- I will always love you -[GOT7 MarkBam]

ตอนที่ 14 : - Some Romantic Song -

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,073
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 46 ครั้ง
    13 ม.ค. 59




- Some Romantic Song -

 - When someone else’s happiness is your happiness, that’s love. –

เมื่อไหร่ก็ตามที่ความสุขของคนอื่น กลายมาเป็นความสุขของคุณ นั่นแหละความรัก

 

                พระอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้า แสงแดดสีส้มอ่อนลอดผ่านใบไม้สีเขียวกระทบกับละอองน้ำจากบัวรดน้ำด้ามไม้สีน้ำตาลอ่อน มองเห็นสายรุ้งจางๆเกิดขึ้น สายน้ำที่ไหลลงสู่กระถางดอกไม้ต้นน้อยใหญ่ ใบไม้อ้าแขนรับเอาความสดชื่นนั้นลงสู่พื้นดิน เด็กหนุ่มผมสีดำขลับเลื่อนดวงตากลมโต มองดูดอกไม้หลากสีสันในสวนข้างโบสถ์ รอยยิ้มที่งดงามถูกระบายขึ้นบนใบหน้าสวย คนตัวเล็กฮัมเพลงเบาๆอยู่ในท่วงท่าอิริยาบถที่แสนน่ารัก น่าเอ็นดู เป็นเช้าที่แสนสดใสกว่าเช้าไหนๆทั้งนั้น

 

                คนตัวสูงปั่นจักรยานเหล็กคันงามมาตามทางลาดเอียงที่รอบข้างเต็มไปด้วยต้นไม้ ร่างสูงที่หัวใจกำลังจดจ่ออยู่กับปลายทางต้องเบรกจักรยานคันงามทันทีที่สะดุดกับใบหน้าใครอีกคน มาร์คมองเห็นแบมแบมกำลังยืนรถน้ำเหล่าดอกไม้ ต้นไม้อยู่ที่สวนข้างโบสถ์ ฮัมเพลงไปด้วยท่าทางอารมณ์ดีเหลือเกิน ใบหน้าหล่อลอบมองใบหน้าหวานแล้วหลุดยิ้มตาม เมื่อแบมแบมยิ้ม มาร์คก็ยิ้ม ทุกๆการกระทำของแบมแบมถูกจับจ้องด้วยสายตาคมของคนผมสีแดง รอยยิ้มที่อบอุ่นเหมือนแสงแดดยามเช้าของคนตัวเล็กที่ไม่สามารถหาได้ในคนอื่น เพียงแค่จ้องมองก็รู้สึกอบอุ่นแล้ว คนตัวสูงลงจากจักรยานคันใหญ่แล้วก้าวเดินเข้าไปหาคนตัวเล็กช้าๆ แบมแบมที่ยังคงหันหลังให้กับมาร์ค ไม่ได้รับรู้เลยว่าใครกำลังเดินเข้ามาหา

 

                “ นี่..” มาร์คจิ้มนิ้วยาวลงบนแก้มนิ่มของแบมแบม

 

                “ พี่มาร์ค......มาได้ไง” คนตัวเล็กทำท่าทางเหรอหรา ดูจะตกใจไม่น้อยที่อยู่ดีดีคนตัวสูงก็มาอยู่ตรงนี้

 

                “ ก็ไม่เห็นจะยาก อยากมาก็มา” มาร์คพูด

 

ร่างบางย่นจมูกให้กับคำตอบกวนๆของร่างสูง ก่อนจะหันไปรดน้ำต้นไม้ต่อ

 

                “ เมื่อคืนถึงบ้านกี่โมง” มาร์คถามพลางขายาวก็เดินไปหยิบบัวรดน้ำอีกอันขึ้นมา

 

                “ ประมาณสองทุ่มฮะ...” แบมแบมตอบ

 

                “ งั้นเหรอ........” มาร์คพูดพร้อมกับยกบัวรดน้ำไปยังกลุ่มดอกเดซี่สีขาวใกล้ๆแบมแบม

 

                คนตัวเล็กหันไปมองเสี้ยวหน้าหล่อแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่ออีก เช่นเดียวกันกับมาร์คที่ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก ต่างคนจึงต่างรดน้ำต้นไม้ไปแบบเงียบๆ มีเพียงเสียงดนตรีดังมาจากโมบายที่แขวนอยู่บนริมระเบียงห้องนอนของแบมแบม มาร์คเงยหน้าขึ้นไปตามเสียงนั้น ก่อนจะหลุดยิ้มขึ้นมา ผ้าม่านก็ผืนเดิม หน้าต่างบานเดิม แม้กระทั่งโมบายรูปดวงดาวก็ยังคงแขวนอยู่ที่เดิม ไม่เปลี่ยนไปเลย

 

                “ วันนี้ไปไหนหรือเปล่า” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้น

 

                “ อืม....ก็ไม่นะฮะ พี่มาร์คมีอะไรเหรอ” เจ้าของเสียงหวานทำท่าครุ่นคิดก่อนจะตอบออกไป

 

                “ ดีเลย.....” มาร์คพูดเสียงเบา

 

                “ ครับ?”  แบมแบมเอียงใบหน้าหวานเข้าหามาร์ค

 

                “ งั้นวันนี้ของแบม เราขอนะ” คนตัวสูงยิ้มตาหยี

 

                “ คงไม่พาไปทำอะไรแปลกๆใช่มั้ยเนี่ย” แบมแบมหรี่ตา

 

                “ เปล่านะ...... แค่มีที่ที่นึงที่อยากพาไปน่ะ” คนตัวสูงเลื่อนสายตาจากสายน้ำที่กำลังร่วงลงสู่พื้นหญ้าสีเขียวชะอุ่มมาที่แบมแบม

 

                คนตัวเล็กยิ้มตอบ พลางพยักหน้าน้อยๆให้ ก่อนจะวักน้ำในบัวดีดเบาๆใส่ใบหน้าหล่อ

 

                “ แกล้งพี่เหรอ....” มาร์คทำแก้มป่อง

 

                “ คิกคิก” เจ้าของเสียงหวานหัวเราะน้อยๆ ด้วยน้ำเสียงหวานๆ มาร์คยิ้มตามการกระทำนั้นราวกับโดนเวทมนต์ให้ต้องยิ้มเท่านั้นเมื่ออยู่กับแบมแบม

 

                “ แล้วนี่ พี่มาร์คมายังไง” แบมแบมชะเง้อคอมองออกไปยังด้านหน้าโบสถ์ เพราะไม่เห็นได้ยินเสียงรถ หรือคนหล่อจะจอดรถทิ้งไว้ไกลจากที่นี่

 

                “ ปั่นจักรยานมา” มาร์คตอบ

 

                “ จักรยาน?” ร่างบางทวนคำตอบอีกครั้งให้แน่ใจ”

 

                “อื้ม” มาร์คพยักหน้าก่อนจะยื่นมือออกมา แบมแบมเอียงใบหน้าหวาน พลางหรี่ตาลงเล็กน้อยและย่นจมูกอย่างที่ชอบทำ ก่อนจะยื่นมือเรียวไปจับกับมืออีกคนเอาไว้

 

.....

ไอลมเย็นลอยกระทบกับใบหน้าหล่อของคนผมสีแดง มาร์คยกยิ้มที่มุมปากพลางมือหนาก็เลื่อนจาก

คอจักรยานมากุมมือเล็กที่จับปลายเสื้อยืดลายขวางสีน้ำเงินเข้มของเขาอยู่

 

                “ จับดีดีสิ เดี๋ยวก็ร่วงหรอก” คนตัวสูงพูดขึ้น

 

                “ พี่มาร์คก็อย่าปั่นเร็วสิ ทางมันชันเห็นมั้ย” แบมแบมพูดเชิงดุน้อยๆ

 

                “ ถ้ากลัวตก กอดเอวพี่ไว้ก็ได้นะ” มาร์คกระชับมือเล็กให้เลื่อนมาโอบกอดเอวของเขาไว้ แบมแบมยู่ปากกับความหุนหันพลันแล่น เอาแต่ใจของคนตัวสูง นึกอยากจะทำอะไรก็ทำ พี่มาร์คนี่จริงๆเลยน้า

 

                “ แล้วนี่ เรากำลังจะไปไหนกันเหรอครับ” คนตัวเล็กแหงนหน้าขึ้นมองท้ายทอยของคนตัวสูง

 

                “ เดี๋ยวถึงแล้วก็รู้เอง” มาร์คตอบสั้นๆ

 

                “ Well, if you said so” แบมแบมพูดเบาๆ

 

                บรรยากาศข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่ที่ทุกต้นปกคลุมด้วยใบไม้สีเขียวชอุ่ม เขตชานเมืองที่คนตัวเล็กอาศัยอยู่ ยังคงสภาพเดิมไม่ต่างจากตอนที่เขายังเป็นเด็ก ธรรมชาติที่เคยสวยงามอย่างไร วันนี้ก็ยังคงสวยงามแบบนั้น ไม่เปลี่ยนแปลงไปเลย ร่างบางทอดสายตามองข้างทาง ริมถนนที่เคยเดินด้วยกันกับคนตัวสูงเมื่อครั้งยังเป็นเด็กชายตัวเล็กๆ เก้าอี้และตู้โทรศัพท์ก็ยังอยู่ที่เดิม แม้สภาพจะดูเก่าไปตามกาลเวลาที่เปลี่ยนผ่านแล้วก็ตาม มองไปทางไหนก็เห็นแต่อดีตที่สวยงามน่าจดจำ แอบหวังได้ไหมว่าในใจของคนตัวสูงตอนนี้จะกำลังคิดเรื่องเดียวกันอยู่ คิดพลางใบหน้าสวยก็ระบายยิ้มหวานออกมา คนตัวเล็กกระชับกอดคนตัวสูงแน่นขึ้นเมื่อลมหนาวพัดผ่านรถจักรยานคันงาม

             
                 “ใกล้ถึงแล้วล่ะ” มาร์คพูดขึ้น

 

                 “ งั้นเหรอครับ......”  ร่างเล็กตอบเบาๆ เป็นอีกครั้งที่แอบเผลอคิดว่าอยากให้ถนนสายนี้มันยาวขึ้นกว่าเดิมอีกสักหน่อย

 

                วันนี้อากาศดีมากทีเดียว ลมกำลังเย็นสบายและแสงแดดที่ไม่จ้าจัดจนเกินไป แบมแบมแอบมองแผ่นหลังของมาร์คแทบจะในตลอดเวลาที่นั่งซ้อนจักรยานอยู่ กลิ่นโคโลญจน์อ่อนๆที่มาสัมผัสกับจมูกของคนตัวเล็กนั้นมีอิทธิพลกับระดับการเต้นของหัวใจอย่างประหลาด ในขณะที่แบมแบมกำลังเพลิดเพลินอยู่กับกลิ่นหอมจางๆที่มาจากตัวของคนผมสีแดง เจ้าตัวก็เบรกจักรยานคันงามใกล้ๆต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง

 

                “ เกือบถึงแล้ว แต่ว่าต่อจากนี้ เราต้องเดินไป” มาร์คเอี้ยวตัวมาหาแบมแบมแล้วก็ต้องหลุดขำออกมาเมื่อเห็นท่าทางประหลาดๆของคนตัวเล็ก

 

                “ ทำอะไร” คนตัวสูงพูด

 

                “ เปล่านะ” แบมแบมเฉไฉหันสายตาไปทางอื่น

 

                “ เสื้อพี่หอมมากเหรอ” มาร์คแหย่

 

                “ เปล่า......เรากำลังคิดว่า............ได้กลิ่นดอกไม้” คนตัวเล็กกระพริบตาปริบๆ

 

                “ โกหกล่ะสิ” มาร์คหรี่ตาอย่างรู้ทัน

 

                “ พี่มาร์คอ่ะ เราไม่คุยด้วยแล้ว” แบมแบมกอดอกพูดแบบงอนๆ

 

                “ โอ๋ๆ อย่างอนเราเลยน้า ถ้าอยากดมเสื้อเรา เราจะให้แบมดมทั้งวันเลย อ่ะอ่ะ” พูดพลางแนบเอาแผ่นอกกว้างเข้าหาใบหน้าสวย พลันมือหนาก็ยกขึ้นมากอดอีกคนเอาไว้หลวมๆ

 

                “ พี่มาร์ค แบมไม่ใช่โรคจิตนะ” แบมแบมพูดเสียงอู้อี้อยู่ในอ้อมกอดของมาร์ค

 

                “ ฮ่าๆ ” คนตัวสูงหัวเราะร่วนกับท่าทางของคนตัวเล็ก

 

                “ ป่ะ ไปกันได้แล้ว” มาร์คจูงมือแบมแบมที่กำลังทำท่ากระฟัดกระฟียดไม่พอใจ ถึงแม้จะยังงอนอยู่หน่อยๆ แต่แบมแบมก็ยอมเดินตามมาร์คไปแต่โดยดี

 

                คนตัวสูงพาคนตัวเล็ก เดินขึ้นผ่านเนินทุ่งหญ้าสีเขียวสดใส ผ่านต้นไม้ใหญ่เล็กที่ใบพลิ้วไหวไปตามสายลม บรรยากาศรอบๆตัวทั้งคู่ตอนนี้สวยงามราวภาพวาด แบมแบมเผลอยิ้มให้กับดอกหญ้าสีขาวที่กระจายดอกลอยขึ้นสู้ท้องฟ้า มือหนากระชับมือบางเอาไว้แน่น และยิ่งแน่นขึ้นเมื่อใกล้ถึงที่หมาย

 

                         “ นี่ ..... กันต์พิมุกต์ ....” มาร์คเอ่ยเรียกชื่อตัวของอีกคนเบาๆ

 

                         “ ครับ?” แบมแบมที่ยืนอยู่ในระดับความสูงบนเนินลาดเอียงต่างจากมาร์ค แหงนหน้ามองคนผมสีแดงด้วยแววตาสงสัย

 

                        “ ค่อยๆเดินขึ้นมา ช้าๆนะ” มาร์คปล่อยมือ และยิ้มเบาๆให้แบมแบม คนตัวเล็กพยักหน้าน้อยๆและยิ้มตอบ ก่อนจะค่อยๆก้าวขาเรียวเดินขึ้นมาตามที่ร่างสูงบอก

 

                วินาทีที่สายตาของคนตัวเล็กโผล่พ้นเนินหญ้า ก็พบกับพื้นดินที่ปูไปด้วยสีขาวของทุ่งดอกเดซี่ ดอกไม้ที่แสนมีความหมายกับทั้งสองคน ต่างชูกลีบเข้าหาแสงอาทิตย์ยามเช้า และลู่ไหวไปตามสายลมพัดราวกับเต้นระบำอยู่ แบมแบมจ้องมองภาพตรงหน้าอย่างไม่ละสายตา สวยงามจริงๆ แม้จะอยู่ที่นี่มายี่สิบปีก็ยังไม่เคยรู้ว่ามีสถานที่ที่สวยงามแบบนี้หลบซ่อนอยู่ด้วย คนตัวสูงก้มมองดูปฏิกิริยาของคนตัวเล็กอย่างไม่วางตา ก่อนที่เจ้าของใบหน้าหล่อจะพาตัวเองลงไปยังสถานที่ด้านล่าง

 
 

                 “ ลงมาสิ” มาร์คพูดพลางแขนยาวก็ยื่นไปหาแบมแบม

 

                “ อื้ม...” คนตัวเล็กพยักหน้า และยื่นมือไปจับกับอีกคนไว้ ก่อนจะค่อยๆก้าวลงไปยังทุ่งดอกเดซี่สีขาว

 

                “ สวยจังเลย.....” เสียงหวานเอ่ยขึ้นอีกครั้ง เมื่อเดินมาถึงด้านล่าง

 

                “ ชอบมั้ย” มาร์คก้าวขามายืนชิดกับแบมแบม

 

                “ อื้อ ชอบมากเลยครับ” คนตัวเล็กพยักหน้าติดติดกัน พร้อมหันมาทำตาแป๋วใส่อีกคน

 

                คนตัวสูงยิ้มให้ ก่อนจะเลื่อนสายตาคมทอดมองปังภาพเบื้องหน้า เช่นเดียวกับแบมแบมเองที่สูดหายใจลึกเข้าปอด แล้วพ่นลมหายใจออกมาอย่างผ่อนคลาย คนตัวเล็กหลับตาลงเพื่อซึมซับเอาอากาศบริสุทธิ์และกลิ่นหอมของดอกไม้เข้ามาเก็บเอาไว้ให้เต็มปอด ในช่วงขณะเวลาที่ร่างบางกำลังอยู่ในโลกส่วนตัว คนตัวเล็กไม่ได้รู้เลยว่า สายตาคมของอีกคนเอาแต่จ้องมองไปยังใบหน้าหวานที่กำลังหลับตาพริ้ม

 

                “ กันต์พิมุกต์  ไม่สิ... แบมแบม” มาร์คพูด ร่างบางลืมตาขึ้นมาและเอียงใบหน้าสวยไปตามต้นเสียง สายตาจดจ่อดูว่าคนข้างๆจะพูดอะไรออกมาอีก

 

                “ ชื่อแบมแบม ก็ดูเหมาะกับนายดีนะ” คนตัวสูงพูด พลางเลื่อนสายตาคมกลับไปยังกลุ่มดอกไม้

สีขาวต่อ

 

                “ .......” ร่างบางใจสั่นแปลกๆกับอาการที่ร่างสูงกำลังเป็นอยู่ตอนนี้ อยู่ดีดีเมื่อสักครู่ แบมแบมแอบสังเกตเห็นความหม่นเศร้าในแววตาของมาร์ค มีอะไรในใจหรือเปล่า

               

                “ พี่มาร์ค..... เราก็ยังเป็นคนเดิม ไม่ว่าจะถูกเรียกด้วยชื่อไหน” มือเล็กเอื้อมมือไปจับที่นิ้วก้อยของอีกคนเบาๆ แบมแบมแค่อยากให้มาร์ครู้ว่าไม่ว่าจะเป็นยังไง มาร์คจะยังมีแบมแบมยืนอยู่ข้างๆเสมอ และจะเป็นแบบนั้นตลอดไป ตราบเท่าที่มาร์คยังคงอนุญาตให้อยู่ได้

 

                มือหนาของมาร์คเปลี่ยนจากถูกจับมาเป็นฝ่ายจับมืออีกคนเอาไว้แทน มาร์คบีบมือเล็กเบาเบาหนึ่งครั้ง เหมือนจะเป็นคำตอบนัยๆว่าเขารู้ถึงสิ่งที่อยู่ในใจแบมแบมตอนนี้

 

                ความเงียบเดินทางผ่านมาหาทั้งคู่อีกครั้ง ไม่มีใครพูดอะไรขึ้นมาอีก  สองมือยังคงจับกันแน่นราวกับทั้งคู่ กำลังใช้หัวใจพูดจากันอยู่ จนเวลาผ่านล่วงเลยไป แสงแดดอ่อนๆเริ่มจ้าจัดมากขึ้น อากาศที่ดูเหมือนจะดีกลับมีเมฆตั้งเค้ามาตามแนวสันภูเขา แบมแบมใช้มืออีกข้างกระตุกเบาๆที่ชายเสื้อยืดของมาร์ค คนตัวสูงก้มลงมองใบหน้าอีกคนพลางพยักหน้าให้

 

                “ นี่...พี่มาร์ค เราเก็บดอกไม้ ไปฝากคุณแม่กันมั้ย” ร่างบางระบายยิ้มสวยให้กับมาร์ค พยายามส่งความรู้สึกไปให้เมื่อยังเห็นแววความเศร้าในตาของมาร์ค

 

                “ เอาสิ” มาร์คพูดสั้นๆ พลางหย่อนตัวลงไปนั่งเด็ดดอกเดซี่กับแบมแบม ช่วยกันดู ช่วยกันเลือกเก็บดอกที่สวยที่สุดขึ้นมา

 

 

                แสงพระอาทิตย์เริ่มเปลี่ยนทาง หลังจากที่ใช้เวลาอยู่ที่ทุ่งดอกไม้นานค่อนวัน ทั้งคู่ก็เดินกลับมายังจักรยานคันเดิมที่นั่งกันมาเมื่อเช้า

 

                “ พี่มาร์ค แบมขอเป็นคนปั่นมั่งได้ปะ” เสียงใสเอ่ยขึ้น

 

                “ จะไหวเร้อออ ตัวเล้กแค่นี้ ซ้อนพี่ไม่ไหวหรอก”

 

                “ ไหวสิฮะ แบมแข็งแรงนะ”

 

                “ อ่ะ อ่ะ ให้ลองปั่นดู” คนตัวสูงพูดพลางยื่นมือไปรับเอาดอกไม้ในมือแบมแบมมาถือเอาไว้

 

                “ ไว้ใจได้เลย” แบมแบมพูด

 

                “ โอเค โอเค คนเก่ง พี่จะเป็นผู้ซ้อนที่ดี ตกลงมั้ย”

 

                “ โอเคครับ” คนตัวเล็กพูดพลางเดินไปขึ้นนั่งบนอานจักรยาน อยู่ในท่าเตรียมพร้อมที่จะปั่น มาร์คส่ายหน้าน้อยๆให้ท่าทางมุ่งมั่นนั้น ก่อนจะก้าวขาขึ้นไปนั่งบนที่สำหรับคนซ้อน

 

                “ เพราะไม่รู้ว่าคนปั่นไว้ใจได้แค่ไหน ฉะนั้นผมขอกอดเอวไว้นะครับ ผมกลัวตก” มาร์คพูด

 

                “ ครับผม” แบมแบมตอบรับก่อนจะยันเท้าขึ้นจากพื้นจะออกแรงปั่นจักรยานคันงาม

 

                ร่างบางพาร่างสูงปั่นขึ้นทางคลื่นอย่างทุลักทุเล มีเสียงหัวเราะดังตลอดทาง มาร์คต้องคอยเอาขายันพื้นไว้เมื่อเห็นท่าว่ารถจะเสียหลัก บอกให้ลงมาเดี๋ยวเขาจะปั่นต่อเองแบมแบมก็ไม่ยอม ก็เลยต้องทนนั่งอย่างทุลักทุเลกันไป จนไม่นานนัก ทั้งคู่ก็ถึงสถานที่ที่ตั้งใจเอาไว้

 

                สองคนก้าวเดินเข้าไปยังหลุมฝังศพของมารดาผู้ให้กำเนิด แผ่นหินอ่อนสีขาวที่ตั้งอยู่เคียงข้างกัน แบมแบมยื่นมือไปจับมือมาร์คเอาไว้ ก่อนที่ทั้งคู่จะวางดอกไม้ที่เก็บมา ลงตรงหน้าแผ่นหินนั้น

 

                “ ผมกลับมาแล้ว....” มาร์คเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบา

 

                “ พี่มาร์คกลับมาแล้วครับแม่ แล้วเราก็เจอกันแล้วด้วย ตอนนี้เค้าตัวสูงกว่าแบมเยอะเลย แถมหน้าตาก็หล่อด้วย” เสียงใสเอ่ยขึ้นพยายามอยากทำให้บรรยากาศตอนนี้มันดีขึ้น แต่ไม่ว่าวันนี้จะพยายามยังไง ความเศร้าที่ฉายผ่านแววตามาร์คก็ยังไม่หายไปสักที

 

                “ แม่ครับ....ผมคิดถึงแม่มากเหลือเกิน…… 

               มันยากที่จะพูดเรื่องนี้แต่ว่า……พ่อ...............”    เมื่อถึงตรงนี้ น้ำเสียงของคนตัวสูงเริ่มสั่นเครือ ขอบตาเริ่มแดงช้ำ มาร์คกำลังพยายามสกัดกลั้นน้ำตาเอาไว้

 

                “ พ่อจากผมไปแล้ว.....มันน่าเศร้าแต่ว่า ในที่สุดพ่อก็กลับมาอยู่กับแม่เหมือนอย่างที่เคยตั้งใจเอาไว้แล้วนะครับ และท่านยังคงรักแม่ตราบจนลมหายใจสุดท้ายของท่าน ได้โปรดอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขตลอดไปด้วยนะครับ” คนตัวสูงขบกรามแน่นพยายามสกัดกลั้นอารมณ์อย่างเต็มที่ มาร์คย่อตัวนั่งคุกเข่าลงที่พื้นหญ้า ก่อนจะวางล็อคเกตสีเงินที่ภายในมีรูป บิดาและมารดาของเขาอยู่ลงไปข้างๆดอกไม้นั้น

มือหนากำกำปั้นแน่น ก่อนะจ้องมองไปยังรูปที่อยู่บนแผ่นหินสีขาว

 

                ร่างบางที่เห็นเหตุการณ์มาตลอด จึงได้เข้าใจถึงความหม่นเศร้าในแววตาของอีกคน แค่มองเห็นคนตัวสูงเป็นแบบนี้ก็รู้สึกเจ็บปวดแทนแล้ว  แบมแบมค่อยๆหย่อนตัวลงนั่งข้างๆมาร์ค วางมือเล็กลงบนบ่าใหญ่เบาๆและลูบไปมาอย่างอ่อนโยน มาร์คเอื้อมมือมาจับมือแบมแบมเอาไว้ ก่อนที่ทั้งร่างนั้นจะเริ่มสั่นไปตามแรงสะอื้น พอได้มาอยู่ตรงนี้และด้านข้างมีแบมแบมอยู่ เหมือนความเข้มแข็งที่เคยมีมาพังทลายสลายหายไปหมด ความเสียใจที่พยายามเก็บซ่อนเอาไว้ น้ำตาที่ไม่เคยมีใครได้เห็น แต่เพียงแค่คนตัวเล็กสัมผัสเบาๆน้ำตาที่พยายามสกัดไว้กลับไหลออกมาอย่างห้ามไม่ได้ คนตัวเล็กโน้มตัวลงไปกอดอีกคนเอาไว้ มาร์คซบลงที่ไหล่เล็ก และร้องไห้ออกมาสุดตัว สุดความรู้สึก สุดความเสียใจ คนตัวเล็กกอดปลอบแต่ก็พยายามที่จะไม่ให้ตัวเองร้องตามไปด้วย ในเวลานี้แบมแบมต้องเข้มแข็งเพื่อมาร์ค

 

                “ไม่เป็นไรนะพี่มาร์ค เราอยู่ตรงนี้แล้ว เราอยู่ตรงนี้.......” คนตัวเล็กเอ่ยปลอบข้างหูอีกคนเสียงเบา แต่ช่างเป็นน้ำเสียงที่อบอุ่น อบอุ่นเหลือเกิน มือเล็กลูบไปตามแผ่นหลังของอีกคนไปมา ช้าๆ ส่วนแขนอีกข้างก็กระชับกอดคนตัวสูงแน่น เพื่อที่จะให้คนตัวสูงรู้ว่า เค้าจะไม่ไปไหน จวบจนเวลาเนิ่นนาน มาร์คยังคงปล่อยให้น้ำตาไหลในอ้อมกอดแคบๆของแบมแบม เหตุการณ์วันนี้มันช่างคล้ายกับวันที่เราเจอกันวันแรกเหลือเกิน วันที่มาร์คร้องไห้ฟูมฟายแล้วก็ได้อ้อมกอดอบอุ่นนี้มาช่วยเอาไว้  ช่วยพี่อีกสักครั้งนะแบมแบม พี่เหนื่อยเหลือเกิน

 

               

.............
 

                        มาร์คและแบมแบมเดินเคียงข้างกันบนริมฟุตบาทที่ขนาบข้างไปด้วยต้นไม้ใหญ่ สองคนไม่ปั่นจักรยานกันแล้ว ร่างสูงเป็นคนจูงจักรยานและมืออีกข้างหนึ่งก็จับกับมือเล็กของแบมแบมเอาไว้ ทั้งคู่กระชับมือกันแน่น ขอบตาของมาร์คยังคงแดงช้ำ คนตัวสูงทอดสายตาตรงไปข้างหน้า ในขณะที่อีกคนเอาแต่คอยมองอย่างนึกเป็นห่วง

 

                ฝนที่ตั้งเค้ามาตั้งแต่เมื่อเช้า ค่อยๆตกลงมาอย่างช้าๆให้แผ่นดินได้ชุ่มชื่น ทั้งคู่รีบวิ่งเข้าไปหลบฝนในตู้โทรศัพท์สาธารณะริมทาง อากาศที่หนาวเย็นอยู่แล้ว ยิ่งฝนตกลงมายิ่งหนาวเข้าไปใหญ่

 

                “ พี่มาร์ค หนาวมั้ย” คนตัวเล็กพูดพลางจับมืออีกคนมากุมเอาไว้

 

                “....” มาร์คส่ายหน้าน้อยๆให้ แบมแบมพินิจมองดูใบหน้าหล่อเหลาที่เริ่มซีดเผือก รีมฝีปากเริ่มสั่น

 พี่มาร์คขี้หนาวจะตายแล้วยังจะมาบอกว่าไม่หนาวอีก

 

                “ ขยับมายืนใกล้ๆกันสิฮะ” เสียงหวานเอ่ยพลางดึงชายเสื้ออีกคนให้เข้ามาใกล้ มาร์คก้าวเท้าเข้าหา

แบมแบมอย่างว่าง่าย คนตัวเล็กมองลอดออกไปดูหยาดฝนที่กำลังรินไหล ผ่านกระจกของตู้โทรศัพท์ มือเรียวยกขึ้นมาลูบแขนตัวเองเบาๆ คนตัวสูงข้างๆก็มีทีท่าไม่ต่างกันนัก

 

คนก็เศร้าอยู่แล้ว บรรยากาศยังจะมาพาให้เศร้าอีก

 

พี่มาร์ค เราพอจะทำอะไรให้ได้บ้างมั้ย......

 

                มาร์คที่ไม่ยอมพูดจา เอาแต่มองเหม่อทอดสายตาออกไปด้านนอกยิ่งเห็นท่าทางแบบนั้น แบมแบมก็ยิ่งปวดใจ มันเหมือนกับเมื่อก่อน เหมือนกับวันแรกๆที่เจอกับมาร์ค พี่มาร์คที่น่าสงสาร ผมจะเป็นคนทำให้พี่มีความสุขเอง อย่าเศร้าไปเลยนะครับได้โปรด

 

                คนตัวเล็กเขย่งเท้า เอื้อมมือขึ้นไปโน้มใบหน้าของคนตัวสูงลงมาแทบบ่าตัวเอง แบมแบมลูบผมมาร์คอย่างอ่อนโยนก่อนจะพูดเสียงเบา

 

                “ ไหนสัญญากันแล้ว ว่าจะเข้มแข็งไงครับ ไหนสัญญากันแล้วว่าจะไม่ทำหน้าเศร้า ไหนสัญญากันแล้วว่าจะไม่ร้องไห้........”  ไหล่เล็กของแบมแบม ยังคงเป็นที่พักพิงที่อบอุ่นของมาร์คเสมอ เสียงหวานที่เริ่มสั่นเครือไปตามแรงสะอื้นของคนตัวโต มาร์คร้องไห้อีกแล้ว  แบมแบมรู้ดีว่ามาร์คเสียใจและต้องการจะปลดปล่อยอารมณ์มากแค่ไหน การเสียบุคคลที่รักไปไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำใจให้ยอมรับได้ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ก็ตาม เราไม่มีทางทำใจได้เพียงแต่ที่เห็นว่าไม่เป็นอะไรเพียงเพราะรู้ว่าจะต้องอยู่กับมันยังไงต่างหาก

 

                “ เรา...ฮึก...เรารู้สึกเหมือนไม่เหลือใครสักคน....” เสียงทุ่มสั่น เอ่ยขึ้นมาอย่างอ่อนแรง มาร์คทรุดตัวนั่งคุกเข่าลงกับพื้น คนตัวเล็กย่อตัวลงตามคนตัวสูงก่อนที่อ้อมกอดเล็กๆของแบมแบมจะมอบให้กับมาร์คอีกครั้ง

 

                “ ชู่ว.......พี่มาร์ค จำที่เราเคยบอกพี่มาร์คได้มั้ย ว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราจะมีกันและกันเสมอ...” แบมแบมประคองใบหน้าหล่อที่เต็มไปด้วยน้ำตาขึ้นมา

 

                “ พี่มาร์คยังมีเราเสมอนะ.......” ดวงตากลมโตถ่ายทอดความรู้สึกไปยังดวงตาคม น้ำตาของมาร์ค ความอ่อนแอของมาร์ค ไม่เคยมีใครได้เห็น และมาร์คก็ไม่เคยแสดงมันออกมาให้ใครได้เห็น ไม่มีแม้สักคนยกเว้นเพียงแต่คนตัวเล็กตรงหน้าเขาคนนี้เท่านั้น แบมแบมไม่เคยร้องไห้ต่อหน้ามาร์คตั้งแต่ไหนแต่ไร แบมแบมเข้มแข็งเพื่อมาร์คมาตลอด ไหล่นี้ อ้อมกอดนี้ เมื่อไหร่ก็ตามที่มาร์คต้องการ แบมแบมจะไปอยู่ตรงนั้นเพื่อมาร์คเสมอ

 

                “ พี่มาร์คอย่าร้องไห้เลยนะ เราเห็นแล้วเราปวดใจ” เสียงใสที่กำลังสั่นเครือ พอพินิจดูใบหน้าของมาร์คที่แววตาเต็มไปด้วยความเสียใจ และเจ็บปวด น้ำตาของคนตัวเล็กก็ไหลออกมาอย่างห้ามไม่ได้ มือเล็กยกขึ้นมาปาดน้ำตาตัวเอง ก่อนจะเอื้อมไปเช็ดน้ำตาให้อีกคน มาร์คดูจะตกใจหน่อยๆที่เห็นน้ำตาของแบมแบม ใบหน้าที่คอยยิ้มแย้มให้เขาอยู่เสมอแต่วันนี้กลับต้องมาร้องไห้เพราะตัวเขาเอง

 

                อันที่จริงการที่แบมแบมร้องไห้ก็ไม่ได้มีสาเหตุมาจากมาร์คทั้งหมด พอมาคิดๆดูแล้วคำพูดที่มาร์คบอกว่ารู้สึกเหมือนไม่มีใคร มันเหมือนไปสะกิดแทงใจของคนตัวเล็ก ถ้ามาดูกันจริงๆแล้ว คนที่ไม่มีใครจริงๆน่าจะเป็นแบมแบมมากกว่า นอกจากมาร์คแล้ว คนอื่นๆก็ไม่มีใครที่หัวใจดวงน้อยนี้เปิดรับให้เข้ามาอย่างเต็มที่สักที

 




ไม่มีเลยสักคน.....

 

 

  

                หยาดน้ำตาที่ร่วงหล่นออกมาจากดวงตาคู่สวยของแบมแบมทำให้มาร์คหยุดร้องไห้ในทันที คนตัวสูงจ้องมองไปยังดวงตากลมนั้นพลันมือหนาก็ค่อยๆโน้มศีรษะอีกคนเข้าหาอ้อมกอดตัวเอง

 

 

                “ เราขอโทษ นายอย่าร้องไห้เลยนะ” มาร์คลูบหัวคนในอ้อมกอดเบาๆ แบมแบมกระพริบตาปริบๆในวงแขนของมาร์ค

 

                “ กันต์พิมุกต์ เราขอโทษ” คนตัวสูงจับไหล่เล็กให้อีกคนมาเผชิญหน้า มาร์คจ้องมองใบหน้าสวยก่อนจะเอื้อมมือมาเช็ดน้ำตาให้ คนตัวเล็กอมยิ้มให้กับการกระทำนั้น ถึงแม้จะเป็นรอยยิ้มที่เปื้อนน้ำตาก็ตามที

 

                “ เราจะไม่ร้องก็ได้ แต่พี่มาร์คก็ต้องไม่ร้องเหมือนกันนะ ตกลงมั้ย” แบมแบมพูด

 

                “ อื้ม”  คนผมสีแดงพยักหน้าตอบ

 

 

                กลุ่มเมฆสีหม่นที่โอบอุ้มน้ำฝนเอาไว้ บัดนี้ถูกสายลมหนาวพัดพาให้หายไปจนมองเห็นแสงของพระอาทิตย์ยามเย็นลอดผ่านกลุ่มใบไม้สีเขียว  

 

                “ เราสัญญา ว่าเราจะไม่ร้องไห้อีกแล้ว” มาร์คดึงตัวแบมแบมเข้ามากอดไว้อีกครั้ง คนตัวเล็กยิ้มกว้างอยู่ในอ้อมกอดนั้นเงียบๆ แต่ก็ไม่ลืมที่จะผงกหัวน้อยๆให้ร่างสูงรับรู้

 

                “ เย็นแล้ว เรากลับบ้านกันมั้ย?” มาร์คหยัดตัวขึ้นยืนพร้อมกับดึงตัวแบมแบมขึ้นมา

 

บ้านเหรอ?   ไม่ได้ยินคำนี้มานานแล้วเหมือนกัน

 

                “ บ้านเหรอครับ?” คนตัวเล็กทวนคำถามให้แน่ใจ

 

                “ อื้ม บ้าน” มาร์คตอบสั้นๆ

 

                “ บ้านใคร?

 

                “ บ้านพี่ไง”

               
                 “ บ้านพี่มาร์ค  ที่ไหน ในเมืองเหรอฮะ” แบมแบมทำตาโตเมื่อนึกถึงว่าจะต้องไปยังสถานที่นั้น บ้านของมาร์ค ห้องของมาร์ค เตียงของมาร์ค ถึงแม้อยากจะลืมเท่าไหร่ก็เถอะ แต่เรื่องแบบนั้นใครเขาลืมง่ายๆกัน พอนึกถึงเรื่องนี้แล้วก็อดโมโหขึ้นมาไม่ได้

 

เพี้ย! ฝ่ามือเล็กฟาดลงที่ต้นแขนของอีกคน แบมแบมตวัดสายตาโกรธเคืองไปให้มาร์ค

 

                “ ตีพี่ทำไม” มาร์คทำหน้าสงสัย พลันมือหนาก็ยกขึ้นมาลูบๆบริเวณที่ถูกตี

 

                “ พี่มาร์คนี่ ไม่รู้เรื่องอะไรเลยจริงๆ” จู่ๆคนตัวเล็กก็พูดเรื่องที่รู้อยู่คนเดียวขึ้นมา

 

                “ไม่รู้ว่า?” คนตัวสูงยังคงทำหน้างง

 

                “ เราไม่ไปบ้านพี่มาร์คหรอก” คนตัวเล็กกดเสียงต่ำ

 

                “ ทำไม”

 

                “ ก็แค่ไม่อยากไป” เจ้าของเสียงหวานพูดพลางเดินออกมานอกตู้โทรศัพท์

 

                “ แล้วทำไมถึงไม่อยากไปล่ะ เมื่อก่อนก็ไปอยู่บ่อยๆ” มาร์คย่นคิ้ว

 

                “ เมื่อก่อน?” แบมแบมหันขวับไปหามาร์คทันทีที่ได้ยินคำว่าเมื่อก่อน

 

                “ พี่มาร์คหมายถึงบ้านไหนกันแน่” คนตัวเล็กเดินเข้าไปเขย่าแขนอีกคนเบาๆ

 

                “  ก็บ้านพี่ไง หรือนายหมายถึงใครเคยไปบ้านคนชื่อมาร์คคนไหนอีก ฮึ” เสียงทุ้มเอ่ยอย่างใจดี

 

                “ ไม่มี ไม่มี เราไม่เคยไปบ้านใคร คนไหน คนอื่นเลย”

 

                “ ทำไมต้องทำเสียงสูง”

 

                “ ไม่ได้ทำ”

 

                “ ทำ”

 

                “ ก็บอกว่าไม่ได้ทำไง พูดมาก งั้นไม่ไปแล้วนะ”

 

                “ เห้ย ล้อเล่นๆ แหม......ทำไมเดี๋ยวนี้ขี้งอนจังเนี่ย  ฮะ?

 

                “ ไม่ได้งอน”

 

                “ นี่แหละ งอน” มาร์คยังคงไม่หยุดแกล้ง คนตัวเล็กยู่จมูกพลางหันหลังให้

 

                “ โอ๋ๆ ล้อเล่นนะ อย่าโกรธเราดิ ทำแก้มป่องมากๆระวังมันจะไม่ยุบเอานะ” คนตัวสูงเดินเข้ามาจิ้มแก้มป่องๆของคนตัวเล็กที่ตอนนี้ทำท่ากระฟัดกระเฟียดใหญ่

 

                “ โอ้ย” แบมแบมหันไปหยิกมาร์คอย่างหมั่นไส้

 

                “ อ้ะ” คนตัวเล็กสะดุ้ง เมื่อถูกอีกคนกอดเอาไว้จากทางด้านหลัง

 

                “ จะทำอะไรเนี่ย”  

 

                “ ก็ถ้าไม่จับไว้แบบนี้ เดี๋ยวนายก็ทำร้ายร่างกายเราอีก” มาร์คยักคิ้ว

 

                “ แบบนี้ไม่เรียกจับนะ แบบนี้เรียกกอด” แบมแบมดิ้นน้อยๆ

 

                “ เอ้าเหรอ ไม่รู้เลยนะเนี่ย” มาร์คอมยิ้ม

 

                “ ปล่อยเรานะ เราจะไม่ตีพี่มาร์คแล้วก็ได้” คยตัวเล็กยังคงดิ้นอยู่ในอ้อมกอดนั้น ใบหน้าหวานเริ่มขึ้นสีแดงจัด

 

คนบ้า  ร่างบางคิดในใจ

 

 

                “ อ่ะๆ ปล่อยก็ได้ แต่ต้องสัญญามาก่อน ว่าจะไปที่บ้านกับพี่” มาร์คคลายกอดออก คนตัวเล็กผละตัวเองออกจากอ้อมกอดนั้น

 

                “ เป็นอะไร ทำไมหน้าแดงๆ ไม่สบายเหรอ” มาร์ครุดเข้าไปเอามืออังหน้าผากแบมแบม

 

                “ เปล่า....” คนตัวเล็กพูดเสียงสั่น

 

                “ รีบกลับบ้านไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ากัน เราไม่อยากให้นายไม่สบายเพราะเรานะ” คนตัวเล็กดึงอีกคนมาซ้อนที่จักรยาน ก่อนที่มาร์คจะรีบพาแบมแบมกลับไปที่บ้านของเขา

 

                แสงแดดสีส้มอ่อนที่สาดมากระทบกลุ่มผมสีแดงเพลิงของมาร์ค ยิ่งทำให้ใบหน้าหล่อดูน่าหลงใหลอย่างประหลาด สายลมพัดเอากลิ่นหอมจางๆจากมาร์คมากระทบกับจมูกโด่งของแบมแบม คนตัวเล็กแนบใบหน้าหวานไปกับแผ่นหลังกว้าง มาร์คกระชับมือของแบมแบมที่กอดเขาเอาไว้หลวมๆ ให้แน่นมากขึ้น คนตัวสูงกดยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะตั้งหน้าตั้งตาปั่นจักรยานต่อ

 

                 แบมแบมรู้สึกถึงความสุขตลอดระยะเวลาที่อยู่บนถนนสายเดียวกันกับมาร์ค ไม่รู้ว่าที่ผ่านมา
พี่มาร์คต้องเจออะไรมาบ้าง แต่ตอนนี้ไม่ต้องกลัวแล้วนะ เพราะผมจะยืนอยู่ข้างๆพี่อย่างที่เคยเป็นมาในเมื่อวานนี้  วันนี้ และจะยังอยู่ต่อไปให้ในอีกทุกๆพรุ่งนี้ ตราบเท่าที่พี่ยังต้องการผมอยู่  ใบหน้าหวานระบายยิ้มสวยให้กับตัวเองก่อนจะผละใบหน้าออกจากแผ่นหลังกว้าง

 

และจะยังอยู่เพื่อพี่ต่อไปไม่ว่าจะในฐานะอะไรก็ตาม

 

ประโยคสุดท้ายดังก้องชัดเจนในใจยิ่งกว่าประโยคไหนๆที่เคยคิด แบมแบมหุบยิ้มลงก่อนจะโฟกัสที่แผ่นหลังคนตรงหน้าอีกครั้งหนึ่ง

 

                “ ถึงแล้วล่ะ” ขายาวเบรกจักรยานคันงามที่หน้าบ้านเดี่ยวหลังใหญ่ แบมแบมชะเง้อมองเข้าไปด้านในตัวบ้านก่อนขาเรียวจะก้าวลงจากจักรยานและเดินตรงไปยังประตูไม้สีขาวที่เปิดเอาไว้ เปิดเอาไว้คล้ายๆกับจะต้อนรับตัวเขาเอง แบมแบมยิ้มให้กับกระถางดอกไม้หน้าประตู มาร์คที่มองดูอีกคนอยู่ก็ยิ้มตามไปด้วย

 

                ร่างบางเดินเข้ามายังด้านใน ตากลมมองไปรอบๆ สังเกตถึงความเป็นไป ว่ามีอะไรเปลี่ยนไปบ้างไหม คนตัวเล็กเดินตรงไปยังเก้าอี้ชิงช้า ทอดสายตามองไปรอบๆ น่าแปลกใจ ที่ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเลย ทุกๆอย่างยังคงเหมือนเดิม เหมือนวันสุดท้ายที่เจอกัน วันสุดท้ายที่บอกลากัน........

                มาร์คเดินมานั่งลงข้างๆแบมแบมก่อนที่ทั้งคู่จะยิ้มให้กันและกันอีกครั้ง

 

                “ พี่ย้ายกลับมาอยู่ที่บ้านแล้วนะ และจะอยู่ที่นี่ ตลอดไปเลย” มาร์คพูด

 

                “ .....” แบมแบมหันไปมองเสี้ยวหน้าหล่อของมาร์ค ก่อนจะก้มลงมองดูปลายเท้าตัวเองต่อ

 

                “ จะได้อยู่ใกล้ๆนายไง ดีมั้ย...” คนตัวสูงหันหน้าไปมองอีกคนด้วยสายตาอ่อนโยน ใจดี

 

                “ แต่อยู่บ้านหลังใหญ่คนเดียว มันก็เหงาเหมือนกันนะ.........” คนตัวสูงเว้นเงียบไปสักพักก่อนจะพูดขึ้น

 

                “ นายอยากจะ.......มาอยุ่กับเรามั้ย?” คนตัวเล็กที่นั่งฟังอยู่ ถึงกับนิ่งอึ้งในสิ่งที่คนตัวสูงพูด

 

                “ หมายความว่ายังไงฮะ ที่ว่าอยู่?” แบมแบมทำหน้าฉงน

 

                “ ก็หมายความตามที่พูดนั่นแหละ....ก็หมายถึงให้มาอยู่ด้วยกันไง” มาร์คยังคงพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

 

                แบมแบมจ้องมองอีกคนด้วยสายตาสั่นไหว เช่นเดียวกับหัวใจ คนตัวเล็กเม้มริมฝีปากแน่นเหมือนชั่งใจแต่ทว่าจริงๆแล้วอยากจะตอบออกไปเสียเดี๋ยวนี้ ว่าผมอยากอยู่กับพี่มาร์คที่สุด

 

                “ ผะ...” แต่ก่อนที่ร่างบางจะได้พูดเอ่ยอะไรออกมา เสียงเมโลดี้จากมือถือเครื่องบางของมาร์ค ก็ดังขึ้นซะก่อน คนตัวสูงที่กำลังตั้งใจฟังสิ่งที่อีกคนกำลังจะพูด หันเหสายตาไปยังเจ้าเครื่องให้กำเนิดเสียงนั้นทันที

มาร์คลุกขึ้นไปออกรับโทรศัพท์ไม่ไกลจากแบมแบมนัก  สายลมที่พัดมาก็พอจะทำให้คนตัวเล็กได้ยินเสียงของอีกคนที่ตอบโต้กับโทรศัพท์ราคาแพงนั้นอยู่ หัวใจที่พองโตเมื่อสักครู่กลับค่อยๆแฟบลงเหมือนรอยยิ้มหวานบนใบหน้าที่กลับมาเป็นสีหน้าเรียบสนิท

 

กำลังจะทำอะไรน่ะแบมแบม อย่าเชียวนะ เสียงสะท้อนภายในใจเอ่ยขึ้นเตือนตัวเองหนักๆ

 

คนตัวเล็กแค่นยิ้มก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้ชิงช้าสีฟ้าอ่อน ขาเรียวทำท่าจะเดินออกจากที่ตรงนี้ มาร์คที่หันกลับมาพอดีรีบเดินมาคว้าแขนอีกคนไว้

 

                “ จะไปไหน”

 

                “ ผมหิวน่ะ จะไปหาอะไรกิน ที่ครัวมีอะไรเหลือๆบ้างมั้ย?” คนตัวเล็กพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบปกติ

 

                “ จูเนียร์ เราวางสายก่อนนะ อื้มมม คิดถึงเหมือนกัน ครับ รักครับ” แบมแบมยิ้มให้กับท่าทางของมาร์คที่มีต่อเจ้าของเสียงที่ลอดออกมา

 

                “ ตะกี้ถามว่าอะไรนะ” มาร์คพูดขึ้น

 

                “ ....” ร่างบางถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเดินนำหน้ามาร์คเข้าไปในบ้าน

 

คนตัวเล็กเดินตรงเข้าไปยังห้องครัวจัดแจงเปิดตู้เย็น ก่อนจะหยิบสิ่งที่มีออกมาวางไว้บนโต๊ะไม้ขนาดกลาง

ตาโตจ้องมองสิ่งที่อยู่ตรงหน้าก่อนจะนึกภาพเมนูในหัว  มาร์คที่เดินตามเข้ามาเอนตัวพิงกับประตูทางเข้าห้องครัวมองดูท่าทางของแบมแบมไม่วางตา

 

                “ แซนวิชแล้วกันนะครับ” เสียงหวานเอ่ยขึ้น

 

                “ อื้อ” มาร์คพยักหน้า

 

                “ ให้เราช่วยอะไรมั้ย” คนตัวสูงพูดพลางขายาวก็เดินเข้ามาใกล้

 

                “ ไม่เป็นไรฮะ พี่มาร์คไปนั่งรอได้เลย เดี๋ยวแบมทำเสร็จแล้วจะยกไปให้นะ”

 

                “ ......... ถ้านายว่างั้นนะ” คนตัวสูงพูด

 

                “ พี่มาร์ค เรียกแบมแบมว่าแบมแบมเถอะ” คนตัวเล็กพูดพร้อมๆกับหั่นผักสีเขียวท่าทางหน้ากินอย่างชำนาญ

 

                “ ทำไมล่ะ”

 

                “ เพราะว่าผมชื่อแบมแบม” คนตัวเล็กตอบโดยที่ไม่หันหน้ามาสบตากับอีกคนเลย มาร์คยกไหล่ท่าทางไม่ได้ใส่ใจกับคำขอของอีกคนด้วยซ้ำ ร่างสูงหันหลังเดินหายเข้าไปในห้องนั่งเล่น แบมแบมเงยหน้าขึ้นมาก็พบว่ามาร์คไม่ได้ยืนอยู่ตรงหน้าประตูอีกแล้ว คนตัวเล็กถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะก้มลงไปจัดการอาหารตรงหน้าต่อ

               

                เวลาผ่านไปสักพัก อาหารที่ร่างบางทำใกล้จะเสร็จเต็มที คนตัวเล็กหันไปล้างไม้ล้างมือที่อ่างล้างจาน และหันกลับมายกจานแซนวิชที่ทำเสร็จแล้วเตรียมออกไปด้านนอก

 

                ก่อนที่ขาเรียวกะก้าวพ้นขอบประตูห้องครัว เสียงเปียโนก็ดังลอยมา แบมแบมเดินไปตามเสียงนั้นก่อนจะพบกับมาร์คที่นั่งดีดเปียโนอยู่ เปียโนไม้หลังเก่าหลังเดิมที่เมื่อก่อนเคยฝึกด้วยกัน

แบมแบมวางจานแซนวิชลงบนโต๊ะ ก่อนจะก้าวเข้าไปหาคนตัวสูง

คนตัวเล็กหย่อยตัวลงนั่งข้างๆอีกคนมาร์คพยักหน้าให้กับแบมแบมเป็นสัญญาณให้อีกคนวางมือลงบนบันไดเสียง แบมแบมทำตามอย่างว่าง่าย ก่อนที่เสียงหวานจะเอ่ยขึ้น

 

                “ พี่มาร์ค แบมยินดีด้วยนะ”

 

                “ ยินดีเรื่อง?

 

                “ ทุกเรื่องที่ทำให้พี่มาร์คมีความสุข”

 

                “ ......” มาร์คมองแบมแบมอย่างไม่เข้าใจนัก แต่ก็พยักหน้าให้

 

                “ แบมพูดจริงๆนะ...” เจ้าของเสียงหวานยังคงพูดคลอไปกับเสียงเปียโนที่เล่นบรรเลงด้วยกัน

 

                “ เข้าใจแล้ว.....” มาร์คตอบเสียงเบา

 

                “ แล้วก็ที่ขอให้เรียกแบมแบม นั่นก็พูดจริงเหมือนกัน” คนตัวเล็กพูดต่อ

 

                “ทำไม”

 

                “ เพราะว่าแบมอายุน้อยกว่าพี่มาร์ค แบมเป็นน้องพี่มาร์คไม่ควรจะเรียกกันห้วนๆ ไม่ควรจะใช้คำว่า เรา กับ นาย กับพี่มาร์ค”

 

                “ แต่ว่าเมื่อก่อน...”

 

                “ เพราะว่านี่ไม่ใช่เมื่อก่อนแล้ว....” มาร์คที่กำลังจะพูดต่อ ต้องจบประโยคตัวเองลงทันที่ที่แบมแบมพูดขึ้นพร้อมกับที่นิ้วเรียวของคนตัวเล็ก หยุดการเล่นเปียโนทั้งที่อยู่แค่กลางเพลง

 

                “ .........” มาร์คพยักหน้าน้อยๆให้อีกคน เมื่อเห็นว่าน้ำเสียงนั้นจริงจังแค่ไหน

 

                “ ขอบคุณครับ เดี๋ยวเราไปทานแซนวิชกันเถอะ ผมจะได้กลับ” คนตัวเล็กพูดต่อ

 

                มาร์คมองดูการกระทำของแบมแบมอย่างนึกสงสัย เมื่อกลางวันก็ยังดีดีอยู่เลย ทำไมตอนนี้ถึงได้ใช้น้ำเสียงเรียบๆแบบนั้นมาคุยกับเขากัน สองคนนั่งทานแซนวิชอย่างเงียบๆ ไม่มีบทสนทนาเกิดขึ้นอีก มีแต่เสียงฟ้าที่ร้องดังครืนๆ กับแสงวูบวาบที่เล็กลอดผ่านหน้าต่างบ้านเข้ามา ทั้งที่ฝนเพิ่งหยุดไปแท้ๆ ฟ้าเพิ่งจะใสไปแท้ๆ เมฆกลับตั้งเค้ามาอีกแล้ว คาดเดาอะไรกับอากาศไม่ได้เลยจริงๆ พูดยังไม่ทันขาดคำเม็ดฝนก็กระหน่ำตกลงมาอีก หรือนี่จะเป็นอย่างที่ใครเคยพูดเอาไว้ ว่าก่อนที่ฤดูฝนจะเปลี่ยนไปเป็นฤดูหนาว จะต้องมีการร่ำลาฤดูกันก่อน

 

 

                สายฝนยังคงกระหน่ำตกลงมาอย่างไม่มีทีท่าจะหยุด ร่างบางยืนอยู่ข้างหน้าหน้าต่างบานใหญ่ มองดูสายน้ำฝนที่สาดกระเซ็นมาโดนกระจก บรรยากาศข้างนอกบ้านตอนนี้ มืดสนิท คนตัวเล็กยกมือขึ้นกอดอกหวังให้ตัวเองคลายความหนาว จนตอนนี้สองคนก็ยังไม่คุยกัน มาร์คนั่งอยู่หน้าโซฟากับหนังสือเล่มหนึ่ง ถึงสายตาจะเหลือมองแบมแบมบ้างแต่ก็ไม่เห็นทีท่าว่าจะอยากพูดอะไร

 

                คนตัวเล็กที่ไม่เห็นว่าสายฝนจะซาลงสักที ก็ตัดสินใจกับตัวเองว่าจะกลับไปทั้งที่ฝนตกนี่แหละ แอบมองเห็นร่มคันใหญ่อยู่ตรงหน้าประตู น่าจะพอปกป้องตัวเองจากละอองฝนไปจนถึงโบสถ์ได้ล่ะน่า คิดแล้วขาเรียวก็เดินตรงไปยังประตูบานใหญ่ทันที มาร์คที่กำลังอ่านหนังสืออยู่แทบจะวางหนังสือไปคว้าเอาข้อมือเล็กไม่ทัน ให้ตายเถอะกันต์พิมุกต์พี่ไม่เข้าใจนายเลย

 

                “ จะไปไหน” มาร์คถามเสียงเข้ม

 

                “ก็กลับไงฮะ” แบมแบมตอบเสียงใส ยิ้มแย้มทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

                “ จะกลับยังไงฝนตกหนักขนาดนี้”

 

                “ ก็กลับเหมือนที่เคยกลับแหละครับ ตอนที่ฝนไม่ตกเคยกลับยังไงถึงฝนจะตกแล้วก็กลับแบบนั้น”

 

                “ อย่าประชดพี่”

 

                “ แบมไม่ได้ประชดนะพี่มาร์ค แบมจะกลับ และแบมพูดจริงๆ ทำไมถึงคิดว่าแบมประชด”

 

                “ แล้วถ้าพี่ไม่ให้กลับล่ะ”

 

                “ พี่มาร์ค ให้แบมกลับเถอะ เดี๋ยวดึกกว่านี้ คุณแม่เจนจะเป็นห่วง”

 

                “ พี่ให้เรากลับทั้งที่ฝนตกไม่ได้หรอก ถ้าไม่สบายขึ้นมา จะทำยังไง”

 

                “ แบมแข็งแรงจะตาย ไม่ป่วยง่ายๆหรอกฮะ” เสียงหวานตอบพลางมือก็ก้มลงหยิบร่ม

 

                “ พี่ไม่ได้ล้อเล่นนะ พี่ไม่ให้กลับตอนนี้” มาร์คพูดเสียงดุ

 

                “ ..........” คนตัวเล็กจ้องตาอีกคนกลับแต่ทว่านิ่งเงียบ

 

                “ โกรธอะไรพี่รึเปล่า”

               

                “เปล่านี่ครับ”

 

                “ปากบอกเปล่า แต่ทำไมทำท่าเหมือนโกรธ”

 

                “ ไม่ได้โกรธจริงๆ ไม่ได้โกรธจริงๆครับ” แบมแบมตอบเสียงใส มาร์คเห็นแววตาของแบมแบมก็ยิ่งรู้ว่าคนตัวเล็กมีเรื่องปิดบังซ่อนอยู่ และเขากำลังพยายามซ่อนมันเอาไว้ภายใต้รอยยิ้มสดใสนั้น

 

                “ เราขอโทษนะถ้าทำให้นายไม่พอใจเรื่องอะไร” มาร์คดึงตัวแบมแบมมากอดเอาไว้ และพูดขอโทษออกไปโดยที่ไม่รู้ถึงเหตุผล

 

                “ พี่มาร์ค..........” เสียงหวานเอ่ยออกมาแผ่วเบา

 

                “ แบมไม่ได้โกรธพี่ ไม่ได้โกรธอะไรจริงๆ”

 

                “ ถ้าอย่างนั้น ก็อยู่นะ....พลีส” คนตัวสูงพูดด้วยน้ำเสียงเว้าวอน แววตาอ้อนๆที่ใช้ได้ผลทุกครั้งกับคนตรงหน้าแบมแบมถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายให้กับความรู้สึกของตัวเอง ก่อนจะพยักหน้าเบาๆให้

มาร์คยิ้มกว้างทันทีที่เห็นแบมแบมตอบตกลง

 

                “ ดีมาก ทีนี้ก็ไปอาบน้ำได้แล้ว เปียกฝนมาตั้งแต่เมื่อกลางวัน พี่กลัวเราไม่สบายจริงๆ”

               

                “ พี่มาร์คก็เหมือนกันนะ”

 

                “ อื้อ” มาร์คพยักหน้า แบมแบมยิ้มน้อยๆให้ ก่อนจะเดินกลับเข้ามาภายในบ้านอีกครั้ง

 

                มาร์คเดินนำแบมแบมไปยังห้องของตัวเอง ก่อนจะจัดแจงหาผ้าขนหนูและเสื้อผ้าให้เปลี่ยน ไม่นานนักแบมแบมก็เดินออกมาจากห้องน้ำพร้อมกลิ่นสบู่หอมหวน

 

                “ หอมจัง” มาร์คพูด

 

                “ อะไร” ร่างบางจ้องเขม็งไปที่อีกคน

 

                “เปล่า....” คนตัวสูงพูดพลางเดินเข้าไปในห้องน้ำบ้าง

 

                สายน้ำจากฝักบัว ไหลลงมากระทบกับใบหน้าหล่อ หยดน้ำจากเครื่องทำน้ำอุ่นไหลอาบไปทั่วร่างกำยำของมาร์ค เสียงน้ำที่ตกกระทบกับพื้นทำให้แบมแบมหันไปยังประตูห้องน้ำกระจกสีขุ่นมัว สายตาของร่างบางที่เต็มไปด้วยความสับสน คนตัวเล็กค่อยๆหันหน้ากลับมา ก่อนจะเดินออกไปยังห้องเล็กที่อยู่ตรงข้าม

ร่างบางทิ้งตัวลงนอนกับเตียงขนาดกลาง ภายในห้องนอนที่เอาไว้รับแขก ก่อนที่ดวงตาสวยจะค่อยๆปิดลงช้าๆ

 

                คนตัวสูงพอออกมาจากห้องน้ำแล้วไม่เห็นคนตัวเล็กก็รีบลงไปยังข้างล่าง นี่จะปล่อยให้คลาดสายตาไม่ได้เลยใช่มั้ยเนี่ย แต่พอมองดูรองเท้าก็เห็นว่ายังอยู่ รองเท้าอยู่แล้วเจ้าตัวไปไหน?

 

 

คิดอยู่สักพักขายาวจึงก้าวขึ้นบันได และเดินตรงไปยังห้องที่คนตัวเล็กนอนอยู่

                หลับซะแล้วตัวแสบ มาร์คคิด พลันค่อยๆเอนตัวลงนอนข้างๆแบมแบม คนตัวเล็กขยับน้อยๆ ก่อนจะนิ่งหลับไป มาร์คนอนมองจังหวะการหายใจที่สม่ำเสมอของแบมแบมจึงได้รู้ว่า คนตัวเล็กคงจะเข้าสู่ห้วงนิทราแล้วจริงๆ คนตัวสูงโน้มลงไปจูบเบาๆที่หน้าผากนิ่ม ก่อนจะพาดลำแขนแกร่งมากอดอีกคนเอาไว้

 

                “ ทำโทษที่ทำให้เราตกใจก็แล้วกันนะ” เจ้าของผมสีแดงพูดเสียงเบาข้างหูของคนตัวเล็ก ก่อนจะหลับตาลงเพื่อพาตัวเองเข้าไปยังดินแดนแห่งความฝัน

 

                “ ฝันดีนะ กันต์พิมุกต์....” เสียงทุ้มพูดออกมาอย่างแผ่วเบา ก่อนที่ไฟข้างๆหัวเตียงจะดับลง

 

................





รักคนอ่านนะ


จุ๊บ.







ทุ่งดอกเดซี่ที่พี่มาร์คพาแบมไปค่ะ




#TBC.

#ฟิคทำนองรัก





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 46 ครั้ง

4,351 ความคิดเห็น

  1. #4328 MarkBam1n1a (@Notetoaki) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 มกราคม 2562 / 10:45
    อ่านละหายใจไม่สะดวก หน่วงจิตหน่วงใจ
    #4328
    0
  2. #4255 N_Nam0802 (@N_Nam0802) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2560 / 01:39
    โอ้ยอีพี่ ไปเลิกกับเค้าก่อน
    #4255
    0
  3. #4222 anMarkBambamGOT7 (@anMarkBambamGOT7) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2560 / 11:04
    มันหน่วงงง ไมพี่มาร์คต้องทำเหมือนมีใจทั้งที่มีใครอีกคนอ่า
    #4222
    0
  4. #4172 Ptoodtu (@Ptoodtu) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:02
    ไรท์ทำเค้าร้องไห้ สงสารแบม
    #4172
    0
  5. #4088 Moko87 (@mokomoko87) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2559 / 17:34
    สงสารแบมอ่า TT
    #4088
    0
  6. #4054 คุณแมวเหมี้ยว (@levilevi) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 กันยายน 2559 / 03:44
    ปวดใจเบอร์แรงมาก มันอธิบายเป็นคำพูดไม่ถูกแต่มันสัมผัสได้ด้วยใจ TT
    #4054
    0
  7. #3919 BamG97_ (@sasikanr_) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2559 / 22:06
    โอ้ยยน้อออ t0t
    #3919
    0
  8. #3890 KTuaninuninen7 (@KTuaninuninen7) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2559 / 19:57
    ไม่เข้าใจพี่มาร์คเลยย แต่ทุ่งดอกเดซี่สวยมากกกก
    #3890
    0
  9. #3880 ไม่บอกกก1 (@30267) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2559 / 13:47
    หน่วงงงงง TT
    #3880
    0
  10. #3771 BAMmiie (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 เมษายน 2559 / 01:46
    เหมือนจะมีความสุขแต่มันก็ไม่ ไม่อยากให้มาร์คแตะต้องตัวแบมด้วยซ้ำ มันหน่วงอยู่ตลอดที่รู้ว่าอีกคนมีใครอีกคน
    #3771
    0
  11. #3447 xnnch (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 มกราคม 2559 / 19:48
    หน่วงไปอี้กกก แต่ชอบค่ะ (:
    #3447
    0
  12. #3432 MBKY; (@withmbky) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 มกราคม 2559 / 20:38
    อ่านแล้วแค่ฝนตกหนักก็แบบรู้สึกอยากจะร้องไห้อะ TT5555 แบบโอ้ย เจ็บนะ ในมุมแบม กำลังเคลิ้ม ๆ เป็นกันต์พิมุกต์ของพี่มาร์ค เรา ๆ นาย ๆ บรรยากาศเก่า ๆ แต่ก็แบบเนียร์คอยโทร.มาย้ำเตือน แล้วมาร์ค จะให้แบมย้ำก็รอบว่าไม่เหมือนเก่าแล้วอะ จะมาคอยถูกเนื้อต้องตัวกันได้ไง คนโดนมันก็หวั่นไหวสิ
    #3432
    0
  13. #3371 opel_zuza (@marang-zangkoong) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2558 / 21:41
    ไม่มีอะไรจะพูดนอกจากไรต์เก่งมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    ความรู้สึกอยากหยุดเวลาไว้เกิดขึ้นทุกครั้งที่อ่านเลย เราว่ามันดีมากๆ เส้นกราฟความละมุนคงที่ตั้งแต่บรรทัดแรกที่ไรต์แต่ง เจ๋งมาก :))
    #3371
    0
  14. #3340 Wang-GaGa (@wang-j28) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2558 / 01:00
    เห้อ อารมณ์เดิมเลยค่ะ บรรยายสละสลวยมากค่ะ เศร้าแทนอนาคตของสองคนนี้
    #3340
    0
  15. #3139 อิ๋ม เกษร (@aim41) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2558 / 20:09
    ทั้งเศร้า ทั้งเหงา ในเวลาเดียวกัน มันดีมากจริงๆ
    #3139
    0
  16. #3077 Me-jj Wongkumjun (@mejeepjeep) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2558 / 23:19
    ชอบบบ ภาษาดูสวย บรรยายทุกอย่างสวยมากก
    #3077
    0
  17. #2553 ENED (@ENED) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2558 / 11:25
    เหมือนจะดี แต่เราเกลียดมาร์คมาก ไม่เอาแบบนี้ เราไม่อยากเห็นแบมเจ็บ
    #2553
    0
  18. #2448 VONGO (@KOYO1994) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2558 / 22:49
    ที่มาร์คเคยบอกแบมว่ารู้สึกเหมือนไม่เหลือใครสักคนแบมก็มาอยู่ข้างๆ แล้วตอนนี้แบมล่ะ ทำไมมาร์คไม่ชัดเจนกับแบมเลยไม่อยู่ข้างๆทั้งที่น้องก็อยู่คนเดียวจนน้องคิดจะฆ่าตัวตาย
    #2448
    0
  19. #2431 222 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2558 / 21:32
    อ่านแล้วยังเศร้าอยู่เลย ร้องไห้อีกแล้ว ไม่รู้ทำไม อือๆๆๆๆ รักไรต์น่ะ
    #2431
    0
  20. #2097 13ploymin_elf (@13phoenix) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2558 / 00:17
    ไรเตอร์เก่ง
    มาร์คเห็นแกตัวไปไหม..
    #2097
    0
  21. #2018 BBMJ (@beerorbie) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2558 / 03:39
    มาร์คอยู่ในช่วงติดสัดใช่มั้ย? เห็นแก่ตัวชิบหาย!! เกลียดคนแบบนี้
    #2018
    0
  22. #1821 Chibamie (@parpaa) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2558 / 11:26
    มันแบบสุขใจและเศร้าใจไปด้วยเลยย
    #1821
    0
  23. #1803 wonder drean (@rungbuab) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2558 / 02:52
    พี่มัคต้องเลือกนะ จะมาจับมือ2คนอย่างนี้ไม่ได้ สงสารแบมแบม ฮือๆๆๆ
    #1803
    0
  24. #1656 conundrum92 (@conundrum92) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 18:16
    เพิ่งอ่านเรื่องนี้วันนี้วันแรก. อ่านจนมาถึงตอนนี้เลย ชอบวิธีการเขียนและวิธีดำเนินเรื่องของไรท์ มันให้ความรู้สึกอบอุ่น ละมุน และหน่วงไปพร้อมๆๆกัน ทุกตัวละครต่างมีเหตุผลในตัวเอง...ถามว่ามาร์คใจร้ายกับแบมมั้ย เราว่าไม่นะเพราะมาร์คคบกับ jr. มาตั้ง 6 ปีซึ่งนานพอสำหรับความยากในการตัดใจ ส่วนกับแบมๆนั้นเป็นความผูกพันในอดีต เมื่อเจอกันความรู้สึกต่างๆย่อมหวนกลับมา ความคิดถึง ความห่วงหา ความรัก ที่เราคิดว่าทั้งคู่ต่างมีให้มันกันยิ่งชัดเจน แต่มันยากตรงที่มีตัวแปลของความรักในปัจจุบันมาเกี่ยวด้วย อย่าง jr. และเจบี...(รู้สึกว่าพิมพ์เยอะไปแล้ว อิอิ) อยากบอกว่าเราชอบเรื่องนี้มากเลยอะ และจะกลับมาอ่านต่อนะ...สู้ๆๆคะไรท์
    #1656
    0
  25. #1645 wpwsg (@wipawan_ink) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 เมษายน 2558 / 21:58
    อ่ามาหลายๆตอน เรื่องนี้ไม่ได้ดราม่าอะไรมากนะ แต่เราอ่านแล้วน้ำตาคลอทุกตอนเลย;-;
    #1645
    0