- I will always love you -[GOT7 MarkBam]

ตอนที่ 25 : - Love never change. -

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,108
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    5 มิ.ย. 58



- รักไม่ยิ่งใหญ่แต่รักไม่เคยเปลี่ยน -




 

        - รักไม่ยิ่งใหญ่แต่รักไม่เคยเปลี่ยน –

 

                เปลวไฟจากเตาผิงให้ไออุ่นกับคนที่นั่งใกล้ๆ กลิ่นหอมละมุนอ่อนๆจากดอกไม้ในแจกันโชยมาให้อากาศภายในเต็มไปด้วยละอองกลิ่นหอมหวาน เด็กหนุ่มรูปร่างบอบบาง นั่งเหยียดขาอยู่บนโซฟาตัวใหญ่อย่างสบายอารมณ์ มือเล็กพลิกหน้าอัลบั้มรูปถ่ายเล่มหนาที่เพิ่งเปิดดูได้ไม่ถึงสองหน้า รอยยิ้มละมุนปรากฏขึ้นทุกครั้งที่มองเห็นบุคคลในรูปภาพ  พวงแก้มใสระเรื่อแดงเมื่อบางรูปมันชวนให้นึกถึงวันเก่าๆ  แบมแบมนั่งรอมาร์คที่ขึ้นไปยังชั้นสองของบ้านเพื่อจัดการกับกลิ่นเจ้าปัญหา กลิ่นของควันบุหรี่ที่ติดตัวเขา แสงไฟสีส้มนวลเคล้ากับเสียงเพลงจากเครื่องเล่นที่เปิดคลอมาชวนให้บรรยากาศภายในบ้านดูโรแมนติก บทเพลงที่กำลังเล่นเก่าไม่แพ้รูปร่างของจานซีดีที่กำลังหมุนวนไปมาอยู่บนเครื่องเล่นแผ่นสียงนั้นเลย

 

ไม่ได้ฟังเพลงนี้มานานเท่าไหร่แล้วนะ

 

                สองขาเรียวยกลงจากโซฟาและร่างเล็กก็แนบแผ่นหลังบางไปกับพนักพิงนุ่นนิ่มตัวเดิม  แบมแบมแว่วยินเสียงฝีเท้าที่ดังเข้ามาใกล้ ใบหน้าน่ารักแหงนมองไปตามต้นเสียงนั้น รอยยิ้มละมุนถูกส่งให้กับคนหน้าหล่อที่กำลังเดินเข้ามาหา มาร์คทรุดตัวลงนั่งข้างๆแบมแบม ใกล้เสียจนหัวไหล่ชนกัน

 

คนผมสีแดงชะเง้อมองดูอัลบั้มรูปภาพในมืออีกคน ก่อนจะยิ้มออกมา

 

“ ดูอะไรอยู่เหรอ” เขาพูดเสียงนิ่ม เสียงทุ้มต่ำที่บ่งบอกว่าคนข้างๆแบมแบมตอนนี้ไม่ใช่เด็กชายคนเดียวกับที่ยืนกอดเขาอยู่ในรูปอีกแล้ว

 

“ ดูรูปสมัยก่อนน่ะ ดูสิ เมื่อก่อนพี่มาร์คหน้าตาตลกจัง” แบมแบมอมยิ้มเมื่อมองภาพที่ตนกำลังชี้

 

“ โห อะไรอ่ะแบม...” มาร์คทำแก้มป่อง ตาเรียวหรี่มองคนรักอย่างขัดใจ

 

“ อะไร แซวแค่นี้งอนเหรอ” แบมแบมว่า

 

“ ใช่ซี้ ใครจะไปน่ารักคงเส้นคงวาเหมือนนายล่ะ ดูสิ แก้มเคยป่องยังไงก็ป่องอยู่อย่างนั้น” มาร์คเหย้าหยอกด้วยการเอาไหล่กระแทกแบมแบม

 

“  พี่มาร์คอ่ะ” แบมแบมยู่จมูก มือเล็กยกขึ้นเตรียมจะฟาดลงที่หน้าขาของมาร์ค คนตัวโตรู้ทันรีบรวบรัดมือคู่เล็กเอาไว้

“ จับได้แล้ว” มาร์คโยกศีรษะไปกระซิบใกล้หูของแบมแบม ไหล่เล็กยกขึ้นตามความรู้สึก

 

“ ปล่อยนะ...” เสียงหวานเอ่ยออกมาอย่างออดอ้อน แบมแบมไม่รู้หรอกว่าประโยคนั้นยิ่งทำให้มาร์คไม่อยากปล่อย

 

“ไม่เอาอ่ะ เดี๋ยวแบมตีพี่อีก” มาร์คซุกใบหน้าลงกับไหล่ของแบมแบม ริมฝีปากหยัก กดจูบลงที่หัวไหล่เล็ก

 

“ อย่าสิ เราดูรูปอยู่” แบมแบมเอ่ยประท้วง เมื่อแฟนหนุ่มไม่ยอมเคลื่อนหน้าออกไปไกลตัวเขาสักที

 

“ ก็ดูไปสิ” มาร์คพูด

 

“ แล้วจะดูได้ยังไงจับมือเราเอาไว้แบบนี้” แบมแบมกึ่งพูดกึ่งหดไหล่ขึ้นมาปกป้องตัวเองจากความซุกซนของมาร์ค

 

“ โอเค โอเค ไม่แกล้งแล้วครับ” มาร์คยิ้มกว้าง มือหนายกขึ้นมาหยิกที่แก้มป่องๆของแฟนอย่างหมั่นเขี้ยว แบมแบมเขินมาร์คจนหน้าแดง

 

“ หิวหรือยังครับ ฮึ?” คนหน้าหล่อถามต่อ แบมแบมพยักหน้าเบาๆให้ มารืคลุกขึ้นและยื่นมือออกไปให้แบมแบมจับ

 

“ ถ้างั้นนายก็ไปอาบน้ำนะ ชุดเดิมของนายเราให้ป้าแม่บ้านซักให้เรียบร้อยแล้ว เสร็จแล้วเราก็ลงมาทานข้าวกัน” คนผมสีแดงยิ้มกว้าง แบมแบมยื่นมือออกไปจับกับมือของมาร์ค

 

“ โอเคครับ มาร์ค” คนตัวเล็กตอบอีกคนด้วยสรรพนามเดียวกันกับเมื่อก่อน ในตอนที่ทั้งคู่ยังเด็กมาร์คเป็นฝ่ายเอ่ยขอให้แบมแบมตัดคำว่าพี่ออกไปจากประโยค เพื่อที่เขาทั้งคู่จะได้สนิทกันอย่างสบายใจ

 

“ ชุดวางอยู่บนเตียงนะ” เสียงของมาร์คตะโกนไล่หลังแบมแบมขึ้นมา คนตัวเล็กยังคงรู้สึกขัดเขินต่อคนรักของตัวเองทุกครั้ง ไม่เคยชินเลยสักที อยู่ใกล้ๆกันทีไรหัวใจก็เต้นแรงตลอดเลย

 

“ รีบอาบรีบลงมาล่ะ คิดถึงแล้ว” คนตัวสูงเหย้าแหย่ แบมแบมผู้ที่เดินขึ้นมาจนถึงหน้าห้องของมาร์คอดจะยิ้มเขินออกมาไม่ได้ แก้มนิ่มขึ้นสีแดงจัดอย่างน่ารัก คนตัวเล็กเผลอกัดริมฝีปากเมื่อย้อนนึกถึงสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในห้องนี้

“ อย่าเต้นแรงนักสิเจ้าหัวใจ....” แบมแบมพูดออกมาเบาๆกับตัวเอง ก่อนที่ทั้งร่างนั้นจะเดินหายเข้าไปในห้องอาบน้ำ

 

 

...........

 

“ หอมจังเลย....”

 

“ ครับ?” คนที่เพิ่งเดินลงมาจากบันไดหันขวับไปทางต้นเสียง

 

“ บอกว่า นายตัวหอมจังเลย...” มาร์คขยับก้าวเข้ามาสวมกอดแบมแบมเอาไว้อย่างหลวมๆ จมูกโด่งกดลงที่ไหล่เล็ก เจ้าของเสียงหวานเอี้ยวตัวหลบน้อยๆ

 

“ คนบ้า...” แบมแบมพูดเสียงเบา เรือนร่างบอบบางขยับดิ้นอยู่ในอ้อมกอดของคนตัวโตกว่า มาร์คหลุดขำในลำคอเมื่อเงยหน้าขึ้นมองเห็นใบหน้าเง้างอนของแฟนตัวเล็กที่ดูจะไม่สบอารมณ์เท่าไหร่

 

จมูกรั้นยู่ยี่ไปตามใบหน้ายามที่ต้องเอี้ยวตัวหลบใบหน้าหล่อของแฟนหนุ่มที่ไม่ยอมลดละความพยายามจะฉกชิมริมฝีปากนุ่มนิ่มนั้น

 

“ ไหนบอกว่าหิวไง ปล่อยได้แล้ว~~~” แบมแบมพยายามแกะมือมาร์คที่เกาะตัวเขาอยู่แน่นให้หลุดพ้นจากอ้อมกอดที่แสนเอาแต่ใจแต่ไม่ว่าจะพยายามเท่าไหร่ก็ไม่ได้ผลสักที ยิ่งแบมแบมดิ้น มาร์คก็ยิ่งกอดแน่นขึ้น

 

“ ตอนนี้ไม่อยากกินข้าวแล้ว....อยากกินอะไรที่มัน.....รสชาติดีกว่าข้าว” เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบาที่ข้างหู

ลมหายใจที่เป่ารดต้นคอทำเอาแบมแบมขนลุกซู่  พวงแก้มขาวขึ้นสีแดงจัด หัวใจดวงน้อยเต้นรัวจนเจ้าตัวรู้สึกได้แทบจะทุกจังหวะ

 

“ นี่! หยุดนะ~~~” แบมแบมใช้แรงที่อยู่น้อยนิดทั้งผลักทั้งดันใบหน้าหล่อของมาร์ค มือเล็กขยุ้มผมสีแดงซะจนเสียทรง

 

“ โอ๊ยๆ เจ็บๆ อย่าหยิกเรา” มาร์คร้องเสียงหลง ยามที่มือเล็กของแบมแบมบิดเข้าที่สีข้าง

 

“ ก็หยุดสิ เอาหน้าออกไปไกลๆเลย”

“ ไม่! หยิกมาเลย เราทนได้” พูดจบ ริมฝีปากหนาก็รุดเข้าไปช่วงชิมริมฝีปากบาง แบมแบมทุบลงที่หน้าอกแกร่งหลายต่อหลายครั้งแต่นั่นก็ไม่ทำให้มาร์คยอมถอนจูบ จากแรงที่ขัดขืนอย่างไม่ยินยอมในครั้งแรก

ค่อยๆผ่อนปรนจนกลายเป็นช่วยกันรับส่งอารมณ์หวาน

 

จูบหอมหวานจากหัวใจสองดวงที่พองโตด้วยความรัก

 

เหตุการณ์เป็นไปตามอารมณ์ของคนทั้งคู่ที่ส่งมอบให้กัน ทุกอย่างเริ่มก้าวข้ามไปอีกขั้นเมื่อมาร์คยกตัวแบมแบมขึ้นแล้วดันร่างบอบบางไปติดกับผนัง จมูกโด่งไล้ลงมาตามซอกคอขาว มือคู่เล็กขยุ้มเสื้อยืดตัวใหญ่ของอีกคนจนยับยู่ยี่ ไม่รู้กี่ครั้งที่มาร์คกดจูบลงไปบนริมฝีปากนุ่มนิ่มนั้น ราวกับว่าความต้องการในตัวแบมแบมสำหรับมาร์คไม่เคยพอ

 

พอได้กอดก็อยากจะจูบ...

 

พอได้จูบก็อยากจะก้าวข้ามไปอีกขั้น.....

 

ไม่รู้ว่าจะโทษที่แบมแบมน่ารักเกินไป หรือว่าโทษความไม่รู้จักหักห้ามใจของมาร์คดี

 

แต่ว่านะ นาทีนี้ใครสนกันล่ะ !

 

มือที่ซุกซนค่อยๆปลดกระดุมออกทีละเม็ด ทีละเม็ด ในขณะที่มาร์คยังคงมอบรสจูบแสนหวานให้กับแบมแบม คนตัวเล็กแทบไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ามาร์คกำลังพยายามจะปลดเปลื้องเสื้อผ้าที่อยู่บนตัวเขาออก

 

“ ไม่ไหวแล้ว ขึ้นห้องนะ.....” น้ำเสียงสั่นเครือเอ่ยออกมาพร้อมๆกันกับที่มือหนาค่อยๆช้อนร่างอีกคนขึ้นมาอุ้มในท่าเจ้าสาว แบมแบมผู้เขินอายได้แต่ยอมให้อีกคนอุ้มร่างที่อ่อนปวกเปียกเอาไว้ในอ้อมแขน เนื้ออ่อนขึ้นสีแดงจัดทั้งตัว ไม่ต้องพูดถึงระดับความเขินอายและอัตราการเต้นของหัวใจว่ามันสั่นไหว และวาบหวามสักแค่ไหน ยามเมื่อได้สัมผัสกัน…..

 

ขายาวก้าวขึ้นบันไดอย่างเร่งรีบ นึกอยากให้ประตูห้องนอนมาอยู่ข้างหน้าเสียเดี๋ยวนี้ จะได้ไม่ต้องเสียเวลาทิ้งว่างให้อารมณ์ที่พลุ่งพล่านต้องลดระดับลง

 

 

 

ทำไมวันนี้รู้สึกว่าบันไดมันสูงกว่าเดิมนะ….

 

นึกแล้วก็อยากจะให้ประตูห้องนอนมาตั้งอยู่ด้านหน้าซะตอนนี้เลย...

 

 

 

...

 

- It only hurts when you start pretending It doesn't -

(ความเจ็บจะเริ่มประจักษ์ชัดเมื่อคุณแกล้งทำเป็นว่าไม่ได้รู้สึกเจ็บปวด)

 

1 2 3 4 5 6 7 8 / 1 2 3 4 5 6 7 8/”  เสียงตะโกนบอกจังหวะ ร่างกายของเด็กหนุ่มทั้งหญิงและชาย กำลังขยับเต้นรำไปตามเสียงดนตรี และท่วงท่าที่ถูกกำหนดมา ดวงตาหลายคู่จ้องมองเพียงร่างของตัวเองผ่านกระจกบานใหญ่ ทุกคนตั้งใจเต้นเพื่อที่จะไม่ทำให้ตัวเองต้องรู้สึกเป็นตัวถ่วง  แหงล่ะสิก็มีโอกาสได้มาเป็นแบ็คอัพDancer ให้กับซุปเปอร์สตาร์ทั้งที จะมามัวอ้อยอิ่งอยู่ได้ยังไงกัน

 

 

แต่ว่าถึงอย่างนั้น....

 

 

“ ฮยอง พักบ้างเถอะ เราซ้อมติดกันมาห้าชั่วโมงแล้วนะครับ”  เด็กหนุ่มคนหนึ่งพูดขึ้นมา เมื่อแข้งขาเริ่มล้าจนไม่สามารถเต้นต่อไปได้ ต่อให้อึดแค่ไหนแต่เล่นเต้นแบบไม่พักเลยติดกันมาตั้งหลายชั่วโมงอย่างนี้ จะอึด จะเก่งแค่ไหนก็ต้องมีล้ากันบ้างล่ะน่า

 

“พวกนายเหนื่อยแล้วเหรอ” เจ้าของเสียงร้องที่ออกมาจากลำโพงหยุดจังหวะขยับร่างกาย แล้วหันมาทางต้นเสียงเมื่อสักครู่

 

“ มากกกก” เหล่า Dancer ในห้องตอบแทบจะพร้อมกัน เม็ดเหงื่อที่ไหลออกมาอาบทั้งตัวในขณะที่อากาศภายในห้องนั้นเย็นจัด คงจะพอบอกได้ว่าพวกเขานั้นเหนื่อยกันขนาดไหน

 

“ อ่อ ถ้าอย่างนั้นก็ไปพักกันเถอะ ฮยองขอโทษที ซ้อมนานไปหน่อย” จูเนียร์พูดเสียงค่อย ก่อนจะเดินไปปิดเพลง

 

“ ฮยองจะฟิตไปไหนเนี่ย อีกตั้งสามเดือนกว่าจะเริ่มโปรโมทโปรเจค” เด็กชายผมสีทองทรุดตัวลงนั่งกับพื้น ในขณะที่คนอื่นๆก็ทิ้งตัวลงนั่งเหมือนกัน เหล่านักเต้นบ้างยกมือขึ้นมาปาดเหงื่อ บ้างนอนราบลงไปกับพื้น

 

“ .......” คนหน้าสวยฟังแล้วก็ได้แต่กลืนคำตอบลงไปในท้อง เรื่องที่เขาต้องมาหมกตัวอยู่แต่ในห้องซ้อม ซ้อมร้องซ้อมเต้นแบบเอาเป็นเอาตายอยู่แบบนี้ ก็เพื่อไม่อยากให้จิตใจมันว่าง อยากจะทำตัวให้มันยุ่งๆไปเพื่อที่จะได้ไม่ต้องคิดถึงเรื่องอื่น

 

เรื่องอะไรก็ตามที่ทำให้เสียใจ .....

 

จูเนียร์ไม่ได้ตอบอะไรกับเหล่านักเต้นแบ็คอัพของเขา  ร่างบางเพียงแค่ยิ้มน้อยๆเพื่อเป็นคำตอบ

รู้แบบนี้น่าจะตกลงไปญี่ปุ่นกับเจบีซะตั้งแต่แรก ขาเรียวก้าวเดินมายังกระเป๋าหนังสำดำที่วางกองอยู่ที่พื้น ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือราคาแพงขึ้นมาเปิดดูเวลา  ดวงตาคู่สวยหม่นลงยามเมื่อเห็นเบอร์ที่โชว์หราอยู่หน้าจอ

 

( JuJu’s Lover ) 

60 สายไม่ได้รับ  010-5595-****

 

อ่า.....

นี่เรายังไม่ได้เปลี่ยนชื่ออีกเหรอเนี่ย

 

มือเรียวเลื่อนกดลงไปยังช่องแก้ไขชื่อ ก่อนที่จะตัดสินใจวกสายตากลับมายังตัวอักษรที่อยู่ติดกัน

 

ลบรายชื่อผู้ติดต่อ...

 

ลบเรียบร้อย...

 

ตัวอักษรหน้าจอบอกถึงผลลัพธ์ของเจ้าของเครื่อง จูเนียร์ทอดถอนลมกายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย เห็นแค่เบอร์ยังเจ็บขนาดนี้ ไม่กล้าจินตนาการจริงๆว่าถ้าเจอหน้ากัน มันจะเจ็บมากกว่านี้อีกเท่าไหร่

 

 

………..

 

 

 

“ มาร์ค ทำอะไรอยู่ ลงมาสักทีสิ”  เสียงหวานสะท้อนดังขึ้นมาจากชั้นล่างของบ้านหลังใหญ่ มาร์คหายใจเสียงหนักกับเบอร์โทรบนหน้าจอที่เขาเพิ่งกดโทรออกไป

 

ไม่ยอมรับสายกันเลยนะจูเนียร์

 

“ ทำอะไรอยู่เหรอฮะพี่มาร์ค”  แบมแบมเดินมาเกาะขอบประตู ใบหน้าน่ารักชะเง้อมองเข้ามาภายในห้องนอนของคนผมสีแดง มาร์คเงยหน้าขึ้นจากโทรศัพท์และส่งยิ้มไปให้คนรัก

 

“ ไม่มีอะไรหรอก....” เขาพูดเสียงนิ่ม แบมแบมยิ้มอ่อนพร้อมๆกับพยักหน้าเบาๆ

 

หลังจากที่คนตัวโตพยายามจะทำบางอย่างกับคนตัวเล็ก โดยอุ้มอีกคนขึ้นมาบนห้อง เหตุการณ์ที่น่าจะเป็นไปด้วยดี ตามที่มาร์คหวังไว้ กลับต้องชะงักลงเพราะเสียงออดที่ดังขึ้นมาซะก่อน

 

ใครมากดออดตอนนี้ฟะ  มาร์คหันไปทางประตูบ้านอย่างหัวเสีย แบมแบมผู้ที่ถูกอุ้มรีบดิ้นพาตัวเองลงจากเหตุการณ์ที่ตัวเขาเอวเกือบๆจะเผลอไผลไปกับมาร์คด้วย

 

“ ปล่อยเราลงพี่มาร์ค ข้างล่างมีใครมา ไปดูเร็ว”

 

“ ไม่มีหรอก ใครจะมาดึกป่านนี้” มาร์คตัดบท คนตัวสูงใช้เท้ายันประตูห้องนอนของตัวเองเบาๆเพื่อเปิดทาง

 

ออด~~~ ออด~~~

 

“ นั่นไงพี่มาร์ค มีคนมาที่บ้านจริงๆ ปล่อยเราลงได้แล้ว” แบมแบมอมลมจนแก้มป่อง

 

“ ถ้าลงไปดูแล้วมันไม่สำคัญละก็นะ....น่าดูแน่!” ประโยคหลังกลับสะบัดมาทางแบมแบม คนตัวเล็กทำตาโต มือคู่เล็กทุบลงที่อกแกร่งเสียเต็มแรง

 

“ อย่ามาทะลึ่งนะ เห็นเรายอมเลยได้ใจใช่มั้ย นี่แหนะ!” แบมแบมทุบลงไปตรงอกมาร์คจนคนตัวสูงร้องโอ้ย

ร่างสูงจำยอมต้องปล่อยคนในอ้อมกอดลง มือหนายกขึ้นปัดป้องตัวเอง

 

“ ยอมแล้ว ยอมแล้ว ยอมแล้วคร้าบบบ~

 

“ อย่ามาทำทะลึ่งกับอีกนะ ถ้าทำอีกละก็ น่าดูแน่!” เป็นแบมแบมที่ขู่มาร์คบ้าง คนผมสีแดงหน้อจ๋อยลงไปในทันที แบมแบมเดินฟึดฟัดลงไปยังส่วนของประตูหน้าบ้าน โดยมีมาร์คเดินตามมาติดๆ

 

“ โอ๋ๆ อย่างอนน้า คนดี ต่อไปจะไม่ทะลึ่งอีกแล้วฮะ สัญญาเลย”  มาร์คทำเสียงออดอ้อน ท่าทางที่ไม่เข้ากับรูปร่างทำให้แบมแบมอดจะยิ้มออกมาไม่ได้

 

โธ่ กะว่าจะตีหน้าเข้มซักหน่อย

 

ตาบ้า.... คนตัวเล็กอมยิ้มเก็บอาการจนกระทั่งเดินมาถึงประตูหน้าบ้าน

 

“ พิซซ่ามาส่งครับ” เสียงจากชายหนุ่มในชุดยูนิฟอร์มสีเขียวเข้ม เอ่ยขึ้นมาพร้อมๆกับยกกล่องพิซซ่าในมือยื่นให้แบมแบม

 

“ พิซซ่า?~” แบมแบมทวนคำถาม ใบหน้าน่ารักเอี้ยวหันไปหาคนที่อยู่ด้านหลัง

 

“ เราสั่งเองแหละ” มาร์คตอบเสียงสั้น ก่อนจะเดินไปจัดการจ่ายเงินให้ผู้ที่เป็นต้นเหตุทำให้เขากับแบมแบมต้องลงเอยด้วยการเดินมาตามเสียงออด

 

“ ขอบคุณที่ใช้บริการครับ” พนักงานหนุ่มโค้งตัวเก้าสิบองศาพร้อมใบหน้าเปื้อนยิ้ม แบมแบมโค้งน้อยๆลงในจังหวะเดียวกัน คนหน้าสวยยิ้มหวานให้กับพนักงานหนุ่มที่ทำหน้าที่ดีเหลือเกิน

 

“ จะใช้บริการแค่ครั้งนี้ก็เท่านั้นแหละ” มาร์คพูดด้วยน้ำเสียงปนโมโห คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันจนเป็นปม

ไม่ชอบเลยเวลาที่แบมแบมยิ้มให้คนอื่น

 

คนส่งพิซซ่าดูจะตกใจน้อยๆเมื่อเงยหน้าขึ้นมาเจอสีหน้าของมาร์ค

 

“ โอ้ย! หยิกเราทำไมเนี่ย”

 

“ ขอบคุณนะฮะ กลับดีดีนะครับ” แบมแบมไม่สนใจเสียงร้องทักของมาร์ค คนตัวเล็กกลับไปใส่ใจกับการบอกลาของคนส่งพิซซ่าแทน

 

ทันทีที่รถมอเตอร์ไซค์แล่นออกจากหน้าบ้านไป แบมแบมก็หันมาค้อนให้มาร์คอีกอีหนึ่ง สายตาดุๆของแบมแบมทำเอามาร์คไม่กล้าหือ

 

“ ก็นายอยากยิ้มให้คนอื่นทำไมล่ะ เราหวงนะ” มาร์คพูดเสียงอ่อย

 

“ ตาบ้า ไปเลยเอาพิซซ่าเข้าไปในบ้านเลย” แบมแบมส่ายหัวน้อยๆ รอยยิ้มเล็กๆปรากฏขึ้นเมื่อเห็นแววตาอ้อนๆของมาร์ค ในดวงตาคู่นั้นมันกำลังบอกเขาว่า คราวหน้าอย่าไปยิ้มให้ใครอีกนะ อย่าไปยิ้มหวานให้คนอื่นอีก

 

“ คนบ้า...” แบมแบมพูดกับตัวเองเบาๆยามเมื่อมาร์คเดินนำหน้าเข้าไปยังตัวบ้าน
 

............

 

เสียงเคี้ยวกรุบๆ กับท่าทางเอร็ดอร่อยของคนตัวโต สะกดให้แบมแบมจดจ้องอยู่ไม่วางตา

 

ใครกันที่บอกไม่หิวแล้ว?

 

แบมแบมยกยิ้มน้อยๆก่อนจะก้มลงทานพิซซ่าในมือต่อ

 

จริงๆแล้วแบมแบมไม่ชอบพิซซ่า รสชาติของมันไม่ค่อยถูกปากคนตัวเล็กเท่าไหร่นัก แต่ที่ยอมกินทุกๆครั้งก็เพราะรู้ว่าอีกคนชื่นชอบพิซซ่ามากมายขนาดไหน

ภาพที่มาร์คทานพิซซ่าอย่างเอร็ดอร่อยนั่นต่างหากที่แบมแบมชอบ

 

 

“จริงด้วยพี่มาร์ค .....?

 

“ หืม..?” มาร์คตอบรับในลำคออย่างไม่มองหน้า คนผมสีแดงตั้งหน้าตั้งตาจัดการกับพิซซ่าที่อยู่ตรงหน้าอย่างตั้งอกตั้งใจ

 

“ ภาพที่แขวนอยู่ตรงผนังนั่นน่ะ สวยดีนะฮะ” คนตัวเล็กยกยิ้ม ดวงตากลมโตจ้องมองไปยังใบหน้าหล่อที่นั่งอยู่ตรงข้ามกัน

 

“ ......” มาร์ควางชิ้นพิซซ่าลง แล้วเงยหน้าขึ้นมาสบตากับแบมแบม รอยยิ้มจางๆปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อ เสี้ยววินาทีที่แบมแบมไม่ได้คิดไปเองว่ามาร์คเผลอมองกลับมาด้วยแววตาเศร้าๆ

 

“ภาพดวงดาวระยิบระยับนั่นไงคนตัวเล็กพูดต่อ ด้วยนึกว่าอีกคนไม่ได้ยินในสิ่งที่เขาพูด

 

“ อ่อ....” มาร์คตอบรับในลำคอ ก่อนจะก้มหน้าลงหยิบชิ้นพิซซ่าขึ้นมากินต่อ

 

“ เท่าที่จำได้ไม่เคยเห็นเลย พี่มาร์คเพิ่งซื้อมาแขวนเหรอ” แววตาและน้ำเสียงอยากรู้อยากเห็นของแบมแบมยิ่งเพิ่มขึ้นเสียจนมาร์คจับสังเกตได้

จริงๆแล้วแค่เรื่องภาพที่ติดผนัง ก็ไม่น่ามีอะไรให้อยากรู้มากมายนักหรอก ถ้าหากว่าคนที่ถามไม่ได้จดจำทุกๆรายละเอียดของทุกๆอย่างในบ้านหลังนี้ได้ขึ้นใจ

 

ไม่ว่าจะเป็นผ้าม่าน....

 

โซฟา.....

 

ผ้าปูโต๊ะ...

 

ดอกไม้ หรือว่าแจกัน

 

เคยมีภาพอะไร แขวนเอาไว้ที่ตรงไหน

 

ทุกๆอย่างกระทั่งหนังสือที่วางอยู่บนชั้น แบมแบมก็จำได้ไม่เคยลืม

 

 

 

“ เปล่าหรอก ……..

 

 

 

จริงๆแล้วภาพนั้นเป็นภาพที่แม่วาดน่ะ....”  มาร์คเว้นวรรคประโยคอยู่ครู่ใหญ่กว่าจะเอ่ยประโยคหลังตามมา

 

“ อ่า ....” จบประโยคคำตอบที่ได้รับ แววตาซุกซนเมื่อสักครู่ ค่อยๆหม่นลงเหมือนกับจังหวะการเต้นของหัวใจดวงน้อยที่มันเริ่มช้าลงจากเดิม รอยยิ้มเศร้าๆปรากฏขึ้นบนใบหน้ามาร์ค ทำเอาหัวใจของคนที่มองดูเจ็บหน่วง

 

พี่มาร์ค....

 

แบมแบมร้องเรียกชื่ออีกคนเพียงในใจ ขณะที่ดวงตากลมยังคงจ้องมองใบหน้าหล่ออยู่อย่างนั้น ...

 

 

พื้นที่ภายในห้องโถงใหญ่ ตกอยู่ในความเงียบเมื่อเพลงสุดท้ายจากแผ่นเสียงที่กำลังหมุน หยุดลง แบมแบมได้ยินเพียงเสียงของช้อนส้อมกับแก้วน้ำที่กระทบกับโต๊ะหินอ่อนราคาแพง ยามที่เจ้าของบ้านยกน้ำขึ้นมาดื่ม

 

ถึงแม้ว่าทั้งคู่จะสนิทกันมาก แต่แบมแบมก็ไม่เคยลืมถึงเหตุผลที่เขาทั้งคู่ได้มาเจอกัน แบมแบมยังจำได้ดีว่ามาร์คเสียใจแค่ไหนในวันนั้น

 

มาร์ครักคุณแม่มากเลย...

 

และนั่นเป็นเหตุผลที่แบมแบมไม่เคยถามถึงบุคคลในความทรงจำของมาร์คเลยสักครั้ง กลัวว่าสิ่งที่ถามจะไปสะกิดต่อมความรู้สึกทำให้มาร์คต้องเสียใจ

 

แบมแบมไม่อยากเห็นมาร์คเสียใจ

 

ไม่อยากเห็นมาร์คเศร้า....

 

ทุกอย่างนิ่งเงียบอยู่สักพัก กระทั่งมาร์คได้ยินเสียงสูดน้ำมูกดังขึ้นจากที่นั่งฝั่งตรงข้าม เสียงที่คล้ายกับเสียงสะอื้นนั้น เรียกให้เขาต้องเงยหน้าขึ้นมอง 


และทันทีที่มาร์คสบตากับเจ้าของเสียงนั้น ร่างสูงโปร่งก็รีบรุดเข้าไปยังที่ที่อีกคนนั่งอยู่

 

“ เฮ้..เฮ้...กันต์พิมุกต์ ร้องไห้ทำไม”  เขาถามเสียงนิ่ม เสียงทุ้มๆที่เอ่ยถามอย่างเป็นห่วงยิ่งทำให้น้ำตาของคนตัวเล็กไหลหลั่งออกมา

 

“ ชู่ว....ร้องไห้ทำไมครับ..” มาร์คตรงเข้าไปปลอบประโลมแบมแบม มือหนาเลื่อนขึ้นมาลูบที่เรือนผมนุ่มแผ่วเบา

 

“ เรา...ฮึก...ขอโทษที่...ฮึก ....ถาม ... เรื่อง....ฮึก ...” แบมแบมสะอึกสะอื้นถึงกับพูดจาจับใจความไม่ได้

 

“ คุณแม่ของพี่มาร์ค.....เราทำให้พี่มาร์คเสียใจใช่มั้ย?...เรา..ฮึก....ขอโทษ..” แบมแบมพูดออกมาแต่ละคำด้วยความรู้สึกผิด

 

“ ชู่ว......ไม่เป็นไร ไม่ต้องร้องนะครับ...” มาร์คโน้มตัวลงไปหาแบมแบมแล้วกอดคนตัวเล็กเอาไว้แน่น

 

“ นายไม่ได้ทำให้เราเสียใจเลย...นิ่งนะคนดี...” เขายังคงพูดปลอบอีกคนด้วยน้ำเสียงที่นิ่มนวล

 

“ เราไม่น่าถามพี่มาร์ค...ฮึก....เลย... ไม่น่า...ฮึก...อยากรู้เลย...” แบมแบมยังคงร้องไห้อยู่ในอ้อมกอดของมาร์ค

 

“ ....ฟังเรานะกันต์พิมุกต์ ไม่ต้องขอโทษเรานะครับ นายไม่ได้ทำอะไรผิดเลย...

 นายถามเราได้ทุกเรื่อง ทุกๆเรื่องที่นายอยากรู้ นายถามเราได้หมดเลยนะ....

ไม่ต้องร้องนะครับคนดี...”  มาร์คกระชับกอดแบมแบมอีกครั้งก่อนจะปล่อยกอดออก ทันทีที่ทั้งคู่สบตากัน มาร์คก็หลุดยิ้มออกมา เมื่อมองเห็นจมูกของแบมแบมที่มันเป็นสีแดงอย่างกับลูกสตอเบอรี่

 

“ ฮึก...” แบมแบมยังคงสะอื้นอยู่ คนตัวเล็กก็พยายามทำให้ตัวเองหยุดร้องไห้

 

“ ดูซิเนี่ย หน้าตาดูไม่ได้เลย” มาร์คยิ้ม มือหนาเอื้อมออกไปเช็ดน้ำตาให้อีกคนอย่างเบามือ

 

แบมแบมหัวเราะออกมาเบาๆกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อสักครู่ ในขณะที่มาร์คค่อยๆโน้มใบหน้าประทับจูบลงที่หน้าผากนิ่ม คนหน้าหล่อค่อยๆเลื่อนลงมาสบตากับดวงหน้าหวาน ตอนนี้ไม่ใช่แค่จมูกแล้วล่ะที่มันเป็นสีแดง ดวงตากลมโตที่ยังเปรอะไปด้วยคราบน้ำตาจางๆ จ้องมองนัยน์ตาคมด้วยแววตาที่สั่นไหวในที มันเนิ่นนานอยู่สักพัก จนกระทั่งร่างเล็กพุ่งเข้ากอดอีกคนอย่างเต็มกอด

 

แบมแบมกอดมาร์คเอาไว้แน่น แน่นเสียจนร่างสูงต้องหลุดยิ้มออกมา

 

มือหนายกขึ้นลูบหัวอีกคนอีกครั้ง แปลกใจเหมือนกัน ไม่เคยเห็นแบมแบมเป็นแบบนี้เลย

 

เด็กคนนี้ต้องผ่านอะไรมาบ้างนะ ในตอนที่เราห่างกัน

 

I love you” แบมแบมพูด ซุ่มเสียงที่อ่อนหวานดังอู้อี้อยู่ในอ้อมกอดของมาร์ค

 

I know I love you too” มาร์คก้มลงตอบกระซิบที่ข้างหูของอีกคน น้ำเสียงของมาร์คในตอนนี้ช่างฟังแล้วอบอุ่นใจ คล้ายกับแสงแดดอ่อนๆในยามเช้า แบมแบมกระชับกอดคนตัวสูงเอาไว้แน่น กระทั่งอีกคนหลุดขำออกมา

 

“ รักเรามากมั้ยเนี่ย” เขาพูดเหย้าแหย่ ด้วยมือข้างหนึ่งที่เปื้อนซอสมะเขือเทศ ทำให้มาร์คกอดแบมแบมได้ไม่เต็มที่นัก

 

“ มากสิ.... More than anything” แบมแบมค่อยๆปล่อยกอดแล้วเงยหน้าขึ้นสบตากับมาร์ค

 

คำตอบของคนตัวเล็ก ทำให้หัวใจของคนตัวโต พองโตยิ่งกว่าครั้งไหนๆ  ใบหน้าน่ารักและไฝใต้ตาแสนมีเสน่ห์นั่น ทำให้ยากนักที่คนที่ได้จ้องมองมันตรงๆจะเบือนหน้าหนีไปโดยไม่ทำอะไร

 

“ อ้ะ..” แบมแบมสะดุ้ง เมื่อมาร์คก้มลงประกบจูบที่ริมฝีปากนิ่ม  ช่วยไม่ได้นะนายอยากน่ารักเองนี่นา

 

จุมพิตแสนหวาน ที่รสชาติดีกว่าพิซซ่ามาร์คกำลังมอบจูบที่ดูดดื่มและลึกซึ้งกระทั่งตัวเขาเองยังแปลกใจ ยิ่งคนที่ถูกจูบมีปฏิกิริยากลับมา ยิ่งทำให้อารมณ์หวานพลุ่งพล่าน มือเล็กค่อยๆเลื่อนขึ้นมาขยุ้มคอเสื้อของอีกคน  ตอนนี้แบมแบมเองก็ปลดปล่อยอารมณ์ของตัวเองออกมาจนหมดเช่นกัน ...

 

Whatever happens tomorrow, we’ve had today,

 

ต่อให้ในวันข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น แบมแบมก็จะไม่กลัวอะไรอีกต่อไปแล้ว ขอแค่ยังมีมาร์คอยู่ข้างๆกันตลอดไปก็พอ..

 

นายคือพรทุกข้อที่เราเอ่ยวิงวอนขอกับพระเจ้า

 

นายคือทุกสิ่ง ทุกอย่างที่ทำให้เรา ยังคงเป็นเราอยู่ในตอนนี้

 

มาร์ค....นายจะเป็นคนเดียวและคนสุดท้ายที่เราจะมอบหัวใจให้

 

อยู่ด้วยกัน....ไปนานๆนะ....

 

“ พิซซ่าอร่อยจัง” มาร์คขยิบตา ทันทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่ ผละออกจากกัน แบมแบมยิ้มเขิน พวงแก้มใสระเรื่อแดง คนตัวเล็กหลุบตาต่ำมองตักของตัวเอง

 

“ แบมแบม....”

 

“ ฮะ...”

 

“ อยู่ที่นี่ด้วยกันนะ....”

 

“ พี่มาร์ค......”

 

“ รู้แล้วครับ....เราหมายถึงคืนนี้เนี่ย....อยู่ด้วยกันนะ....”

 

“ .......ไม่รู้สิ...”

 

“ อยู่เถอะ....เรามีอะไร อยากให้นายดู” มาร์คพูด แบมแบมทำตาโตเมื่อถึงประโยคสุดท้าย

 

มีอะไรจะให้ดูอย่างนั้นเหรอ?

 

 

 

...................................

 

เรามีบทเพลงสำหรับลมหนาวในท่วงทำนองยามที่กิ่งก้านใบของต้นไม้นั้นเต้นระบำ  บทเพลงที่จะช่วยให้หัวใจอุ่นขึ้นมา ยามที่ผิวกายต้องสัมผัสกับความหนาวเย็น

 

เสียงฝีเท้าก้าวเหยียบขึ้นตามขั้นบันได มือที่ยังคงจับกันเอาไว้แน่น มาร์คหันมาส่งยิ้มให้กับคนที่เดินอยู่ข้างหลัง เบื้องหน้าคือสิ่งที่คนตัวโต อยากจะให้คนตัวเล็กได้รับรู้

 

อดีตในตอนที่ทั้งคู่ต่างยังคงไม่รู้จักกัน

 

“ เรากำลังจะไปไหนกันเหรอ” แบมแบมที่เดินตามมาร์คมาอย่างเงียบๆ ต้องเอ่ยถามขึ้นมา เมื่อเห็นว่าคนตัวโต เอาแต่เดินไปตามโถงทางเดินมืดๆชั้นบนสุดของบ้านหลังใหญ่

 

ที่ซึ่งแบมแบมไม่เคยมา

 

“ เรากำลังจะพานายไป รู้จักกับแม่ของเราไง” มาร์คตอบ ตอบของมาร์คทำเอาแบมแบมต้องจ้องมองแผ่นหลังของเขาด้วยความฉงนใจ

 

พี่มาร์คจะล้อเล่นอะไรอีกเนี่ย?

 

สักพักมาร์คก็หยุดฝีเท้าลงตรงหน้าประตูไม้บานหนึ่ง แบมแบมหันหลังไปมองทางเดินที่เพิ่งเดินมา คงจะไม่ค่อยมีใครขึ้นมาบนนี้สินะ แบมแบมคิด

 

“ถึงแล้วล่ะ” มาร์คหันมาหาแบมแบม คนตัวเล็กพยักหน้ารับเบาๆ

 

“ ว่าแต่ ตรงนี้คือห้องอะไรเหรอฮะ?” แบมแบมเอียงใบหน้าถามพร้อมแววตาสงสัย

 

มาร์คไม่ตอบ แต่กลับไขกุญแจห้องแล้วดึงมือแบมแบมให้เดินเข้าไปด้วยกัน

 

ทันทีที่คนตัวเล็กก้าวเท้าเข้ามายังในห้อง หัวใจก็เริ่มเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ ทั้งห้องมืดสนิทไม่มีแสงไฟจากด้านนอกหรือที่ไหนสาดส่องเข้ามาเลย มาร์คปล่อยมือแบมแบมแล้วเดินนำหน้าเข้าไปยังภายในห้อง ขาเรียวหยุดอยู่กับที่ไม่กล้าขยับไปไหน


“ พี่มาร์ค.....อยู่ตรงไหนน่ะ” แบมแบมพูดเสียงปนสั่น ดวงตากลมโตสาดสายตามองไปยังรอบๆห้องที่มืดสนิท

 

“ เดินเข้ามาเลยแบมแบม เราอยู่ตรงนี้” แบมแบมแว่วยินเสียงมาร์คดังมาจากส่วนลึกตรงไหนสักแห่งของห้อง แต่มันมืดเสียจนเขาไม่กล้าขยับขาไปตามเสียงนั้น

 

“ มันมืดมากเลย เรามองไม่เห็นพี่มาร์ค” เสียงหวานตอบเสียงสั่น ครั้นจะเดินกลับออกไปก็เกรงว่าจะหลงทาง อย่างที่บอก บ้านของมาร์คไม่ใช่หลังเล็กๆ แถมชั้นบนสุดนี้ก็ไม่เคยมาเลยอีกต่างหาก

 

“ โอ้ะ!” แบมแบมสะดุ้งโหยง เมื่อจู่ๆก็มีมือปริศนามารวบกอดเขาจากทางด้านหลัง มาร์คซบลงที่ไหล่เล็กก่อนจะกดจูบลงไปในที่เดียวกันนั้น

 

“ เราทำนายตกใจเหรอ ....ขอโทษครับ” เขาพูดเสียงนิ่ม แบมแบมเอี้ยวตัวเข้ากอดมาร์คแน่น

 

“ เรากลัวนะ อย่าทำแบบนี้สิ” คนตัวเล็กพูดด้วยน้ำเสียงแกมดุ

 

“ ขอโทษครับ ไม่แกล้งแล้ว..” มาร์คยิ้มกว้างก่อนจะเดินไปเปิดไฟ ให้ห้องที่แบมแบมคิดว่าน่ากลัว จริงๆแล้วมันดูอบอุ่นแค่ไหน

 

“ ว้าว....” ทันทีที่แสงไฟสีส้มทำลายความมืดของตอนกลางคืนให้หายไป แบมแบมก็ประจักษ์แก่ใจว่า ทำไมมาร์คถึงได้พูดว่า จะพามารู้จักกับแม่

 

ทั้งห้องถูกตกแต่งด้วยอิฐเปลือยและไม้สีน้ำตาลเข้ม มีรูปภาพติดผนังอยู่เต็มไปหมด และรูปเหล่านั้นทั้งหมดต่างเป็นรูปของดวงดาว ชั้นวางหนังสืออยู่ติดกันกับกล้องดูดาวและโต๊ะเขียนแบบ ข้างๆโซฟาสีเข้มคือแจกันสีขาวที่บรรจุกิ่งไม้แห้งสีน้ำตาลไหม้  โต๊ะทำงานดูเข้ากันดีกับกรอบรูปที่วางประดับอยู่ ข้างๆหน้าต่างที่มาร์คเพิ่งจะเดินไปดึงผ้าม่านขึ้น คือขาตั้งไม้สำหรับวาดภาพขนาดกลางที่มีกระดานติดกระดาษเตรียมพร้อมเอาไว้

 แบมแบมกวาดสายตามองไปทั่วห้องยิ่งมองก็ยิ่งเหมือนรู้จักกับเจ้าของห้องมากขึ้น คนหน้าสวยสะดุดกับรูปที่ตั้งอยู่บนโต๊ะทำงาน เป็นรูปของมาร์คในวัยเด็กนั่งอยู่บนตักของคุณแม่ และข้างๆกันนั้นก็มีผู้ชายหน้าตาใจดียืนยิ้มให้กับกล้อง แบมแบมยิ้มออกมาเมื่อเห็นรอยยิ้มเล็กๆของมาร์คในรูปนี้

 

“ คุณแม่สวยมากเลย...”แบมแบมพูด มาร์คเดินเข้ามาใกล้แล้วโอบกอดแบมแบมเอาไว้จากทางด้านหลัง คนตัวสูงก็มองดูรูปนั้นไปพร้อมๆกัน

 

“ ตอนนั้นเราสามขวบเอง จำตอนที่ถ่ายภาพนี้ไม่ได้ด้วยซ้ำ”  เสียงทุ้มต่ำ ลอยวนอยู่บนหัวของแบมแบม คนตัวเล็กได้แต่พยักหน้ารับ ฟังสิ่งที่อีกคนพูด

 

“ นี่

 

“ ครับ?...”

 

“ นายอยากจะเห็นความพิเศษของห้องนี้มั้ย?

 

“...” แบมแบมเอี้ยวตัวไปหามาร์ค คนตัวสูงยักคิ้วให้

 

“นายอยากจะ....มองภาพที่แม่เราวาด ด้วยตาของนายเองมั้ยล่ะ”

 

“ หมายถึง ภาพพวกนั้นเหรอฮะ แบมแบมยื่นหน้าไปทางที่ภาพบนผนังแขวนอยู่”

 

“ ไม่ใช่...เราหมายถึงว่า นายอยากจะมองภาพเหล่านั้น ก่อนที่มันจะมาเป็นภาพวาดมั้ย?~

 

“ ได้เหรอฮะ...ยังไง?~

 

“ มานี่สิ” มาร์คจูงมือแบมแบม มายังส่วนกลางของห้องที่ซึ่งมีฟูกนิ่มๆวางอยู่กลางห้องพอดี

 

“นอนลงตรงนี้” เขาว่า แบมแบมทำท่าทางประหลาดใจกับสิ่งที่มาร์คพูด

 

“จริงๆ ไม่ได้ล้อเล่น” เขาพูดต่อ เมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กจะถอยหนี แบมแบมขมวดคิ้ว แต่ทว่าก็ยอมทำตามที่มาร์คพูด ร่างบางทิ้งตัวลงบนฟูกนิ่มๆนั้นก่อนจะนอนราบลงไปตามที่เจ้าของบ้านสั่ง

 

ทันทีที่แบมแบมยอมทำตาม มาร์คก็อดจะยิ้มออกมาอย่างพอใจไม่ได้ ขายาวรีบก้าวไปตรงมุมสุดของห้องเพื่อทำบางอย่าง

 

พรึ่บ!

 

และแล้วไฟที่เคยสว่างไสวไปทั่งทั้งห้อง ก็ดับลงอีกครั้ง แบมแบมตาโตรีบเด้งตัวลุกขึ้นนั่ง

 

ไหนบอกจะไม่แกล้งไง คนตัวเล็กคิด

 

แต่ก่อนที่แบมแบมจะได้เอ่ยอะไรออกมา ก็เกิดเสียงครืดคราดประหลาดดังอยู่บนศรีษะ ทำให้ร่างเล็กต้องแหงนหน้าขึ้นมอง

 

หลังคาตรงกลางห้อง พื้นที่ที่แบมแบมนั่งอยู่ค่อยๆเลื่อนออกจนกระทั่งแบมแบมสามารถมองเห็นท้องฟ้าในตอนนี้ได้อย่างชัดเจน

 

 

“ ว้าว.......” ร่างบางอุทานออกมาเบาๆ กับสิ่งที่เห็น ดวงดาวมากมายกำลังส่องแสง ระยิบระยับอยู่บนท้องฟ้าอันกว้างใหญ่นั้น ความงามของมันยิ่งงามมากขึ้นเมื่อแสงของดวงดาวตกกระทบกับดวงตาคู่สวยที่จ้องมองอยู่

 

“ แหงนหน้ามองแบบนั้นเดี๋ยวก็ปวดคอกันพอดี” มาร์คพูดหลังจากที่หย่อนตัวลงนั่งข้างๆกัน คนตัวสูงเอนตัวลงนอนแล้วเอาแขนยื่นออกมาเป็นหมอนเพื่อรอรองรับร่างบอบบางที่กำลังตกตะลึงกับสิ่งที่เขาตั้งใจอยากให้เห็น

 

“ นี่...นอนลงมาตรงนี้สิ จะได้ดูด้วยกันไง” เขาพูดต่อ แบมแบมพยักหน้าน้อยๆ ก่อนที่จะค่อยๆเอนตัวนอนลงโดยมีท่อนแขนของแฟนเป็นหมอนรองรับ

 

“ สวยจัง....” คนตัวเล็กกระซิบพูดออกมาเบาๆ มาร์คคิดว่าในตอนนี้ แบมแบมของเขาดูน่ารักและน่าหลงใหลที่สุด

 

“ เราก็ชอบมานอนดูดาวกับพ่อบ่อยๆนะ ในตอนที่คิดถึงแม่” เขาพูดขึ้นมา ขณะที่ดวงตาจ้องมองไปยังพื้นที่ข้างบนฟ้านั้น

 

“พี่มาร์คไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้เราฟังเลย”

 

“ ก็....ไม่ใช่แค่นายหรอกที่กลัวว่าคำถามจะไปทำร้ายจิตใจคนอื่น….

 

.....เราเองก็กลัวนายเสียใจเหมือนกัน.....” เขาหันหน้ามามองหน้าคนรัก แววตาที่บ่งบอกถึงความห่วงใยถูกส่งผ่านไปให้อีกคนรับรู้

 

ทั้งคู่นอนดูดาวด้วยกันอยู่เงียบๆ ไม่มีใครพูดอะไรขึ้นมาอีก  แบมแบมขยับตัวเข้าหามาร์ค คนตัวสูงกดจูบที่กลุ่มผมนิ่ม แผ่วเบา มือหนาลูบไปมาเบาๆที่ไหล่เล็ก น่าแปลกที่คนทั้งคู่ไม่ได้พูดจากัน แต่ก็เหมือนกับว่าได้ยินเสียงซึ่งกันและกัน

 

เสียงของแมลงกลางคืนดังแว่วมาตามสายลมหนาว ดวงดาวบนท้องฟ้า เปล่งประกายแสงสีขาวสวยงามระยับตา ช่างเป็นค่ำคืนที่มีความสุขเหลือเกิน

 

 

“ ขอบคุณนะพี่มาร์ค  ที่อนุญาตให้เราเข้ามาในห้องนี้” แบมแบมเงยหน้าขึ้นมองมาร์ค คนตัวเล็กระบายยิ้มอ่อนออกมา

 

“ เราเองก็ขอบคุณนายเหมือนกัน...” เขาพูดพร้อมๆกับก้มลงไปจุมพิตที่หน้าผากนิ่ม แบมแบมหลับตารับจูบของมาร์ค ก่อนจะหันหน้ากลับไปมองดวงดาวต่อ

 

“ สวยจังเลย ดูสิพี่มาร์ค ตรงนั้นน่ะ เรารู้ว่าคือกลุ่มดาวอะไร” คนตัวเล็กพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น เมื่อมองเห็นจุดแสงสีขาวที่เรียงกันอยู่คล้ายกับภาพที่เคยเห็นในหนังสือ

 

“ไหนๆ” มาร์คเองก็พลอยตื่นเต้นไปด้วย

 

“ นั่นไงๆ” แบมแบมชี้ไปยังมุมหนึ่งของหลังคากระจก มาร์คพยักหน้าตามเมื่อเห็นสิ่งที่อีกคนต้องการจะบอก

 

That’s the Lepus and Columba”

 

How do you know that?” มาร์คถามออกมาอย่างประหลาดใจ ไม่คิดว่าแบมแบมจะดูดาวเป็นด้วย

 

ไปสนใจดูดาวตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ?~


“ พี่มาร์ค.......” แบมแบมลุกขึ้นนั่งแล้วก้มลงมองหน้ามาร์ค

 

“ ครับ?” 

 

“ เล่าเรื่องคุณพ่อคุณแม่ให้ฟังหน่อยสิ  เรื่องของพี่มาร์คตอนก่อนที่จะมาเจอกับเรา  ตอนเด็กๆพี่มาร์คซนมั้ย ช่างพูดหรือเปล่า” แบมแบมถามคำถามอีกคน พร้อมๆกับนอนคว่ำลงไปกับฟูกนิ่ม

 

“ อืม....จะเริ่มจากไหนดีล่ะ” มาร์คเปลี่ยนจากนอนหงายมาเป็นนอนตะแคง เพื่อคุยกับแบมแบม

 

“คืองี้นะ เหตุผลที่บ้านเรามีห้องแบบนี้เพราะว่าแม่เราชอบดูดาวมากเลย พ่อก็เลยทำห้องนี้ขึ้นมาเพื่อแม่น่ะ” มาร์คพูดไปด้วยแล้วก็ยื่นมือมาเกลี่ยผมหน้าม้าของแบมแบมไปด้วย

 

“ ตอนเด็กๆเราซนมั้ยเหรอ เท่าที่จำได้ แม่กับพ่อบอกว่าเราก็ซนเท่าเด็กปกติทั่วไปนะ สำหรับความช่างพูดเนี่ย ไม่รู้เหมือนกันแฮะ....ส่วนคุณพ่อของเราท่านก็เป็นเจ้าของโรงแรม....อย่างที่นายเห็นน่ะนะ ส่วนแม่เราเป็นสถาปนิก ถึงท่านทั้งคู่จะงานยุ่งมากแต่เราก็ไม่เคยรู้สึกเหงาเลย เพราะว่า ทุกๆคืนพวกเราจะมานอนดูดาวกันที่นี่....ตรงนี้...แม่ก็จะจดจำภาพของคืนนั้นๆแล้วก็กลับมาวาดในตอนเช้า...ทุกภาพของแม่มีชื่อเรียกนะ อย่างภาพที่นายถาม ชื่อว่า ดวงดาวที่ซุกซน.......” แบมแบมตั้งใจฟังสิ่งที่มาร์คเล่า ดวงตาคู่สวยจ้องมองเพียงนัยน์ตาคม คนตัวเล็กขยับตัวบ้างยามที่รู้สึกเมื่อยเพราะกำลังนอนหนุนแขนตัวเองอยู่


แบมแบมยิ้มให้กับทุกๆอย่างที่มาร์คเล่า ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะให้มันเป็นอย่างนี้ตลอดไปเลย

 

พอมานึกๆดูแล้ว.....

 

ตัวแบมแบมเองก็อยากมีช่วงเวลาแบบนั้นบ้างจัง

 

ช่วงเวลา......ที่ได้อยู่ท่ามกลางคนในครอบครัวน่ะ

 

มันคงจะดีมากเลยใช่มั้ย……..

 

 

“ แบมแบม”

 

“ ฮะ?


“ ขยับมานอนตรงนี้สิ”

 

“ อื้อ” แบมแบมทำตามที่มาร์คบอกอย่างว่าง่าย แม้เวลาจะผ่านล่วงเลยไปจนถึงคราวที่ดวงดาวเริ่มเปลี่ยนทิศทาง แต่ว่าคนทั้งคู่กลับไม่มีทีท่าว่าจะง่วงนอน

 

“ ดูดาวดวงนั้นสิ”

 

“ ไหน....”

 

“ นั่นไง...ตรงนั้นน่ะ”

 

“ ตรงโน้นเหรอฮะ?~

 

“ ไม่ใช่ๆ ตรงนั้นๆ”

 

“ ไหนอ่ะพี่มาร์ค...ตรงนั้นมันไม่มีดาวสักหน่อย” แบมแบมยู่ปากเมื่อเห็นว่ามาร์คทำท่าชี้มั่วไปหมด

 

“ ตรงนี้ไงครับ....” เขาพูดพร้อมกับถือบางอย่างที่ส่งแสงประกายวิบวับ

 

“ ดาวดวงนี้ เราให้แบมนะ....” มาร์คพูดต่อ พร้อมๆกับเอื้อมมือออกไปยกมือของแบมแบมขึ้นมา

 

“ พี่มาร์ค.....” หัวใจดวงน้อยเต้นรัวแบมแบมเรียกชื่อมาร์คด้วยน้ำเสียงที่สั่นไหว

 

“ ให้ดาวดวงนี้เป็นดวงดาวสำหรับเรานะ” มาร์คค่อยๆสวมแหวนรูปดาวให้กับแบมแบม มีดวงดาวสองดวงซ้อนกันอยู่ คนตัวเล็กน้ำตารื้นแล้วยิ้มออกมาด้วยความตื้นตัน

 

“ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ขอให้เราได้เป็นคนที่รัก และดูแลนาย ด้วยชีวิตของเรานะ”

 

“ พี่มาร์ค...”

 

“ ขอให้ความรักของเรา มันสวยงามเหมือนดวงดาวที่กำลังส่องแสงอยู่ตอนนี้ และขอให้ยืนยาวตลอดไปตราบนานเท่านาน ” พูดจบมาร์คก็ก้มลงจุมพิตที่มือเรียวของแบมแบม

แล้วทั้งคู่ก็มอบรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความรักให้แก่กัน

 

เสียงในใจของทั้งคู่เอาแต่พูดว่า....อยากให้ค่ำคืนนี้ มันยาวนานจนกระทั่งตลอดไป

 

 

 

................

 


เสียงนกกระจิบดังจิ๊บ จิ๊บ อยู่ด้านนอก แสงแดดที่ส่องผ่านหลังคากระจกเข้ามา ปลุกให้คนที่กำลังตกอยู่ในห้วงความฝันต้องตื่นขึ้นมา 

 

เจ้าของดวงตากลมหรี่ตามองรอบๆห้อง มือเล็กเอื้อมออกไปจะคว้าร่างของคนที่นอนอยู่ข้างกันเมื่อคืนแต่ก็ต้องแปลกใจ เมื่อเห็นว่าที่นอนด้านข้างนั้นมันว่างเปล่า

 

พี่มาร์คไปไหน

 

มือเล็กยกขึ้นขยี้ตาให้หายงัวเงีย ก่อนจะพบว่าจริงๆแล้วมาร์คไม่ได้หายไปไหน ร่างสูงนั่งอยู่ตรงหน้าหน้าต่างกระจกบานใหญ่ มาร์คกำลังวาดบางอย่างลงบนกระดาษที่ว่างเปล่า

 

“ ตื่นแล้วเหรอ....” เขาถามเสียงนิ่ม เมื่อรู้สึกถึงไออุ่นจากอ้อมกอดของอีกคน

 

“ทำอะไรอยู่ฮะ...” คนตัวเล็กฟุบหน้าลงกับไหล่กว้างคล้ายกับยังไม่อยากตื่น

 

“ ก็วาดภาพดวงดาวที่เราดูกันเมื่อคืนไง” คนตัวเล็กขยี้ตาก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองภาพนั้น

 

“ มานั่งตรงนี้สิ” มาร์คดึงแบมแบมมานั่งตัก ก่อนจะยื่นพู่กันขนาดเล็กให้

 

“ วาดกลุ่มดาวที่นายเห็นเมื่อคืน ลงไปด้วยสิ” คนผมสีแดงพูดพร้อมๆกับเอาคางมาเกยที่ไหล่เล็ก

 

แบมแบมพยักหน้าก่อนจะลงมือจิ้มสีขาวแล้วแต้มลงไปบนแผ่นกระดาษที่ถูกทาด้วยสีน้ำเงินเข้ม

 

“ เราตั้งชื่อภาพนี้แล้วนะ” มาร์คพูดต่อ แบมแบมเอี้ยวตัวมาหา คนหน้าสวยทำท่าประหลาดใจ


Our thousand stars….” เขาพูดต่อ แบมแบมยิ้มบางๆออกมาในขณะที่มือยังคงวุ่นอยู่กับการจุดสีลงบนกระดาษก่อนจะแอบเขียนชื่อภาพที่มาร์คเพิ่งตั้งลงไปพร้อมกับรูปแหวนที่อยู่บนนิ้วมือของตัวเอง

 

 

- Our Thousand Stars –

 

MB.


 

--------------------------------------------------------

**** That’s the Lepus and Columba” คือชื่อกลุ่มดาวกระต่ายและกลุ่มดาวนกพิราบ***
***** 
Whatever happens tomorrow, we’ve had today, ****** from ONE DAY movie.

 


 

รักนะ รักคนอ่านที่สุด

#ฟิคทำนองรัก


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

4,352 ความคิดเห็น

  1. #4336 MarkBam1n1a (@Notetoaki) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 29 มกราคม 2562 / 09:41
    รักแบมมากมาย แต่ยังโทหาจูจู คือไรอะ
    #4336
    0
  2. #4292 Jesse Kass (@Monitha) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 07:48
    อบอุ่นดีจัง มาร์คโรแมนติกมากกเวอร์ แบมก็คือดวงดาวสวยๆ
    #4292
    0
  3. #4229 anMarkBambamGOT7 (@anMarkBambamGOT7) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2560 / 17:21
    ตอนนั้นไม่เข้าใจ ว่ามาร์คจะพยายามโทรหาจูเนียร์ทำไม
    #4229
    0
  4. #4099 Moko87 (@mokomoko87) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2559 / 22:27
    หวานมากๆ
    #4099
    0
  5. #3938 BamG97_ (@sasikanr_) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2559 / 17:05
    มันดีล แต่อะไรที่มาร์คยังโทรไปหาเนียร์จะเครียกันรึ ยังไงๆมีความขัดแย้งสุงมาร์คค
    #3938
    0
  6. #3680 Eroseris (@ornlylove) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2559 / 01:12
    เขารักกันจนเราไม่อยากให้มีอะไรมาทำร้ายเขาเลย จะกดอ่านต่อก็กลัว....สงสารเเบม เเบมรอมาร์คมาเเทบทั้งชีวิตเลยนะ มีความสุขได้เเค่ช่วงนึงเองหรอ T^T
    #3680
    0
  7. #3477 MBKY; (@withmbky) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 15 มกราคม 2559 / 19:05
    ทำไมมาร์คถึงโทร.หาเนียร์อะ... หรือจะยังรักอยู่หรอ หรือยังไง ._. ก็นะคนเคยคบกันมานาน คงห่วงบ้างแหละ เฮ้อออ
    แต่แบมแบมน่ารักงะ บ้านมาร์คแต่ก่อนก็อบอุ่นมากเนอะ
    #3477
    0
  8. #3382 opel_zuza (@marang-zangkoong) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2558 / 16:55
    รักเรื่องนี้จนอยากจะร้องไห้ ไม่มีคำไหนบรรยายความรู้สึกที่ไรต์เขียนออกมาเป็นภาษาของไรต์เอง ภาษาที่ถ่ายทอดเรื่องราวของมาร์คและแบมแบมในจินตนาการที่ล้ำค่า มันยิ่งลึกซึ้งเข้าไปอีกเมื่อได้ฟังเพลงประกอบ รักจนอยากจะร้องไห้จริงๆค่ะ...
    #3382
    0
  9. #3246 onlyB (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2558 / 10:24
    romance มาก ภาษาสวยเหมือนเดิม เสลาอ่านยังสัมผัสได้ถึงความละมุนละมัยเหมือนเดิม คิดถึงนะ อย่าให้รอนานเลย

    #3246
    0
  10. #3051 Wonny (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2558 / 23:54
    ดราม่าหนักจนลืมตอนความน่ารักโรแมนติกไปหลายฉากเลย แต่พอได้กลับมาทบทวนค่อยมีรอยยิ้มกับความรักที่สวยงามของคนสองคนนี้เพิ่มขึ้นเหมือนกันแฮะ ห้องดูดาวโรแมนติกสุดๆ
    #3051
    0
  11. #3010 DaTa_MB (@datamb) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2558 / 06:18
    มันละมุน โรแมนติกน่ารักมาก ถ้าไม่ติดว่ามาร์คโทรหาเนียร์หกสิบกว่าสาย 555555
    #3010
    0
  12. #2569 ENED (@ENED) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2558 / 11:49
    ไรท์ต้องอ่านหนังสือมาเยอะมากแน่ๆเลย ยกนิ้วให้เลยค่ะ สู้ๆนะไรท์
    #2569
    0
  13. #1884 Chibamie (@parpaa) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2558 / 23:42
    หวานละมุนมากอ่าาาาาา ^^
    #1884
    0
  14. #1809 yingbuakan9 (@yingbuakan9) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2558 / 19:27
    ชอบบมากกกกับความหวานแบบนี้ เมื่อไหร่จะมีคู่บีเนียร์ หละคะไรท์  กลัวดราม่าอะ ม่ายชอบบบ
    #1809
    0
  15. #1574 .whatever (@880803) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 7 เมษายน 2558 / 10:58
    จริงๆมันดูเป็นแชปที่โรแมนติกมากกกมากกกก เปี่ยมไปด้วยความรักละมุน แต่นะ แต่เราสะอึกการกระทำของมาร์ค การพยายามโทรติดต่อเนียร์ขนาดนั้นคืออะไร มันตั้งแต่วันที่แยกกับเนียร์แล้ว ถ้าแบมไม่เข้ามาหามาร์คเอง มาร์คก็คงจมไปกับความรู้สึกสูญเสียเนียรไป แต่มันก็ไม่ผิด มาร์คกับเนียร์ก็รักก็ผูกพันธ์กันมาไม่แพ้แบม แม้แบมจะคือคนที่หัวใจมาร์คไม่เคยลืม ทำไมเรารู้สึกว่ามาร์คไม่เด็ดขาดจัง กลัวว่า แบมจะต้องยังเสียใจอีกแน่ๆ ฮือออออ อินมากกกกกก ไรท์แต่งดีทุกแชปทุกบรรทัดทุกตัวอักษร กลับมาอ่านกี่ครั้งก็ทำเราปล่อยอารมณ์น่วมกับตัวละครตามได้ตลอดเลย ชอบ เราชอบ
    #1574
    0
  16. #1565 Tooktaja (@tooktaja) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 มีนาคม 2558 / 23:27
    ไรท์อย่าให้มีดาร์กอีกเลยน่ะ อยากให้มีแต่โหมดรัก 
    #1565
    0
  17. #1553 PInkyland (@thinkpink) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 26 มีนาคม 2558 / 05:32
    หวานมากกกก หวานมากกก ขอบคุณไรท์งามๆสำหรับตอนนี้ ร้องไห้หนักมากTT
    #1553
    0
  18. #1551 ok go (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 25 มีนาคม 2558 / 23:57
    อ้านแล้วดีมาก ดีทุกอย่าง หวานละมุนละไม

    แต่จะโทรหาเนียร์ทำไมหะะะะะ ตบตี

    แค่นี้น้องแบมกับจูจูยังเจ็บไม่พอเหรอออ
    #1551
    0
  19. #1550 kungking (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 25 มีนาคม 2558 / 06:36
    อ่านแล้วรู้สึกอบอุ่นไม่อยากให้มีอะไรเกิดขึ้นกับสองคนนี้
    #1550
    0
  20. #1548 Hara_pop12 (@Hara_pop12) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 24 มีนาคม 2558 / 20:20
    หวานมากกกกกกกกกกกก มาร์คน่ารักกเเบมน่ารักกกกกก
    #1548
    0
  21. #1547 KMT_SS (@KMT_SS) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 24 มีนาคม 2558 / 15:17
    ไรท์หลายไปนานมาก555555
    #1547
    0
  22. #1546 L.Nog Wi Wo (@l-birddy) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 24 มีนาคม 2558 / 00:17
    หวานมากหวานจริงๆเลย
    #1546
    0
  23. #1545 lonelylogo (@lonelylogo) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 23 มีนาคม 2558 / 23:53
    เราพึ่งเข้ามาอ่าน อาจจะเม้นยาวนิดนึงนะคะ ตั้งแต่แรกที่อ่านนี่เราอ่านผ่านๆไปเยอะมาก คิดว่าพล็อตก็คงธรรมดาทั่วไป แต่พออ่านไปเรื่อยๆนี่เราน้ำตาคลอหลายรอบมากเลย แค่คิดว่ามาร์คกับแบมรอเจอกันมาตลอดนี่ยิ่งเศร้า ยิ่งตอนมาร์คเอากระดาษไปคืนแบมนี่น้ำตาไหลเลย สงสาร สำหรับเราแบมเหมือนคนที่รอมาตลอด พอคิดว่าตัวเองไม่สำคัญกับมาร์คอีก มันเหมือนที่รอมาตั้งนานมันไร้ประโยชน์สุดๆ เวลาเจอฉากย้อนมันรู้สึกเหงาๆ ตอนอ่านบทมาร์คเนียร์แรกๆนี่เราเผลอด่าพี่มาร์คไปหลายรอบมากๆ55555 แถมตอนนยองจูบมาร์คต่อหน้าแบมนี่แบบนึกในใจว่านยองร้ายแน่ๆ แต่พอมาร์คเนียร์เลิกกันจริงๆดันรู้สึกโหวงๆซะงั้น แบบไม่ได้เสียใจที่เขาเลิกกันแต่เสียใจแทนนยอง เหมือนเสียดายเวลา พล่ามเยอะมาก แค่อยากบอกว่าเราชอบฟิคเรื่องนี้มากกก อ่านแล้วอินจนต้องพักละไปหวีดใส่เพื่อนในไลน์ ยิ่งตอนมาร์คแบมมาเปิดตัวกับเพื่อนนี่แบบ ทำใจอ่านนานมาก5555 เป็นฟิคที่อ่านแล้วเราอินทุกตอนจริงๆค่ะ ;___;
    #1545
    0
  24. #1544 iNoids (@inoids) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 23 มีนาคม 2558 / 23:04
    ละมุนมากกกกกกก -//////- มีสวมแหวนด้วย แอร้ยยยยย ละมุนแบบนี้ไปเรื่อยๆนะไรท์ เรายังไม่พร้อมดราม่า TOT
    #1544
    0
  25. #1543 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 23 มีนาคม 2558 / 21:29
    พี่มาร์คโรแมนติกที่สุดเลย ขอให้ความรักของทั้งคู่ไร้อุปสรรคสักทีเถอะให้คนที่เค้ารักกันได้รักกันแบบไม่มีเงื่อนไขสักทีให้เค้าได้พบกับความสุขที่แท้จริงสักทีเถอะนะ
    #1543
    0