- I will always love you -[GOT7 MarkBam]

ตอนที่ 24 : - Song of the stars -

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,031
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 39 ครั้ง
    14 ม.ค. 59

- Sing to me the song of the stars of your galaxy dancing and laughing and laughing again,-

 


“ นายลืมกระเป๋าเป้ไว้ ชั้นเอามาคืน” เสียงทุ้มต่ำในระดับเสียงที่คุ้นหู แบมแบมแหงนหน้ามองฮันบินที่ถือกระเป๋าเป้ของตัวเองเอาไว้ ริมฝีปากบางยกยิ้มน้อยๆก่อนจะยื่นมือออกไปรับ

 

“ อ่า~~ ขอบคุณฮะ” เสียงหวานเอ่ยตอบ แบมแบมยกมือขึ้นเกาศีรษะเบาๆ ทุกๆการกระทำของคนตัวเล็ก ถูกจับจ้องโดยสายตาคมของคนตรงหน้า ทั้งดวงตาที่แดงก่ำ ริมฝีปากเผยอ และเสื้อที่ผิดขนาด ฮันบินไล่สายตามองดูเรือนร่างบอบบางตั้งแต่เส้นผมจรดปลายเท้า ก่อนที่มือหนาจะเอื้อมออกไปขยับคอปกเสื้อที่แหวกออกจนเห็นเนินออกให้ขยับเข้าที่

 

“ ตอนไปซื้อเสื้อไม่ได้ดูป้ายหรือไง” เขาพูดเสียงสั้นแต่ทว่าสายตากลับเลื่อนไปหาคนที่กำลังเดินมาทางด้านหลังของคนตัวเล็ก  ความรู้สึกรุนแรงบางอย่างถูกส่งมาผ่านสีหน้าและแววตานั้น...

 

หมอนี่สินะ...

 

ที่เป็นเจ้าของเสื้อกับร่องรอยพวกนี้บนตัวนาย....

 

 

มาร์คเดินตรงเข้ามาหาฮันบินด้วยอารมณ์โกรธเกรี้ยวที่เก็บเอาไว้ไม่มิด หมอนี่มีสิทธิ์อะไรมาจับเนื้อต้องตัวคนของเขา คิ้วหนาขมวดเข้าหากันน้อยๆ เจ้าของผมสีแดงเพลิงคว้าเอาข้อมือของคนตัวเล็กให้ถอยห่างออกจากอีกคน ก่อนจะขยับริมฝีปากที่ถูกแต้มแต่งด้วยสีม่วงอย่างไม่แสดงออกถึงอาการเจ็บ

 

“ มีธุระอะไรหรือเปล่า?”  แทบจะพูดได้ว่าเป็นการถามคำถามที่ไม่ได้จะเอาคำตอบ หากแต่มันคือคำถามที่แสดงออกถึงความไม่พอใจ ฮันบินขบกรามแน่นก่อนที่ใบหน้าหล่อจะเลื่อนสายตามาชนกัน

 

“ ธุระน่ะมี แต่ไม่ใช่กับนาย”

 

....

 

......

ขายาวของมาร์คขยับเข้าไปใกล้ร่างสูงโปร่งของฮันบินแทบจะในทันที สายตาที่โกรธเกรี้ยวของคนผมสีแดงทำเอาคนที่ยืนอยู่ข้างๆรู้สึกใจไม่ดี

 

                ไหนๆวันนี้ก็เป็นฝ่ายโดนกระทำอยู่ฝ่ายเดียวละ ขอต่อยกับหมอนี่ให้หายอัดอั้นหน่อยเหอะ

 

 

                “ มาร์ค...” แบมๆเอ่ยชื่ออีกคนเสียงค่อย มือเล็กกระตุกแขนเสื้อของคนตัวโตเบาๆ

 

                ฮันบินหัวเราะหึในลำคอพร้อมยกยิ้มขึ้นมาอย่างเจ้าเล่ห์ มาร์คขบกรามแน่นอยากจะพุ่งหมัดเขาไปที่หน้าของไอ้คนหน้าตากวนประสาทคนนี้ซักสองสามที ถ้าแบมแบมไม่ยืนอยู่ข้างๆ รับรองได้เลย ไม่ใครก็ใครจะต้องเป็นฝ่ายได้เจ็บตัวกันบ้างล่ะน่า

 

                “ ไปรอเราตรงนั้นนะ” คนตัวเล็กพูดพลางโบ้ยหน้าไปยังเก้าอี้ที่นั่งด้วยกันเมื่อสักครู่ มาร์คทำท่าฮึดฮัด ไม่อยากเดินออกไปจากตรงนี้  ทั้งที่ในใจก็รู้ดี เอาชนะแบมแบมไม่ได้หรอก คำไหนคำนั้นนะ

 

                “ ครับ...” มาร์คตอบเสียงหงอย ขายาวก้าวเดินกลับไปที่เดิมแต่ก็ไม่ลืมจะหันมามองหน้าคนผมสีดำสนิทที่ยืนทำหน้าเหมือนเป็นผู้ชนะอยู่

 

                “ ธุระที่ว่า คือแค่คืนกระเป๋าใช่มั้ยฮะ” แบมแบมเอ่ยถาม เมื่อเห็นมาร์คเดินไปไกลสายตา

 

                “ อืม...” ฮันบินตอบในลำคอ

 

                แบมแบมกระชับกระเป๋าเป้ของตัวเองเอาไว้แน่น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปมองอีกคนและส่งรอยยิ้มสดใสไปให้ ฮันบินยืนมองรอยยิ้มที่วาดอยู่บนใบหน้าสวยนั้นอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะยื่นมืออกไปขยี้เบาๆที่กลุ่มผมนิ่ม

 

                “ ย่าฝากวามคิดถึงมาด้วย...” พูดจบขายาวก็หันหลังเดินออกไปยังโถงทางเดินสีขาว แบมแบมทำตาโต เมื่อฮันบินเอ่ยถึงบุคคลที่สาม ขาเล็กรีบวิ่งตามคนข้างหน้าไป

 

                “ รุ่นพี่ ! เดี๋ยวก่อนฮะ” แบมแบมตะโกนไล่หลังฮันบินที่ตอนนี้เดินอมยิ้มอยู่

 

                “ ว่าไง” เขาหยุดฝีเท้าและหันกลับมาหาเจ้าของเสียงใสนั้นทันที

                “ ฝากขอโทษคุณยายด้วย บอกท่านว่าผมจะพยายามไปหาท่านให้ได้เร็วๆนี้ ขอโทษจริงๆที่ผิดนัดท่าน” แบมแบมโค้งเก้าสิบองศาให้ร่างสูงโปร่ง ฮันบินเอื้อมมือออกมาจับไหล่เล็ก ก่อนจะยิ้มน้อยๆให้

 

                “ ไม่เป็นไร ย่าไม่โกรธหรอก ไม่ต้องทำขนาดนี้ก็ได้” เขาพูดเสียงนิ่ม แบมแบมเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้คนหน้าหล่ออีกครั้ง

 

                “ ไปเถอะ คนของนายรออยู่ .....” เจ้าของรอยยิ้มเท่ห์จบบทสนทนาด้วยประโยคที่ทำเอาอีกคนใบหน้าขึ้นสี ฮันบินยักคิ้วกวนๆก่อนจะจิ้มลงไปที่เนินอกของแบมแบม คนตัวเล็กถึงกับทำหน้าไม่ถูก ได้แต่ก้มหน้างุดมองเพียงปลายเท้าคู่เล็กของตัวเอง

 

                เขายื่นมือออกมาขยี้ผมอีกคนเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ทั้งร่างนั้นจะเดินกลับไปโดยที่ครั้งนี้ ไม่มีเสียงหวานจากใครเรียกไล่หลัง ...

 

.....

 

“ ช่วยอธิบายด้วยครับ” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาทันทีที่เท้าคู่เล็กก้าวเข้ามายังภายในห้อง  ทันทีที่แบมแบมวิ่งออกไปด้านนอก มาร์คก็ลุกจากที่นั่งเดินตามออกมาจนถึงหน้าประตู คนตัวสูงยืนกำมือแน่นกับการแสดงออกของฮันบินกับแบมแบม

 

แบมแบมจ้องหน้ามาร์คด้วยดวงตาคู่สวย ตากลมโตมองลึกเข้าไปยังดวงตาของอีกคนโดยที่ไม่เกิดความกลัวต่อน้ำเสียงเย็นๆกับใบหน้าบึ้งตึงของมาร์คเลยสักนิด แบมแบมเผลอหัวเราะออกมาเบาๆเมื่อเห็นท่าทีที่มาร์คยิ่งโมโหมากขึ้น

 

“ เป็นอะไร” เขาถามเสียงใส นั่นยิ่งทำให้มาร์คโมโหหนักกว่าเดิม จนนึกอยากจะชกอะไรสักอย่าง

 

แบมแบมไม่รู้จริงๆหรือกำลังแกล้งให้เค้าโกรธกันแน่

 

“ ช่วย กรุณา อธิบาย เรื่องที่เกิดขึ้น ให้ ผม ฟัง ด้วย ครับ” มาร์คพูดคำต่อคำ เน้นน้ำหนักในทุกๆช่วง ขณะที่ดวงตาเรียวก็จ้องมองมาหาคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า

 

“ ก็ไม่เห็นมีอะไรเลย .... พี่ฮันบินก็แค่...อ้ะ!” ยังไม่ทันที่แบมแบมจะพูดจบ มาร์คก็คว้าเอาตัวของเขามากอดเอาไว้แน่น แน่นซะจนแบมแบมรู้สึกอึดอัด มือเล็กตบลงเบาๆที่หลังของอีกคน

“ หายใจไม่ออกนะพี่มาร์ค” แบมแบมพูดอู้อี้อยู่ในอ้อมกอดมาร์ค คนตัวสูงฟุบใบหน้าลงกับไหล่เล็กของอีกคน

 

“ เมื่อกี้รู้สึกเหมือนจะตายเลย...” เสียงทุ้มพูดอยู่ข้างหูคนตัวเล็ก มาร์คยังคงกระชับกอดของตัวเองคล้ายๆกับอยากจะให้อีกคน หายเข้าไปในตัวเค้า คำพูดของมาร์คทำเอาแบมแบมถึงกับหายใจเสียงหนัก

 

“ ไม่มีอะไรที่พี่มาร์คต้องเป็นกังวลหรอกน่า รุ่นพี่ฮันบินเป็นเพื่อน เหมือนยองแจ เหมือนพี่แจบอม...”

.

.

.

.

.

 

ถ้าเขายังนับเราเป็นเพื่อนอยู่นะ 

 

จบประโยคของแบมแบม มาร์คจึงปล่อยกอด คนผมสีแดงจ้องมองใบหน้าหวานอยู่สักพัก ก่อนที่ริมฝีปากได้รูป จะเอ่ยประโยคที่แบมแบมฟังแล้วต้องฉงนใจ

 

“ ไปหาคุณพ่อเดวิด กับคุณแม่เจนกัน!

 

…..
 

                     แสงแดดลอดผ่านกระจกรถยนต์ราคาแพง ในขณะที่ล้อทั้งสี่สลับหมุนวนอยู่บนถนนคอนกรีตสีขาว เงาจากต้นไม้ใหญ่สองข้างทางพาดผ่านเข้ามายังพื้นที่ภายในตัวรถ สายลมที่พัดเอื่อยเฉื่อยพาให้ใบไม้ปลิวไหว เต้นรำไปกับบทเพลงจากลมหนาว ร่างเล็กในชุดนักศึกษาผิดขนาด เหม่อมองบรรยากาศสองข้างทางในขณะที่หูยังแว่วยินเสียงเพลงที่คนขับเปิดคลอเพื่อให้บรรยากาศในรถไม่เงียบจนเกินไป  แบมแบมลอบมองใบหน้าหล่อของมาร์คอยู่เป็นระยะ เมื่อยังไม่แน่ใจถึงสิ่งที่อีกคนกำลังจะทำ มาร์คอยากพบผู้อุปถัมภ์ของเขาทำไมกัน  

 

“ พี่มาร์ค...” คนตัวเล็กเอียงใบหน้า เอ่ยเสียงหวานเรียกชื่ออีกคน

 

“ ฮึ?” มาร์คตอบรับเบาๆในลำคอ

 

“ ถามอะไรหน่อยสิ” มือเล็กยื่นออกไปลดระดับเสียงเพลงลง มาร์คเหล่สายตามองตามการกระทำของคนรัก

 

“ ว่า?” เขาพูด คิ้วข้างหนึ่งเลิกขึ้นอย่างติดเป็นนิสัย

 

“จำเราได้ตั้งแต่เมื่อไหร่เหรอ?” เสียงหวานเอ่ยถามขึ้นมา พาให้คนที่นั่งข้างๆต้องชะงักไป ดวงตากลมโตที่น่าหลงใหล ค่อยๆเลื่อนสายตาขึ้นมาหาดวงตาเรียว แบมแบมกระพริบตาถี่ๆแล้วยิ้มออกมาน้อยๆ

 

“ ...อืม....... ...” มาร์คทำท่าครุ่นคิด แสดงออกคล้ายกับว่าจำช่วงเวลาเหล่านั้นได้ไม่ชัดเจนเท่าไหร่นัก

 

“ ให้ทาย” เขาพูดต่อ เมื่อเหลือบมองเห็นใบหน้าน่ารักค่อยๆยู่เข้าหากัน

 

“ ไม่เอา ไม่อยากทาย” คนตัวเล็กยู่ปากอย่างขัดใจ แบมแบมยกมือขึ้นมากอดอก

“ทายหน่อยนะ  อ้ะ!” มาร์คพยายามอยากเย้าแหย่คนรัก แต่เจ้าตัวคงจะลืมไป ว่าที่มุมปากทั้งสองข้างมันไม่อำนวยต่อการพูดจาเท่าไหร่นัก

 

“ เจ็บมั้ย เพราะเราแท้ๆเลย” มือเล็กยื่นออกไปจับที่ใบหน้าอีกคนแผ่วเบา แบมแบมม่อยหน้าเมื่อเห็นว่ามาร์คแสดงออกถึงอาการเจ็บ

 

“ เพราะเราต่างหากล่ะ บอกแล้วไงไม่ต้องโทษตัวเอง” มาร์คพูดขึ้นมา เมื่อเหลือบสายตามองเห็นแววตาของแบมแบม คนตัวสูงถอนหายใจเสียงหนัก และจับมืออีกคนเอาไว้ด้วยมือข้างที่เจ็บ

 

“ .....”

 

“ ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกันเลย” คนตัวสูงพูด ดวงตาคมเลื่อนมาสบกับดวงตากลมโตของเด็กหนุ่มเจ้าของไฝใต้ตาแสนมีเสน่ห์นั่น

 

“ ครั้งแรก?....

 

หมายความว่าไง ครั้งแรก?” แบมแบมย้อนคำถามด้วยความรู้สึกประหลาดใจในกับคำว่า ครั้งแรก ที่อีกคนพูด

 

“ ก็หมายความตามนั้นแหละ... วันที่นาย อยู่กับบี แล้วก็แจ็คสัน....

 

....ที่มหาลัยไง”         มาร์คยิ้ม นิ้วชี้จิ้มเข้าที่ปลายจมูกรั้นของคนตัวเล็ก สมองส่วนความทรงจำของแบมแบมกำลังประมวลผลตามประโยคที่มาร์คพูด

 

“.....”  คนตัวเล็กยังคงครุ่นคิด เมื่อการเจอกันครั้งแรกของทั้งคู่ ไม่ใช่สิ่งที่คนทั้งสองคนจะเข้าใจตรงกัน ครั้งแรกที่แบมแบมเจอกับมาร์คคนละครั้งแรกกับที่มาร์คเจอกับแบมแบม

 

“ เราไม่มีทางลืมนายหรอก” มาร์คพูดต่อ ใบหน้าหล่อเหลายยกยิ้มขึ้นมา พร้อมกระชับมือที่จับกันอยู่เอาไว้แน่น

 

“ แล้วแบมล่ะ จำเราได้ตอนไหน” เสี้ยวหน้าหล่อหันมาถามคำถามเดียวกัน แบมแบมชักมือกลับแทบจะทันทีที่ได้ยินคำถามนั้น

 

“ เอ่อ....” คนตัวเล็กครางเสียงในลำคอ โดยไม่รู้ว่าจะต้องตอบคำถามนี้ยังไงดี

 

“ ทำไมเจอกันก็ทำท่าเหมือนเกลียดเรา..” มาร์คยังคงพูดในสิ่งที่รู้สึกต่ออีกคนในครั้งแรกที่เจอกัน เขายังจำปฏิกิริยาเมื่อครั้งนั้นได้อย่างแม่นยำ ตอนที่แบมแบมปฏิเสธที่จะจับมือทำความรู้จักกับเขา และบ่ายเบี่ยงที่จะไม่เจอหน้ากัน

 

“ เอ่อ....คือว่า...” เสียงหวานเอ่ยเสียงสั่น

 

“ ฮึ?” คนตัวสูงดูให้ความสนใจกับปฏิกิริยาต่อคำถามของเขาที่แบมแบมแสดงออก ท่าทางกลืนไม่เข้าคายไม่ออกของแบมแบมทำให้มาร์คยิ่งอยากรู้เหตุผล

 

“คือว่าเรื่องนั้น...” แบมแบมทำท่าทางกระอักกระอ่วนใจ คล้ายกับลำบากใจที่จะบอกเหตุผล

 

“ เราดูเหมือนไม่ชอบพี่มาร์คเหรอ” แบมแบมพูด

 

“ ดูเหมือนว่าเกลียดเลยล่ะ ” มาร์คยิ้มเจื่อน

 

“ คือว่าเรา....” แบมแบมก้มหน้ามองเพียงตักของตัวเอง ด้วยไม่มีทางที่เขาจะกล้าบอกเหตุผลออกไป ใบหน้าที่ดูอึดอัดใจทำให้มาร์คต้องเป็นฝ่ายเลิกเซ้าซี้ คนตัวสูงยิ้มอ่อนออกมา ก่อนจะยกมือขึ้นมาลูบที่กลุ่มผมนิ่มแผ่วเบา

 

“ ช่างเถอะ ต่อจากนี้ไปห้ามเกลียดเราก็พอ” เขาพูดเสียงนิ่ม คนตัวเล็กจึงกล้าที่จะค่อยๆหันหน้าขึ้นมาหาอีกคน

 

“ .........พี่มาร์ค.......” แบมแบมทอดถอนลมหายใจเรียกชื่ออีกคนแผ่วเบา

 

“ ถึงตอนนั้นจะเกลียด แต่ว่าต่อจากนี้ไป ห้ามนายเกลียดเราเด็ดขาด เข้าใจมั้ย” คนผมสีแดงตีสีหน้าขึงขันใส่อีกคน เป็นประโยคที่ซ่อนเอาไว้ด้วยกึ่งล้อเล่นกึ่งจริงจังอยู่ในน้ำเสียงเดียว

 

“ พี่มาร์ค.....” แบมแบมพูด

 

“ ต่อจากวันนี้ไป ต้องอยู่ด้วยกันไปนานๆเลยนะ Okay?” เสียงทุ้มเอ่ยออกมาอีก และคราวนี้มันฟังดูจริงจังจนคนฟังรู้สึกปลอดภัย แบมแบมลอบยิ้มออกมาและเอื้อมมือออกไปเพิ่มเสียงเพลงที่ตัวเองเป็นคนลดมันลงไป

 

“ สัญญามาก่อน เร็วๆ” มาร์ครีบพูดขึ้นมาอีก เมื่อเห็นว่าคนรักของเขายังไม่ตอบคำถามที่เขาขอ

 

“ สัญญาอะไร” แบมแบมว่า

 

“ ว่าจะอยู่ด้วยกันไปอีกนานๆเลยไง” มาร์คพูด

 

“ นานแค่ไหน?

 

“ ก็นานๆตลอดไปเลยไง”

 

“ พี่มาร์คนี่น้า พูดไปเรื่อย” คนตัวเล็กตอบปัด ก่อนจะหันหน้าออกไปอีกทาง

 

“ เราไม่ได้ได้พูดไปเรื่อยนะ เราพูดจริงๆ” เสียงของความน้อยใจแว่วมาให้คนตัวเล็กได้ยิน เมื่อเสียงเพลงในรถถูกปรับเพิ่มระดับเสียง คนตัวเล็กยิ้มอ่อนก่อนจะหันหน้ามาหาคนเจ้าของน้ำเสียงนั้น

 

“ ครับ ครับ จริงก็จริง” แบมแบมว่า

 

“ เอานิ้วก้อยมา ....

 

 เร็วสิ.....

 

ยกขึ้นมา สัญญากัน.....”   มาร์คคะยั้นคะยออยากจะเกี่ยวก้อยสัญญากับแบมแบม ทว่าคนตัวเล็กที่นั่งข้างๆตอนนี้ ไม่มีทีท่าว่าจะยอม

 

“ ไม่เอา...” แบมแบมพูด พร้อมๆกับทำจมูกย่น

 

“ ทำไม..

 

 หรือว่านายไม่ได้รักเรา”

 

“ ไม่ใช่แบบนั้น”

 

“ แล้วยังไง”

 

“ ไม่อยากสัญญา เพราะว่าถ้าทำไม่ได้ เราก็ต้องกลายเป็นคนที่ผิดสัญญาน่ะสิ”

 

“ พูดแบบนี้เพราะไม่เชื่อใจเราใช่มั้ย”

 

“ ไม่ใช่แบบนั้น”

 

“ .......... เอาเถอะ ไม่สัญญาก็ไม่สัญญา”

 

พอเห็นใบหน้าเรียบตึงของมาร์ค แบมแบมก็แอบใจหวิว ถึงเขาจะไม่อยากเห็นมาร์คโกรธ แต่ตัวเขาเองก็ไม่อยากจะต้องให้มีการเอ่ยคำสัญญา ถ้าหากว่าเรายังไม่มั่นใจจริงๆ

 

“ นายกำลังทำให้เราโมโหอีกแล้วนะ” มาร์คพูดเสียงเรียบ ดวงตาคมจ้องเขม็งอยู่ที่เส้นทางตรงหน้า
แบมแบมก้มหน้างุด มือเล็กที่วางอยู่บนตักค่อยๆกำหมัดแน่น

 

“ เราขอโทษ” แบมแบมพูดเสียงสั่น ไม่เคยต้องการให้การสนทนาของเราต้องจบลงด้วยการทะเลาะกันแบบนี้เลย

 

“ เราหมายถึง นายกำลังทำให้เราโมโหตัวเองที่ทำให้นายต้องคิดมากอีกแล้ว”

 

“ พี่มาร์ค....”

 

“ เราไม่อยากต้องคอยกังวลอีกแล้ว ไปทำให้เรื่องมันถูกต้องดีกว่านะ” คนตัวสูงหันมาสบตากับแบมแบม
ในแววตานั้นมันดูจริงจังจนแบมแบมเริ่มหวั่นใจ

 

“ ไปทำ... ทำอะไร?” เจ้าของเสียงหวานจำเป็นต้องเอ่ยถามเมื่อเห็นท่าทางของมาร์คดูเหมือนกับมีอะไรอยู่ในใจ

 

“ เดี๋ยวถึงแล้วก็รู้เอง วันนี้คุณแม่เจนกับคุณพ่อเดวิดท่านอยู่ใช่มั้ย” เขาถามเสียงนิ่ม ถึงจะยังไม่ค่อยเข้าใจนัก แต่แบมแบมก็พยักหน้าให้

 

“ อื้อ” แบมแบมตอบ

 

 “ โอเค”

 

“ บอกมานะ จะทำอะไร” คนตัวเล็กยื่นหน้าเข้าไปใกล้ แบมแบมหรี่ตามองมาร์คอย่างสงสัย

 

“ไม่บอกหรอก”

 

“ พี่มาร์ค.... บอกเรามา”

 

“ ไม่” มาร์คดูเหมือนสนุกที่รู้สึกว่าตัวเองเป็นฝ่ายชนะแบมแบมบ้างจนกระทั่งฝ่ามือเล็กนั้นฟาดลงที่ไหล่เขาเต็มแรง

 

“ โอ้ย !!อย่าตีพี่สิ พี่ขับรถอยู่นะ”

 

                ทั้งคู่ต่อล้อต่อถียงกันมาจนกระทั่ง รถคันโปรดของมาร์คเข้าเทียบจอดที่ด้านหน้าโบสถ์ทรงตะวันตก ที่ที่คนทั้งคู่ต่างก็มีความทรงจำล้ำค่าร่วมกัน ทันทีที่ขายาวก้าวลงจากรถ มาร์คเหมือนเห็นตัวเองกับแบมแบมวิ่งเล่นกันอยู่ตรงสนามหญ้าสีเขียวสดนี้ มันยังคงเป็นสนามหญ้าที่ดูสดชื่นอยู่เสมอ ต้นไม้ ดอกไม้ ทุกอย่างยังคงอยู่ที่เดิม ไม่มีตรงไหนที่ถูกลดลงมีแต่ความสวยงามใหม่ๆที่ถูกเพิ่มเข้ามา มือหนายื่นออกไปหามือเล็ก มาร์คยิ้มอ่อนออกมาให้แบมแบม ก่อนที่มือเล็กๆคู่นั้นจะยื่นออกมาจับตอบ

 

“ มิสเตอร์ มาร์ค ต้วน ไม่เจอกันนานเลย” เสียงหวานแต่ทว่าเปี่ยมไปด้วยพลังที่ไม่ได้ยินมานาน เจ้าของดวงตาสีฟ้าน้ำทะเล และเรือนผมสีบลอนด์ทองที่ซ่อนอยู่ภายใต้ผ้าคลุมสีดำสนิท ใบหน้างดงามแม้จะถูกประดับแต่งไปด้วยริ้วรอยแห่งอายุ มิสเจนผู้เปรียบเสมือนแม่คนที่สองของแบมแบมคนที่แบมแบมทั้งรักและเคารพ

 

“ สวัสดีครับ มิสเจน” มาร์คยิ้มพร้อมกันกับที่ตัวเค้าค่อยๆโน้มศรีษะลงเล็กน้อย เธอที่อยู่ในชุดคลุมสีดำ โน้มศีรษะลงเช่นเดียวกัน

 

“ มิสเจน ผมมีเรื่องสำคัญต้องให้คุณช่วย” มาร์คเข้าประเด็นบอกถึงเหตุผลที่ตัวเขามาในทันที โดยไม่รอให้ใครได้มีโอกาสพูดอะไร

 

“ เอาสิถ้าคุณแม่ช่วยได้ คุณแม่ก็ยินดีจะช่วย” เธอยิ้ม

 

“ มิสเจน เชื่อผมเถอะว่าคุณช่วยผมเรื่องนี้ได้” มาร์คสบตากับผู้หญิงในชุดคลุมสีดำตรงหน้าด้วยแววตามุ่งมั่น

 

“ พูดมาสิ มิสเตอร์มาร์ค....

เรื่องที่อยากจะให้ช่วยน่ะ” เธอว่า

 

“ คือว่า ผมอยากจะมาขอแบมแบมให้ไปอยู่กับผม” เขาขยับเท้าเข้าไปใกล้ พร้อมๆกับเอ่ยประโยคที่ทำให้คนฟังต้องประหลาดใจ

 

“ มาร์ค / พี่มาร์ค” มิสเจนถึงกับทำตาโต เช่นเดียวกับแบมแบม เธอเองไม่คิดว่าเด้กหนุ่มผมสีแดงตรงหน้าจะมาเพื่อพูดเรื่องนี้

 

“ ผมรักแบมแบม ผมต้องการให้เค้าไปอยู่กับผม” มาร์คไม่รีรอ คนหน้าหล่อยืนยันคำพูดของตัวเองอย่างหนักแน่น

 

“ ใจเย็นๆก่อนหนุ่มน้อย คุณแม่เห็นแล้วว่าเธอรักแบมแบม แต่ว่านี่มันเรื่องใหญ่นะ” เธอว่า ดวงตาสีน้ำเงินจ้องมองไปยังดวงตาสีดำสนิทของมาร์ค

 

“ ผมทราบครับ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ผมมาที่นี่ เพื่อมาขออนุญาตจากคุณ” คนตัวสูงก้มหัวลงอีกครั้ง มือของมาร์คยังคงจับกับมือของแบมแบมแน่น

 

“ แล้ว คุณมาร์คแน่ใจได้ยังไง ว่าอยากจะอยู่กับเด็กคนนี้จริงๆ” เธอยืนนิ่งอยู่สักพักจึงได้ถามคำถามนี้ออกมา

 

“ เพราะผมรักแบมแบม” มาร์คตอบแทบจะในทันที ตอบโดยไม่ลังเลอะไรเลย

 

“ เรื่องนั้นคุณแม่ทราบแล้ว ......” เธอพูดต่อ แววตาที่เหมือนครุ่นคิดบางอย่างเริ่มทำให้มาร์ครู้สึกโหวงเหวงในใจ

 

“ แล้ว.....” มาร์คพดต่อท้ายคำของมิสเจน ด้วยหัวใจที่ตั้งความหวังเอาไว้

 

“แต่คงจะให้ไปไม่ได้....” เธอพูดต่อเสียงเรียบ คำตอบของมิสเจน ทำให้มาร์คไม่สามารถเก็บอารมณ์เอาไว้ได้

 

“ ทำไมละครับ ทำไมให้ไปไม่ได้” น้ำเสียงกึ่งกระชาก ทำให้แบมแบมต้องสะกิดเบาๆที่แขนมาร์ค

 

“ ไม่คิดว่านี่มันกะทันหันไปหน่อยเหรอคะ แล้วอีกอย่างจะให้เด็กคนนี้ไปอยู่กับคุณ ในฐานะอะไรกันล่ะ?” เจ้าของตาสีน้ำทะเล ยืนพูดกับมาร์คด้วยอาการสงบนิ่ง ช่างแตกต่างกับคนผมสีแดงที่ตอนนี้ในใจรุ่มร้อนเช่นเดียวกับสีผม

 

“ เรื่องนั้นน่ะ ก็ W…/Wait!” คำตอบที่มาร์คกำลังจะพูด ถูกขัดขึ้นมาจากเรือนร่างบอบบางที่ยืนอยู่ข้างกัน แบมแบมร้องออกมา เพื่อเป็นการหยุดบทสนทนาของมาร์คกับคุณแม่เจน

 

“คุณแม่เจน ขอโทษนะครับ ขออนุญาตอยู่กับพี่มาร์คตามลำพังสักครู่”  เสียงหวานเอ่ยเสียงนิ่ม ก่อนจะจูงมือพาอีกคนเดินตามไป

 

“ พี่มาร์คกำลังจะพูดอะไร” แบมแบมพูดขึ้นเมื่อเดินออกมาไกล จนแน่ใจว่าที่ตรงนี้มีเพียงแค่เขาสองคน

 

“ เรื่องไหนล่ะ” มาร์คถามด้วยน้ำเสียงที่ยังคงหลงเหลือความไม่พอใจกับคำตอบที่ได้รับเมื่อสักครู่

 

“ ก็เรื่องที่จะให้เราไปอยู่ด้วยนี่ไง...

 

ทำไมจู่ๆถึงไปขอคุณแม่เจนแบบนั้น” แบมแบมพูดเชิงดุ แววตาของคนตัวเล็กดูเป็นกังวลกับสิ่งที่มาร์คทำเมื่อสักครู่

 

“ ก็นายอยู่ในความดูแลของคุณแม่เจนนี่นา” มาร์คตอบเสียงอ่อย

 

“ ไม่ใช่.... เรื่องนั้นเรารู้ แต่เราหมายถึง ทำไมจู่ๆถึงอยากให้เราไปอยู่ด้วย”

 

“ ก็เพราะรักไงไม่เห็นต้องถามเลย”

 

“ นี่มันเรื่องใหญ่นะพี่มาร์ค ทำไมไม่ถามเราก่อน”

 

“ อ้าว แล้วทำไมต้องโมโห”

 

“ ต้องโมโหสิ ทำไมทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังเลย”

 

“ พูดแรงไปหรือเปล่า เรากำลังพยายามทำให้เรื่องของเรามันง่ายขึ้นนะ”

 

“ พี่มาร์คคิดว่าแค่ไปอยู่ด้วยกัน แล้วเรื่องทุกอย่างมันจะจบเหรอ คิดว่ามันจะดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้อย่างนั้นเหรอ”

 

“ แล้วนายไม่คิดหรือไง ก็อาจจะใช่มันอาจไม่ดีขึ้นทั้งหมด แต่ที่เราอยากทำก็เพราะเราอยากปกป้องนายนะ”

 

“ ปกป้องเราเรื่องอะไร”

 

“ ก็ปกป้องนายจากคนที่กำลังเข้าใจนายผิดน่ะสิ”

 

“ เราเสียใจนะที่นายไม่เห็นว่าความรักของเรามันมีค่า”

 

“ มันไม่ใช่แบบนั้นนะพี่มาร์ค”

 

“ นายก็เอาแต่บอกว่ามันไม่ใช่ๆ แต่ดูการกระทำนายสิแบมแบม”

 

“ นายรักเราจริงๆหรือเปล่า รักเหมือนที่เรารักนายมั้ย ในขณะที่เรากำลังพยายามอยากให้เราทั้งสองคนได้กลับมาเป็นเหมือนเดิม นายกลับไม่สน เราให้เกียรตินายแต่นายกลับไม่แม้แต่จะรักษาเกียรติของตัวเอง”

 

“ แล้วแน่ใจได้ยังไง ว่าอยู่ด้วยกันแล้ว จะไม่ทิ้งเราไปหาคนอื่นอีก”

 

“ ในที่สุดก็ยอมพูดออกมาจนได้” สถานการณ์ของคนทั้งคู่เริ่มตึงเครียดมากขึ้น สิ่งที่มาร์คทำ ไปจุดชนวน ปมบางอย่างภายในจิตใจของแบมแบม ด้วยอารมณ์โกรธคนตัวเล็กจึงได้พลั้งปากพูดประโยคที่ตัวเองก็คาดไม่ถึงออกมา

 

“ .......”

 

“ เรากำลังพิสูจน์ให้นายเห็นอยู่นี่ไง ว่าเรารักนายมากแค่ไหน” มาร์คว่า คนตัวสูงจ้องมองไปยังคนตัวเล็กที่ตอนนี้เอาแต่ก้มหน้ามองพื้น แบมแบมรู้สึกเสียใจกับคำพูดของตัวเองเมื่อสักครู่ และการที่ไม่พูดอะไรต่อก็ยิ่งทำให้มาร์ครู้ ว่าแบมแบมรู้สึกแบบนั้นจริงๆ

 

“ ....”

 

“ แต่นายกลับไม่อยากเดินไปพร้อมกับเรา...” มาร์คพูดต่อ จบประโยคของมาร์คทำให้แบมแบมต้องเงยหน้าขึ้นมามอง

 

“ นายต้องให้เวลาเราตัดสินใจบ้างสิ” แบมแบมว่า

 

“ แล้วหลายปีที่ผ่านมานี่ยังไม่พออีกหรือไง”

 

“ ................ พี่มาร์ค.........”

“ คงมีแค่เราสินะ ที่พยายามอยู่แค่ฝ่ายเดียวน่ะ” มาร์คจ้องตากับแบมแบมด้วยขอบตาที่เริ่มร้อนผ่าว นี่ไม่ใช่สิ่งที่เขาคาดการณ์เอาไว้ว่าจะได้รับ อาจใช่ที่เขาคิดว่าคุณแม่เจนคงจะไม่ยอม แต่สิ่งที่เขาไม่เคยคิดเลยคือเรื่องที่แบมแบมจะไม่ยอมตกลงไปอยู่ด้วยกัน

 

ในขณะที่ความเงียบแทรกตัวเข้าใน คำถามที่ผุดขึ้นมาในใจของมาร์ค มันมากมายเสียจนเจ้าของมันไม่อยากจะเชื่อ

 

ทั้งๆที่เรารักกันไม่ใช่เหรอแบมแบม

 

แต่แล้วทำไม...

 

 

“ ถือซะว่าเรื่องเมื่อกี้ไม่ได้เกิดขึ้นก็แล้วกันนะ” พูดจบ ขายาวก็ก้าวฉับๆไปยังรถคันหรูของตัวเอง โสตประสาทการได้ยินสุดท้ายของแบมแบมในการสนทนาครั้งนี้ คือเสียงเร่งเครื่องยนต์ที่ดังขึ้นก่อนที่มันจะค่อยๆเบาลงจนกลายเป็นไม่ได้ยิน .......



...........

ร่างเล็กทรุดตัวลงนั่งบนเตียงนอนสีขาว เด็กหนุ่มผมสีดำสนิทถอนหายใจออกมาเป็นรอบที่เท่าไหร่เจ้าตัวเองก็ไม่แน่ใจ ดวงตากลมโตเหม่อมองออกไปยังข้างนอกหน้าต่าง เห็นใบไม้สีเขียวพลิ้วไหวไปตามแรงลม

 

เราทะเลาะกันไปครั้งสุดท้ายตอนไหนนะ? แบมแบมจ้องมองรูปภาพตรงหัวเตียง ภาพของเด็กชายสองคนที่ยืนยิ้มหราให้กับกล้อง  

 

พวกเราในเมื่อก่อนเป็นแบบนี้รึเปล่า ทะเลาะกัน แล้วเดินหันหลังให้กันไปง่ายๆ แบบนี้มั้ย?  ดวงตาคู่สวยกระพริบตาจังหวะหนัก ก่อนจะรู้ตัวว่าตัวเองถอนหายใจออกมาแรงเสียจนไหล่ห่อ

 

บรรยากาศภายในห้องเงียบงัน เจ้าของเตียงนอนนั่งนิ่งจ้องมองภาพถ่ายอยู่อย่างนั้น สายลมหนาวพัดผ่านเข้ามายังช่องหน้าต่างที่ปิดไม่สนิท ชายผ้าม่านสีขาวสะบัดพลิ้ว ไอเย็นจากลมลอยเข้ามาปะทะที่เนื้ออ่อน

ปลุกให้คนที่กำลังอยู่ในห้วงความคิด ได้หันมองออกไปยังทางที่ลมเล็ดลอดเข้ามา แบมแบมลุกขึ้นจากเตียงแล้วก้าวเดินออกไปยังหน้าต่างบานเล็กเพื่อปิดงับต้นเหตุของไอเย็นที่ลอยเข้ามาภายในห้อง

 

 

“ แบมแบม ขอคุณแม่เข้าไปคุยด้วยหน่อยได้มั้ย” เสียงเคาะประตูดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงของหญิงวัยกลางคนที่แบมแบมคุ้นเคยเป็นอย่างดี

 

“ได้สิครับ” เด็กหนุ่มตัวเล็กตอบเสียงเรียบ พร้อมกันกับที่ได้ยินเสียงลูกบิดหมุน มิสเจนในชุดคลุมสีดำสนิท เดินเข้ามาภายในห้องพร้อมกับรอยยิ้มที่ปรากฏอยู่บนใบหน้า

 

“ คิดอะไรอยู่อย่างนั้นเหรอ” เธอถาม

 

“ เปล่าครับ” เสียงหวานตอบเสียงเรียบก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนที่นอนสีขาวอีกครั้ง

 

“โกรธคุณแม่หรือเปล่าที่ปฏิเสธคำขอคุณมาร์คไป” เธอพูดต่อและค่อยๆทรุดตัวลงนั่งข้างๆเจ้าของเตียง

 

“ ผมจะไปโกรธคุณแม่เจนทำไมกันล่ะครับ” แบมแบมยิ้มพร้อมๆกับก้มลงมองมือของตัวเองที่ประสานกันอยู่บนตัก ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบพักหนึ่ง ก่อนที่ผู้มาเยือนจะเริ่มบทสนทนา

 

“ วิเวียน...

.

.

คุณแม่ของหนู......

.

.

เธอบอกกับคุณแม่ว่า ไม่ว่ายังไง...ฝากดูแลเด็กคนนี้ด้วยนะ” เธอเอื้อมมือออกมาจับมือของแบมแบมก่อนจะพูดต่อ “ ได้โปรดดูแลหัวใจดวงนี้แทนดิฉันด้วย.....” เธอยิ้มออกมาเมื่อจบประโยคนั้น

 แบมแบมเงยหน้าขึ้นมามองเจ้าของดวงตาสีน้ำทะเลตรงหน้า พร้อมกระพริบตาถี่  ไม่บ่อยนักที่เด็กชายคนนี้ จะได้ยินเรื่องราวของบุพการี หญิงสาวผู้ที่ให้กำเนิดเขา

 

“ นั่นเป็นประโยคแรก และประโยคเดียว ที่ฉันได้ยินจากเธอ” ตาสีฟ้าน้ำทะเลค่อยๆหม่นลงยามเมื่อเจ้าของมันย้อนนึกถึงช่วงเวลานั้น

 

“ เรายังจำวันแรกที่เจอเธอได้ขึ้นใจ ราวกับว่ามันเพิ่งผ่านมาเมื่อวานนี้....” มิสเจนปิดเปลือกตาลงก่อนที่เธอจะเริ่มเล่าต่อ

 

“ เราพบวิเวียน ..... คุณแม่ของหนู เธอหมดสติอยู่ตรงหน้าประตูโบสถ์ วันนั้นฝนตกแรงมากทั้งตัวของเธอเปียกปอนชุดกระโปรงลายดอกไม้เปื้อนไปด้วยโคลน ไม่รู้ว่าเธอหมดสติอยู่ตรงนั้นนานเท่าไหร่...

 เราพาเธอเข้ามาพัก ในห้องนี้.... บนเตียงนี้...” เธอวาดมือลงบนเตียงนอนสีขาวที่ตัวเธอและแบมแบมนั่งอยู่แผ่วเบา ดวงตากลมโตของเด็กหนุ่มใบหน้าสวย จดจ้องอยู่ที่ใบหน้าของหญิงชาวยุโรปวัยกลางคนอย่างไม่วางตา

 

“ และนั่นเป็นตอนที่พวกเรารู้ว่า ไม่ได้มีแค่ตัวเธอที่นอนอยู่บนเตียง” ถึงตรงนี้ มิสเจนยิ้มอ่อนออกมาและเลื่อนสายตามาหาแบมแบม

 

“ มีหนูที่กำลังหลับใหลอยู่บนเตียงเดียวกันกับเธอด้วย” ทั้งคู่ยิ้มออกมาพร้อมกัน แบมแบมพินิจมองใบหน้าของมิสเจนยามที่เอ่ยถึงคุณแม่ของเขา แววตาที่เก็บซ่อนความสงสารเอาไว้ไม่มิด 

 

“ เธอเป็นผู้หญิงที่สวยมาก สวยมากจริงๆ ใช่แล้วล่ะดวงตากลมโตสีน้ำตาลแสนมีเสน่ห์คู่นั้น เป็นดวงตาคู่เดียวกันกับที่กำลังจ้องคุณแม่อยู่ตอนนี้เลย” เธอหัวเราะออกมาเบาๆ

 

วิเวียน..หญิงสาวปริศนาที่ไม่มีใครรู้ว่าเธอมาที่นี่ได้ยังไง

 

“..... เธอไม่พูด เธอไม่ยิ้ม และเธอไม่หัวเราะ สิ่งเดียวที่เธอทำก็คือ...”

 

“ เล่นเปียโน” แบมแบมพูดแทรกขึ้น หญิงวัยกลางคนพยักหน้าให้

 

“ นั่นคงเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมจำเสียงแม่ไม่ได้สินะครับ อาจจะเป็นเพราะว่าแม่ ..... ไม่เคยพูดเลย” แบมแบมเอ่ยเสียงเศร้า

 

“ ยกเว้นอยู่แค่ประโยคเดียว.....”

 

About music?” เธอพูด

 

“ ใช่ครับ บทกลอนแห่งดนตรี” แบมแบมตอบ

 

“ ถึงตอนนี้ผมเองก็แทบจะจำหน้าแม่ไม่ได้แล้ว แววตาที่แม่มองผม หรือรอยยิ้มที่ยิ้มให้ผม...”

 

“...จำได้สิ ไม่มีทางที่หนูจะลืมช่วงเวลาเหล่านั้นไปหรอก...มันอยู่ตรงนี้...อยู่ในใจของหนูเสมอ...” ริมฝีปากบางยิ้มอ่อนออกมา มือเรียวเล็กที่เต็มไปด้วยริ้วรอยยกขึ้นมาทาบที่อก แบมแบมมองดูท่าทางนั้นก่อนที่ตัวเขาเองจะทำตามในแบบเดียวกัน ดวงตาคู่สวยส่งรอยยิ้มผ่านแววตาไปให้ 

 

“หนูมีความหมายกับเรามาก หนูรู้ใช่มั้ย?” เธอพูดต่อ ใบหน้าสวยของเด็กหนุ่มค่อยๆเงยขึ้นสบตากับผู้พูด

 

“  คุณแม่อยากเห็นแบมแบมรู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย และที่สำคัญที่สุด คุณแม่อยากให้แบมแบมมีความสุข

 

“ คุณแม่เจน....” แบมแบมพูด มิสเจนเอื้อมมือออกไปทาบลงที่หลังมือคู่สวยของแบมแบม เธอยิ้มออกมาอีกครั้ง ความรู้สึกมากมายที่แบมแบมสัมผัสได้ผ่านดวงตาสีน้ำเงินคู่นั้น มันอบอุ่น และเต็มไปด้วยความหวังดี คนตัวเล็กพยักหน้าเบาๆก่อนที่รอยยิ้มจางๆจะถูกวาดขึ้นบนใบหน้า

 

“ ผมรู้ครับ...”

 

“ เธอทั้งคู่ยังเด็ก ยังมีเวลาให้เรียนรู้กันอีกมาก การที่ใครคนนึง ตัดสินใจจะอยู่กับใครอีกคน มันต้องใช้เวลา ต้องใช้ทั้งเวลา ความรัก ความเข้าใจ แล้วก็ความอดทน หลายคนรีบตัดสินใจอยู่ด้วยกันเพราะคิดว่ารักกันมากพอแล้ว สุดท้ายก็ลงเอยด้วยการจากลา  มีปัจจัยหลายอย่างเหลือเกินที่รวมอยู่ด้วย จงทำให้ความรักนั้นมั่งคงพอที่จะชนะเหตุผลอื่น ต่อจากนั้นค่อยคิดเรื่องที่จะอยู่ด้วยกันนะ เชื่อเถอะครั้งหน้าคุณแม่สัญญาว่าจะเป็นคนหาช่อดอกไม้ให้เอง” เธอขยิบตา 

 
แบมแบมพยักหน้าน้อยๆอย่างเข้าใจ คุณแม่เจนพูดถูก บางครั้งแค่เพียงความรักอย่างเดียวก็อาจไม่พอ



 

....


แสงแดดยามเย็นลอดผ่านเข้ามากระทบกับไม้กางเขนสีเงินที่ห้อยติดตัวคนในชุดคลุมสีดำ เธอลุกขึ้นยืนพร้อมกันกับดึงตัวแบมแบมให้ลุกขึ้นด้วย แบมแบมลุกขึ้นยืนตามแรงฉุดพร้อมกับคิ้วโก่งที่ขมวดเข้าหากันน้อยๆ เด็กหนุ่มผมสีดำสนิทจ้องมองคนตรงหน้าอย่างฉงนใจ

 

“ ทีนี้ หนูก็ไปอธิบายให้ มิสเตอร์มาร์คฟังได้แล้วล่ะ” แบมแบมยิ้มออกมาเมื่อยินชื่อตัวของใครบางคนหลุดออกมาในประโยค ร่างเล็กพยักหน้ารับคำ หญิงผมบลอนด์สวมกอดเด็กหนุ่มผู้เปรียบเสมือนลูกพร้อมตบบ่าเบาๆอย่างให้กำลังใจ ก่อนที่จะเดินออกจากห้องไป แบมแบมมองตามแผ่นหลังเล็กนั้นไปจนกระทั่งบานประตูปิดลง

 

                แบมแบมรู้ดีว่าถึงมิสเจนจะไม่ปฏิเสธคำขอนั้น ก็คงจะเป็นเขากระมังที่เป็นฝ่ายเอ่ยปฏิเสธคำขอของมาร์คด้วยตัวเอง

.............
 

                  พระอาทิตย์สีส้มจัด ค่อยๆแผ่วแสงลงตามเงื่อนไขของวันเวลา เด็กหนุ่มเจ้าของผมสีแดงเพลิงหย่อนตัวนั่งลงอยู่บนพื้นหญ้า แผ่นหลังกว้างค่อยๆแนบลงกับกำแพงหิน ควันสีขาวลอยออกมาจากปากหยักได้รูปเมื่อยามที่ลมหายใจถูกสูบเข้าไปจนสุด สองนิ้วคีบแท่งกระดาษลายสลักทองที่ค่อยๆมอดไหม้ลงอย่างรวดเร็ว ข้างๆตัวปรากฏซากที่เหลือของกระดาษมวนก่อนๆทิ้งระเกะระกะพร้อมเถ้าฝุ่นสีเทาที่ยังหลงเหลือติดอยู่ไม่ได้ปลิวไปตามแรงลม มาร์คหลับตาลงแล้วสูดเอาควันสีขาวลงปอดอีกครั้งก่อนจะพ่นออกมาสุดแรง ไม่ว่ายังไง บุหรี่พวกนี้ก็ทำให้มาร์ครู้สึกดีขึ้นได้เสมอ ประกายแสงสีส้มจากปลายม้วนกระดาษค่อยๆเข้มขึ้นตามแรงสูบของคนที่คีบมัน แสงสีส้มนั้นค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีส้มจัดจนดับไป แสงอาทิตย์ยามเย็นสาดส่องเข้ามากระทบกับสร้อยคอสีเงินวาวที่เจ้าตัวหวงแหน หวงแหนให้กับเจ้าของมัน

 

เนิ่นนานที่มาร์คยังคงนั่งอยู่ที่เดิม สนามหญ้าหน้าบ้านกับกล่องบุหรี่ที่ด้านในว่างเปล่า มือหนายกขึ้นมากุมขมับเมื่อยามหวนนึกถึงการกระทำเจ้าอารมณ์ของตัวเอง มาร์คก้มมองดูสร้อยคอพลางนึกถึงใบหน้าของแบมแบม

 

“ เราไม่ควรต้องมาทะเลาะกันเลย พี่น่าจะคุยกับนายดีๆ” มาร์คพูดขึ้นมาเมื่อดวงตาคมยังคงจ้องอยู่เพียงวัตถุสีเงินที่ตัวเขาไม่เคยถอดออก

 

“ นั่นสิฮะ เราไม่ควรทะเลาะกันเลย......” เสียงหวานแสนคุ้นหูเอ่ยขึ้นมาในจังหวะที่มาร์คกำลังก้มหน้า เท้าคู่เล็กของแบมแบมเดินเข้ามาใกล้ก่อนที่เรือนร่างบอบบางนั้นจะค่อยๆนั่งคุกเข่าลงตรงหน้าร่างสูงโปร่ง

 

“ แบมแบม....” มาร์คเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าน่ารักที่กำลังส่งยิ้มมาให้เขา

 

“ มาได้ไง..” เขาพูดเสียงใกล้สั่น แบมแบมยังคงยิ้มกว้างให้ ดวงตากลมโตจ้องมองที่ใบหน้าหล่อครู่หนึ่งก่อนจะโบ้ยหน้าไปยังทางเดินที่เจ้าตัวเดินเข้ามา

 

“ พอดีว่าประตูไม่ได้ล็อค ก็เลยถือวิสาสะเดินเข้ามา .... ไม่ว่าใช่มั้ย” เขายิ้ม คนผมสีแดงกระพริบตาปริบๆพินิจมองคนตรงหน้าให้แน่ใจว่าไม่ใช่ภาพลวงตา

 

“ เด็กไม่ดี...” แบมแบมพูดเมื่อสายตามองเห็นกล่องบุหรี่ราคาแพงวางอยู่ข้างตัวมาร์ค

 

“ .....” มาร์คเอาแต่จ้องมองใบหน้าของคนรักที่กำลังทำท่าขัดใจ ริมฝีปากบางบ่นอุบอิบให้กับร่องรอยของม้วนกระดาษที่เห็นตรงหน้า

 

“ อ้ะ!” เสียงเล็กอุทานออกมา เมื่อจู่ๆก็ถูกดึงเข้าไปหาอกแกร่งอย่างไม่ทันตั้งตัว แบมแบมที่กำลังเอื้อมมือออกไปจะหยิบกล่องสี่เหลี่ยมเจ้าปัญหานั้นกลับกลายเป็นต้องหายเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของมาร์คแทน

 

“ ทำอะไรเนี่ยพี่มาร์ค.....” ร่างบางออกแรงขัดขืนเล็กน้อย แต่ทว่าสุดท้ายก็หยุดนิ่ง

 

“ เราขอโทษนะ....” ใบหน้าหล่อซุกลงที่ไหล่เล็ก มาร์คโอบรัดแบมแบมเอาไว้แน่นด้วยแขนที่แข็งแรงทั้งสองข้าง คนถูกกอดยิ้มอ่อนออกมา มือเล็กยกขึ้นกอดตอบ

 

“ เราก็ต้องขอโทษพี่มาร์คเหมือนกันนะ” แบมแบมพูด คนตัวเล็กทำจมูกฟุดฟิดเมื่อรู้สึกถึงกลิ่นฉุนประหลาดจากตัวมาร์ค

 

“ ปล่อยก่อน เหม็นบุหรี่” เขาพูดต่อ มาร์คผละออกจากแบมแบม ใบหน้าหล่อม่อยลงเมื่อเห็นสีหน้าไม่สู้ดีนักของคนรัก

 

“ แย่มากเลยเหรอ” มาร์คว่า ก่อนจะก้มลงดมคอปกเสื้อตัวเอง

 

“ ใช่ แย่มาก ไม่ชอบเลย”  

 

“ อ่า.....ขอโทษครับ” มาร์คม่อยหน้า คนผมสีแดงก้มหน้าลงอย่างรู้สึกผิด

 

“ นี่.....ไม่ต้องขอโทษเราเรื่องนี้หรอก ถึงเราจะไม่ชอบ แต่ถ้าพี่มาร์คอยากจะทำเราก็จะไม่ห้าม” แบมแบมว่า มือเล็กเอื้อมออกไปจับใบหน้าหล่อเอาไว้

 

“ เพียงแต่ตอนที่สูบ ช่วยไปทำไกลๆเราก็พอ” คนตัวเล็กยิ้มกว้าง มาร์คโผเข้ากอดแบมแบมอีกครั้ง คราวนี้คนตัวสูงอยู่ในระกับที่ตำกว่า ใบหน้าหล่อของมาร์ค แนบลงที่อกบางของแบมแบม

 

“ แฟนใครไม่รู้ น่ารักที่สุดเลย” คนรูปหล่อพูดอู้อี้อยู่ในอ้อมกอดเล็กๆ แบมแบมหลุดขำออกมาเบาๆ ก่อนจะยื่นมือขึ้นมาลูบแผ่วเบาที่ท้ายทองของคนผมสีแดง

 

“ นั่นสิ แฟนใครน้า~~” เสียงหวานลอยวนอยู่บนหัวคนผมสีแดง มาร์คเงยหน้าขึ้นมองคนพูดประโยคที่แฝงความขี้เล่นเอาไว้

 

“ แบมแบมก็เป็นแฟนของมาร์คไงครับ” เขายิ้มจนตาหยี รอยยิ้มที่แฝงความทะเล้นทำเอาคนที่ฟังรู้สึกหมั่นไส้ จนแบมแบมอดไม่ได้ที่จะบิดที่ปลายจมูกโด่งของมาร์ค

 

“ โอ้ย~~~พี่เจ็บนะ~~” เขาพูดเสียงอ้อนทว่ามือหนายังคงรั้งกอดเอวบางเอาไว้

 

“ ปล่อยเราได้แล้ว..” แบมแบมกึ่งพูดกึ่งผลักมาร์คออก

 

“ ไม่ จนกว่านายสัญญาว่าจะทำตามที่เราขอก่อน” ตาเรียวหรี่ลงอย่างเจ้าเล่ห์ แบมแบมทำหน้าฉงนใจ มือเล็กฟาดลงเบาๆที่ไหล่กว้าง

 

“ ถ้าตีเราอีก จะจับจูบ” มาร์คยักคิ้วอย่างกวนประสาท แบมแบมหน้าขึ้นสีแดงระเรื่อกับประโยคที่อีกคนพูด

 

“ อะไรอีกเล่า~~” แบมแบมหยุดมือที่กำลังจะวาดลงบนไหล่กว้างนั้น และเลือกที่จะตอบเฉไฉไปหาประโยคสนทนาก่อนหน้านั้น

 

“ สัญญามาก่อนสิ” เขาว่า

 

“ ไม่” แบมแบมปฏิเสธเสียงแข็ง

 

“ เถอะน่า รับรองเรื่องนี้ง่ายมากๆ ไม่ยาก และไม่วุ่นวาย น้าแบมแบม น้า~~~” มาร์คเซ้าซี้คะยั้นคะยอจนแบมแบมอ่อนใจ คนตัวเล็กถอนหายใจก่อนจะตบปากรับคำ

 

“ ก็ได้ ก็ได้ ว่ามาสิฮะ”

 

“ .....”

 

“ อะไรเล่า...พูดมาสิ”  เสียงหวานเอ่ยออกมาเมื่อเห็นว่าคนที่ขอร้องเอาแต่จ้องมองหน้าเขาอยู่อย่างนั้น

 

“ อ้ะ !” มาร์คดึงตัวแบมแบมเข้ามาใกล้จนปลายจมูกใกล้ชนกัน แบมแบมยกมือขึ้นดันตัวเองเอาไว้

 

“ จะทำอะไรอีกเนี่ย ตาบ้า” แบมแบมพูด

 

“ จูบเรา”

 

“ หา?

 

“ จูบเราก่อนแล้วเราจะยอมปล่อย” มาร์คยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์

 

“ มะ... / ห้ามปฏิเสธนะนายสัญญาแล้ว~” มาร์คพูด แบมแบมย่นจมูกอย่างขัดใจ

 

“ แบบนี้มันขี้โกงนี่นา...”

 

“ ไม่รู้แหละ ถ้าไม่จูบก็นั่งกอดกันอยู่แบบนี้แหละ เอาให้หนาวจนแข็งตายไปเลย” น้ำเสียงที่ปนความเอาแต่ใจของเจ้าตัวที่ติดเป็นนิสัยทำให้แบมแบมถึงกับถอนหายใจ

 

“ พี่มาร์คนี่น้า..” เสียงหวานเอ่ยเสียงเบาก่อนจะพูดต่อ

 

“ ถ้าเราทำแล้วพี่มาร์คก็ต้องรักษาสัญญาเหมือนกัน ตกลงมั้ย?” มือนิ่มยกขึ้นมาจับใบหน้าหล่อ

 

“ ครับผม” มาร์คตกลงอย่างว่าง่ายก่อนที่ริมฝีปากหยักจะยิ้มออกมาอย่างพอใจ

 

“ งั้นหลับตาก่อน” แบมแบมพูด มาร์คพยักหน้าเบาๆ เปลือกตาสีอ่อนค่อยๆปิดลงอย่างเชื่องช้า คนตัวเล็กพินิจมองใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มผมสีแดงที่แม้ตอนนี้จะมีร่องรอยสีม่วงจางๆให้เห็นอยู่แต่ร่องรอยเหล่านั้นก็ไม่อาจทำลายความหล่อเหลาของ มาร์ค ต้วนได้

 

ไม่คิดเหมือนกันว่าโตขึ้นมาจะเป็นหนุ่มหล่อขนาดนี้ แบมแบมคิด

 

ใบหน้าน่ารักอมยิ้มเมื่อคนตรงหน้านั่งนิ่งไม่ไหวติง  ในหัวของมาร์คจินตนาการถึงริมฝีปากนิ่มของแบม

ที่กำลังโน้มเข้ามาใกล้ ขนตาหนาเป็นแพรกระตุกตามจังหวะการย่นผิวหนังระหว่างคิ้วเข้มทั้งสองข้าง นี่จะใช้เวลาทำใจนานเกินไปรึเปล่าฮะกันต์พิมุกต์  ให้จูบแฟนตัวเองนะไม่เห็นต้องคิดนานเลย

ถ้าหากแบมแบมเป็นฝ่ายเอ่ยขอให้เขาทำแบบนี้ รับรองป่านนี้ได้มีจูบเป็นครั้งที่สอง ที่สามแล้วแน่ๆ

 

“ นี่ นานเกินไปแล้วนะ” มาร์คพูดทั้งที่ยังหลับตา แบมแบมยิ้มเขินก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปใกล้

 

“ รู้แล้วน่า ก็กำลังจะจูบอยู่นี่ไง ห้ามลืมตานะ” คนผมสีแดงพยักหน้าเบาก่อนจะเชิดหน้าตัวเองขึ้นเพื่อรอรับจูบจากคนรัก

 

แบมแบมค่อยๆโน้มศีรษะลงมาหามาร์ค ใบหน้าของทั้งคู่อยู่ใกล้กันจนรู้สึกถึงลมหายใจร้อนของอีกฝ่าย มาร์คยิ่งใจเต้นแรงขึ้นเมื่อลมอ่อนๆนั้นใกล้เข้ามา และใกล้เข้ามา

 

..

 

 

ริมฝีปากหยักเผยอเตรียมรับจูบอย่างเต็มที่

 

..

 

ก่อนที่ริมฝีปากบางของแบมแบมจะค่อยๆประทับลงไปยัง..

 

..

 

แก้มด้านขวาของมาร์คแผ่วเบา

 

“ ตัวแสบ” มาร์คพูดโพล่งขึ้นมาทันทีที่สัมผัสได้ถึงความอุ่นร้อนตรงแก้มด้านขวา แบมแบมยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ก่อนจะยักคิ้วกวนๆส่งไปให้คนรัก

 

“ ก็ไม่ได้บอกนี่นาว่าให้จูบตรงไหน” คนตัวเล็กพูด

 

“ เดี๋ยวเหอะ เจ้าเล่ห์แบบนี้จะจับจูบซะให้เข็ดเลย” มาร์คโน้มตัวแบมแบมลงกับสนามหญ้าก่อนที่ร่างหนาจะทาบทับตามลงมา

 

“ ฮ่าๆ หยุดนะตาบ้า แบมจั้กจี้” ร่างเล็กใต้ร่างมาร์คดีดดิ้นไปมา เมื่อมาร์คก้มลงไปเป่าลมที่หูทั้งสองข้างของแบมแบม

 

“ ไม่หยุด ใครใช้ให้ลูกไม้เยอะ ต้องโดนทำโทษ” มาร์คปล่อยมือที่จับข้อมือแบมแบมออก แล้วเปลี่ยนตำแหน่งมาเป็นจี้เอวคนตัวเล็กแทน แบมแบมหัวเราะออกมาจนน้ำหูน้ำตาเล็ด

 

“ ให้มันรู้ซะบ้างว่ากำลังเล่นอยู่กับใคร” มาร์คยังคงเอ่ยคำขู่แบบหลอกๆออกมาเย้าหยอกคนใต้ร่าง ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของคนทั้งคู่ดังยาวนานจนกระทั่งแสงสุดท้ายจากดวงอาทิตย์บอกลาวันนี้ไป









#TBC.





 

_______________________________________________________________________________
#ฟิคทำนองรัก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 39 ครั้ง

4,351 ความคิดเห็น

  1. #4228 anMarkBambamGOT7 (@anMarkBambamGOT7) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2560 / 14:24
    ต้องระงับสติอารมณ์นะพี่มาร์ค อย่าเลือดร้อน
    #4228
    0
  2. #4098 Moko87 (@mokomoko87) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2559 / 22:12
    พี่มาร์คดูเป็นหนุ่มเลือดร้อนคลั่งรักเวลาที่อยู่กับแบมอะ ใจเย็นๆน้า
    #4098
    0
  3. #4048 Mtb1a (@Sara7g) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 10 กันยายน 2559 / 14:18
    เหมือนตอนอยู่กับจูเนียร์เลยคำว่าตาบ้าด้วย
    #4048
    0
  4. #3907 KTuaninuninen7 (@KTuaninuninen7) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2559 / 13:37
    ชอบคำพูดของมิสเจน พี่มาร์คต้องอย่าใจร้อนนะ
    #3907
    0
  5. #3753 Ondine (@lilfluffy) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 7 เมษายน 2559 / 08:16
    ดีงามมากๆ กว่าจะได้เห็นเค้ามีความสุข คนอ่านนี่ก็แถบตายปวดใจบีบเหลือเกิน คือขอโทษไรท์ด้วยนะคะ เรื่องนี้ไม่ได้เม้นท์แต่ต้น คือเราอ่าน ฟิควินาที มาตั้งแต่เที่ยงคืน ประทับใจภาษาที่เขียนมากอ่านจบ เลยกดมาอ่านเรื่องนี้ด้วย คือยิงยาวมาถึงตอนนี้แปดโมงเช้าละค่ะ 5555555 ตาลายแล้ว รักและหลงฟิคเรื่องนี้อีกเริ่องแล้ว เดี๋ยวไว้เราจะกลับไปอ่านอีกแล้วเม้นท์ให้นะคะ
    #3753
    0
  6. #3679 Eroseris (@ornlylove) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2559 / 00:53
    อยากให้เเบมบอกเรื่องคืนนั้นกับมาร์ค ไม่อยากให้ค้างคา กลัวมันจะย้อนกลับมาทำให้ระหองระเเหงกัน
    #3679
    0
  7. #3476 MBKY; (@withmbky) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 15 มกราคม 2559 / 18:51
    น่ารักกกก ตุณแม่เจนก็สอนดี
    #3476
    0
  8. #3381 opel_zuza (@marang-zangkoong) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2558 / 13:32
    เขินโว้ยยยยยยยยยยยยยยยย
    ทำไมรักเรื่องนี้ขนาดนี้นะ จุ๊บๆๆ 555555555
    #3381
    0
  9. #2568 ENED (@ENED) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2558 / 11:47
    รวมเล่มได้เลยค่ะไรท์ เราจะรอนะ
    #2568
    0
  10. #2470 222 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2558 / 00:43
    เราสนใจๆ รวมเล่มมๆ
    #2470
    0
  11. #2457 VONGO (@KOYO1994) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2558 / 23:09
    สู้นะไรต์ สู้ๆๆๆๆ
    #2457
    0
  12. #1883 Chibamie (@parpaa) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2558 / 23:36
    อบอุ่นและน่ารักผสมกันเลยยยยย ^^ แต่รู้สึกมีอะไรมันขาดๆไม่เต็ม -/-
    #1883
    0
  13. #1808 yingbuakan9 (@yingbuakan9) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2558 / 14:47
    ชอบๆๆ น่ารักอะ อยากให้ความรักของสองคนนี้อยู่ด้วยกันไปตลอด...รักตนเขียนคะ
    #1808
    0
  14. #1573 .whatever (@880803) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 7 เมษายน 2558 / 10:50
    ทะเลาะกันเพราะรักล้วนๆ แต่ดีแล้วที่แบมไม่เออออไปกับมาร์คซะหมด อ่า แล้วก็ดีกันแล้ว ฮือออ ละมุน
    #1573
    0
  15. #1500 จิรา จิรา (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 11 มีนาคม 2558 / 03:25
    รักคนเขียน
    #1500
    0
  16. #1479 pimpimpim1a (@pimpimpim1a) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 5 มีนาคม 2558 / 13:58
    ละมุน น่ารัก เขินอ่าาา
    #1479
    0
  17. #1473 L.Nog Wi Wo (@l-birddy) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 5 มีนาคม 2558 / 02:11
    โง้ยยยยยหวานมากกกกกกกกก น่ารักกกอะ อะไรมันจะหวานป่านนนนนั้นโอ้ยเขินจุง
    #1473
    0
  18. #1472 nantikaagreement (@nantikaagreement) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 4 มีนาคม 2558 / 16:32
    ฟินมาก น่ารักมาก น่ารักที่สุด 
    #1472
    0
  19. #1471 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 4 มีนาคม 2558 / 12:10
    ดีจริงเลยเค้าดีกันแล้ว ไม่เอานะไม่ทะเลาะกันนะ
    #1471
    0
  20. #1470 yadara (@yadara) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 4 มีนาคม 2558 / 10:00
    แง๊ๆๆดีใจเค้าดีกันแล้ววววววว เข้าใจแล้วจ้าเข้าใจเหตุผลของแบมแบมและคุณแม่เจนแล้วหละ ทำความเข้าใจกันซะเนอะ มาร์คก็ต้องเข้าใจแบมแบมด้วยเนอะ ที่จริงๆแบมแบมกับมาร์คก็ยังเด็กแหละ ยังเรียนไม่จบกันเลยยยย รักกันจริงก็ต้องอยู่ด้วยกันฝ่าฟันเอาชนะอุปสรรคทุกสิ่งให้ได้นะ
    #1470
    0
  21. #1469 dada0627 (@dada0627) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 4 มีนาคม 2558 / 08:07
    คุยกันดีๆจะได้ไม่ทะเลาะกันน้าาา อิอิ
    #1469
    0
  22. #1467 BB1a_38 (@golf_ryoma) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 4 มีนาคม 2558 / 07:53
    มาร์คแบม ดีไปอีก ก็แฟนของมาร์คไงครับ อิ๊ เขินนนนนนนึกถึงหน้าพี่มาร์คในดรีมไนท์ โง้ยยยยยยยย น่ารัก
    #1467
    0
  23. #1465 ช.Shin (@shinzung) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 4 มีนาคม 2558 / 06:48
    แงงงงงง น่ารักกกก อบมมาง้อมาร์คด้วยยย
    #1465
    0
  24. #1463 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 3 มีนาคม 2558 / 21:50
    มาร์คต้องเข้าใจเหตุผลของแบมสิ คนเราน่ะรักกันก็ต้องพร้อมที่จะเข้าใจซึ่งกันและกันสิจริงไหมพี่มาร์ค
    #1463
    0
  25. #1462 BB1a_38 (@golf_ryoma) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 3 มีนาคม 2558 / 19:18
    ไม่เลิกอ่านแน่ๆคริคริ ชอบ แม่เจนพูดกับแบมแบมจังมันดูจริง มันดูใช่ มันมีเหตุมีผล เราชอบฟิคเรื่องนี้มากจริงๆ อยากได้รวมเล่มแล้วคริคริ
    #1462
    0