- I will always love you -[GOT7 MarkBam]

ตอนที่ 12 : - The Backing Track Part 2 - :: A Missing Pieces ::

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,502
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 49 ครั้ง
    6 ก.ย. 58






- The Backing Track –

-A Missing Pieces-

 

                ทิศทางของแสงกำลังเปลี่ยนแปลงตามเข็มของนาฬิกาที่หมุนวน เจ้าของใบหน้าหวานแอบมองคนผมสีแดงที่นั่งอยู่ข้างๆ ก่อนจะค่อยๆลุกขึ้นเดินออกจากที่ตรงนั้นไป

 

                แบมแบมในชุดนักศึกษาถูกระเบียบ ก้าวเดินมายังห้องเรียนที่มีอาจารย์หนุ่มรูปงามยืนอยู่
คิมยูคยอม ชายหนุ่มอารมณ์ดีที่ใครเห็นก็อยากเข้าใกล้ แต่มีไม่กี่คนหรอกที่จะแอบได้เห็นบางมุมที่เขาปกปิดเอาไว้  ร่างสูงโปร่งยืนจ้องมองภาพถ่ายที่วางอยู่บนโต๊ะด้วยแววตาสะท้อนความเหงา  แบมแบมแอบแปลกใจไม่น้อยกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า สายตาที่เห็นคือสายตาเดียวกันกับที่เจออาจารย์หนุ่มครั้งแรก คนตัวเล็กยกมือขึ้นเคาะเบาๆที่ริมประตูเพื่อเป็นการขออนุญาต ใบหน้าหม่นเมื่อสักครู่รีบปรับเปลี่ยนอารมณ์แล้วหันมาส่งยิ้มทักทายให้

 

                “ มาแล้วเหรอนักศึกษา เข้ามาสิ” ยูคยอมยิ้มน้อยๆ

 

                “ ครับ” แบมแบมตอบสั้นๆพร้อมระบายรอยยิ้มหวาน

 

                “ วันนี้มาเงียบแปลกๆนะ ไม่ขอร้องให้เรียกชื่อแล้วเหรอ” คนตัวสูงพูดพลางยื่นโน้ตเพลงในมือให้คนตัวเล็ก

 

                “ ปกติก็เป็นแบบนี้นะฮะ ไม่ได้เงียบสักหน่อย..” แบมแบมย่นจมูก

 

                “ ก็...ถ้านายว่างั้นน่ะนะ”

 

                ขายาวเดินเข้าไปนั่งที่โต๊ะประจำตำแหน่ง  มือหนาหยิบเอาไวโอลินตัวงามขึ้นมาขัดเงา
มีเสียงดนตรีจากคลาสอื่นดังเข้ามาภายในห้อง แบมแบมสังเกตว่าอาจารย์ช่างพูดของเขาวันนี้เงียบผิดปกติ ชั่งใจอยู่นานก่อนจะเอ่ยถามออกไป

 

                “ เอ่อ...อาจารย์ครับ”  

 

                “ หืม...ว่ายังไง” ยูคยอมเลื่อนสายตาขึ้นมามองแบมแบม

               

                “ วันนี้เราจะเรียนอะไรกันดีอ่ะครับ   ผมหมายถึงว่า ต้องทำอะไรก่อนดี” คนตัวเล็กหาเรื่องคุย

 

                “ เอ้า ก็เพลงที่ให้นายไง เพลงนั้นแหละ เล่นเลย”

 

                “ ให้ผมเล่น แบบไม่สอนเนี่ยนะ” แบมแบมโวยวาย

 

                “ เอ้าเหรอ นั่นสิ ลืมไปเลย ฮ่ะๆ” คนตัวสูงหัวเราะในลำคอ

 

                “ ลืมที่จะสอนนักเรียนเนี่ยนะครับ อาจารย์อ่ะ ไม่ตลกเลยนะ” คนตัวเล็กทำจมูกฟึดฟัด

 

                “ เอาน่า อย่าซีเรียสขนาดนั้น เป็นเด็กเป็นเล็ก ชอบทำหน้าอมทุกข์นะนายน่ะ” พูดพลางเดินมาขยี้ผมสลวยของแบมแบมเบาๆ

 

                “ ผมเนี่ยนะ หน้าตาอมทุกข์”  มือเล็กยกขึ้นมาจัดทรงผมที่โดนขยี้เมื่อสักครู่

 

                “ ใช่ นายน่ะ มันคนอมทุกข์”  ยูคยอมว่า

 

                “ ไม่จริงสักหน่อย” แบมแบมยู่ปาก

 

                “ จริงสิ” ร่างสูงพูดพลางเดินไปหยิบไวโอลินยื่นให้แบมแบม

 

                “ บอกว่าผมอมทุกข์ อาจารย์รู้ได้ไง” แบมแบมตวัดสายตาขึ้นถาม

 

                “ รู้สิ...... ผ่านเพลงของนายไง” คนตัวสูงตอบพลางชี้ไปที่อกด้านซ้ายของแบมแบม

 

                “ เพลงที่นายบอกว่ามันออกมาจากตรงนั้น” ยูคยอมพูดต่อ

 

                “ เคยได้ยินมั้ย  ว่าดนตรีจะบอกทุกความรู้สึกของเรา โดยที่เราไม่ต้องพูดด้วยซ้ำ........

นายที่แสดงท่าทางสดใสอยู่ตลอดเวลา  จริงๆแล้วก็เป็นคนขี้เหงาใช่มั้ยล่ะ” ยูคยอมพูดต่อ
แบมแบมหลุบสายตาก้มลงมองปลายเท้าตัวเอง

 

                “ เป็นอาจารย์หรือเป็นหมอดูกันแน่.....” คนตัวเล็กบ่นอุบอิบ

               

                “ ก็ไม่ได้เดาเก่งอะไร แค่เวลาเห็นนายแล้วชั้นเหมือนเห็นตัวเองน่ะ” ยูคอมยิ้มแห้งๆ

 

                “ ถ้าอย่างนั้นอาจารย์ก็เป็นคนขี้เหงาสินะครับ”  คนตัวเล็กได้ทีถามกลับไปบ้าง

 

                “ ไหงกลายมาเป็นเรื่องชั้นไปซะได้  ไม่เอาไม่คุยแล้ว มาเริ่มเรียนกันดีกว่า” ยูคยอมรีบตัดบท

 

                “ มาสิ อยากจะให้สอนตรงไหน”  คนตัวสูงพูดพลางเดินไปที่เก็บเครื่องดนตรี

 

                “ ทำไมอาจารย์ถึงเลือกเล่นไวโอลินเหรอครับ” แบมแบมเอียงใบหน้าสวยไปหาอาจารย์หนุ่ม
รูปหล่อที่กำลังก้มๆเงยๆหยิบเครื่องดนตรีของตัวเองอยู่ ร่างสูงชะงักเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตากับร่างบางที่นั่งอยู่

 

                “ ทำไมน่ะเหรอ.....เอ.....นึกคำตอบไม่ออกแฮะ เอาเป็นว่าขอเก็บไปคิดเป็นการบ้านแล้วกัน ตอนนี้เรามาเรียนก่อนเถอะ นะ เจ้าหนูแบมแบม”  อาจารย์หนุ่มพูดพลางเดินมานั่งใกล้ๆกับคนตัวเล็ก ก่อนจะผงกศีรษะให้แบมแบมหยิบไวโอลินขึ้นมา ร่างบางยิ้มขำๆก่อนจะทำตามอย่างว่าง่าย เสียงไวโอลินที่ถูกถ่ายทอดจากคนตัวสูงและนักเรียนของเขาสร้างจุดสนใจให้กับคนที่เดินผ่านไปผ่านมาได้ไม่น้อยเลย

 

                นักศึกษาที่บ้างเปลี่ยนคาบเรียน บ้างเรียนเสร็จแล้วที่เดินผ่านไปผ่านมา หยุดฟังการบรรเลงเพลงของหนุ่มหน้าตาดีสองคนในห้องด้วยแววตาเป็นประกาย รวมไปถึงเพื่อนซี้ของแบมแบมที่ตอนนี้เลิกคลาสเรียบร้อยแล้ว แสงแดดยามบ่ายลอดผ่านหน้าต่างบานใหญ่เข้ามาปะทะกับกลุ่มเส้นผมนุ่มสลวยยิ่งสร้างบรรยากาศโรแมนติกให้กับผู้เล่นทั้งคู่ แบมแบมที่กำลังตั้งอกตั้งใจมองโน้ตเพลงเผลอหันไปสบตากับเพื่อนรัก พลางระบายรอยยิ้มหวาน ยองแจยิ้มรับและชูนิ้วโป้งกลับไปให้กับเพื่อนตัวเล็ก

               
                 ไม่นานนัก ชั่วโมงการเรียนของแบมแบมก็จบลง ร่างบางเก็บกระเป๋าเดินออกมาหาเพื่อนที่รออยู่หน้าห้องด้วยสีหน้าท่าทางร่าเริง สดใส เหมือนทุกๆวัน

 

                “ นายเก่งจังเลยแบมแบม แทบไม่เชื่อว่าเพิ่งเคยเรียน” ยองแจพูด

 

                “ ไม่หรอก....” แบมแบมยิ้มเขิน

 

                “ นายนี่น้าาาาา ชั้นล่ะอิจฉาจริงๆเล้ยยยย ทำอะไรก็ดูดีไปซะหมด ฮะ นี่แหนะ” ยองแจพูดพลางหยิกเบาๆที่แก้มของแบมแบม

 

                “ ยองแจอ่า เราเจ็บนะ” แบมแบมพูดพลางทำปากยื่น ก่อนจะยกมือขึ้นมาลูบแก้มป่องๆของตัวเองเบาๆ

 

                “ โอ๋ โอ๋ เราขอโทษ อย่าโกรธเราน้า” ยองแจทำหน้าอ้อน

 

                “ ไม่โกรธก็ได้ แต่ต้องเลี้ยงไอติมเรานะ” แบมแบมยิ้ม

 

                “ โถ่ แค่นี้เอง งั้นขอหยิกแก้มอีกข้างนึงได้ป่ะ  หมั่นเขี้ยว”  ยองแจพูดพลางยกมือขึ้นมาจะหยิกแก้มเพื่อนอีกครั้งหนึ่ง แต่ไม่ทันได้หยิกก็มีมือปริศนามาจับข้อมือเล็กเอาไว้ซะก่อน

 

                “ ไม่ได้ ไม่ให้หยิกไม่ให้จับทั้งนั้นแหละ”  เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากทางด้านหลังของยองแจ

 

                “ พี่แจบอม” แบมแบมยิ้มกว้าง

 

                “ ไอ้ไฝสองจุด ปล่อยมือชั้นนะ” ยองแจโวยวาย

 

                “ ไม่ปล่อย เดี๋ยวนี้กลายเป็นคนชอบแกล้งเพื่อนเหรอฮะ” เจบีตีหน้าเข้มใส่ยองแจ

 

                “ จะเป็นยังไงก็เรื่องของชั้น นายอย่ามายุ่ง” คนตาตี่พูดพลางสะบัดมือ

 

                “ จะยุ่ง จะทำไม” แจบอมยักคิ้วกวนๆ

 

                “ สองคนนี้นี่ เจอกันทีไรทะเลาะกันตลอดเลยน้า” แบมแบมที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ ได้โอกาสพูดขึ้นมาบ้าง

 

                “ แบมแบม เจ็บมั้ย ไหนให้พี่ดูซิ” แจบอมที่ได้ยินเสียงคนตัวเล็ก รีบปล่อยมือจากยองแจและเดินเข้ามาประคองใบหน้าหวานเอาไว้ด้วยสองมือหนา

 

                “ พี่แจบอม เว่อไปนะครับ ยองแจเค้าก็แค่แหย่เล่น” คนตัวเล็กปัดมืออีกคนออกเบาๆ

 

                “ โถ่ ก็คนมันเป็นห่วงนี่นา” เจบีทำหน้ามุ่ย

 

                “ ค้าบ ค้าบ ผมไม่เป็นไร สบายดีมากๆ ไม่เจ็บเลยสักนิด เห็นมั้ย” พูดพลางจับมือเจบีมาทาบที่แก้มนิ่มของตัวเอง

                “ แบ่มแบ๊มมมม” เจบีปล่อยมือจากแก้มนิ่มนั้น พลันดึงตัวแบมแบมเข้ามากอดเอาไว้ กอดซะแน่นราวกับจะให้อีกคนจมหายเข้าไปในอ้อมกอดซะอย่างนั้น

 

                “ พี่แจบอม แบมหายใจไม่ออก” แบมแบมพูดเสียงอู้อี้

 

                “ หมั่นไส้” ยองแจเบ้หน้าใส่เจบี

 

                “ ทำไม นายอิจฉาที่ไม่มีคนกอดสินะ ใช่มะ” เจบีปล่อยแบมแบมจากอ้อมกอดพลางเดินไปหายองแจ

 

                “ ชั้นกอดให้ก็ได้ สงสาร” เจบีพูดพลางดึงเอาตัวยองแจเข้ามากอดเอาไว้ คนตาตี่ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก เกิดมาเพิ่งจะเคยมีผู้ชายตัวโตมากอดก็วันนี้แหละ ใบหน้าน่ารักขึ้นสีแดงด้วยความรู้สึกขวยเขิน

 

                “ นี่ ปล่อยนะ ไอ้บ้า” ยองแจพูดพลางทุบลงเบาๆที่แผ่นอกแกร่งของแจบอม

 

                “ แชะ แชะ แชะ” เสียงรัวชัดเตอร์ดังสนั่นทั่วบริเวณทันทีที่สายตารอบข้างสังเกตเห็นว่าใครกำลังยืนอยู่แถวนี้

 

                “ ไออิกู~~” แจบอมถอนกอดจากยองแจ พลางพ่นลมหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย แบมแบมที่ยืนมองอยู่ ส่ายหน้าน้อยๆให้กับการแสดงออกนั้น

 

                “ ไอ้คนบ้า” ยองแจทำท่าจะฟาดไปที่ร่างสูงอีกครั้ง

 

                “ ตีชั้นตอนนี้ นายไม่ได้กลับบ้านดีดีแน่” คนผมสีเงินพูดพลางโบ้ยหน้าให้ร่างบางเหล่สายตาไปมองรอบข้าง

               

                “ อยากได้ลายเซ็นต์โอปป้าใช่มั้ย มานี่สิเดี๋ยวโอ้ปป้าเซ็นต์ให้นะ” คนตัวสูงพูดพลางยิ้มตาหยี

 

                “ ใครไปอยากได้ลายเซ็นนายกัน ฮึ่ย ไปกันเหอะแบมแบม” หน้าของยองแจบ่งบอกว่าอารมณ์เสียสุดๆ

 

                “ อ้ะ” ในขณะที่ยองแจจะเดินไปหาแบมแบม เหล่าสาวน้อยสาวใหญ่ในพื้นที่ต่างกรูเข้ามาหาแจบอม พลังความรักของแฟนคลับคนตัวสูงกระแทกยองแจซะกระเด็น

 

                “ เป็นอะไรมั้ย”  ก่อนที่คนตาตี่จะหน้าฟาดพื้นกลับมีมือปริศนามารับไว้

 

                “ นายแจ็คสัน!” ยองแจพูดตะเบ็งเสียง

 

                “ เสียงดังอย่างนี้คงไม่เป็นอะไร” แจ็คสันพยุงยองแจขึ้น ร่างบางลุกขึ้นจัดเสื้อผ้าก่อนจะรีบมองหาเพื่อนตัวเล็กของเขา

 

                “ แบมแบมล่ะ?” คนตาตี่ทำท่าลุกลี้ลุกลน

 

                แบมแบมที่ยืนอยู่ท่ามกลางเหล่าแฟนคลับ พยายามยั้งขาเอาไว้ให้ตัวเองทรงตัวได้ดีที่สุด พลางสายตาก็มองหาทางที่พอจะเล็ดลอดออกไปได้

 

                “ อ้ะ” ร่างเล็กโงนเงนไปตามแรงผลัก แรงดันของเหล่าสาวน้อย สาวใหญ่ทั้งหลาย ไม่รู้พวกเธอไปเอาเรี่ยวแรงมาจากที่ไหนกัน ทำไมมันมากมายมหาศาลขนาดนี้ ขนาดตัวเขาเป็นผู้ชายยังยืนแทบไม่อยู่

 

                “ โอ้ย” ขาเรียวที่พยายามยึดเหนี่ยวตัวเอง ในที่สุดก็พ่ายแพ้ให้กับเด็กสาวรูปร่างท้วมที่ในมือถือป้ายไฟอันเบ้อเริ่มวิ่งชนแบมแบมอย่างแรงจนตนคัวเล็กลงไปกองอยู่กับพื้น วินาทีที่กำลังจะโดนเหยียบร่างบางกลัวจนหลับตาปี๋ แต่ทว่ามันกลับไม่เป็นอย่างนั้น คนตัวเล็กกลับรู้สึกเหมือนตัวกำลังลอยขึ้นจากพื้น

 

                “ ....” แบมแบมลืมตาขึ้น พบว่ามาร์คกำลังอุ้มตัวเองอยู่ ผู้ชายผมสีแดงคนนี้มาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง ไม่เห็นวี่แววว่าเดินมาแถวนี้สักนิด เจ้าของเสียงหวานเงยหน้าขึ้นมองเสี้ยวหน้าหล่อ ใบหน้าของทั้งคู่ใกล้กันซะจนแบมแบมมองเห็นเหงื่อที่ผุดบนใบหน้านั้น วันนี้ถูกช่วยจากสถานการณ์แย่ๆสองครั้งด้วยคนคนเดียวกัน แม้จะไม่ถูกชะตานัก แต่พอมาคิดๆดูแล้ว หมอนี่ก็เป็นคนดีแฮะ

 

                “ อย่าดิ้นสิ เดี๋ยวก็ร่วงหรอก” มาร์คพูดด้วยน้ำเสียงดุๆ

 

                “ ผมไม่เป็นไรแล้ว ขอบคุณที่ช่วย กรุณาวางผมลงด้วยครับ” แบมแบมพูดอย่างรักษาระดับเสียง

 

                “ ให้ชั้นแน่ใจก่อนว่านายจะไม่เป็นอะไรจริงๆ แล้วชั้นจะปล่อยให้นายลง” มาร์คก้มลงมองใบหน้าหวานในวงแขน

 

                “ .....” แบมแบมขมวดคิ้วอย่างไม่ค่อยเข้าใจในประโยคที่อีกคนพูด มาช่วยเขามันก็ดีอยู่หรอกแต่ถูกอุ้มแบบนี้ มันก็รู้สึกแปลกๆ

 

                “ คุณปล่อยผมลงเถอะ ผมไม่เป็นอะไรจริงๆนะ” คนตัวเล็กพูดพลางดิ้นน้อยๆในวงแขนแกร่งนั้น

 

                “ โอเค โอเค” มาร์คค่อยๆวางแบมแบมลงอย่างช้าๆ คนตัวเล็กหันหน้าเข้าหาอกแกร่ง  แขนเล็กเกาะที่ไหล่กว้างอย่างหาที่ยึดเหนี่ยว   ในวินาทีที่ขาของแบมแบมกำลังจะถึงพื้นตากลมก็ไปสะดุดกับวัตถุสีเงินบนคอของคนตัวสูงที่หลุดออกจากเสื้อเชิ้ตสีขาวแกว่งมาโดนหน้าคนเล็กเบาเบา

 

.

 

.

 

.

 

.

 

                “ พี่มาร์ค........../มาร์ค” สองเสียงดังขึ้นพร้อมกัน แต่ดูเหมือนเสียงที่สองจะมีอิทธิพลกับคนฟังมากกว่า มาร์ครีบผละจากแบมแบมและหันไปทางต้นเสียงนั้น

 

                “ เป็นอะไรกันเหรอ” จูเนียร์เอียงใบหน้าถามมาร์คอย่างน่ารัก มาร์คระบายยิ้มอ่อนและเดินไปหาคนรัก

ทิ้งให้แบมแบมต้องตกอยู่ในภวังค์แห่งความสับสนเพียงลำพัง.......

               

 

                แบมแบมยืนนิ่งอยู่กับที่ ไม่รู้ว่าต้องรู้สึกแบบไหน ไม่รู้ว่าต้องแสดงออกยังไง เหมือนขาของแบมแบมถูกแช่เอาไว้ด้วยธารน้ำแข็ง อยากจะเปล่งเสียงออกไปแต่เหมือนกล่องเสียงถูกปิดล็อคไว้ด้วยแม่กุญแจเหล็กและลูกกุญแจถูกขโมยไปโดยผู้ชายที่เพิ่งปล่อยเขาจากอ้อมกอด สิ่งที่เห็นเมื่อกี้ไม่ได้ตาฝาดไปใช่มั้ย  ไม่ได้คิดไปเองใช่หรือเปล่า ตากลมยังคงจ้องมองแผ่นหลังกว้างนั้นอย่างไม่วางตา ยองแจที่มองเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง รู้สึกได้ถึงความผิดปกติของเพื่อน คนตาตี่เดินเข้ามาจับที่ไหล่เล็กเบาๆ

 

                “ ไม่เป็นไรใช่ไหม...” น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเป็นห่วง ตั้งแต่รู้จักกันมาไม่เคยเห็นสีหน้าของแบมแบมแบบนี้สักที  สีหน้าที่เหมือนกับว่าจะร้องไห้นั่นน่ะ เพื่อนของเขาเป็นอะไรหรือเปล่า 

 

                “ แบม...” ยองแจเอ่ยออกมาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

 

                “ อื้ม เราไม่เป็นไรยองแจ เราโอเค สบายมาก” เจ้าของเสียงหวานหันมายิ้มกว้างให้กับเพื่อนตาตี่ พลางมือเล็กก็ตบลงบนบ่าของอีกคนเบาๆ

 

                “ เราไม่เป็นไร จริงๆ  ไม่เจ็บเลยสักนิด ไม่เจ็บเลย....” ย้ำกับประโยคสุดท้าย ไม่แน่ใจว่าเพื่อทำให้เพื่อนสบายใจหรือทำให้ตัวเองสบายใจกันแน่ แบมแบมยิ้มให้กับยองแจอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่อีกคนจะส่งยิ้มกลับมา

 

นายไม่เป็นไรหรอกแบมแบม ไม่เป็นไร……’

 

เสียงปลอบประโลมดังสะท้อนอยู่ภายในหัวใจที่เจ้าของมันใช้รอยยิ้มปกปิดความรู้สึกบางอย่างที่คั่งค้างอยู่

                                                                          "ไม่เป็นไร"

 

.....................

                    บรรยากาศที่เงียบสงบของมหาวิทยาลัย มาร์คและจูเนียร์ยืนอยู่ท่ามกลางเครื่องดนตรีชิ้นน้อย ชิ้นใหญ่  เจ้าของใบหน้าหวานกวาดมือสวยไล่ไปตามรูปร่างโค้งงอของเชลโล่ที่ตั้งอยู่ใกล้กับแป้นวางโน้ต  พระอาทิตย์เลื่อนต่ำลงมาใกล้แนวเส้นขอบฟ้า แสงสีสมแสดค่อยๆถูกแนวสันภูเขากลืนกิน ทั้งหมดนั้นเราสามารถมองเห็นมันผ่านทางหน้าต่างกระจกบานใหญ่ของห้องชมรมออเครสต้า  จินยองเดินไปสัมผัสเครื่องดนตรีชิ้นนั้นที ชิ้นนี้ที โดยทุกๆการกระทำไม่ได้ถูกละเลยจากร่างสูงโปร่งเลยแม้แต่สักวินาทีเดียว ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่มาร์คเอาแต่คอยจ้องมองคนตรงหน้านี้ ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ทุกพื้นที่ในหัวใจเต็มไปด้วยความเป็นไปของอีกคน จูเนียร์ที่ยังคงซุกซน ขี้อ้อนและน่ารัก ไม่เคยมีสักวันที่จะคิดถึงตอนที่ไม่มีคนคนนี้ยืนเคียงข้างกันอีก ไม่มีสักวันจนกระทั่งวันนี้............

 

                 ขายาวก้าวเข้าไปหาคนรักที่ริมหน้าต่างห้อง จูเนียร์ทอดสายตามองแสงยามเย็นที่กำลังค่อยๆหายไป มาร์คเดินเข้าไปยืนใกล้ๆเจ้าของใบหน้าสวยนั้นอย่างเงียบๆ

 

                “ นี่....มาร์ค” จูเนียร์เอ่ยชื่อคนรักอย่างแผ่วเบาแต่แน่ใจได้ว่าอีกคนต้องได้ยิน

 

                “ รู้ใช่มั้ยว่าเรามาทำไม”  ใบหน้าสวยเอียงเสี้ยวหน้าขาวมาหาอีกคนช้าๆ ตาเรียวใสจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาอีกคน  ร่างสูงพยักหน้ารับก่อนที่ต่างคนจะต่างมองออกไปด้านนอกหน้าต่างบานใหญ่นั้นอีก

               

                “ เราคบกันมา.......กี่ปีแล้วนะ” จูเนียร์ถามมาร์คพลางยกมือขึ้นมาเท้าคางอย่างน่ารัก

 

                “ ไม่รู้สิ 6 ปีมั้ง”  มาร์คตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ เหมือนอย่างเคยๆ นิ่งๆ แต่หนักแน่น

 

                “ ตอบว่าไม่รู้แต่จริงๆก็แอบนับตลอดล่ะสิ” จูเนียร์ยู่หน้า

 

                “ แล้ว 6 ปีที่ผ่านมา คบกับเรา มีความสุขมั้ย” ร่างบางเงยหน้าถามอีกคนด้วยรอยยิ้ม

 

                “ ก็รู้คำตอบอยู่แล้วนี่นา ไม่เห็นต้องถาม” มาร์คพูด

 

                “ ต้องถามสิ ต้องถามเพื่อให้แน่ใจ ว่าเราไม่ได้เป็นฝ่ายที่มีความสุขอยู่คนเดียว”

 

                “ อืม....”

 

                “ อืม อะไรล่ะ” จินยองทำปากขมุบขมิบเหมือนกับขัดใจกับคำตอบที่ได้รับ

 

                “ อืม มีความสุข เราคบกับจูเนียร์ เรามีความสุขที่สุด”

 

                “ ที่สุดจริงๆนะ มากกว่าใครๆเลยนะ มากกว่าเป็นเพื่อนกับพี่แจ็คสัน มาร์คกว่าเป็นเพื่อนกับพี่แจบอม”

 

                “ อื้อ.....มากกว่าสองคนนั้นแหงอยู่แล้ว”

 

                “ แล้ว..................... มากกว่าคนที่ให้สร้อยนี้มั้ย”  พูดพลางนิ้วเรียวก็จิ้มลงไปเบาๆกับจี้ที่ห้อยอยู่บนคอคนตัวสูง

 

                “ ......”  จินยองเงยหน้าสบตากับมาร์คอย่างหาคำตอบ

 

 

                สิ้นคำถาม ทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง   เงียบซะจนถ้าฟังดีดี จะรู้ว่าตอนนี้ไม่ได้มีแค่เสียงหัวใจสองดวงที่เต้นอยู่.......

 

                .

 

                .

 

                หลังจากที่มาร์ควางร่างบางลงที่พื้น แบมแบมที่ยืนนิ่งอยู่ที่โถงทางเดิน ตัดสินใจเดินตามมาร์คและจูเนียร์มา คนตัวเล็กแค่เพียงต้องการอยากแน่ใจว่าตัวเองไม่ได้ตาฝาดไป แค่อยากยืนยันให้แน่ใจแค่นั้น แค่นั้นจริงๆ แค่คิดว่าจะหาจังหวะขออนุญาตดูจี้ที่ห้อยอยู่บนคอมาร์ค ไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่านี้เลย 

 
 

                แต่นอกจากจะได้คำตอบโดยที่ไม่ต้องถามแล้ว บางทีคนตัวเล็กอาจได้คำตอบอื่นที่เป็นคำถามอยู่ในใจเสมอมาก็ได้นะ คนตัวเล็กยืนตัวชาอยู่หน้าประตูห้อง ไม่ได้อยากจะมายืนเหมือนคนต้องการสอดรู้สอดเห็นเรื่องคนอื่นแบบนี้ ต้องการจะเดินเข้าไปในห้อง เดินเข้าไปหาคนที่จะพูดด้วย แต่แล้วทำไมกัน ทำไมขามันไม่ยอมขยับเลย

 

 

                มาร์คและจูเนียร์ยังคงจ้องมองเข้าไปในดวงตาของกันและกันอยู่อย่างนั้น คราวนี้จูเนียร์ไม่ยอมหลบสายตาไปไหน  คนตัวสูงแอบเห็นประกายน้ำมาคลออยู่ที่หางตาเรียวของคนรัก คนตัวสูงเอื้อมมือขึ้นมาซับหยดน้ำตานั้นอย่างแผ่วเบา

 

                “ ไม่เป็นไรนะถ้ามาร์คไม่อยากตอบ เราจะไม่คาดคั้นอีกแล้ว” จูเนียร์ฝืนยิ้มขึ้นมาให้อีกคนสบายใจ มาร์คดึงคนรักเข้ามาไว้ในอ้อมกอด ใบหน้าหวานซุกลงกับอกกว้าง

 

                “ ไม่มีใครคนอื่นที่ฉันอยู่ด้วยแล้วจะมีความสุขเท่านาย......ไม่มี” เสียงทุ้มเอ่ยออกมาอย่างหนักแน่น เน้นย้ำในทุกคำ และทุกประโยค ทำเอาคนที่ยืนอยู่หน้าประตูแทบจะทรุดลงไปกองที่พื้น  นอกเหนือจากการกลับมาของคนที่รอ ไม่ได้เป็นอย่างที่หวังไว้แล้ว  สิ่งที่แบมแบมกลัวว่าจะเกิดขึ้นที่สุด ก็เกิดขึ้นแล้ววันนี้ สิ่งที่รับรู้มันจริงซะจนแทบทรงตัวไม่อยู่  หัวใจที่บีบรัดจนเหมือนกับจะหายใจไม่ออกนั้น มันเหมือนมีอะไรมาจุกอยู่ที่คอแทบจะกลืนน้ำลายไม่ได้  แต่น่าแปลกน้ำตาที่เหมือนจะไหล กลับไม่ไหลออกมาสักหยด หรือมันกำลังไหลอยู่ก็ไม่แน่ใจ  แต่แค่ไหลอยู่ในใจนะ ไม่มีใครเห็น  ขาเรียวค่อยๆถอยกลังเดินกลับไปยังทางที่เดินมาก่อนที่ร่างเล็กจะหายเข้าไปในเงาของค่ำคืนที่แสงจากดวงดาวส่องไม่ถึง

 

                แบมแบมพาตัวเองเดินมาเรื่อยๆตามทางที่เต็มไปด้วยกลีบดอกไม้สีม่วง โคมไฟจากข้างทางค่อยๆส่องสว่างขึ้นมาทีละดวง ทีละดวง สายลมหนาวพัดผ่านร่างบอบบาง มือเรียวยกขึ้นมาลูบแขนตัวเองเบาๆก่อนจะรีบเดินไปยังป้ายรถเมล์ข้างหน้า  ในหัวของแบมแบมว่างเปล่า ว่างเปล่าแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าไม่รู้จะเดินไปทางไหนดี หรือแม้กระทั่งว่า จะคิดอะไรต่อดี คนตัวเล็กระบายยิ้มให้กับปลายเท้าตัวเองที่กำลังจ้องมองอยู่  จริงๆความหวังที่แอบสร้างขึ้นมามันก็ไม่ได้มีอยู่จริงมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว และมันอาจจะเป็นแค่เราด้วยซ้ำที่คิดเองเออเองไปคนเดียว ไม่มีใครเขามามัวยึดติดอยู่กับอดีตเหมือนนายหรอกแบมแบม นายเองก็ควรจะยิ้มให้กับปัจจุบันดีกว่า   อย่าเศร้าไปเลย.............

 

                รถเมล์สีแดงมาจอดเทียบป้าย แบมแบมก้าวขึ้นรถอย่างใจเย็น สายตาที่มองเหม่อกับห้วงความคิดที่ดูสับสน คนตัวเล็กพยายามปลอบประโลมตัวเองให้ทุกอย่างกลับมาเป็นปกติเร็วที่สุด..........
                               
                           มันเป็นหัวใจของนาย นายควบคุมมันได้อยู่แล้ว นายควบคุมมันได้........

 

                  รอยยิ้มผุดขึ้นมาบนใบหน้าอีกครั้งก่อนที่ร่างบางจะหย่อนตัวลงนั่งตรงเก้าอี้ข้างหน้าต่าง ปล่อยให้ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปในสิ่งที่มันควรจะเป็นเถอะนะ ดวงตากลมค่อยๆปิดเปลือกตาลง น้ำตาที่พยายามฝืนเอาไว้ไหลลงผ่านแก้มเนียนอย่างห้ามไม่ได้  สายลมช่วยพัดมา พาหยดน้ำตาเกเรนี้ให้แห้งเหือดไปที
                                         
                                                 แบมแบมไม่ได้อยากร้องไห้ ไม่อยากร้องไห้......

 

                รถเมล์ขับมาจอดเทียบป้าย  ประตูอัตโนมัติเปิดออกช้าๆตามหน้าที่ของมัน แบมแบมก้าวลงจากรถเมล์สีแดงนั้นด้วยความรู้สึกหวิวๆในใจอย่างประหลาด  ลมหายใจของคนตัวเล็กทำปฏิกิริยากับอากาศที่อุณหภูมิเริ่มลดต่ำลงจนต้องเอามือมาป้องที่ปากแล้วเป่าลมร้อนจากร่างกายใส่มือตัวเองเพื่อคลายความหนาวเย็น ภาพมาร์คกับคนรักยังคงติดอยู่ในหัวราวกับทั้งคู่มายืนกอดกันอยู่ตรงหน้า มันชัดเจนทุกครั้งที่แบมแบมเผลอปิดเปลือกตา คนตัวเล็กแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้าสีดำสนิท  ไร้แสงของดวงดาวที่เคยประดับแต่งอย่างเช่นทุกวัน

 

                ร่างบางทิ้งตัวเองลงบนเตียงอย่างเหนื่อยล้า ตากลมจ้องมองขึ้นไปบนเพดานสีขาว มือเรียวเอื้อมไปไขว่คว้าแต่ก็ได้กลับมาเพียงอากาศว่างเปล่า ช่วงเวลาในอดีตฉายขึ้นมาเหมือนหนังเรื่องเดิมที่เล่นไม่รู้จบ แต่ก็คงเป็นเพียงแบมแบมฝ่ายเดียวที่เฝ้าคิดถึง ในวันนี้เข้าใจแล้วว่า  ต่อให้ยินดีในอดีตเท่าไหร่ เคยสำคัญในอดีตมากแค่ไหน แต่สุดท้ายมันก็เป็นเพียงเศษเสี้ยวของความทรงจำที่ถูกฝังลึก หรือบางทีอาจจะหล่นหายไปตามกาลเวลา จนท้ายที่สุดก็ไม่เหลือแม้เศษซากความทรงจำ   ใบหน้าหวานหันไปมองยังรูปภาพที่วางอยู่บนโต๊ะด้วยความรู้สึกอ้างว้างและโดดเดี่ยวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน รอยยิ้มเศร้าๆผุดขึ้นบนใบหน้า ก่อนดวงตากลมจะค่อยๆปิดลงช้าๆท่ามกลางแสงสลัวจากโคมไฟที่หัวเตียง

 

..........................


 



                                                                              



#TBC.

 #ฟิคทำนองรัก

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 49 ครั้ง

4,351 ความคิดเห็น

  1. #4326 MarkBam1n1a (@Notetoaki) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 มกราคม 2562 / 09:55
    รักกันมาตั้ง 6 ปี นึกไม่ออกเลยจะเป้น มาร์คแบมได้ยังงัย หน่วงชิป
    #4326
    0
  2. #4298 Au_mouknoum91 (@Au_mouknoum91) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 22:35
    งื้อน้องแบม
    #4298
    0
  3. #4293 kuroneko_memo888 (@kuroneko_memo888) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 21:48
    เพิ่งได้เข้ามาอ่าน อห หน่วง จุกไปหมดเลย
    #4293
    0
  4. #4276 Mtb1a (@Sara7g) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 23:17
    ต่างคนต่างไม่เข้าใจกัน//หือออ
    #4276
    0
  5. #4270 Jesse Kass (@Monitha) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 18:57
    หดหู่เหลือคณา สงสารแบมจัง///อีพี่มาร์คคคค ยูจะทำแบบนี้ไม่ได้
    #4270
    0
  6. #4221 anMarkBambamGOT7 (@anMarkBambamGOT7) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2560 / 09:40
    รู้สึกเจ็บปวด
    #4221
    0
  7. #4086 Moko87 (@mokomoko87) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2559 / 17:00
    ฮืออออออ มาฟังได้ผิดจังหวะจริงๆ
    #4086
    0
  8. #3916 BamG97_ (@sasikanr_) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2559 / 21:11
    โอ้ยมาร์คแกกก ฮืออออ สงสารหมดอ่ะไม่ว่าใครเหม้ออtot
    #3916
    0
  9. #3886 KTuaninuninen7 (@KTuaninuninen7) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2559 / 18:53
    มาร์คเหมือนคนโลเล ในขณะที่แบมก็ยังคิดถึงคนในอดีตอยู่ตลอด
    #3886
    0
  10. #3877 ไม่บอกกก1 (@30267) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2559 / 13:17
    เจ็บบไปอีกกก TT
    #3877
    0
  11. #3769 BAMmiie (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 เมษายน 2559 / 16:58
    สงสารแบม สงสารแบม สงสารแบม ถ้ารักเนียร์ก็อย่ามาทำแบบนี้กับแบมอีกเลยมาร์ค รักแฟนขอนายไปถูกแล้วนะ
    #3769
    0
  12. #3430 MBKY; (@withmbky) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 มกราคม 2559 / 20:09
    TT ฮือออ สงสารแบมแบมอะ เจ็บปวดรวดร้าวมาก แบบจุกในใจ... เฮ้อ แบมแบมรู้แล้วว่าเป็นมาร์ค แต่คำคอบในใจของมาร์ค มันไม่ได้ฝืนใช่ไหม แบมแบมก็มาได้ยินแล้วเนี่ย เจ็บไปแล้วด้วยเนี่ย ;___; เศร้าอะ
    #3430
    0
  13. #3369 opel_zuza (@marang-zangkoong) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2558 / 20:18
    เรื่องนี้คือไม่มีใครผิดเลยนะ ความจริงเราอยากจะโทษความรักนะ แต่มาคิดๆดูมันก็ไม่ได้ผิดอะไร เพราะมันคือความรักไงล่ะ สุดท้ายแล้วตัวตัดสินความรู้สึกรักของคนทุกคน ก็คงจะเป็นเวลาที่เหลืออยู่ ที่ปล่อยให้เรื่องราวมันดำเนินไปเองตามทำนองของมัน...
    #3369
    0
  14. #3338 Wang-GaGa (@wang-j28) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2558 / 00:41
    ท้ายๆ อ่านไม่รู้เรื่อง น้ำตาบัง
    ยังไม่รู้ที่มาที่ไป ไม่รู้จะโทษว่าเป็นความผิดใครดี
    #3338
    0
  15. #3079 n_npsk (@n_npsk) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2558 / 23:34
    เราชอบเรื่องนี้มากเลย จริงๆนะ :))
    #3079
    0
  16. #2611 tiny.gsf (@nichapat94) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2558 / 09:00
    ฮืออออ มาร์คไม่คิดถึงความรู้สึกเจ้าของสร้อยเส้นนั้นเลยหรอ
    #2611
    0
  17. #2551 ENED (@ENED) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2558 / 11:22
    ฮืออออออออ สงสารแบมแบม อยากเข้าไปในฟิค เราจะไปฆ่ามาร์คเนียร์ให้ตาย แล้วเราจะรีบหนีตำรวจออกมานอกฟิคทันทีเลย 
    #2551
    0
  18. #2445 VONGO (@KOYO1994) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2558 / 22:43
    เรามาร์คแบมนะ แต่กับเรื่องนี้ใจเรามันบอกว่า ไม่เอามาร์คแบมอ่ะไม่เอา
    #2445
    0
  19. #2429 222 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2558 / 20:56
    อ่าาาา จะเริ่มไงดี ไรต์เขียนได้แบบสุดยอดมาก เราอ่านไปพร้อมกับฟังเพลงangle ร้องไห้เลยอ่ะ อยากคอมเม้นท์ให้แบบ..ไม่รู้จะบอกไงดีอ่า ความรู้สึกมัน เฮ้ออออออ ดีจริงๆที่ได้อ่าน
    #2429
    0
  20. #2191 i_am_a_weirdo (@i_am_a_weirdo) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2558 / 02:46
    โอยยยยยยยยยยยยอึดอัดคับข้อง เสียใจ
    #2191
    0
  21. #2094 13ploymin_elf (@13phoenix) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2558 / 23:54
    ช็อคค....
    #2094
    0
  22. #1897 Khampoohnaka (@Khampoohnaka) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2558 / 12:31
    เกลียดนายมว๊าากกกมาร์ค
    #1897
    0
  23. #1827 Ael (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2558 / 13:07
    น้ำตาคลอ อินไปกะแบมแบมเลย
    #1827
    0
  24. #1753 Chibamie (@parpaa) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2558 / 13:55
    มันเศร้าอ่าา เหมือนมีอะไรซักอย่างที่อัดอั้นนเลน
    #1753
    0
  25. #1692 malilyy (@malilyy) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2558 / 21:54
    โอ้วววว สงสารแบม งื้อสงสารมากๆๆ
    #1692
    0