- I will always love you -[GOT7 MarkBam]

ตอนที่ 2 : ♬ - The Melodies - ♬

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,564
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 60 ครั้ง
    8 ธ.ค. 59

              



 

- Here comes the sun and I say 'It's Alright' -

 

                แสงแดดอ่อนๆลอดผ่านเข้ามาในหน้าต่างห้องนอนของใครบางคน พร้อมกับเสียงของนกกระจิบที่ฟังคล้ายกับเสียงเพลงจากกล่องดนตรี คนในผ้าห่มค่อยๆพาตัวเองลุกขึ้นนั่ง เขาเอนหลังพิงที่หัวเตียง เจ้าของร่างบอบช้ำยังไม่วายคิดถึงเรื่องเลวร้ายที่เกิดขึ้น แม้จะพยายามคิดว่ามันไม่ใช่ความจริงเขาเองแค่ฝันไป แต่ร่องรอยบนร่างกายก็เหมือนคอยจะย้ำเตือนเสมอว่ามันไม่ใช่แค่ฝัน สิ่งที่เกิดขึ้นมันคือเรื่องจริง

                ร่างเล็กยังคงนั่งหลับตาใช้เวลากับความเงียบอยู่ภายในห้อง คล้ายกับพยายามเรียกสติของตนเองให้กลับมา

                ‘BamBam Are you up?’ สียงของคุณแม่เจนเอ่ยเรียกคนตัวเล็กอยู่ข้างนอก

                ‘Yes Mother Jane’ เสียงหวานขานรับเบาๆ

                สาเหตุที่การสนทนาของพวกเขาเป็นภาษาอังกฤษ เนื่องจากโบสถ์เก่าแก่นี้ตกอยู่ในความดูแลของบาทหลวงเดวิดมาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษ เดิมทีเป็นแค่โบสถ์แต่คุณพ่อของคุณบาทหลวงเดวิดจัดการขยายและก่อตั้งเป็นโรงเรียนสอนภาอังกฤษให้กับชาวคริสต์เกาหลีที่ไม่มีโอกาสเรียนหนังสือ ทำให้แบมแบมเองสามารถสื่อสารได้สองภาษาอย่างคล่องแคล่ว และแน่นอนจากสภาพแวดล้อม ภาษาอังกฤษคือภาษาที่เขาถนัดที่สุด

                แบมแบมหยิบนาฬิกาที่หัวเตียงขึ้นมาดู ก่อนจะลุกออกจากเตียงเพื่อจัดการกับร่างกายตัวเอง ใช่แล้ววันนี้เป็นวันแรกของการเป็นนักศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัยของเขา วันที่พ่อแม่และครอบครัวของใครหลายคนคงกำลังดีใจที่ลูกหลานได้สวมใส่ชุดที่มีเกียรติ และเติบโตมาในเส้นทางที่สวยงามอีกก้าวหนึ่ง

                เสียงระฆังในโบสถ์ดังขึ้น แบมแบมเดินออกมาจากประตูศักดิ์สิทธิ์นั้นหลังจากเสร็จพิธีสวดมนต์ยามเช้ากับบาทหลวงและเหล่าแม่ชีในโบสถ์

                “แบมแบม เดี๋ยวจ้ะ”คุณแม่เจนร้องทักพลางเดินนำบางสิ่งยื่นให้กับคนตรงหน้า

                “ให้แบมเหรอครับ ?” เด็กหนุ่มถามหน้าฉงน

                “ใช่จ้ะ สร้อยเส้นนี้คุณแม่ฝากเอาไว้ให้เธอ และฉันคิดว่ามันคงถึงเวลาที่เธอควรจะสวมมัน อย่างน้อยเพื่อที่เธอจะได้รู้ว่าคุณแม่มีลูกชายที่น่าภูมิใจแค่ไหน” เธอพูดและยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน “มาจ้ะ คุณแม่เจนจะใส่ให้นะ”

ร่างบางค่อยๆย่อตัวลงให้ระดับความสูงลดลงมาเพื่อให้คนตรงหน้าจัดการสวมสร้อยให้เขาได้อย่างสะดวก

                “ขอบคุณมากครับ”แบมแบมกล่าวขอบคุณอย่างจริงใจ ริมฝีปากอิ่มวาดยิ้มเป็นการตอบแทน  นางเจนมองดูรอยยิ้มของแบมแบมด้วยแววตาอ่อนโยน

ยังคงเป็นรอยยิ้มเดิมของเด็กชายวัย 5 ขวบในตอนนั้น  และมันยังคงเป็นรอยยิ้มที่สวยงามและบริสุทธิ์ไม่เปลี่ยนแปลง

 

.........

 

                หลังจากใช้เวลาบนรถประจำทางไปพอสมควร ร่างบางก็มาถึงจุดหมายปลายทางสักที  มหาวิทยาลัย Korean Art University เป็นมหาวิทยาลัยทางด้านศาสตร์และศิลป์ที่ดีที่สุดในประเทศเกาหลีใต้ แบมแบมเข้าเรียนที่นี่ในสาขาการดนตรี เอกการขับร้อง หนุ่มน้อยน่ารักคนนี้มีน้ำเสียงที่ไพเราะจับใจมาก และเหตุผลที่วันนี้แบมแบมไม่ได้ไปรวมตัวกับเด็กปีหนึ่งคนอื่นๆทั้งที่เป็นวันแรกของการเป็นนักศึกษา นั่นก็เป็นเพราะว่าเขาสอบเข้าเรียนที่นี่ได้ในคะแนนอันดับหนึ่ง จึงถูกเลือกให้ทำการแสดงเปิดงานปฐมนิเทศรวมกับรุ่นพี่นักศึกษาวิชาดนตรี และแม้ว่าแบมแบมจะใหม่กับการเป็นนักเรียน แต่เชื่อเถอะว่าฝีไม้ลายมือการเล่นดนตรีของเขา ไม่เป็นสองรองใครแน่ๆ อาจพูดได้ว่าเขาเป็นอัจฉริยะทางด้านดนตรี เพราะตั้งแต่เล็กๆเด็กคนนี้เคยบอกกับผู้อุปถัมภ์ว่า การอ่านโน้ตเพลงนั้น ง่ายกว่าการอ่านหนังสือเสียอีก

 

                การมาถึงของเขาสร้างบรรยากาศประหลาดให้เหล่ารุ่นพี่ในห้องประชุมไม่น้อย บ้างยินดีต้อนรับ บ้างซุบซิบนินทา ก็แหงล่ะสิ นายเป็นเด็กที่ไหนก็ไม่รู้ อยู่ดีๆได้ขึ้นเวทีเปิดงานใหญ่ของมหาวิทยาลัยระดับประเทศตั้งแต่วันแรกที่เปิดเรียนขนาดนี้

                ทันทีที่คนตัวเล็กย่างก้าวเข้ามาในห้อง คนหลายกลุ่มพยายามเข้ามาถามไถ่ เข้ามาอยากทำความรู้จัก ทั้งในแง่ดีและไม่ดี แบมแบมไม่ได้ทักทายทุกคนเสียทีเดียวแต่เขาก็ไม่ลืมที่จะยิ้มให้ทุกๆคนอย่างเท่ากัน   ขาเรียวเดินตรงไปหาเปียโนหลังงามที่ตั้งอยู่กลางห้อง ริมฝีปากนิ่มระบายยิ้มอ่อนๆให้กับเครื่องดนตรีที่อยู่ตรงหน้า ราวกับว่าทั้งคู่เป็นเพื่อนที่รู้จักกันมาหลายปี มือเรียวค่อยๆวางลงบนบันไดเสียง เขาค่อยๆไต่โน้ตจากต่ำไปสูง สูงลงมาต่ำซ้ำๆอย่างนั้น ดูผิวเผินก็เหมือนกับว่านี่เป็นการไล่ระดับเสียงธรรมดาๆแต่ทว่าเมื่อรวมกับคนที่กำลังกดเล่นอยู่ กลับดูมีแรงดึงดูดอย่างน่าประหลาด

                “วันนี้แกกับฉัน เรามาทำให้ทุกคนมีความสุขไปด้วยกันนะ” ร่างบางพูดเบาๆกับเจ้าเปียโนยักษ์

                เสียงเพลงเริ่มบรรเลงขึ้นในช่วงต้นของบทเพลงหนึ่ง เป็นโน้ตเพลงที่ฟังสบายคล้ายกับผู้เล่นต้องการจะปรับสภาวะจิตใจของตนเองให้คลายความตื่นเต้น แต่ทว่าเมื่อเล่นไปสักพักกลับมีเสียงจังหวะประหลาดที่ฟังดูไม่เข้ากับบทเพลงที่กำลังร่ายบรรเลงดังขึ้นมา ทำให้ผู้เล่นต้องหยุดหันไปทางต้นเสียงนั้น

                “ไงนาย เด็กใหม่ที่จะขึ้นร้องเพลงเปิดงานวันนี้ใช่มะ” น้ำเสียงเชิงกวนอารมณ์ของชายหนุ่มผมสีดำขลับเอ่ยถามคนตัวเล็กตรงหน้า

                “ครับ ...” แบมแบมตอบเสียงสั้น ก่อนจะก้มลงไปไล่นิ้วที่เปียโนหลังใหญ่ต่อ

                “ชิส์ !” เจ้าของผมสีดำขลับกระชากน้ำเสียงไม่พอใจ พลางทุบกำปั้นลงไปที่เปียโนตรงหน้าอย่างแรง

                “นี่นาย! เป็นรุ่นน้องเนี่ย เวลาที่รุ่นพี่ถาม หรือพูดด้วย ไม่มีใครสอนเหรอว่าต้องตั้งใจฟัง แล้วตอบด้วยความเต็มใจ ฮะ!” ทำนองการกระแทกเสียงทำให้คนตัวเล็กที่นั่งฟังอยู่ถึงกับสะดุ้ง

                “ผมดูเหมือนไม่เต็มใจเหรอครับ? แบมแบมเอียงหัวฉงนอย่างไม่เข้าใจกับคำถามกึ่งคำขู่นั้น และใช่แบมแบมหมายความตามนั้นจริงๆ

                “ถือว่าเก่งแล้วจะพูดอะไรก็ได้เหรอ ฮะ!”  อีกครั้งที่เสียงกระชากซัดเข้ามาที่ใบหูคนตัวเล็ก

                ...... เขาไม่โต้ตอบเพียงแต่ถอนหายใจยาวด้วยความรู้สึกเหนื่อยหน่าย ช่วงนี้ชีวิตเขาดูวุ่นวายและเสียงดังจริงๆ 

พรึบ ! แต่ยังไม่ทันจะได้คิดอะไรต่อร่างบางก็โดนร่างหนากระชากคอเสื้อขึ้นมาประชันหน้า แรงดึงทำให้คนตัวเล็กถึงกับตกใจกลัวจนหลับตาปี๋

                “เลิกทำไร้สาระได้แล้ว” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นพร้อมๆกับจับมืออีกคนไว้

                “ปล่อยน้องมันไปเหอะน่ะ ว่างมากก็เอาเวลาไปซ้อมซะสิ ขึ้นเวทีจะได้เล่นไม่เพี้ยน” ตาเรียวเลื่อนมองคนต้นเรื่องอย่างเอาเรื่อง

                “ฮึ!” เจ้าของผมสีดำกระชากน้ำเสียงไม่พอใจ พร้อมกับสะบัดมือออกจากคอเสื้อคนตัวเล็กอย่างหัวเสียและรู้สึกเสียหน้า

                “นายน่ะ ไม่เป็นไรนะ” ร่างหนาเจ้าของเสียงทุ้มน่าฟังหันมาถามคนตัวเล็กพร้อมสายตาสำรวจ ดวงตาคมค่อยๆเลื่อนมาจ้องมองดวงตาคู่สวยอีกดวงตรงๆ .......

                “นี่ได้ยินที่ฉันถามหรือเปล่า?” เจ้าของเสียงทุ้ม เอียงศีรษะหรี่ตาถามคนตัวเล็กอีกครั้ง

                ..........

                “คงไม่ได้เป็นใบ้หรอก....ใช่มั้ย” เขาพูดด้วยน้ำเสียงติดจะทะเล้นและขี้เล่น

                “อ่ะ เอ่อ มะ ไม่เป็นไรครับ” คล้ายกับหัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะหนึ่งหลังจากสบตากับคนตรงหน้า

                “ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว .... ไม่เจอกันนานเลยนะ แบมแบม” ร่างสูงยิ้มอย่างอ่อนโยนก่อนที่ประโยคหลังจะทำให้คนตัวเล็กถึงกับใจเต้นระรัว

                “จะ จำผมได้ด้วย?” แบมแบมพยายามควบคุมเสียงตัวเองไม่ให้มันสั่นจนเกินไป

                “ก็ ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องลืมนี่นา” ร่างสูงพูดพลางขยี้ผมคนตัวเล็กอย่างเอ็นดู

                “ดีใจที่เจอพี่นะครับ แจบอมฮยอง” แบมแบมแหงนหน้าขึ้นพลางยิ้มกว้างให้กับคนตรงหน้า “ดีใจที่เจอนายเหมือนกัน”

ต่างคนต่างยิ้มให้กันราวกับว่าพวกเขาจะใช้รอยยิ้มในวันนี้ชดเชยเวลา 7 ปี ที่หายไป

……..

 

                ภาพในอดีตถูกตัดเข้ามาในห้วงความทรงจำของทั้งสองคน เด็กผู้ชายตัวโตที่ไม่คิดจริงจังกับสิ่งใด กับเด็กผู้ชายตัวเล็กที่ทำให้เขารู้จักกับเสียงดนตรี คนที่ทำให้เขามีวันนี้ วันที่ต่างก็ไม่มีใครไม่รู้จักเขา นักร้องสุดหล่อ มากด้วยความสามารถ ขวัญใจสาวเล็กสาวใหญ่ ทุกเพศ ทุกวัย ซุปเปอร์สตาร์  อิม แจบอม

                “ฉันยังนึกขอบคุณนายอยู่ตลอดเวลา ถ้าไม่ได้เจอกับนาย ก็คงจะไม่ตัวฉันในวันนี้ คงจะมีแต่นายแจบอมที่ไม่เอาไหน ฮ่ะๆ” แจบอมพูดพร้อมกับหัวเราะเบาๆในลำคอ

                “ไม่เจอกันตั้งนาน คิดถึงฮยองนะครับ” เหมือนกับว่าคนตัวเล็กไม่ได้ฟังที่คนตัวโตพูดด้วยซ้ำ เอาแต่จ้องมองใบหน้าหล่อเหลานั้นด้วยแววตาแห่งความคิดถึง

                ........ ร่างสูงหุบยิ้มหลังจากได้ฟังประโยคที่คนตัวเล็กพูดพร้อมกับดึงร่างบอบบางนั้นเข้ามาสวมกอดเอาไว้

                “ฉันก็คิดถึงนายเหมือนกัน.....”

                “ทำอะไรกันกลางวันแสกๆ” น้ำเสียงใครบางคนเอ่ยขึ้นมาขัดจังหวะแห่งความคิดถึงนั้นให้สะบั้นลงเหมือนเพลงที่เล่นไม่จบ

                “อ้าว แจ๊คสัน   what’s up? ร่างสูงเจ้าของผมสีเงินผละจากการสวมกอดคนตัวเล็กและเอ่ยถามผู้ที่มาใหม่ด้วยท่าทางสนิทสนม

                “ก็ดี หมายถึง เรื่อยๆน่ะ ว่าแต่นายคุยกับใครอยู่กอดกันซะกลมเชียว” เจ้าของน้ำเสียงกวนอารมณ์เอ่ยถามขึ้น

                “อ๋อ คือ เอ่อจะอธิบายยังไงดี คือ...” คนผมสีเงินตอบน้ำเสียงตะกุกตะกัก

                “แฟน? แจ็คสันสวนขึ้นทันที

                “เห้ย ไม่ใช่ๆ ไม่ใช่แฟน คือประมาณว่า ..... “คนพิเศษน่ะ”...”แจบอมพูดพลางยิ้มกว้างจนจะเห็นฟันครบทุกซี่ เล่นเอาคู่สนทนารู้สึกได้ถึงความ “พิเศษ” ของบุคคลที่เขาหมายถึงจริงๆ

                “โอเค โอเค คนพิเศษ Whatever แต่จะไม่แนะนำให้ฉันรู้จักบ้างเหรอ คนพิเศษ ของแกน่ะ” แจ็คสันยักไหล่

                “ลืมไปเลย นี่ อ่ะ เอ่อ อ้าว หายไปไหนซะแล้ว” เพราะมัวแต่หันมาคุยกับเพื่อนรูปหล่ออีกคนทำให้ แจบอม ลืมสังเกตว่าคนตัวเล็กเดินหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้

 

......

 

อีกด้านหนึ่งของหอประชุม

                “เอ พี่คนเมื่อก็หายไปไหนแล้วนะ”  คนตัวเล็กชะเง้อมองหาบุคคลที่กระชากคอเสื้อเขาเมื่อกี้นี้

                “เอ๊ะ เจอแล้ว ! เอ่อ พี่ครับ พี่ชายคนนั้น หยุดก่อนฮะ” แบมแบมตะโกนไล่หลังผู้ชายเจ้าปัญหาตรงหน้า

                “มีอะไรไม่ทราบ ไอ้เด็กไม่รู้จักสัมมาคาราวะ” สายตาหาเรื่องเกิดขึ้นแทบจะทันทีที่เขารู้ว่าเป็นใครกันที่วิ่งตามมา แถมยังจะมาตะโกนเรียกชื่อเขาเสียงห้วนอีก

                ....หย่ะ..... อย่าเพิ่งไปฮะ” แบมแบมพูดพลางหอบไปพลาง

                “ผมจะมาเพื่อขอโทษฮะ ขอโทษที่ตอบพี่ไปแบบนั้น ผม เอ่อ ขอโทษจริงๆครับ กรุณายกโทษให้ผมด้วยนะครับ” คนตัวเล็กพูดออกมาอย่างจริงใจ พลางโค้งตัวลงอย่างสุภาพ

                “ฮะ? ขอโทษ ขอโทษฉันเหรอ” เจ้าของน้ำเสียงกวนอารมณ์ดูตกใจนิดหน่อยเมื่อเห็นท่าทางของคนตัวเล็กที่แสดงออกมาเหมือนกับว่า เขามานี่เพื่อขอโทษจริงๆ

                “ครับ ผมขอโทษครับ ถ้าเมื่อกี้ผมเผลอทำอะไรให้คุณไม่พอใจไป ผมขอโทษจริงๆ” แบมแบมเงยหน้ามาพูดต่อพร้อมรอยยิ้ม  ยิ้มที่ใครเห็นก็ไม่อาจที่จะไม่ให้อภัยได้

                “น่ะ...นาย  ฉัน  เอ่อ ช่างมันเถอะ ให้มันแล้วกันไปแล้วกัน!” ด้วยกลัวเสียฟอร์ม คนตัวสูงกว่ารีบตัดบทสนทนาด้วยเสียงที่ค่อนข้างตะกุกตะกัก แถมแปลกใจตัวเองที่ใจเต้นตุ้มๆต่อมๆตอนเห็นรอยยิ้มเด็กยโสคนนี้  แบมแบมไม่ได้พูดอะไรต่อ ได้แต่ถอนหายใจนิดหน่อยพร้อมยกยิ้มที่มุมปากอย่างโล่งอก

            “คนเราควรที่จะกล่าวคำขอโทษในตอนที่ยังมีโอกาส แต่จงอย่าพูดมันในตอนที่รู้ว่าสายไปแล้ว และเราควรให้อภัยใครก็ตามที่พูดกับเราว่าขอโทษ จงให้อภัยพวกเขาในตอนที่ยังทำได้

                เหมือนว่าการสนทนาจะจบลงด้วยดีโดยที่ต่างฝ่ายต่างพอใจ ร่างสูงยักไหล่หนึ่งครั้งก่อนจะหันหลังไปพร้อมใบหน้าที่เหมือนกับจะยิ้มแต่ก็ไม่

                “แบมแบม มาทำอะไรตรงนี้ เผลอแป้ปเดียว หายตัวซะแล้ว” แจบอมเดินตามหลังคนตัวเล็กออกมา

                “รีบไปเตรียมตัวเถอะเดี๋ยวนายต้องขึ้นเวทีแล้ว” เขาพูดพร้อมกับเอื้อมมือมากอดคอคนตัวเล็ก

                “ครับผม ฮี่ๆ” แบมแบมตอบด้วยดวงตาที่ยิ้มแย้ม

                “คิดถึงเสียงหัวเราะนายจัง....” แจบอมกระซิบเบาๆเล่นเอาคนตัวเล็กสะดุ้งนิดหน่อยกับระยะห่างที่ขนาดหน่วยน้อยกว่าเซนติเมตร

                ไม่มีบทสนทนาเกิดขึ้นอีกระหว่างทางเดินเข้าไปด้านหลังเวทีในหอประชุม มีเพียงเสียงของความเงียบที่ดังเกินไปจนแบมแบมได้ยินเสียงตัวใจตัวเองเต้น  ถ้าเปรียบกับจังหวะคงกำลังเต้นฮิปฮอปอยู่เชียวล่ะ โชคดีที่ระหว่างทางที่เดินมากับพื้นที่ที่ยืนอยู่ตอนนี้ไม่ได้ไกลกันมาก ไม่งั้นคงเป็นตัวแบมแบมเองที่ต้องเต้นจังหวะฮิปฮอปแทนการเดิน

                ระหว่างที่กำลังต่อสู้อยู่กับหัวใจตัวเอง พลันหูก็ได้ยินเสียงโน้ตดนตรีดังขึ้น น่าแปลกที่เพลงนี้ยังมีคนเล่นได้ บทเพลงที่เขาเคยฟังเมื่อครั้งยังเป็นเด็กไม่ประสา บทเพลงแสนไพเราะที่คุณแม่บังเกิดเกล้าบรรเลงมันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

ราวกับเขาถูกสะกดอยู่ในห้วงบางอย่างทำให้ไม่สามารถละสายตาจากคนตรงหน้าไปได้เลย วิธีที่เขาบรรเลงเพลงนั้นช่างอบอุ่นเหลือเกิน อบอุ่นเหมือนแสงอาทิตย์ยามเช้าในความทรงจำที่เลือนราง ยิ่งฟังยิ่งเหมือนเติมเต็มความรู้สึกบางอย่างภายในใจ

                บทเพลงเข้าไปในความรู้สึกของคนตัวเล็กอย่างสมบูรณ์แบบจนไม่รู้ว่าน้ำตาไหลออกมาตั้งแต่เมื่อไหร่

                “นี่เพื่อนพี่เล่นดีจนนายถึงกับต้องร้องไห้เลยเหรอเนี่ย หงุดหงิดชะมัด”แจบอมยู่จมูกไม่พอใจ

                “เอ่อ  ฮะ พี่เขาเล่นเก่งมากเลยครับ” แบมแบมรีบยกมือขึ้นมาปาดน้ำตาออกจากพวงแก้มนิ่มนั้นก่อนจะพูดต่อ

                “อันที่จริง ผมรู้จักเพลงนั้นนะครับ แต่ไม่ได้ฟังมานานมากแล้ว” เขาพูดพร้อมรอยยิ้มที่ไม่อาจคาดเดาความหมายของมันได้

                “มานี่สิเดี๋ยวจะพาไปรู้จักกัน คนที่เล่นเปียโนอยู่ตรงนั้นน่ะเพื่อนพี่เอง” แจบอมลากข้อมือเล็กให้เดินตามเขาไป

                “เจอตัวแล้ว นี่ไง เอ่อ .. คน.. คนที่รู้จักตัวฉันมากกว่าที่ฉันรู้จักตัวเอง แบมแบม แล้วก็นี่ก็เพื่อนธรรมดาๆคนหนึ่ง แจ็คสัน รู้จักกันไว้ซะสิ” แจบอมเกาหัวแกรกๆกับอาการที่เขาไม่แน่ใจว่าจะเรียกมันว่าประหม่าได้ไหม ให้ตายเถอะ ยืนอยู่บนเวทีคนดูเป็นพันๆยังไม่รู้สึกอะไรเท่านี้เลย คนตัวเล็กตรงนี้ มีอิทธิพลกับตัวเขาจริงๆ

                “ไง แบมแบม ฉันแจ็คสันนะ เรียกฉันว่าแจ็คก็ได้ แต่ว่าเมื่อกี้เจบีไม่ได้แนะนำนายกับฉันแบบนี้นี่นา  He said that you are special for him

                “หุบปากไปเลยแจ็ค” เจบีสบถแบบอายๆพร้อมกับหันหน้าไปทางอื่น ก็คนตรงนี้ไม่ได้เหมือนวัยรุ่นเกาหลีทั่วไปที่ฟังอังกฤษไม่ค่อยได้ซักหน่อย

                “พิเศษงั้นเหรอ....แล้วมัน...พิเศษแบบไหนเหรอครับ? แบมแบมเอี้ยวคอมาถามคนผมสีเงินด้วยแววตาเป็นประกาย

                “อืม.....ก็พิเศษแบบพิเศษทั่วๆไปนั่นแหละน่า...” แจบอมไม่ได้สบตากลับเพียงแต่พูดออกมาลอยๆ

                “พิเศษแบบทั่วๆไปเหรอครับ ไม่ค่อยเข้าใจในความหมายเท่าไหร่แฮะ” คนตัวเล็กเกาแก้มทำจมูกฟึดฟัด

                “แบมแบม นายเรียนเอกอะไรเหรอ? แจ็คสันเริ่มบทสนทนาต่อ

                “อ๋อ ผมเรียนเอก Voice ฮะ” คนตัวเล็กยิ้มตาหยี

                “แล้วพี่แจ็คสันล่ะฮะ? แบมแบมถามต่อ

                “นายทายสิ” แจ็คสันตอบด้วยคำถาม

                “แบมคิดว่าไม่น่าจะทายผิด พี่แจ็คสันเรียนเอกเปียโนใช่มั้ยครับ? ร่างบางตอบพร้อมรอยยิ้มหวาน

                “ตรึ๊ง” แจ็คสันกดลงที่คอร์ด ซี เป็นเสียงแทนคำตอบว่าคนตัวเล็กทายถูก

                “ตรึ่ง” คราวนี้ตาแบมแบมกดบ้าง เพื่อเป็นคำตอบว่าเห็นมั้ยล่ะ ผมเก่งใช่มั้ยล่ะ

ทั้งสองคนผลัดกันถามและกดโน้ตเพลงแทนคำตอบกันไปมา น่าแปลกที่ไม่ว่าอีกฝ่ายจะถามอะไรอีกฝ่ายหนึ่งก็ตอบถูกเสมอ ช่างเป็นเรื่อง น่าบังเอิญ เสียจริง

                “นี่เล่นอะไรกันให้ฉันรู้เรื่องด้วยสิ” แจบอมพูดขึ้นพลางทำท่าทางฟึดฟัด

                “ฮ่าๆ ขอโทษทีๆ นานๆจะเจอคนฟังโน้ตออกเหมือนกัน ตื่นเต้นไปหน่อย” แจ๊คสันตอบแกมหัวเราะ

                “พี่แจ๊คสันเก่งไม่ใช่เล่นเลยนะครับเนี่ย” แบมแบมแซว

                “นายก็ใช่ย่อยนะ ถ้าไม่บอกว่าเรียนเอกขับร้องฉันคงคิดว่านายเรียนเอกเปียโนแน่ๆ ว่าแต่อย่างนี้นายต้องร้องเพลงเพราะมากแน่ๆเลย ไหนลองร้องให้ฉันฟังบ้างสิ” แจ็คสันยักคิ้ว

                “จะดีเหรอครับ ให้ร้องตอนนี้เลยมันก็ออกจะเขินๆอยู่เหมือนกันนะฮะ” แบมแบมเกาที่แก้มเบาๆ

                “ฉันว่าไม่น่าจะทันนะ เดี๋ยวนายก็รอฟังแบมแบมร้องบนเวทีเลยละกัน ใกล้จะได้เวลาเต็มทีละ” แจบอมเงยหน้าขึ้นจากนาฬิกาข้อมือเรือนงาม

                “แล้วนี่ไอ้บ้ามือกีตาร์ไปไหนเนี่ยยังไม่โผล่หัวมาอีก” เพราะมัวแต่ดีใจที่ได้เจอคนตัวเล็กจนแจบอมลืมไปว่าเลยว่าเพื่อนร่วมทีมเปิดงานยังมาไม่ครบ

 

                .....ไม่ต้องด่า ฉันมาแล้ว”

                เสียงทุ้มต่ำอันแสนคุ้นหูดังขึ้นด้านหลังคนตัวเล็ก มันคุ้นซะจนตัวเขาไม่กล้าหันไปมอง

                Oh! What’s wrong with your face MARK? สภาพยังกะศพ ไปทำอะไรมา”

มีบทสนทนาเกิดอีกแต่แบมแบมแทบไม่ได้สนใจ นอกจากคำว่า มาร์ค มาร์ค มาร์ค มาร์ค คงไม่ใช่มาร์คนั้นใช่มั้ย มาร์คไอ้เลวคนนั้น พระเจ้า แบมแบมแทบอยากจะร้องไห้ออกมา ได้แต่ภาวนาให้ไม่ใช่คนเดียวกัน

                “ไอ้เตี้ยนี่ใคร” เจ้าของผมแดงเพลิงพูดพลางเอามือมาจับที่ไหล่แบมแบม

                “พรึบ!” แบมแบมรีบปัดมือคนตัวโตออกพร้อมกับไปยืนหลบหลังแจบอม

                “แบมแบม เป็นอะไร เหงื่อแตกเชียว ไม่สบายเหรอ” แจบอมหันมาถามแบมแบมที่มีท่าทางแปลกไป เหมือนน้ำมันตาจะไหลออกมาให้ได้ เพราะความตกใจ กลัว เสียใจ รังเกียจ เกลียด แบมแบมไม่สามารถสรุปมันได้เลย

                “ใครอ่ะ แฟนนายเหรอเจบี” มาร์คถามแจบอมแต่ทว่าสายตากลับเลื่อนไปหาคนตัวเล็กที่ยืนหลบอยู่ด้านหลัง

                “ไม่ใช่แฟนเจบีหรอก เป็น.. “คนพิเศษ” น่ะ”แจ็คสันตอบแทนคนผมสีเงินด้วยน้ำเสียงกวนๆ

                “เหรอ หวัดดี ฉันมาร์ค” คนตัวสูงไม่รีรอ ยื่นมือมาจับทำความรู้จักกับคนตัวเล็กอย่างเป็นมิตร

                ....... แบมแบมแทบไม่ได้มองหน้ามาร์คเลย ด้วยหัวใจมัวแต่ครุ่นคิด ทั้งอยากลืมๆเรื่องที่เจอมา ที่ผู้ชายตรงหน้านี้ ทำเรื่องแบบนั้นกับเขา ยังไม่พอนี่ยังจำเขาไม่ได้ด้วย แต่จำไม่ได้ก็ดี เพราะเขาก็ไม่ได้อยากจะจำ พระเจ้า บททดสอบนี้ของพระองค์ช่างหนักหนาเหลือเกิน

                “นี่นาย คนเค้ายื่นมือไปให้จับก็จับสิ มันเป็นมารยาทน่ะ รู้ป้?ะ” มาร์คพูดอย่างมีอารมณ์นิดๆเมื่อเห็นคนตัวเล็กปฏิเสธที่จะจับมือกับเขา

                “ขอโทษนะฮะพี่เจบี พี่แจ็คสัน แต่ผม.....ไม่อยากจับ” พูดจบแบมแบมก็รีบเดินออกไปจากวงสนทนานี้ พอดีกับที่อาจารย์หัวหน้าฝ่ายเรียกให้ทุกคนไปเตรียมตัวรอที่ด้านหลังม่าน

                หัวใจคนตัวเล็กเต้นระส่ำ ไม่เป็นจังหวะ เจ้าของเสียงหวานแทบจะควบคุมมันไม่ได้ แต่เขาต้องพยายามทำตัวเองให้เป็นปกติที่สุดเพื่อไม่ให้งานตรงหน้าผิดพลาด

 

………..

               

                เมื่อถึงเวลา นักศึกษาเอกดนตรีทุกคนบรรเลงเพลงได้อย่างงดงาม เพียงได้ยินเสียงดนตรีก็ทำให้แบมแบมลืมความรู้สึกอื่นไปชั่วขณะ คนตัวเล็กหลับตาฟังภาษาของเสียงอย่างตั้งใจ และบรรจงเติมเนื้อร้องเข้าไปในแต่ละท่อนด้วยเสียงที่แสนพิเศษ

ทันทีที่คนตัวเล็กเปล่งเสียงออกมา เสียงของนักศึกษาที่วุ่นวายกันอยู่อีกทั้งผู้ปกครอง ต่างก็ค่อยๆเงียบลง ดวงตาทุกคู่จ้องมาที่เจ้าของเสียงเป็นตาเดียว เป็นเวลากว่า 15 นาที ที่คนตัวเล็กทำให้คนในหอประชุมมาอยู่ในที่เดียวกัน อยู่ในโลกของเสียงเพลง จบการเปิดงานที่สมบูรณ์แบบ ทุกคนลุกขึ้นยืนปรบมือให้กับตัวแทนนักศึกษาในวันนี้และแน่นอนว่า แบมแบมเองก็ได้ทำลายและก้าวข้ามความสงสัยในความสามารถของเขากับทุกคน เด็กผู้ชายคนนี้ อัจฉริยะ

                ฉากม่านปิดลง แบมแบมถอนหายใจยาวพร้อมกับก้าวขาเรียวลงบันไดด้วยความโล่งอก

“อ้ะ!” คนตัวเล็กอุทานด้วยความตกใจ เมื่อจู่ๆมีมือปริศนาตรงเข้ามาจับข้อมือเขาไว้

“นี่นาย ตะกี้บอกว่าไงนะ ไม่อยากจับมือฉันงั้นเหรอ” มาร์คถามพลางยื่นหน้าเข้ามาใกล้คนตัวเล็กจนรู้สึกได้ถึงลมหายใจของอีกฝ่าย

“นี่คุณ ปล่อยผมนะ!!!! อย่ามาจับ!” คนตัวเล็กกราดเสียงใส่คนตัวโต พร้อมกระชากข้อมือตัวเองออกมา

                “อย่าเที่ยวมาจับตัวคนอื่นสุ่มสี่สุ่มห้า มันเป็นมารยาทน่ะรู้จักมั้ยครับ” แบมแบมพยายามควบคุมโทนเสียงก่อนจะพูดออกมา

                “ว่าไงนะ? น้ำเสียงคนตัวโตเริ่มเปลี่ยนโทน

                “คุณชื่อมาร์ค ผมรู้จักคุณแล้ว ยินดีที่ได้รู้จักกันแค่นี้ก็พอ....นะครับ” ร่างบางพูดพลางถอยห่างจากร่างสูงแต่ก็ไม่ลืมที่จะโค้งตัวให้ ถึงยังไงเค้าก็เป็นพี่ คนตัวเล็กนึกอยู่ในใจ

                “หมายความว่าไงรู้จักฉันแล้ว? มาร์คตะโกนไล่หลังคนตัวเล็กที่ก้าวขาฉับๆเดินออกไปอย่างไม่คิดจะเหลียวหลัง วันนี้เป็นวันที่เต็มไปด้วยความรู้สึกเหลือเกิน ทั้งดีใจมาก ตื่นเต้นมาก ตกใจมาก และเกลียดมาก แบมแบมส่ายหัวสลัดความคิดคำว่า เกลียดออกไป ไม่ว่าอย่างไรความเกลียดไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น อย่างมากก็แค่ไม่ต้องเจอกันอีก นี่อาจจะเหมือนหลอกตัวเองนิดหน่อยแต่คนตัวเล็กก็เลือกที่จะคิดว่าระหว่างเขากับผู้ชายชื่อมาร์คคนนั้นไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น

“ทำไมต้องชื่อมาร์คด้วยก็ไม่รู้” ใบหน้าหนึ่งปรากฏขึ้นในความทรงจำ

“นานป่านนี้แล้วจะเป็นยังไงบ้างนะ…… พี่มาร์ค....”

 

……..

 

                และไม่รู้ว่าแบมแบมพาตัวเองมาหยุดอยู่หน้าหลุมศพแม่ตั้งแต่เมื่อไหร่  ได้สติขึ้นมาอีกทีก็มายืนอยู่ตรงนี้แล้ว ร่างบางมองรูปหญิงสาวตรงหน้าที่โปรยยิ้มหวานแต่ทว่าดวงตานั้นช่างฉายแววเศร้า เขายืนจ้องภาพนั้นอยู่เนิ่นนานก่อนรอยยิ้มเหงาๆจะค่อยๆปรากฏขึ้น

                “แม่ครับ วันนี้ผมได้ร้องเพลงเปิดงานที่มหาลัยด้วยนะครับ ผมดีใจมากเลย ชอบที่ทุกคนดูมีความสุข ผมทำดีแล้วใช่มั้ยครับแม่ จริงด้วย...คุณแม่เจนสวมสร้อยคอให้ผมบอกว่าจากคุณแม่ ทำไมเพิ่งให้ตอนนี้ล่ะครับแล้วยังมีอะไรอีกมั้ยที่แม่อยากจะบอก” แบมแบมสกัดกลั้นน้ำตาก่อนจะพูดต่อ

                “แบมแบมรักแม่นะครับ” พูดจบร่างบางก็วางช่อดอกเดซี่สีขาวลงตรงหน้าหลุมศพผู้เป็นมารดา ก่อนจะก้าวเดินไปยังหลุมศพอีกที่ที่อยู่ข้างๆกัน

                “มิสซีสเดลีน คงเหงาใช่มั้ยครับที่ไม่มีใครมาเยี่ยมเลย ไม่เป็นไรนะครับยังไงผมก็ไม่มีทางทิ้งให้มิสซีสเดลีนอยู่คนเดียวแน่นอน วันนี้แบมมีดอกเดซี่มาฝากนะครับ”

แบมแบมกล่าวกับหลุมศพใครอีกคนด้วยรอยยิ้มหวานราวกับว่าอยากจะปลอบใจเจ้าของชื่อ

                พระอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้า ร่างบางเดินตรงมายังสถานที่คุ้นเคย โบสถ์ที่ซึ่งให้ที่พักพิงและความรักความอบอุ่นแก่เขาตลอด 20 ปีที่ผ่านมา เด็กหนุ่มก้าวขาเดินอย่างไม่รีบร้อน ด้วยทัศนีย์ด้านข้างทางสวยงามเสียจนต้องเหลียวมอง ไม่นานนักแบมแบมก็มาถึงโบสถ์ คนตัวเล็กตรงเข้าไปยังห้องโถงส่วนกลางเพื่อทำความสะอาดแท่นเทศนาของหลวงพ่อ และเปียโนไม้เพื่อไม่ให้ฝุ่นไรมาเกาะจับให้ดูเศร้าหมอง แต่เมื่อมองตรงไปด้านหน้ากลับปรากฏร่างหนึ่งซึ่งทำให้เขาต้องรู้สึกกลัวขึ้นมาอีกครั้ง

                “คุณ ! มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” แบมแบมแผดเสียงทันทีที่มองเห็นคนตรงหน้า

                “อ้าว นาย นายคนไม่มีมารยาทคนนั้นนี่เอง” มาร์คตอบกลับ

                “คุณว่าใครไม่มีมารยาท” แบมแบมกดเสียงต่ำลงพร้อมส่งสายตาไม่เป็นมิตรไปให้

                Calm down, I’m just kidding ร่างสูงพูดต่อ

                You do know it’s not funny. ร่างบางตอบกลับประโยคแทบจะทันที

                “คุณมาที่นี่ทำไม” คนตัวเล็กพูดต่อ

                “ที่นี่คือโบสถ์ ใครๆก็มาได้ทั้งนั้นแหละ ฉันจะมาทำอะไรก็เรื่องของฉัน ไม่เกี่ยวกับนายซักหน่อย” มาร์คเบะปากไม่สบอารมณ์ ก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ไม้ตัวยาว

                “ที่นี่เป็นที่สำหรับคนที่มีจิตใจดี” แบมแบมพูดต่อพลางเดินผ่านร่างสูงไป

หมับ ! มาร์คคว้าข้อมือเรียวเอาไว้อย่างแรงพร้อมใบหน้าที่ฉุนเฉียว

                “นายจะด่าว่าฉันจิตใจสกปรกเหรอ สอง ไม่สิ! สามครั้งแล้วนะตั้งแต่เจอหน้ากันที่นายพูดจาไม่ดีกับฉัน ฉันไปทำอะไรให้นายไม่ทราบ เพิ่งจะเคยเจอกันแท้ๆ! เป็นมาร์คที่เป็นฝ่ายมีอารมณ์บ้าง เมื่อฟังประโยคหลังจบ คนตัวเล็กถึงกับแน่ใจในทันทีว่าผู้ชายตรงหน้านี้จำไม่ได้ว่าทำอะไรกับเขาไว้บ้างจริงๆ มันน่าโมโหมากๆ ทำร้ายคนอื่นโดยที่ตัวเองไม่รู้สึกผิดอะไรสักนิด น่าโมโหที่สุด!

                “ปล่อยผมนะ ! อย่าเที่ยวมาจับตัวใครสุ่มสี่สุ่มห้าแบบนี้นะ” คนตัวเล็กสะบัดแขนออกอย่างสุดแรง

                “โอเค โอเค ฉันไม่จับนายแล้ว ทำอย่างกับฉันเป็นโรคติดต่อไปได้” มาร์คยกไหล่

                “ว่าแต่ นายมาที่นี่ทำไมไม่ทราบ” ร่างสูงยิงคำถามต่อ

                ..... แบมแบมไม่ตอบแต่เลือกที่จะจ้องเข้าไปในดวงตาคมนั้นแทน

                “มีอะไร มองหน้าฉันทำไม? มาร์คยังคงถามคำถามต่อไป คนตัวเล็กเองก็ยังคงไม่ตอบ แถมถอนหายใจเสียงดังซะจนคนตัวโตรู้สึกอึดอัดกับการกระทำนั้น แบมแบมตัดสินใจหันหลังเดินกลับออกไปจากโบสถ์ด้วยคิดว่า ขืนยืนอยู่ตรงนี้อาจทำให้หัวใจคิดอคติกับคนตรงหน้ามากขึ้นและนั่นจะทำให้เขารู้สึกไม่ดีไปซะเปล่าๆ ซึ่งคราวนี้คนตัวโตปล่อยให้คนตัวเล็กเดินออกไปอย่างเงียบๆ ส่วนตัวเขาเองก็เดินมาที่ห้องสารภาพบาป โดยมีหลวงพ่อเดวิด นั่งอยู่ในห้องอีกด้าน

                “ผมมาเพื่อสารภาพบาปครับ...” ร่างสูงพูด

                “ทำอะไรผิดมาล่ะพ่อหนุ่ม” เสียงทุ้มของคนมีอายุเอ่ยตอบ

                “ผมก็ไม่แน่ใจ เอ่อ คือยังไงดี ผมคิดว่าผมเผลอไปทำร้ายร่างกายคนอื่นแบบไม่รู้ตัวมาครับ” มาร์คพูดเสียงแผ่วๆ

                “ทำร้ายร่างกายแบบไม่รู้ตัว พ่อไม่ค่อยเข้าใจนักแต่เขาคนนั้นไม่เป็นอะไรมากใช่มั้ย” บาทหลวงเอ่ยต่อ

                “ผมก็ไม่แน่ใจ เพราะพอตื่นมาผมก็ไม่เห็นเขาแล้ว .......”

                ไม่มีเสียงใดตอบจากห้องข้างๆ มันเงียบซะจนร่างสูงได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้น

                “ผมคิดว่า ผมไปแล้วดีกว่าครับ ขอบคุณมากครับหลวงพ่อ” มาร์ครีบตัดสินใจจะลุกออกไปแต่เสียงมีอายุนั้นก็เริ่มพูดต่อ

                “ขอให้พระเจ้าเข้าใจในตัวลูก อะไรที่ผิดพลาดไปแล้วเมื่อแก้ไขไม่ได้ก็จงทำใจยอมรับ และอย่าทำให้มันเกิดขึ้นอีกเป็นครั้งที่สอง”

                เสียงเก้าอี้ขยับ มาร์คเข้าใจได้ในทันทีว่าบาทหลวงคงลุกออกจากห้องอีกด้านไปแล้ว ร่างสูงค่อยๆหย่อนตัวนั่งลงที่เก้าอี้ตัวเดิมก่อนที่ในใจจะเริ่มคิด 

อยากขอโทษคนนั้นจริงๆ แต่ไม่รู้จะทำยังไงดี..


.......




#TBC

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 60 ครั้ง

4,352 ความคิดเห็น

  1. #4312 Spices_smile (@igot7ibambam) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 กันยายน 2561 / 12:18
    มาร์ค!! เเกไปข่มขืนลูกชั้นหรอ?!!
    #4312
    0
  2. #4201 ping_1902 (@ping_1902) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2560 / 20:06
    ไรท์เปิดให้อ่านหน่อยค่ะ
    #4201
    0
  3. #4077 Moko87 (@mokomoko87) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2559 / 15:18
    อย่างน้อยแบมก็ได้เจอพี่แจบอมเนอะ
    #4077
    0
  4. #4038 donstop_canstop (@donstop_canstop) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 กันยายน 2559 / 12:40
    ต้องเมาขนากไหนถึงได้ทำร้ายใครไปโดยไม่รู้ตัวขนาดนั้น
    #4038
    0
  5. #3849 ayumikimlee (@ayumikimlee) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2559 / 09:08
    ชอบสำนวนการแต่งมากค่ะ
    #3849
    0
  6. #3789 Dodobyun (@Dodobyun) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2559 / 17:44
    อย่างน้อยมาร์คก็ยังอยากขอโทษอยู่นะเนี้ย เเบมไงมาร์ค เเบม ภาษาสวยมาคะไรท์สนุกมาก 
    #3789
    0
  7. #3788 TAnchi (@TAnchi) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2559 / 06:19
    ปมเยอะจนปวดหมอง ...แต่ใช้ภาษาทุกอย่างดีมาก เลิศๆๆ ติดตามคะ
    #3788
    0
  8. #3712 ringgle (@nilnil) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 มีนาคม 2559 / 00:27
    เป็นการพบกันที่โคตรรรรรรแย่ แบมก็ทำดีแท้ๆแต่ทำไมกลับโดนมาร์ครังแกแบบนี้;-----; แบมนิสัยดีมากกกกกกกใครจะกล้สโกรธกล้าเกลียดลง เห้อม ร้ายกว่านั้นคืออิมัคจำไม่ได้ว่าทำร้ายแบใไปแล้ว
    #3712
    0
  9. #3704 Kaka1m (@Kaka1m) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 มีนาคม 2559 / 18:16
    แจ็คแฉเจบี5555 ตอนแรกนึกว่ามาร์คจะร้ายๆนะ แต่จริงๆก็ไม่ใช่ ไม่รู้ว่าจำแบมไม่ได้จะเป็นผลดีหรือเปล่า ไม่ค่อยคุ้นกับโบสถ์แต่บรรยายได้อารมณ์มากค่ะ เข้าถึงมาก แบมก็ฝีปากใช่ย่อย แต่เหมือนคิดถึงแม่อยู่ตลอด ใช้ชีวิตเหมือนเวลาเหลือน้อย ไม่รู้ว่าใครจะรักใครก่อน เดาว่าแบม(มั้ง)
    #3704
    0
  10. #3659 Alwaysbsu (@Alwaysbsu) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2559 / 07:35
    รู้สึกปมจะเยอะมากกก พึ่บีนี่มีใจให้แบมแบมช่ะ แล้วพี่มาร์คกับแบมแบมเคยรู้จักกันด้วยหรอ 
    #3659
    0
  11. #3421 MBKY; (@withmbky) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 มกราคม 2559 / 18:25
    หืม มาร์คก็รู้สึกผิดอยู่ละสิ
    แต่แบมกับเจบีนี้เคยเจอกันมาก่อนหรือปล่าว แล้วแบมก็เป็นกำลังใจให้เจบีมาถึงจุด ๆ นี้ได้ปะ
    แต่มาร์คนี้นอกจากคืนวันนั้น เคยเจอกับแบมมาก่อนไหม
    #3421
    0
  12. #3359 opel_zuza (@marang-zangkoong) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2558 / 16:18
    ปมเยอะมาก 55555555

    #3359
    0
  13. #3319 Wang-GaGa (@wang-j28) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2558 / 00:30
    ได้ฤกษ์กลับมาอ่าน พี่มาร์ครู้จักกับแบมมากก่อน?
    #3319
    0
  14. #3146 sunshine_day. (@nutchaya_yong) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2558 / 20:36
    ชอบอ่ะ
    #3146
    0
  15. #3122 BABY_B (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2558 / 10:54
    บีแบมม ❤
    #3122
    0
  16. #3111 btuan (@beevector) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2558 / 01:56
    แบมนี่ยังไงก็พี่มันไม่รู้ว่าเป็นเราไง 5555555 ละนี่มีอีดตมีปมอีก 
    #3111
    0
  17. #3095 onlyB (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2558 / 13:53
    เล่าเรื่องดีจัง
    #3095
    0
  18. #3089 PiPoTweeTy (@PiPoTweeTy) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2558 / 08:52
    ใบหน้าที่ปรากฎในความทรงจำที่แบมแบมนึกถึงเป็นพี่มาร์คแน่ๆ เราคิดงั้นนะ พี่มาร์คก็รุ้อีกว่าตัวเองทำอะไรลงไป แต่ไม่รุ้ว่าเป็นใคร เฮ้ออ หน่วงเลย 2 คนนี้เอาใจช่วยนะคะ
    #3089
    0
  19. #3070 kung (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2558 / 22:11
    การได้อ่านเรื่องนี้ เหมือนฝันเลย ไม่รู้บรรยายยังไง ลึกซึ้งมาก
    #3070
    0
  20. #2876 Ning Nitirat (@hottorishinichi) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2558 / 08:17
    ฮืออออทำไมเพิ่งมาเจอเรื่องนี้ก็ไม่รู้ ชอบมาก ><
    #2876
    0
  21. #2541 ENED (@ENED) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2558 / 10:58
    ฮืออออ เกลียดมาร์คคคคคคค
    #2541
    0
  22. #2455 tiny.gsf (@nichapat94) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2558 / 23:06
    วุยยย ชอบแนวนี้มาก ไม่ได้อ่านแนวแบบนี้มานาน ทำไมเพิ่งมาเปิดเจอนะ5555555
    #2455
    0
  23. #2435 VONGO (@KOYO1994) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2558 / 22:23
    เค้าจะเม้นต์ให้หมด ห้าๆๆๆ สู้ๆค่ะไรท์
    #2435
    0
  24. #2059 13ploymin_elf (@13phoenix) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2558 / 15:03
    งือออออ เค้าชอบๆ
    #2059
    0
  25. #1929 N_udaen_G (@nudaeng) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2558 / 22:58
    คนพิเศษของพี่บี ><;;; ละมุนเนอะ~~~~ พี่ต้วนคงได้เป้นคัึูกัดกับน้องอ่ะ ไปทำอะไรเขาไว้แล้วจำไม่ได้นี่สุดๆไปเลย ==;;; แบมชอบมาหาคุณแม่เนอะ ;]
    #1929
    0