The Service พันธกิจพิชิตรัก [#MarkJin] *จบ*

ตอนที่ 7 : ตอนที่ 7

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 413
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    12 ม.ค. 60

เพื่อไม่ให้หลับสนิท จินยองรีบนำสกอร์ชามิเซนจากยองแจออกมาถอดรหัส

ตัวเลขและอักษรภาษาญี่ปุ่นที่กำกับอยู่บนเส้นตรงสามเส้น หากจะคาดเดาว่าซ่อนเร้นข้อความอะไรไว้ ก็เดาได้หลากหลายทาง

ตอนแรกเขาลองฮัมเพลงตาม ทว่าดังคาด ตัวเลขเหล่านั้นไม่ใช่เมโลดีของเพลงอะไรสักอย่าง

จริงสิ เขาเคยเล่นถอดรหัสอักษรกับแจบอมตอนสมัยเรียนนี่นา

ถ้าเทียบตัวเลขกับลำดับของตัวอักษร แล้วนำมาเรียงกัน ก็จะสามารถสร้างคำได้

หรืออาจต้องลองบวกตัวเลขในแต่ละห้องดู?

จินยองลองทุกวิถีทาง ทว่าดูเหมือนจะยังไม่ใช่

เขาจึงลองถอดรหัสดูใหม่ด้วยการเทียบเสียงตัวเลขออกมาเป็นเสียงอ่านของภาษาญี่ปุ่นที่ใกล้เคียง ถึงจะมีบางจุดที่พอถูไถออกมาเป็นประโยคได้บ้าง แต่ความคลาดเคลื่อนสูง และจินยองรู้สึกลึกๆ ว่ายังไม่ใช่ เขาจึงคิดวิธีอื่นดูอีกครั้ง

หรือตัวเลขพวกนี้จะแทนพิกัด?

ตัวอักษรกำกับว่า ス (งัดสายด้วยไม้ที่เรียกว่าบาจิ) หรือ ハ (ดีดสายด้วยนิ้ว) น่าจะเป็นตัวกำกับแนวตั้งและแนวนอนในตารางตัวอักษรญี่ปุ่น ดังนั้นตัวที่ไม่มีอักษรกำกับน่าจะแค่นำมาพรางให้เขวเท่านั้น

เมื่อลองถอดออกมาทั้งเพลงก็ได้ประโยคสั้นๆ ว่า...

'し◯ではどうがにちはわい (shi_dehadouhganichihawai)'

หลัง し คือสิ่งที่จินยองถอดรหัสไม่ออก

6 งัด กลาง?

แต่ในตารางตัวอักษรภาษาญี่ปุ่นมีแนวตั้งเพียงแค่ห้าเสียงเท่านั้น คือ อา อี อู เอ โอ จะว่าแจบอมใส่รหัสผิดก็ไม่น่าใช่

ตำแหน่งของ 6 บนสายเส้นกลางคือเสียงตัวทีเมื่อเทียบกับโน้ตดนตรีสากล แต่เมื่อดูเสียงทีในเพลงทั้งหมด มีเพียงตัวนี้ตัวเดียวเท่านั้นที่มีสัญลักษณ์งัด

เขารู้สึกว่ามาถูกทางแล้ว แต่มีแค่ตรงนี้ที่แก้ไม่ได้

อย่างไรก็ตาม ในประโยคจบด้วยคำว่าฮาวาย... บางทีอาจมีบางอย่างเกี่ยวข้องกับแจบอมโดยตรงก็ได้?



เช้าวันต่อมา มาร์คดูแปลกใจไม่น้อยที่ออกจากห้องนอนก็เห็นบอดีการ์ดที่เลขาจ้างยังอยู่ในห้อง

"นึกว่าไปแล้วซะอีก"

"ลูกไม้ตื้นๆ แบบนั้นไล่ผมไม่ได้ง่ายๆ หรอก" จินยองตีหน้าขรึมขณะมองมาร์คทรุดตัวนั่งลงที่โต๊ะเตี้ยกลางห้อง

"แต่ก็เป็นลูกไม้ตื้นๆ ที่ทำให้ผมได้กำไรพอสมควรเลยล่ะ" อีกฝ่ายย้อนหน้าตาเฉยเช่นกัน

ให้ตายเถอะ เปลืองตัวจริงๆ จินยองบ่นในใจ พยายามไม่คิดถึงสัมผัสที่ทำให้เขาหวั่นไหววูบวาบเมื่อคืน

เขาโทรเรียกอาหารเช้า ก่อนมานั่งเผชิญหน้ากับอีกคนที่ฝั่งตรงข้ามของโต๊ะ

"The New World คือใคร" จินยองถามตรงๆ

ใบหน้าหล่อเหลาเลิกคิ้วข้างหนึ่ง ราวกับถามกลับมาว่ารู้ด้วยหรือ

"ผมจำเป็นต้องรู้ว่ากำลังปกป้องคุณจากอะไร" จินยองอธิบาย

"ไม่จำเป็นต้องปกป้องผม ถ้าคุณยังตามผมอยู่ ผมไม่รับประกันความปลอดภัยของคุณ" มาร์คเมินคำถามของอีกฝ่ายอย่างสิ้นเชิง "โดยเฉพาะบนเตียง"

จินยองหน้าร้อนผ่าว ทว่าพยายามข่มใจไม่ให้อีกฝ่ายออกนอกประเด็นได้สำเร็จ

"ผมต้องทำหน้าที่ของผม"

"จดหมายของยองแจ... ไม่ได้ยกเลิกการจ้างคุณหรอกเหรอ"

จินยองกำหมัดแน่น

ให้ตายเถอะ ถ้าเขาถอดรหัสออกมาได้ใจความกว่านี้ คงเถียงอีกฝ่ายได้อย่างเต็มปากเต็มคำ

"อันที่จริง ถ้าคุณดูแลตัวเองได้ ผมก็ไม่รังเกียจให้ร่วมทางหรอกนะ ออกจะยินดีเสียอีก" จู่ๆ มาร์คก็น้ำเสียงอ่อนลง

"ความปลอดภัยของผมไม่สำคัญเท่ากับลูกค้าหรอกครับ"

"ไม่ใช่ในฐานะบอดีการ์ด" มาร์คสวนกลับทันควัน

ดวงตากลมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย

"แต่ผมจะจ้างคุณใหม่ ในฐานะคู่นอนของผม"

จินยองนิ่งงันไปราววินาที

ในจินตนาการ เขากำลังปล่อยหมัดสอยแก้มและคางบนใบหน้าหล่อเหลาราวกับรูปสลักนั่นไม่ยั้งเป็นสิบๆ ที

ให้มันได้อย่างนี้สิ! ในหัวของหมอนี่มีแต่เรื่องพรรค์นี้สินะ

ถ้าตอบตกลงไปล่ะก็... เท่ากับยอมให้ล่วงละเมิดโดยชอบธรรม

จินยองนึกถึงคำพูดขู่ขวัญแต่ละคำที่ออกจากปากมาร์คเมื่อคืน

หมอนี่จับจุดอ่อนของจินยองได้

เขารู้แล้วว่าจินยองรังเกียจอะไร

"ว่าไงล่ะ" มาร์คเร่งคำตอบ

ไอ้พี่แจบอม... รับงานขายตัวข้ามชาติมาให้เขาจริงๆ ด้วย!

จินยองขบเขี้ยวเคี้ยวฟันในใจ

อดสังหรณ์ไม่ได้ว่าจ๊อบนี้จะทำให้เขาเสียตัวในเร็ววันอย่างบอกไม่ถูก

ทว่า

"ตกลง ผมจะติดตามคุณในฐานะคู่นอน" ไม่ว่าด้วยทิฐิ ความซื่อสัตย์ต่องาน หรืออะไรก็แล้วแต่ จินยองตอบออกไปจนได้

มาร์คดูเสียหน้าเล็กน้อย ทว่าฉีกยิ้มอย่างพึงพอใจออกมาในที่สุด

"ก็ดี... คุณตกลงเองนะ อย่ามาหาว่าผมวิปริตภายหลังแล้วกัน"

จินยองลอบกลืนน้ำลายเบาๆ

เขาประมาทอีกฝ่ายเกินไป เพราะรูปร่างหน้าตาและบุคลิกที่ชวนไว้ใจนั่นรึเปล่า

แต่ที่ไหนสักแห่งในใจ ยังคงเชื่อว่า มาร์คได้แต่ขู่เพื่อให้เขาถอนตัวมากกว่า

จะถอนตัวได้อย่างไรล่ะ? ในเมื่อภารกิจของหมอนั่นดูเหมือนจะเกี่ยวพันกับอดีตของเขาโดยตรงเข้าซะแล้ว

ชายหนุ่มตรงหน้าใช้สายตาโลมเลียไปบนใบหน้าและร่างกายของจินยอง ก่อนเลียริมฝีปากตัวเองราวกับพร้อมจะกลืนกินเขาได้ทุกเมื่อ

ขนลุกชะมัด... นี่มันคือจิตวิทยาใช่มั้ย? จินยองพยายามข่มจิตใจ

ทันใดนั้น ประตูห้องก็ถูกเคาะจากภายนอก

จินยองลุกขึ้น เดินไปยังต้นเสียง จับปืนที่ซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อขณะเปิดบานประตูออก

"อาหารเช้าค่ะ" พนักงานในชุดกิโมโนของเรียวกังยกชุดอาหารแบบญี่ปุ่นเข้ามาวางบนโต๊ะ พวกเธอทักทายอย่างเป็นมิตรเล็กน้อยก่อนขอตัวออกจากห้องไป

เมื่อจินยองกลับมานั่งหน้าสำรับของตัวเอง ก็พบรอยยิ้มกรุ้มกริ่มบนใบหน้าอีกฝ่าย

"อยากให้ถึงคืนนี้เร็วๆ จัง อย่าชิงตายเสียก่อนล่ะ"

หมอนี่... กวนโมโหชะมัด หรือจะชิงฆ่าปาดคอก่อนคนพวกนั้นดี อดีตของเขาก็จะได้เป็นความลับไปชั่วนิรันดร์



นัดกะทันหันของมาร์คในวันนี้ เป็นหนึ่งในศิลปินญี่ปุ่นที่มีความเกี่ยวข้องกับโครงการ

เนื่องจากอยู่ในช่วงซ้อมใหญ่ของการแสดงภาคฤดูหนาว ยูคยอมจึงนัดโดยขอเจียดเวลาว่างระหว่างการรอซ้อมของเธอ เข้าพบในหอประชุมซึ่งใช้จัดคอนเสิร์ต

"คุณจินตภพ ผูกเนคไทให้หน่อยสิ"

จู่ๆ จินยองก็ถูกเรียก ขณะยืนเฝ้าระวังอยู่หน้าห้องน้ำในหอประชุม

ไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้ ยูคยอมได้นำเสื้อผ้าทางการมาให้ทั้งคู่เปลี่ยนก่อนเข้าพบคนสำคัญ

ด้วยความคุ้นเคยกับการใส่สูทผูกไท จินยองใช้เวลาเปลี่ยนเพียงไม่นาน ทว่าดูเหมือนผู้ว่าจ้างที่น่ารักของเขาจะเสียเวลาปลุกปล้ำกับผ้าผืนยาวๆ นั่นมาหลายนาทีแล้ว

ชายหนุ่มเดินกลับเข้าไปในห้องน้ำอีกครั้ง ก่อนฉวยเนคไทจากมือของอีกฝ่าย

"วางฟอร์มอยู่ได้ ผูกไม่เป็นก็ไม่บอกตั้งแต่แรก" เขาพึมพำออกมาเบาๆ

จริงสิ แม้แต่รูปทางอินเตอร์เน็ตที่เขาเคยหาข้อมูลของหมอนี่ ก็ไม่มีรูปไหนที่ผูกเนคไทเลย มาร์คใส่เสื้อคอเต่าปกปิดคอมิดชิดจนเป็นเอกลักษณ์... แตกต่างจากสภาพตอนนอนโดยสิ้นเชิง

ฉวยโอกาสนี้ฆ่ารัดคอซะทีดีมั้ยนะ อาวุธก็พร้อมในมือแล้วด้วย

คนง่วนกับเนคไทอดคิดขึ้นมาในใจไม่ได้ เขาจินตนาการแม้แต่สีหน้าของอีกฝ่ายยามลิ้นจุกปากเพราะขาดอากาศ

ขณะเดียวกัน จินยองหารู้ไม่ว่า อีกฝ่ายกำลังลอบพิศใบหน้าในระยะประชิดอย่างเพลิดเพลิน

"นั่น... คุณติดมันตลอดเลยเหรอ" มาร์คจับเข็มกลัดรูปสี่เหลี่ยมสีเงินบนปกเสื้อนอกของจินยอง พลางยื่นหน้าเข้าไปมอง ทำให้ใบหน้าทั้งคู่ยิ่งใกล้กันกว่าเดิม

"กรุณาอย่าแตะต้องของส่วนตัวของผม" จินยองรีบขัดทั้งที่ตายังคงมองสิ่งที่อยู่ในมือตัวเอง

มาร์ครีบชักมือกลับ ก่อนยกมือขึ้นทั้งสองข้างราวกับจำนน

"ขยับสุ่มสี่สุ่มห้า อาจกลายเป็นการก่อกวนการทำงานของคุณแจบอมได้"

"โอ๊ะโอ" มาร์คทำเสียงยียวนพลางพยักหน้า "เครื่องมือสื่อสารระหว่างคุณกับเจ้านายสินะ"

"ประมาณนั้น... ใช้เฉพาะเวลาฉุกเฉิน"

จินยองถอนหายใจออกมาเล็กน้อย

"แต่ถ้าผมเป็นอะไรไป คุณจะกรุณาเสียเวลาสักวินาทีกดมันเพื่อให้คุณแจบอมมารับศพ ก็จะถือเป็นพระคุณ"

"มิน่าล่ะ ถึงได้ติดไว้ตลอด แม้แต่ชุดลำลองเมื่อวาน"

จินยองจัดความเรียบร้อยของเนคไทและปกเสื้อให้เป็นของแถม ก่อนเงยหน้ามองอีกฝ่าย

แล้วก็พบกับสายตาหวานเยิ้มที่ส่งมาในระยะประชิด

"มีคนผูกให้แบบนี้ ชักติดใจเนคไทซะแล้วสิ"

เขาหน้าร้อนผ่าว เสมองทางอื่น

"ไม่เห็นยากตรงไหน หัดนิดหน่อยก็ได้แล้ว" พูดพลางถอยห่างออกมา

"ผูกเองมันยุ่งยาก เสียเวลา"

"อย่าโทษเวลาเลย แค่เตรียมพร้อมออกจากบ้านไม่กี่นาที คุณมันขี้เกียจเอง"

มาร์คหยุดการต่อล้อต่อเถียงเพียงแค่นั้น ทว่าความเงียบกะทันหันทำให้รู้สึกเศร้าอย่างประหลาด

จินยองเหลือบมองคนตรงหน้าอย่างกริ่งเกรง แต่เมื่อเห็นอีกฝ่ายกำลังสำรวจความเรียบร้อยผ่านกระจก ก็สรุปว่าบรรยากาศชวนใจหายเมื่อครู่เขาคงคิดไปเอง

อย่างไรก็ตาม ภาพของมาร์คกับเนคไทเป็นอะไรที่แปลกตาแม้แต่กับคนที่เพิ่งเจอกันอย่างเขาจริงๆ



อาจเพราะเปลี่ยนแปลงอย่างฉุกละหุก การเข้าพบศิลปินชาวญี่ปุ่นของมาร์คจึงไม่เป็นทางการเท่าไรนัก

อีกฝ่ายเป็นหญิงสูงวัยที่ดูเหมือนจะสวมกิโมโนอยู่เป็นนิจ รอบข้างของเธอเป็นบรรดาลูกศิษย์และทีมงานที่คอยอำนวยความสะดวก

แม้โครงการของมาร์คจะไม่ครอบคลุมสายคีตศิลป์โดยตรง แต่เขาตั้งใจขอความร่วมมือจากศิลปินสายดนตรีเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการติดตั้งผลงานศิลปะของศิลปินท่านอื่นเพื่อให้เกิดความสมบูรณ์

"ต้นเดือนเมษา ช่วงเทศกาลซากุระก็จะมีการแสดงใหญ่ที่เกียวโตนี่แหละค่ะ" เธอเล่าสารทุกข์สุขดิบให้ประธานหนุ่มคราวหลานฟัง

"ดีจังครับ อันที่จริง ถ้ามีโอกาสได้ทำคอนเสิร์ตร่วมกันสองประเทศในเทศกาลซากุระที่เมืองจินแฮก็คงดีไม่น้อย"

หัวใจจินยองหล่นวูบเมื่อได้ยินคำนั้น

"แต่สถานการณ์ที่จินแฮ..."

"ไม่ต้องห่วงครับ ตอนนี้อยู่ในระดับปลอดภัยแล้ว ทางผมได้ร่วมทุนกับรัฐบาลเกาหลีใต้และรัฐบาลท้องถิ่นของจินแฮใช้ความพยายามในการฟื้นฟูเมืองและเกาะต่างๆ มาหลายปี ต่อจากนี้จินแฮจะกลับมามีชีวิตชีวาเหมือนเมื่อยี่สิบปีก่อนแล้วครับ"

หญิงสูงวัยมองชายหนุ่มอย่างชื่นชม

"ถ้าอย่างนั้น ทางดิฉันก็ยินดีให้ความร่วมมือนะคะ ถือเป็นโอกาสดีในการกระชับความสัมพันธ์ของญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้ด้วย"

หลังจากนั้นทั้งคู่ก็พูดคุยกันต่ออีกระยะหนึ่ง ก่อนที่ศิลปินอาวุโสจะพามาร์คและจินยองเดินชมสถานที่จัดคอนเสิร์ต รวมถึงแนะนำให้รู้จักกับทีมผู้จัด

"ถ้ามีโอกาส ทางเราก็ยินดีเป็นสปอนเซอร์ให้กับงานเชิงแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมนะครับ" มาร์คแลกนามบัตรกับตัวแทนผู้จัด

ระหว่างนั้น จินยองมองสำรวจบรรยากาศรอบๆ

ดูเหมือนการซ้อมรันทรูกำลังจะเริ่มในไม่กี่นาที นักดนตรีทั้งหมดกำลังแสตนด์บายอยู่บนเวที

ที่นั่น มีนักชามิเซนสองคนนั่งเก้าอี้อยู่ด้านหน้า

ไวกว่าความคิด จินยองเดินไปติดขอบเวที เงยหน้าถามนักชามิเซนคนหนึ่ง

"ชามิเซนสวยมากเลยครับ ขอผมลองเล่นดูบ้างได้รึเปล่า"

"ไอ้นี่ไม่ใช่ชามิเซนหรอกครับ เรียกว่าซันชิน เป็นเครื่องดนตรีพื้นเมืองของโอกินาวะ แต่เดี๋ยวจะซ้อมแล้ว ต้องขอโทษจริงๆ ที่ผมคงยังให้เล่นไม่ได้"

"ไม่เป็นไรครับ สู้ๆ นะครับ"

จินยองยิ้มหวานให้ ก่อนถอยออกมา

หัวใจของเขาเต้นถี่

ไม่อยากเชื่อเลย จู่ๆ ก็แก้ออกแล้ว... รหัสลับของเลขายองแจ... ไม่ใช่สิ ต้องบอกว่าของอิม แจบอมต่างหาก!

6 งัด กลาง...

ใช่เลข 6 จริงๆ ด้วย

ตำแหน่งเสียงทีบนสายกลางของชามิเซน... คือรอยต่อของซาโอะ (ตัวด้ามที่ใช้ขึงสาย) ซึ่งเป็นมุมฉาก

ถ้าเช่นนั้น คำที่เขาถอดรหัสไม่ได้ น่าจะเป็นคำว่า "มุม"

'しかくではどうがにちはわい (ในสี่เหลี่ยมตัวคือฮาวายญี่ปุ่น)'

ฮาวายญี่ปุ่น? โอกินาวะ?


หลังจากแยกกับศิลปินอาวุโส มาร์คและจินยองก็เปลี่ยนเสื้อผ้ากลับเป็นชุดลำลอง ก่อนออกจากหอประชุมทางด้านหลัง

ยูคยอมจอดรถรอรับพวกเขาอยู่ไม่ไกล

"ผมจองไฟลท์บินให้ใหม่แล้วนะครับ" ผู้จัดการร่างสูงใหญ่รายงาน "เราจะออกเดินทางกันพรุ่งนี้เช้า"

มาร์คหันมาบอกจินยองซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ

"เราจะไปจินแฮกันเร็วขึ้น"

จินยองหัวใจหล่นวูบ

ทั้งที่เขาทำใจไว้แล้ว แต่ก็อดขลาดกลัวอยู่ลึกๆ ไม่ได้

ทันใดนั้นเอง

"มีรถตามเรามาครับ" ยูคยอมพึมพำ

"อย่าขับตรง อย่าขับหนี เข้าเมืองรถติด พยายามเลี้ยวเข้าซอย" มาร์คกำกับ

ยูคยอมพยายามรักษาระดับความเร็ว ก่อนเลี้ยวออกจากเมืองไปทางนารา

"พวกมันมีกันสองคัน รถยนต์หนึ่ง มอเตอร์ไซค์หนึ่ง" จินยองหันไปมองข้างหลังให้แน่ใจเมื่อถึงจุดที่ถนนโล่ง

"พวกมันไม่จับตายฉันหรอก ตัวฉันมีค่ามากกว่านั้น" มาร์คเอ่ยอย่างใจเย็น "แต่คงจับไปฆ่าทีหลัง"

จินยองแอบยักไหล่... งั้นถ้าเขาชิงฆ่าก่อนก็ Game Over สินะ สะใจดีพิลึก

ทว่าเมื่อถึงจุดเปลี่ยว มอเตอร์ไซค์กลับแล่นมาเทียบข้าง พร้อมกับคนขับที่เล็งปืนมายังกระจกหน้าต่าง

"ยูคยอม ระวัง!"

ยูคยอมเร่งความเร็วหนี และเมื่ออีกฝ่ายเร่งตามจนได้ตำแหน่งเล็งหน้าต่างรถอีกครั้ง ก่อนที่จะได้ลั่นไก เขาก็เบรคกะทันหันจนเสียงล้อเสียดสีกับพื้นลั่น มอเตอร์ไซค์กลับลำไม่ทัน ยูคยอมอาศัยจังหวะนั้นเหยียบคันเร่งแล่นเข้าไปเฉี่ยวจนอีกฝ่ายล้มกลิ้งลงข้างทาง

"จบไปหนึ่งอย่างสวยงาม" ผู้จัดการหนุ่มแลบลิ้นแผลบ

ทว่า คนขับมอเตอร์ไซค์ที่สิ้นท่ากลับเล็งปืนมายังล้อรถ

เปรี้ยง!

รถส่ายจนควบคุมไม่ได้ ชายหนุ่มซึ่งกุมพวงมาลัยจำต้องชะลอไม่ให้รถเสียหลัก

ยังมีรถของพวกมันตามมาอยู่ด้านหลัง

รถใหญ่พุ่งสวนมาจากเลนฝั่งตรงข้าม

ยูคยอมหักรถที่แล่นกินพื้นที่สองเลนหนี

ขณะที่จินยองรวบศีรษะมาร์คเข้ามากอดด้วยสัญชาตญาณ

หลังจากพ้นท้ายรถใหญ่ ยูคยอมดึงเบรคมือและรถเริ่มหมุนราวรอบครึ่งเข้าสู่ข้างทาง

กระทั่งรถหยุด

"ขาเราขาดซะแล้ว ต้องแย่งขาคนอื่นแทน" ยูคยอมบ่น พลางหยิบปืนออกมาจากกระเป๋าเอกสารส่งให้มาร์คกระบอกหนึ่ง

ส่วนอีกกระบอกเขาถือไว้เอง ก่อนปลดเข็มขัดนิรภัยแล้วเปิดประตูรถ

"อย่าทำขาศัตรูเสียหายนะครับ ไม่งั้นเราต้องเดินเข้าเมืองหลายกิโลเลย" พูดติดตลกทิ้งท้ายก่อนก้าวออกไป

ยินเสียงเปรี้ยงปร้างดังขึ้นราวสองนัด

จินยองหันไปมองทางหน้าต่าง พบว่าพวกที่ไล่ตามมานอนกองกับพื้นถนนสองคน

แม่นชะมัด!

ชายหนุ่มนึกชื่นชมในใจ

เนื่องจากไม่ได้อยู่ในระยะที่เขาสามารถจู่โจมได้ บวกกับเขามีจุดอ่อนเรื่องความเร็ว จึงได้แต่รอจังหวะในรถก่อนเท่านั้น

ส่วนร่างสูงใหญ่ของยูคยอมหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้

คงไม่ได้ถูกยิงสวนกลับมาจนนอนกองกับพื้นไปด้วยหรอกนะ

ทันใดนั้น เสียงปืนดังขึ้นอีกสามนัดพร้อมกับกระจกหลังและด้านข้างที่แตกกระจาย

คราวนี้เป็นมาร์คที่ดึงจินยองเข้ามากอดเพื่อบังเศษกระจก

"รีบไปกันเถอะ"

ทว่าอีกสองคนที่เหลือกำลังมุ่งหน้ามายังรถของพวกเขา

จินยองเล็งปืนไปยังคนที่ใกล้เข้ามา ก่อนลั่นไกใส่อย่างแม่นยำ

กระสุนไม่ถูกจุดตาย แต่ฝังลงที่หัวไหล่ขวา คนถูกยิงทรุดตัวลงก่อนดิ้นทุรนทุรายร้องโหยหวนจากสารเคมีในกระสุนอยู่บนพื้นถนน

แรงดีดของปืนทำจินยองซึ่งนั่งด้วยท่าที่ไม่ถนัดท่ามกลางเศษกระจกเซไปเล็กน้อย มาร์ครีบประคองอีกฝ่ายไว้ให้ทรงตัวมั่น ก่อนที่จินยองจะลั่นไกใส่คนที่เหลืออีกครั้งสวนกับกระสุนของอีกฝ่ายที่พุ่งเข้ามา

โชคดีที่เขาแม่นกว่า กระสุนราคาถูกนั่นถึงเข้าใกล้พวกเขาเพียงแค่ฉิวเฉียด ในขณะที่เจ้าของกระสุนนอนแดดิ้นอยู่กับพื้นไม่ต่างจากคนแรก

กลิ่นการเผาไหม้ของดินปืนโชยมา

ไม่ใช่กระสุนของจารชนและนักลอบสังหาร! หนำซ้ำคนพวกนี้อุกอาจและไม่แคร์เรื่องการทิ้งหลักฐาน

"เก่งมาก เจ้ามดคันไฟ" จินยองงึมงำเบาๆ

"มดคันไฟ?" มาร์คทวนคำนั้น ขณะเอื้อมมือไปเปิดประตูรถ

"ชื่อเล่นของกระสุนน่ะ ผมไม่ได้รับอนุญาตให้ฆ่าใคร อย่างมากจึงทำได้แค่ยิงให้ทุรนทุรายด้วยกระสุนพิเศษนี่ เป็นการถ่วงเวลาไม่ให้ศัตรูไล่ตามทัน"

เสียงปืนดังจากด้านนอกอีกสองครั้ง

เมื่อลงมาจากรถก็พบว่าเป็นยูคยอมยิงซ้ำรอยแผลเดิมของสองคนที่กำลังดิ้นพราดไม่ได้สติด้วยปืนของศัตรู ก่อนโยนปืนเข้าไปในพุ่มไม้

ควรเรียกว่ายังเหลือความกรุณาหรือโหดเหี้ยมไม่มีที่ติดีนะ... ความร้อนจากกระสุนดินปืนจะช่วยให้สารเคมีจากกระสุนพิเศษระเหยไวลดอาการทุรนทุรายได้เร็วขึ้น แต่... พอหมดอาการจุกและชาไปทั่วร่างจนเสียงครวญครางถึงกับเงียบลงฉับพลัน ผลสุดท้ายก็เจ็บเจียนตายไม่ต่างกันเลยล่ะ

ทั้งสามวิ่งขึ้นรถของคนเหล่านั้น แล้วรีบขับออกไปก่อนที่จะมีใครมาเห็น

ไม่อยากเชื่อว่าทุกอย่างเกิดขึ้นภายในเวลาไม่ถึงสามนาที

จินยองมองเสี้ยวหน้าของยูคยอมขณะขับรถ

ต้องมองหมอนี่ใหม่ซะแล้ว

การดูแลลูกค้าซูเปอร์วีไอพีเมื่อกี้... ในฐานะคนเป็นบอดีการ์ด โคตรประทับใจ

ไม่ใช่แค่เร็ว แต่ยังสงบนิ่ง ราบรื่นและเป็นระบบ

แตกต่างจากคิม ยูคยอมจอมงานงอกที่จินยองเป็นไม้เบื่อไม้เมาอย่างกับคนละคน

ครั้นเมื่อมองรอบๆ ภายในตัวรถ ก็ไม่พบเบาะแสว่าอีกฝ่ายเป็นพวกไหนเช่นกัน

"บอกผมได้รึยัง ว่าพวกมันเป็นใคร" จินยองเค้นคอถามคนที่นั่งราวกับไม่รู้ร้อนรู้หนาวอยู่ข้างๆ

ถ้ามองไม่ผิด เกือบทั้งหมดเป็นชาวต่างชาติ ยกเว้นคนขี่มอเตอร์ไซค์ที่เป็นชาวเอเชียตะวันออก

กลิ่นกระสุน และลักษณะเสียงและความดังของปืน คาดว่าน่าจะเป็นพวกระดับล่าง บางทีอาจถูกรับจ้างมาอีกที

ไม่ก็เป็นพวกนักล่าชิงค่าหัวที่สักแต่ฆ่า ไม่เคยมีประสบการณ์ลักพาตัวเป้าหมาย

ทว่าจินยองต้องหยุดเซ้าซี้ เมื่อเห็นเลือดซึมอยู่บนกรอบใบหน้าได้รูปของประธานหนุ่ม

ยูคยอมยื่นผ้าเช็ดหน้ามาจากทางด้านหน้าให้ราวกับสังเกตเห็นผ่านกระจกมองหลัง

จินยองจึงหยิบไปช่วยซับให้อย่างเบามือ

ตอนที่บังเขาจากเศษกระจกสินะ

หัวใจของจินยองเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย

"คนของรัฐบาลอเมริกา" มาร์คตอบสั้นๆ ด้วยสีหน้าเรียบเฉย

คนฟังถึงกับเบิกตาโพลง

เดี๋ยวก่อน... รัฐบาลของสหรัฐอเมริกาต้องการล่าตัวมาร์ค ต้วนเนี่ยนะ?

"ถ้าคุณอยากถอนตัวตอนนี้ก็เชิญ เกิดโดนหางเลขไปด้วยอาจซวย ถูกแบล็คลิสต์กลับไทยไม่ได้ตลอดกาล"

"แต่คุณเป็นคนอเมริกัน ถ้ารัฐบาลต้องการตัว ทำไมถึงไม่จับตั้งแต่อยู่ในอเมริกาล่ะ?" จินยองถึงกับงุนงง

ไม่สิ เขาต้องถามว่า นายมาร์ค ต้วนไปทำอะไรให้เขาต้องการจับตัวต่างหาก

"ด้วยกฎหมายที่คุ้มครองสิทธิเสรีภาพแห่งประชาชนของอเมริกาไม่สามารถทำได้ครับ" ยูคยอมเฉลยให้ "ยิ่งโดยพื้นฐาน คุณมาร์คถือว่ายังไม่ได้ทำผิดกฎหมาย อีกทั้งยังเป็นผู้มีชื่อเสียงและอิทธิพล ขืนถูกจับหรือจู่ๆ หายตัวไปในประเทศจะกลายเป็นข่าวใหญ่ ซึ่งทางรัฐบาลไม่ต้องการให้แม้แต่เป็นข่าว"

"ที่ญี่ปุ่นกับเกาหลีก็เหมือนกัน ถ้ารู้ว่าเป็นฝีมือรัฐบาลอเมริกาคงเกิดความบาดหมางระหว่างประเทศแน่"

เพราะอย่างนี้สินะ ก่อนหน้านี้มาร์คถึงไปไหนมาไหนในญี่ปุ่นได้อย่างอิสระ

"เมื่อกี้ถือว่าทางนั้นกระโตกกระตากเกินไปนะ แต่สื่อต่างประเทศน่ะ ให้ใต้โต๊ะไปนิดๆ หน่อยๆ เรื่องก็เงียบแล้ว ไม่เกี่ยวกับบ้านเมืองเขา ไม่เหมือนสื่อในประเทศที่กัดไม่ปล่อย ยิ่งองค์กรที่ตามล่าผมถือเป็นองค์กรผีของรัฐบาล เรื่องแดงขึ้นมา มีโอกาสเสี่ยงเกิดความวุ่นวาย อาจส่งผลไปถึงการประท้วงถอดถอนประธานาธิบดีด้วย"

ขนาดนั้นเชียวเหรอ?

จินยองพอจะอ่านออก... จากรหัสมอร์สที่ยองแจส่งมาตีความได้ว่า มีการเปลี่ยนมือว่าจ้างผู้ก่อการร้ายให้จับตัวมาร์ค ดังนั้นการไล่ล่าจึงไม่จำเป็นต้องเกรงใจรัฐบาลประเทศไหนอีก

หนำซ้ำยังเป็นการกรุยทางให้อเมริกาแทรกแซงญี่ปุ่นด้านการทหารและความมั่นคงในอนาคตได้อีกด้วย

"แล้วเขาต้องการอะไรจากคุณ" จินยองแทบกระชากคอเสื้อเจ้าตัวมาถาม

"หัวใจของผม" มาร์คตอบเพียงสั้นๆ

"หัวใจ... เนี่ยนะ?"



ยูคยอมขับรถมาทิ้งไว้ในที่เปลี่ยวใกล้สถานีรถไฟเล็กๆ ทั้งสามนั่งรถไฟมุ่งหน้าไปยังโอซากา จากนั้นผู้จัดการหนุ่มก็แยกตัวไปเช็คอินที่โรงแรมตามที่กำหนดไว้ในครั้งแรก รวมถึงติดต่อบริษัทเช่ารถเพื่อทำลายหลักฐาน ปล่อยให้มาร์คและจินยองเดินซื้อเสื้อผ้าสำหรับวันต่อไปก่อนโดยสารแท็กซี่ไปยังอีกโรงแรมหนึ่ง

จินยองถึงกับอ้าปากค้าง เมื่อพบว่าโรงแรมดังกล่าวแม้ภายนอกจะดูเหมือนตึกสำนักงานเรียบๆ ธรรมดา แต่ภายในกลับเป็นเลิฟโฮเทลที่หรูหราอลังการ แต่ละห้องตกแต่งด้วยธีมที่หลากหลาย

"อยากนอนห้องแบบไหนดีล่ะ" มาร์คเขยิบเข้ามาใกล้ โอบเอวพลางกระซิบด้วยเสียงเย้าแหย่ที่ข้างหูขณะเช็คอิน

จินยองรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง สถานที่แบบนี้มันเสี่ยงต่อการเสียตัวหนักกว่าที่ผ่านมาเสียอีก

หนำซ้ำเขาเพิ่งเปลี่ยนสถานะจากเลขาจำเป็นกลายเป็นคู่นอนเมื่อเช้านี้เอง

ไม่อยากเชื่อเลยว่า ล่ามระดับพรีเมียมควบบอดีการ์ดมือฉมังอย่างเขา จู่ๆ ก็มีชะตากรรมตกเป็นเมียเช่าของผู้ชายด้วยกันซะงั้น

จินยองมองภาพตัวอย่างของห้องอันละลานตาที่พนักงานเสนอให้บนหน้าจอแท็บเล็ต

น่าอับอายชะมัด ที่จะต้องมาเลือกห้องสำเร็จโทษให้ตัวเอง

แต่อย่างน้อยก็ยังมีโอกาสเลือกบ้าง

ให้ตายเถอะ... มันไม่ได้รู้สึกแตกต่างหรือดีขึ้นมาเลยสักนิด

"โอ๊ะ นี่ก็ไม่เลวนะ เอาห้องนี้แล้วกัน" ทั้งที่เป็นคนถามความเห็น แต่สุดท้ายมาร์คก็กลับเป็นฝ่ายชิงเลือกห้องก่อนอย่างไม่ลังเล

ปลายนิ้วแตะลงบนหน้าจอราวกับสั่งอาหารในภัตตาคาร ก่อนชำระล่วงหน้าด้วยเงินสด

พนักงานนำทางคนทั้งคู่ไปยังห้องนอน

จินยองรู้สึกตัวลีบเล็ก

นี่มัน... เดินเข้าห้องประหารชัดๆ

จู่ๆ คำพูดของน้องชายจอมแก่แดดก็ผุดขึ้นมาในหัว

'พี่ก็อายุปูนนี้แล้ว แรดบ้างก็ได้นะ ถ้าหมอนั่นลีลาเด็ดก็สมยอมเขาไปเถอะ อย่าคิดมาก ประสบการณ์ชีวิต'

ถึงแม้จะไม่ใช่คนหัวโบราณขนาดยึดติดในเรื่องพรหมจรรย์ แต่คนอย่างจินยองก็ต้องการมีสัมพันธ์ทางกายกับคนที่ตัวเองมีใจด้วยเท่านั้น

ยิ่งครั้งแรก ก็ยิ่งให้ความสำคัญ

ทั้งๆ ที่ตลอดชีวิตนี้เขายังไม่เจอใครที่ทำให้เขาอยากทำแบบนั้นด้วย ไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย

กระนั้น เขากลับตระหนักได้ว่า สิ่งที่อันตรายสุดไม่ใช่ความหื่นกระหายของอีกฝ่าย แต่เป็นร่างกายร่านสวาทของเขาเอง

เขาได้แต่หวังว่ามาร์ค ต้วนจะไม่เอาจริงเอาจังกับคำว่าคู่นอนมากไปกว่าการข่มขวัญให้เขาอยากถอนตัวจากงานนี้

"ถึงแล้วค่ะ" พนักงานสาวเปิดประตูห้องต้อนรับ

จินยองตกตะลึงถึงกับอ้าปากค้างทันทีที่ก้าวเข้าไปในห้อง

นี่มัน... ยิ่งกว่าห้องสวีทที่เขาเคยพักมาเสียอีก

ภายในตกแต่งด้วยสไตล์บาโรคที่หรูหราราวกับห้องบรรทมของพระราชาในพระราชวัง

เสียแต่เตียงรูปวงกลมหลังใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางห้องกลับถูกล้อมเป็นรูปกรงนกสีทองขนาดยักษ์

ดูเหมือนว่าที่หมอนั่นเอ่ยเรื่องรสนิยมวิปริตนั่น สงสัยจะไม่ใช่แค่ขู่เสียแล้วกระมัง

จินยองกลืนน้ำลายอึกใหญ่

พนักงานแนะนำลูกเล่นต่างๆ ในห้องเพียงคร่าวๆ รวมทั้งตู้ขายอุปกรณ์เพื่อความบันเทิงที่มีของแปลกๆ มากมาย ก่อนจะขอตัวออกไปอย่างรวดเร็ว

"คุณจินตภพ" มาร์คเรียกทันทีที่ประตูปิดลง

จินยองสะดุ้งโหยง

"คลายเนคไทให้ผมที"

เขานึกเคืองในใจ เป็นง่อยหรือไง กะอีแค่เนคไทถึงถอดเองไม่ได้

กระนั้น เขาก็เดินเข้าไปทำตามอย่างว่าง่าย

"ปลดกระดุมเสื้อให้ด้วยนะ"

"เออ รู้แล้ว!... ครับ" เขาเผลอส่งเสียงรำคาญออกไปในตอนแรก แล้วจบด้วยคำสุภาพราวกับนึกขึ้นได้

มาร์คยิ้มละไม มองหน้าอีกฝ่ายระยะใกล้อย่างเพลินตา

"ผมถอดให้บ้างเอามั้ย" พูดพลางจับเนคไทของคนตรงหน้า

จินยองหน้าร้อนฉ่า หัวใจแทบหลุดออกมาจากหน้าอก

"ไม่ต้องครับ"

มาร์คยอมลดมือลง ทว่าวงแขนแกร่งกลับรวบเอวคนตรงหน้าเข้ามาแนบชิด

หัวใจจินยองแทบหยุดเต้น

จะปฏิเสธคนตรงหน้ายังไงดี

เขาได้แต่ก้มหน้างุด มือที่กำลังแกะกระดุมค่อยๆ เคลื่อนช้าลงราวกับประวิงเวลา

ถ้าต้องเสร็จหมอนี่จริงๆ เท่ากับการขายตัวข้ามชาติที่เขาแค่ปากพล่อยกับแจ็คสันไว้ด้วยความโมโหก่อนมาจะสำเร็จครบถ้วนทุกกระบวนการ

อ๊ะ... เดี๋ยวก่อน

ยังไม่ได้ตกลงค่าตัวกันเลยนี่นา

เมื่อกระดุมเม็ดสุดท้ายถูกปลดออก จินยองก็ขืนตัวถอยห่างออกมา ทว่าดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ยอม

"ตอนนี้คุณต้องทำหน้าที่คู่นอนแล้วนะ" รอยยิ้มและดวงตาเป็นประกายของมาร์คแสดงอาการตื่นเต้นยินดีราวกับเจ้าบ่าวจะเข้าห้องหอ

"ผม..."

ทำไงดีล่ะจินยอง? ตัวเองเป็นคนตอบตกลงเองเสียด้วย ถ้าจะกลับลำตอนนี้ล่ะก็...

ดูเหมือนอีกฝ่ายจะรู้ทัน มือใหญ่ฉวยข้อมือของจินยอง ก่อนเคลื่อนริมฝีปากเข้ามาแนบใบหู

"เท่าไหร่ดีล่ะ"

จินยองกัดริมฝีปากอย่างสะกดกลั้น ถึงจะคิดตัวเลขในใจสูงลิ่วหวังให้คุณมหาเศรษฐีล้มละลาย แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกเหมือนถูกทั้งตัวเองและอีกฝ่ายเหยียบย่ำศักดิ์ศรีอย่างบอกไม่ถูก

"ช่างเถอะ ผมจะให้คุณเป็นเช็คเปล่าแล้วกัน"

บัดซบที่สุด... ชายหนุ่มตัวสั่นสะท้านด้วยความโกรธ

เงินซื้อทุกอย่างไม่ได้หรอกนะ

แต่ก็น่าขันที่เขาเป็นฝ่ายยอมขายให้เสียเอง

"คุณบอกว่าจะจีบผมไม่ใช่เหรอ... แล้วทำไมถึงได้"

"จีบก็ส่วนจีบสิ ผมไม่ได้บอกเสียหน่อยว่าผมจะเลิกจีบคุณ"

สายตาของมาร์คทอดมองมาอย่างเอ็นดู มือข้างหนึ่งเกลี่ยเส้นผมอีกฝ่ายทัดหู

ไม่เข้าใจตรรกะของผู้ชายคนนี้เลย จินยองบ่นในใจ

ทว่าจู่ๆ คนตรงหน้าก็คลายวงแขนดื้อๆ ก่อนเดินไปยังโซฟา หยิบแท็บเล็ตสั่งอาหารออกมา

"หิวจัง สั่งอะไรมากินหน่อยดีกว่า คุณอยากกินอะไรล่ะ" น้ำเสียงของคุณประธานเปลี่ยนเป็นตื่นเต้นราวกับเด็กเจอของเล่นใหม่

จินยองลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก

อย่างน้อยอาหารก็น่าจะพอถ่วงเวลาในการรอเชือดได้



โปรดติดตามตอนต่อไป


รู้สึกว่าเรากำลังเขียนอะไรที่ใหญ่เกินตัวไปรึเปล่า กลับลำลบเรื่องทั้งหมดตั้งแต่ตอนนี้จะทันมั้ย เหอๆๆ สงสัยต้องเขียนกำกับไว้ว่า บทความนี้เป็นเรื่องที่กุมาทั้งเพ อย่าได้หาอ้างอิงอะไร เพราะไม่มี มโนล้วนๆ จ้า

ตัวอย่างสกอร์ของชามิเซ็นแบบในเรื่อง (จริงๆ แล้วมีหลายรูปแบบ) แต่ไม่ใช่เพลงนี้นะ ให้พอจินตนาการจดหมายจากยองแจออกเท่านั้นค่ะ

credit: http://www.wagakki-ichiba.com

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

135 ความคิดเห็น

  1. #121 RichieHunnie (@RichieHunnie) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2560 / 22:50
    โอ้ยยยย สนุกมากๆๆๆๆๆ ยูคยอมเท่มากๆๆๆ จากคนงานงอกมาเป็นพ่อหนุ่มสุดเท่แม่นปืน ฉลาด ชอบที่พลิกแล้วพลิกอีก พลิกจนเดาไม่ถูกกก ลุ้นมากกก เราชอบเรื่องนี้มากๆ ไม่รู้เลยว่าจะเป็นไงต่อไป เลยพยายามเซ็ทใจให้ว่างๆ แล้วสนุกไปกับการอ่าน ขอบคุณที่แต่งขึ้นมานะคะ โชคดีจริงๆที่มาเจอฟิคนี้ รักไรท์จังงงง
    #121
    0
  2. #105 inspirit cool (@suneerat-ice) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 00:57
    จินยองคิดหนักกับคำพูดของน้องแบมนะคะ 555555 พี่มาร์คชอบแกล้งให้เขินอ่ะ ><
    #105
    0
  3. #40 aaakkk774 (@aaakkk774) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2559 / 18:22
    ปกติอ่านแต่ฟิคไม่ต้องคิดตาม แต่ฟิคนี้ คิดตามแทบไม่ทันนน อย่าเพิ่งให้น้องจีนเสือตัวค่ะ แม้พี่มัคจะทนไม่ไหวแล้ว555555 สนุกมากค่ะลุ้น และแอบงงไปด้วย รอปมคลายนะคะ อย่าเทนะคะ555555
    #40
    0
  4. #34 bubblegum_pink (@bubblegum_pink) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2559 / 01:11
    จินยองคงเป็นบอดี้การ์ดคนเดียวในโลกที่ไหมที่คิดฆ่าคนที่ตัวเองต้องปกป้องในจินตนาการเสียแทบทุกครั้ง แหมมมมมมม แต่มาร์คก็กวนส้นน้อยเสียที่ไหนกัน เนอะ

    เริ่มเชื่อว่าที่พูดเรื่องรสนิยมทางเพศนี่เป็นเรื่องขู่จริงๆละ ไม่งั้นพี่มาร์คคงไม่กอดจินยองตอยกระจกโดนกระสุนปืนหรอกเนอะ(เอ๊ะ แต่จีบก็ส่วนจีบ ตะปล้ำนี่ก็อีกเรื่องช้ะ)ซึ่งอันที่จริงแล้วเป็นจินยองมากกว่าที่ต้องทำหน้าที่นั้น เขาก็ชัดเจนขนาดนี้แล้วนี่นาา เราไม่น่าเคลือบแคลงใจในตัวมาร์คเลย #เศร้า

    ว่าแต่เรื่องถูกตามล่านี่เรื่องใหญ่เลยนะคะเนี่ย งืมมมมม เอาใจช่วยทั้งคุณจิน ท่านประธาน คุณผู้จัดการ คุณเลขากับคุณอิม(ที่หนีไปพลอดรัก (รึเปล่า?)) รวมถึงคนเขียนด้วยค่าาา ยังคงยืนยันว่าฟิกดีมากๆ ไม่ต้องกลัวพล็อตหรือบุคลิกตัวละครส่ายนะคะ เขียนตามที่ยากเขียนเลยค่ะ ถ้ายังอยู่ในกรอบของเนื้อเรื่องมันจะดีในตัวของมันเองงง (จากใจคนที่เขียนฟิกเหมือนกัน พอคนอ่านเยอะขึ้นเราจะกดดันตัวเองค่ะ ไม่รู้เป็นเหมือนกันไหม แฮ่~ ต่างที่ฟิกเราไม่ซับซ้อนและมีปมให้รอเฉลยเยอะๆแบบนี้ สู้ๆนะคะ^^)
    #34
    1
    • #34-1 something to live and die for (@thelittlecocoon) (จากตอนที่ 7)
      14 ธันวาคม 2559 / 01:23
      ขอบคุณสำหรับคอมเมนต์นะคะ เด้งมาตอนเราออนอยู่พอดี เลยไล่ตอบซะเลย 555 เดี๋ยวตอนหลังๆ จะได้เห็นความง่อยของคนเขียนเปิดเผยออกมาทีละนิดค่ะ กร๊ากๆๆๆ สงสัยต้องกำกับทุกตอนตัวโตๆ ว่า "ทุกอย่างในเรื่องนี้เป็นเพียงการมโนโกหกทั้งเพ"
      ตอนที่ 8 ใกล้คลอดแล้วล่ะค่ะ (อ้าว ให้ความหวังอีก) แต่พอดีติดงาน รอฤกษ์ดีอีกซักหน่อยนะคะ (ณ ปัจจุบันอยากข้ามไปเขียนตอนจบซะเหลือเกิน ซิกๆ)
      #34-1
  5. #26 อย่าทิ้งreaderนะ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 23:51
    ชอบเรื่องนี้มาก แต่งเก่งมากๆ อย่างกับโคนันเลย

    จินยองยอมๆสักทีเถอะ55555555555555555555
    #26
    1
  6. #25 ppc ♡ (@eing-5) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2559 / 22:58
    นี่ก็ลุ้นให้จินยองเสียตัวอยู่ในใจตลอดเลยค่ะฮือออทำไมเป็นคนแบบนี้555555

    มาร์คก็แค่ทำให้จินยองกลัวจนถอดตัวแต่จินยองก็รู้ทันนะ ชอบความรู้ทันอะแต่ก็ยังมีความกลัวอยู่คือกลัวใจตัวเอง เรารู้สึกจินยองต้องปล้ำมาร์คก่อนแน่ๆอะถ้ามาร์คยังลีลาอยู่แบบนี้5555555555

    แต่มาร์คโดนล่าหัวจากอเมริกาแบบนี้ไม่ใช่เล่นๆเลยนะไหนจะยิงกันกลางถนนแบบนี้อีก โหดดดดด

    แล้วไปจินแฮจะรอดไหม แค่ได้ยินชื่อจินยองเหมือนจะเป็นลมจลอดเวลาเลย แต่ว่าต้องดูคืนนี้ก่อนว่าจะรอดมาร์คไหม(แต่เราว่ารอด)555555555555
    #25
    1
    • #25-1 something to live and die for (@thelittlecocoon) (จากตอนที่ 7)
      12 ธันวาคม 2559 / 00:33
      อย่ายุค่ะ... เดี๋ยวคีย์บอร์ดลั่น จินยองปล้ำมาร์คขึ้นมาจริงๆ นะคะ 555
      #25-1
  7. #24 kjunjang (@kjunjang) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2559 / 21:04
    แหม ไหนบอกจะพักเรื่องนี้ไปต่อเรื่องโน้นไงคะ ไม่ทันไรก็ตอนใหม่มาซะแล้ว อานุภาพน้องจินตภพช่างแรงกล้าจริงๆ 
    ท่านประธานดูมุ่งมั่นในการกดจินยองเหลือเกิน นึกถึงบทความอะไรสักอย่างที่เคยอ่านมาเลยค่ะ ยิ่งคนเราตื่นเต้นมากเท่าไหร่ ความอยากในรสกามจะยิ่งเร้าใจเพิ่มเท่านั้น นี่ไง ตื่นเต้นหนีตายกันมา ดูท่าจะปลุกความหื่นกามในตัวคุณมาร์ค(และคุณจิน)ได้ดีเหลือเกิน รออ่านจนทนไม่ไหวแล้ววววววว
    เรื่องนี้ปมใหญ่มากกกกกกกก ถึงขนาดรัฐบาลสั่งเก็บเราว่ามันคงไม่ใช่เรื่องธรรมดาแล้วแน่ๆ คุณมาร์คถึงขนาดเป็นที่ต้องการระดับชาติเมกัน ไอ่ย๋า รอดูเฉลยปมอยู่นะคะ แอบลุ้นแอบเชียร์เหมือนดูหนังแอคชั่นทริลเลอร์ ที่ไล่ล่ากันแล้วเกิดความรักและความใคร่ระหว่างหนีตายไปด้วยกันอะไรแบบนี้
    เราว่าเรื่องนี้จินยองมีความเผือกสูงมากค่ะ ถึงขั้นยอมเอาเวอร์จิ้นตัวเองเข้าแลกกับความอยากรู้เรื่องที่เกี่ยวกับอดีตของตัวเองขนาดนี้ ช่างเป็นการลงทุนที่ดูเมือนจะขาดทุนจังเลย หนูไม่เค๊ยไม่เคย ใจนึงก็กลัวใจนึงก็อยาก แหมเก็บมานานตั้งปูนนี้ แรดบ้างก็ดีเป็นกำไรชีวิตไปค่ะ เชื่อแบมแบมเถอะ น้องเค้าผ่านมาหมดแล้วววววว
    พี่มาร์คเร้าใจอะไรแบบนี้คะ เอาจริงๆเกลียดอะ ผู้ชายที่ดูฉลาดและอยู่เหนือเราไปหมดทุกทางแบบนี้ แต่ก็แพ้ทางความลึกลับน่าค้นหาและเสน่ห์ทางเพศที่เย้ายวนใจจนอยากลองสักครั้งแบบนี้ ที่เกลียดยิ่งกว่าคือใจตัวเองนี่แหละนะ รู้ว่าอันตรายแต่ก็อยากเสี่ยงจะลอง จินยองก็คงรู้สึกไม่ต่างกันนี่แหละค่ะ
    รู้เลยค่ะว่าจินยองแค่โล่งใจที่พี่เค้ากดสั่งอาหารมากินก่อนถ่วงเวลา หนูคงไม่รู้จักอาหารมื้อสุดท้ายก่อนเชือดใช่ไหมคะ หึๆๆๆๆๆๆๆ
    #24
    1
    • #24-1 something to live and die for (@thelittlecocoon) (จากตอนที่ 7)
      12 ธันวาคม 2559 / 00:31
      กรี๊ดดดดดด 55555 ชอบบบบบ อาหารมื้อสุดท้ายก่อนเชือด
      #24-1