- I will always love you -[GOT7 MarkBam]

ตอนที่ 23 : - All I need is you -

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,406
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    14 ม.ค. 59

- You mean everything to me –

 

 

♥ - Mark’s Heart - 

 

                “ นี่ น้ำอุ่นแล้วนะ” ผมชะโงกหน้าออกมาจากห้องน้ำ มองดูแบมแบมที่ยังคงนั่งอยู่บนเตียงของผม ท่าเดิมตั้งแต่ตื่นมาเจอ ผมเป็นฝ่ายลุกขึ้นจากเตียงก่อนหลังจากที่บอกแบมแบมไปแล้วว่าถ้ายังไงให้ไปอาบน้ำก่อนได้นะ แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่ยอมออกมาจากผ้าห่มผืนใหญ่ที่ห่อตัวอยู่นั่น

 

               “ ออกมาจากผ้าห่มได้แล้วน่า” ผมพูด แบมแบมทำแก้มป่อง ผมจึงเดินเข้าไปใกล้โดยทั้งตัวนุ่งเพียงผ้าเช็ดตัวผืนเดียว

 

                “ ทำไมไม่ยอมลุกออกมาจากเตียง หรืออยากจะ....” ผมแหย่ แก้มนิ่มของแบมแบมขึ้นสีแดงอย่างน่ารัก


              ให้ตายเถอะ เลิกทำหน้าแบบนั้นสักที ผมจะควบคุมตัวเองไม่อยู่แล้วเนี่ย  แบมแบมยู่หน้าหยิกผมเข้าที่แขนทีนึง มือเล็กๆนี่ หยิกเจ็บชะมัด ผมนั่งลงที่เตียง ข้างๆแบมแบม เอื้อมมือออกไปจะดึงผ้าห่มที่ห่อตัวเขาออก

 

 

               “ โอ้ย!

 

อย่างที่คิดไว้แบมแบมตีมือผมดังเพี้ยะ จนแสบไปทั้งมือ คนตัวเล็กของผมทำหน้าดุเอาเรื่อง

 

               “ ทำไมแบมแบมถึงไม่ยอมลุกขึ้นไปอาบน้ำล่ะครับ” ผมยอมแพ้ที่จะเย้าแหย่เขา และเลือกที่จะถามดีดี ป้องกันตัวเอง จากมือคู่เล็กนั้น

 

                 “ ~~~~~” ผมได้ยินเสียงแบมแบมพูดตอบ แต่ว่ามันแผ่วเบา เบาเหมือนไม่อยากให้ผมได้ยิน

 

                 “ นายว่าไงนะแบม เราไม่ได้ยิน” ผมถามกลับไปใหม่ แบมแบมหน้าแดง แดงมากๆ แดงจนถึงใบหู เค้าจะเขินทำไมกับแค่คำถามที่ว่า เขาพูดว่าอะไร ผมทำหน้าฉงนก่อนที่แบมแบมจะโน้มใบหน้าผมลงไปใกล้ แล้วกระซิบที่ข้างหูผมแผ่วเบา ด้วยซุ่มเสียงที่อ่อนหวานพาให้ใจหวิว

 

                  “ เราลุกไม่ไหว”  •/////•

 




 

...............





โอ้พระเจ้า

 

พระผู้เป็นเจ้า ได้โปรดช่วยห้ามลูกที ห้ามไม่ให้ลูกจับแบมแบมกดลงบนที่นอนแล้วพาเค้าทำอะไรอะไรอีกสักหลายๆรอบ

 

หัวใจผมเต้นแรงมาก มากจนเหมือนมันจะหลุดออกมาเต้นข้างนอก

 

ยิ่งแบมแบมทำท่าเขินอาย ยิ่งกระตุ้นให้ผมอยากจะจับตัวเขา  และผมรู้ได้ทันทีเลยว่า หากมือผมสัมผัสไปโดนเขาในตอนนี้ แบมแบมคงจะเดินไม่ไหวไปหลายวัน

 

เกิดมาไม่เคยต้องหักห้ามใจ ต่อสู้กับความรู้สึกของตัวเองหนักขนาดนี้มาก่อน

เรื่องที่เคยว่ายาก ลองมาเจอความน่ารักระดับคะแนนทะลุกราฟนี่  เรื่องพวกนั้นดูเด็กลงไปเลย

 

“ แบม....” ผมเรียกเขาด้วยชื่อที่สั้นลง ท่าทางเจ้าตัวจะชอบให้เรียกแบบนี้ จริงๆผมก็คิดว่ามันดูเหมาะกับเขาจริงๆ

 

 แบม .... แบมแบม ...

 

เขาเอียงใบหน้า ทำท่าทางสงสัย ดวงตากลมโตคู่สวยนั้น .... ริมฝีปากนั้น .....ผิวนุ่มนิ่มเนียนละเอียดนั้น

ผมกำลังรู้สึกเหมือนจะเป็นบ้า

 

เป็นบ้าเพราะความรัก

 

เป็นบ้าเพราะแบมแบม

 

ผมกระพริบตาถี่ๆ สะบัดหัวไปมาหลายที ไล่ความคิดบ้าๆของตัวเองออกไป

 

แบมแบมทำหน้างง

ก็น่างงอยู่หรอก ผมเล่นมองเค้าไป ส่ายหัวไป เหมือนคนไม่มีสติ

 

 

 

ผมมองหน้าเค้า เรามองตากัน

 

แบมแบมยิ้มเขิน  เขาเขินผมอีกแล้ว

 

บอกตรงๆ ตอนนี้ผมอยากร้องไห้

 

จริงๆนะ

 

อธิบายความรู้สึกไม่ถูก ....

 

ผมฟุบหน้าลงไปกับเตียง ได้ยินเสียงแบมแบมหัวเราะ คงจะขำกับท่าทางประหลาดๆของผม

 

เสียงหัวเราะของแบมแบมที่ฟังดูสดใส

 

ไม่ได้ยินมานานแค่ไหนแล้วนะ

 

ผมเงยหน้าขึ้นจากที่นอน แบมแบมเอื้อมมือมาเกลี่ยที่เส้นผมสีแดงของผม

 

แผ่วเบา…..

 

ผมมองหน้าเขา เรายิ้มให้กัน

 

พอควบคุมสติได้ ผมจึงดึงมือเขามาจูบเบาๆหนึ่งครั้ง แบมแบมยิ้ม ก่อนที่ริมฝีปากบางจะเริ่มขยับเอื้อนเอ่ยออกมาเป็นคำพูด

 

I think I’m okay now”  

 

พอพูดจบ เรือนร่างบอบบางนั้นก็เริ่มขยับตัว แบมแบมบอกให้ผมเข้าไปอาบน้ำก่อน พอผมถามเขาว่าอยากให้อุ้มมั้ย แน่นอนครับ นอกจากจะไม่มีคำตอบให้แล้วผมยังได้รอยแดงที่ไหล่กลับมาแทน

 

ทำให้เขินบ่อยๆไม่ดีนะเนี่ย ผมเจ็บตัวตลอดเลย

 

แต่ก็ยอมครับ ถ้ามันจะเจ็บเพราะแบมเป็นคนทำ

 

ผมยอม ยอมหมดทุกอย่าง,,,

 

…….

 

♥♥ BamBam’s Heart ♥♥

 

                ผมลืมตาตื่นขึ้นมา เมื่อโสตประสาทการได้ยินรับรู้ถึงเสียงของบรรยากาศรอบๆ  พอขยับตัวก็รับรู้ได้ทันทีว่าร่างกายของตัวเองมันไม่ปกติ  แต่ทว่าหัวใจกลับรู้สึกยินดี ที่ความไม่ปกติครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากความไม่ตั้งใจ

 

                มือของพี่มาร์คพาดอยู่ที่เอวของผม ลมหายใจที่กำลังเป่ารดต้นคอของผมเป็นจังหวะเข้าออก สม่ำเสมอกันคงพอจะบอกได้ว่า เขายังคงหลับสนิท

 

ผมค่อยๆยกมือพี่มาร์คออกจากเอวแล้วลุกขึ้นนั่ง  พอก้มมองร่างกายที่เปลือยเปล่าของตัวเอง ก็อดที่จะรู้สึกอายไม่ได้ ผมรีบขยุ้มผ้าห่มมาปิดบังร่างกายเอาไว้  ในใจก็คิดอยู่ตลอดว่าถ้าพี่มาร์คตื่นขึ้นมาแล้ว

ตัวเองควรจะต้องทำหน้ายังไง ทำหน้าแบบไหน

 

ใจจริงอยากจะลุกออกไปจากเตียง เพื่อหาอะไรมาคลุมร่างกายตัวเองหน่อย

 

แต่ว่าลุกไม่ได้ฮะ...

 

ลุกไม่ไหว.... ผมจึงทำได้แค่นั่งมองใบหน้าหล่อของพี่มาร์คที่กำลังนอนหลับตาพริ้ม

 

ยิ่งมองก็ยิ่งรัก

 

รักพี่มาร์คจังเลย....

 

พอเขาขยับตัว ตัวผมเองก็สะดุ้งหน่อยๆ ยังไม่ค่อยพร้อม ไม่รู้จะทำตัวยังไง พี่มาร์คความรู้สึกเร็ว ผมรู้ว่าถ้าผมขยับตัวแรงๆ เขาต้องตื่นแน่นอน ก็เอาเถอะ ในเมื่อเดินยังไม่ไหว ลุกยังไม่ได้ ก็นั่งอยู่เฉยๆไปก่อนแล้วกัน

 

พอมองหน้าพี่มาร์ค ก็รู้สึกร้อนขึ้นมาที่ใบหน้า หัวใจของผมเต้นตึกตัก เต้นแรงมาก มากเกินไป ผมพูดกับหัวใจตัวเอง บอกมันให้เต้นช้าๆลงหน่อย บอกมันให้ใจเย็นๆ

เสี้ยววินาทีที่ผมก้มหลับตาคุยกับหัวใจตัวเอง ไม่รู้เลยว่าพี่มาร์คตื่นขึ้นมาตอนไหน พอผมลืมตาขึ้นก็เห็นเขามองมาที่ผมแล้ว

 

เอ่อ.....

 

ยังไงดี….

 

เราสบตากันแว่บนึง แล้วพี่มาร์คก็เผลอเอามือข้างที่เจ็บขึ้นมาขยี้ตา พี่มาร์คนิ่วหน้า คงจะเจ็บแผล

ตอนนี้ความรู้สึกประหลาดใดใด ไม่มีผลกับผมแล้ว มีแต่ความเป็นห่วงแทน

 

ผมถามเขาออกไป น้ำเสียงคงดูกังวลมาก ผมรู้ว่าพี่มาร์คไม่ชอบให้ผมทำหน้าแบบนี้ ไม่ชอบให้เป็นกังวล

 

เขาส่ายหน้าเบาๆแล้วบอกผมว่าไม่เป็นไร ก่อนจะถามคำถามที่ผมฟังแล้วอยากจะฝังตัวเองลงไปในที่นอนเหลือเกิน

 

“ เราไม่เจ็บหรอก แต่แบมล่ะ เจ็บมั้ย?  ผมทำได้เพียงก้มหน้าลงมองเพียงผ้าห่มสีขาว

 

เขินมาก

 

เขินพี่มาร์ค

 

ทำไมต้องถามแบบนี้ด้วยก็ไม่รู้  

 

 

คนบ้า   >//////<

 

 

ถึงผมจะไม่ได้สบตากับเขาตรงๆ แต่ก็รู้สึกได้ว่าเขากำลังจ้องมองผมอยู่ มองด้วยสายตาที่ไม่เก็บความรู้สึกเลย

 

แล้วผมก็เขิน

 

เขินอีกแล้ว

 

ถ้าพี่มาร์คยังไม่หยุดมองแบบนี้ ผมอาจจะเขินจนไม่กล้ามองตาเขาอีกตลอดไปเลยก็ได้

 

 

ได้โปรด คุณมาร์ค ต้วน หยุดมองผมด้วยสายตาเหมือนจะกลืนกินผมเข้าไปทั้งตัวแบบนั้นสักที... •///////•


 

                     ไม่เคยคิดว่ากิจวัตรประจำวันทุกๆวันอย่างการลุกขึ้นไปอาบน้ำตอนเช้ามันจะยากได้ขนาดนี้ผมทั้งผลัก ทั้งดัน กว่าพี่มาร์คจะยอมเดินเข้าไปในห้องน้ำ คนอะไรไม่รู้ ดื้อชะมัด มานั่งจ้องหน้าคนอื่นอยู่ได้ตั้งนานสองนาน เดาว่าน้ำอุ่นที่เค้าเปิดเตรียมไว้ในอ่างคงจะเย็นหมดแล้ว

 

ดีแล้วล่ะ

 

สมน้ำหน้า

 

ตาบ้า  >///<

 

                พอพี่มาร์คเดินเขาไปในห้องน้ำได้สักพัก ผมจึงลุกออกจากเตียง คว้าเอาชุดคลุมอาบน้ำที่พี่มาร์คเตรียมไว้ให้ เอามาใส่

 

ตัวใหญ่จังแฮะ ...

 

                วันนี้อากาศข้างนอกดีมากเลย แดดออกด้วย ผมเดินไปที่หน้าต่างบานใหญ่ มองออกไปข้างนอก เห็นถนนหน้าบ้านที่เริ่มมีรถราขับผ่านไป ผ่านมา มองเห็นแม่นกที่กำลังป้อนอาหารให้กับลูกของมัน มองดูแล้วก็เผลอยิ้มออกมาให้กับความรักที่บริสุทธิ์นั้น ความรักจากครอบครัว...

 

 

มีความสุขจัง…..

 

                ผมเดินกลับมานั่งที่หน้าคีย์บอร์ดสีขาวล้วนตัวโปรดของพี่มาร์ค  เปิดฝาครอบบันไดเสียงขึ้น จากนั้น นิ้วมือของผมมันก็บรรเลงบทเพลงออกมาอัตโนมัติ  เสียงเพลงที่ออกมาจากความรู้สึก

 

ผมรู้สึกถึงเมโลดี้ ในขณะที่ผมรู้สึกถึงพี่มาร์ค

 

ผมมองเห็นตัวโน้ตกำลังเล่นบรรเลง ในขณะที่หัวใจรับรู้ถึงความรักจากผู้ชายที่ผมเพิ่งจะหยิกเขาไปเมื่อกี้

 

บทเพลงผ่านนิ้วของผมออกมาอย่างลื่นไหล  โน้ตเสียงตัวแล้วตัวเล่าที่เกิดขึ้นเมื่อนิ้วมือของผมสัมผัสกับบันไดเสียงตรงหน้า

 

ผมว่าผมชอบเพลงนี้

 

ผมว่านี่แหละคือเพลงแห่งความสุข,,,

 

…….

 

                มาร์คแว่วยินเสียงเพลงบรรเลง ดังเล็ดลอดเข้าไปในห้องน้ำที่เต็มไปด้วยไปน้ำอุ่นร้อน  บทเพลงทำนองแสนหวาน เขาสัมผัสได้ถึงความรักในบทเพลงนั้น ใบหน้าหล่อยิ้มออกมา  ก่อนจะพาร่างกายที่ชุ่มไปด้วยหยดน้ำเดินออกมาด้านนอก

 

                ทันที่ที่ก้าวเท้าออกมาจากห้องน้ำ ก็พบกับคนตัวเล็กที่นั่งอยู่หน้าคีย์บอร์ดของเขา มือคู่สวยนั้นกำลังเล่นบรรเลงบทเพลงที่เขาเองเพิ่งจะเคยได้ยินเป็นครั้งแรก และแน่นอนว่าตัวผู้เล่นเองก็คงจะเพิ่งเคยได้เล่นเป็นครั้งแรกเช่นกัน

 

 

 

บทเพลงแห่งความสุข,,,

 

……….

 

 

 

 

Mark’s Heart 

 

 

                แบมแบมในชุดคลุมอาบน้ำ ผมเผลอคิดไปว่านี่คือความน่ารักระดับสิ่งมหัศจรรย์ของโลกหรือเปล่า

ชุดคลุมที่ผมใส่อยู่ทุกๆวัน เห็นมันอยู่ทุกวัน ไม่น่าเชื่อว่าวันนี้มันกลับดูพิเศษมากกว่าวันไหนๆ

 

พิเศษทั้งชุด พิเศษทั้งคนใส่

 

                ผมเดินเข้าไปใกล้แบมแบมผู้ที่ตอนนี้ ได้ตกเข้าไปอยู่ในโลกแห่งเสียงเพลงเรียบร้อยแล้ว  ผมเดินมายืนอยู่ที่ด้านหลังของเขา ก่อนจะก้มลงไปจูบที่แก้มนิ่มนั้นเบาๆ แบมแบมเอียงหน้าหลบผมหน่อยๆ แต่ก็ไม่ได้เบือนหน้าหนี ผมถอนจูบและเลื่อนใบหน้ามาฝังจูบอีกครั้งที่ซอกคอของเขา

 

แบมแบมยกไหล่ 

 

คงจะจักจี้

 

น่ารักจริงๆ

 

ผมทำแบบนั้นอีกครั้งกับแก้มอีกข้างของแบมแบม รู้มั้ยฮะทำไมผมต้องฉวยโอกาสทำตอนนี้

ก็เพราะว่าช่วงเวลาที่แบมแบมเล่นดนตรี เขาจะไม่หยุดเล่นจนกว่าเพลงจะจบ

ฉะนั้น นี่เป็นโอกาสที่ผมจะได้จูบเขาอีกสักหลายๆครั้ง โดยที่ไม่โดนหยิก

 

จบเพลงแล้วจะเป็นยังไงค่อยว่ากันอีกทีแล้วกันฮะ

 

ตอนนี้ขอหอมแก้มที่ขึ้นสีแดงนั้นอีกทีนึงก่อน

 

ผมพาตัวเองนั่งลงข้างๆแบมแบม จริงๆอยากจะเล่นเพลงกับเขานะครับ แต่ว่ามือเจ็บ น่าเสียดายจัง

แบมแบมหันมาค้อนให้ผมเบาๆ จบเพลงผมคงจะต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อป้องกันตัวเองแล้วล่ะ

 

 

 

เพลงที่แบมแบมเล่น เมโลดี้มันหวานจริงๆ

 

หวานเหมือนคนเล่นเลย

 

ผมว่าผมกำลังใช้สายตามองเขาแบบละลาบละล้วงอีกแล้วแน่ๆ

 

เพราะว่าแก้มของแบมแบมเริ่มแดงอีกแล้ว,,,

 

ผมนั่งมองใบหน้าน่ารักนั่น จนกระทั่งเจ้าของมันหันกลับมามองผมตอบ

 

Would you please stop staring at me like that~”  เขาพูด ผมถึงกับหัวเราะออกมา ก็ใครใช้ให้น่ารักขนาดนี้

 

แบมแบมยกมือทำท่าจะตีผม แต่ว่าผมทำท่าเจ็บแผล หน้าดุๆเมื่อกี้ เปลี่ยนเป็นสีหน้าเป็นห่วงเป็นใยแทนทันที

 

ที่เจ็บตัวก็มีประโยชน์เหมือนกันแฮะ

 

แบมแบมจับมือข้างที่เป็นแผลของผมขึ้นมาดู แววตานั่นดูกังวลเหมือนจะเจ็บไปพร้อมๆกัน

 

อยากบอกแบมจังเลยว่าพี่ไม่ได้เจ็บมากขนาดนั้น

 

แค่ทำท่าเจ็บ เพราะอยากอ้อนแบมเฉยๆ

 

แต่เรื่องอะไรจะบอกล่ะครับ

 

ขอใช้โอกาสนี้กอบโกยความสุขอีกหน่อยแล้วกัน
 

......

               


                            พออ้อนแบมแบมจนพอใจแล้ว ในที่สุดผมก็ยอมปล่อยให้เขาไปอาบน้ำสักที
อยากบอกแบมแบมว่า ตอนยังไม่อาบน้ำตัวยังหอมขนาดนี้ แล้วถ้าอาบน้ำแล้วตัวจะหอมขนาดไหน 

 

ทำไมผมรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเสพติดตัวเขาจนเข้าข่ายโรคจิต ให้ตายเหอะนี่แค่คืนแรกของเรานะเนี่ย

 

คืนแรกของผมกับแบมแบม...

 

แต่แบมแบม.....

 

....

 

...

 

..

 

.

..

...

....

 

 

ผมนั่งทบทวนอะไรหลายต่อหลายอย่างที่ผ่านมา ทั้งเรื่องตัวเอง ทั้งเรื่องแบมแบม

 

คิดถึงตอนที่เขายังเป็นเด็ก

 

และในตอนที่ผมก็ยังเด็กเหมือนกัน

 

อะไรทำให้ผมถึงได้รักเขามากมายขนาดนี้

 

อะไรที่ทำให้หัวใจของผมยอมให้เขาเป็นเจ้าของได้เพียงคนเดียว

 

สิ่งนั้นมันคืออะไรกัน

 

ใช่รอยยิ้มนั่นมั้ย

 

หรือว่าจะเป็นอ้อมกอดเล็กๆนั้น

 

ซุ่มเสียงที่อ่อนหวานนั่นหรือเปล่า


หรือเพราะสิ่งที่เราพบเจอมามันคล้ายๆกัน

 

ไม่รู้สิ...

 

เหตุผลที่แน่ชัดจริงๆนั้น มันไม่มีเลย

 

หรือมันอาจจะมี แต่ผมหามันไม่เจอ...

 

ผมรู้แค่ว่า ผมรักเด็กคนนั้น

 

รักแบมแบม

 

รักมาก

 

ไม่ว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมา เค้าจะไปเจอใคร หรืออาจมีสิ่งไหนที่เค้าไม่อยากพูดถึง

 

ผมก็จะไม่ถาม

 

ผมจะไม่ถาม และจะไม่คลางแคลงใจ

 

ผมสัญญากับเจ้าของสร้อยเส้นนี้เลยว่าตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป

 

ผมจะรักเขาให้มากที่สุด

 

รักให้นานที่สุด

 

แล้วจะรักในทุกๆอย่าง ทุกๆอย่างที่เป็นตัวเขา

 

,,,,,

 

                เสียงน้ำในห้องน้ำหยุดแล้ว คนตัวเล็กของผมคงกำลังแต่งตัว  

ผมต้องทำให้วันนี้เป็นวันที่แบมแบมมีความสุขที่สุดให้ได้

 

ผมต้องตอบแทนความรักของเขาให้ได้มากที่สุด ….

 

ผมต้องทำอะไรสักอย่าง,,,,

 

 

ผมหยิบมือถือขึ้นมา ไล่หาเบอร์โทรที่ไม่ค่อยได้โทรหา ก่อนจะตัดสินใจกดโทรออกไปถึงเจ้าของเบอร์นั้นอย่างตั้งใจ

.

.

.

.

.

.

 

“ ฮัลโหล บี......”

 

……..





 “ พี่มาร์ค~~~” เสียงแบมแบมตะโกนเรียกชื่อผมดังออกมาจากห้องน้ำ

ผมวางสายจากคู่สนทนา แล้วเดินไปหาเจ้าของเสียงหวานนั้น

 

“ ว่าไงครับแบม~~” ผมตอบเขา ตอนนี้ผมยืนอยู่ที่หน้าห้องน้ำ ซึ่งประตูเป็นกระจก ถึงมันจะไม่ใสซะจนมองทะลุ แต่มันก็พอจะมองเห็นว่าคนข้างในนั้น

 

เอ่อ….

 

ใส่ หรือว่าไม่ว่าเสื้อผ้าอยู่...

 

 

ผมมองเรือนร่างบอบบาง เดินไปเดินมาที่ตรงหน้าประตู ร่างเล็กๆนั้นรีบเดินไปหยิบเสื้อคลุมที่แขวนอยู่ใกล้ทางออกมาใส่ คงจะมองเห็นว่าผมยืนอยู่ด้านนอก...

ดีนะที่รีบเดินมา ….

 

 

 

“ เราขอยืมเสื้อผ้าพี่มาร์คหน่อยได้มั้ย?” แบมแบมเปิดประตูห้องน้ำออกมา คนตัวเล็กของผมทำตาแป๋ว

 

ผมพยักหน้า แล้วเดินไปหยิบชุดนักศึกษามาให้เขา มือเล็กๆยื่นออกมารับชุดที่ผมเตรียมให้ แล้วทั้งร่างนั้นก็กลับเข้าไปในห้องน้ำใหม่

 

แบมเปลี่ยนตรงนี้ก็ได้นะ,,,

 เสียงในใจผมกำลังพูดแบบนั้น

 

ไม่นานนัก แบมแบมก็ออกมาพร้อมชุดนักศึกษาของผมที่อยู่บนตัวของเขาด้วยท่าทางไม่มั่นใจ

 

ชุดนักศึกษาที่พอดีตัวผม พอมันไปอยู่บนตัวแบมแบมแล้วดูเหมือนเด็กที่ใส่เสื้อผ้าผิดไซส์ยังไงหยั่งงั้น

 

ผมยิ้มขำ แบมแบมเงยหน้าขึ้นมามองหน้าผม ก่อนจะกอดอกแล้วทำแก้มป่อง

 

เขารูดแขนเสื้อที่ขนาดความยาวแขนไม่พอดีกับตัว ร่นมันขึ้นจนถึงข้อศอก คนตัวเล็กของผมยกไหล่ ผมยกนิ้วโป้งให้ แบมแบมยิ้มแหยๆ แล้วเดินเข้ามาหาผมที่นั่งอยู่บนเตียง

 

“ เราว่า.... พี่มาร์คพาเราไปเปลี่ยนชุดดีกว่า ใส่แบบนี้เราว่ามันไม่ค่อยโอเค” เขาพูดเสียงอ้อน

 

ผมส่ายหัวแล้วตอบเขาไปว่า ไม่ทันแล้ว ต้องรีบไปเรียน ผมรู้แบมแบมห่วงเรื่องเรียนที่สุด

ถ้าเอาเรื่องนี้มาอ้าง เขาจะไม่เถียง และไม่คะยั้นคะยอ

 

แบมแบมทำตาโต รีบหันไปมองนาฬิกาที่เรือนใหญ่แขวนอยู่บนกำแพง  ผมยกไหล่ แบมแบมทำหน้าม่อย

แต่ท้ายที่สุดก็ยอมใส่ชุดผมจนได้

 

 

.....

 

“ ไม่ได้แกล้งเราใช่มั้ยเนี่ย” แบมแบมบ่นทันทีที่ขึ้นมาบนรถ ผมยิ้มขำๆ จึงโดนฤทธิ์ฝ่ามือเล็ก ฟาดลงที่ไหล่ทีนึง

 

“ ใส่แบบนี้แหละดีแล้ว จะได้ไม่ต้องน่ารักมาก คนจะได้ไม่มอง” ผมพูด หน้าโกรธของเค้าเมื่อกี้ เปลี่ยนท่าทีแทบไม่ทัน แก้มนิ่มๆนั่น ขึ้นสีแดงอย่างน่ารัก

 

“ ไม่พูดด้วยแล้ว” แบมแบมกอดอกหันหน้าออกไปนอกตัวรถ ทำไมทำอะไรก็ดูน่ารักไปหมดเลยเนี่ย

 

ผมหันกลับมาที่หน้าพวงมาลัย รีบหมุนกุญแจสตาร์ทเครื่อง ถ้ามัวแต่มองเค้า วันนี้คงไม่ได้ทำอะไรกันพอดี

 

แบมแบมหันมามองผม ทันทีที่เสียงเครื่องยนต์ติด ดวงตาคู่สวยนั่นเลื่อนมาหามือของผมที่กำลังจับพวงมาลัย

 

“ พี่มาร์คเจ็บมือไม่ใช่เหรอ แล้วจะขับรถไหวเหรอฮะ?” เค้าถามผมด้วยท่าทางลนๆ

 

“ อ๋อ พอดีเรากินยาแก้ปวดแล้ว ตอนนี้ไม่เจ็บแล้ว ขับได้ๆ” ผมรีบบอกปัด จะบอกว่าไม่ได้เจ็บอะไรมากมายตั้งแต่ทีแรก ก็กลัวแบมแบมจะรู้ว่าผมแกล้ง เดี๋ยวงอนผมอีก ซวยเลย

 

“ไม่เจ็บจริงๆนะ….” เขาถาม

 

“ไม่เจ็บจริงๆครับ....” ผมตอบ

 

“ถ้าพี่มาร์คเจ็บรีบบอกเราเลยนะ  ห้ามฝืนเข้าใจมั้ย”  แบมแบมทำหน้าม่อย ผมว่าผมเริ่มไม่ค่อยโอเคกับท่าทางแบบนี้ของเขาละ

 

“ เข้าใจครับ เข้าใจแล้ว ตอนนี้เราไม่เจ็บ สบายมาก เลิกกังวลนะ โอเคมั้ย” ผมลูบหัวเค้าเบาๆ

แบมแบมยิ้มอ่อน ก่อนจะพยักหน้าให้ผม

 

โอเค แบมแบม

 

ทำหน้าแบบนี้อีกแล้ว...

 

ผมว่าผมควรรีบขับรถบ้านี่ออกไป แล้วสนใจถนนข้างหน้า ถ้ายังอยู่ในรถกันเรื่อยเปื่อยแบบนี้ ผมอาจจะไม่อยากไปเรียนแล้วก็ได้....

........

ในขณะที่เรากำลังเดินทางไปยังสถานที่ที่ผมได้เจอกับแบมแบมอีกครั้ง สถานที่ที่เราพบกันครั้งแรกหลังจากที่ผมได้กลับมาที่นี่ แก้มยุ้ยๆสองข้าง กับไฝใต้ตาของเขา ถึงแม้มันจะนานเท่าไหร่ หรือเวลาจะผ่านไปแค่ไหน ผมรู้ ผมรู้ได้ว่าผมจะไม่มีทางลืมเขา และแน่นอน นี่เป็นความลับ ตัวแบมแบมเองก็ไม่รู้หรอก ว่าผมจำเค้าได้ ตั้งแต่วินาทีแรกที่เราสบตากัน...

 

ผมเอื้อมมือออกไปจับมือแบมแบมเอาไว้

 

เขาคงเป็นกังวล

 

ก็แน่ล่ะ

 

ยังไม่มีใครรู้เรื่องนี้

 

ยังไม่มีใครรู้เรื่องของเรา

 

มือแบมแบมเย็นมาก ตัวเขาเองไม่ยอมหันหน้ากลับเข้ามาข้างในรถ ดวงตาคู่สวยนั้นเอาแต่มองออกไป

ข้างนอก  ไม่รู้เลยว่าในใจของเขา คิดไปถึงไหนแล้ว

 

อาจจะกำลังคิดว่าตัวเองเป็นคนโน้น เป็นคนนี้อยู่

 

อาจจะกำลังจินตนาการ ถึงความรู้สึก แทนคนอื่นอยู่

 

ไม่แน่หรอก พอเขาหันหน้ากลับมาหาผม อาจจะขอให้เราหยุดความสัมพันธ์ไว้ตรงนี้ก็ได้

 

คนตัวเล็กข้างๆผมนี้ บางครั้งหัวใจของเขาก็เด็ดขาดจนน่ากลัว

 

ผมออกแรงบีบมือเขาน้อยๆ เพื่อให้เขารู้ว่า ผมยังอยู่ตรงนี้

ตอนนี้ ที่ตรงนี้ ไม่ได้มีเขาเพียงแค่คนเดียว

 

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

 

เราจะผ่านมันไปด้วยกัน

 

แบมแบมยอมหันหน้ากลับเข้ามา เขาสบตาผม ริมฝีปากที่ผมเพิ่งจูบไปยกยิ้มขึ้นมาน้อยๆ ก่อนที่ดวงหน้าหวานนั้นจะหันกลับไป มองบรรยากาศข้างทางต่อ

 

เราทั้งคู่จับมือกันจนกระทั่งผมขับรถมาถึงที่มหาลัย ทันทีที่ล้อรถหยุดหมุน ผมปล่อยมือจากเขา แล้วเปิดประตูรถเพื่อเดินอ้อมมายังฝั่งที่นั่งที่เขานั่งอยู่

 

แบมแบมก้มหน้างุด ดูก็รู้ว่าไม่อยากลงจากรถ

 

ผมเปิดประตูฝั่งที่แบมแบมนั่งอยู่ออก แล้วคุกเข่าลงที่พื้น

 

ตรงหน้าแบมแบม

 

มือที่พันผ้าพันแผลอยู่เอื้อมออกไปหามือคู่เล็ก แบมแบมเลื่อนสายตามาหาผม

 

ผมยิ้มให้เขา

 

เรายิ้มให้กัน

 

“ แบม....” ผมเรียกชื่อเขาเบาๆ คนตรงหน้าจ้องตาผมไม่กระพริบ

 

“ จำที่เราบอกได้มั้ย.... ที่ไม่ว่ายังไง ....ขอให้เชื่อใจเรา” ผมพูด เขาพยักหน้าเบาๆแล้วเอามืออีกข้างขึ้นมาจับมือผม

 

“ จำได้...” เขาตอบ

 

“นี่......ไม่ว่าสิ่งที่เรากำลังจะทำมันคืออะไร แต่สัญญาได้มั้ย ว่าจะเชื่อใจกัน...” ผมพูด คราวนี้คนที่ฟังไม่พยักหน้าแถมชักมือกลับ

 

ผมว่าผมเริ่มกลัวท่าทางแบบนี้

 

...

 

“ แล้วสิ่งที่พี่มาร์คกำลังจะทำ มันจะทำให้คนอื่นต้องลำบากหรือเปล่า?....

มันจะทำให้คนอื่น.....ต้องเสียใจหรือเปล่า ” เขาถามผมเสียงเรียบ คำพูดของแบมแบมทำให้ผมชะงัก

 

ผมจะตอบคำถามนี้ยังไงดีนะ

 

ต้องตอบแบบไหนให้มือของเรายังคงจับกันแน่นอยู่

 

ต้องตอบยังไง ให้เขาเชื่อ ในความรักของผม

 

ผมมองหน้าเขา

 

เราสบตากัน

 

เป็นแบบนั้นอยู่สักพัก ก่อนที่ริมฝีปากบางจะเริ่มขยับ

 

.

 

.

 

.

 

“ เราจะเป็นแบบนี้ต่อไป โดยที่ไม่มีใครรู้เรื่องของเราก็ได้นะ” เขาพูด เมื่อเห็นผมเงียบไปนาน

 

พอจบประโยค คำพูดที่ดูเหมือนจะเป็นทางออกที่เขาคิดเอาไว้ กำลังทำให้ผมโมโห

 

“ ทำไมพูดแบบนี้” ผมพูดเสียงต่ำ

 

“ ทำไมพูดเหมือนกับว่าเรื่องของเรามันไม่สำคัญ .... นายไม่ได้รักเราเหรอ” บอกเลยว่าผมถามออกไปด้วยอารมณ์โกรธและไม่พอใจ

 

ผมโมโหจริงๆนะ

 

ทำไมแบมแบมพูดแบบนี้

 

“ รักสิ ..... ทำไมเราจะไม่รัก” เขาพูดเสียงสั่น

 

“ รักแล้วทำไมพูดแบบนี้ หรือว่าความรักของเราสำหรับนาย มันไม่มีค่าพอ ให้ใครได้รับรู้” ผมเน้นน้ำเสียง พูดออกไปในขณะที่แบมแบมเอาแต่ก้มหน้างุด

 

“ เราไม่ได้หมายความแบบนั้น...” แบมแบมตอบเสียงเบา ผมถอนหายใจเสียงหนัก

 

“ พี่มาร์คโกรธเราเหรอ .....” เขาเงยหน้าขึ้นมาหาผม เมื่อเห็นว่าผมแสดงออกอย่างมาก ว่าไม่พอใจในสิ่งที่เขาพูด

 

“ นายไม่ดีใจเหรอ ที่เราได้กลับมาอยู่ด้วยกันอีก”

 

“ ดีใจสิ แต่เราแค่กลัว...”

 

“ นายรักเราหรือเปล่า หัวใจของนายตอนนี้ มันมีแค่เราหรือเปล่า?” ผมถาม

 

“ เราไม่เคยมีใคร นอกจากพี่มาร์ค” แบมแบมก้มลงมามองหน้าผมที่นั่งเงยหน้ามองเขาอยู่

 

“ หัวใจของเรา เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน ก็ไม่เห็นมีอะไรที่ต้องกลัว...” ผมเอื้อมมือออกไปจับมือเขา

 

“ ฟังเรานะแบมแบม ..... เรารู้ว่านายไม่อยากทำให้ใครต้องเสียใจ

เรารู้ว่าคนของเรา จิตใจดีแค่ไหน…..” ดวงตากลมโตกำลังจดจ้องมาที่ดวงตาของผม แบมแบมนั่งฟังผมอย่างตั้งใจ ท่าทางนั้นมันน่ารักจนผมอดไม่ได้ที่จะเผลอยื่นมือออกไปจับที่ปลายจมูกโด่งของเขา

“ แต่แบม... ถ้านายมัวแต่ไปคิดถึงคนอื่น แล้วเมื่อไหร่เราจะได้อยู่ด้วยกันล่ะ

ช่วงเวลาที่เราต้องห่างกัน มันนานเกินพอแล้วล่ะ

เราอดทน ให้มันต้องยืดยาวมากไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว

อย่าให้มันนานเกินกว่านี้เลยนะ...” พอผมพูดจบ แบมแบมก็พยักหน้าให้ ผมยืนขึ้นเต็มความสูง แล้วยื่นมือออกไปหาเขา แบมแบมทำท่าชั่งใจ แต่สุดท้ายก็ยอมจับมือผม

 

ผมยิ้มให้เขาอีกครั้งพร้อมกับมือที่จับเขาเอาไว้แน่น เพื่อให้เขามั่นใจว่าผมจะไม่ไปไหน

 

ทำให้เขารู้สึกอุ่นใจ ในรักของผม

 

 

“ไปเถอะ .... บีรออยู่.......”

 

.....

 

                 แบมแบมกึ่งเดินกึ่งวิ่งเพื่อที่จะไล่ตามผมให้ทัน ผมคงจะใจร้อนรีบเดินเกินไป จนลืมไปว่ามีอีกคนอยู่ข้างๆ

 

“ ขอโทษ...” ผมหยุดฝีเท้าแล้วหันกลับไปหาเขา แบมแบมยิ้มให้ก่อนจะส่ายหน้าแล้วบอกไม่เป็นไร ผมมองดูแบมแบม ไล่สายตามาจนเห็นแขนเสื้อเชิ้ตสีขาวของผมที่อยู่บนตัวของเขา แขนเสื้อมันร่นลงมาจนคลุมไปทั้งข้อมือ

 

ผมปล่อยมือจากแบมแบม แล้วหันไปพับแขนเสื้อขึ้นให้  แก้มยุ้ยๆของเขาขึ้นสีแดงอย่างน่ารัก

ผมยิ้มตอบและยื่นมือออกไปปัดผมหน้าม้าสีดำที่ปรกอยู่บนหน้าผากผ่องนั้นแผ่วเบา แบมแบมก้มหน้าก้มตาไม่กล้ามองหน้าผม

 

“ โอเคนะ” ผมถาม เขาพยักหน้าน้อยๆให้ แล้วเราทั้งคู่ก็เปลี่ยนเป็นค่อยๆเดินไปยังสถานที่ที่ผมนัดกับเจบีไว้

.

.

.

.

.

 

ทั้งเจบี จูเนียร์ แล้วก็แจ็คสัน.....

.

.

.

.

.

.

 

พอเราเดินมาจนใกล้จะถึง  แบมแบมหยุดฝีเท้าแล้วรั้งผมเอาไว้ให้หยุด

 

Just give me a minute ...” เขาพูดเสียงเบา ผมพยักหน้า แล้วนั่งคุกเข่าลงกับพื้นตรงหน้าเขา

ผมยื่นมือออกไปจับกับมือเล็กทั้งสองข้างนั้นเอาไว้

 

ผมรู้ว่าเขาคงกลัว

 

และผมจะไม่ปฏิเสธ ว่าผมก็กลัวเหมือนกัน...

 

แต่ถึงผมจะกลัว ผมก็จะไม่หนี ไม่หลีกเลี่ยง

 

 

แบมแบมก้มหน้า มองเพียงปลายเท้าของตัวเอง นั่นทำให้ผมต้องเป็นฝ่ายเงยหน้าขึ้นไปสบตากับเขา

 

“Don’t worry, I’ll be right here, everything is gonna be okay…” ผมลูบที่หลังมือคู่สวยนั้นแผ่วเบา ก่อนจะหยัดตัวยืนขึ้น

 

Trust me…” ใบหน้าหวานค่อยๆเงยขึ้นมาสบตากัน แล้วในที่สุดเราทั้งคู่ก็เดินมาถึง ยังสถานที่ที่มีหัวใจอีกหลายดวง รออยู่

 

 

.......

                ทันทีที่ผมกับแบมแบมก้าวเท้าเข้ามาในห้อง เพื่อนหน้าเท่ห์ผู้ที่ร่าเริงอยู่ตลอดเวลาก็ตะโกนเสียงดังออกมาทักทาย

 

“ เฮ้ มาร์ค !! นึกว่ากลับไป NY แล้ว หายหัวไปไหนมา!!” แจ็คสันเดินตรงเข้ามาหาผมกับแบมแบม

ดวงตาคู่นั้นไม่มีสงสัยเลยสักนิด

 

หมอนี่คงจะยังไม่รู้อะไรอีกตามเคย

 

ผมยิ้มเฝื่อนๆให้เขาก่อนจะเลื่อนสายตาไปหาใบหน้าหวานที่ยืนอยู่ห่างออกไป

 

 

จูเนียร์.......

 

 

เขาจ้องมองมาทางผม ดวงตาคู่สวยนั้นฉายแววเศร้าออกมาอย่างปิดไม่มิด เราสบตากันอยู่สักครู่

ก่อนที่จินยองจะเลื่อนสายตามาหาคนที่ยืนอยู่ข้างๆผม เขาจ้องมองแบมแบมอยู่สักพัก และค่อยๆเลื่อนสายตามามองมือของเราที่จับกันอยู่เพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่ดวงตาคู่สวยนั้นจะเบนออกไปมองทางอื่น

 

ในใจของผมพูดขอโทษเขาเป็นร้อยๆครั้ง

 

เราขอโทษนะจูจู

 

เรามันไม่ดีเอง …..

 

.

.

.

.

.

.

.

 

จูเนียร์อาจจะเสียใจ....แต่ผมรู้ว่าท้ายที่สุดแล้วเขาจะไม่เป็นไร

 

ตอนนี้คนที่ผมควรจะปกป้องที่สุด คือแบมแบม คนที่ยืนอยู่ข้างๆผมตรงนี้ คนที่ตอนนี้น้ำตาได้เอ่อไหลมาอาบสองแก้มไปแล้วเรียบร้อย

 

ในใจของเขาก็คงเอาแต่พูดคำว่าขอโทษ และขอโทษอยู่เช่นเดียวกัน

 

ผมรู้....

 

แค่มองตาแบมแบมผมก็รู้แล้ว....

 

ถึงผมจะเสียใจที่ต้องทำให้จูเนียร์เสียใจอีกครั้ง ถึงผมจะต้องโดนแจ็คสันเกลียดที่ทำให้น้องชายของเขาต้องเจ็บปวด

 

แต่ความรู้สึกพวกนั้นน่ะ มันเทียบไม่ได้เลย กับสิ่งที่แบมแบมต้องอดทนมา

 

และที่สำคัญ ผมควรที่ต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อตอบแทนสิ่งที่เขามีให้ผมเสมอมา

 

สิ่งที่เขามอบให้ ……

 

ทั้งความรัก.....

 

 ทั้งหัวใจ.....

 

 ทั้งร่างกาย……

 

ผมต้องทำทุกอย่างเพื่อนรักษาเกียรติของแบมแบม

 

ต้องทำทุกทุกอย่างเพื่อให้เกียรติแก่ความรักของเขา

 

ฉะนั้นความเกลียดที่ผมจะได้รับในวันนี้ ผมจะขอรับมันเอาไว้ทั้งหมด ..... เพียงคนเดียว

 

ผมเอื้อมมือออกไปเช็ดน้ำตาที่แก้มนิ่มนั้น แบมแบมก้มหน้างุด และปล่อยมือจากผม

 

วินาทีที่ผมขยับเข้าไปใกล้เขา หางตาของผมเหลือบไปเห็นเจบีที่เดินตรงเข้ามา

 

 

แล้วซัดหมัดเข้าแก้มข้างขวาของผมอย่างจังจนผมล้มลง

 

ผมมึน เซ จนต้องสะบัดหัวแรงๆไปหลายที

 

ก่อนที่จะรู้สึกเจ็บแสบที่มุมปาก

 

“ มาร์ค / พี่มาร์ค!!!” เสียงแบมแบมและแจ็คสัน อุทานออกมาพร้อมกัน

 

แจ็คสันตรงเข้ามาดึงแขนเจบี แต่ว่าก็ถูกสะบัดออกในทันที เพื่อนผมสีเงินเดินตรงเข้ามาฉุดเรือนร่างบอบบางของแบมแบมที่กำลังทรุดตัวลงมาหาผม เข้าไปอยู่ในอ้อมกอด

 

เจบีกอดแบมแบมเอาไว้แน่น

 

แน่นจนหัวใจผมรู้สึกอึดอัด

 

แต่ถึงอย่างนั้น ผมว่าผมก็สมควรโดน

 

ผมเห็นเจบี เลื่อนมือขึ้นมาลูบหัวแบมแบมเบาๆ ราวกับจะปลอบประโลม ใบหน้าหล่อของมัน ซบลงที่ไหล่เล็กของแบมแบม

 

ผมมองเห็นทุกอย่าง นึกอยากจะลุกขึ้นไปต่อยมันกลับ แต่ความคิดนั้นก็หมดไป เมื่อเห็นมือคู่เล็กนั้น ยกขึ้นกอดตอบ

 

เจ็บหัวใจดีจัง

 

กลายเป็นแจ็คสัน ที่รุดเข้ามาหา แล้วพยุงผมขึ้นยืน เพื่อนชาวฮ่องกงสบถด่าเพื่อนผมสีเงินเสียงดัง

จนผมต้องยกมือขึ้นมาปิดหู

 

ทั้งเจ็บปาก

 

ทั้งแสบแก้วหู

 

แฟนก็โดนคนอื่นกอด

 

แถมกอดกันตั้งนาน ไม่ยอมปล่อยด้วย

 

ที่เจ็บกว่า คือคนตัวเล็กๆนั้น ดันกอดตอบ

 

พอแล้วมั้งแบมแบม เราใกล้ยืนไม่ไหวแล้วเห็นมั้ย...

 

ผมเดินเข้าไปหาคนทั้งคู่ ก่อนจะดึงแขนแบมแบมออกมาจากอ้อมกอดของเจบี

 

คนตัวเล็กของผมยอมถอยหลังออกมา และคราวนี้ ผมก็เลือกที่จะซ่อนแบมแบมเอาไว้ข้างหลัง

 

“ เป็นบ้าอะไรบี ไปต่อยมาร์คทำไม!!” แจ็คสันเดินตรงเข้าไปกำคอเสื้อเชิ้ตของเจบี

 

“ เก็บแรงที่มากระชากคอเสื้อชั้นเอาไว้ทำกับคนที่สมควรโดนดีกว่า” เจบีพูดเสียงเรียบก่อนจะปัด

มือแจ็คสันออก แล้วเดินไปหาจูเนียร์ที่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยดวงตาแดงก่ำ

 

“ บอกแล้วไง ว่าไม่อยากมา ทำไมฟังบ้างเลย” ผมเห็นจูเนียร์พูดกับเจบี พอจบประโยคน้ำตาที่เขาพยายามฝืนเอาไว้ ก็ไหลอออกมานองหน้า มือคู่สวยนั้นรีบยกขึ้นมาเช็ดหยาดน้ำสีใสนั้นออก แจ็คสันคิ้วขมวดเข้าหากันทันที

 

 

“ หมายความว่ายังไง?” น้ำเสียงของแจ็คสันเรียบเชียบ ราวกับเป็นคนละคนกับเมื่อกี้นี้

 

 

“ นั่นชั้นจะบอกนายเอง...” และก่อนที่ผมจะได้พูดต่อ  จูเนียร์ก็วิ่งออกไปข้างนอกห้องโดยมีเจบีวิ่งตามไปติดๆ

 

“ ทำไมจูเนียร์ร้องไห้ ทำไมน้องชั้นร้องไห้” แจ็คสันพูดแล้วตรงเข้ามาเผชิญหน้ากับผม ผมจ้องหน้าเขากลับแบบไม่กระพริบตา

 

ผมมองเห็นแจ็คสันยืนกำมือแน่นจนเส้นเลือดปูด

 

ถ้าผมที่ยืนอยู่ตอนนี้เป็นคนอื่นที่เขาไม่รู้จัก  คงจะโดนหมัดจากำปั้นนั้นตรงเข้ามาที่หน้าแน่ๆ

 

“ ฉันเลิกกับจูเนียร์แล้ว...” ผมพูด แจ็คสันจ้องผมตาเขม็ง ผมเห็นความโกรธที่ฉายออกมาผ่านดวงตาคู่นั้น

 

“ ทำไม” เขาถามเสียงสั้น ผมจ้องหน้าเขาก่อนที่สายตาจะเลื่อนไปหาคนด้านหลัง

 

“ แบมแบม? เมื่อไหร่? ได้ยังไง? ไม่เข้าใจ?” เขาพูดพร้อมๆกับกระชากคอเสื้อผม แม้ตัวผมกับเขาจะไม่ได้ต่างกันมากนักแต่แรงโกรธของเขาก็ทำผมถึงกับเซไปตามแรงฉุด

 

“ ผมขอโทษ....” เป็นแบมแบมที่พูดขึ้นมาเสียงค่อย ก่อนจะก้าวออกมาจากด้านหลังของผม แจ็คสันเดินตรงเข้าไปยังร่างเล็กนั้นทันที

 

แต่ก่อนที่เขาจะถึงตัวแบมแบมผมก็ได้แทรกตัว ก้าวเข้ามาขวางเอาไว้ได้ทันเวลา

 

“ นายกำลังจะบอก ว่านายคือเหตุผลที่มาร์คเลิกกับจูเนียร์เหรอ!” แจ็คสันแผดเสียง แบมแบมถึงกับสะดุ้ง

 

หยุดนะแจ็ค นายกำลังทำให้คนของชั้นกลัว

 

“ หยุดสิ่งที่นายกำลังคิด และกำลังจะทำ เรื่องนี้แบมแบมไม่ได้ทำอะไรผิด ถ้านายอยากจะระบายที่ใครสักคน

ทำมันที่ชั้นได้เลย” ผมผลักตัวเขาให้ออกห่างจากแบมแบม

 

แล้วก็ไม่ผิด

 

แจ็คสันตรงเข้ามาต่อยผมที่ใบหน้าด้านซ้าย

 

หมัดนั้นพุ่งมาเต็มแรง จนผมล้มลงกับพื้น

 

แบมแบมร้องออกมาด้วยความตกใจ แล้วรีบรุดตัวลงประคองตัวผม

 

ใบหน้าเปื้อนน้ำตานั่น ทำเอาผมอยากจะร้องไห้ไปด้วย

แจ็คสันตรงเข้ามาจะยื้อตัวผมขึ้น แต่แล้วมือคู่เล็กของแบมแบมก็หยุดเขาเอาไว้

 

Jackson Hyung, Please, Don’t hurt him” แบมแบมพูดขอร้องเสียงสั่น ไหล่เล็กนั้นสั่นไหวไปตามแรงสะอื้น

 

“ ไม่ต้องมาเรียกชั้นว่าพี่ ฉันไม่ใช่พี่นาย! อ้อ แล้วก็ มาร์ค แกกับฉัน เราจบกันตรงนี้ นับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป.......

…..

ชั้นไม่มีเพื่อนที่ชื่อมาร์ค ต้วน !”  พูดจบเขาก็พาตัวเองเดินออกไป

 

ผมรู้สึกถึงรสชาติของเลือดที่ไหลออกมาจากข้างในปาก

 

แจ็คสันหมัดหนักชะมัด

 

ผมยกมือขึ้นมาเช็ดเลือดที่ไหลอยู่ออก โดยที่มีแบมแบมนั่งร้องไห้อยู่ข้างๆ เขายกมือขึ้นมาจับที่หน้าผมเบาๆ

ผมยิ้มให้เขา เพื่ออยากให้เขารู้ ว่าผมไม่เป็นไร

 

“ ขอโทษนะ เราช่วยอะไรพี่มาร์คไม่ได้เลย...” เขาพูดไปด้วย สะอื้นไปด้วย

 

ผมสงสารเขาจัง

 

สงสารแบมแบม

 

ร้องไห้เพราะผมอีกแล้ว....

 

“ อย่าร้องไห้สิ” ผมพูดพร้อมๆกับยกมือขึ้นมาจับมือเขา

 

“ เราทำให้พี่มาร์คต้องเจ็บตัว ...... เราขอโทษนะ...” เขาก้มหน้าลงมองพื้น ผมลุกขึ้นนั่งคุกเข่า แล้วเอื้อมมือออกไปเช็ดน้ำตาให้

 

“ เราไม่เจ็บเลย ไม่เจ็บเลยสักนิด นายอย่าร้องไห้เลยนะ” ผมพยุงตัวเขายืนขึ้น แล้วสายตาของผมก็ไปสะดุดกับร่างหนึ่ง

 

 

เด็กผู้ชายตัวขาว ตาตี่ ผมสีดำขลับ กำลังยืนมองเราทั้งคู่อยู่ที่หน้าประตูห้องด้วยท่าทางตกใจ

 

 

“ ยองแจ......” แบมแบมออกเสียงเรียกชื่อร่างบางตรงหน้า คนตัวเล็กของผมยกมือขึ้นมาปาดน้ำตาออกลวกๆแล้วเดินเข้าไปใกล้เด็กคนนั้น

 

“ นี่มันเกิดอะไรขึ้น บอกเราทีก่อนที่เราจะต้องตบหน้าตัวเองให้ตื่น” เขาพูดกับแบมแบมพร้อมมือที่ง้างขึ้นมาเตรียมจะตบแก้มของตัวเอง แบมแบมคว้ามือนั้นแล้วจับเอาไว้แน่น

 

“ อย่าทำนะ...วันนี้มีคนต้องเจ็บเพราะเรามากพอแล้ว” แบมแบมพูดเสียงสั่น เด็กตาตี่นั่นทำหน้าสงสัย เขามองผมสลับกับมองแบมแบม นิ้วเรียวยกขึ้นชี้มาทางผม

 

“ นั่นมันเพื่อนพี่แจ็คสัน พี่มาร์ค มาอยู่นี่ไง แล้วทำไมหน้าเป็นแผล แล้วทำไมนายอยู่ด้วย” เขาพ่นคำถามออกมาแทบจะทีเดียว แบมแบมหันหน้ามาหาผม ผมพยักหน้าให้เขาเป็นเชิงอนุญาต ก่อนที่คนตัวเล็กของผมจะดึงแขนของเพื่อนเขาเดินเข้าไปยังห้องดนตรีที่อยู่ติดกัน

 

ผมมองเห็นแบมแบมและเพื่อนคุยกันผ่านกระจก สีหน้าของเขาทั้งรู้สึกผิดและเสียใจ

 

คนที่ผมต้องบอกเรื่องของเราผมก็ได้บอกไปหมดแล้ว ….

 

ยังเหลือแค่แบมแบม ......

 

และผมคิดว่ามันคงเป็นการดีกว่า ที่จะปล่อยให้แบมแบมอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้น ด้วยตัวของเขาเอง

 

ผมพาตัวเองเข้ามานั่งในห้อง รอเวลาให้แบมแบมกลับเข้ามาหา ผมมั่นใจได้เลยว่าแผลที่มุมปากทั้งสองข้างต้องไม่ใช่เล่นๆ คงกินอะไรไม่ค่อยได้ไปอีกหลายวัน

 

ผมนั่งรอคนตัวเล็กอยู่สักพัก จนระทั่งเขาเดินเข้ามาในห้องที่รายล้อมไปด้วยเปียโน เขาทรุดตัวลงนั่งข้างๆผม

 

เราสบตากัน...

 

ผมดึงเขาเข้ามากอด...แล้วลูบที่แผ่นหลังเล็กนั้นเบาๆ

 

แบมแบมถอนหายใจอยู่ในอ้อมกอดของผม

 

คงจะโล่งใจแล้วใช่มั้ย

 

“ โดนเกลียดซะแล้ว...” แบมแบมพูดแกมหัวเราะเจื่อนๆ ผมเองก็เลยหัวเราะออกมาเบาๆ

 

“ ก็ทั้งคู่แหละ” ผมพูด เค้าปาดน้ำตาที่มันไหลออกมาออก แล้วยกมือขึ้นมาจับใบหน้าผม

 

“ คิดถูกหรือคิดผิดที่ปล่อยให้พี่มาร์คทำแบบนี้เนี่ย”  เค้ายื่นหน้าเข้ามาใกล้ ผมยิ้มแล้วโน้มตัวเขาเข้ามากอด

 

“ ต่อให้คนทั้งโลกเกลียดเรา เราก็ไม่สนหรอก ตราบใดที่นายยังอยู่ข้างๆ เราก็ไม่กลัวอะไรทั้งนั้น” แบมแบมนิ่งฟัง แล้วยกมือขึ้นมากอดผมตอบ

 

“ เมื่อก่อนมีกันอยู่สองคนเราก็มีความสุขดี กลับไปเป็นแบบนั้นอีกครั้ง ก็ดีเหมือนกันนะ” ผมพูด แล้วจับไหล่เขาเข้ามาเผชิญหน้า

 

เราสบตากันอยู่สักพัก ก่อนที่ผมจะค่อยๆโน้มใบหน้าลงไปหาเขา

 

ริมฝีปากของเราใกล้แตะกัน

 

และมันน่าจะเกิดขึ้น

 

หากไม่มีใครเข้ามาขัดจังหวะ

“ แบมแบม” เสียงเรียกชื่อแบมแบมดังมาจากทางเข้าห้อง คนตัวเล็กรีบผละออกจากผม แล้วยืนขึ้นหันไปทางต้นเสียงนั้น..

 

“ พี่ฮันบิน..

 

 

ฮันบิน...

 

คือใคร...

 

 

..........





 



 #TBC.

____________________________________________________



 

ขอให้มีความสุขในการอ่านค่ะ

........

รักนะ


 

#ฟิคทำนองรัก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

4,352 ความคิดเห็น

  1. #4266 Zevaaa (@SSSieam) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 01:38
    มันจึกๆฮือออ
    #4266
    0
  2. #4240 water_nnnn (@water_nnnn) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 19:40
    คิดว่ายองแจจะอยู่ข้างแบมซ่ะอีก เสียใจจังรีบๆเคลียน้าาTT
    #4240
    0
  3. #4227 anMarkBambamGOT7 (@anMarkBambamGOT7) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2560 / 08:58
    เราก็สงสารเจบีนะ คือบีรักแบมจริงๆ
    #4227
    0
  4. #4097 Moko87 (@mokomoko87) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2559 / 21:59
    ดีใจที่มาร์คเคลียร์เรื่องนี้อย่างเร็ว ยังไงก็ต้องถูกโกรธถูกเกลียดอยู่ดี ในชีวิตจริงก็เคยเห็นเหตุการณ์ประมาณนี้ แค่ไม่มีเรื่องชกต่อยกันเท่านั้นเอง
    #4097
    0
  5. #3936 BamG97_ (@sasikanr_) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2559 / 21:44
    คือแบบ อืม อืมเข้าใจแต่ล่ะคนอยู่คือเฮ้อออ ยังไงดีนะอธิบายไม่ถุกแหะ ไม้กล้าที่จะอ่านต่อนนี่เลยอ่ะแค้ก้อ่านไปล่ะจะว่าโล่งก้ใช้แต่ผลลัพออกมาแล้วต้องยอมรับฮือออ
    #3936
    0
  6. #3906 KTuaninuninen7 (@KTuaninuninen7) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2559 / 13:04
    ทุกคนมีเหตุผลนะ เหตุผลในการกระทำทั้งหมด ผลออกมาแบบนี้ก็ต้องยอมรับมัน ให้กำลังใจมาร์คและแบมต่อไป หวังว่าทุกอย่างจะดีขึ้น
    #3906
    0
  7. #3693 natnichayui007 (@natnichayui007) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2559 / 18:01
    เอาเข้าไป จุดจบสายแข็ง ความรู้สึกตอนนี้เหมือนเป็นแบมแบมเลยอ่ะ รู้สึกผิดชิบ... ด้วยเกลียดด้วยแย่ๆๆๆ เฮ้ออออออ
    #3693
    0
  8. #3673 Eroseris (@ornlylove) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2559 / 14:44
    อ่านมาถึงตอนนี้เราว่าความรักของมาร์คเเบมมันเหมือนไฟ
    ตอนเเรกมันก็เป็นไฟกองเล็กๆ ที่พอให้เเสงสว่างกับความอบอุ่น เป็นเหมือนความหวังเล็กๆในส่วนลึกของใจในวันที่เฝ้ารอกันเเละกัน
    เเต่มันลุกโชนขึ้นเรื่อยๆ จนตอนนี้มันกลายเป็นความรุ่มร้อน พร้อมจะลุกลามใหญ่โต ถ้าสุดท้ายมันไม่มอดลงเอง มันก็จะลามไปเผาไหม้อย่างอื่นต่อ เหมือนที่ตอนนี้ทั้งคู่ยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อมารักกัน มันดูเหมือนไฟที่กำลังโหมรุนเเรงมาก เดิมพันทิ้งเพื่อนทิ้งทุกอย่าง มันน่ากลัว....

    เเล้วเรื่องที่มาร์คคาใจว่านั่นไม่ใช่คืนเเรกของเเบม....กลัวว่าจะไปสะกิดอะไรเข้าในตอนหลัง ทั้งที่คนเเรกของเเบมก็คือมาร์คไม่เปลี่ยนเเปลง เเต่...ไม่รู้สิ เราอ่านตอนนี้เเล้วใจนึงมันก็อบอุ่นกับความรักของทั้งคู่ เเต่พอเห็นสิ่งที่มาร์คเลือก เลือกจะเปิดกับทุกคนรวดเร็วเเบบนี้ เราว่ามันมุทะลุเกินไป สุดท้ายก็จะเจ็บกันหมด T^T
    #3673
    0
  9. #3441 MBKY; (@withmbky) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 มกราคม 2559 / 00:04
    กรี๊ดดดดด จะไล่ให้เป็นฉาก ๆ
    เปิดมาทีหลัง โอ้โห รู้สึกเหมือนมาร์คคว้าคอเสื้อเราไว้แล้วปาโมเม้นท์ใส่หน้าเรา #ถามกับเราว่าเราทีมใครจะกลับมาเชียร์มาร์คได้หรือยัง แล้วบอกเราว่านี้ไง เห็นไหมว่าเราดูแลแบมและ รักแบมขนาดไหน 5555555
    แล้วมาร์คก็แสดงความจริงใจของมาร์คมาเรื่อย แล้วแบบโอ้ย เท่มาก ปกป้องแบม
    แต่ตอนเจบีมากอดแบมแทบเทใจให้เลยค่า 555555555 #เดี๋ยว ๆ แต่มาร์คอยู่ข้างแบมตลอดให้ได้นะ ห้ามทิ้งนะ ต้องดูแลแบมให้ดีที่สุดนะ ไม่งั้นเราด่าให้ลืมทางกลับบ้านแน่
    นึกว่ายองแจจะเข้าใจแบม แล้วแบมได้บอกหมดหรือยังไงอะ แบบคนที่ชอบเหม่อ ๆ ถึงงี้ ก็คือมาร์ค แต่แบบบอกไรไปตอนนี้ยองแจคงไม่อยากฟังใช่ปะ
    กำลังเคลิ้ม ๆ กับมาร์คแบมละ ฮันบิน ก็โผล่มา เรานี้แบบชิบหายแล้ว ฮันบินกระชากแขนเราแล้วบอกว่า มาเชียร์เราซะ! #เดี๋ยวๆไม่ใช่ละ555
    #3441
    0
  10. #3380 opel_zuza (@marang-zangkoong) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2558 / 12:56
    ฮันบินขัดจังหวะ -0-
    ล้อเล่นๆ เฮ้อออออออออ ความรักมันสวยงามเสมอนะ แต่ตัวละครบนข้างทางเดินแห่งนั้นมักจะเข้ามาดึงให้เราสะดุด ล้มลุก ล่องลอยแล้วก็ไปไม่ถึงปลายทางเสียที แต่หากเรามองเพียงแค่คนที่กำลังเดินร่วมทาง จับมือกันพาไปสู่จุดหมาย สักวันมันก็คงต้องถึงเอง สักวันหนึ่ง...
    #3380
    0
  11. #2567 ENED (@ENED) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2558 / 11:46
    ถ้านายเลือกอย่างเด็ดขาดแบบนี้แล้ว ทำไมถึงยังต้องกลับไปหาจูเนียร์ทำให้แบมคิดมากและเสียใจอีก ฉันเกลียดนายจริงๆมาร์ค
    #2567
    0
  12. #2456 VONGO (@KOYO1994) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2558 / 23:08
    ทำไมแบมต้องรักมาร์คด้วยนะ เราเจ็บก็ตรงนี้แหล่ะ
    #2456
    0
  13. #2118 13ploymin_elf (@13phoenix) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2558 / 02:48
    งะ!!!!!!!
    #2118
    0
  14. #1882 Chibamie (@parpaa) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2558 / 23:26
    พี่มาร์คโดนเพื่อนเกลียด แบมก็โดนด้วยย งืออออออ สงสารทั้งคู่อ่าาาา
    #1882
    0
  15. #1845 mossgg (@mossgg) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2558 / 22:56
    ถ้าเราเป็นมาร์คบอกเลยมันจะไม่จบแค่ครั้งเดียว มันต้องจนกว่าฟ้าจะสว่าง55555 ไม่แปลกใจที่มาร์คทนความน่ารักของแบมไม่ได้เพราะนี่ก็ทนไม่ได้เหมือนกัน
    #1845
    0
  16. #1567 Nemonahae (@nhhkw8) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 27 มีนาคม 2558 / 23:38
    พี่คะเราอึดอัดหัวใจจ ฮรืออออออออTvT
    #1567
    0
  17. #1549 yingbuakan9 (@yingbuakan9) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 24 มีนาคม 2558 / 21:23
    พี่มาร์คโดนไปหลายมัดเลยอ่ะ แต่ดราม่ายังไม่จบแค่นี้ใช่ไหมเนี่ยยยย 



    #1549
    0
  18. #1436 MK2B (@mk2b) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2558 / 16:57
    เคยยุไรท์ให้ส่งแบมให้ฮันบินนะ แต่ตอนนี้ไม่ไหวแล้วงะ สงสารพี่มัค ไหนๆก็ไม่เหลือใครละ เหลือน้องแบมให้พี่แกเถอะ ฮ่าาาาㅠ.ㅠ

    #1436
    0
  19. #1422 รัก (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2558 / 07:31
    ดีใจที่มาร์คแบมเข้าใจกัน กว่าจะเข้าใจกันก็เจ็บปวดมามาก

    มาอัพต่อน่ารออยู่จ้า

    #1422
    0
  20. #1415 moonoy68 (@moonoy68) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2558 / 10:48
    เข้าใจทุกคนนะ เพราะทุกคนไม่ได้รู้ความเป็นไปเป็นมาของมาร์คแบม รู้แค่ว่าเลิกแฟนเพราะมีคนใหม่

    เป็นใครก็โกรธแหละ ยิ่งคนใกล้ตัวด้วย รอทุกคนใจเย็นก่อน ยังความเป็นเพื่อนคงตัดกันไม่ขาดง่ายๆ(มั้ง)

    ต่อไปก็ขอให้มาร์คแบมทนแรงกดดันผ่านเรื่องนี้ไปด้วยกันให้ได้ตลอดก็พอ แอบกลัวใจแบมยิ่งคนดีอยู่ด้วย 555+

    ปล.ฮันบินจะมาทำไมตอนนี้ แค่นี้ก็เครียดพอแล้ว 555
    #1415
    0
  21. #1407 LYMB (@lifely021991) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2558 / 22:05
    ฮือออออออออ  มันไม่ใช่ความผิดของมาร์คกับแบมเลย  ฮืออออออออ  กว่าจะรักกันได้



    แบมแบมน่าจะบอกพี่มาร์คไปนะ ว่าแบมคือคนในคืนนั้นอ่ะ



    แบมไม่มีใครนอกจากมาร์คคคคคคคคคค
    #1407
    0
  22. #1406 yingbuakan9 (@yingbuakan9) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2558 / 21:44
    ฮือๆๆๆ อย่าทำร้ายพี่มาร์คเลยนะ สงสารพี่มาร์คอ่ะ อยากให้สมหวังกับน้องแบมด้วยดีค่ะ จะได้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขซะที
    #1406
    0
  23. #1404 saowanee (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2558 / 22:56
    มากันครบทุกคนเลยจ้าาฮันบินก็มาเคลียร์กันที่เดียวจบเจ็บกันทัั่วหน้ามันสำคัญที่ว่าใครจะเข้าใจใครได้มากน้อยแค่ไหนเศร้าๆๆๆ
    #1404
    0
  24. #1403 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2558 / 14:03
    ก็เข้าใจอยู่หรอกนะว่าทุกคนโกรธมาร์คแบม แต่ขนาดเนียร์ยังเข้าใจแล้วยอมเป็นฝ่ายบอกเลิกมาร์คเพื่อให้มาร์คได้กลับมาอยู่กับหัวใจตัวเองเลย ทำไมทุกคนถึงไม่เข้าใจในความรักของมาร์คแบมบ้างเลยล่ะ
    #1403
    0
  25. #1402 nonglinlin (@nonglinlin) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2558 / 10:17
    สงสารแบมกับมาร์คอ่า มีแต่คนเกลียด
    #1402
    0