพื่อน

 

“ พี่แจ็คสันกำลังเข้าใจแบมแบมผิดนะ!” คนตาตี่เงยหน้าขึ้นพูดกับคนรักเสียงดัง

 

“ นายน่ะมานี่เลย! อย่าไปใกล้คนพรรค์นั้น!” แจ็คสันฉุดร่างยองแจขึ้นยืน มือหนาออกแรงบีบที่แขนขาวจนเกิดรอยแดง

 

“ เจ็บนะ! เป็นบ้าหรือไง!

 

“ ใช่ พี่มันบ้า แต่ถึงพี่จะบ้าพี่ก็ไม่เคยคิดทำร้ายใคร! ไม่เคยคิดหักหลังใคร!” แจ็คสันตะคอกเสียงดัง และทุกคำพูดนั้นถูกส่งตรงมายังร่างบางที่ยังล้มพับอยู่

 

“ แบมแบมไม่เคยหักหลังใครนะ ขอโทษเพื่อนผมเดียวนี้!” คนตาตี่ตะคอกกลับ ยองแจโมโหจนหน้าแดงไปหมด

 

“ ขอโทษเหรอ พี่ทำผิดอะไรล่ะถึงต้องขอโทษ ฮะ!” น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว แจ็คสันกำหมัดแน่น ภาพที่น้องชายสุดที่รักต้องร้องไห้เสียใจมันยังคงติดตาเขาอยู่

 

ตั้งแต่เลี้ยงดูกันมา แจ็คสันรักจูเนียร์มาก เขาเฝ้าดูแลทะนุถนอมน้องชายต่างสายเลือดคนนี้

และจูเนียร์เองก็แทบจะไม่เคยร้องไห้ให้เขาเห็นเลย  เด็กคนนั้นน่ะเข้มแข็งจะตาย....

แล้วไอ้เด็กแปลกหน้าคนนี้มันเป็นใครถึงได้ทำให้น้องชายคนเดียวของเขาต้องนอนร้องไห้เสียใจคนหลับไปแทบจะทุกคืนตั้งแต่เกิดเรื่องในวันนั้น

“ ผมเอง ผมผิดเอง...ทุกอย่างเลย ผมเป็นคนผิดเอง” แบมแบมพูดขอโทษทั้งที่ยังคงนั่งอยู่ที่พื้น คนตัวเล็กก้มลงขอโทษให้กับร่างหนา

 

“ อย่าทะเลาะกันเพราะผมเลยนะฮะ” ดวงหน้าหวานแหงนหน้าขึ้นมองคนทั้งคู่ด้วยแววตาเศร้า

 

“ เฮอะ อย่ามาทำเป็นคนดีหน่อยเลย พวกกลับกลอก คอยตีท้ายครัวคนอื่นอย่างนายอ่ะ ไม่มีค่าพอให้ชั้นต้องมาทนฟังคำแก้ตัวหรอก! ไปยองแจ ออกไปจากตรงนี้!” แจ็คสันกระชากแขนยองแจให้ลุกขึ้น

 

“ ไม่ ผมไม่ไป” คนตาตี่สะบัดแขนสุดแรง

 

“ ว่าไงนะ?

 

“ ผมบอกว่าไม่ไปไง ผมจะอยู่กับเพื่อน”

 

“ เพื่อน? นายยังเห็นคนแบบนี้เป็นเพื่อนอีกเหรอ?

 

“ คนแบบนี้? แบบไหนกันล่ะฮะ แบบที่ชอบตัดสินคนอื่นแบบพี่แจ็คสันรึเปล่า?

 

“ เชว ยองแจ!

 

“ ใช่ ผมเอง เชว ยองแจ แล้วเชว ยองแจคนนี้ ก็เป็นเพื่อนกับแบมแบมมาเป็นสิบปี ผมรู้ดีว่าแบมแบมเป็นยังไง ไม่ต้องให้ใครมาบอกหรอก!

 

“ นาย!

 

“ ผมพาแบมมาหาพี่ เพื่อที่จะได้อธิบายเรื่องที่พี่เข้าใจแบมแบมผิดแต่นี่อะไร ยังไม่ทันจะได้รับฟังอะไรเลยก็โมโห ทำร้ายร่างกายคนอื่นซะแล้ว!

 

“ ว่าไงนะ!

 

“ พี่รักน้องชายของพี่ ผมก็รักเพื่อนของผม!

 

“ เพื่อนที่ไว้ใจไม่ได้แบบเด็กคนนี้น่ะเหรอ ที่นายบอกว่ารัก ฮะ!” แจ็คสันตรงจะเข้าไปหาแบมแบม แต่เป็นยองแจที่รีบมาขวางไว้

 

“ ถ้าพี่ทำอะไรแบมแบมอีก เราจบกัน” เขาพูดเสียงเรียบ แววตาที่จ้องเข้าไปในดวงตาเรียวนั้นมันดูจริงจังเสียจนคนตัวสูงรู้สึกกลัว

 

“ เฮอะ เกิดเป็นนายนี่มันดีจริงๆเลยนะแบมแบม เดี๋ยวคนนู้นก็มาปกป้อง เดี๋ยวคนนี้ก็มาปกป้อง ทั้งที่ตัวเองทำผิด มาทีหลังแล้วก็ยังแย่งคนรักของคนอื่นไปหน้าด้านๆ!” แจ็คสันขยับถอยออกจากยองแจ พร้อมๆกับมองไปยังแบมแบมด้วยแววตาโกรธเคือง ก่อนที่ร่างสูงจะหันหลังเดินจากไปอย่างหัวเสีย

 

“ แบมแบมไม่ใช่คนที่มาทีหลังนะ! เขามาก่อนที่พี่จะเจอกับพี่มาร์คด้วยซ้ำ” คนตาตี่ตะโกนไล่หลังพร้อมๆกับจะลุกขึ้นวิ่งตามไป เป็นแบมแบมที่ออกแรงดึงเสื้อเชิ้ตสีขาวของอีกคนเอาไว้

 

“ พอแล้วยองแจ พอแล้ว...” แบมแบมพูด ยองแจหันหน้ามาหาเพื่อนรักก่อนจะสวมกอดร่างบอบบางเอาไว้ ทั้งคู่กอดกันร้องไห้ออกมาตรงโถงทางเดินสีขาวในขณะที่แสงสีส้มที่สาดส่องค่อยๆถูกกลืนกินด้วยเงาจากต้นไม้ใหญ่

 

 

 

 

........

 

 

 

 

“ เอาล่ะ ขอบคุณมากค่ะ นักศึกษา” เสียงของอาจารย์หญิงวัยกลางคนเอ่ยออกมา เมื่อกระดาษสีขาวทั้งหมดถูกวางลงบนโต๊ะ

 

มาร์คที่กำลังวิ่งตามแบมแบมกับยองแจไป กลับต้องหยุดฝีเท้าลงกะทันหัน เมื่อหันไปเจอ อาจารย์อาวุโสกำลังหอบกระดาษกองใหญ่ที่น้ำหนักมาพอจะทำให้เธอเดินเซ  คนผมสีแดงรีบตรงเข้าไปช่วยถือกระดาษพวกนั้นก่อนจะพามันมายังตึกพักของเหล่า คณาจารย์ทั้งหลายในอีกสามตึกถัดมา

 

สีหน้าของมาร์คดูเป็นกังวล แค่รู้ว่ายองแจจะพาแบมแบมไปหาใคร ยิ่งพาให้เกิดความกังวลในใจ

 

ขายาวรีบก้าวออกมาจากห้องพักอาจารย์ ก่อนจะเปลี่ยนจากเดินเป็นวิ่งเพื่อมายังตึกเรียนของตัวเอง และพบว่า แบมแบมและยองแจ กำลังนั่งกอดกันร้องไห้อยู่

 

“ แบมแบม! เกิดอะไรขึ้น” คนหน้าหล่อแทบจะถลาตัวเข้าไปหาตั้งแต่มองเห็นอยู่ไกลๆ มาร์คตรงเข้าไปยังที่ที่ทั้งสองคนนั่งอยู่

 

“ แจ็คทำอะไรนายรึเปล่า!” เขาถามอย่างกังวล ดวงตาคมมองสำรวจไปทั่วร่างกายของคนรัก

 

“ เปล่าเลย...” แบมแบมปล่อยกอดจากยองแจ มือเล็กยกขึ้นเช็ดน้ำตาให้เพื่อน

 

“ ไม่เป็นไรแล้วร้องไห้ทำไม” มาร์คถามออกมาอย่างอ่อนโยน ตอนนี้แบมแบมหยุดร้องไห้แล้ว

มีเพียงยองแจเท่านั้นที่ยังคงสะอึกสะอื้นอยู่

 

เพราะแบบนี้ไง เราถึงไม่อยากบอกนาย ยองแจ...

 

คนตัวเล็กมองใบหน้าแดงก่ำที่เปรอะไปด้วยน้ำตาของเพื่อนรัก ด้วยรู้ดีว่า เพื่อนของตัวเองเป็นประเภทเพื่อนข้าใครอย่าแตะ ตัวเองจะเป็นไงก็ช่างขอให้ได้ปกป้องเพื่อนก่อน ยองแจสูดเอาลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ ก่อนจะยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาออกอย่างลวกๆ

 

“ ยองแจไม่ควรต้องมาทะเลาะกับพี่แจ็คสันเพราะเราเลย....กลับไปขอโทษพี่เขากันนะ” แบมแบมพูด

 

“ ขอโทษทำไมคนพรรค์นั้น.....ปล่อยให้อยู่กับน้องชายตัวเองจนตายไปเลย!” ยองแจพูดด้วยน้ำเสียงโมโหปนน้อยใจ บอกว่ารักเขา เป็นคนรักกัน แต่กลับไม่ยอมฟังอะไรเลย แถมยังมาผลักเพื่อนรักเขาอีก

 ฝันไปเถอะว่าชาตินี้จะได้คุยด้วยกันดีๆอีก  หวัง แจ็คสัน!

 

“ พูดอะไรแบบนั้น.....” แบมแบมพูด พลางยกมือขึ้นปัดผมหน้าม้าสีดำสนิทของเพื่อนรักแผ่วเบา

 

“ พี่แจ็คสันเขาแค่โมโห รอให้เขาใจเย็นลงแล้วก็ไปคุยกันดีๆนะ...อย่าใช้อารมณ์นะรู้มั้ย...” จบประโยคของแบมแบม ยองแจก็พุ่งเข้ากอดร่างเล็กนั้นพร้อมๆกับปล่อยโฮออกมาอีกรอบ มาร์คที่นั่งอยู่ในเหตุการณ์ถึงกับทำหน้าไม่ถูก

 

“ หมอนั่นด่านายแล้วก็ผลักนาย แต่นายกลับไม่โกรธเค้าด้วยซ้ำ ทำไม........” ยองแจสะอึกสะอื้นในอ้อมกอดเล็กๆของแบมแบม คนหน้าสวยหันไปสบตากับคนรักอย่างลำบากใจ ก่อนที่มือเล็กจะลูบหลังอีกคนไปมาอย่างปลอบประโลม

 

“ คนแบบนั้นน่ะ ไม่ต้องเจอกันอีกเลยจะดีกว่า!

 

 

 

 

 

.......

 

“ เดี๋ยวเลี้ยวตรงซอยข้างหน้านี่ล่ะฮะ” แบมแบมชี้บอกทางกับมาร์ค คนผมสีแดงพยักหน้าเบาๆ ก่อนที่ร่างบางจะหันกลับไปมองเพื่อนรักที่ร้องไห้จนหลับไปอยู่บนเบาะหลังของรถยนต์ราคาแพงด้วยสายตากังวล

 

“ ยองแจไม่ควรต้องมาเจออะไรแบบนี้เลย เพราะเราแท้ๆ” คนตัวเล็กพูดเสียงเบา มาร์คละสายตาจากถนนชั่ววินาทีเพื่อเอื้อมมือออกไปจับมือของแบมแบมเอาไว้

 

แม้ว่ามาร์คจะไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่แบมแบมก็รับรู้ทุกอย่างได้ ผ่านการแสดงออกทางร่างกายของเขา คนตัวเล็กยิ้มบางๆ ก่อนจะชี้ให้เจ้าของรถเลี้ยวรถเข้าไปยังทางเข้าหมู่บ้านของยองแจ

 

ไม่นานนัก รถสปอร์ตราคาแพงก็เคลื่อนตัวพาคนตาตี่มาถึงบ้านอย่างปลอดภัย แบมแบมรีบเปิดประตูรถแล้วลงไปหาเพื่อนที่เบาะหลัง

 

“ ยองแจ.... ยองแจ..... ถึงบ้านแล้วนะ..” คนตัวเล็กสะกิดที่ไหลเพื่อนเบาๆเป็นการปลุก

 

“ ....ถึงแล้วเหรอ” ยองแจลืมตาขึ้นมามองเพื่อน พอผ่านการร้องไห้หนักมาตาชึ้นเดียวของเจ้าตัวที่บวมจนหนังตาแทบจะติดกัน

 

“ เข้าบ้านนะ อาบน้ำแล้วรีบนอนด้วยล่ะ มันดึกแล้วเข้าใจมั้ย?” คนตัวเล็กเขย่งเท้าขึ้นกอดโอบกอดเพื่อน ก่อนที่ยองแจจะเดินเข้าไปในบ้านอย่างเงียบๆ

มาร์คกับแบมแบมมองดูจนแน่ใจว่า เด็กหนุ่มตาตี่คนนี้ได้เข้าไปในบ้านอย่างปลอดภัย ทั้งคู่จึงได้กลับออกมาจากหมู่บ้านที่ค่อนข้างไกลจากที่ที่พวกเขาอยู่

 

 

.................

  

ระหว่างทางจากบ้านยองแจจนกระทั่งมาร์คขับมาใกล้จะถึงที่ที่แบมแบมอยู่ ทั้งคู่ไม่ได้พูดอะไรกันเลย ภายในรถเงียบเชียบ ไม่มีแม้กระทั่งเสียงเพลงจากวิทยุ  ภายในตัวรถมีเพียงเสียงจากเครื่องปรับอากาศ

แบมแบมเอาแต่มองออกไปข้างนอกตัวรถด้วยสายตาที่ครุ่นคิด

 

ใช้เวลาสักพัก มาร์คก็พาแบมแบมมาส่งถึงที่ คนตัวสูงเปิดประตูลงมาหาคนรักที่พอรถจอดก็พุ่งตัวลงจากรถทำท่าจะเดินกลับเข้าไปในโบสถ์อย่างเดียว

 

“ เดี๋ยวสิแบม....” มาร์คตรงเข้าไปจับข้อมือเล็กไว้

 

“ ถ้าจะมีใครสักคนที่ต้องเสียใจ คนคนนั้นควรเป็นเราแค่คนเดียว ไม่ใช่พี่จูเนียร์ ไม่ใช่พี่แจ็คสัน พี่เจบี

ยองแจ หรือว่าพี่มาร์ค.....มันควรจะเป็นเราแค่คนเดียว” แบมแบมก้มหน้าพูดออกมาเสียงสั่น

 

“ อย่าพูดแบบนั้นสิ อย่าพูดเหมือนกับว่ามีนายแค่คนเดียวบนโลก นายมีเรานะจำได้มั้ย แบมแบมมีพี่มาร์คนะ แล้วพี่มาร์คก็จะอยู่ข้างแบมแบมเสมอ” มาร์คดึงแบมแบมเข้ามากอด ก่อนที่ใบหน้าหล่อจะค่อยๆโน้มตัวลงไปจูบคนรักแผ่วเบาที่กลุ่มผมนิ่ม

 

“ขอบคุณนะพี่มาร์ค พี่รักเรา” แบมแบมพูดอู้อี้อยู่ในอ้อมกอดของมาร์ค

 

“ เราก็ขอบคุณที่นายไม่เคยไม่รักเราเลยเช่นกัน” เขายิ้ม ก่อนที่ทั้งคู่จะปล่อยกอดจากกัน และเป็นร่างสูงที่บรรจงมอบจุมพิตแสนหวานให้กับคนรักตัวเล็กแสนบอบบาง เพื่อให้คืนนี้แบมแบมจะได้นอนหลับฝันดี

และยังคงรู้สึกอบอุ่น ปลอดภัยในความรักของเขา....

 

 

.....................

 

 


#TBC.

_______________________________________________________________________________

 


    ขอบคุณจากหัวใจอีกครั้งค่ะ

Irine.

 

 

 

#ฟิคทำนองรัก


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

4,351 ความคิดเห็น

  1. #4309 LittleOrc (@LittleOrc) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2561 / 01:55
    คือถึงจะเจอกันมาก่อนแต่ก็ลบความจริงที่มาร์คเลิกกับจูเนียร์เพราะแบมไม่ได้นะ - -“ มันไม่ได้เป็นข้ออ้างให้สิ่งที่มาร์คกับแบมทำก่อนเลิกกับจูเนียร์เป็นความถูกต้องได้ แจ็คสันจะโกรธก็ถูกละนิ่
    #4309
    0
  2. #4268 Zevaaa (@SSSieam) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 05:25
    โห้ยยย โล่งไปอีกหนึ่วเปาะ
    #4268
    0
  3. #4230 anMarkBambamGOT7 (@anMarkBambamGOT7) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2560 / 18:20
    ทีแรกก็ไม่เข้าใจยองแจนะ ถ้าเป็นเพื่อนกันจริงๆ ไม่ว่าเพื่อนจะถูกจะผิดก็ควรอยู่ข้างๆเพื่อนนะ ไม่ควรทิ้งเพื่อนแบบนี้ ตอนนี้เราเข้าใจแล้ว
    #4230
    0
  4. #4100 Moko87 (@mokomoko87) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2559 / 22:53
    ดีใจที่แบมกับยองแจเข้าใจกันแล้ว ยองแจเป็นเพื่อนที่ดีเลยนะ
    #4100
    0
  5. #3939 BamG97_ (@sasikanr_) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2559 / 17:21
    โอ้ยเหมือนตลาปัดไปมาๆ ฮือออเจ้บใจt0t
    #3939
    0
  6. #3694 natnichayui007 (@natnichayui007) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2559 / 18:52
    อืมใช่ ไม่รู้จะสงสารใครก่อนดี!!
    #3694
    0
  7. #3666 Btg56 (@Btg56) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2559 / 16:10
    โอ้ยยย ตั้งเเต่อ่านมาไม่รู้จะสงสารใครก่อนดี TT^TT
    #3666
    0
  8. #3478 MBKY; (@withmbky) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 15 มกราคม 2559 / 19:21
    ทะเลไม่จำเป็นตรงเป็นครามก็ได้ไหม เปลี่ยนเป็นสีใสหรือมรกตก็ได้
    อย่ามัวแต่ทุกข์เลยนะ แง้งงง แบมแบมห่วงยองแจมากอะ เพราะรู้ว่ายองแจจะทำแบบนี้สินะ เลยไม่อยากบอก งื้อออ แบมแบม
    #3478
    0
  9. #3383 opel_zuza (@marang-zangkoong) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2558 / 17:40
    เป็นฟิคที่ดีมากๆเลยอ่ะ อย่างที่ไรต์บอกไว้ในตอนแรกว่านี่ไม่ใช่นิยายรักแต่เป็นเรื่องราวแห่งความรัก มันดีมากๆค่ะ
    #3383
    0
  10. #2570 ENED (@ENED) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2558 / 11:51
    ดีใจที่แบมกับยองแจคืนดีกันแล้วมากๆเลย ยองแจเป็นเพื่อนที่ดีมากของแบมแบมเลยนะ
    #2570
    0
  11. #2459 VONGO (@KOYO1994) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2558 / 23:14
    เรารักแบมมากนะถึงเราจะเมนมาร์คแต่ได้โปรดไรท์ช่วยทำร้ายมาร์คทีเราเกลียดมาร์ค
    #2459
    0
  12. #1885 Chibamie (@parpaa) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2558 / 23:52
    งื้ออแบมไม่ได้ผิดนะ ไม่มีใครผิดอ่ะ ปต่เพราะมาในช่วงนี้ ทำให้เข้าใจผิดกะนไปหมด งื้ออออ สงสารแบมมม
    #1885
    0
  13. #1810 yingbuakan9 (@yingbuakan9) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2558 / 08:56
    ไม่อยากให้แบมรู้สึกผิดคนเดียว แล้วเดินหนีพี่มาร์คไปอีกนะ อยากให้แบมๆ เข้มแข็งในความรู้สึกแล้วเดินไปพร้อมกันกับพี่มาร์ค อยากเห็นทั้งสองคนมีความสุขกับความรักของตัวเองสักที อือๆ
    #1810
    0
  14. #1653 รัก (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 27 เมษายน 2558 / 22:46
    ทำไมเศร้าอย่างนี้ฮือๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #1653
    0
  15. #1643 iNoids (@inoids) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 24 เมษายน 2558 / 18:17
    ;_______; ร้องไห้ ร้องไห้ให้กับมิตรภาพของแบมแบมและยองแจ ฮื่ออออออออออออออออ
    #1643
    0
  16. #1634 dada0627 (@dada0627) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 23 เมษายน 2558 / 12:47
    T^T เรื่องนี้ไม่เหมาะที่จะอ่านที่ทำงานเลยจริงๆร้องไห้เลย ฮือออ สงสารแบม ดีใจที่ยองแจเข้าใจแบมแล้ว
    #1634
    0
  17. #1633 minnyart (@minnyart1) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 22 เมษายน 2558 / 14:31
    โห่วแจ็คสั้นเอ้ยสันก็ฟังบ้างอะไรบ้างนะแก
    #1633
    0
  18. #1628 yadara (@yadara) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 เมษายน 2558 / 14:20
    โอ๊ยยยโล่งงงงงง อย่างน้อยยองแจก็เข้าใจแบมแบมแล้ว ฮืออออ ไม่เป็นไรนะอย่างน้อยก็มีมีแล้ว 1 คนที่เข้าใจมาร์คแบม

    มาร์คแบมต้องสู้น๊าาา จับมือกันรักกันอย่าปล่อยมือกันน๊าาาาาา
    #1628
    0
  19. #1625 moonoy68 (@moonoy68) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 เมษายน 2558 / 13:08
    โล่งที่สองเพื่อนรัก แจแบมดีกันแล้ว

    ตอนนี้ที่แจว่าแบมนี้ร้องไห้ตามแบมเลย

    สงสารน้องมาก แต่ก็เข้าใจแจเหมือนกัน

    #1625
    0
  20. #1624 PimPloy (@babybird12) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 เมษายน 2558 / 11:53
    ขอให้แบมกับมาร์คอยู่ด้วยกันตลอดไปด้วยเถอะ อย่าให้จากกันอีกเลยนะ TT
    #1624
    0
  21. #1621 too love (@babbu) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 เมษายน 2558 / 23:13
    ง้อวแบมแบมสู้ๆนารอฮันบินกบแจบอมน๊าสองคนนี้จะมีบทบาทยังไงน๊า
    #1621
    0
  22. #1620 kungking (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 19 เมษายน 2558 / 22:45
    ดีใจจังแบมดีกันกับแตงแล้ว
    #1620
    0
  23. วันที่ 19 เมษายน 2558 / 00:21
    แบมสู้ๆนะ เชียร์อยู่ ยองแจเรารักนายจัง
    #1619
    0
  24. #1618 iicespn (@spnyyk) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 18 เมษายน 2558 / 23:44
    รีบเข้าใจและคืนดีกันไวไวน้าาา สงสารทุกฝ่ายจริงๆ
    #1618
    0
  25. #1617 AGTT_ (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 18 เมษายน 2558 / 16:54
    เป็นเรื่องที่อบอวลไปด้วยความรักจริงๆ อ่านแล้วอบอุ่น งือออ

    รอต่อไปนะคะ คนเขียนก็รักษาสุขภาพเช่นหันนะคะ

    ปูลู แบมนี่น้องแจ็คแป็นแน่แท้ใช่หรือไม่
    #1617
    0