- I will always love you -[GOT7 MarkBam]

ตอนที่ 22 : - All over again -

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,780
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 44 ครั้ง
    13 ม.ค. 59

- “Everytime I looked at you I fall in love all over again” -

 

                เสียงเพลงหวานในท่วงทำนองที่แสนโรแมนติก ถูกถ่ายทอดออกมาโดยเด็กหนุ่มเรือนร่างเล็ก

แบมแบมในชุดนึกศึกษาถูกระเบียบ กำลังตั้งใจถ่ายทอดบทเพลงผ่านเครื่องดนตรีที่มีเสียงอันไพเราะและกินใจไม่ต่างอะไรกับบทเพลงที่กำลังเล่น หากปราศจากผู้เล่นแล้ว ไม่ว่าเครื่องดนตรีชิ้นใดก็คงจะไม่มีประโยชน์  คลาสเรียนไวโอลินในช่วงเช้าของวันนี้ แบมแบมและเพื่อนร่วมชั้นเรียนต้องเล่นเพลงหนึ่งบทเพลงให้กับครูผู้สอนได้ฟัง เพื่อประเมินผลการเรียนและการฝึกซ้อมในอาทิตย์ที่ผ่านๆมา  แบมแบมเลือกเพลงของศิลปินท่านหนึ่งที่ตัวเขาเองก็เพิ่งรู้จักได้ไม่นานมานี้ ผ่านการเข้าห้องสมุด ศึกษาเรื่องราวดนตรีและประวัติของนักไวโอลิน และที่สำคัญการแสดงวันนี้จะไม่ออกมาดีแบบนี้แน่ๆ หากไม่มีคนคอยช่วยเหลือ             

                สำหรับบทเพลงบรรเลง เพลงคลาสสิค บีไอเป็นหนึ่งคนที่พอจะพูดได้ว่ามีความรู้ทางด้านนี้เป็นอย่างดี นอกจากตัวเขาจะอยู่ในวงออเครสต้าของมหาวิทยาลัยแล้ว บีไอยังเป็นหนึ่งในนักศึกษาดนตรี ที่มีพรสวรรค์น่าจับตามองมากๆคนหนึ่งเลยทีเดียว แบมแบมส่งยิ้มให้กับเด็กหนุ่มที่ตัวสูงกว่าแม้รู้ดีว่าคงไม่ได้รับยอมยิ้มตอบกลับมา  บีไอนั่งมองการแสดงของคนตัวเล็กด้วยใบหน้าเรียบเฉยไม่มีปฏิกิริยายินดี ยินร้ายอะไรเช่นเคย ส่วนอาจารย์หนุ่มที่ยืนฟังลูกศิษย์อยู่ข้างหน้าต่างกระจกบานใหญ่ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ อดภูมิใจกับตัวเองไม่ได้ ที่สอนได้เก่งขนาดนี้  ขณะที่สีไวโอลิน แบมแบมก็แอบมองออกไปนอกหน้าต่าง แหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่ทาด้วยสีฟ้าสดใส ราวกลับอยากจะให้บทเพลงมันลอยสูงขึ้นไปถึงใครบางคน คนที่แสนสำคัญ ....

 

                สิ้นเสียงลากคันชักครั้งสุดท้าย แบมแบมได้ยินเพียงเสียงปรบมือเปาะแปะที่ดังมาจากมือคู่สวยของอาจารย์หนุ่มรูปหล่อที่ยืนอยู่ริมหน้าต่าง พอเลื่อนสายตาไปหาเพื่อนร่วมชั้นก็เห็นแต่เพียงนั่งนิ่งๆ ทำหน้าตาไร้อารมณ์ พาลให้นึกถึงประโยคที่อีกคนพูดวันก่อน ในตอนที่ทั้งคู่ไปที่ร้านขายซีดีเพลงด้วยกัน

 

                ความรู้สึกน่ะ ไม่ใช่สิ่งที่ต้องแสดงมันออกมาพร่ำเพรื่อ บางครั้งเก็บเอาไว้บ้างก็ได้ ไม่ต้องบอกคนอื่นจนหมด ให้มันกับคนที่รู้ว่ามันมีค่าที่จะเก็บเอาไว้มากแค่ไหนย่อมดีกว่า

 

 

ความรู้สึกที่ให้ไปในทุกครั้ง มีค่าพอสำหรับนายให้เก็บมันเอาไว้บ้างหรือเปล่านะ,_


........

 

              แบมแบมหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวเดิม สายตามองจับจ้องไปยังร่างสูงที่เพิ่งลุกขึ้นไปยืนยังตำแหน่งเดิมของเขาเมื่อสักครู่  ฮันบินหันมาสบตากับแบมแบมครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะเป็นฝ่ายเริ่มบรรเลงบทเพลงบ้าง  รูปร่างสูงโปร่ง ผมสีดำสนิท นัยน์ตาสีเข้มประจวบเหมาะกับคิ้วโก่งได้รูป จมูกโด่งและริมฝีปากเป็นกระจับ ช่างเข้ากันดีกับสิ่งที่อีกคนกำลังทำอยู่ นิ้วมือเรียวสวย เหมาะแก่การใช้มันเพื่อแสดงงานศิลปะ ศิลปะแห่งดนตรี  เจ้าของนัยน์ตาดุ กำลังบรรเลงบทเพลงแสนหวาน ท่วงทำนองโรแมนติก ลึกซึ้ง กินใจ

บีไอหลับตาลงและตั้งใจเล่นเพลงราวกับว่าทุกๆโน้ตเสียงนั้นมันออกมาจากความรู้สึกจริงๆของเขา

บทเพลงที่มีชื่อว่า ความรัก

 

                เด็กหนุ่มผู้ที่เป็นเจ้าของรอยยิ้มสวย ดวงตากลมโตกำลังจดจ้องอยู่เพียงท่วงท่าของเด็กหนุ่มอีกคน แบมแบมยินเสียงแห่งความรักแว่วมาผ่านบทเพลงที่กำลังบรรเลง  รอยยิ้มเล็กๆเกิดขึ้นเมื่อถึงจังหวะหนึ่ง แสงแดดลอดผ่านเข้ามาภายในห้อง คนตัวเล็กหรี่ตาลงเพื่อให้ดวงตาคู่สวย คุ้นชินกับบรรยากาศรอบข้าง

แต่ละตัวโน้ตที่ผ่านไป ทำให้คนฟังรู้สึกอิ่มเอมใจอย่างบอกไม่ถูก แม้ในขณะนี้ คนที่ไม่เคยมีความรักเลย หากได้ฟังบทเพลงนี้แล้ว อาจจะต้องอยากหาใครสักคนมาอยู่ข้างๆแน่ๆ ไม่มีสักวินาทีที่แบมแบมจะละสายตาจากการแสดงครั้งนี้ เช่นเดียวกันกับอาจารย์ผู้สอน เหมือนมีแสงบางอย่างสะท้อนออกมาจากตัวผู้เล่น

ความมหัศจรรย์ของเสียงเพลง ช่างงดงาม หาสิ่งใดเปรียบได้ยากยิ่ง

 

                สิ่งหนึ่งที่ทำให้แบมแบมรักดนตรี และเสียงเพลงก็คือ ทุกครั้งที่ได้เริ่มเล่น หรือเริ่มฟัง ไม่ว่าบทเพลงนั้นจะถูกแต่งขึ้นโดยใครก็ตาม มันมักจะพาเขาไปยังที่ที่หนึ่งเสมอ ที่ที่เขาจะได้เจอกับคนที่รัก ที่ที่ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็จะได้เจอกัน ช่วงเวลาสั้นๆเพียงหนึ่งบทเพลงไม่กี่ตัวโน้ตนั้น ได้สร้างปาฏิหาริย์ให้กับเด็กคนนี้ไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง

 

                เสียงปรบมือดังขึ้นอีกครั้ง และคราวนี้มันเกิดขึ้นจากตัวแบมแบมเอง มือคู่เล็กกระทบกันครั้งแล้วครั้งเล่า เพื่อเป็นเกียรติให้กับบทเพลงแสนวิเศษที่เพิ่งรับฟังไป ฮันบินหันมาอมยิ้มให้เพียงเล็กน้อย ก่อนที่เจ้าตัวจะค่อยๆหย่อนตัวลงนั่งข้างๆกัน

 

                อาจารย์หนุ่มเจ้าของวิชา รีบเดินเข้ามายังกลางห้องพร้อมกับใบหน้าที่ระบายวาดเอาไว้ด้วยรอยยิ้ม รอยยิ้มแห่งความภูมิใจ ไม่ต้องบอกก็รู้ถึงผลของการทดสอบในวันนี้ มันดีกว่าที่เขาคาดเอาไว้มาก ดีกว่าครั้งที่แล้วราวฟ้ากับเหว ราวกับว่าเป็นคนละคนกัน ยูคยอมยกนิ้วให้ลูกศิษย์ก่อนที่จะเริ่มคลาสเรียน

                อาจารย์หนุ่มรูปหล่อ บรรจงขีดเขียนตัวหนังสือลงบนกระดานดำ สัญลักษณ์ทางดนตรีถูกเขียนขึ้น  ตัวแล้ว ตัวเล่า โดยที่คนสอนไม่ลืมที่จะอธิบายไปพร้อมๆกัน แบมแบมและฮันบิน ต่างตั้งอกตั้งใจเขียนสิ่งที่อาจารย์หนุ่มกำลังถ่ายทอดลงบนสมุดโน้ต ฮันบินแอบเหล่มองคนตัวเล็กที่นั่งข้างๆ ใบหน้าหล่อชั่งใจอยู่พักหนึ่งก่อนจะตัดสินใจสะกิดเบาๆที่แขนของอีกคน

                “ นี่..” ฮันบินพูด

 

                “ ฮะ?” แบมแบมตอบในขณะที่ตายังคงมองสลับกันไปมาระหว่างสมุดโน้ตกับกระดานดำ

 

                “ เย็นนี้น่ะ นายอยากจะ...ไปหาย่าด้วยกันมั้ย” เขาถามเสียงเบา

 

                “ คุณยายอึนจีเหรอฮะ  เอาสิฮะ ไปครับไป” คนตัวเล็กหันมายิ้ม ฮันบินเพียงแค่พยักหน้าเบาๆ แล้วทั้งคู่ก็กลับไปสนใจสิ่งที่อยู่ตรงหน้าต่อ

 

                ไม่นานคลาสเรียนในตอนเช้าก็หมดลง ยูคยอมเดินตรงเข้ามาหาลูกศิษย์ทั้งสองคน ก่อนจะยื่นกระดาษบางอย่างให้ แบมแบมและฮันบินยื่นมือออกไปรับก่อนที่ทั้งคู่จะเตรียมตัวเพื่อออกไปเรียนในภาคบ่ายต่อ  แบมแบมจัดแจงเก็บของใส่กระเป๋าเป้ของตัวเอง และไม่ลืมที่จะสำรวจซ้ายขวาด้านข้างตัวให้แน่ใจว่าไม่ได้ลืมอะไรทิ้งเอาไว้ ฮันบินหันมามองการกระทำของคนตัวเล็กก่อนจะลุกเดินออกจากห้องเรียนไปก่อน แบมแบมรีบพรวดพราดลุกขึ้นวิ่งตามฮันบินออกมาคนตัวเล็กรั้งแขนเสื้อของอีกคนเอาไว้ เด็กหนุ่มที่ตัวโตกว่าหันมามองตามแรงฉุด เห็นคนตัวเล็กทำปากขยุบขยิบเหมือนพูดอะไรบางอย่างกับตัวเองอยู่ ฮันบินนิ่วหน้าเล็กน้อยก่อนจะก้มลงไปหาแบมแบม

 

                “ บ่นอะไรอีก” เขาถามเสียงเรียบ แบมแบมยู่ปาก ก่อนจะปล่อยมือจากแขนเสื้อ

 

                “ ใจคอจะเดินออกมาไม่รอกันเลยหรือไง” คนตัวเล็กพูด

 

                “ แล้วทำไมต้องรอ?” คำตอบที่ได้รับช่างขัดใจแบมแบมไปเสียทุกครั้ง ไม่รู้ว่าเป็นนิสัยของเจ้าตัว หรือจงใจทำให้เขาโมโหกันแน่ แต่ก่อนที่ปากนิ่มจะได้ขยับพูดต่อ คนข้างหน้าก็ก้มลงมาใกล้เสียจนแบมแบมรู้สึกได้ถึงลมหายใจที่กำลังเป่ารดหน้า คนตัวเล็กสะดุ้งและขยับถอยห่างออกไปด้านหลัง ฮันบินขยับก้าวตามพร้อมๆกับยกมือขึ้นมาหยิบบางอย่างตรงปอยผมนิ่มของคนตัวเล็กออก

 

                “ หยากไย่ติดผมแน่ะ เอาหัวไปมุดใยแมงมุมมาหรือไง”  คนตัวสูงกว่าพูด การกระทำเมื่อสักครู่ทำเอาหัวใจดวงเล็กเต้นตึกตักผิดจังหวะ แบมแบมยกมือขึ้นมาจับผมตัวเองในตำแหน่งเดียวกันกับที่ฮันบินจับเมื่อสักครู่ ดวงหน้าสวยจ้องอีกคนตาแป๋ว ดวงตากลมโตกระพริบถี่แต่ก็ไม่ลืมจะกล่าวขอบคุณ

 

                “ ขะ..ขอบคุณฮะ” แบมแบมพูด ฮันบินพยักหน้าน้อยๆให้

 

                “ แล้วจะไปรึยัง?” เขาถามต่อ

 

                “ ไป? ไปไหนฮะ?” แบมแบมยังคงดูสับสน เหมือนเจ้าตัวลืมไปหรือเปล่าว่าเป็นฝ่ายเรียกให้คนตรงหน้านี้หยุดรอ

 

                “ อ้าว ก็เรียกให้ชั้นหยุดรอไม่ใช่หรือไง หยุดรอก็เพราะว่าจะได้เดินไปด้วยกันไม่ใช่เหรอ?” สีหน้าคนตัวโตบ่งบอกว่ากำลังเริ่มที่จะมีน้ำโห

 

                “ อ่ะ เอ่อ” แบมแบมทำท่าจะพูดบางอย่างแต่ไม่ทัน เพราะขายาวของฮันบินได้เดินฉับๆล่วงหน้าไปซะแล้ว

 

                “ เฮ้อ....โกรธอีกละ” แบมแบมบ่นอุบอิบกับตัวเอง ใบหน้าน่ารักเอียงคอมองร่างสูงโปร่งเดินจ้ำอ้าวออกไปก่อนจะรีบวิ่งตามไปหาอีกคน แบมแบมที่หอบกระเป๋าเอาไว้ตรงอก พยายามก้าวขาเดินให้ทัน

คนตัวเล็กหันไปมองใบหน้าที่บูดบึ้งของอีกคนก่อนจะตัดสินใจถามออกไป

 

                “ รุ่นพี่โกรธอะไรแบมหรือเปล่าฮะ?” เพราะไม่แน่ใจว่าจะถามดีมั้ยเสียงที่เปล่งออกมาเลยสั่นน้อยๆ  

 

                “ เปล่านิ” ฮันบินตอบเสียงเรียบ

 

                “ ไม่โกรธแต่ก็ทำเหมือนว่าโกรธ” แบมแบมพูด

 

                “ ทำไมนายถึงได้ขี้สงสัยจัง .... ฮึ?” เจ้าของนัยน์ตาดุ หยุดฝีก้าวแล้วหันมาหาอีกคน

 

                “ ถามนู่น ถามนี่อยู่ได้ ไม่เบื่อบ้างหรือไง” เขาพูดต่อ

 

                “ ก็รุ่นพี่เอาแต่ทำหน้าแบบนี้ ทำเหมือนโมโหแบมอยู่ตลอดเลยนี่นา” แบมแบมพูดเสียงอ่อย

 

                “ กับใครหน้าชั้นมันก็เป็นแบบนี้แหละน่า  นายไม่ต้องห่วงว่าจะพิเศษกว่าคนอื่นหรอก” คนตัวสูงยักคิ้ว

 

                “ ผมไม่ได้หมายความว่าแบบนั้นสักหน่อย” แบมแบมยู่หน้า

 

                “ ที่ถามเพราะว่าเป็นห่วงหรอก ยังต้องเรียน ต้องฝึกด้วยกันอีกตั้งนาน...” คนตัวเล็กทำหน้าม่อยทำเอาฮันบินรู้สึกผิดขึ้นมาซะอย่างนั้น

               

                “ เอาน่า….เลิกทำท่าแบบนั้นได้แล้ว เอาเป็นว่าชั้นไม่ได้โมโห ไม่ได้โกรธ พอใจแล้วใช่มะ?” พูดเสร็จก็ยกมือขึ้นมาขยี้ผมอีกคนเบาๆ แบมแบมถึงได้ยิ้มออกเมื่อได้ยินคำตอบจากอีกคน

 

                “ ถ้าอย่างนั้น เวลาอยู่ด้วยกัน ช่วยยิ้มเยอะๆด้วยนะฮะ ..... แบบนี้” แบมแบมยิ้มตาหยีโชว์ให้อีกคนดู บีไอส่ายหน้าก่อนจะเดินไปแบบไม่สนใจคำพูดของแบมแบม

 

                “ อย่าลืมนะฮะรุ่นพี่!” คนตัวเล็กตะโกนไล่หลังอีกคนที่กำลังเลี้ยวหายเข้าไปในโถงทางเดินอีกด้าน

 

                “หว๋า!!~~~ สายแล้วนี่นา” เสียงหวานอุทานออกมาเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตัวเองมีเรียนต่อ หัวใจดวงน้อยยิ่งเต้นเร็วขึ้นเมื่อรู้ว่าวิชาต่อไปจะได้เจอกับใครบางคนที่หัวใจเฝ้ารอมาอยู่ตลอด

 

                เท้าเล็กรีบวิ่งเพื่อตรงไปยังคลาสเรียนที่อยู่อีกฝั่งของคาสเรียนตอนเช้า ผมสีดำพลิ้วไปตามแรงลมที่พัดมาปะทะกับใบหน้าสวย บรรยากาศรอบข้างเต็มไปด้วยนักศึกษาที่กำลังเปลี่ยนคลาสเรียนเช่นเดียวกัน เสียงจอแจ มีมาให้ได้ยินอยู่ตลอดทางที่วิ่งผ่าน ในใจคิดเพียงแต่อยากให้ถึงห้องเรียนเร็วๆเหลือเกิน มือเล็กกระชับกระเป๋าเป้ที่ไม่ยอมสะพายเอาไว้แน่นก่อนที่เท้าคู่เล็กจะมาหยุดอยู่ตรงหน้าห้องเรียนทันเวลาพอดี

 

                เมื่อมองเข้าไปในห้องก็เห็นเพื่อนรักตาตี่ กำลังนั่งทำท่าเง้างอนอยู่กับรุ่นพี่ใบหน้าเท่ห์ เดี๋ยวก็ทะเลาะเดี๋ยวก็ดีกัน เป็นแบบนี้อยู่ตลอด ใครๆอาจจะรำคาญแต่สำหรับแบมแบมแล้วเขากลับคิดว่ามันน่ารักดี เท้าคู่เล็กรีบรุดเดินตรงไปยังเก้าอี้ที่ทั้งเพื่อนและแฟนของเพื่อนนั่งอยู่

 

                “ หวัดดียองแจ/สวัสดีฮะพี่แจ็คสัน” คนตัวเล็กโค้งให้คนหลัง แจ็คสันยิ้มกว้างให้ส่วยยองแจรีบลุกขึ้นตรงเข้ามากอดเพื่อนตัวเล็กของเขาเอาไว้แน่น

 

                “ แบมแบมมาแล้ว” ยองแจยิ้มตาหยีรอยยิ้มที่ทำให้แบมแบมอดจะยิ้มตามไม่ได้

 

                “ โห่ อิจฉาอ่ะ ทีพี่ไม่เห็นเดินมากอดอย่างงี้เลย” แจ็คสันทำท่าน้อยใจ ยองแจจึงตีเพี้ยะเข้าให้ที่กล้ามแขนของแฟนหนุ่ม

 

                “ ไม่ทำท่าแบบนี้ซักวันจะได้มั้ยเนี่ย คิดว่าน่ารักมากหรือยังไง” ยองแจพูดพลางดึงแขนคนตัวเล็กให้นั่งลง

 

                “ อย่าไปสนใจเลยแบม พี่แจ็คสันน่ะ ชอบทำเหมือนคนขาดความอบอุ่นเรียกร้องความสนใจไปงั้นแหละ อย่าไปหลงกลเชียว” ยองแจตีหน้าเข้ม แบมแบมกลั้นยิ้มอดจะมองแซวเพื่อนไม่ได้ ก็คนที่หลงกลน่ะไม่ใช่แบมแบมแหงอยู่แล้ว

 

                “อย่ามองเราด้วยสายตาแบบนั้นนะ” ยองแจเริ่มหน้าขึ้นสี แบมแบมยกไหล่ก่อนเปิดกระเป๋าเอาสมุดโน้ตออกมาวางบนโต๊ะ

 

                “ ก็มันช่วยไม่ได้นี่นา มีน้องน้องก็ไม่ค่อยอยู่ด้วย แถมมีแฟนแฟนยังไม่ค่อยรักอีก” แจ็คสันว่า แบมแบมอมยิ้มให้กับความขี้อ้อนของรุ่นพี่ใบหน้าเท่ห์ ก่อนที่จะสะดุดกับคำว่า  น้อง  ที่อีกคนหมายถึง 

 

                “ ช่วงนี้จูเนียร์ไม่กลับบ้านเลย เอาแต่นอนที่คอนโด พี่จะไปหาก็เอาแต่บอกว่าไม่ว่าง” แจ็คหันมาพูดกับแบมแบมต่อ คนตัวเล็กได้แต่พยักหน้าให้ เพราะไม่แน่ใจว่านี่เป็นเรื่องที่ควรจะออกความเห็นหรือเปล่า จึงได้แต่นั่งฟังอยู่เงียบๆ

 

                “ ไอ้มาร์คก็หลบหน้าหลบตาเพื่อน ไม่ยอมออกมาเจอกันบ้างเลย ส่วนเจบี หมอนั่นก็ทำแต่งานๆๆ ไม่มีใครมีเวลาให้พี่บ้างเลย ชีวิตช่างน่าสงสารอะไรแบบนี้” แจ็คสันว่า แบมแบมหลุดขำออกมากับท่าทางตัดพ้อของอีกคน มือเล็กยื่นออกไปลูบเบาๆที่ลำแขนหนา

 

                “ พี่แจ็คสันก็ยังมียองแจอยู่นี่ครับ อย่าเศร้าไปเลยน้า~~” เจ้าของเสียงหวานเอ่ยปลอบ แจ็คสันได้แต่พยักหน้ากระพริบตาปริบๆให้กับน้ำเสียงและรอยยิ้มที่อบอุ่นราวกับแสงแดดอ่อนๆนั้น ยองแจนึกหมั่นไส้กับการทำของคนรักอดไม่ได้ที่จะหยิกเข้าให้เสียหนึ่งที แจ็คสันนิ่วหน้าทำท่าเจ็บเสียเหลือเกิน คนหน้าเท่ห์รีบเอียงศีรษะเข้าหาอกของคนตาตี่พร้อมทำท่าออดอ้อนซะจนยองแจเหนื่อยจะสนใจ จึงได้แต่ปล่อยให้ใบหน้าหล่อซุกอยู่ที่อกแบบนั้น

 

                เสียงพูดคุยกันเริ่มเงียบลง เป็นสัญญาณบอกให้รู้ว่าอาจารย์ผู้สอนคงจะมาถึงเรียบร้อยแล้ว แบมแบมยกมือขึ้นดูนาฬิกาก่อนจะหันมองเก้าอี้ด้านข้างที่ว่างเปล่า

 

ไปไหนของเขากันนะ ชั่วโมงที่แล้วก็ไม่มา

 

สีหน้าที่บ่งบอกว่าเป็นห่วงแกมสงสัยแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ จะให้ถามใครออกไปตรงๆก็ไม่ได้  ก็ยังไม่มีใครรู้นี่นาว่าความสัมพันธ์ระหว่างเขากับมาร์คนั้นมันไม่ใช่แค่เพิ่งรู้จักกัน

 

                “ พาร์ทเนอร์ไม่ยอมมาเรียนอีกแล้ว ทำตัวนิสัยเสียจริงๆเลย ไม่ต้องห่วงนะแบมเดี๋ยวพี่จัดการให้” แจ็คสันพูดขึ้น เมื่อเห็นท่าทางกังวลของแบมแบม แบมแบมยิ้มน้อยๆให้แทนคำตอบ ทว่าแววตายังคงฉายแววเป็นห่วงอยู่ไม่ขาด

 

                “ หวังว่าคงจะมาในครั้งหน้านะฮะ” คนตัวเล็กพูดเสียงเบากับคนที่ได้ชื่อว่าเป็นเพื่อนรักของพาร์ทเนอร์ของเขา

 

                “ คงไม่ได้ไปตามเฝ้าน้องพี่หรอกนะเนี่ย” แจ็คพูดติดตลกโดยไม่ได้รู้เลยว่า มุกของเขามันทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าสวย หายไปเสียเฉยๆ แบมแบมแค่นยิ้มทว่าในใจรู้สึกโหวงเหวง คนตัวเล็กหันไปหยิบเอาปากกาขึ้นมาเพื่อเป็นการหยุดบทสนทนาอ้อมๆ

 

                “ จูเนียร์นี่ก็เหลือเกิน แฟนนี่ยอมให้เจอส่วนพี่ชายตัวเองกลับไม่ยอมให้ไปหา”

 

                “ เอ่อ...ผมว่าเราเริ่มเรียนกันดีกว่านะฮะ” แบมแบมรีบตัดบท ก่อนที่รุ่นพี่ช่างพูดคนนี้จะได้พูดอะไรออกมาอีก ไม่ใช่เพราะว่ายอมรับความจริงไม่ได้หรืออะไร เพราะในทุกวินาทีแบมแบมก็คอยย้ำเตือนตัวเองตลอดอยู่แล้ว  ก้อนเนื้อด้านซ้าย มันเจ็บจนไม่รู้ว่าจะเจ็บยังไง ขอเวลาให้มันได้เลิกคิดถึง เลิกรับรู้เรื่องนี้บ้าง แม้จะเป็นเวลาสั้นๆแค่หนึ่งคลาสเรียนก็ตาม

 

                ถ้อยคำสัญญาที่อีกคนมอบให้ จากวันนั้นจนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีโอกาสได้พบเจอ หรือพูดคุยกับเจ้าของคำสัญญานั้นเลย แบมแบมไม่ปฏิเสธว่าดีใจที่มาร์คยังรักเขาอยู่ แต่ในใจก็รู้ดีว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้ ถึงยังไงเขาก็ดูออก ว่ามาร์คเองก็รักจูเนียร์ สายตาของมาร์คที่มองจูเนียร์นั้นไม่โกหก คำที่มาร์คบอกให้เชื่อบางทีมาร์คอาจจะแค่พูดไปอย่างนั้นเอง คงเพราะไม่อยากให้เขาเสียใจ ก็พี่มาร์คน่ะ เป็นคนใจดีตั้งขนาดนั้น

 

                “ นี่ แจ็คแจ็ค” ยองแจเอ่ยเรียกชื่อแฟนหนุ่มด้วยคำเรียกที่มีเพียงเขาเท่านั้นที่เรียกได้

 

                “ ครับ?” แจ็คสันหันหน้าไปหาคนตาตี่พร้อมสายตาที่หยาดเยิ้ม

 

                “ เพื่อนเธอเนี่ย ใช้ไม่ได้เลยนะ ดูสิ ปล่อยให้เพื่อนเราต้องนั่งเรียนคนเดียว จดงานคนเดียว คิดงานคนเดียวอีกแล้วนะ” คนตาตี่ทำแก้มป่อง

                “ นี่อย่าบอกนะว่าจะงอนพี่เพราะว่าเพื่อนพี่ไม่ยอมมาเรียนเนี่ย?” แจ็คสันพูดขึ้นเมื่อได้กลิ่นความ

ดราม่ามาจากอีกคน

 

                “ แล้วมันน่างอนมั้ยล่ะ ดูซิ ครั้งที่แล้วก็ปล่อยให้แบมแบมออกไปพรีเซนท์งานคนเดียว ถ้าติดแฟนขนาดนั้น ทำไมไม่ไปลงเรียนคลาสเดียวกันซะให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย” ยองแจกอดอก น้ำเสียงดูไม่พอใจสุดๆ

 

                “ คอยดูนะ ถ้าแบมแบมโดนหักคะแนนเพราะว่าเพื่อนร่วมกลุ่มไม่ช่วยงานละก็ ..... น่าดู” คำสุดท้ายทำเอาแจ็คสันสะดุ้ง ถึงจะไม่เกี่ยวกับเขาสักนิด เรื่องที่มาร์คไม่ได้มาเรียน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ในเรื่องที่มาร์คเป็นเพื่อนรักของเขา แถมเป็นแฟนของน้องชายสุดที่รักอีกด้วย

 

                “ สัญญาว่าครั้งหน้าจะลากมันมาเรียนให้ได้เลยครับ” คนหน้าเท่ห์ทำหน้าม่อย ยอมแพ้ให้กับตาดุๆของยองแจที่จ้องมาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อเขาเสียอย่างนั้น

 

                “ อย่าดุมากเลยน้า นี่ก็ยอมจนไม่รู้จะยอมยังไงแล้วคร้าบบ” คนหน้าเท่ห์พูด ประโยคนี้ทำเอายองแจทำหน้าไม่ถูก จากที่ตีหน้าดุอยู่ถึงกับแอบอมยิ้ม

 

                “ ไม่ต้องมาพูดเลย ตั้งใจเรียนได้แล้ว!!” คนตาตี่ทำเสียงเข้มกลบเกลื่อนความเขินอายของตัวเอง แจ็คสันยิ้มกว้าง ดูท่าจะพอใจกับการแสดงออกของแฟนตัวเองสุดๆ คนตัวเล็กอมยิ้มให้กับเพื่อนรัก บรรยากาศข้างตัวแบมแบมช่างแตกต่างกันเหลือเกิน เมื่อหันมองดูข้างๆตัวเองพบเพียงแต่เก้าอี้ที่ว่างเปล่า

 

 

 

.......

               “ อย่าลืมโปรเจคปลายเทอมกันล่ะเด็กๆ”  อาจารย์สาวเจ้าของวิชา ทิ้งทวนคำพูดสุดท้ายก่อนหมดคลาสเรียน  เสียงลากเก้าอี้ดังครืดคราด ทันทีที่ครูผู้สอนก้าวเท้าออกไปพ้นเขตประตูห้อง คลาสสุดท้ายของวันจบลงแล้ว เด็กๆนักศึกษาต่างรีบพากันกรูออกจากห้อง แบมแบมก้มมองชีทเพลงในมืออยู่พักหนึ่งก่อนที่สายตามันจะเลื่อนไปมองเก้าอี้ว่างๆอีกแล้ว มองไปมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็เผื่อว่าถ้าหันไปอีกทีคนที่รออยู่จะมา

 

“ แบม ป่ะกลับบ้านกัน” ยองแจสะกิดที่ไหล่ของแบมแบม คนตัวเล็กพยักหน้ารีบเก็บข้าวของลงกระเป๋าเป้ และครั้งนี้ก็ไม่ลืมจะสะพายมันให้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง

 

“ เดี๋ยวพี่แจ็คสันจะไปส่ง” คนตาตี่พูดในขณะที่มือชี้ไปหาแจ็คสัน

 

“ ขอบคุณนะยองแจ แต่ว่าเรามีนัด” แบมแบมส่ายหน้าปฏิเสธ

 

“ นัดเหรอ นัดอะไร นัดกับใคร ที่ไหน” ยองแจดูท่าทางกระตือรือร้นกับคำว่า มีนัด ของแบมแบม ไม่เคยเห็นเพื่อนตัวเล็กคนนี้ออกไปไหนกับเพื่อนคนอื่นสักที ประกายแววตาอยากรู้อยากเห็นของยองแจ

ทำเอาแบมแบมกลั้นขำ

 

“ เอ่อคือว่า.../แบมแบม” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง แบมแบมรีบหันไปตามต้นเสียงนั้น ก่อนจะหันกลับมาหาเพื่อนตัวเอง

 

“ นัดกับรุ่นพี่ฮันบินน่ะ” คนตัวเล็กพูด ยองแจหรี่ตามองเพื่อนที่ยืนทำตาแป๋วตอบเขาด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ไม่ดูตื่นเต้น หวือหวา เหมือนอย่างที่เขาคาดเอาไว้

 

“ อะไร” แบมแบมว่า สงสัยว่าท่าทางของยองแจจะดูไม่ปกติอยู่จริงๆ

 

“ รุ่นพี่วันนั้นนี่นา” ยองแจกระซิบขณะที่บีไอเดินมาใกล้

 

“ อื้ม” แบมแบมพยักหน้า

 

“ เขาจีบแบมเหรอ” ยองแจยังไม่วายขยับเข้าไปใกล้เพื่อกระซิบกระซาบต่อ

 

“ เปล่าๆ ไม่ใช่ๆ” แบมแบมยกมือขึ้นปฏิเสธ ยองแจยิ่งยื่นหน้าเข้ามาใกล้เพื่อนรัก

 

“ ไม่มีอะไรเลยจริงๆ” แบมแบมย้ำเสียงหนัก พอดีกับที่บีไอเดินมาถึงที่ที่เขายืนอยู่

 

“ จะไปกันรึยัง?” ฮันบินพูดขึ้น ก่อนที่ใบหน้าหล่อจะหันไปยิ้มน้อยๆให้กับคนตาตี่และแฟนของเขาที่ยืนอยู่ข้างๆกัน

 

“ หวัดดีฮะ ผมชื่อยองแจ เชว ยองแจ เป็นเพื่อนกับแบมแบมส่วนนี่ เอ่อ พี่แจ็คสัน ยินดีที่ได้รู้จักฮะ” ยองแจรีบออกตัวเป็นฝ่ายแนะนำตัวก่อน คนตาตี่แหงนหน้ามองบีไอตาไม่กระพริบ พอมาเห็นใกล้ๆแบบนี้แล้ว  ผู้ชายคนนี้ จัดว่าเป็นคนที่หล่อมากจริงๆ

 

“ นี่! แฟนยืนอยู่ทั้งคน ยังจะจ้องผู้ชายคนอื่นตาเป็นมันเชียวนะ” แจ็คสันตีหน้าเข้ม พลางดึงตัวยองแจเข้าไปหาตัวเอง

 

“ หวัดดี ชั้นบีไอ” ฮันบินตอบสั้นๆ พลันเอื้อมมือออกไปดึงกระเป๋าเป้ออกจากหลังแบมแบมไปถือเอาไว้

 

“ รอที่รถนะ” เขาพูดแค่นั้น ก่อนจะพาตัวเองเดินดุ่มๆไปทางโรงจอดรถของมหาลัย แบมแบมยิ้มอ่อนแต่ก็ไม่แปลกใจ คงเพราะได้ใช้เวลานานพอที่จะรู้ว่าคนคนนี้เป็นแบบนี้ ผิดกับยองแจ ที่ทำตาโตขยายใหญ่มากกว่าปกติกับท่าทางของฮันบินที่แสดงออกต่อเพื่อนของเขา

 

“ ไหนบอกไม่ได้จีบไงแบม โกหกเราเหรอ” ยองแจตรงเข้ามาเขย่าไหล่เล็กของเพื่อนซะจนแบมแบมตัวโอนเอน

 

“ ไม่ได้จีบจริงๆ จริงๆนะ” แบมแบมตอบไปตัวก็โอนเอนไป ยองแจทำหน้าไม่เชื่อ ไม่เชื่อจริงๆ ไม่มีคนรู้จักปกติที่ไหนจะใจดีถือกระเป๋าให้คนอื่นแบบนี้หรอก หรือว่าบางที แบมแบมอาจจะดูไม่ออก ใสใสไม่รู้อิโหน่อิเหน่แบบแบมแบมคงไม่รู้ล่ะสิว่าตัวเองโดนจีบอยู่ ยองแจยกยิ้มเจ้าเล่ห์

 

“ หยุดยิ้มแบบนั้นนะ มันประหลาด” แบมแบมพูด

 

“ นี่แบม เราว่านะ.... /ฮัลโหลมาร์ค กว่าจะรับสายได้นะ หายหัวไปอยู่ไหน

 

“บ้าน?

 

บ้านไหน แล้วทำไมเสียงเป็นแบบนั้น?

 

“แล้วนี่จูเนียร์อยู่ด้วยหรือเปล่า?

 

“ฮะ!!!

 

“ฮัลโหล”

 

“มาร์ค!

 

Shit!

 

เพียงแค่ได้ยินชื่อของอีกคน แบมแบมก็เทความสนใจไปให้ทั้งหมด ปล่อยให้เพื่อนตาตี่ คุยจ้อเรื่องรุ่นพี่รูปหล่ออยู่คนเดียว แบมแบมเห็นท่าทางของแจ็คสันที่ดูกังวลกับปลายสาย นึกอยากถามออกไปจริงๆ

 

แต่ถามไม่ได้

 

แรงเขย่าที่แขนปลุกแบมแบมให้ตื่นจากภวังค์ คนตัวเล็กรีบปรับสีหน้าหันไปยิ้มให้เพื่อน ยองแจดูงงๆกับปฏิกิริยาที่แบมแบมแสดงออกเมื่อสักครู่ แต่ดูเหมือนเขาจะไม่ได้ติดใจอะไร คนตาตี่รีบบอกให้เพื่อนไปตามนัด กลัวว่าคนที่มาจีบเพื่อนรักจะรอนาน แบมแบมบอกลาแจ็คสันและยองแจ ก่อนจะเดินไปตามโถงทางเดินเพื่อมุ่งหน้าไปหาคนที่นัดเอาไว้

 

พี่มาร์คจะเป็นอะไรหรือเปล่านะ?

 

ทุกอย่างโอเคมั้ย?

 

ไม่ได้ไม่สบายใช่หรือเปล่า?

 

เป็นห่วงจัง....

 

แบมแบมเอาแต่คิดถึงเรื่องมาร์คในทุกๆจังหวะการก้าวเดิน จนกระทั่งนึกขึ้นได้ ถึงบทสนทนาของแจ็คสันเมื่อกี้นี้

 

พี่มาร์คอยู่ที่บ้าน

 

คำว่าบ้านที่แบมแบมแน่ใจได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ว่าคือที่ไหน

 

เท้าเล็กหยุดลงตรงหน้ามอเตอร์ไซค์สีขาวคันงาม โดยที่เจ้าของรถนั่งทำหน้าบึ้งอยู่

 

“ เอ่อ...พี่ฮันบินฮะ...คือว่าผม.....”

 

 

..........

 

                เท้าคู่เล็กหยุดอยู่ที่หน้าบ้านหลังใหญ่ แบมแบมมองเข้าไปในตัวบ้าน เห็นรถสีดำคันงามที่เขารู้จักกับเจ้าของมันเป็นอย่างดี ร่างเล็กชะเง้อมองเข้าไปในตัวบ้านที่เงียบสนิท ผ้าม่านถูกปิดเอาไว้ แต่หน้าต่างกลับถูกเปิดออก แบมแบมตัดสินใจกดออดที่หน้าบ้าน

 

หนึ่งครั้ง...

 

สองครั้ง....

 

ไม่มีเสียงตอบรับ ไม่มีใครเดินออกมาจากตัวบ้าน

 

                คนตัวเล็กชั่งใจอยู่สักพัก ก่อนจะตัดสินใจเปิดประตูไม้บานเล็กเข้าไปยังตัวบ้าน แบมแบมเดินเข้าไปตามทางที่ปูเอาไว้ด้วยอิฐสีขาว ยาวเข้าไปจนถึงประตูบ้าน มือเล็กยกขึ้นเคาะลงไปที่ประตูไม้บานใหญ่สองสามครั้ง ก่อนจะกลายเป็นการทุบถี่ๆติดๆกัน  แบมแบมยืนอยู่นานพอจนอาจจะแน่ใจได้ว่าคงไม่มีใครอยู่ที่บ้าน รู้อย่างนี้ไม่น่าขอยกเลิกนัดพี่ฮันบินเลย  ขาเรียวหมุนตัวจะกลับแต่ก็ต้องชะงักเมื่อหูได้ยินเสียงบิดกลอนประตู

 

แกร็ก....

 

 

 

 

“ พี่มาร์ค!....” แบมแบมเรียกอีกคนเสียงดัง ทันทีที่กันไปพบเจ้าของบ้าน มาร์คอยู่ในสภาพที่โทรมทรุดๆ ตัวตัวสูงโปร่งสวมเพียงเสื้อยืดย้วยตัวใหญ่ กับกางเกงนอน ผมสีแดงชี้ไปมาไม่เป็นทรง หน้าตาดูเหมือนกับคนไม่ได้นอนติดกันมาหลายวัน แบมแบมขยับเข้าไปใกล้ ทว่ามาร์คกลับดึงประตูเข้าหาตัวเอง ราวกับไม่อยากให้คนตรงหน้านี้ เข้าไปหาเขา

 

“ พี่มาร์ค....” แบมแบมเรียกชื่อมาร์คเสียงเบา ดวงตากลมโตจดจ้องเพียงใบหน้าของคนที่เฝ้าคิดถึง ตาเรียวของมาร์คเลื่อนขึ้นมาสบตากับแบมแบม พร้อมกับประโยคที่เขาเองก็ไม่คิดว่าจะได้ยิน

 

 

“ ...... มาทำไม”

 

..........
 

         แบมแบมชะงักฝีเท้าที่กำลังเดินเข้าไปใกล้ หัวใจของคนตัวเล็กกระตุกวูบ ดวงตากลมโตเลื่อนขึ้นมองเสี้ยวหน้าหล่อ ดูท่าจะตกใจอยู่ไม่น้อยที่ได้ยินคำถามนี้ออกมาจากปากมาร์ค

มาร์คเห็นแบมแบมหายใจเสียงหนักจนไหล่ห่อ

 

นึกอยากจะตบปากตัวเองสักหลายๆที

 

ประโยคเมื่อกี้ พูดออกไปได้ยังไงกัน....

 

 

                เท้าคู่เล็กค่อยๆก้าวถอยหลัง แบมแบมหลุบตาต่ำ ก้มหน้ามองเพียงพื้นอิฐสีขาว สองมือบีบชายเสื้อเชิ้ตสีขาวของตัวเองเอาไว้แน่น

 

                “เอ่อคือว่า ........เราเป็นห่วง เห็นพี่มาร์คไม่ไปเรียน กลัวว่าจะไม่สบายหรือเปล่าเราก็เลยมา .... แต่ว่าถ้าพี่มาร์คไม่อยากให้เรามาเราก็จะ....” เสียงเล็กที่เริ่มสั่นเอ่ยออกมาพร้อมกับขาที่พร้อมจะเดินออกจากที่ตรงนี้  ท่าทางของแบมแบมบีบหัวใจมาร์คให้อึดอัดจนเจ็บหน่วง ขายาวก้าวออกไปคว้าข้อมือเล็กของอีกคนเอาไว้

 

 

                “ เราขอโทษ” มาร์คพูดเสียงค่อย มือข้างหนึ่งบีบข้อมือเล็กจนเกิดรอย  แบมแบมสะบัดข้อมือ หันหน้ามองไปทางอื่น น้ำตาเอ่อมาจนขอบตาร้อน

 

อย่าเป็นแบบนี้สิแบมแบม

 

                “ ......” ทุกอย่างนิ่งเงียบ แบมแบมได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้น และรู้สึกถึงจังหวะการเต้นของหัวใจมาร์คผ่านมือของเขา

 

                “ อย่าไป....” มาร์คสวมกอดแบมแบมเอาไว้จากด้านด้านหลัง ใบหน้าหล่อซบลงที่ไหล่เล็ก คนตัวโตพูดขอโทษซ้ำไปซ้ำมาข้างหูของอีกคน

 

                “ ไม่ได้หมายความแบบนั้น......หันหน้ามาคุยกันก่อน” มาร์คปล่อยกอดแล้วจับไหล่แบมแบมให้หันเข้าหาตัวเอง

 

                “ Shit!” มาร์คสบถเมื่อเผลอออกแรงใช้มือข้างที่เป็นแผล แผลสดๆเลือดยังไม่ล้าง

 

 

                “ นั่นเลือดนิ! มือไปโดนอะไรมา ทำไมเป็นแบบนี้” แบมแบมทิ้งความรู้สึกอื่นไปทั้งหมด พอเห็นเลือดที่ไหลออกจากมือของมาร์ค

 

                “ แค่แผลน่ะ ไม่เป็นไรมากหรอก” มาร์คพูดเสียงเรียบแต่คิ้วกับขมวดเขาหากัน

 

จริงๆเจ็บ แต่ไม่อยากให้แบมแบมเป็นห่วง

 

                “ เกิดอะไรขึ้นพี่มาร์ค ทำไมเป็นแบบนี้....” แบมแบมถามเสียงอ่อน มือเล็กทั้งสองข้างยื่นออกไปกุมมือที่เต็มไปด้วยเลือดของมาร์คเอาไว้

 

                “ .......” มาร์คได้แต่ก้มหน้า เงียบ ไม่พูดอะไรออกมา

 

                แบมแบมถอนหายใจเสียงดัง ดวงตาจดจ้องอยู่เพียงมือของอีกคน…..

 

 

 

...........

 

 

                แบมแบมเดินตามมาร์คขึ้นมาบนห้องนอน ทันทีที่ถึงเตียง ร่างสูงก็ทิ้งตัวนั่งลงอย่างหมดแรง

เหนื่อยด้วย เจ็บแผลด้วย ที่สำคัญ เมาด้วยนิดหน่อย นั่นอาจเป็นเหตุผล ทำให้เลือดไม่หยุดไหลสักที เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์  คนตัวเล็กกวาดสายตามองไปทั่วห้อง ไฟสีส้มสลัวที่มาร์คเปิดเอาไว้แค่ที่หัวเตียง ทำให้มองอะไรไม่ชัดเท่าที่ควร สายตาของแบมแบมไปสะดุดกับแก้วที่แตกและขวดเหล้าราคาแพงวางอยู่ใกล้กัน ทำให้เดาอะไรได้ไม่ยาก คนตัวเล็กหันมามองอีกคนด้วยสายตาดุๆ มาร์คหลบตาหนีคงเหมือนเด็กที่กำลังจะโดนผู้ปกครองดุ  ในใจคิดว่าแบมแบมต้องบ่นแน่ๆ ต้องต่อว่าเขาแน่ๆที่ทำตัวแบบนี้

 

                แต่ว่าผิดคาด แบมแบมหย่อนตัวลงนั่งข้างๆมาร์ค หยิบเอากล่องยาที่วางอยู่ข้างหัวเตียงมาทำแผลให้

แบมแบมค่อยๆใช้สำลีซับเลือดออกอย่างเบามือ

 

                “ มือเค้าทำผิดอะไร ถึงได้ทำร้ายจนเค้าเป็นแผลแบบนี้” แบมแบมว่า

 

                “ .......”

 

                “ เจ็บมั้ยคุณมือ เราขอโทษแทนพี่มาร์คด้วยนะ ที่ไม่ถนอมคุณมือเลย”

 

                แบมแบมเช็ดแผล ล้างแผล ทำแผลให้มาร์คอย่างเบามือ ไม่มีคำพูดอื่นใดเอ่ยออกมาอีก  แบมแบมเพียงแค่ก้มหน้าก้มตา ทำหน้าที่เป็นพยาบาลจำเป็นให้มาร์ค จนกระทั่งทุกอย่างเรียบร้อย

 

                “ ขอบคุณนะ” มาร์คพูด แบมแบมพยักหน้าน้อยๆ ก่อนจะหันไปเก็บยาลงไปในกล่องเหมือนเดิม

 

                “ เบื่อมั้ยต้องคอยดูแลเราตลอดเลย”  มาร์คถามเสียงค่อย แบมแบมยกยิ้มอ่อน แล้วส่ายหน้าเบาๆ

 

                “ เรานี่มันแย่เนอะ สัญญาอะไรไว้ก็ทำไม่ได้สักอย่าง”  เสียงทุ้มเอ่ยออกมาอย่างรู้สึกผิด ยิ่งพอเห็นหน้าแบมแบมก็ยิ่งรู้สึกผิด

 

 

                “ ....” แบมแบมเงียบ ไม่ตอบโต้ด้วยคำพูด ใช้เพียงสายตาส่งกลับไปให้

 

                “ แย่จริงๆ” มาร์คพูดออกมาในทันที ที่แบมแบมเลื่อนสายตาขึ้นมามอง เขารู้ได้เลย จากดวงตาคู่สวยนั้น มันกำลังต่อว่าเขาอยู่ และนั่น ทำให้เขาเจ็บยิ่งกว่าคำพูดอีก

 

                “ ใช่ แย่จริงๆ” แบมแบมย้ำคำ ก่อนจะเลื่อนมือไปจัดการกับผ้าพันแผลที่ยังไม่เข้าที่ ให้เรียบร้อย ดวงตาคู่สวยเลื่อนมาสบกับตาเรียวอีกครั้ง

 

                “....” มาร์คนิ่งเงียบ ฟังในสิ่งที่อีกคนพูด  พูดมันออกมาด้วยสายตา

 

                “ ถามจริงๆนะ ที่เรื่องมันเป็นแบบนี้ เคยรู้สึกโกรธเราบ้างมั้ย?

 

                “โกรธสิ ....”

 

                “ แล้วเคยคิดอยากเลิกรักเราบ้างมั้ย”

 

                “ คิด ....

 

                หลายครั้งด้วย” คำตอบของแบมแบม ทำเอามาร์คชะงักไปเลย  คำว่า คิด ของร่างบางเมื่อกี้ ทำเขาหัวใจเกือบหยุดเต้น

 

                “ ........” มาร์คก้มหน้าลงมองตักตัวเอง มืออีกข้างยื่นออกไปจับกับมือของแบมแบมเอาไว้

แบมแบมอมยิ้มก่อนจะพูดต่อ

 

                “แต่ว่าทำไม่ได้สักที ก็เลยเลิกคิด” จบประโยคมาร์คถึงกับเงยหน้าขึ้นมายิ้มกว้าง มาร์คดึงแบมเข้ามากอด

 

กอดเอาไว้แน่น แน่นจนแน่ใจว่าแบมแบมจะไม่หายไปไหน

 

                “ จากวันนี้ไป ห้ามนายคิดที่จะเลิกรักเราอีกเด็ดขาด.........เข้าใจมั้ย”  ใบหน้าหล่อ ซบลงที่ซอกคอของอีกคน เสียงทุ้มพูดอู้อี้อยู่ข้างหูของแบมแบม น้ำเสียงกึ่งเด็ดขาดกึ่งขอร้องนั้นทำให้แบมแบมอดจะยิ้มออกมาไม่ได้

 

มือเล็กยกขึ้นมาตบเบาๆที่ไหล่กว้าง ก่อนจะพูดต่อ

 

                “ แล้วทำไมเราจะเลิกคิดไม่ได้ ทีพี่มาร์คยังไปรักคนอื่นได้เลย” แบมแบมพูดเสียงเรียบ มาร์คถอนหายใจออกมารดต้นคอของแบมแบม ก่อนจะปล่อยกอดตัวเองและหันมาสบตากับอีกคนตรงๆ

 

                “ ไม่มีคนอื่น คนไหนอีกแล้ว ....”

 

                “ตอนนี้ .......” มาร์คยื่นมือออกไปจับมือของแบมแบมขึ้นมาทาบอก

                .

                .

                “ ตรงนี้...”

                .

                .

                “ หัวใจดวงนี้.....มีแค่นาย.....

                .

                มีเพียงแค่นายอยู่คนเดียวมาตลอด......”  แววตาที่จริงจังของมาร์คส่งผ่านให้แบมแบมพร้อมคำพูด

 

หัวใจของแบมแบมเต้นแรง และเร็ว เพราะเขารับรู้ได้ว่าคำพูดนั้น ไม่โกหก ....

 

                “ อยู่กับเรานะ สัญญาว่าจะทำให้ดีที่สุด” คำพูดของมาร์คเหมือนเวทมนต์ที่สะกดให้แบมแบมหยุดนิ่ง ตกเข้าไปอยู่ในภวังค์รักของมาร์ค  ภวังค์ที่ลึก ลึกจนไม่สามารถปีนขึ้นมาได้ มาร์คกัดริมฝีปากของตัวเองเบาๆ ก่อนจะโน้มตัวเข้ามาใกล้แบมแบมมากขึ้น ยิ่งเขาโน้มตัวเข้ามาใกล้เท่าไหร่หัวใจของเขายิ่งเต้นแรงมาก หัวใจของแบมแบมเองก็เช่นกัน  ดวงตาของทั้งคู่ประสานกันภายใต้แสงสีส้มอ่อนจากโคมไฟที่หัวเตียง  สายตาของมาร์คที่จดจ้องมองกันและกันไม่ห่างไม่วางตาเริ่มทำให้แบมแบมรู้สึกเขินอายและตื่นเต้นในคราวเดียวกัน แบมแบมจะเบือนหน้าหนีแต่ก็ไม่สามารถทำแบบนั้นได้เมื่อมาร์คโน้มศีรษะเข้าไปใกล้ ใกล้จนปลายจมูกชนกัน  ก่อนที่มาร์คจะประทับริมฝีปากหยัก ลงบนริมฝีปากอ่อนนุ่มของอีกคน แผ่วเบา

 

                จูบแรกที่เกิดจากความรักของหัวใจทั้งสองดวง

 

                ริมฝีปากหนาผละออกมาจากริมฝีปากบาง ก่อนที่ย้ำจูบลงไปอีกครั้ง และครั้งนี้คือการจูบที่ไม่ใช่เพียงริมฝีปากสัมผัสริมฝีปาก  มาร์คเป็นฝ่ายขออนุญาตที่จะทำให้จูบนี้มันลึกซึ้งขึ้นไปอีกขั้น ด้วยการใช้ปลายลิ้นค่อยๆดุนดันเข้าไปเก็บเกี่ยวเอาความหอมหวานจากแบมแบม แม้ปฏิกิริยาตอบกลับจากอีกคนจะดูเก้ๆ กังๆ ไม่ประสา แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้จูบแรกของทั้งคู่นั้น มันด้อยค่าไปเลย  สองคนแลกจูบกันอยู่อย่างนั้นเนิ่นนาน จนกระทั่งแบมแบมทนไม่ไหว อยากขอพื้นที่เพื่อหายใจ มือเล็กที่กำเสื้อยืดของอีกคนอยู่ ออกแรงเขย่าน้อยๆเพื่อบอกให้มาร์ครู้ และถึงแม้ว่ามาร์คไม่อยากหยุดจูบแต่ก็คงต้องหยุดก่อน ไม่อย่างนั้น แบมแบมคงได้เป็นลมคาอกเขาแน่ๆ มาร์คค่อยๆผละจูบ ตาเรียวค่อยๆเปิดตาขึ้นมองดวงหน้าสวยที่กำลังหลับตาปี๋

 

เพราะความเขินอาย

 

                “นายคือนางฟ้า.... เป็นนางฟ้าตัวน้อยๆ” คนตัวสูงก้มลงไปกระซิบแผ่วเบาที่ข้างหูของอีกคน ลมหายใจที่เป่ารดต้นคอทำเอาแบมแบมคนลุกซู่

 

 

 

                “เรารักนายนะ ….. รักมากจริงๆ” มาร์คเลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้แบมแบม ให้สายตาของเขาได้จ้องมองใบหน้าสวยนี้อย่างเต็มตา แบมแบมจ้องมองมาร์คด้วยหัวใจที่เต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ คนตัวเล็กสูดหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ ก่อนจะเอื้อยเอ่ยคำพูดออกมา

 

 

                “ อย่าทิ้งเราไปอีกนะ  ……อย่าทิ้งเราเอาไว้คนเดียวอีก…. มันเหงามากเลยนะรู้มั้ย” เสียงหวานที่สั่นเครือ คำพูดที่พูดออกมาจากหัวใจที่เต็มไปด้วยความรัก ความรักที่มีให้เพียงแต่มาร์ค คนหน้าสวยยิ้มทั้งน้ำตา คงจะเป็นน้ำตาที่รื้นมาด้วยความดีใจ ดีใจที่รู้ว่ามาร์คไม่เคยเปลี่ยนใจไปจากเขา

 

 

“มันจะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนั้นอีกแล้ว เราสัญญา” มาร์คดึงแบมแบมเข้ามากอดเอาไว้ กอดเอาไว้แน่น

มันเหมือนความฝัน ที่เขาได้โอบกอดร่างเล็กนี้เอาไว้

 

ได้กอดอย่างเต็มกอด

 

ได้จูบอย่างเต็มจูบ

 

ได้รัก....อย่างเต็มรัก......

 

                ไม่มีคำพูดอื่นใจหลุดออกมาอีก มีเพียงเสียงหัวใจสองดวง ที่ดังตึกตักคล้ายกับว่ามันจะหลุดออกมาข้างนอกร่าง มาร์คโน้มตัวแบมแบมลงที่เตียงนอน  ตามด้วยจูบที่ประทับทาบลงไปพร้อมๆกัน  มันเนิ่นนานแบบนั้นอยู่สักพัก แบมแบมตัวน้อยผู้ไม่ประสา ยกมือขึ้นขยุ้มเสื้อยืดตัวใหญ่ของมาร์คเพื่อขออากาศ คนผมสีแดงยอมปล่อยจูบแต่ส่วนอื่นในตอนนี้ คงจะปล่อยไปไม่ได้ มาร์คค่อยๆลากริมฝีปากลงไปยังซอกคอของคนตัวเล็ก จมูกโด่งสูดเอากลิ่นความหอมหวนเข้าไปเต็มปอด ร่างกายของแบมแบมสั่นไหวไปด้วยความเขินอายแต่ก็มาไกลเกินกว่าจะปฏิเสธ

               

พี่มาร์คในตอนนี้ พี่มาร์คที่อยู่ตรงหน้าเราตอนนี้ คือพี่มาร์คของเราจริงๆ ไม่ใช่พี่มาร์คของคนอื่น

 

                มาร์คปฏิบัติต่อแบมแบมด้วยความอ่อนโยนและสุภาพ หากเปรียบกับบทเพลง คงเป็นบทเพลงรักที่แสนโรแมนติก มันหอมหวานและอุ่นละมุน อากาศหนาวเย็นไม่มีผลกับคนทั้งคู่แล้วในตอนนี้ เมื่อผิวกายที่ไร้อาภรณ์ต่างให้ความอบอุ่นแก่กันและกัน  มอบความรักให้แก่กันและกัน ราวกับบทเพลงแสนไพเราะที่เล่นซ้ำไปซ้ำมาไม่รู้จบ

 

.........

 

 

♥     Mark’s Part 

 

ผมลืมตาตื่นขึ้นมารับรู้ได้เลยว่า วันนี้คงเป็นวันที่ผมมีความสุขที่สุดในโลก ผมค่อยๆขยี้ตา เห็นแบมแบมนั่งมองผมอยู่ คงจะตื่นนานแล้วสินะ มือเล็กๆนั้นจับผ้าห่มเอาไว้แน่น

 

                “ shit..” ผมสบถเบาๆเผลอเอามือที่เป็นแผลขึ้นมาขยี้ตา แบมแบมทำตาโต คำว่าเป็นห่วงเขียนอยู่บนหน้าเขา ผมอ่านออกได้ในทันที

 

                “ พี่มาร์คเจ็บมากมั้ย?” เขาถามผมด้วยน้ำเสียงแสนอ่อนโยน เสียงหวานๆของเขาทำให้หัวใจของผมหวั่นไหว และไหวหวั่น แก้มที่ขึ้นสีแดงหน่อยๆนั่น อยากจะฝังจูบลงไปสักหลายๆครั้ง

คนตัวเล็กของผมดูท่าทางกังวลกับแผลบนมือผมซึ่งจริงๆแล้วไม่ได้รู้สึกเจ็บอะไรมากขนาดนั้น

.

.

.

โกหก จริงๆก็เจ็บครับ แต่ความรู้สึกสุข มันกลบความรู้สึกอื่นไปหมดแล้ว

 

ผมส่ายหน้าให้แทนการตอบ แบมแบมอมยิ้ม ใบหน้าน่ารักนั้นดูเขินอาย ผมดูออกว่าเขาไม่กล้าสบตากับผม

 

“ เราไม่เจ็บหรอก แต่แบมล่ะ เจ็บมั้ย?” ผมถามออกไป รู้ฮะว่ามันเป็นคำถามที่ดูน่าอาย แต่ผมก็ยังอยากถาม

อยากเห็นปฏิกิริยาของเขา

 

 

แบมแบมหลุบตาต่ำ ก้มหน้ามองเพียงผ้าห่มผืนหนา ผืนเดียวที่เราใช้ห่มด้วยกันเมื่อคืน

พวงแก้มใสขึ้นสีแดงอย่างน่ารัก ผมรู้ว่าตอนนี้เขาคงจะเขินมาก

 

และผมจะไม่โกหก ว่าผมเองก็เขินเหมือนกัน

 

ผมมองดวงหน้าสวยที่กำลังทำหน้าไม่ถูก

 

น่ารักชะมัด ///

 

แบมแบมยังคงนั่งก้มหน้า ไม่ยอมเงยขึ้นมาสบตากับผม เขาขยับตัวและในจังหวะเดียวกันนั้นผ้าห่มที่เขาดึงขึ้นมาห่อตัวไว้มันร่นลง 

 

สายตาของผมมองสำรวจ ร่องรอยที่ตัวเองทำไว้เมื่อคืน

.

หนึ่งรอย...

 

สองรอย...

 

สามรอย....

 

                แบมแบมคงรู้สึกได้ ถึงสายตาของผมที่กำลังละลาบละล้วง มองร่างกายของเขา ไหล่เล็กห่อตัวก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดไหล่ตัวเองเอาไว้จนมิด ทำให้ผมต้องเลื่อนสายตามามองหน้าเขาแทน

 

มีความสุขจัง

เสียงในใจของผมตะโกนออกมาเป็นร้อยๆครั้ง และผมแน่ใจ ว่ามันจะยังคงตะโกนแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ตราบใดที่ คนตรงหน้านี้ ยังอยู่กับผม

 

คนคนหนึ่งจะรักใครอีกคนได้มากมายสักแค่ไหน

 

ไม่รู้สิ ผมไม่รู้เลย

 

รู้เพียงแต่ว่า พออยู่กับแบมแบมแล้ว นิยาม บทกวี ถ้อยคำสวยงามเหล่านั้น กลับไม่มีความหมายอะไรเลย

 

เขาทำให้ผมตกหลุมรักเขาซ้ำๆอยู่อย่างนั้น

 

ตกหลุมรักดวงตาคู่สวยนั้น

 

ตกหลุมรักรอยยิ้มที่อบอุ่นนั้น

 

ทุกๆอย่างที่รวมเป็นเขา ผมตกหลุมรักมันทั้งหมดนั่น

 

ผมรักเขา โดยที่ไม่มีข้อแม้อะไรเลย

 

 

ผมขยับตัวเข้าไปใกล้กับแบมแบมคนตัวเล็กของผมขยับหนี แต่ผมเดาว่าเขาคงรู้ดี ว่าหนีไปไหนไม่ได้หรอก

 

ผมก้มลงไปจูบที่แก้มของเขา

 

แผ่วเบา,,,

 

เราสบตากันอยู่พักหนึ่ง

 

ผมยิ้มออกมาเพราะแบมแบมเองก็ยิ้ม

 

คงจะพูดได้ว่า มันเป็นรอยยิ้มที่มากมายไปด้วยความรู้สึก

 

แบมแบมทำท่าลังเลอยู่สักพัก ก่อนที่เขาจะโน้มใบหน้าผมลงไปใกล้ แล้วจูบแผ่วเบาที่แก้มข้างขวาของผม

 

วินาทีนั้น ผมรับรู้ได้ทันทีว่า หัวใจของเขาเต้นแรงมากผ่านมือคู่สวยที่สัมผัสใบหน้าผมเมื่อสักครู่

 

ผมดึงเขาเข้ามากอด เพื่ออยากให้รู้ ว่าหัวใจของผม ก็เต้นแรงไม่แพ้กันเลย

 

ผมรักเขา

 

รักแบมแบม

 

เมื่อก่อนที่คิดว่ารักมากแล้ว วันนี้เพิ่งจะรู้ว่ารักมากกว่าที่เคยคิดเอาไว้มากขนาดไหน

 

รักมากจริงๆ,,,

 

พอมาคิดทบทวนดูแล้ว ที่ผ่านมา ผมอาจจะรักแค่เขาคนเดียวมาตลอด รักโดยที่ไม่ต้องพยายามรัก

รักด้วยหัวใจทั้งหมด

 

รักเสมอมา

 

ความรู้สึกอื่นใดที่เคยรู้สึกไปนั้น บางทีมันอาจจะไม่ใช่ความรัก

 

ผมเพิ่งเข้าใจ

 

เพราะวิธีที่ผมรู้สึกกับแบมแบมนั้น ผมไม่เคยรู้สึกกับใครมาก่อน

 

ไม่มี.....

 

ไม่มีเลยสักคน.....

 

.........




#TBC.


_____________________________________________________________________________
 

    " แด่หัวใจทุกดวงที่ถูกหล่อหลอมขึ้นมาด้วยความรัก "

** ขอให้มีความสุขกับการอ่านค่ะ **

_____________________________________________________________________________




รักคนอ่าน.
#ฟิคทำนองรัก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 44 ครั้ง

4,351 ความคิดเห็น

  1. #4335 MarkBam1n1a (@Notetoaki) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 มกราคม 2562 / 16:40
    จินยองบอกเลิก มาร์คเฮิท แต่พอน้องมาหากลับบอกรักน้องหมดทั้งใจ ขอนุยาด งง ได้ไหมคะ
    #4335
    0
  2. #4308 LittleOrc (@LittleOrc) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2561 / 00:20
    มาร์คเห็นแก่ตัวที่สุดเลย แบมก็ใจร้ายมากอ่ะ สงสารจูจู ฮืออออ
    #4308
    0
  3. #4263 Zevaaa (@SSSieam) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2560 / 23:50
    อ่านตอนนี้จบ ถอนหายใจหนึ่งกระเปาะคงต้องมีไรต่ออีก เฮ้ออออ
    #4263
    0
  4. #4226 anMarkBambamGOT7 (@anMarkBambamGOT7) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2560 / 08:12
    อ้าว สรุปคนที่เสียใจมากเป็นจินยอง มาร์คมีแต่ได้กับได้อะ
    #4226
    0
  5. #4096 Moko87 (@mokomoko87) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2559 / 21:26
    ที่มาร์ครับรักจูเนียร์คงเพราะคิดว่าแบมแบมทิ้งมาร์คไปแล้ว ตอนจูเนียร์บอกเลิกก็คงเสียใจมากจริงๆ เพราะเหมือนต้องเสียคนที่รักไปอีกแล้ว แต่พอมาร์คกลับมาเจอแบมแล้วรู้ว่าแบมไม่ได้ทิ้งและยังรักมาร์คอยู่ ความรักที่เก็บไว้ในส่วนลึกในใจก็เลยกลับมาชัดเจนอีกครั้งนึง เฮ้ออออออ สงสารจูเนียร์ด้วย
    #4096
    0
  6. #4032 SIWANAT_5566 (@SIWANAT_5566) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 20:03
    #บีแบม ไม่ได้หรอ บีไออ่ะบีไอ ฮืออออ
    #4032
    0
  7. #3934 BamG97_ (@sasikanr_) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2559 / 21:10
    อ่านตอนนี่มาร์คมันดีนะ แต่!คือยังไงปัญหายังไม่จบเลยแบบอ่านไม่สุขเต้มที่ เนียร์ล่ะแจ็คด้วยไม่โกรธตายเลยหรอ เจบีที่ว่ารุ้เรื่องที่เนียร์พึดมายังไง?แล้วบีไอชอบแบมหรือยังไง เอ้อองงติดตามม
    #3934
    0
  8. #3818 อัลฟินด์ (@alfhind) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2559 / 23:05
    มาร์ค ... เนียร์ล่ะ ทำไมทำกับแบมแบบนั้น ;-; แล้วตัวเองยังเสียใจเรื่องเนียร์อยู่แท้ๆ มาร์คเอ้ย คนบ้า ทำไมเป็นคนแบบนี้ ??
    #3818
    0
  9. #3779 BAMmiie (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 เมษายน 2559 / 10:34
    ทำไมเราแอบหน่วงอะ เหมือนมาร์คยังคงเสียใจเรื่องเนียร์ ตอนถามว่ามาทำไม เราหน่วงจริงๆอะ ควรให้เวลามาร์ค เฮอ แล้วฮันบินเค้าล่ะ
    #3779
    0
  10. #3692 natnichayui007 (@natnichayui007) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2559 / 17:11
    คือแบบเข้าใจตัวละครทุกตัวเลยอ่ะ จะเกลียดมาร์คก็เกลียดไม่ลง เพราะมุมของมาร์คก็ชัดเจน เฮ้อออออ เหนื่อยใจจริงๆ
    #3692
    0
  11. #3640 Naparat Surinta (@haada) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:48
    ภาษาสวยมาก ขอบคุณไรต์นะคะที่เขียาฟิคดีๆให้เราอ่าน เขารักกันแล้วเย้ๆ
    #3640
    0
  12. #3440 MBKY; (@withmbky) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 4 มกราคม 2559 / 23:35
    ถึลตอนนี้จะรู้สึกว่ามันไม่ใช่ก็ตาม แง้ม ถึงมาร์คเลิกกับเนียร์เราก็ยังรู้สึกผิดอยู่เลยอะ แต่พออ่านพาร์ทมาร์ค มาร์คก็มีความจริงใจต่อแบมเหมือนกันนะ คิดหนักึโอ้ย เฮ้อ
    แล้วหวังแจ็คสันจะว่าไง ไหนจะฮันบินที่เราเชียร์อีก5555
    #3440
    0
  13. #3399 chana-k (@chana-k) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2558 / 21:11
    ในที่สุดเค้าก็รักกันนนน อ่านตอนนี้แล้วมันตื้นตันใจมากค่ะไรท์ บรรยายเยี่ยมมาก อินกับเรื่องได้ง่ายมากๆเลย -/////-
    #3399
    0
  14. #3379 opel_zuza (@marang-zangkoong) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2558 / 11:11
    หมดคำจะบรรยายจริงๆค่ะ ถ้าไรต์จะแต่งออกมาดีขนาดนี้ ทุกๆอารมณ์และความรู้สึกออกมาชัดเจนในระบบFull HDที่สุดดดดดดดดด
    เขินว่ะค่ะะะะะะะ >////////<
    #3379
    0
  15. #3348 Wang-GaGa (@wang-j28) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2558 / 03:11
    หวานซึ้งจัง อ่านแล้วก็พอมีความสุข แต่รู้สึกหน่วงๆ เหมือนพร้อมจะมีดราม่าซัดเข้ามาลูกใหญ่ยังไงไม่รู้อ่าาา โอ๊ยยย อิน
    #3348
    0
  16. #3036 Wonny (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2558 / 17:33
    พอถึงบทหวานไรท์ก็เขียนออกมาได้ดีโดยไม่ขาดตกบกพร่องเลยทีเดียวไม่ว่าจะอ่านไปแล้วกี่ครั้งก็ยังรู้สึกเขิลไปด้วยทุกครั้งยิ่งตอนที่บอกมาร์คเขิลจนต้องซบหน้าลงกับหมอน อ่านแล้วยิ้มไปเขิลไปด้วยเหมือนว่าตัวเองไปยืนดูในเหตุการณ์เลย
    #3036
    0
  17. #2566 ENED (@ENED) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2558 / 11:42
    ฮันบินแบมได้ไหมไรท์ เปลี่ยนพระเอกดีไหม (เปล่านะ เราแค่ลองถามดูเฉยๆ คิคิ)
    #2566
    0
  18. #1881 Chibamie (@parpaa) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2558 / 23:17
    อบอุ่นนนนนนนนนนน >///< น่ารักมากอ่าาาา และก็ได้เป็นคนรักเต็มตัววแล้ววว ^^
    #1881
    0
  19. #1844 mossgg (@mossgg) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2558 / 21:58
    ทำไมเราอ่านแล้วรู้สึกสงสารเนียร์จัง แต่เราก็อยากให้มาร์คกับแบมคู่กันนะ แต่มันรู้สึกเจ็บแทนเนียร์อ่ะมาร์คยังมีแบม แต่เนียร์ไม่มีใครเลย เอ๊ะหรือมีเจบี? มาร์คยังเจ็บก็จริงแต่มาร์คก็มีความสุข มันไม่แฟร์กับเนียร์เลย เราอินมากกกกก 555 พี่มาร์ตจะรู้ไหมว่าคืนนั้นได้ฟันแบมไปแล้ว และนี่ไม่ใช่ครั้งแรก
    #1844
    0
  20. #1806 wonder drean (@rungbuab) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2558 / 11:09
    งือๆๆๆ แบมแบมมีความสุขใช่ไม๊
    #1806
    0
  21. #1604 markhongki (@pangusana12) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 15 เมษายน 2558 / 17:34
    แล้วพี่มาร์คจะรู้ไหมอะว่าคืนนั้นเป็นแบมแบม
    #1604
    0
  22. #1417 Luna-bn (@imaginebn03) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2558 / 13:57
    ก็มาร์คนั่นเเหละ คนแรกของแบม...
    #1417
    0
  23. #1405 LYMB (@lifely021991) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2558 / 21:29
    งื้อออออออออ  โรแมนติกมากกกกกกกกกกกกก
    #1405
    0
  24. #1401 nonglinlin (@nonglinlin) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2558 / 10:02
    ฮันบินหมดสิทธิ์แล้วว เป็นแค่พี่ชายก็ได้นะฮันบินน แล้วจินยองอ่า จะเสียใจขนาดไหน TT
    #1401
    0
  25. #1379 Stop (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2558 / 12:51
    ทำไมถึงโรแมนติกได้ขนาดนี้อ่ะ คือเหมือนกับมันถูกกลั่นกรองมาเป็นอย่างดี อิจฉาความรักของคนทั้งคู่จังเลย

    มั่นคงในรักที่มีให้กันมานานแสนนาน ขอบคุณไรท์นะที่ทำให้เรารู้สึกถึงความรัก
    #1379
    0